สารคดี Albert Einstein ไอน์สไตน์

Albert Einstein ไอน์สไตน์

บางคนสงสัยว่า ไอน์สไตน์ คิดได้อย่างไร นักฟิสิกส์คิดวิธีไหน ส่วนใหญ่แล้วตอนเราอยู่เงียบๆเพียงลำพังคนเดียว เราจะมองไปนอกหน้าต่างแล้วสมการต่างๆจะผุดขึ้นวนเวียนอยู่ในหัวของเรา จนกว่าสมการต่างๆจะลงตัว จากนั้นเราค่อยเขียนสูตรลงในกระดาษ เราคิดกันจนปวดหัวเลยครั้ง มีแผ่นสมการอยู่ทุกที่ ชุดสมการที่เขีนยไว้บนหลังซองจดหมาย คือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะคุณเห็นพวกมันอยู่แค่นั้น เขานึกเป็นภาพอยู่ตลอดเวลา หรือ จินตนาการ ตอนที่พ่อให้เข็มทิศกับเขา เขาจะนั่งดูเข็มทิศชี้ไปทางทิศเหนือคืนแล้วคืนเล่าจนมันสะท้านไปถึงสันหลัง

แอลเบิร์ต ไอน์สไตน์(เยอรมัน: Albert Einstein, อัลแบร์ท ไอน์ชไตน์; 14 มีนาคม พ.ศ. 2422 – 18 เมษายน พ.ศ. 2498) เป็นศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์และนักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม กลศาสตร์สถิติ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ใน พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก”การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี”

หลังจากที่ไอน์สไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ในปี พ.ศ. 2458 เขาก็กลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยธรรมดานักสำหรับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ในปีต่อ ๆ มา ชื่อเสียงของเขาได้ขยายออกไปมากกว่านักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์ ไอน์สไตน์ ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาดหรืออัจฉริยะ ความนิยมในตัวของเขาทำให้มีการใช้ชื่อไอน์สไตน์ในการโฆษณา หรือแม้แต่การจดทะเบียนชื่อ “แอลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ให้เป็นเครื่องหมายการค้า

ตัวไอน์สไตน์เองมีความระลึกถึงผลกระทบทางสังคม ซึ่งมีผลมาจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่เขาได้เป็นปูชนียบุคคลแห่งความบรรลุทางปัญญา เขายังคงถูกยกย่องให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์ที่สุดในยุคปัจจุบัน ทุกการสร้างสรรค์ของเขายังคงเป็นที่เคารพนับถือ ทั้งในความเชื่อในความสง่า ความงาม และความรู้แจ้งเห็นจริงในจักรวาล (คือแหล่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจในวิทยาศาสตร์ให้แก่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่) เป็นสูงสุด ความชาญฉลาดเชิงโครงสร้างของเขาแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบของจักรวาล ซึ่งงานเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านผลงานและหลักปรัชญาของเขา ในทุกวันนี้ ไอน์สไตน์ยังคงเป็นที่รู้จักดีในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่สุด ทั้งในวงการวิทยาศาสตร์และนอกวงการ

ผลงานของไอน์สไตน์ในสาขาฟิสิกส์มีมากมาย ต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่ง:

ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ซึ่งนำกลศาสตร์มาประยุกต์รวมกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นไปตามหลักแห่งความสมมูล
วางรากฐานของจักรวาลเชิงสัมพัทธ์ และค่าคงที่จักรวาล
ขยายแนวความคิดยุคหลังนิวตัน สามารถอธิบายจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดของดาวพุธได้อย่างลึกซึ้ง
ทำนายการหักเหของแสงอันเนื่องมาจากแรงโน้มถ่วงและเลนส์ความโน้มถ่วง
อธิบายการเกิดปรากฏการณ์ของแรงยกตัว
ริเริ่มทฤษฎีการแกว่งตัวอย่างกระจายซึ่งอธิบายการเคลื่อนที่ของบราวน์ของโมเลกุล
ทฤษฎีโฟตอนกับความเกี่ยวพันระหว่างคลื่น-อนุภาค ซึ่งพัฒนาจากคุณสมบัติอุณหพลศาสตร์ของแสง
ทฤษฎีควอนตัมเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของอะตอมในของแข็ง
พลังงานที่จุดศูนย์
อธิบายรูปแบบย่อยของสมการของชเรอดิงเงอร์
EPR paradox
ริเริ่มโครงการทฤษฎีแรงเอกภาพ
ไอน์สไตน์ได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 ชิ้น และงานอื่นที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์อีกกว่า 150 ชิ้น ปี พ.ศ. 2542 นิตยสารไทมส์ ยกย่องให้เขาเป็น “บุรุษแห่งศตวรรษ” ผู้เขียนชีวประวัติของเขาเอ่ยถึงเขาว่า “สำหรับความหมายในทางวิทยาศาสตร์ และต่อมาเป็นความหมายต่อสาธารณะ ไอน์สไตน์ มีความหมายเดียวกันกับ อัจฉริยะ

สารคดี Albert Einstein ไอน์สไตน์

วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป*

สารคดี Albert Einstein ไอน์สไตน์ มีทั้งหมด 8 คลิปวีดีโอ
1.[สารคดี 109] Albert Einstein อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
2.สารคดี ไอน์สไตน์คิดทฤษฎี
3.สารคดี Albert Einstein ไอน์สไตน์
4.ไอน์สไตน์กับทฤษฎีสัมพัทธภาพฉบับเข้าใจง่าย
5.อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อัจฉริยะพลิกโลก HD
6.12 ความจริงสุดทึ่ง ของบุรุษอัจฉริยะที่ชื่อ albert einstein
7.10 ความจริงที่ไม่น่าเชื่อของ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!!
8.25 ข้อคิดจาก”อัลเบิร์ต ไอน์สไตล์”

วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป*

ความคิดเห็นคุณภาพ เกี่ยวกับ สารคดี Albert Einstein ไอน์สไตน์
ถ้าได้เข้าใจทฤษฎีสัมพัทธภาพ จะรู้ว่าเขาล้ำลึกแค่ไหน

มนุษร์ไม่ควรมีคนร่วมสายเลือด”ซะเมื่อไหร่”1เมื่อก่อนผมคิดว่าคนเราควรมีเลือดมีกล้ามเนื้อเป็นของตัวเองอาจจะเกิดจากวัตถุสะอาดๆก็ได้ไม่ควรเกิดจากท้องผู้อื่นได้สายเลือดจากผู้อื่น2ผมคิดได้ใหม่ว่าคนที่ไม่ได้เป็นสายเลือดกับเรากินข้าวร้านเดียวกับเราแล้วกลายเป็นเลือดเป็นกล้ามเนื้อก็เหมือนคนที่ร่วมสายเลือดกับเราต่างกันแค่สายเลือดเรามีชาติกำเนิดใกล้ชิดกับเรามากกว่าเท่านั้นเองครับ

สิ่งที่แม่นยำกว่าสมการ คือ อสมการ

ก็ต้องเรียนรุ้กันต่อไป ใช้เวลาไปพร้อมๆ กับ ความ คิด คิดคิด คิด แล้ว ก้อ คิดกันต่อไป ก้อยัง ไม่เข้า ใจ อะไร คือ สัมพันธภาพ !

การมีตัวตนของเราสัมพันธ์กับเวลาและอวกาส มันแสดงว่าเรามีตัวตนอยู่ที่หนึ่งในอวกาสในช่วงเวลาหนึ่งเท่าที่เรามีตัวตน

ไม่ไอสไตล์ สักวันหนึ่งก้อมี คนคิดได้เหมือนเดิม ไม่มีนิวตัน สักวันก้อต้องมีคนคิดได้เหมือนเดิม วิทยาศาตร์ คือการคิดค้นเปลี่ยนแปลงทุกวินาที..ตรูน่ะเกิดช้าไปหน่อย ไม่งั้น สูตรต่างๆ คงเปลี่ยนไปหมด ด = ช+ญ เอิ๊กๆ

การที่เดินทางเร็วเท่าแสง
เป็นไปได้ยากครับ เพราะเราเป็นอะดอมที่มีมวลแสงไม่มีมวล

บางคนยอมตายเพื่อหาความจริงในส่วนหนึ่งขอสมการ..บางคนยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อหาความรู้ความสงสัยทางวิทยาศาสตร์..และพระพุทธเจ้ายอมทุกอย่างเหมือนกันเพื่อหาความตอบของตัวเองสงสัย

ผมอ่าน ธรรมะ ศึกษา พระไตรปิฏก นับถือศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้า เป็น บรมครู ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเปรียบว่า สมัยนั้น ท่าน จบปริญญา เอก 13 สาขาเลย รู้แจ้งเห็นจริงในทุกๆสาขาวิชา โดยที่เห็นอย่าท่องแท้ เสียดาย ไอน์สไตน์ มาพบพุทธศาสนา ช้าไป ถ้ามาพบเร็วกว่านี้ โลกเราจะก้าวหน้า ไปอย่างสุดๆ เพราะ ว่าไอน์สไตน์ มีหัวที่สุดยอด อ่านเห็น วิเคราะห์รู้ทันที ที่พระพุทธเจ้าเคยกล่าวเอาใว้ เมื่อ 2500 ปีก่อน คนอย่างไอน์สไตน์ ต้องกลับมาเกิดอีกแน่นอน เพราะก่อนตายผมว่าที่เขาพูดภาษา ที่พยาบาล ฟังไม่ออกนั้นแระ คือ เกิดชาติฉันใดขอเกิดเป็นคน ศาสนาพุทธ เรารอท่านกลับมาเกิดนะครับไอน์ไสตน์ /\
-วิทยาศาสตร์ไม่ใช่ศาสนา
-ผมขอถามหน่อย สมัยนั้นโน้นไม่รู้จักไอสไตน์ ฉไหนจึงบอกว่าคนอย่างไอสไตน์กลับมาเกิดแน่นอน
-ไอน์สไตน์แค่ค้นพบ พระพุทธเจ้าเห็นทุกอย่าง สิ่งที่ไอน์สไตน์ค้นพบพระองค์ได้ตรัสไว้แล้วกว่า2500ปี
-ถ้าเห็นทุกอย่างป่านนี้คงบอกพิกัดของนรกว่าอยู่ละติจูดเท่าไร ลองติจูดเท่าไรสิครับ และนักวิทยาศาสตร์ไม่ต้องทำอะไรแล้วละครับ
-นี่คือยุคแห่งวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างอ้างอิงได้จากสมการและวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ยุคปรัชญา
-ถ้ามิติเป็นอีกมิติหนึ่งจริงๆ ตายแล้วไปนรก แสดงว่าเราสามารถเคลื่อนย้ายสสารผ่านมิติได้แล้วหรอครับ? การมีอยู่ของมิติคู่ขนานตามทฤษฏีแล้วมันไม่มีผลส่งถึงกันและกันกับมิติอื่นๆนี่ครับ
-ผมเชื่อในวิทยาศาสตร์ครับ
ผมเลือกที่จะไม่สนใจธรรมเอง
นรก สวรรค์ไม่เคยมีผลกับอะไรในชีวิตผมเลย
แล้วทุกวันนี้ผมก็มีความสุขดีครับ
อีกอย่างคือ ความฉลาดทางธรรมผมเห็นว่าเป็นแค่ความงมงายกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้
-เชื่ิอไม่เวลาในนรกไม่เหมือนกับเวลาบนโลกคือนรก100ปีเท่ากับ1วินาทีบนโลก ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรคับ
-ช่คับเวลาไม่เท่ากัน ^_^เวลาในนรกสรรค์ จะยาวนานมาก
-ผมจะไปถล่มนรกให้เละตุ่มเปะเลย ผมไม่สนใจว่าผู้คนในนั้นจะทำอะไรไว้ แต่ผมสงสารพวกเค้า ถ้าโลกใบนี้มันไม่สมบูรแบบ ผมจะสร้างมันขึ้นมาเอง เชิญสวดมนรับชะตากรรมเฮงซวยนี้ต่อไป ผมจะช่วยเอง
-ศาสนาเป็นมากกว่าวิทยาศาสตร์ ผมกล้าพูดได้เต็มปาก
คุณลองตั้งคำถามกับตัวเองดูหรือยัง แน่ใจว่าครบถ้วน
-ทำไมคุณเลือกเชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่าศาสนา ??
..คุณอาจจะตอบว่า เพราะพิสูจน์มาแล้วและเป็นจริงดั่งที่พิสูจน์
..ศาสนาก็เช่นกันได้รับการพิสูจน์แล้ว ยังไง ?? ทำดีได้ ทำชั่วได้ชั่ว เหมือนกับที่ไอสไตน์ กล่าวไว้ ว่าคนที่ทำอะไรเดิมๆ แต่หวังกับผลลัพธ์ใหม่มีแต่คนบ้า ทำชั่วแต่หวังผลดี มันจะได้หรือ
-ทำไมคุณเลือกที่จะเชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่าศาสนา ?? (ครั้งที่ 2)
..แล้วยังมีอีกมากมายที่วิทยาศาสตร์ยังตอบไม่ได้ แต่คุณก็ยังเชื่อ มันดูขัดแย้งนิดๆนะผมว่า
ในความเป็นจริงแล้ววิทยาศาสตร์อาจจะเป็นศาสนาหนึ่งก็ได้ (เพราะคุณเลือกที่จะเชื่อ)
— แต่ทำไมผมถึงบอกว่าศาสนาเป็นมากกว่าวิทยาศาสตร์ เพราะศาสนาสอนให้คนเป็นดีไงล่ะ วิทยาศาสตร์แต่ทำให้คุณ (จริงๆก็รวมผมด้วย) ยึดติดกับวัตถุ รูป รส กลิ่น เสียง
-ศาสนากับวิทย์ เอามาถกกันก็ไม่จบหรอก และก็ไม่ได้อะไร
สมมุตติว่า ศาสนาเป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วรู้ได้เฉพาะตนจริง แต่ก็ไม่สามารถอ้างอิงหลักฐานให้คนอื่นรู้ตามได้ ดังนั้นศาสนาจะล้ำไปขนาดไหนก็ไม่ส่งผลใดๆกับคนที่ยังไม่รู้อยู่ดี ซึ่งต่างจากวิทย์ที่สามารถทำให้คนทั่วไปรู้ตามได้
การเอาเรื่องนี้มาถกหรือมาข่มกันมันไม่ใช่เรื่อง ทะเลาะเปล่า และไร้จุดจบ
-ลองฟังเล่นที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เกี่ยวกับจักรวาล ถือว่าเป็นข้อมูล ฟังให้จบพิเคราะห์ดู
อนาคตนักวิทยาศาสตร์อาจจะเจออย่างที่ท่านตรัสไว้
เพราะตอนนี้เจอกันแค่บางส่วนที่ท่านตรัสไว้
วิทยาการเปลี่ยนแปลงได้ ตามหลักฐานการพิสูจน์ขึ้นมา
เช่นโลกกลม แต่สมัยก่อนบอกแบน มันเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยที่ การค้นพบ

อย่าพึ่งรองรับว่าสิ่งนี้จริงสิ่งอื่นเปล่า
รับข้อมูลดูไปเรื่อยๆไม่เสียหาย

ถ้าสนใจจักรวาลลองดู หลายแบบ
ทฤษฎีการเกิดจักวาล แต่ละยุคยังไม่เหมือนกันเลย เดวก็มีการค้นพบแบบใหม่ๆ เราก็ดูเป็นข้อมูล
ดูหลายๆแบบไม่เสียหาย
อนาคตเราอาจเดินทางได้เร็วกว่าแสงด้วยเทคโนโลยีก็ได้ครับ
(ซึ่งไอสไตน์บอกเร็วกว่าแสงไม่ได้)
-เพราะความเขลาเบาปัญญาจึงยึดติดกับวัตถุสิ่งของรูปรสกลิ่นเสียง
หาแต่ข้ออ้างหลักฐานว่าสิ่งนี้พิสูจได้
และยังไม่เคยเรียนรู้ให้เข้าใจท่องแท้ในพุทธศาสนา บุคคนเหล่านี้น่าเป็นห่วงน่าสงสารสำหรับคนที่รู้แจ้งเห็นจริงในการเกิดแก่เจ็บตายและสัมผัสทั้ง5
ที่เถียงกันอยู่นี้ก็แค่วัตถุคือรูป มีจิตมีใจเป็นต้นเหตุที่พาคิดพาเสพสิ่งเหล่านี้
ถ้าตอไม้มันไม่มีจิตมีใจมันไม่มารู้สึกอะไรกับสิ่งเหล่านี้
มีแต่มนุษย์ที่คอยจะเสพทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้แก่ใจตน
สุดท้ายก็ว่างทั้งหมด
ถึงจะรู้ว่าต้องตายแต่ก็ขอทำทุกอย่างให้ได้ดั่งใจตัวเองในตอนนี้
ถ้าตายแล้วสูญก้อคงไม่ต้องมีพุทธศาสนาก็ได้
แต่มันไม่สูญนี่สิจิงได้มีคำสอนเกิดขึ้น
ต้องได้รับสิ่งที่ทำไม่ว่าชั่วหรือดีวนไปมาไม่มีวันสิ้นสุด
จึงได้มีหลายคนที่ต้องทำตามคำสอนเพื่อหยุดสิ่งที่กำลังเป็นอยู่นี้
พระพุทธเจ้าหลายองค์ที่ตรัสรู้ไปแล้วตามด้วยพระอรหรหันต์ทั้งหลายที่ปฏิบัติตามต่างก็สำเร็จรู้แจ้งเห็นจริงทุกท่าน
และคนเราก็เหมือนกันทำตามคำสอนก็ได้เห็นกันทุกคน
ท่านทำไว้ก่อนแล้วสำเร็จแล้วรู้กลไกลของจักรวาลการวียนว่ายตายเกิดในจักรวาลความสุขความทุกข์ที่เราๆกำลังเสพอย่างเมามัน ไม่มีสิ่งไหนเป็นอำมตะดาวทุกดวงก็ต้องแตกดับจักรวาลก้อมีจุดจบ
และเกิดใหม่เรื่อยๆ
คนที่ทำตามสุดท้ายก้อได้รุ้ได้เห็นความจริงกันทุกคนแบบที่ท่านทุกพระองค์เห็นคนเหมือนกันปฏิบัติตามก็ได้รู้ได้เห็นและต้องเข้าใจตรัสรู้ได้เหมือนกันพระพุทธเจ้าก็คนพระก็คนเราก็คนทำได้เหมือนกัน
ไม่ตั้งใจฟังเรียนรู้จริงๆจังๆไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเรากำลังหลงอยู่นี้หรอกรู้ได้เฉพาะตนคนที่ปฏิบัติ
ไม่ง่ายเหมือนเรียนทางโลกจบปริญญาหรือดอกเตอร์
จะตัดเวรกรรมหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดมันไม่ง่ายแน่นอน
ตายแล้วเกิดมาเถียงกันมาเรียนรู้โลกแล้วตายแล้วเกิดมาทำสิ่งเดิมๆชํ้าๆกูฆ่ามึงมึงฆ่ากู
กูเย็ดเธอเธอก็กลับมาเย็ดกู ใช้กรรมวนไปมาไม่รู้กี่มหากัป
หนึ่งมหากัปร์ น่าจะคือโลกหนึ่งใบ ไม่รู้กี่แสนใบแล้วที่ยังไม่หยุดมาเกิดสักที
-วิทยาศาสตร์ชอบมาตั้งแต่เด็ก
ความเร็วแสงเท่ากับ0ไม่มีความหมายถ้าแสงจะพยายามไปให้ถึงจุดสิ้นสุดจักรวาลเพราะจักรวาลไม่มีที่สิ้นสุดแสงมีค่าเท่ากับมันอยู่ที่เดิมชั่วนิรันด์
ดวงดาวในจักวาลและทุกสิ่งดับสลายเมื่อถึงเวลาและก่อตัวเกิดขึ้นใหม่ช้ำไปมาเรื่อยๆไม่สูญไปไหนเหมือนดั่งน้ำบนโลกทุกหยดที่เราดื่มใช้มีอายุมากตั้งแต่มันมีมาบนโลกไม่หายไปไหนรีไซเคิลกลับไปมา
ดังนั้นเวลาก็ไม่มีความหมายเลยเอามาสมมุติว่าวัตถุนั้นนี้มีมานานเท่าไรอายุเท่าไร
-นอกโลกมี จักวาร แล้ว นอกจักวารมี อะไร. มีคนบอกว่าจักวารเกิดมา จาก อตอม เล็กและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่ขยายตัวได้มันต้องมีอะไรมารองรับใช้ป่ะครับ. ใครพอรู้บางนอกจักวารมีอ่ะไร

เราไม่สามารถเดินทางย้อนเวลา เพราะกาลเวลาและอวกาศเป็นแต่ละด้านของเหรียญ ที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ การที่จะให้กาลเวลาเดินทางย้อนอวกาศ(จักรวาล)จึงเป็นไปไม่ได้

ทฎษฎีของผมมีดั่งนี้ครับทฎษฎีตัวตนพื้นฐานภาค3ประเด็นที่1มนุษย์อาจไม่มีตัวตนก็ได้โดยใช้หลักคิดขแนงใหม่ของผมบวกกับวิชาการแขนงอื่นๆบนโลกนี้คือว่ายกตัวอย่างรถที่มีขีดจำกัดวิ่งเร็วได้200กิโลเมตรต่อชั่วโมงถ้าวิ่งเร็วกว่านั้นรถจะระเบิดซึ่งในหลักคิดใหม่ของผมสมองใช้พลังความคิดเกินขีดจำกัดตลอดเวลา(เหมือนกับรถที่สมมุติให้ดู)แต่คลื่นพลังงานในสมองจะประกอบขึ้นใหม่ในเสึ้ยววินาทีตัวตนมนุษจึงตายและฟื้นขึ้นใหม่ในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีและมนุษย์ก็ไม่รู้ตัวด้วยผมมีความหวังใหม่ดังนี้21ที่มนุษย์ส่งความคิดถึงกันได้ในเสี้ยววิเพราะอาศัยพลังงานภายนอกที่สะสมตั้งแต่บรรพกาลจึงมีความเร็วมากเหมือนธนูยิ่งง้างนานเท่าไหร่ยิงออกไปก็เร็วและแรงเท่านั้น2″เส้นมิติ”มนุษย์อาจมองวัตถุและแสงได้1วินาทีต่อกิโลเมตรแต่เส้นมิติของวุตถุทำให้ดูเหมือน1วินาทีต่อ2กิโลเมตร3″ขีดจำกัดของสสาร”ที่เมื่อก่อนผมคิดว่าการรับรู้ของคนเรามีขีดจำกัดมากแต่จริงๆเเล้วมันสามรถรับรู้ได้เร็วมากๆแต่คนเราประกอบด้วยสสารซะส่วนใหญ่จึงไม่ได้ตระหนักรู้ถึงความเร็วในแง่พลังงานขอขคุณครับ

ขอให้ความรุ้เพิ่มเติมนะครับ
Special Relativity คือสัมพัทธภาพพิเศษ จะง่ายกว่า General Relativity คือ สัมพัทธภาพทั่วไป (ที่มีแรงโน้มถ่วงมาเกี่ยวข้อง)
เมื่อพูดถึงสภาวะที่มีแรงโน้มถ่วง การคำนวณการยืดหดของเวลาจะยากขึ้นกว่าเดิมมาก

ไม่แน่ใจว่าเราเข้าใจถูกไหมนะคะ ถ้าผิดแก้ให้หน่อยค่ะอยากเข้าใจให้ถูกจริงๆ

ตอนนี้ในหัวของเราคือให้จักรวาลเป็นผ้ายางขึงตึงไม่มากเท่าไหร่ผืนนึง ที่มีดวงดาวมาวางอยู่บนผืนผ้ายางตามตำแหน่งวงออร์บิทของมัน เกิดการบิดเบี้ยวหรือการหย่อนตัวลงของผืนผ้ายางเนื่องจากมวลและความเร็ว (มวลมากผ้ายางยุบลงไปมาก ความเร็วมากผ้ายางยุบตัวลงไปน้อย) ซึ่งดาวแต่ละดวงมีมวลและความเร็วที่ต่างกัน ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่เราจะอธิบายความแตกต่างของมวลและความเร็วเฉพาะตัวของดาวแต่ละดวงด้วยเวลา พูดง่ายๆคือเราเปรียบเทียบมวลกับความเร็วของมันด้วยเวลา คำว่าช้าและเร็วในที่นี้เปรียบเสมือนเราไปอยู่ ณ ดาวนั้น เช่นอยู่บนโลก โลกมีมวลอยู่ค่าหนึ่ง (ซึ่งจากสูตรแรงดึงดูดระหว่างมวลคือ F=GmM/r^2) ถ้าเราปล่อยลูกบอลหน้าผา2กิโลเมตร สมมติให้ใช้เวลา 10 นาที แต่ถ้าอยู่บนดวงจันทร์ที่มีแรงดึงดูดน้อยกว่าโลก เราอาจจะใช้เวลาในการปล่อยบอลที่ระยะทางเท่าเดิมแต่อาจใช้เวลา 30 นาที แต่ถ้าเทียบความเร็วจากการดูนาฬิกาของทั้ง2คนที่อยู่บนโลกกับดวงจันทร์ คนบนโลกเข็มนาฬิกาจะเดินช้ากว่าเพราะใช้เวลาน้อยกว่า คนบนดวงจันทร์เข็มนาฬิกาจะเดินเร็วกว่าเพราะใช้เวลามากกว่า (ลองคิดว่าการเดินของเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดเป็นเรเดียนส์ ใช้เวลาเท่ากันแต่บนดวงจันทร์ต้องกวาดเรเดียนส์ไปเยอะกว่า) ทั้งนี้เนื่องจากสูตรแรงดึงดูดระหว่างมวลข้างต้น เทียบระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ให้มวลบอล = m , G = แรงดึงดูดของทั้ง2ดาว , M = มวลของโลกกับดวงจันทร์ , r = 2 km จะเห็นได้ว่า F ของโลกจะมากกว่าเนื่องจากตัวแปร G และ M อย่างเห็นได้ชัด เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาบนโลกจึงช้ากว่าบนดวงจันทร์นั่นเอง

และทฤษฎีหลุมดำ ให้หลุมดำเป็นสิ่งสมมติที่มีมวลมหาศาล จึงทำให้ผ้ายางหย่อนลงมามาก มากจนกลายเป็นหลุมท่อทรงกระบอกยาวลงไปไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อวัตถุอะไรก็ตามแต่มาโคจรใกล้หลุมดำ ผลจากการหย่อนตัวของผ้ายางจึงทำให้เป็นทางลาดเอียงและวัตถุนั้นจึงถูกกลืนเข้าไปในหลุมดำในที่สุด และอนุภาคของแสงที่แผ่กระจายเป็น radiation อยู่ทุกซอกมุมของผืนผ้ายาง(จักรวาล) ก็ไหลลงสู่หลุมดำ แต่เนื่องจากหลุมดำลึกมาก แสงจึงไม่สามารถสะท้อนออกมาให้เราเห็นอะไรได้ เป็นที่มาของคำว่าหลุม”ดำ” และความที่มีมวลมหาศาลนี้จึงทำให้เกิดแรงดึงดูดมหาศาลตามมา ทำให้เราสามารถเดินทางในบริเวณหลุมดำได้เร็วสุดยอด เวลาที่ใช้จึงน้อย (Interstella: ทีมพระเอกจึงใช้เวลาแค่นิดเดียวในการท่องอวกาศในระยะทางหลายปีแสง แต่เมิร์ฟต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในการเดินทางหลายปีแสงแบบนั้น)

ส่วนทฤษฎีที่ว่าด้วยการที่ไอจ้อนของสมชายหดเล็กลง เป็นทฤษฎีกำเนิดของทฤษฎีรูหนอน หากพับผ้ายางให้ทางเข้าบรรจบทางออก ไม่แปลกที่ภาพที่เห็นตรงรอยพับผ้ายางจะเกิดการ “บิดเบี้ยว”

หากไม่มีวัตถุใดมีความเร็วเท่าแสง. ผมมีคำถามให้ผู้รู้ช่วยตอบ วัตถุ สองชิ้น วิ่งเข้าหากันด้วยอัตราเร็วครึ่งนึงของแสง. ผู้ที่อยุ่ในวัตถุเอ จะมองเห็น วัตถุ บี มีความเร็วเท่าแสงไหม
-วัตถุเอ ออกจากโลก มุ่งสู่ดวงอาทิตย์ ด้วยความเร็ว ครึ่งนึงของแสง วัตถุบี ออกจากดวงอาทิตย์มาโลก ด้วยความเร็ว ครึงนึงของแสง ผู้อยุ่บนวัตถุเอจะเห็นว่าตัวเองหยุดนิ่ง และวัตถุ บี มุ่งมาด้วยความเร็วแสงไหม
-ในกรณีนั้น A จะเห็นว่าเวลาของ B มีการไหลช้าลง ระยะทางหดสั้นลง ทำให้ความเร็วที่ดูเหมือนจะเป็นความเร็วแสงถูกลดทอนลงไปครับ
เช่น จากเดิมต้องวิ่งไกล 100 เมตร ผลจากการหดสั้นของระยะทำให้เหลือแค่ 50 เมตร เวลาที่ใช้ก็เพิ่มขึ้นจากความสโลโมชัน
ความเร็ว = ระยะทาง/เวลา ดังนั้นถ้าระยะทางน้อยลง แต่เวลาเพิ่มขึ้น ความเร็วก็ลดลงครับ
เช่นเดิม 100 เมตรใน 1 วิ V = 100 m/s พอระยะเหลือ 50 เมตรและใช้เวลา 2 วิ, V=50/2=25 m/s
เพราะวัดความเร็วเราวัดจากระยะทางหารเวลาครับ ดังนั้นให้ดูที่ระยะทางกับเวลาเป็นหลัก ตัวความเร็วของวัตถุนั้นที่จริงๆแล้วมันไม่มี
-แสดงว่าพระอรหันที่สำเร็จญาณ สามารถย่นระยะทางได้นี่ท่านคงสำเร็จวิชาสัมพัทภาพแล้วสิ
-สำเร็จญาณคืออะไรครับ มันพิสูจน์ไม่ได้

/ทฤษฎีสัมพัทธภาพ// เป็นรากฐานความสำคัญของฟิสิกส์ยุคใหม่ เรื่องราวส่วนใหญ่ของทฤษฎีนี้เกี่ยวกับการวัดกาล-อวกาศโดยทฤษฎีนี้ได้แยกออกเป็นสองตอน คือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ และ ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป

ไม่เข้าใจเลย โดยเฉพาะตรงที่เวลา ที่บอกว่าเราเดินทางรอบอวกาศ แล้วกลับมาโลก เราจะไปไม่กี่นาที่ แต่ที่โลกจะเป็นหลายปี
เวลามันเป็นสิ่งเดียวที่บิดเบื่อนไม่ได้ ก็คิดว่าถ้าเราเดินทางด้วยเครื่องบินไปกับ กทม เชียงใหม่ จะใช้เวลาน้อยมากเพราะความเร็ว แล้วที่สำคัญเส้นทางบนฟ้าไกลกว่าบนพื้นดินเสียอีก โดยเที่ยบเป็นเส้นตรง แบบว่าเส้นรอบวงกลมนอกจะยาวกว่าเส้นรอบวงกลมใน
แต่เวลาที่อยู่ที่กทมไม่เห็นจะนานกว่าเลยก็เท่าเดิมเพรียงแค่เราไปกลับมาเร็ว ต่างกับที่ขับรถ เพราะความเร็วน้อยกว่าจึงเดินทางได้ช้ากว่า
แต่ถ้าจุดหมายและความเร็วเท่ากัน ขับรถจะถึงก่อนเพราะระยะทางไกล้กว่า
รบกวนช่วยทำให้กระจ่างด้วยขอบคุณครับ

(ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป) จะเกี่ยวข้องกับระบบที่มีความเร็วไม่คงที่เมื่อเทียบกับระบบที่มีความเร่ง เพื่ออธิบายปรากฎการณ์ต่างๆ ในเอกภพโดยใช้พื้นฐานความคิดที่แตกต่างจากฟิสิกส์ดั้งเดิมแบบนิวตัน ส่วนใหญ่ทฤษฎีนี้จะเกี่ยวข้องกับแรงดึงดูดระหว่างมวลและมีการพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมได้

บรรยายช้า ๆ ศีพย์ก็ดีแล้วครับ ไม่พุ่มเพือย เพราะมันยากมาก ศาสนาทุกศาสนาต่างก็อ้างเอาผลงานที่ค้นพบของ ไอสไตน์ ไปหากิน เห้อ เศร้า ที่จริงแล้ว นักวิทยาศาสตร์ถูกกำจัดด้วยศาสนาทั้งสิ้น ด้วยคำว่า พวกนอกรีต วันนี้จึงมีคนนับถือศาสนาน้อยลงเรื่อย ๆ และอีกไม่กี่สิบปี ศาสนาจะหมดไป

สงสัยค่ะ เรื่อง Aging กับเรื่องแรงโน้มถ่วง คือ ถ้าสมมุติว่าเราหายใจเท่ากัน อัตราการทำงานของเซลล์เท่ากัน เช่นการสร้างATP การขนส่งเลือดเท่าเดิมไม่ว่าจะเป็นดาวดวงไหน ทำไมเราแก่ไม่พร้อมกัน คือเราหายใจเร็วขึ้น หรือช้าลงไม่ได้ ถ้าเป็นดวงดาวที่มีแรงโน้มถ่วงไม่เหมือนกัน แต่ร่างกายดำเนินไปทุกอย่างเหมือนกันจะไม่ตายพร้อมกันหรอคะ ถึงแม้ว่าดาวa อาจจะเป็นที่ที่แรงโน้มถ่วงน้อยกว่า ดาวb กรณีอยู่ยานที่ความเร็วแสงนี่พอเข้าใจละ พอดีดูเรื่อง interstellar มาที่คนรอ บนยานแก่ก่อนไปมากอ่าค่ะ ก็เลยสงสัยกับทฤษฎีเซลล์คือเหมือนมนุษย์มีนาฬิกาชีวิตถ้าเราทีทุกอย่างเหมือนกันร่างกายทำงานเท่ากันก็น่าจะแก่ตายพร้อมกัน ปล.อย่าว่าเรานะ เราไม่ค่อยได้เรียนฟิสิกเรียนวิทย์สุขภาพค่ะ มีแต่ชีวะ เคมี

เผอิญผมงงเรื่องเวลาอะครับ รบกวนตอบทีนะครับ ขอบคุณครับบ
สมมตินายA คือคนที่มีความเร็ว
นาย B คือคนปกติ
เนื่องจากนายA มีความเร็วทำให้Aมีเวลามากกว่านายนายบี เพราะฉะนั้นถ้านายAผ่านไป10นาที เวลาของนายBก็น่าจะผ่านไปประมาณเสี้ยวนาทีไม่ใช่หรอครับ เหมือนในหนังเรื่องเดอะแฟลชอะครับ

อันนี้คือที่ ไอน์สไตน์คิด E=mc^2 ใช้ได้ครอบคลุมเลยใช่ไหมครับ คำนวนการเครื่อนที่ของดวงดาว คำนวนนิวเครียร์ และอื่นๆ หรือมีสูตรอื่นๆสำหรับ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ครับ

(ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ) จะเกี่ยวข้องกับระบบที่มีความเร็วคงที่คือเป็นระบบที่ไม่มีความเร่ง การอธิบายทฤษฎีนี้อย่างง่ายที่สุดก็เปรียบเทียบให้เห็นว่าเมื่อเรารู้สึกว่าทุกสิ่งกำลังหยุดนิ่งหรือมีความเร็วที่เท่ากันเราไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งใดกำลังเคลื่อนที่ เช่น โลกหมุนรอบตัวเองและรอบดวงอาทิตย์ เรายังรู้สึกว่าทุกสิ่งกำลังอยู่กับที่ แต่ที่จริงสิ่งที่เรานึกว่าหยุดอยู่กับที่กลับเคลื่อนที่

ผมจะอธิบายง่ายๆ นะครับ ไม่ซับซ้อน จากการศึกษาพบว่า “เมื่อตัวคุณใช้ความเร็วเท่ากับแสง การบิดเบือนจะเกิดขึ้น คือ เวลาจะหมุนช้าลง พื้นที่จะหดตัว และตัวคุณจะตัวหนักขึ้น ยิ่งไปเร็วตัวก็จะหนักขึ้น พลังงานจากการเคลื่อนไหวทำให้ตัวคุณหนักขึ้น ( M ) ค่ามวลมาจากความเร็วนั่นเอง หรือยกตัวอย่าง เช่น ไฟฉายที่ปล่อยลำแสงออกมา กระบอกไฟฉายจะมีน้ำหนักน้อยลง เมื่อฉายแสงออกมา ดังนั้น E ของแสง จึงมาจาก M ของกระบอกไปฉายและสัดส่วนเท่ากับ C ยกกำลัง 2

ข้อมูลอาจยังไม่ถูกทั้งหมดนะครับลองไปหาประวัติดู ผมปลื้มเค้าเป็นท่านพ่อเลย ท่่านเป็นคนมหัศจรรย์ กว่าที่คนทั่วไปรู้จักนะ ผมว่านะมีอะไรย้อนแย้งในตัวท่านอยู่บ้าง แต่ผมพอจะเข้าใจหลังจากที่มีชีวิตติดตามเรื่องราวของท่านผมบอกเลยว่าเค้าคือสุดยอดมนุษย์ทั้งๆที่มีบางข้อมูลบอกว่ามีโอกาศ ที่เค้าจะเป็นออทิศติก 80% นั่นยิ่งทำให้ผม ชื่นชมเค้าเข้าไปอีกเพราะมีแต่คนที่ถูกกล่าหาว่ามีปัญหาด้านสติปัญญาเท่านั้นเท่านั้นหละที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ เพราะคนปรกติมักจะอยู่กับอะไรเดิมๆ อยู่กับคำว่าเป็นไปไม่ได้ แต่คนเหล่านี้ คำเหล่านั้น เค้าทำเรื่องเป็นไปไม่ได้ให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นแบบในปัจจุบันนี้ อย่างน้อยโทรศัพท์ที่อยู่ในมือคุณนี่ไงเมื่อ 100 ปีผมบอกใครว่าผมจะทำให้คนสื่อสารกันรอบโลกได้โดยที่คุณนั่งอยู่บ้านได้ผมคงต้อง โดนมองว่าไอ้นี่มันบ้าจิตไม่ปรกติแน่ๆ

ไอน์ไสตน์ครับตอนแรกผมคิดว่าแคลคูลัสของท่านคือสิ่งที่ทำให้ผมอยากเอาหัวชนผนังให้ตายๆไปซะ แต่ผมคิดผิดสิ่งหนักกว่านั้นก็คือ คณิตไฟฟ้าของวิศวะ

ที่จริงแล้งอัลเบอร์ เป็นคนทำนิวเครีย์
ครับมีวีดิโอสัมภาพตอนที่เขาสามารถ
ทำนิวเครีย์ได้สำเร็จแต่พี่คงหาดูยากมาก

ประวัติศาสตรสอนเรามาตลอด เหมือนก่อนบอกว่าโทรศัทมันเป็นไปไม่ได้แต่พอมีโทรศัพคนก็เงียบ ต่อมาบอกว่าโทรศัพที่คุยกันและเห็นหน้ากันก็เป็นไปไม่ได้ แต่ทุกวันนี้เป็นไปแล้ว แล้วถ้ามีคนบอกว่าเราจะเดินทางได้เร็วกว่าแสงละเป็นไปได้มั้ย

ผมชอบประโยค คนที่ไม่เคยผิดพลาดเลย คือคนที่ไม่เคยลองทำอะไรใหม่ๆ

สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

สารคดี หลักการทำงาน ของ จิตใจ สติ สมอง ของมนุษย์
บทเกริ่นนำ ep10.คลับ ตั้งแต่กำเนิดจักรวาลของเราขึ้น สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นบนโลก และมนุษย์ได้ปกครองโลก ศูนย์กลางความสำเร็จของเราคือ หนึ่งในอำนาจที่มหาศาลที่สุด คือ สมองและจิตใจ ความเชื่อมโยงสิ่งต่างๆที่เป็นไปได้มากที่สุด อยู่ในสมองของมนุษย์ มันมากกว่าอนุภาคทั้งหมดที่เรารู้จักในจักรวาล อำนาจอันเหลือเชื่อ ของสมองและจิตใจ มีมากเกินกว่าที่วิทยาศาสตร์จะนิยามได้ ...
สารคดี มนุษย์ถ้ำสายพันธุ์สุดท้าย นีแอนเดอร์ทัล
ต้องขอบคุณโครงกระดูกที่นักโบราณคดีขุดค้นพบ และผลวิเคราะห์เราจึงรู้ว่า เรื่องราวของพวกเขาก็เหมือนกับเรา แต่ยังมีความลับซ่อนอยู่ล้อมรอบ นีแอนเดอร์ทาล คำถามแรก ก็คือ นีแอนเดอร์ทาล เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของเรามั้ย? เรื่องนี้ต้องรู้ให้ได้.... นีแอนเดอร์ทาล (ชื่อวิทยาศาสตร์: Homo neanderthalensis) คือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ชนิดหนึ่ง ปัจจุบันนี้ได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว โดยจัดอยู่ในสกุลเดียวกับมนุษย์ยุคปัจจุบัน คือ Homo และมีชีวิตอยู่ในทวีปยูเรเชียจนถึงเมื่อประมาณ 40,000 ...
Copy link
Powered by Social Snap