พบดวงจันทร์ดวงใหม่ของโลก


การค้นพบดาวเคราะห์น้อยที่โคจรรอบโลก เปรียบเสมือนดวงจันทร์ของโลกดวงใหม่ มีชื่อว่า 2020 CD3

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 สองนักดาราศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา Theodore Pruyne และ
Kacper Wierzchos ค้นพบโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.52 เมตร ณ หอดูดาว
Mount Lemmon สหรัฐอเมริกา

ดาวเคราะห์น้อย 2020 CD3 มาได้อย่างไร

นักดาราศาสตร์วิเคราะห์วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยดังกล่าว พบว่าถูกโลกดึงดูดให้มาโคจรรอบโลกเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว และในเดือนเมษายน 2563 ก็จะถูกเหวี่ยงออกไปจากวงโคจรของโลก ดาวเคราะห์น้อย 2020 CD3 จึงมีระยะเวลาในการเป็นดวงจันทร์ของโลกเพียงสามปีเท่านั้น

ดาวเคราะห์น้อย 2020 CD3 เป็นแค่วัตถุบริวารชั่วคราวของโลก(Temporary satellite)

นักดาราศาสตร์ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ให้ดาวเคราะห์น้อย 2020 CD3 อยู่กลุ่มวัตถุบริวารตามธรรมชาติ
(Natural satellite) ของโลกดังเช่น “ดวงจันทร์” แต่จัดเป็น วัตถุบริวารชั่วคราวของ
โลก(Temporary satellite) ซึ่งขณะนี้ค้นพบแล้วกว่ากว่า 20 วัตถุ รวมถึงดาวเคราะห์น้อย
2016 HO3 ซึ่งถูกวงโคจรของโลกดึงดูดให้มาโคจรรอบโลกเช่นเดียวกัน แต่วงโคจรของดาวเคราะห์น้อย
2016 HO3 นั้นจะโคจรรอบโลกนานกว่าร้อยปี


สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

ไอเดียสุดล้ำ สร้างบรรยากาศให้ดาวอังคาร
ไอเดียสุดล้ำ สร้างบรรยากาศให้ดาวอังคาร การย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากอยู่บนดาวอังคารกำลังเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ ส่วนหนึ่งเพราะแผนของอวกาศของนาซาและบริษัทเอกชนด้านอวกาศ ที่ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแนวคิดเรื่องการย้ายไปอยู่บนดาวอังคารไม่ใช่แนวคิดใหม่ นักวิทยาศาสตร์เคยคิดเรื่องนี้จริงจังมาตั้งแต่ 50 ปีแล้ว แถมยังคิดไปถึงขั้นจะปรับสภาพดาวอังคารให้เหมือนโลกอีกด้วย ไอเดียสุดล้ำ สร้างบรรยากาศให้ดาวอังคาร ความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง ไอเดียสุดล้ำ สร้างบรรยากาศให้ดาวอังคาร ส่วนตัวผมว่าไร้สาระครับ เพราะแค่ปลูกต้นไม้ เพื่อทำให้ภาวะโลกร้อนลดลง มนุษย์ยังไม่กันทำกันเลย ...
ดวงดาวอันมืดมิด Rogue Planet ดาวเคราะห์กำพร้าในจักรวาล
ดวงดาวอันมืดมิด Rogue Planet ดาวเคราะห์กำพร้าในจักรวาล ดาวเคราะห์โรก (อังกฤษ: rogue planet; หรือเรียกกันว่า ดาวเคราะห์ระหว่างดวงดาว, ดาวเคราะห์อิสระ) คือวัตถุที่มีมวลขนาดดาวเคราะห์และมิได้มีแรงโน้มถ่วงดึงดูดอยู่กับดาวฤกษ์ดวงใด จึงเคลื่อนที่ล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศระหว่างดาวเป็นวัตถุอิสระ มีนักดาราศาสตร์หลายคนอ้างว่าตรวจพบวัตถุดังกล่าวนี้ (เช่น Cha ...
พายุที่น่ากลัวที่สุดในระบบสุริยะ
พายุที่น่ากลัวที่สุดในระบบสุริยะ พายุสุริยะ Solar storm เป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดจากการที่ผิวดวงอาทิตย์ระเบิดขึ้นมาที่เรียกว่า "การระเบิดลุกจ้า" ซึ่งทำให้อนุภาคประจุไฟฟ้าพุ่งออกมาจำนวนมหาศาล ประจุไฟฟ้าที่พุ่งออกมานี้จะรบกวนระบบการสื่อสารมีผลทำให้การสื่อสารระยะไกลเป็นอัมพาต ทำให้เครื่องบินไม่สามารถติดต่อกับหอบังคับการได้ โทรศัพท์มือถือใช้งานไม่ได้รวมไปถึงดาวเทียมเสียหาย การทำนายความรุนแรงของพายุสุริยะสามารถทำได้โดยตรวจสอบจุดมืดดวงอาทิตย์ เนื่องจากจุดดำเกิดจากความแปรปรวนของสนามแม่เหล็ก เมื่อมีจุดมืดมากขึ้นก็จะส่งผลให้อนุภาคกระแสไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น พายุที่น่ากลัวที่สุดในระบบสุริยะ ว พายุบนดาวเสาร์ผมคิดว่าน่าจะเป็นพายุท่เกิดจากแรงโน่มถ่วงของดาวเสาร์ทำให้มันหมุน ก็เหมือนวงแหวนของดาวเสาร์นั้นแหละ และที่ๆมันอยู่ถ้าเปรียบกับโลกก็คือขั่วโลก อันนี้ก็น่าจะขั่วดาวเสาร์ละมั้ง มันจึงไม่เคลื่อนที่ไปไหน
ความพิศวงของหลุมดำ
ความพิศวงของหลุมดำ หลุมดำอาจจะเป็นประตูมิติข้ามเวลา ความหนาแน่นและความร้อน ทำให้หลุมดำมีคุณสมบัติที่ทำให้กาลอวกาศเกิดความบิดเบี้ยว หลุมดำคือวัตถุที่หนาแน่นที่สุดอย่างหนึ่งในเอกภพ เมื่อมีมวลจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ในปริมาตรขนาดเล็ก แรงโน้มถ่วงของมวลเหล่านี้จะมีมากพอที่จะดูดทุกอย่างเข้าไปภายใต้แรงโน้มถ่วงของมันได้ สำหรับหลุมดำแล้วนั้นแรงโน้มถ่วงนั้นมีค่าสูงมากเสียจนความเร็วหลุดพ้นจากบริเวณที่เรียกว่า "ขอบฟ้าเหตุการณ์" (Event Horizon) มีค่าเท่ากับความเร็วของแสง ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงที่สุดในเอกภพ นั่นหมายความว่าไม่มีวัตถุใดแม้กระทั่งแสงจะสามารถหลุดพ้นออกมาจากหลุมดำได้ แม้กระทั่งเราฉายไฟฉากออกมาจากภายใน Event Horizon ...
ค้นพบอนุภาคผี “นิวทริโน” มาจากหลุมดำห่างโลกเกือบ 4 พันล้านปีแสง
ค้นพบอนุภาคผี "นิวทริโน" มาจากหลุมดำห่างโลกเกือบ 4 พันล้านปีแสง มันคือ อนุภาคอิสระ ที่ทำตัวเหมือนวิญญาณ หรือบางครั้งเราเรียกมันว่า อนุภาคผี แล้วทำไมเราถึงกล่าวกับมันเช่นนั้น ก็เพราะว่า ความมหัศจรรย์ของมัน ความเร็วเกือบเท่าแสงของมัน อีกทั้งมันยังวิ่งผ่านมวลสสารที่มีความหนาแน่นสูงๆได้ ไม่เพียงแต่กำแพงเหล็กหลายฟุตหรือวิ่งผ่านทะลุโลกได้ด้วย ...
Copy link
Powered by Social Snap