สารคดี ก่อร่างสร้างอาณาจักรมายา

ซากลึกลับของอารยธรรมที่สาบสูญ ซึ่งมีอาณาเขตไปทั่วทวีปเป็นเวลากว่า 1000 ปี พวกเขาคือ ชาวมายาโบราณ ผู้ปกครองของพวกเขาสร้างปีระมิดสูงตระหง่าน พวกเขาเก่งมากในเรื่องการตักตวงพลังงาน สร้างงานศิลปะ และ วิศวกรรมที่ซับซ้อนอย่างหน้าอัศจรรย์ และรักษาอารยธรรมมาได้กว่า 1,500 ปี แต่หลังจากความรุ่งเรือง และ อารยธรรมหลายชั่วอายุคน อารยธรรมโบราณนี้ก็ล่มสลายลง กลายเป็นเมืองร้าง หลายศตวรรษต่อมา ปริศนาเกี่ยวกับ ผู้คนที่สง่างามและกษัตริย์ที่เปรียบดั่งพระเจ้าซึ่งปกครองพวกเขา บอกเล่าเรื่องราวการพิชิตดินแดน ความเฉลียวฉลาดและความหายนะ

คริสตศักราช 869 ณ ที่ราบตํ่าของป่าดงดิบ กัวเตมาลา ชาวมายาเริ่มจะหมดหวัง อาหาร และ นํ้าสะอาดกำลังลดลง ประชาชนเริ่มอดอยาก การขาดสารอาหาร และ โรคร้าย ทำให้ประชากรลดจำนวนลง ชาวมายา ไม่ไว้ใจให้ผู้ปกครองให้เอาใจเทพเจ้าอีกต่อไป ความปั่นป่วนด้านการเมือง ทำให้อาณาจักรอยู่ในสภาพยํ่าแย่ เมืองใหญ่ทีละเมืองเริ่มถูกทิ้งร้าง อารยธรรมมายาโบราณกำลังล่มสลาย เมืองถูกทิ้งร้าง และ กษัตริย์หายตัวไป สิ่งที่เคยงดงามถึงจุดจบอย่างแท้จริง เกิดอะไรขึ้นกับคนที่ยิ่งใหญ่นี้? ซึ่งทุกวันนี้นักวิชาการ ก็ยังตอบไม่ได้ แต่คำตอบ อาจอยู่ในรูปแกะสลักที่ซับซ้อน ที่เรียกว่า รหัสมายา เป็นการเขียนที่สมบูรณ์และซับซ่้อน ปัจจุบันสัญลักษณ์นี้ สื่อถึงการรบที่โหดร้าย ผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ ความรุ่งเรือง และการล่มสลายของชนเผ่านี้ เป็นเวลาหลายปี นักโบราณคดีเชื่อว่า ชาวมายาโบราณ แยกตัวอย่างสันติ เป็นเมืองอิสระแรว 40 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีราชวงศ์ หรือ กษัตริย์ของตนเอง จากที่เราบอกได้ ดูเหมือนว่าจะมีการค้าการสื่อสารอยู่ แต่ดูเหมือนว่า จะไม่มีการรุกราน ที่มีแรงจูงใจจากการกระหายดินแดน ระหว่างอำนาจ นอกพื้นที่กษัตริย์ของตนเอง แต่ครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เรื่องราวเหล่านี้เริ่มไม่แน่นอน เมื่อพบรูปแกะสลักที่ซับซ้อน เหล่านี้ แนวคิดที่ดูเหมือนว่าเป็นคนอ่อนโยน และ รักสงบ เริ่มแทนที่ด้วยความจริงซับซ้อนกว่า ซึ่งบอกถึง เมืองต่างๆ ปะทะ กัน อย่างนองเลือด ซึ่งเป็นหลักฐานว่า สิ่งที่ป่าเถื่อน และ การสังเวยมนุษย์เป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิต ในสังคมมายาโบราณ แต่วิวัฒนาการอารยธรรมของมายา เป็นรูปแบบเมืองที่ซับซ้อน ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ชาวมายาเริ่มจะปรากฎให้เห็นในช่วง 2000 ปี ก่อนคริสตกาล เมื่อย่างเข้าปี 500 ก่อนคริสตกาล ประชากรเริ่มเพิ่มขึ้น และกลุ่มคนเล็กๆ เริ่มที่จะย้ายเข้าสู่จุดอาศัยใหญ่ๆของมายา ซึ่งตั้งอยู่ทั่วอเมริกากลาง อาณาจักรที่จัดการอย่างสมบูรณ์เริ่มปกครองดินแดนเมื่อ ถึงคริสต์ศักราช 250 ด้วยผู้ปกครองที่ทรงอำนาจ พวกเขามีผู้ปกครองที่แข่งขันกันเอง และการแข่งขันนั้น อาจนำไปสู่สงคราม สำหรับชาวมายามันเป็นสงครามที่นำโดยกษัตริย์ในนามของเทพเจ้า กษัตริย์มายาก็เป็นคนอย่างพวกเรา แต่สำหรับชาวมายา พวกเขาต้องมีลักษณะของพวกเหนือธรรมชาติ การอุทิศตนส่งผลให้ถึงชีวิต พวกเขาเป็นหนี้เลือดของเทพเจ้า ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคารพเลือดเนื้อมนุษย์ ตรงข้าม เลือดและชีวิตมนุษย์เป็นสิ่งมีค่าที่สุดเป็นสิ่งศักดิสิทธิ์ที่นำไปถวายเทพเจ้าได้ เพื่อจะชดใช้หนี้เลือดที่สร้างไว้ตอนที่เกิดมา การกรีดเลือดและสังเวยมนุษย์ครอบงำความคิดในด้านยุทธศาสตร์ของกษัตริย์ พวกเขาเลือกพันธมิตรและโจมตีเพื่อนบ้าน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเอาใจเทพเจ้าของตนและรักษาความเป็นเอกราชไว้ พอถึงศตวรรษที่ 3 อารยธรรมมายากำลังรุ่งเรือง ยังไม่มีเมืองใดสามารถครองเมืองอื่นๆได้ แต่มีแหล่งอำนาจหนึ่งกำลังโดนเด่นขึ้นมา ชื่อของมันก็คือ ทิควา เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองที่แข็งแกร่งขึ้นมาในยุคก่อนพระเยซู และ รุ่งเรืองต่อมาเรื่อยๆ นับว่าเป็นเมืองที่ไม่เคยสดุดเลย แต่ในศตวรรษที่ 6 เมืองคู่แข่งที่ชื่อว่า กาลักมุล (Calakmul) ทำท่าจะทำลายความสำเร็จของ ทิควา ชาวมายามีเมืองหลวงของราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ 2 แห่ง กาลักมุล และ ทิควา แต่ 2 เมืองไม่ถูกกันเลย เมืองกาลักมุล นั้น เหมือนจะลงมือในด้านนี้ ซึ่งพวกเขาสร้างพันธมิตรไว้รอบๆ ทิควา เป็นการปิดล้อมศัตรูเอาไว้เลย จะต้องเป็นหน้าที่ของผู้นำ ที่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างศูนย์อำนาจทหารขึ้น เพื่อจัดการกับ กาลักมุล พระองค์มีชื่อว่า Yikin chan kawiil พระองค์สร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์ที่สุดของมายา ปีระมิด ที่ยืนหยัดท้ากาลเวลา วิหารจากัวร์ยักษ์ อนุสาวรีย์ที่มีค่ามากที่สุดคือแห่งที่ใช้ความพยายามอย่างมาก ดังนั้น ปีระมิดวิหารใหญ่ เป็นบ่งบอกถึงอำนาจความแข็งแกร่งบารมี เป็นวิธีหนึ่งในการดึงดูดคนมาเมือง เพราะมันบ่งบอกว่า ผู้ปกครองมีอำนาจมากแค่ไหน การก่อสร้างในสิ่งแวดล้อมแบบกึ่งเขตร้อนด้วยวัสดุพื้นๆ เป็นความท้าทายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อจุดมุ่งหมายที่จะสร้างให้สูงขึ้นไป ด้วยการใช้เทคโนโลยียุคหิน เทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่เราใช้กับการก่อสร้างด้วยหินใหญ่ ชาวมายา ยังไม่รู้จัก พวกเขาไม่มีสัตว์ช่วยแบกขน เขาไม่มีเครื่องมือโลหะ สื่งที่เขามีก็เพียง หินปูนที่แปรรูปได้จำนวนไม่จำกัด และ กำลังคนมากมาย แรงงานของคน คือ สิ่งหนึ่งที่พวกเขาจะต้องให้กับกษัตริย์ทุกปี หินปูนจำนวนมากถูกสกัดออกมา และถูกดัน ลาก หรือ แบก ด้วยแรงคน จนถึงจุดก่อสร้าง ปีระมิดถูกสร้างสูงขึ้นไปทีละระดับ นั่งร้านไม้รับนํ้าหนักรับนํ้าหนักคนงาน และ โครงสร้างไว้ในขณะที่มันใหญ่โตขึ้น ช่างหินที่ชำนาญขึ้นรูปหินด้วย เครื่องมือหิน และ ค้อนไม้ แม้ด้านจะเต็มไปด้วยกองหิน ที่ยังไม่ได้ปรับขนาด ด้านนอกก็ถูกตกแต่งอย่างไม่น่าเชื่อ ลงด้วยปูนแข็งแรง ที่เรียกว่า ปูนฉาบมายา และถูกทาสีแดง แม้พวกเขาจะรู้จักล้อ และ รู้จักโลหะ พวกเขาก็จะเลือกที่จะไม่ใช่ทั้งสองอย่างนี้ เพราะว่า ในความคิดพวกเขา บางสิ่งจะมีค่ามากขึ้น หากต้องใช้แรงงานมนุษย์มากๆ ที่ความสูงเกือบ 150 ฟุต วิหารจากัวร์ยักษ์ผุดขึ้นมา หันหน้าไปทางตะวันตก เข้าหาดวงอาทิตย์ที่ตก ตึกระฟ้าโบราณนี้ จะเรียกความสนใจที่ย่างเข้ามาใน ทิควา ในฐานะสัญลักษณ์อำนาจ และ การไถ่บาป แต่ งานวิศวกรรมของ Yikin chan kawiil เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ในปี 736 kawiil ได้ปราบ กาลักมุล (Calakmul) ศัตรูคู่อริได้อย่างราบคาบ และในปี 743 และุ 744 พระองค์โจมตีพันธมิตรที่สำคัญของ กาลักมุล (Calakmul) ที่ล้อมรอบ ทิควา ไว้เอวเปรู ทางตะวันตก และ naranjo นารันโจ ทางตะวันออก ในที่สุดบ่วงรัดที่ทำให้ ทิควา อึดอัดก็ขาดไป เพื่อฉลองชัย พระองค์ทรงสร้างปีระมิดใหม่ๆขึ้นมากมาย พระองค์อาจเริ่มการก่อสร้างที่สูงที่สุดกว่า ทิควา  ด้วย วิหารหมายเลข 4 สร้างจากหิน 250,000 ลูกบาศ์กหลา ปีระมิดขนาดมหึมานี้ สูงขึ้นไปกว่า 210 ฟุต หรือ เท่าตึก 22 ชั้น มันสูงตามแนวยอดไม้ที่หนาทึบขึ้นมา และมองเห็นเมืองได้ 180 องศา ไกลออกไป เมืองมายาอื่นๆก็กำลังสร้างให้สูงขึ้นไป อย่างทะเยอทะยาน เช่นกัน แต่ในช่วงนี้เมื่อกษัตริย์ Yikin chan kawiil ยังครองราชอยู่ ทิควา จึงเป็นศูนย์อำนาจที่ไม่ถูกท้าทายของอารยธรรมมายา แต่ ทิควา ไม่ใช่เมืองเดียว ไกลสุดสายตาออกไป ราว 250 ไมล์ ทางตะวันตก อีกราชวงค์หนึ่งกำลังก่อสร้างเมืองบริวาร ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา ที่นั้น ในศตวรรษที่ 7 กษัตริย์ที่มีวิสัยทัศน์จะก้าวขึ้นมา พระองค์จะเปลี่ยนเมืองที่ชุ่มนํ้า ที่สุดในโลกแห่งนี้ ไปเป็นศูนย์กลาง สถาปัตยกรรมของโลกแห่งใหม่ คริสตศักราช 611 ที่ชานเมืองของนครมายา ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเม็กซิโก เมืองที่มีชื่อว่า ปาเล็งเค้ Palenque กำลังตึงเครียด เพราะ ต่อต้านศูนย์อำนาจในเขตนั้นอย่าง กาลักมุล (Calakmul) กองกำลังของ ปาเล็งเค้ Palenque มีน้อยกว่ามากกษัตริย์ถูกสังหาร โดยไม่มีรัชทายาทสืบทอด เนื่องจากกษัตริย์มายาเปรียบเสมือนเป็นเทพ ผู้สูงส่งการสืบเชื้อสาย คือ กุญแจสำคัญในการอยู่รอด การสิ้นสุดราชวงศ์จึงมักตามมาด้วยหายนะ ในช่วงเวลาวิกฤตนี้โครงการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในปรัวัติศาสตร์มายา กำลังจะเริ่มขึ้นใน ปาเล็งเค้ Palenque และกษัตริย์ที่อยู่เบื้องหลัง จะยังไม่มีใครรู้จัก จนกระทั่ง กลางศตวรรษที่ 20 ปี 1949 คำถามเกี่ยวกับ ราชวงค์ลึกลับที่ ปาเล็งเค้ Palenque ได้รับคำตอบเมื่อนักโบราณคดี ขุดวิหารสูง 75 ฟุต แห่งนี้ ซึ่งปัจจุบัน เรียกว่า วิหารแห่งคำจารึก เมื่อเข้ามาถึงด้านใน และสังเกตุที่พื้น เห็นรูเป็นแถวปิดด้วยตัวกั้นหิน จึงคิดว่า หินพวกนี้ เจาะไว้สำหรับสอดเชือกเพื่อจะดึงแผ่นหินขึ้น เหมือนประตูสมัยใหม่ บันไดที่เต็มไปด้วยเศษฝุ่นและหิน เขาไม่เคยเห็นปีระมิดมายาแบบนี้มาก่อน คนของเขาจึงเริ่มขุดไปเรื่อยๆ เข้าไปสิ่งที่ไม่รู้… บันไดลื่นๆ จากความชื่น และ เวลา ความชื่นจากป่า ในที่สุด เขาก็ลงมาถึงที่ราบสูง และสังเกตุทางเดินทั้งหมดพากลับไป แล้วเขาก็เดินต่อจนพบประตูที่ซ้อนอยู่ เส้นทางลับ เป็นสัญญาณบอกว่า เป็นการคิดคำนวนอยากมากในการสร้างสิ่งนี้ ผ่านไปถึง 3 ปี เขาก็มาถึงด้านล่างของบันไดยาว 80 ฟุต ที่นั้นเขาเห็นทางเดินเล็กๆ และในทางเดินนั้น มีกล่องหิน และ ในกล่องนั้นก็มีโครงกระดูก อยู่ 6 โครง ร่างของผู้ที่ถูกสังเวย เพื่อปกป้องวิหารแห่งนี้ แต่เขาไม่รู้ว่า ผู้สังเวยนั้นคือใคร ในที่สุดเขาก็เห็น ประตูหินสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ คนของเขาและเขา จึงเปิดมัน และ จากนั้น ก็เข้าไป พบว่า เป็นห้องเก็นขนาดใหญ่ที่หนาแน่น ภายในมีหีบศพขนาดใหญ่ที่แกะสลักด้วยหินปูนชิ้นเดียว และข้างบนหีบศพมีฝาปิดที่งดงาม มีภาพกษัตริย์สลักเอาไว้อย่างชำนาน ตามขอบถูกทาทับด้วย ยาพิษ เมื่อสัมผัส เพื่อป้องกันไม่ให้พวกปล้นเข้ามา ตรงขอบนี้เป็นรูปโล่ คำว่า โล่ ซึ่งแปลว่า Pacal ปาสคาล ดังนั้น นักโบราณคดี ได้ค้นพบหลุมศพ กษัตริย์มายาที่สำคัญที่สุดคนหนึ่ง Pacal ปาสคาล มหาราช การขึ้นครองบัลลังค์ ของ Pacal ปาสคาล ในปี 615 อยู่ในช่วงที่สำคัญที่สุดของ ปาเล็งเค้ Palenque เมื่อไม่มีรัชทายาทโดยตรง เจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงหันไปหาคนนอก เชื่อพระวงค์ที่อาศัยอยู่นอกอาณาจักรที่ชื่อว่า เลดี้ ซัดด์กุค นางกลับไปยัง ปาเล็งเค้ Palenque พร้อมบุตรชายวัยหนุ่ม Pacal ปาสคาล อนาคตของ ปาเล็งเค้ Palenque ยังไม่แน่นอน ตอนที่หนุ่มน้อย ถูกสวมมงกุฎกษัตริย์โดยมารดา มีพระชนมายุเพียง 12 พรรษา นางเตรียมความพร้อมสำหรับบัลลังก์มากว่า 10 ปี ขณะที่พระองค์เติบโตขึ้น เมื่อกษัตริย์หนุ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่ Pacal ปาสคาล ก็ทำตนเป็นดุจดั่งเทพเจ้า เพื่อพระองค์ให้เป็นที่ยอมรับ โดยประกาศให้มารดาเป็นพระแม่คนแรกสุดที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสร้างมนุษย์และเทพเจ้าขึ้นมา พระองค์จึงถือว่าเป็นบุตรของเทพเจ้า ตำแหน่งสูงส่ง ที่ทำให้ความกักขาเรื่องความชอบธรรมนั้นหมดไป พระองค์เป็นผู้มีเสน่ห์ พระองค์ไม่มีฐานอำนาจ และต้องทำสิ่งนี้จากการมีเสน่ห์และมุ่งมั่นล้วนๆ ในฐานะผู้มาทีหลัง ที่ต้องพิสูตรตัวเอง พระองค์จะทำตัวโดดเด่นให้มากที่สุด ดังนั้น พระองค์จึงสร้างอาคารที่ฉูดฉาดที่สุด เท่าที่จะจิตนาการได้ พระองค์รูปแบบสถาปัตยกรรมใหม่ๆ สารพัด เพื่อเชื้อสายของพระองค์ดูจริงแท้ Pacal ปาสคาล เริ่มให้มีการก่อสร้างมากมาย เพื่อชีวิตใหม่ กับ อาณาจักรใหม่ ที่บอบชํ้า สิ่งแรกที่พระองค์ทำ คือ การบูรณะ และ ขยายพระราชวัง อาคารอันน่าประทับใจที่ตั้งอยู่ใจกลางพลาซ่าหลัก ด้วยขนาดเกือบ 70,000 ตารางฟุตพระราชวังจะกลายเป็นเขาวงกต แห่งห้องแสดงภาพ ห้องโถง บันได สนามหญ้า และ อุโมงค์และถูกออกแบบให้สะท้อนแนวคิดอันโอ๋อ่าของพระองค์ แรกสุด สถาปนิกของ Pacal ปาสคาล เช่นเดียวกับทั้วทัั้งโลกมายาใช้ สิ่งที่เรียกว่า คานรับโค้ง ในการหนุนโครงสร้างที่สูงตระหง่าน เป็นโครงสร้างที่ดูง่ายๆ มีแนวหินที่ความสูงลดลงเรื่อยๆ วางทับกัน แล้วเป็นทำให้เกิดรูปร่างตัว B กลับหลัง โดยมีแถวหินยอดที่ด้านบนนั้นเอง แต่คานหนุนแบบนี้ยังมีข้อบกพร่องอยู่ การก่อสร้างแบบพื้นฐานนี้ ทำให้พื้นที่ภายใน และ แสงมีจำกัด บังคับให้สถาปนิกตั้งกำแพงกว้างกว่าพื้นที่ที่มันล้อมรอบ เมื่อถูกพลักดันโดยกษัตริย์ที่มุ่งมั่น วิศวกรของ Pacal ปาสคาล จึงมองหาคำตอบของปัญหานี้ สิ่งที่การออกแบบของ ปาเล็งเค้ Palenque ทำสำเร็จ คือการลดนํ้าหนักลง พวกเขาสร้างอาคารที่มีช่องบนยอด ซึ่งสามารถทำให้พื้นที่กว้างขึ้น ตรงขึ้น มีแสงเข้ามามากขึ้น นวัตกรรมเหล่านี้ลดแรงกดบนกำแพงรับนํ้าหนัก ทำให้เกิดความรู้สึกที่เปิดโลก และเชื้อเชิญมากกว่าอาคารมายาแบบดั้งเดิม กว่า 60 ปี นักก่อสร้างของ Pacal ปาสคาล กลายเป็นสุดยอดในโลกใหม่ แต่ต้องรอกระทั่งปลายสมัยปกครองของพระองค์ที่ Pacal ปาสคาล สั่งให้สร้างสิ่งซับซ้อน และ ใช้จินตนาการที่สุดเท่าที่เคยพยายามทำกันมาโดยชาวมายา วิหารแห่งคำจารึก การค้นพบ วิหารแห่งคำจารึก เปลี่ยนแนวคิดของเราทั้งหมดกับปีระมิดมายา พวกมันไม่ได้ถูกสร้างให้เป็นสถานที่บูชาศพ ภายในตามบันไดที่ทอดลงไปสู่หลุมศพ วิศวกรสร้างท่อกลวงไว้ มันเป็นช่องที่ยอมให้คนด่านบนของปีระมิด พูดเข้ามาในท่อ แล้วว่ากันว่า คุณจะสามารถสื่อสารโดยตรง กับ Pacal ปาสคาล ในหลุมศพได้ หีบศพหนัก 20 ตัน นี้ ถูกสร้างให้คงทนอยู่ตลอดกาล หีบนี้มีฝาที่ถูกพลักดันไปด้านหนึ่ง และ มีช่องให่วางร่างของพระองค์ เพื่อว่า เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ประตูจะถูกปิดสนิท และ บันไดจะถูกกั้นเอาไว้ สถาปนิก และ นักแกะสลัก ของพระองค์ ออกแบบโลงศพ ที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ เป็นภาพการเกิดใหม่ของ Pacal ปาสคาล ในโลกหน้า นักคัดลอกหลวงถูกสั่งให้เขียนตารางเพื่อวางแผ่นหินสลัก 640 ชึ้น ที่จะบอกเรื่องราวของ รัชสมัยของ Pacal ปาสคาล ปีระมิดมายาหลายแห่ง ไม่ได้ทิ้งบันทึกถ้อยคำไว้ไม่มากนัก แต่ตรงกันข้าม สำหรับ วิหารแห่งคำจารึกทุกอย่างเกี่ยวกับมันตั้งแต่แผ่นจารึกใหญ่ที่ด้านบนสุด ไปถึงข้อมูลภายใน ประกาศว่า นี้คือ สถานที่พักผ่อนสุดท้ายของผู้ก่อตั้งราชวงค์มายาที่ยิ่งใหญ่ในราชวงค์หนึ่ง ในปี คริสตศักราช 683 ระหว่างปีที่ 68 ในฐานะกษัตริย์ของ Pacal ปาสคาล เด็กหนุ่มวัย 12 ที่เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ปกครองแดนมายาที่ยิ่งใหญ่ สิ้นพระชนม์ในวัย 80 ปี พระองค์ถูกคลุมด้วยสีย้อมแดง และ ตกแต่งด้วยอัญมณีที่งดงาม หน้ากากหยกถูกปักบนพระพักตร์ แม้มรดกของ Pacal ปาสคาล มหาราช นั้นยากจะเทียบได้ โอรสของพระองค์ก็รอมานานเกือบ 50 ปี เมื่อเวลาผ่านไป พระองค์ก็เริ่มการก่อสร้างมากมาย ที่ใช้กฎของฟิสิกส์และธรรมชาติที่มีอยู่ คริสตศักราช 684 กษัตริย์ Pacal ปาสคาล ผู้เกรียงไกร ได้สร้าง ปาเล็งเค้ Palenque ให้เป็นเมืองหลวงแห่งมายาที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยรู้จัก หลังครองราชย์มา 68 ปี ร่างของพระองค์ก็ถูกฝังอยู่ในหลุมศพที่เทียบได้ ที่สร้างให้เหล่าฟาโรห์ของอียิปต์ บัดนี้ถึงคราวพระโอรสที่จะสร้างต่อจาก พระบิดา และ เริ่มรัชสมัยของพระองค์อย่างมั่นคง พระองค์มีนามว่า Kan bahlam คานบาหรับ Pacal ปาสคาล คือ ผู้ก่อตั้งราชวงค์ โอรสของพระองค์ Kan bahlam คานบาลาม คือผู้ที่ทำให้เข้มแข็ง เขาคือผู้ที่จะทำให้แน่ใจว่า ราชวงค์จะดำเนินต่อไป กษัตริย์วัย 48 เริ่มการสร้างปีระมิด 3 แห่ง ซึ่งจะตั้งตระหง่านเป็นอนุสาวรีย์ของพระองค์ไปอีกชั่วกาลนาน พระองค์ออกแบบและสร้างกลุ่มวิหารที่ละเอียดอ่อนและสวยงามเท่าที่เคยสร้างมาในโลกของมายา นี้เป็นอนุสรณ์ของพระองค์และมันตั้งตระหง่านเหนือราชวัง มันสูงกว่างานของพระบิดา และในบางมุมมันบอกถึงความเป็นตัวเองว่าพระองค์จะทิ้งร่องรอยของพระองค์ไว้กับเมืองนี้อย่างที่กับพระบิดาทำไว้ พระองค์สั่งให้วิศวกรสร้างโครงสร้างที่ละเอียดอ่อน 3 หลัง วิหารแห่งกางเขน วิหารแห่งกางเขนใบไม้ และวิหารแห่งอาทิตย์ วิศวกรของ Kan bahlam คานบาลาม จะลํ้าหน้าไปอีกก้าวใหญ่ โดยใช้การคำนวณทางเรขาคณิตที่ซับซ้อนไม่มีที่ใดเทียบได้ในโลกนี้ ซึ่งอิงจากระบบตัวเลขที่สมบูรณ์ของมายา หนึ่งในหลายๆด้านที่ชาวมายาก้าวลํ้าเวลาของตน คือการคิดสิ่งที่เราเรียกว่า เลข 0 โดยการใช้รูปหอยแบบง่ายๆ แทน 0 หรือความสมบูรณ์ แล้วก็จุด เลข 1 แล้ว 5 ด้วยการวางมันในตำแหน่งต่างๆ พวกเขาสามารถ คูณ แล้วได้ตัวเลขที่ เหลือเชื่อออกมา ชาวกรีกและโรมันเป็นวิศวกร นักเทวะวิทยา นักประวัติศาสตร์ ที่เก่งกาจ แต่พวกเขามีข้อจำกัดมาก เรื่องระบบคณิตศาสตร์ เพราะ พวกเขาไม่มี เลข 0 ฉะนั้น มันขัดแย้งทีเดียว ถ้าพวกเขาสร้างอาคารที่ยิ่งใหญ่ มีหลักปรัชญา และอื่นๆ แต่กลับเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ไม่เก่งนัก เมื่อ เทียบกับชาวมายา การสังเกตุด้านคณิตศาสตร์ที่ลํ้าหน้าของวิศวกรของ Kan bahlam คานบาลาม อาจค้นพบสัดส่วน อย่างสแควรูท ของสามเหลี่ยม และสิ่งที่เรียกว่า ค่าเฉลี่ยทอง สัดส่วนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่เห็นได้ในสัตว์ ธรรมชาติในแม้แต่ร่างกายมนุษย์ นั้นคือ 1 : 1.618 ถ้าเราวัดใครบางคนตั้งแต่ ศรีษะจนถึงสะดือ และจาก สะดือไปถึงเท้า จะได้สัดส่วนใกล้เคียงมาก กับ 1 : 1.618 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยทอง นักวิชาการบางคน เชื่อว่า สัดส่วนนี้ ปรากฎขึ้นในโครงสร้างต่างๆ มาหลายพันปี ณ สถานที่ ปีระมิดกีซา ในยีปต์ และ วิหารพาร์เธนอน ในกรีก ภาพวิทรูเวียนแมน ของ ลีโอนาโดดาวินชี่ ก็คือการศึกษา สัดส่วนนี้ และในบางคนเชื่อว่า เขาวาด โมนาลิซา โดยใช้อัตราส่วนนี้ กับส่วนต่างๆของเธอ มีอุปกรณ์อย่างแท่งไม้และเชือก วิศวกรของ Kan bahlam คานบาลาม อาจสามารถวัดค่าสแควรูท ของสามเหลี่ยมได้ ในวิหารแห่งกางเขน รูปร่างเหล่าจะถูกใช้กำหนดเสาหลักของด้าน ที่หน้าอาคาร ความกว้างของทางเข้าประตูกลาง และ กำแพงด้านใน อัตราส่วนทองนี้พบเห็นได้ในห้องโถงด้านหลัง และฐานของโครงสร้าง โดยกำแพงด้านข้าง เท่ากับ 1 และกำแพงหลังเท่ากับ 1 : 1.618 ส่วนการใช้สี่เหลี่ยวจัตุรัสและอัตราส่วนธรรมชาติหลายๆอย่าง ในวิหารแห่งกางเขน แบบที่คิดว่าจะสวยงาม เริ่มเป็นรูปร่าง เต็มไปด้วยเรขาคณิต ประวัติศาสตร์ที่เป็นตำนานและมรดกตกทอดของกษัตริย์ แต่ใช้ว่างานวิศวกรรมทุกแห่งใน ปาเล็งเค้ Palenque แต่ถูกสร้างโดยคำนึงถึงชีวิตหลังความตาย วิศวกรของ ปาเล็งเค้ Palenque ยังต้องเน้นไปที่การใช้งานจริงด้วย ปาเล็งเค้ Palenque หมายถึงที่ๆมีนํ้ามากมาย มีแม่นํ้า 4 สายไหลผ่านอยู่ตลอดปี มีลำธารนับสิบแห่ง ความอุดมสมบูรณ์นี้มาพร้อมกับความท้าทาย ปาเล็งเค้ Palenque ถูกรายล้อมด้วยเนินเขาชัน ลำธารและสายนํ้า ที่ไหลเซาะไปตามฐานของสิ่งปลูกสร้าง ทำให้เหลือพื้นที่ราบที่ปราศจากนํ้าไว้ก่อสร้างเพียงน้อยนิด แต่ปัญหาที่ ปาเล็งเค้ Palenque เจอไม่ใช่การเก็บนํ้าไว้ใช้ในหน้าแล้ง แต่เป็นการแก้ปัญหาปริมาณนํ้าที่มากเกินไป ดังนั้น ผู้วางผังแผนต้องหาวิธีเปลี่ยนเส้นทาง ลำธาร ที่มีอยู่ ด้วยการสร้างท่อส่งนํ้าใต้ดิน ที่จะนำนํ้าลงใต้ดิน ซึ่งจะช่วยประหยัดพื้นที่ ด้านบนเอาไว้เพาะปลูก อุโมงค์เหล่านี้ถูกฉาบด้วยหินปูน และก็เต็มไปด้วยเทคนิคเก่า จาก อียิปต์ และ กรีก หินเพดานพวกนี้แข็งแรงมาก มันสามารถรับนํ้าหนักมหาศาล ของพลาซ่าขนาดใหญ่ด้านบนได้ ดังนั้น ผู้คนจึงคู่ไปกับนํ้า ที่ไหลอยู่ด้านล่าง ซึ่งถูกเปลี่ยนทางไปจากเมือง สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่า คือ มีร่องรอยว่า วิศวกรของชาวมายา อาจพบวิธีสร้างแรงดันนํ้าด้วย พวกเขาสร้างอุโมงค์นํ้า ที่ไหลผ่านพื้นที่ขรุกขระ เข้าสู่เมือง ซึ่งมักถูกพาขึ้นเนิน เมื่อมันเข้าใกล้อาคารหลัก ท่อก็เริ่มเล็กลง เช่นเดียวกับ นํ้าพุโรมัน แรงดันนํ้าเริ่มมากขึ้น เมื่อไหลผ่านอุโมงค์ที่แคบลง ในที่สุดก็ทำให้มีนํ้าไหลทั่วทั้งอาคารใน ปาเล็งเค้ Palenque Pacal ปาสคาล และ Kan bahlam คานบาลาม ปกครอง ปาเล็งเค้ Palenque เกือบ 100 ปี พลักดันให้วิศวกรรมของมายา ไปถึงระดับที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน อนาคตดูเหมือนจะสดใสของเมืองที่กำลังรุ่งโรจน์ แต่ช่วงรุ่งโรจน์นี้ กำลังจะจบลงอย่างกะทันหัน มีบางสิ่งเกิดขึ้นในโลกมายา ที่จะทำให้เมืองโบราณแห่งนี้ล่มสลายลง เมื่อถึง ศตวรรษที่ 8 ปาเล็งเค้ Palenque ทิควา และอาณาจักรอื่นของโลกมายา กำลังขยายตัวไปทั่วทวีป ปีระมิดที่สูงตระหง่าน การวางผังเมืองที่ไม่มีใครเทียบ และ ราชวังอันหรูหรา ช่วยประกาศความรุ่งโรจน์ของกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ทันใดนั้น เมืองเหล่านี้ก็เริ่มล่มสลายไปทีละเมือง ช่างสลักวังหลวงหยุดการสลักอนุสาวรีย์ ที่บอกข้อมูลประวัติศาสตร์ กษัตริย์ก็หยุดโครงการก่อสร้าง อารยธรรมมายาก็เข้าสู่ยุคมืดอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ว่าพื้นที่มายาทั้งหมดจะถูกทิ้งร้างชั่วข้ามคืน แต่เหตุการณ์ก็คือ อาณาจักรหนึ่งล่มทางนี้ แล้วอีกแห่งก็ล่มสลายในอีก 10 ปี ต่อมา แล้วก็อีกแห่งตรงนี้ สาเหตุของการล่มสลายของ อาณาจักรมายา เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการ เรากำลังพูดถึงสังคมหนึ่งที่พลักดันตนเองไปถึงขีดสุด ไม่มีคำอธิบายไหนที่จะบอกถึงการล่มสลายนี้ได้ แต่นักวิชาการดูเหมือนจะเชื่อว่า ความหายนะด้านสิ่งแวดล้อมนำไปสู่ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของอารยธรรมมายา ดินไม่สามารถปลูกพืชผลได้อีก จึงไม่มีอาหาร และนํ้าที่ปนเปื้อนทำให้เกิดโรคขาดสารอาหาร และโรคอื่นๆ ชาวมายาไม่สามารถหวังพึ่งกษัตริย์ให้ติดต่อกับเทพเจ้าได้อีก เพราะสังคมที่ยิ่งใหญ่กำลังดิ่งลงอย่างรวดเร็ว และ กษัตริย์ที่พวกเขาหวังพึ่งในการชี้แนะและความรุ่งเรือง ก็ไม่มีอำนาจที่จะหยุดมันได้ จึงเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นอย่างช้าๆ ผู้คนเริ่มแสดงความคิดเห็น และชาวมายาโบราณก็ทิ้งเมืองที่สวยงามไปตลอดกาล ไม่มีของร่องรอยสุสานขนาดใหญ่ พวกเขาไม่ได้ตาย แล้สชาวมายานับล้านหายไปไหน? ถ้าคุณอยากจะไปในที่ๆมันเกิดขึ้น คุณต้องไปทางเหนือเลย คือ ขึ้นเหนือไปเลย เมืองที่ล่มสลายทางใต้ ทางเดียวที่จะบรรยายมันได้ คือ พวกเขาจากไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ได้ถูกแทนที่ แต่มีหลายแห่งรอบๆ คาบสมุทร Yucatan ยูกาตัน ที่เมืองต่างๆ ไม่เพียงรุ่งเรืองขึ้น แต่เริ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การเติบโตนี้เกิดขึ้นจากเครือข่ายทางยกละดับที่ละเอียดอ่อน ที่เรียกว่า ซักเบท ถนนสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจของการเมืองที่ยิ่งใหญ่ ของเมืองพันธมิตร 2 แห่ง ซึ่งมีการต้องการที่จะสร้างเส้นทางหลวงที่สง่างามนี้ ระหว่าง 2 อาณาจักร บางเส้นทางมีความยาว 60 ไมล์ พวกมันจึงเป็นความอัศจรรย์ทางวิศวกรรม พวกเขาจะวางหินก้อนใหญ่ไว้ทั้ง 2 ด้าน ของถนน และเติมหลายๆอย่างไว้ตรงกลาง เช่น หินปูน และพวกเขาก็คลุมทั้งหมด ด้วยปูนฉาบ ใน คาบสมุทร Yucatan ยูกาตัน ซักเบทจะยาวไปตามพื้นที่ขรุกขระเป็นเส้นตรงอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ง่ายเลยที่จะทำเส้นตรงยาว 60 ไมล์ที่ไม่เบี่ยงเบนแม้แต่องศาเดียว อยากรู้จริงๆว่าพวกเขาใช้เครื่องมืออะไร? เพราะไม่มีบันทึกเรื่องนี้เลย ระบบทางยกระดับนี้ ทำให้มีการคืนชีพ ความเคลื่อนไหวและการค้าในทางเหนือ ที่นั้นเองที่ผู้รอดชีวิตอย่างลำบากจากพื้นที่ทางใต้ หวังที่จะพบโอกาสที่สอง ในเมืองแถบ Yucatan ยูกาตัน ที่ชื่อว่า ชีเชนอิตซา Chichen Itza กลายเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและทรงอำนาจที่สุด ตั้งแต่ราวปี 800 ถึง 1050 มันมีความสามารถในการเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ จึงเป็นที่ที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติ และ แน่ใจว่ามันทำการค้าได้เป็นอย่างดี หนึ่งในอาคารพิเศษของที่นั้นก็คือ เอลการาโกล หอดูดาวทางดาราศาสตร์ ชาวมายาหมกหมุ่นกับทั้งเรื่องเวลา และ ดวงดาว และใช้เวลาหลายศตวรรษมองไปยังท้องฟ้า เพื่อหาคำตอบ ชาวมายามีสิ่งหนึ่งที่ เรียกว่า โนแมน คือ ไม้มัดในแนวตัดกัน และ การดูส่วนที่ตัดกันของไม้มัดทั้งสอง พวกเขาสามารถเน้นไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ด้วยเครื่องมือง่ายๆ ชาวมายาสามารถติดตามการเคลื่อนไหว ของดวงดาวและดาวเคราะห์ และการผ่านไปของเวลาได้ เช่นเดียวกับ สโตนเฮนจ์ Stonehenge ที่พวกเขาใช้สังเกตุดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ บันได้ที่หน้าอาคาร หันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 27.5 องศา ซึ่งไม่ตรงกับอาคารอื่น แต่แทบเป็นแนวเดียวกับตำแหน่งของทิศเหนือของดาวศุกร์บนท้องฟ้า มันถูกวางตำแหน่งให้เข้ากับวัตถุบนฟากฟ้า และ เหตุการณ์ต่างๆ เช่นการเคลื่อนที่ของดาวศุกร์ ที่หอสูงของตัวอาคาร ช่องเปิด 3 จุด ยังคงเหลืออยู่ถึงทุกวันนี้ มันมีขนาดเล็กแคบ และอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ปกติ พวกมันอยู่ในแนวการมองทางดาราศาสตร์ ใน เอลการาโกล เราจะเห็นได้จากการวางแนวและการวางตำแหน่งที่แปลก ซึ่งไม่ตรงกับอาคารอื่น พวกเขาสนใจว่า ดาวศุกร์ทำอะไรในตอนนั้น ดาวศุกร์เป็นเหมือนตัวละคร ที่เปลี่ยนที่ไปมาในท้องฟ้า บางครั้งมันเคลื่อนทิศนั้น ทิศนี้ เอลการาโกล เหมือนมีไว้มองดาวศุกร์เมื่อมันมาถึงจุดสุดท้ายของการเคลื่อนที่ การสังเกตุด้านดาราศาตร์อย่างชาญฉลาดทำให้ชาวมายาสร้างปฎิทินแบบฟันเฟืองที่แม่นยำกว่าที่อื่นๆที่ใช้อยู่ในยุคโบราณ ชาวมายามีปฎิทิน 2 แบบอย่างแรกเป็นด้านพิธีกรรมและปฎิทินสุริยคราสซึ่งเหมือนกับที่เราใช้ในโลกตะวันตก ชาวมายานับจำนวนวันเดือนปี ได้ 365 วัน การวัด เรื่อง การหมุนของดาวศุกร์ และ การเกิดจันทรุปราคา นั้นก็แม่นยำพอๆกัน เพียง 200 ปี ชาวมายาก็ได้เกิดใหม่อีกครั้งหลังจากความเสียหายอย่างย่อยยับของเมืองทางใต้ แต่บัดนี้ ทางเหนือต้องพบกับศัตรูที่อันตรายยิ่งกว่า ศัตรูที่สามารถล้างเผ่าพันธุ์ชาวมายาได้โดยไม่แตะต้องเมืองของพวกเขาเลย ศตวรรษที่ 9 เมืองมายาดั้งเดิมเริ่มล่มสลายอย่างรวดเร็ว และเป็นปริศนาสิ้นสุดยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองและเติบโตอย่างที่สุด การกลับมาใหม่ในตอนเหนือ ทำให้ชาวมายามีโอกาสรวมวิชาดาราศาสตร์ และ วิศวกรรมเข้าด้วยกันในระดับที่ไม่เคยทีมาก่อน ที่ ชีเชนอิตซา Chichen Itza สัญลักษณ์แห่งความหมกหมุ่นกับฝากฟ้าทิ้งร่องรอยอย่างถาวรไว้ ในสถาปตยกรรมมายา สิ่งก่อสร้างโดนเด่น ของ ซีเซนอิดซา สูง 968 ฟุต บันได 365 ขั้น เท่ากับจำนวนวันในปฎิทินมายา ช่องสี่เหลี่ยม 52 ช่อง ในแต่ละด้าน บอกถึงวัฏจักร 52 ปี ของมายา ระดับระเบียง 9 ชั้น เท่ากับ ปฎิทินสุริยะของมายาที่มี 18 เดือน และ แกนของวิหารถูกวางตำแหน่งอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้มีเงาพิเศษทอดมาปีละ 2 ครั้ง สำหรับชาวมายาที่ยืนและมองมันที่ส่วนตะวันตกเฉียงเหนือ พวกเขาจะเห็นราวระเบียงมีเงาและแสงแดดกระทบส่วนนั้นก่อน อาทิตย์ตก จากนั้น สามเหลี่ยนหลายอันจะเกิดขึ้นและที่ด้านล่างของราวระเบียงจะเห็นหัวพญางูสลักที่สวยงาม งูที่เลื้อยมาจากสวรรค์ และนั้นบ่งบอกถึงการมาของฤดูฝนนั้นเอง ชาวมายามองปรากฎการณ์นี้ว่า เป็นการสำแดงฤทธิ์ของเทพ คูคุคานพญางูมีขน ชาวมายาสามารถบอก ช่วง Equinox วันของปี ซึ่ง กลางคืนและกลางวันยาวเท่ากัน ทุกๆปี วันที่ 21 มีนาคม คุณจะเห็นการมาของ คูคุคาน รอบๆ อาคารสาธารณะมีลักษณะใหม่หรือที่มากขึ้น มีพลาซ่ากลางแจ้งกว้างกว่า วิหารตลาด พื้นที่เต้นรำ และแนวเสาระเบียง ห้องโถงที่มีแนวเสาไม่เพียงใช้จัดงานเลี้ยง แต่บางทีอาจมีคนถูกนำมาพลาซ่าแบบว่าคนทั่วไปอาจถูกเชิญมาขึ้นอยู่กับงานที่จัดและได้เห็นการมาของพวกค้าขาย พ่อค้าต่างถิ่น ไม่ว่าจะเหมือนแบบ กรีก และ โรมัน เสาตรงเหล่านี้ถูกใช้เป็นตัวหนุนโครงสร้างแบบใหม่ และเป็นครั้งแรกด้านสถาปตยกรรมในโลกมายา ประโยชน์ของเสาก็คือ มันทำให้สร้างหลังคาแบนได้ ไม่ต้องลงแรงทั้งหมดไปในการสร้างอาคารหินที่จะต้องมีส่วนโค้งรับนํ้าหนัก ซึ่งอาจถล่มหรือไม่ถล่มก็ได้ เสานี้ออกแบบอย่างเรียบง่าย ท่อนหินกลมถูกวางทับขึ้นไป เติมด้วยเศษหินตรงกลาง ชิ้นที่เป็นสี่เหลี่ยมถูกวางไว้เป็นยอดสุด จากนั้นหลังคาแบนที่ทำปูฯฉาบและไม้ก็ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นพื้นผิวที่ด้านใน ที่มีขนาดใหญ่ มันทำให้ผู้คนได้เข้ามารับรู้การใช้งานอาคารและสิ่งที่เกิดขึ้นภายในมากกว่าปีระมิดมายาในยุคคลาสสิคดั้งเดิม ปีระมิดเหล่านั้นส่วนใหญ่มีไว้ทำพิธีพิเศษ มันเป็นการอวดและเชิดชูสถานที่และอนุญาตให้คนเพียงไม่กี่คนมองเข้าไปได้ โครงสร้างแบบเสาเปิดเป็นลักษณะเชิญชวนกว่ามาก แต่บรรยากาศต้อนรับอยู่ได้ไม่นานนัก หลังจากกว่าอีก 200 ปี ในการครอบคลุมดินแดน Yucatan ยูกาตัน ชีเชนอิตซา Chichen Itza ก็ประสบเคราะห์กรรม เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านทางใต้ มันล่มสลายลงอย่างลึกลับ เมื่อชาวสเปน มาถึงคาบสมุทรใน ยูกาตัน ในปี 1517 เมื่อขนาดใหญ่ทุกแห่งของโลกมายา ถูกทิ้งร้างไว้ แม่กระนั้น อารยธรรมมายาที่อยู่เป็นกระจุกในหมู่บ้านเล็กๆตามชนบท ก็ออกมาต่อสู้กับทหารสเปนได้เป็นเวลานาน พวกเขาพิชิตได้ยาก เพราะว่า แทนที่จะจับกษัตริย์ หรือ จักรพรรดิไว้ พวกเขาต้องทีละหมู่บ้าน และ เมื่อทางสเปนเคลื่อนสู่หมู่บ้านต่อไป ก็จะมีหมู่บ้านข้างหลังเริ่มก่อตัวขึ้นและต่อสู้อีก นักรบมายา สังหารนักรบสเปนไปนับพัน แต่อาวุธพวกเขาไร้ประโยชน์ เมื่อต้องพบศัตรูที่รุนแรงกว่า คือ โรคร้าย ภายใน 100 ปี 90% ของประชากรโลกใหม่นี้ก็ตายหมด ชาวมายาที่รอดมาได้ ต้องเผชิญกับการข่มเหงอีกรอบหนึ่ง บาทหลวง ถูกส่งทางสเปน เพื่อเปลี่ยนชาวมายาให้มาเป็นชาวคริสต์ และท่านบังคับให้รับหลักศาสนาอย่างโหดร้าย บาทหลวง เรนด้า เป็นนักอุดมคติซึ่งมายังโลกใหม่โดยพยายามจะช่วยเหลือจิตวิญญาณ พยายามให้เปลี่ยนศาสนาไปเป็นสิ่งที่ท่านอ้างว่าเป็นศรัทธาที่แท้จริง แต่ชาวมายาไม่เชื่อว่าพวกเขาควรเปลี่ยนทันที และ ปฎิเสธความเชื่อของตนเองไปตลอดกาล 12 ก.ค 1562 บาทหลวง เรนด้า สั่งให้ลงโทษ และ เผาตำรามายา โดยเชื่อว่า มันคืองานเขียนของปีศาจ นี้คือจุดสิ้นสุดของความรู้ที่สะสมมานับพันปีของอารยธรรมมายา เป็นเรื่องเศร้าที่สุดครั้งหนึ่งของประวิัติศาสตร์มนุษยชาติ นับว่าโชคดีที่ตำรา 4 เล่ม รอดมาจากกองไฟและความชำรุดทรุดโทรมจากกสลเวลา เมื่อถึงศตวรรษที่ 19 ตำราบางเล่มที่รอดมาจากนักบวชและความประสงค์ที่จะทำลายมัน เริ่มได้รับความสนใจจากสาธารณะชน จนถึงวันนี้เรื่องราวการรอดมาได้นี้ยังคงเป็นปริศนาอีกอย่างในประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนอย่างชาวมายา การที่พวกมันอยู่มาได้ เมื่องที่อยู่ในป่าฝนเป็นเวลานาน 1500 ปี โดยผ่านความท้าทายด้านการเคลื่อนย้ายและอื่นๆ คือ สิ่งหนึ่งที่เราควรชื่นชมและเป็นสิ่งที่เราเรียนรู้ได้มาก เช่นเดียวกับที่ชาวมายามองจากที่พื้นดินไปสู่ท้องฟ้า เพื่อหาคำชี้แนะ เรากำลังมองจากท้องฟ้ามาที่พื้นเพื่อหาคำตอบ ไม่กี่ปีนี้ นาซา ได้ทำการทดลองเทคโนโลยีมองภาพทางไกล พวกจะดูว่า จะบอกได้หรือไม่ว่า พวกที่ยังไม่ถูกค้นพบจะซ้อนอยู่ที่ไหน กรณีที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ จริงๆแล้วอาจเป็นซากเมื่องโบราณ ที่ไม่ถูกแตะต้องมาหลายศตวรรษ คำตอบเรื่องการลึกลับของชาวมายาอาจอยู่ใต้เท้าของเรานี้เอง เรารู้แล้วว่า ชาวมายาชอบคิดค้น ชอบสร้างสรรค์ เป็นผู้สง่างามที่มีรสนิยมความรุนแรงที่ไม่เหมือนใคร แต่อะไรคือแรงดึงดูดของชาวมายา อะไรคือความลึกลับที่ดึงให้คนหลายชั่วอายุคนทั่วทั้งโลกมายังอารยธรรมที่ซับซ้อนแห่งนี้ จะเป็นสถาปัตยธรรมพร้อมด้วยวังและวิหารที่สงบเงียบ หรือ เป็นความลี้ลับ กับระบบการเขียนศิลปะที่ซับซ้อน หรือจะเป็นด้านความเข้าใจเรื่องคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ในป่าฝนระหว่าง ฮอดูรัส และ ยูกาตัน มีแหล่งอารยธรรมมายานับร้อยแห่งที่ไม่ถูกแตะต้อง ใน ปาเล็งเค้ แห่งเดียวมีอาคาร 1500 แห่งที่ยังไม่ถูกขุด

สารคดี ก่อร่างสร้างอาณาจักรมายา

1.สารคดี – ก่อร่างสร้างอาณาจักร ตอน อาณาจักรมายา
2.สารคดี วิศวกรรม อาณาจักรโบราณ ตอน ชนเผ่ามายาโบราณ
3.ความลึกลับของอารยธรรมมายา!!! (รวมตอน) Part 1 และ 2 สาระน่ารู้ Around The World พิเศษรวมตอน
4.สารคดีชุด ก่อร่างสร้างอาณาจักร มายา
5.ก่อร่างสร้างอาณาจักร – มายา
6.สารคดี ขุดหาความจริง ตอน เปิดการค้นพบครั้งใหม่เผ่ามายา

ความคิดเห็น เกี่ยวกับ สารคดี อาณาจักรมายา

สเปนไปที่ไหนฉิบหายหมด.

🎯ความจริงของมนุษย์โลกใบนี้… มนุษย์เราเนี้ยที่จริงแล้ว ก้มาจากโลกอื่นอีกโลกครับ…. ก้เหมือนมนุษย์ยุคนี้เลยครับ ที่คิดค้นหาที่อยุ่โลกอื่น เพราะโลกนี้จะดับศูนย์แล้ว…. 🎯เลยคิดค้นหาโลกใหม่….. พอถึงจุดหนึ่ง โลกนี้ได้ดับหายเพราะภัยต่างๆ มนุษย์ทีค้นพบที่ใหม่ก่อน ก้ได้ไปอยุ่ก่อน แต่ที่ใหม่มันไม่มีความเจริญอะไรเลย คนยุคแรกนั้นก้ดำรงชีวิตไปตามวิวัฒนาการ ไปเรื่อยๆ 🎯ส่วนประเทศ คนที่ไปหลัง ก้ได้ถูกเรียกใช้คำแบ่งแยก ว่ามนุษย์ต่างดาว แต่ที่จริงแล้วซึ่งก้มาจากโลกเก่าที่เดียวกันครับ….. 🎯บางกลุ่มก้เรียก คนกลุ่มที่มาหลังที่ติดเทคโนโลยีมาด้วยอยุ่บาง ก้ต่างถูกเรียก ยกว่าเป็น เทพเจ้า… 🔽🔽คนเราตายแล้วไปไหน นั้นก้อยุ่ที่ความเชือแต่ละศาสนา 🔽🔽แต่การอยุ่รอด สืบต่อมา ต่อเผ่าพันธุ์ ให้มนุษย์มีชีวิตไม่สาปสูญ เป็นช่วงเวลา ล้านล้านแสนปี ก้วนเวียนอยุ่ มาแบบนี้แหละครับ ….แพร่เผ่าพันธุ์ /ถิ่นที่มีชีวิตอยู่ได้/ วิวัฒนาการ แสวงหาที่อยุ่รอด ก้สืบเชือสายต่อกันไป…. (คำว่ามนุษย์ ไม่มีวันดับสูญ แต่ มนุษย์ร่างที่เป็นจิตวิญญาณคือตัวเราเองนี้ ย้อมมีวันดับหายไป อย่างแน่นอนครับ)

ก่อนการค้นพบชนเผ่าโบราณ ย้อนไปไกลกว่านี้มนุษย์ได้ใช้ชีวิตแบบไหน ชนเผ่าของคนโบราณได้หายไปไหน

เหตุที่เมืองมายาไม่มีใครอยู่เพราะ.เจ้าเมืองและขุนนางคิดค้นสูตรการข้ามเวลา.แต่เผอิญดันกดสูตรติดพอดีจึงพาชาวเมืองมายาไปอยู่ดาวอื่น.แต่ดันลืมว่าไปแล้วจะกลับยังไง.จึงเหลือไว้แค่เมืองร้าง.เพราะกลับมาไม่ได้.😭

พวกเค้าโดน ผู้ทรงปัญญาจากต่างดาวพาไปที่ๆๆเค้ามาหรือป่าว! ที่หายไป  0.0

ชาวสเปนนี่เก่งมากค่ะ มามีบทบาทต่อชาวมายาได้ไม่พอ ไปบุกชาวอินคาอีก และนำศาสนาคริสต์ไปเผยแพร่ที่อินคาด้วย

ที่จริงเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันของเม็กซิโกคือ ชิเชน อิชช่า(เป็นอาณาจักรมายาสุดท้ายช่วงสเปนล่าอาณานิคมและเมืองก็เลยเหลือรอดจากภัยธรรมชาติ) คือเมืองมันเล็กๆไม่รู้สึกยิ่งใหญ่เลย ที่จริงควรเสนอ เมืองทิคาล ในกัวเตมาลา หรือเมืองพาเลนเคในเม็กซิโก หรือไม่ก็อาณาจักรแอชเทค เมืองเทโอทิฮัวคาน(สูญเพราะสเปนเช่นกัน) ที่ใกล้เม็กซิโกซิตี้ ที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก

บางทีชาวมายา กับชาวอินอินเดียแดงอาจเชื่อมโยงกันก็ได้ เพราะพื้นที่อาศัยใกล้เคียงกัน

สรุปสเปนคือประเทศ ที่ทำให้ ชาวมายาหายไป … เลว

บางคนก็ล้มหายตายจากไป ! บางทีอาจเป็นโรคระบาด หรือไม่ก็อดอยาก ก็เลยต้องย้ายถิ่นฐานไป ! เราชอบปฎิทินทำนายเค้านะ น่าสนใจมากๆ บางทีเค้าอาจล่วงรู้อนาคต อะไรบางอย่างเลยทำให้ต้องทิ้งถิ่นฐานไป

อยากรู้ว่าชาวมายาหายไปไหนจะไม่เหลือสักคนเลยหรอ?อยากให้มีอะไรย้อนเวลาไปหาชาวมายาได้

. น่าจะมีเครื่องมือ เครื่องจักร. ที่น่าจะดีกว่าปัจจุบัน ทำมัยรู้ดวงดาวด้วย. อาจได้รับความช่วยเหลือจาก มนุษย์ต่างดาว ซี่งนับถือเป็นพระเจ้า. พวกเขาอาจถูกย้ายไปอยู่ดาวอื่น. เมื่อโบราณโลกเราคงเจริญกว่าหรือเท่าปัจจุบัน แต่สิ้นสุดไป เพราะภัยธรรมชาติเช่นไดโนเสา. เราคือพวกรุ่นต่อมา ดูเหมือนมนุษย์อยู่ใต้อำนาจ หรือสิ่งบางอย่าง ที่คอยกำหนด. ไม่ว่าจะยุคโบราณ หรือปัจจุบัน

เราเกลียดศาสนาคริสต์จริงไปเลย

สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

สารคดี คอมมานโด ในยุคโบราณ
คอมมานโด ในยุคโบราณ ในปี 1537 ซาร์อีวานที่ 4 วาซิลเยวิช (อังกฤษ: Ivan IV Vasilyevich) หรือที่รู้จักกันว่า อีวานผู้เหี้ยมโหด ขึ้นครองบัลลังก์รัสเซีย ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า ที่จะขยายดินแดนรัสเซียของไปในแผ่นดินของเพื่อนบ้าน ...
สารคดี การก่อสร้างตึกไทเป 101 ของใต้หวัน
สารคดี การก่อสร้างตึกไทเป 101 ของใต้หวัน ตึกระฟ้าที่ทำลายสถิติโลกของไต้หวัน มันสูงกว่าตึกเอ็มไพร์สเตต ถึง 1/3 เท่า และต้นทุน 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตึกไทเป 101 ไม่เพียงต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นเท่านั้น มันยังตั้งอยู่บนรอยแยกแผ่นดินไหวที่อันตรายอีกด้วย ...
สารคดี สงครามอวกาศ
จรวดเท่าเสาโทรศัพท์พุ่งลงมาจากอวกาศชั้นนอก และทำลายเป้าหมายต่างๆบนโลก เลเซอร์พลังงานสูงทำลายล้างศัตรูทุกทิศทางในชั่วพริบตา ขีปนาวุธที่เคลื่อนที่เร็วเกือบเท่าแสง จะส่งแรงระเบิดมหาศาลโดยไม่ได้ใช้ระเบิดช่วย มันเริ่มเป็นไปได้ที่จะชนสิ่งต่างๆด้วยพลังงานของลูกระเบิดอะตอม โดยไม่จำเป็นต้องใช้การแผ่รังสีชนิดใดๆ และ นักรบอวกาศจะต้องสู้ตายในศึกที่ดุเดือดและไม่เหมือนใคร นี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันของนิยายวิทยาศาสตร์ แต่มันเป็นอนาคตของสงครามอวกาศในเอกภพแห่งนี้ สารคดี สงครามอวกาศ 1.ท่องจักรวาล 52 สงครามอวกาศ2.ท่องจักรวาล 52 ...
สารคดี การจารกรรมข้อมูลลับ
การจารกรรมข้อมูลลับ ปี 1945 อาวุธที่จะเปลี่ยนโลกผ่านการทดสอบ ไม่นานอาวุธปรมณูก็แพร่ไปทั่วโลก และเป็นภัยต่ออนาคตของมวลมนุษยชาติ การค้นพบเอกสารครั้งใหม่ทำให้เผยเรื่อง ปรมณูช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แผนลับของหน่วยจารกรรมของอเมริกันได้ตั้งเป้าไปที่โครงการระเบิดปรมณูของเยอรมัน สารคดี การจารกรรมข้อมูลลับ วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* สารคดี การจารกรรมข้อมูลลับ มีทั้งหมด 3 คลิปวีดีโอ 1.สารคดีNEW2016 ...
สารคดี ปราสาทนครวัด สุสานพระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 2
สารคดี ปราสาทนครวัด สุสานพระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 2 นครวัด (เขมร: អង្គរវត្ត) เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนคร จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เริ่มสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ...
Copy link
Powered by Social Snap