สารคดี การค้นพบปีศาจหลุมดำ

การค้นพบปีศาจหลุมดำ

ท้องฟ้ายามคํ่าคืนส่องประกายด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน แต่บนอวกาศยังมีวัตถุอีกมากมายที่ยังคงซ่อนเร้นจากสายตาของเรารวดกับว่าพวกมัน เฝ้ารอการถูกค้นพบ ราว 4 ทศวรรษที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ได้ถกเถียงกันว่าในใจกลางของทุกๆกาแล็กซี่จะมีหลุมดำมวลยวดยิ่งอยู่

สารคดี การค้นพบปีศาจหลุมดำ

วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป*

สารคดี การค้นพบปีศาจหลุมดำ มีทั้งหมด 7 คลิปวีดีโอ
1.ไขปริศนาจักรวาล ตอน หลุมดำ ปีศาจจอมกระหายแห่ง จักรวาล What Is a Black Hole?
2.สารคดีสำรวจอวกาศ ตอนสำรวจปีศาจหลุมดำ ใจกลางกาแลคซี่
3.ทฤษฎี “หลุมดำ” ใหม่ของ “สตีเฟน ฮอว์กิ้ง” ที่รวมทฤษฎีสัมพัทธภาพและทฤษฎีควอนตัมเข้าด้วยกัน!!
4.พบดาวฤกษ์ “ตายลัด” กลายเป็นหลุมดำโดยไม่ระเบิด
5.หลุมดำ มารโลก : ภพของมาร
6.เรื่องของหลุมดำ เทหวัตถุที่ดูดกลืนได้แม้แต่แสง
7.stephen Hawking (สตีเฟน ฮอว์คิง) : ผู้ค้นพบความลับของหลุมดำ และ เจ้าของหนังสือ ประวัติย่อของกาลเวลา

วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป*

ความคิดเห็นคุณภาพ เกี่ยวกับเรื่อง การค้นพบปีศาจหลุมดำ
ผมว่าคือนรก หรือไม่ก็ สวรรค์หรือไม่ก้อที่อยุ่ของผุ้ที่สร้างจักวาล ทวยเทพ ต่างๆ และอาจจะเปน โลกหลังความตาย คือที่นั่น แต่เรามองเหนเปนภาพ อีกมุม ในเชิงวิทยาศาส ส่วนผมต้องไปกินยาระงับประสาส ก่อน..นั

หลุมดำคอืดาวดวงนึงครับที่ใหญ่มากๆมากกว่าโลกเป็นหมื่นเป็นเเสนเท่า เวลาที่ดูดเข้าไปไม่ได้ทำให้ดาวที่ถูกดูดหายไปครับแต่มันอมไปอยู่ในแรงดึงดูดในวงโคจรของมันและใช้เวลานานมากกว่ามันหลุดออกมาอาจเป็นปีหรีอหลายสิบปีก็ได้ที่จะหลุดออกมาได้ครับ. วิทยาศาตร์นึกว่าดูดหายไปจริงๆหลุมดำคือดาวดวงนึงที่ดำสนิทไม่มีแสงแสวงทำให้ส่องกล่องจึงไม่คึกว่าเป็นดวงเาวเลาดาวดวงใดที่ถูกดูดเข้าไปก็จะหายไปเพราะดาวหลุมดำมันมืดนักวิทยาศาตร์นึกว่าหายไปแล้ว. แต่จริงๆนะนักวิทยาศาตร์ไม่ได้เฝ้าดูจนมาคลายออกมาหรือออกจากดาวกลุมครับเพราะไม่รู้ว่าดาวที่หายไปในดางหลุมดำมันจะใช้เวลานานเท่าไหร่จึงไม่ติดตามให้ตลอดก็จะรู้ว่าดาวที่หายไปนั้นจะออกมาเองครับ เรื่ิงนี้ศึกษามาจากพระพุทธเจ้าครับมีให้ศึกษาครับ

จุดเริ่มของจักวาลคือการระเบิดออกของหลุมดำ ซึงมันดูดทุกอย่างไปบีบอัดจนเป็นอนันต์บีบให้เล็กระดับล้านล้านล้านส่วนของอตอม ดูดไปบีบไปเรื่อยๆ จนไม่มีอะไรจะดูดดูดจนเหลืออยู่อันเดียว จนกลายเป็นจุดดำๆ เล็กเท่าที่จะจินนาการได้ อยู่เป็นอนันต์ แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็ระเบิดออกกลายเป็นจักวาล วนเวียนไปมาไม่รู้จบ

แสดงว่าหลุมดำมันมีผลต่อเวลาสิ ยังงี้ถ้าจะข้ามเวลาก็ยังได้แค่ขับยานเข้าไปใกล้ๆหลุมดำเพราะเวลามันจะช้าลงแต่เวลาภายนอกมันจะเร็วขึ้นแสดงว่าถ้าผ่านไป 1ปี อายุคนที่อยู่ในอะไรฟ้าๆนี่แหละมันจะช้ากว่าคนที่อยู่ภายนอก แต่มันน่าจะขัดอยู่ที่โดนดูดกลืนก่อน
เขาบอกว่า เราจะถูกทำลายก่อนที่จะเข้าไปใกล้ขอบฟ้าเหตุการณ์สะอีก
ไม่ได้ถูกทำลายคับ แค่โดนยืดเวลาอย่างงั้นไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด
เพราะว่า หลุมดำมีแรงดึงดูดมากพอที่จะบิดเบือนมิติได้ครับ
ตายครับ ไม่มีออกซิเจน แรงดึงดูดของหลุมดำ สามารถ แยกตัวเราออกมาเป็น คน ละชิ้น จนตาย แต่ ถ้า รอดออกมาได้ก็ไม่ใช้คนละครับ
ถูกต้องครับ หลุมดำสามารถทำให้เราเดินทางข้ามเวลาได้ตามกฏสัมพัทธภาพ ของไอสไตน์ เช่น เอายานไปจอดข้างๆหลุดดำนอกเขต event horison
ไว้1ปี แล้วบินกลับโลกก็ข้ามเวลาได้แล้วครับ
มันจะแยกชิ้นส่วนในร่างกายเราให้ละเอียดเป็นนิวเคลียสก่อนน่ะสิ สรุปคือไม่รอดก่อนข้ามเวลา
เหมือนนรกเลย 1 ล้านปีโลก เท่ากับ 1 นาทีหลุมดำหรือนรก ความเร็มมากๆก็ทำให้เวลาเดินช้าได้เหมือนกัน

ในหลุมดำนอกจากจะมีเเรงดึงดูดมหาศาลเเล้ว เมื่อมันดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไปเเล้ว. สิ่งที่เข้าไปในนั้น มันจะถูกบดละเอียด จนเหลือเเค่ความ
ว่างปล่าว.( ใช่ป่าว) เดาเอา 😁😁😁😁

หลุมดำคือโลกมึดที่หมุนรอบตัวเองด้วยคำเร็วสูงลิ่ว จึงทำให้เหมือนกับมันสามารถดูดวัตถุรวมทั้งแสงที่ผ่านเข้ามาใกล้ๆได้

ยังถูกต้อง ไม่ทั้งหมดป่ะ ?
เรื่องของแสง ที่โคง ด้วย แรงโน้มถ่วง
เราย่อมรู้ว่าแสงเดินทางเป็นเส้นตรง เพราะฉะนั้น อะไรที่โค้ง ??

แรงโน้มถ่วงไม่ได้มีปฏิกริยาต่อ อนุภาคโฟตอน แต่ ที่แสงโค้งจากการถ่ายรูปสุริยุปราคา เพราะ ??

ทำไมดาวต้องเป็นวงกลมด้วย
มันเป็นกฏของเเรงดึงดูดครับ วัตถุมีมวลมากจะคงรูปร่างในรูปทรงกลมตามแรงดึงดูด(ถ้าไม่หมุน)

เรายังคิดนะว่าหลุมดำ คือรูรั่วของเอกภพ คือทำไมถึงต้องเป็นรูรั่ว
มันง่ายดีนะถ้าเกิดระเบิดที่แรงขนาดเป็นหลุมทีแดกได้เยอะแบบไม่เต็มสักทีมันก้อต้องมีรอยแยกระหว่างมิติหรือมิติของเวลากันบ้างละ
เพราะว่าถ้าไม่มีมันคงเต็มละ แล้วมันก้อทำให้เราคิดว่ามันน่าจะดูดเข้าได้แค่ด้านเดียว แล้วที่มันดูดเข้าไปจะไปโผล่ทีไหนอันนี้ก้อคิดได้แค่อย่างเดียวคือทีไหนก้อได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ไม่ใช่เวลานี้และอาจจะไม่ใช้เอกภพนี้อาจจะเป็นเอกภพอื่นๆ แล้วก้อมีนักวิทศาสตร์ พึ่งค้นพบแล้วก้อพูดว่าโอ้วพระเจ้า นี่มันคือบิ๊กแบงไรงี้55555
และอีกอย่างมันคงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะดูดเข้าทั้งสองด้านนะ เราแค่คิดว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้นนะ แบบนี้ก้อตอบคำถามทำไมถึงเกิดบิกแบงได้เลยยนะเนี้ย เพราะระเบิดทางนี้ กลายเป็นหลุมดำดูดทุกอย่างไปโผล่อีกทาง ที่มีจักรวาลและดวงดาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลุมดำแดกไม่มีหยุดอยู่ละ
บางทีการคิดเองเออเองมันก้อสนุกดี
อย่างน้อยก้อหาอะไรมาตอบโจทตัวเองได้ ว่าทุกอย่างเกิดมาได้ไง หัวเราะได้ตอบได้ แต่อย่าด่านะ

นานร่วม 40 ปีมาแล้วที่นักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์เผชิญอยู่กับสิ่งที่เรียกกันว่า “อินฟอร์เมชั่น พาราดอกซ์” หรือ “ปมขัดแย้งเรื่องข้อมูลที่หายไป” ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทฤษฎีฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ 2 ทฤษฎีไม่สามารถรวมกันเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันได้ “อินฟอร์เมชั่น พาราดอกซ์” ที่ว่านั้นเกี่ยวเนื่องอยู่กับ “สถานะ” ของข้อมูล เมื่อมันถูกดูดเข้าไปอยู่ภายใน “หลุมดำ”

สตีเฟนอธีบายเหมือนเพียงแต่เอา 2 ทฤษฎีมารวมกัน
โดยไม่ให้ขัดกับทั้ง 2 ทฤษฎี
คือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพบอกว่าข้อมูลหายไป สตีฟ
ก็บอกว่าหายเพราะมันเปลี่ยนไป
ทฤษฎีควอนตัมบอกว่าไม่หานสตีบก็บอกว่าไม่หาย
เพราะมันแค่เปลี่ยนไป

สรุปเราไม่ได้ความรู้ไหมจากทฤฎีของ สติฟ…..

ใช่สตีเฟ่นฮอคิ้งพูดใกล้เคียงความจริงมากว่าหลุมดำไม่ทำให้ข้อมูลหายไปและไม่เก็บไว้ข้างในตลอดกาลแต่มันสามารถหลุดออกมาได้ซึ่งทฤษฎีนั้นได้มาจากการศึกษาธรรมชาติ แล้วในพระไตรปิฎกก็มีบอกเป็นเรื่องราวที่พูดถึงเป็นตอนๆไว้อยู่แล้วว่าในหลุมดำเป็นเหมือนอีกโลกหนึ่งที่ทฤษฎีภายนอกใช้อธิบายไม่ได้ แต่ที่แน่ๆสรุปได้ว่าสิ่งที่เข้าไปในหลุมดำไม่ได้หายไปและสามารถออกมาจากหลุมดำได้ขึ้นอยู่กับเวลาเดินทางเท่านั้นเอง แล้วยังมีอีกหลายอย่างที่พระไตรปิฎกได้บันทึกบอกไว้แล้วที่นักวิทยาศาตร์รุ่นไหม่พึ้งคิดได้มาทีหลังเรื่อยๆ คนที่ไม่ได้อ่านพระไตรปิฎกก็จะไม่เชื่อเพราะคงยังไม่เคยอ่านเจออะไรแบบนี้ หรือไม่ก็คงไม่เคยอ่านเลย ถ้าไม่รู้ก็ไม่แปลก ส่วนคนที่อ่านก็จะรู้และเปรียบเทียบได้เองว่าจริงหรือไม่ :)

เป็นไปได้ แต่มันจะเปลี่ยนไปอยู่อีกรูปหนึ่ง…ความคิดกับความฝัน ความสว่างกับความมืด…ทฤษฎีสัมพันธ์ภาพมีจริงอยู่ที่มูลของเราต่างหากมันจะมาสัมพันธ์แค่ไหน?..สารมืดแค่เก็บมิติเท่านั้น มันถูกเก็บอยู่ในสารมืด…ความสมบูรณ์แบบที่มาควบคุมความไม่สมบูรณ์แบบ…ความมืดมาความควบคุมแสงสว่าง..ความมืดคือความสมบูรณ์แบบ..ข้อมูลความคิดถูกเปลี่ยนรูปไร้ประโยชน์เพราะรอการถูกประมวลผลทางฟิสิกส์….แต่ข้อมูลทางความฝันเท่านั้นที่จะผ่านออกไปไม่กลับมาอีกแล้ว…กุญแจคือความมืดกับความสว่าง…ความสว่างมีมวลสารตอบสนองทางฟิสิกส์…จักรวาลถูกสร้างขึ้นมาให้ตอบสนองต่อความคิด ร่างกายของเราคือกลไกหนึ่งของจักรวาล…เราต่างหากที่จะมาตอบสนองต่อจักรวาลนี้เช่นไร?…เรามีโฮร์โมนที่มาเชื่องโยงให้เป็นไปตามข้อเสนอของจักรวาลนี้…..สมองจึงพัฒนาการณ์ตอบสนองโฮร์โมน…เช่นเรามีโฮร์โมนอยากจะไปดาวอังคาร อยากรู้ อยากเห็นฯลฯสมองก็จะถูกชี้ทางไปสู่ทางนั้น..ผิดถูกสมองชี้ไม่ได้ .ต้องระดับมิติเท่านั้นที่มาเป็นตัวช่วยคิด..นั้นคือความฝัน..สมองจึงเป็นแค่ตัวฉายภาพแสดง…จักรวาลคือผู้เสนอ….จักรวาลจึงมีวัตถุประสงค์ใช้ดักจับความฝัน…ไม่ใช่ความคิด..มูลความคิดจึงไม่ใช่เป้าหมายของจักรวาล…โฮร์โมนคือตัวประมวลผลมูลธาตุของความฝัน…แยกแยะมิติออกจากกัน…ฯลฯ…..เราจึงพบว่า มีนักวิทยาศาสตร์สองคนแล้วที่กล้าพูดเรื่องมิติ…แต่ไม่มีใครเข้าไปได้เลย…สตีเฟ่นก็สับสนเรื่องมูลความคิด…เห็นไหมว่าจักรวาลดักจับอะไรบางอย่าง..อินทรีย์คือกับดัก….อัลไซเมอร์คือโรคร้ายของพวกหลงติดอยู่ในความฉลาด แต่มันไม่มีผลกับคนซื่อโง่เขลาเลย…..มนุษย์ต้องการแสงสว่างมากขึ้น ความมืดจึงเป็นศัตรูเช่นเดียวกันฉันท์นั้น…..ความฉลาดก็ต้องการแสงสว่าง…หลุมดำมีไว้ประมวลผลแยกแยะพวกหิวแสงสว่างแบบแมลง…จักรวาลนี้มีไว้เสนอบุคคลที่ฉลาด…วิทยาการทางมิติคือคำตอบที่พวกมีความฉลาดไม่กล้าแตะต้อง….มันคือความฝัน คืออุปทาน ที่สมองจับต้องมันไม่ได้ อ่านค่าของมันก็ไม่ได้ เพราะเรามีโฮร์โมนเป็นตัวประมวลผล….คนที่ฉลาดจะใช้โฮร์โมนเป็นตัวประมวลผลส่งไปสู่สมองระบบประสาท….ฯลฯ…..ถูกกักขังไปตลอดกาล….แบบคอมฯในอนาคตจะกักขังคนฉลาดแต่ไม่มีผลต่อคนซื่อโง่เขลา….คอมฯจะเป็นมหาภัยของบุคคลที่ใช้โฮร์โมนแบบมักงาย…มันเสนอมาให้ถูกใจสันดารชนิดโฮร์โมนเราวิ่งเข้าใส่เลย….ดูที่เราวิ่งเข้าใส่..ลาภ ยศ สรรเสริญซิ…นั้นมันเป็นเราที่ไหนกัน โฮร์โมนทั้งนั้น…กินยาดับโฮร์โมนดูซิ..ที่เหลือคือสันดารของเราแท้จริง…เช่นพวกกินไวอาก้ามาจากสันดารแท้จริงของเรา..พวกนี้จะเกิดความฝันที่ไม่ผ่านหลุดดำ..เพราะมีมูลทางอินทรีย์จักรวาล….ปริศนาวิชาการทางมิติที่นักวิทยาศาสตร์มองว่างมงาย….เพราะสมองของเรามันปิดกักกันมิติไว้ มันฉายแสดงจิตตัวกูของกูชัดเจนไปตามความฉลาด และโฮร์โมนดักจับไว้ระบบประสาทปรุงรสชาติหลงในอารมณ์นั้นๆ…..ธรรมชาติและจักรวาลคือปัจจัยข้อเสนอ..ยิ่งถลำลึกยิ่งสนุกทั้งหญิงและชายจนลืมความจริงของความจริงไปนั้นคือกาลเวลา….เราจะพบว่าธรรมชาติคือเครื่องล้างความทรงจำชั้นเยี่ยมให้มาเป็นปัจจุบัน..เช่นวัยเด็กถูกธรรมชาติหลอก..ยิ่งฉลาดมีความคิดยิ่งลืมความจริงของตัวเองไป….มนุษย์ในอนาคตไม่มีวันมารู้ความรู้สึกของคนปัจจุบันนี้ได้เลย…เราจะถูกกระทำให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลาเพื่อปกปิดความลับของจักรวาล….มนุษย์ถ้ารู้ความจริงว่าสมองมีอายุไขสั้นมากๆ..ในขณะที่ความฝันถูกสมองเปลี่ยนรูปไปสู่อนาคตอยู่ในจักรวาลนี้….ดวงอาทิตย์กำลังจะดับกลายเป็นหลุมดำ..แผลดับลายไปทั่วตัวเช่นที่เห็น…คุณจะยังฝันไปสู่อนาคตอีกหรือ?…สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พูดคืออนาคตที่หลอกลวงความฝันของมนุษย์…ถ้ามนุษย์อนาคตย้อนกาลเวลามาได้ รู้ไหมว่ามันจะมาทำอะไรในปัจจุบัน???มันจะมาทำลายล้างโลกนี้ทันที..เพราะมันต้องการหยุดอนาคตของมันนั้นเอง..มหาภัยพิบัตินรกจักรวาลรอมันอยู่….วิธีเดียวคือย้อนมาทำลายเหตุของพวกมันให้สิ้นซาก….ไอน์สไตน์คือหนึ่งในมนุษย์อนาคต…มาวางยาไว้…เราอยู่ในสภาวะเจริญทางอาวุธสงครามเร็วเกินไป..120ปีสามารถที่จะทำลายล้างโลกได้แล้ว..รอแค่วันทีมันจะลงมือเท่านั้นเอง….นี้คือพฤติกรรมของพวกนักวิทยาศาตร์ มาเกิดเพื่อเผาผลาญทำลายล้างบ้านของตัวเอง…แผลดับบนดวงอาทิตย์จะเริ่มก่ออนุภาพดูดสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้าอีกไม่เกิน7000ปีข้างหน้า…เรายังมีเวลาแค่3000ปีเท่านั้น….
คุณกำลังบอกว่า ความฉลาด นักวิทย์ เป็นหายนะของโลกหรือ ให้คนหยุดศึกษาทางโลก อยู่ตามสัญชาตญานแบบเดิม ๆ เหมือนคนป่าอเมซอนหรือไง
กรุณากลับมาอธิบายเพิ่มเติมหน่อย ขอบคุณ
วิทยาศาสตร์ วิชาการ อารยะธรรมมันคือระเบิดเวลา..ยาพิษที่มีฤทธิทำให้โลก ธรรมชาติ จักรวาลตายผ่อนส่ง….”*เมื่อไหร่ที่มนุษย์ตกอยู่ในความเจริญ
สูงสุดของรุ่นแรก โดยไม่ผ่านบทเรียนรู้เท่าทันมันมาก่อนอย่างดี หายนะความฉิบหายก็จะตามมา เพราะมนุษย์มีจุดอ่อนคือไม่รู้เท่าทันโฮร์โมน ฯลฯของตัวเอง
“..วิทยาศาสตร์ วิชาการและอารยะธรรมจึงไม่คู่ควรกับ”มนุษย์”…เราใช้มันเป็นเครื่องมือล้างทำลาย…วิทยาศาสตร์มันมีกุญแจของการใช้มัน มันมียา
แก้ไขป้องกัน แต่เราไปเรียนวิธีปรุงมันขึ้นมาก่อน..โดยไม่รู้วิธีใช้มัน…มันจึงกลายเป็นโค๊ตระหัสบอกว่า”มนุษย์กำลังจะสู่ยุคหายนะสูยพันธุ์อีกครั้งหนึ่งของ
ประวัติศาสตร์โลก”…..ดูรัสเซีย ดูธรรมชาติ และดูสังคมอเมริกา ดูญี่ปุ่นฯลฯและหันมาดูโลก…..”คนที่สนุกไปกับการเสพมันตื่นเต้นในเรื่องราวเนื้อหา
ของมัน ก็ยอมติดรสชอบถูกใจมัน…แต่ยังมีบุคคลที่ช่างสังเกตุ ช่างพิเคราะห์หาเหตุ มีโฮร์โมนไม่มักง่ายอำเพอใจ ไม่หลงติดจนหลงใหลตาบอด…เขาก็
ย่อมมีสิทธิในการปกป้องมาตุภูมิ ธรรมชาติ โลกของเขา…และเขารู้ว่า..ปัญญาสันดารเช่นเขาเคยครองโลกนี้ และเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ที่หลงเหลือจาก
ซากอารยะธรรมนั้นๆมาตลอดทุกยุคทุกสมัย…..บุคคลเช่นนี้เขาก็มองวิทยาศาสตร์ วิชาการ อารยะธรรมในอีกมุมหนึ่ง…”จะไปกล่าวหาว่าเขา
เสือก”โง่”ไม่ได้…เพราะเขาคือเต่าล้านปี ที่เคยครองโลกนี้มาก่อน…พวกคุณคือมนุษย์ต่างดาว ต่างยุค ต่างภิภพ มันมาที่หลังเขา…..ควรจะรับฟัง
เขา…”ขนาดมหาวิทยาลัย ก็คือโรงงานผลิตยาพิษมวลสภาวะตายผ่อนส่งของธรรมชาติสังคม”..ผลิตฝูงอีกา ความฉลาด มาย้อมสีให้มัน โดยที่
มหาวิทยาลัยไม่รู้เท่าทันสิ่งที่ตนผลิตออกมานั้นว่ามันคืออะไร?…สิ้นค้านั้นมันไปทำลายอะไรบ้างในอนาคต…..ระเบิดเวลาดีๆนี้เอง”…สิ้นค้าความฉลาด
เป็นที่ต้องการซื้อขายกันในหมู่คนชั่วที่มีเงินและอำนาจ…เพราะมนุษย์ไม่รู้จักอนุภาพโฮร์โมนของตนเองว่ามันใช้ทำอะไรได้บ้าง……ผมคือเต่าล้านปีที่
ต้องการชีวิตแบบเต่าๆคืน….ในขณะพวกคุณคือมนุษย์ต่างดาวมาเปลี่ยนธรรมชาติของเต่ามาเป็นบรรยากาศของคุณ…สารพิษยาพิษสงครามฯลฯ…การ
แข่งขันทุกๆวิธีการเพื่อสนองโฮร์โมนเกิดพัฒนาการสู่สมอง ฉลาดไม่สิ้นสุด…มันไม่ใช่พฤติกรรมของมนุษย์โลก…มนุษย์โลกรู้จักการใช้โฮร์โมนสร้าง
สังคม..พวกคุณใช้โฮร์โมนสร้างความฉลาดมาสนองบาปสันดารของตน…สตีเว่ฟ ฮอว์กิ้งก็มีพฤติกรรมโน้มน้าว”หยดเหยื่อ”กระตุ้นโฮร์โมน ภาษาฝังความ
คิดวางยาพิษ”ล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์”แบบที่ไอน์สไตน์กระทำมาแล้ว……ทฤษฏีของสตี้เฟ่น..ร้ายกว่าของไอน์สไตน์เป็นล้านๆเท่ามันทำลายระบบสุริยะได้
เลย….*นักวิทยาศาสตร์เริ่มเพราะเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาแล้ว…มันแค่การเริ่มต้นพบว่ามันมีมูลความจริง..แต่ยังไม่มีวิวัฒนาการไปเร่งโตเร่งเวลาให้
มัน….***ใครจะไปรู้ว่า..ในจักรวาลนี้มีอุบัติเหตุทางวิทยาศาสตร์มาแล้วกี่ระบบสุริยะที่ถูกทำลายไปด้วยน้ำมือของวิชาการ…มันกลืนระบบสุริยะ…..เรา
วันนี้วางยาพิษด้วยวิทยาการไปให้ลูกหลานในอนาคต….สิ่งที่สตีเฟ่นชี้นั้นมันมีสองด้าน…เรารู้มันด้านของความอยากรู้…แต่อีกด้านหนึ่งเราบอด
สนิด…มนุษย์เราใช้โฮร์โมนมองวิทยาศาสตร์ในด้านหายนะ….เมล็ดพันธุ์หายนะระดับจักรวาลจะถูกฝังเพาะพันธุ์ไว้ในสมองของมนุษย์นี้เอง คอมพิวเตอร์
เป็นแค่ผู้ช่วยปลูกสร้าง เป็นตัวเร่งความเจริญความแม่นยำนั้น…เราจึงพบพฤติกรรมว่าคนปลูกเพาะพันธุ์เป็นกลุ่มหนึ่ง คนขยายพันธุ์ คนเคลื่อนย้าย(พ่อค้า)
คนที่จะใช้มันสู่การรองรับบริโภคก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง….มันเดินทางไปอยู่บนอวกาศมากมายเท่าไหร่?…บนดินเท่าไหร่ ใต้มหาสมุทรเท่าไหร่..และถ้าเมล็ด
พันธุ์สายใหม่นี้ไปสู่ดวงดาวอื่นๆแม้แต่ดวงอาทิตย์ล่ะ….ยาพิษ ระเบิดเวลา…คือวิทยาศาสตร์ดีๆนี้เอง
วิทยาศาสตร์ มีสาระมีมูลของก่อจิตนาการณ์…เพราะบุคคลที่มีจิตนาการคือเมล็ดพันธุ์ของวิทยาศาสตร์…วิทยาสตร์คือความสนุกความสุขทางจิตนา
การณ์….
เพ้อเจ้อ เลอะเทอะไปหมด ที่พล่ามเป็นน้ำไหลมานี่ไม่มีหลักฐานใดๆมาสนับสนุนในความคิดของตัวเองแม้แต่น้อยเลย ประหนึ่งเหมือนคนที่คิดบ้าบออะไรก็
พูดออกมาได้โดยขาดความรับผิดชอบ แถมนี่มันโลกยุคศตวรรษที่ 21 มันเป็นยุคโลกาภิวัตน์แล้ว เท่าที่จับใจความดูเหมือนคุณจะหลงยุคมาจากสมัยมนุษย์
ยุคหินก็ไม่ปาน
ผมถามหน่อยนะ เห็นคุณพูดต่อต้านวิทยาศาสตร์ ต่อต้านวิชาการ และต่อต้านอารยธรรม แล้วที่โตๆมานี่ได้เรียนหนังสือมาไหม ? แล้วที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับ
สังคมทุกวันนี้ ถ้าไม่ให้เรียกว่าอารยธรรมที่เป็นรากเหง้าให้คุณมีตัวตนอยู่ได้ในทุกวันนี้ แล้วตอนนี้คุณสถิตอยู่ที่แห่งหนใด ?
แค่เรียกชื่อทฤษฏีก็ผิดแล้วครับ อย่าเพิ่งไปไหนไกล… มันคือทฤษฏีสัมพั(ท)ธภาพครับ ไม่ใช่สัมพันธ์ภาพ
วิทยาศาสตร์ ทำให้มนุษย์เจริญก้าวหน้า และต่อยอดไปยุคแห่งอวกาศ เพื่อรวบรวมสรรพสิ่งชีวิต ให้เป็นสัมพัทธมิตรร่วมกัน แลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆไม่รู้จบ
สิ้น

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เคยพูดเรื่อง หลุมดำ ผมฟังแล้ว ก็ตรงกับทฤษฎีนี้นะครับ สิ่งต่างที่หลุดไปในหลุมดำ ไม่หายไป แต่ใช้เวลานาน กว่าจะคายออกมา
ใช่สตีเฟ่นฮอคิ้งพูดใกล้เคียงความจริงมากว่าหลุมดำไม่ทำให้ข้อมูลหายไปและไม่เก็บไว้ข้างในตลอดกาลแต่มันสามารถหลุดออกมาได้ซึ่งทฤษฎีนั้นได้มาจากการศึกษาธรรมชาติ แล้วในพระไตรปิฎกก็มีบอกเป็นเรื่องราวที่พูดถึงเป็นตอนๆไว้อยู่แล้วว่าในหลุมดำเป็นเหมือนอีกโลกหนึ่งที่ทฤษฎีภายนอกใช้อธิบายไม่ได้ แต่ที่แน่ๆสรุปได้ว่าสิ่งที่เข้าไปในหลุมดำไม่ได้หายไปและสามารถออกมาจากหลุมดำได้ขึ้นอยู่กับเวลาเดินทางเท่านั้นเอง แล้วยังมีอีกหลายอย่างที่พระไตรปิฎกได้บันทึกบอกไว้แล้วที่นักวิทยาศาตร์รุ่นไหม่พึ้งคิดได้มาทีหลังเรื่อยๆ คนที่ไม่ได้อ่านพระไตรปิฎกก็จะไม่เชื่อเพราะคงยังไม่เคยอ่านเจออะไรแบบนี้ หรือไม่ก็คงไม่เคยอ่านเลย ถ้าไม่รู้ก็ไม่แปลก ส่วนคนที่อ่านก็จะรู้และเปรียบเทียบได้เองว่าจริงหรือไม่ :)

ในความคิดของผมหลุมดำก็คือ เมื่อดาวที่ตายลงระเบิดแล้วยบตัวลงด้วยแรงโน้มถ่วงมหาสาน ทำให้เกิดหลุมอาวกาศที่เรียกว่าหลุมดำ เมื่อหลุมดำคือหลุมอากาศที่เกิดจากมวลมหาสานและแสงหนีไม่พ้นก็แปลว่าเร็วกว่าและลึกมากจนแสงตามไม่ทัน คือถ้าสมมุติว่าเราเดินทางด้วยหลุมดำ เราจะข้ามจากกาแล็กซี่หนึ่งไปยังกาแล็กซี่หนึ่งได้ภายในชั่วฟริบตาหรือการวาปแต่เราจะโดนหลุมดำฉีกจนไม่เหลือซากซะก่อน แต่นักวิทยาศาสบอกว่า ถ้าเรามีสะสารลบเราก็จะไม่โดนฉีก เหมือนผวกก็าสที่ลอยขึ้นฟ้าสวนทางกัแรงโน้มถ่วง จะทำให้หลุมดำที่เราสร้างขึ้นคงสภาพได้และทำให้เราผานไปได้ครับ นี่ก็เป็นจินตนาการเพ้อเจ้อของผม

สรุปมันก็เสียข้อมูลทั้ง2ทฤษฎีนั่นแล่ะ แต่ผมเชื่อไอสไตร์ เพราะแรงดึงดูดอนันต์ขนาดนั้น อะตอมมันจะยืดแน่ๆ เป็นสปาเกตตี้แน่ๆ พอตกเข้าไปในใจกลางก็คงบีบอัดกันเล็กจนอนันต์ รอวันระเบิดเปนบิ๊กแบงครั้งใหม่
ผมเชื่อไอสไตมากกว่า เมื่อแรงโน้มถ่วงมึจริงก็แปลว่า เมือหลุมดำมีความโน้มถ่วงมากจนแสงก็หนีไม่พ้นก็แปลว่าความเร็วในนั้นเร็วกว่าแสงเมื่อสัพสิ่งที่หลุดเข้าไปและด้วยแโน้มถ่วงมหาสานจะฉีกวัตถุที่หลุดเข้าไปจนไม่เหลือซากจนเป็นควันตั้มก็ไม่เหลือ

หลุมดำคือการรีไซเคิ้ลแต่คือการกำจัดขยะแล้วนำไปสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาแทน เหมือนการหลอมแล้วสร้างใหม่แล้วถูกส่งไปใช้งานในที่ใหม่ หรือไม่ก็นำมาเก็บไว้ที่ขอบฟ้าเหตุการแต่ไม่ว่าสิ่งได้ที่ลงไปในหลุมดำต้องถูกหลอมใหม่แน่ๆ

หลวงพ่อฤาษีท่านอธิบายไว้ก่อนซะอีก ว่ามันไม่ได้ดำมืดสนิทมันมีพื้นผิวแต่แข็งกว่าโลหะใดๆมีพลังดึงดูดมหาศาลแต่สิ่งที่เข้าไปไม่ได้ไปใหนจะออกมาอีกทีแต่ใช้เวลานานมากเท่านั้นเอง

หลุมดำไม่มีแรงดึงดูด เพราะเป็นดวงอาทิตย์ที่ตายแล้ว เป็นเพียงกองเถ้าถ่านกองใหญ่ ที่เห็นเป็นสีดำก็เหมือนฟองไข่ ระบบสุริยะมันเหมือนฟองไข่ ไข่ของใครของมัน มันก็ยุบตัวก็ไม่เกี่ยวกับไข่ฟองไหน หลุมดำหยุบตัวก็อยู่ภายในระบบสุริยะนั้น ๆ
ดวงอาทิตย์แต่ละดวงส่องแสงด้วยความแรงไม่เท่ากัน ดวงอาทิตย์ดวงเล็กแสงอาจส่องหรือเดินทางได้เร็วกว่าดวงใหญ่ แต่ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่แสงที่ส่องออกมาเดินทางช้า แต่ส่องแสงได้ไกลกว่าดวงเล็ก
ถ้าทฤษฎีหลุมดำเปรียบเหมือนฟองไข่เน่า ไม่มีแรงดึงดูดต่อระบบอื่น ๆ ของใครของมัน
ทำไมพวกฝรั่งมันชอบให้ระเบิด ดูด เผาทำลายล้างไปเสียหมด ทำไมไม่มีทฤษฎีเกิดขึ้นของดวงดาว เกิดขึ้นโดยตัวของมันเองแล้วก็ตายไป โดยไม่ทำล้ายทำลายล้างมั่งนะ

หลุมดำอาจเป็นตัวดูดสสารที่เหลือจากการเผาใหม้ของดาวฤก หรือคิดง่ายๆถ้าอะตอมของธาตุเป็นสิ่งมีชีวิตมันก็ต้องมีวิญญาณ อาจเป็นในรูปที่แสงไม่สามารถทำปฎิกริยากับมันใด้
หลุมดำมันก็เหมือนพัดลมระบายอากาศออกไปสู่อีกหลายชั้นของจักวาลไปสู่ชั้นสุดท้ายของจักวาลที่มีแต่แสงสว่างไม่ดำมืด (เป็นทฤษฎีที่คิดเองบนพื้นฐานในองค์ความรู้จากแนวคิดพระเจ้าคือผู้สร้างจักวาล)

เชื่อว่าหลุมดำจะไม่มีสีดำอย่างที่ตาคนเรามองเห็นเป็นสีดำ สาเหตุน่าจะเกิดจากการเคลื่อนที่เป็นรูปวงรีด้วยความเร็วมากกว่าความเร็วแสง ส่งผลให้ตาคนเรามองไม่เห็นภาพ ส่วนภาพที่มองเห็นรอบ ๆ วงกลมสีดำเราสามารถมองเห็นได้ก็เพราะว่ามีอัตราการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของความเร็วแสงพอดี หรือ มีความเร็วน้อยกว่าความเร็วแสง ส่งผลทำให้ตาคนเราสามารถมองเห็นภาพรอบ ๆ หลุมดำได้ หลุมดำไม่ใช่ทางลัดใดๆทั้งสิ้น เมื่อถึงจุดอิมก็จะระเบิดกลายเป็นบึ๊กแบ็งออกมา

หลุมดำอาจจะไม่ทำลายดวงดาวที่ถูกดูดกลืนเข้าไปภายในหลุมดำก็เป็นได้
อาจจะเป็นคล้ายกับห้องโถงใหญ่ๆที่ดวงดาวถูกกลืนเข้าไป เเล้วออกมาเข้าออกๆ อย่างนี้. เเต่อาจจะใช้เวลานานๆกว่าจะออกมาจากหลุมดำได้.(ความคิดส่วนตัวน๊ะ หมอเรียกเเละ. ทานยาเเป๊ป)😁😁😁😁😁😁😁

สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

สารคดี สำรวจโลกต่างดาวนอกระบบสุริยะ
ปี 1995 นักดาราศาสตร์ชาวสวิต สังเกตุการณ์ดาวฤกษ์และกลุ่มดาวเพกาซัส(กลุ่มดาวม้าบิน)ประจำวันที่อยู่ห่างออกไป 50 ปีแสง แต่เครื่องมือแสดงบางสิ่งที่แปลกออกไป ดาวฤกษ์ดวงหนึ่งเอียงและโยกอย่างรุนแรง ซึ่งสาเหตุมันเปลี่ยนแปลงความเร็วไปตามกาลเวลา อะไรที่ทรงพลังมากพอจะรบกวนดาวฤกษ์ที่มีขนาดเท่ากับดวงอาทิตย์ของเรา คำตอบคือ "ดาวเคราะห์" แต่ทว่ารอบๆดาวฤกษ์นั้นมันไม่มีสิ่งใดเลย... สารคดี สำรวจโลกต่างดาวนอกระบบสุริยะ สารคดี สำรวจโลกต่างดาวนอกระบบสุริยะ(6) 1.สารคดี ...
สารคดี ฤดูกาลของดาวเสาร์
ฤดูกาลของดาวเสาร์ ระบบสุริยะ มีสิ่งที่น่าท่องเที่ยวหลายอย่าง แต่ไม่มีที่ไหนเทียบได้กับที่นี้ โลกของก๊าซยักษ์ ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยวงแหวนที่สมบูรณ์แบบ ดาวเสาร มีความสวยและความท้าทายจินตนาการ แต่ดวงเสาร์เป็นภาพลวงตา มันเป็นห้องปฏิบัติการที่แปลกใหม่ ที่สามารถฉายแสงในรูปแบบที่ดาวเคราะห์ และอาจจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสิ่งมีชีวิต จากการหมุนของดาวเสาร์ ที่รอบหมุนของมันเป็นแบบไดนามิกส์ จนถึงดวงจันทร์นับสิบที่แปลกใหม่และลึกลับ นํ้าแข็งล้านๆก้อนที่ลอยอยู่และฝุ่นละอองที่รวมกันก่อให้เกิดวงแหวนที่ซับซ้อนของดาวเสาร์ ...
สารคดี พลังความมืด กับ สุริยุปราคา
พลังความมืด กับ สุริยุปราคา นักดาราศาสตร์ในอดีตนั้นคิดว่าตนได้เข้าใจว่าจักรวาลเกิดจากอะไร อย่างแรกคือ วัตถุ ซึ่งเกิดจากดวงดาวและกาแล็กซี่ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า และต่อมาคือ วัตถุดำมืด ที่ไม่สามารถอธิบายถึงสาเหตุที่มันไม่มีแสง แต่เรารู้ว่า มันเกิดจากแรงโน้มถ่วงที่คอยดึง มีเพียงนักดาราศาสตร์ยุคปัจจุบันที่ค้นพบว่าจักรวาลที่เราอยู่นั้นเป็นจักรวาลลำดับที่ 3 และไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัตถุใดๆเลย ปรากฏการณ์อันน่าปริศนานี้ ...
สารคดี การมาเยือนของดาวหางไอซอน
การมาเยือนของดาวหางไอซอน การค้นพบบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จุดแสงเล็กๆที่ไม่สำคัญ แต่ถ้าสังเกตุดูใกล้ๆ จะบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่ดาวธรรมดา มันคือดาวหางใหม่ดวงหนึ่ง อยู่ห่างมากกว่า 900 ล้านกิโลเมตร ออกไปในส่วนลึกของระบบสุริยะ ดาวหางคือก้อนนํ้าแข็งและหินที่ลึกลับขนาดเท่าเมือง ปกติอยู่ห่างจากขอบเขตของพวกดาวเคราะห์ แต่บางครั้ง ดาวหางก็เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ เมื่อมาใกล้ หางของพวกมันจะใหญ่ขึ้นและสว่างเจิดจ้า ...
สารคดี ดาวหางพุ่งชนโลก กับ นวัตกรรมการป้องกัน
หินก้อนใหญ่ที่พุ่งเร็ว เหมือนจรวดจากห้วงลึกของจักรวาล อยู่บนเส้นทางการปะทะโดยตรงกับโลก มันเคยเกิดขึ้นเมื่อ 65 ล้านปีก่อน และสิ่งมีชีวิตบนโลก และ ไดโนเสาร์ ได้ตายลง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า มันไม่ได้เกิดเพียงครั้งเดียว ดาวหางพุ่งชนโลก กับ นวัตกรรมการป้องกัน 1.สารคดี ...
Copy link
Powered by Social Snap