สารคดี หลักการทำงาน ของ จิตใจ สติ สมอง ของมนุษย์

บทเกริ่นนำ ep10.คลับ ตั้งแต่กำเนิดจักรวาลของเราขึ้น สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นบนโลก และมนุษย์ได้ปกครองโลก ศูนย์กลางความสำเร็จของเราคือ หนึ่งในอำนาจที่มหาศาลที่สุด คือ สมองและจิตใจ ความเชื่อมโยงสิ่งต่างๆที่เป็นไปได้มากที่สุด อยู่ในสมองของมนุษย์ มันมากกว่าอนุภาคทั้งหมดที่เรารู้จักในจักรวาล อำนาจอันเหลือเชื่อ ของสมองและจิตใจ มีมากเกินกว่าที่วิทยาศาสตร์จะนิยามได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่เรามีสติรับรู้ เรื่องราว คนอื่น รอบตัวได้อย่างไร ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ว่า จิตใจ หรือ สติของมนุษย์นั้นมาจากไหน และสิ่งที่ทำให้ สติ น่าสนใจ ยิ่งขึ้น คือ ความสามารถของจิตใจมนุษย์ ที่รับรู้ รูปแบบของสติที่สูงลํ้ากว่า ซึ่งหลายคนเรียกมันว่า การรับรู้ถึงวิญญาณ การรับรู้ก้าวข้ามกายหยาบ
ร่างกายและจิตใจมีความสัมพันธ์กัน โดยเมื่อใดที่ร่างกายตึงเครียด จะทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติ ซิมพาเทติก ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังลดลง ตรงกันข้ามกับภาวะผ่อนคลายที่ระบบประสาท พาราซิมพาเทติก ทำงานมากขึ้นอย่างสมดุลจะทำให้ร่างกายหายใจช้าลง ชีพจรและความดันโลหิตลดลง มือเท้าอุ่นขึ้น
เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ต่อมเหงื่อทำงานมากขึ้น ไตขับของเสียได้น้อยลง หัวใจเต้นเร็วและแรง เส้นเลือดในท้องและผิวหนังหดตัว อาหารจึงไม่ย่อย ภูมิต้านทานลดลง เกล็ดเลือดเกาะตัวเป็นลิ่มมากขึ้น ไขมันที่สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อจะละลายออกมาอยู่ในสภาวะพร้อมใช้งาน ไขมันในเลือดจึงสูงขึ้น หากเครียดบ่อยๆ จะอุดตันตามเส้นเลือด กลายเป็นโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง จิตใจที่เครียดติดต่อกันนานๆ ทำให้ฮอร์โมน คอร์ติซอล เพิ่มขึ้น มีผลลดความว่องไวของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ภูมิต้านทานที่ถูกกดไว้ ทำให้ป่วยง่าย ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ไม่ดี เนื่องจากปกติ ร่างการจะสร้างเซลล์เคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก แต่ผลจากความเครียด ร่างกายจะไม่ซ่อมแซมตัวเอง จึงเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
มีผลการวิจัยกล่าวว่า ผู้ที่มีความรู้สึกเกลียดชังหรือเป็นศัตรู ความดันจะสูงขึ้น 40 วินาที ส่วนความโกรธ ทำให้ความดันสูงขึ้น 80 วินาที
ความเจ็บป่วยที่มีผลต่อเนื่องมาจากจิตใจ ทางการแพทย์เรียกว่า Psychosomatic psychosomatic illness เช่น โรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจ ไมเกรน หอบหืด ภูมิแพ้ โรคกระเพาะอาหาร ท้องเสีย

สารคดี หลักการทำงาน ของ จิตใจ สติ สมอง ของมนุษย์

วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป*

สารคดี หลักการทำงาน ของ จิตใจ สติ สมอง ของมนุษย์ มี 6 วีดีโอ
1.มหัศจรรย์ของสมอง
2.ความอัศจรรย์ของสมองมนุษย์ การทำงานของจิตกับสมอง วังวนแห่งความวุ่นวาย
3.เรื่องมหัศจรรย์ของสมอง
4.โรควิตกกังวลและโรคตื่นตระหนก
5.วิธีปลดปล่อยพลังงานจากสมอง..ของคุณ!!
6.คิดมาก คิดไม่เลิก ทำอย่างไรดี?

วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป*

ความคิดเห็นคุณภาพ เกี่ยวกับ สารคดี หลักการทำงาน ของ จิตใจ สติ สมอง ของมนุษย์
-คนที่ได้ปฏิบัติจิตสิกขา เข้าสมาธิระดับณานสี่ จะเห็นความจริงของจิตที่ลึกกว่านักวิทยาศาสต์ที่ไม่สามารถวิจัยได้ เพราะเหตุเรื่องจิตสิกขาเป็นเรื่องจิตวิญญาณไม่สามารถเอาเครื่องมือมาพิสูจน์ได้ นอกจากการเข้าสมาธิและดูพฤติกรรมทางจิตนั้นคือการเดินวิปัสนาเพื่อเห็นพฤติกรรมการทำงานของจิตเพื่อเห็นกฎไตรลักษ์ ศาสนาพุทธเลยกลายเป็นนักวิจัยทางจิตเป็นนักวิทยาจิตแห่งโลกวิญญาน กลับมามองนักวิทยาศาสทางโลกเป็นเด็กๆไร้เดียงสาไปเลย

-สติจะเลือนหายไป เมื่อคุณง่วงนอน และนอนพักผ่อน อย่างสงบ หูไม่ได้ยิน ตามองไม่เห็น จมูกไม่ได้กลิ่น สัมผัสไม่รู้สึก มีเพียง เสียงกรน และลมหายใจ ทำให้คนรอบข้างรู้ว่า คุณนอนพักผ่อน อย่างมีความสุข ถ้าการนอนไม่มีความสุข คุณจะฝันร้าย มือเท้าจะสั่นไหว
ถ้าหนักกว่านั้น คุณก็จะตกใจตื่น
สิ่งที่ทำให้คุณตื่นนอนคือ สารเคมีเพื่อปลุกจากภายใน
และสติ ที่ตกใจ
คุณมีชีวิตเพราะร่างกาย ยังอุ่นเสมอ
..มาเข้าใจความตาย สิ่งท้าทายที่มีอยู่จริง. อยากรู้จักความตาย ต้องรู้จากคนที่ตาย แต่ไม่มีไครกลับมาบอกคุณ เพราะว่า ความตายเป็นฏีกา เป็นโทษหนักของชีวิต
โทษหนักคือ ที่ไม่รู้ว่า ร่างกาย มีหลายชั้นประกอบกัน เป็นชีวิต
เพราะการเกียจคร้าน ไม่ให้ความสำคัญ การมุ่งไปศึกษาจึงยังไปไม่ถึง
เมื่อความตายมาถึง จึงตกใจ
ว่า ไม่น่าเลย.

-ตัวเราก็คือขันธ์ห้า รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รูป ก็คือกายเราที่ประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ เวทนา3 คือ สุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์
สัญญาคือ ความจำได้หมายรู้ สังขาร คือความคิดปรุ่งแต่งไปในอดีต อนาคต วิญญาณ คือตัวรู้ หรือผู้ไปรับรู้ในสี่ขันข์ข้างต้น
พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนเรื่องการทำงานของขันธ์ห้าไว้ว่าวิญญาณจะไปตั้งในสี่ขันข์คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร
จะไม่เลยไปจากสี่ธรรมชาตินี้ คือ รู้ในรูป รู้ในเวทนา รู้ในสัญญา รู้ในสังขาร ถ้าลองสังเกตุดูก็จะรู้ว่าจริงดังนั้น
แต่ที่สำคัญคือ พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนว่า ขันข์ห้าไม่ใช่เรา แต่..แต่ มีสิ่งๆหนึ่งเข้ามายึดขันข์ห้าเป็นตัวตนของมัน ที่เราเรียกว่าเรานี่เอง
แต่จริงๆแล้วเราคือสิ่งๆหนึ่งที่ไม่ใช่ขันข์ห้า ไม่มีตัวตน ว่างเปล่า มีอยู่แต่ไม่ปรากฏ.

-ในห้วงมหาจักรวาล ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวต่างๆ เป็นวัตถุทรงกลมทั้งนั้น..มนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ก็คล้ายกัน ดูนิ้วมือ,เท้าซิ,ศีรษะเล่าก็ทรงกลมคือธรรมชาติที่ถ่ายทอดกันมา(ลำไส้หัวใจตับม้ามมันก็ไร้เหลี่ยมกึก)แต่สมองของมนุษย์ก็ยังค้นหาคำตอบของวิญญาณ..ความคิด..จิตใจความทรงจำ..ชีวิตหลังความตาย..ความชั่วที่สร้างก็ยังมาล้างบาปออกเพื่อคงความดี..และการค้นคิดสิ่งประดิษฐ์นวตกรรมดนตรีต่างๆก็เปรียบเสมือนกับมนุษย์ผู้บรรลุธรรม..ที่เหนือกว่านั้นคือศาสดาของศาสนาต่างๆที่มุ่งให้โลกนี้อยู่กันอย่างสงบ..ในยุคสงครามเย็น คอมมิวนิสต์บอกว่าศาสนาคือยาเสพติดเพื่อจูงใจให้หลงใหลลัทธิตนประการเดียว..มันห้ามผู้คนนอนหลับแล้วฝันนั้นยาก..ผลประเทศคอมฯใหญ่ล่มสลายบางส่วนกลายเป็นเสรี ..2600กว่าปีพุทธองค์ให้มองจากจิตใจของตัวเองแล้วเดินทางไกลในขันธ์5โดยเฉพาะวิญญาณ,เวทนา,สัญญา แค่นี้ก็ มนุษย์หยุดรบราฆ่าฟันกันเองได้มากกว่าสิ่งประดิษฐ์อื่นใด…
~คิดเล่นเพลินกายเดียวดายใต้สายลม~

-( จิต มโน วิญญาณ ) ดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป ตลอดวันตลอดคืน เปรียบแสงกับฉาก ให้เห็นได้ชัด 1.จิต เปรียบเหมือนแสงที่พุ่งออกจากหลอดไฟ 2.มโน เปรียบแสงที่กำลังเดินทางไป 3.วิญญาณ เปรียบแสงที่กระทบฉากแล้ว(อาการที่รู้แจ้ง). ทั้งหมดนี้มันเกิดเร็วมากแค่วินาทีเดียวจิต เกิด-ดับ อาจมากกว่าร้อยครั้ง พอๆกับความเร็วแสงหรือคลืนไฟฟ้าในสมอง(การถ่ายทอดสารเคมี) หลักการบางคนเข้าใจง่าย บางคนเข้าใจยาก พุทธศาสนา เข้าสู่การค้นหาความจริง (สัจธรรมะ(ชาติ) ) ไม่ใช*่เรื่องลึกลับไสยศาต์สิ่งสักสิทธ์ห้อยคอน้ำวิเศษล้างกรรม นี้ไม่ใช่พุทธศาสนา หลักการทางวิทยาศาสตร์เข้ากันได้กับคำสอนในพุทธศาสนา สัตว์(อาการยึดติดธรรมธุาต)ต้องเที่ยวไปในสังสารวัฐตลอดกาลยึดยาวนาน เพราะ ไม่รู้อริยะสัจสี่( ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ เหตุดับทุกข์ ทางดำเนินดับไม่เหลือแห่งทุกข์ ) ขอฝากข้อความนี้ไว้ ในโลกให้ผู้มีธุรีในดวงตาน้อย ได้เห็นธรรมะชาติความจริงในสิ่งที่ไม่จริง(อนัตตา = มีตัวตนชั่วคราว)

-วิทยาศาสต์มันให้คำตอบทางโลกที่มีเครื่องมือพิสูจน์ได้ แต่มันมีอีกหลายอย่างในจักรวาลนี้ที่ความรู้เราไม่สามารถเข้าถึงได้แต่มนุษย์ยังโอหังสู่รู้ว่าโน้นนึ้นั้น อย่างเช่นเรื่องจิตเรื่องใจมันเป็นโลกแห่งจิตวิญญาเอาแค่นั่งสมาธิเข้าถึงฌานนักวิทยาศาสต์ก็ไม่มีเครื่องมือพิสูจน์ แล้วจะมารู้แค่ประถมแห่งจิตฃด้อย่างไร”ศาสนาพุทธเท่านั้นที่ให้คำตอบ”ในเรื่องจิตสิกขา”ซึ่งเป็นวิทยาศาสนต์แห่งโลกจิตวิญญานที่ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองจึงรู้ ที่พุทธะได้กล่าวว่ามนุษย์ทั้งหลายไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยมีสามสิ่งคือ เรื่องของ”อจินไตย”พุทธวิสัย ฌานวิสัย กรรมวิสัย โลกวิสัย หากต้องการรู้รายระเอียดในเรื่อง”อจินไตย”เสริทแค่คำนี้ก็จะรู้รายระเอียดครับ การเรียนรู้พุทธและการปฎิบัติก็ถือได้ว่าคุณกำลังศึกษาวิทยาศาสต์แห่งโลกจิตวิญญาน เพรามันพิสูจน์ได้และทนต่อการพิสูจน์ อย่าปิดประตูความรู้แบบนี้มันจะทำให้คุณอยู่ในโลกแบน(กบในกระลานั้นเอง)

-หลังจากที่คนเราล้มลงในบาป จิตใจของคนเราก็ปฏิเสธพระองค์ บ้างก็หันไปสร้างพระอื่นสำหรับตัวเอง บ้างก็สร้างทฤษฏีต่างๆ ขึ้นมา มีทั้งทฤษฏีที่บอกว่ามีพระเจ้า แต่ก็เติมแต่งอะไรอื่นๆ บิดเพี้ยนความจริง บ้างก็เป็นทฤษฏีที่พยายามหาเหตุผลมาหักล้างการมีอยู่จริงของพระเจ้า ( เราจะเห็นนักวิทยาศาสตร์บางคนใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนว่าพระเจ้ามีจริง แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนก็หาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาหักล้าง )

-วิทยาศาสตร์เป็นศาสตร์ด้วยเหตุและผล เป็นการเล่าถึงกฏเกณฑ์ทางธรรมชาติที่มนุษย์ค้นพบ แต่มนุษย์ค้นพบได้เพียงเศษเสี้ยวของสิ่งทรงสร้างทั้งหมดเท่านั้น ยังมีอะไรอีกมากมายที่วิทยาศาสตร์ยังไม่ค้นพบ วิทยาศาสตร์จึงเปลี่ยนแปลงมาตลอดเพื่อทำให้ตัววิทยาศาสตร์เองสมบูรณ์ที่สุด แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเเปลงเลย คือ ความเชื่อว่า พระเจ้ามีอยู่จริง ถ้าความเชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริงนั้น เป็นเพียงสมมติฐานหรือทฤษฏีที่สมองมนุษย์คิดขึ้นมา เราต้องเห็นทฤษฏีนี้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาด้วยสินะ

สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

สารคดี มนุษย์ถ้ำสายพันธุ์สุดท้าย นีแอนเดอร์ทัล
ต้องขอบคุณโครงกระดูกที่นักโบราณคดีขุดค้นพบ และผลวิเคราะห์เราจึงรู้ว่า เรื่องราวของพวกเขาก็เหมือนกับเรา แต่ยังมีความลับซ่อนอยู่ล้อมรอบ นีแอนเดอร์ทาล คำถามแรก ก็คือ นีแอนเดอร์ทาล เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของเรามั้ย? เรื่องนี้ต้องรู้ให้ได้.... นีแอนเดอร์ทาล (ชื่อวิทยาศาสตร์: Homo neanderthalensis) คือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ชนิดหนึ่ง ปัจจุบันนี้ได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว โดยจัดอยู่ในสกุลเดียวกับมนุษย์ยุคปัจจุบัน คือ Homo และมีชีวิตอยู่ในทวีปยูเรเชียจนถึงเมื่อประมาณ 40,000 ...
สารคดี Albert Einstein ไอน์สไตน์
Albert Einstein ไอน์สไตน์ บางคนสงสัยว่า ไอน์สไตน์ คิดได้อย่างไร นักฟิสิกส์คิดวิธีไหน ส่วนใหญ่แล้วตอนเราอยู่เงียบๆเพียงลำพังคนเดียว เราจะมองไปนอกหน้าต่างแล้วสมการต่างๆจะผุดขึ้นวนเวียนอยู่ในหัวของเรา จนกว่าสมการต่างๆจะลงตัว จากนั้นเราค่อยเขียนสูตรลงในกระดาษ เราคิดกันจนปวดหัวเลยครั้ง มีแผ่นสมการอยู่ทุกที่ ชุดสมการที่เขีนยไว้บนหลังซองจดหมาย คือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะคุณเห็นพวกมันอยู่แค่นั้น ...
Copy link
Powered by Social Snap