สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล !


สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล !

 เมื่อพูดถึงจักรวาลในความหมายของมันก็คือผลรวมของอวกาศและเวลา รวมไปถึงสิ่งต่างๆที่บรรจุอยู่ภายใน เช่น ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ กาแลคซี่ หลุมดำ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดคือ สสารและพลังงานรู้จัก เช่นเดียวกับโลกที่เ้ราอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ และเชื่อหรือไม่ว่าสิ่งต่างๆอันเป็นผลรวมของจักรวาลดังที่ได้พูดมาทั้งหมด มันก็มีจุดเริ่มต้นมาจากลูกไฟร้อนแรงเล็กๆเพียงดวงเดียวเท่านั้น เมื่อ 13,700 ล้านปีก่อน ก่อนที่มันจะถูกทำให้ระเบิดออกและขยายตัวมาถึงทุกวันนี้ ดังนั้นจากคำสงสัยที่ว่า จักรวาลของเรามีขนาดใหญ่แค่ไหน เราจะต้องทำความเข้าใจขนาดของใะน โดยการเปรียบเทียบขนาดดวงดาวต่างๆในอวกาศกันเสียก่อน …

ความคิดเห็น เกี่ยวกับ สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล !

พบดาราจักรดึกดำบรรพ์กลุ่มใหญ่ เขย่าทฤษฎีกำเนิดเอกภพ

นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบดาราจักรมวลสูงจำนวนหลายสิบดาราจักรอยู่ห่างออกไปหลายพันล้านปีแสง การค้นพบครั้งนี้อาจทำให้ต้องนักเอกภพวิทยาต้องกลับมาเขียนตำรากันใหม่ว่าเอกภพมีต้นกำเนิดอย่างไร และสภาพแวดล้อมในยุคเริ่มต้นของเอกภพเป็นเช่นไร

การค้นพบครั้งนี้เป็นงานวิจัยของนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโตเกียว โดยมี หวัง เทา เป็นหัวหน้าคณะ

ดาราจักรเหล่านี้มองไม่เห็นด้วยแสงธรรมดา นั่นเป็นเหตุที่ว่าเหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงเพิ่งมาค้นพบเอาป่านนี้ การที่ดาราจักรกลุ่มนี้อยู่ห่างไกลมาก แสงจากดาราจักรที่เดินทางผ่านห้วงอวกาศที่ขยายตัวตลอดเวลาจึงถูกยืดออกให้ความยาวคลื่นมากขึ้นจนเข้าสู่ย่านความถี่อินฟราเรดและคลื่นวิทยุ นอกจากนี้ฝุ่นในอวกาศที่ขวางทางแสงอยู่ก็ยิ่งดูดกลืนแสงที่มีความยาวคลื่นตั้งแต่อัลตราไวโอเลตจนถึงอินฟราเรดใกล้ ซึ่งก็คือพิสัยความไวของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลนั่นเอง

นักวิจัยคณะนี้เริ่มจากการใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ของนาซา ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรด ตรวจพบวัตถุ 63 ดวงที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็มองไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่ จึงต้องหันไปพึ่งกล้องอัลมา (ALMA–Atacama Large Millimeter/submillimeter Array) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ทำงานในย่านความยาวคลื่นระดับมิลลิเมตรและต่ำกว่า เป็นเครือข่ายของจานวิทยุเรียงรายกันเป็นสายในทะเลทรายของชิลี กล้องอัลมาเผยว่าในจำนวนวัตถุลึกลับนั้น 39 ดวงคือดาราจักรมวลสูงที่กำลังอึกทึกไปด้วยกิจกรรมการผลิตดาวฤกษ์ที่มีอัตราสูงกว่าดาราจักรทางช้างเผือกในปัจจุบันถึง 100 เท่า

ดาราจักรที่พบใหม่มองไม่เห็นด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (ซ้าย) แต่มองเห็นด้วยกล้องอัลมา (ขวา) (จาก The University of Tokyo/CEA/NAOJ)

การค้นพบดาราจักรมวลสูงสักแห่งคงจะไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นอะไรนัก แต่ดาราจักรกลุ่มนี้อยู่ห่างจากโลกมากจนแทบสุดเอกภพ ซึ่งหมายความว่าภาพที่ปรากฏเป็นภาพที่เกิดขึ้นในขณะที่เอกภพมีอายุเพียงสองพันล้านปีเท่านั้น (การมองวัตถุที่อยู่ห่างไกล เป็นการมองภาพของอดีต เพราะแสงจากวัตถุต้องใช้เวลาในการเดินทางมาสู่สายตาเรา ยิ่งวัตถุอยู่ไกลเท่าใด ก็ยิ่งเป็นการมองย้อนเวลาไปได้ไกลขึ้นเท่านั้น)

นักดาราศาสตร์เคยคาดคิดมาก่อนแล้วว่าต้องมีดาราจักรประเภทนี้ นักวิจัยคณะดังกล่าวกล่าวว่าเมื่อดาราจักรเหล่านี้วิวัฒน์ต่อไปจนอายุมากเข้า ก็จะกลายเป็นดาราจักรรีมวลสูงดังที่เรารู้จักกันอยู่หลายแห่งไม่ไกลจากดาราจักรของเรา แต่ปริมาณของดาราจักรที่พบที่มีมากกว่าที่คาดไว้ถึงสิบเท่าต่างหาก ที่ทำให้นักดาราศาสตร์ต้องงุนงงว่าเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร

เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุอัลมา ประกอบด้วยจานสายอากาศ 66 ใบเรียงกันเป็นแถวลำดับ ตัั้งอยู่บนที่ราบสูงอาตากามาในประเทศชิลี (จาก Kohno, et al.)

การค้นพบครั้งนี้แสดงว่า เอกภพยุคต้นมีศักยภาพในการสร้างดาราจักรมวลสูงมากกว่าที่แบบจำลองเอกภพที่ใช้กันอยู่ประเมินไว้ บางทีอาจเกี่ยวข้องกับสสารมืด เอกภพต้องมีสสารมืดมากกว่าที่คาดกันไว้มาก จึงจะเพียงพอที่จะสร้างดาราจักรมวลสูงได้ปริมาณมากเช่นนี้ในเอกภพยุคแรกเริ่มได้

นักวิจัยคณะนี้ตั้งความหวังที่จะได้ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ซึ่งมีความไวมากกว่ากล้องฮับเบิลมากจะมาช่วยไขปัญหานี้ต่อไป

มนุษย์เรายึดติดกับเวลา แต่จักรวาลไม่มีเวลา มันได้ขยายออกไปเรื่อยๆ เราเองนั้นแระที่ยึดติดกับเวลา เราเล็กยิ่งกว่าฝุ่นของจักรวาลสะอีก เราก็แค่เรื่องบังเอิญที่มีชีวิต ที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา

ข้อมูลยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็พอเป็นแนวทางให้คนที่อยากศึกษาศาสตร์แห่งเอกภพได้บ้าง

ขนาดที่ใหญ่มหึมาและระยะที่ไกลแสนไกลจนไม่อาจไปถึง เค้าเห็นได้อย่างไร วัดได้อย่างไร และรู้ได้อย่างไรว่ามีอยู่ หรือแค่สมมติฐาน น่าทึ่งมากๆเกี่ยวกับจักรวาลและดาราศาสตร์ ดวงดาวแต่ละดวงที่มีจนนับไม่ได้นี้ มันมาจากไหนกัน ยิ่งเรียนรู้ยิ่งน่าสนใจมาก ขอบคุณคครับ

ฝรั่งเขาเก่งเนาะ.. เก่งมากก ถ้าไม่มีพวกเขา พวกเราชาวโลกไม่มีทางรู้เรื่องเหล่านี้….

เราแค่ฝุ่นของจักรวาล ต่างประเทศเขาไปอวกาศ เพื่อหาทางอนาคตหมดพลังงานจากดวงอาทิตย์เขาจะย้ายประชากรไปได้ เราก็ต้องเปลี่ยนแนวคิดการดำเนินชีวิต

แล้วสิ่งที่อยู่ก่อน สิ่งที่รองรับการระเบิด การขยายตัวของจักรวาลคืออะไร มันต้องมีสิ่งที่อยู่มาก่อนจักรวาล เหมือนคำถามไก่กับไข่

ถ้าจักรวาลมี 100% เราก็แค่สำรวจถึง 1 % ของจักวาลแล้วหรือยัง ขี้ฝุ่นของจักวาลเอ๋ย….

1ปีแสงเท่ากับกี่กิโลเมตร

9.5ล้านล้าน km. (9,500,000,000,000) โดยประมาณครับ

ต้องคูณด้วยเวลา ว่าหนึ่งปีมีกี่วินาที
60วิ×60นาที×24ชั่วโมง×365วัน
=31,536,000วินาที แล้วไปคูณค่าความเร็วแสง300,000กิโลเมตร/วิ(ด้วยประมาณ) จะได้ค่าความเร็วหนึ่งปีแสงที่9,640,800,000,000 เก้าล้านหกแสนสี่หมื่นแปดร้อยล้าน
ถ้าคนวิ่งเร็วเท่าแสงจะเดินรอบโลกได้27รอบใน1วิเลย เที่ยวมันส์แต่ฝันไปก่อน

แล้วการที่ดาวแต่ดวงอยู่อย่างเป็นระบบได้ยังครับ หมุนไปในทิศทางอย่างเป็นระบบ ได้ยังไงครับ หรือท่านจะตอบว่าเป็นความบังเอิญงั้นหรอครับ หาคำตอบนี้ให้หน่อยครับ ผมมั่นใจมีผู้กำหนดอย่างเดียวถึงจะเป็นได้ครับ

แรงโน้มถ่วงครับ

ทฤษฎีบิ๊กแบงค์ส่วนตัวไม่เห็นด้วย จุดกำเนิดของทุกสิ่งอย่างในจักรวาลนั้นมาจาก การมีอยู่เดิมอยู่แล้ว

ทฤษฎีนี่ได้รับการพิสูจน์ด้วยการสังเกตุการระเบิด bigbang จริงแล้วครับ

บิ๊กเเบงก์ มันสัมพันธ์ กับ สภาพของจักรวาล ถ้ามันไม่มีเเรงอะไรไปกระทำ วัตถุในอวกาศจะหยุดนิ่งกับที่ ที่ทุกวันนี้มันเคลื่อนที่ตลอดเวลาเพราะบิ๊กเเบงก์ มันเลยถูกยอมรับมากกว่า มันมีมาอยู่เเล้ว ถ้ามีมาอยู่เเล้ว วัตถุมันเคลื่อนที่ได้อย่างไร คำถามไม่รู้จบ ตอบระเบิดบิ๊กเเบงก์ จบปัญหา

จักรวาลไม่มีขอบเขต พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า มันเป็นอจินไตย ปัจจัตตัง มันเป็นเรื่องที่อยู่เหนือวิสัยของมนุษเกินขีดความสามารถที่จะรู้เห็นได้โดยทั่วและในครั้งสมัยพุทธกาลก็เคยมีฤษีตนหนึงได้ทูนถามพระพุทธเจ้าว่าจุดสิ้นสุดของจักรวาลมันสิ้นสุดขอบเขตที่ไหน พระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสตอบว่าจุดสิ้นสุดมันอยู่ที่ตัวของเรา แต่ฤษีผู้มีฌาณแก่กล้าตนนั้นยังไม่หายสงสัยก็ได้เหาะขึ้นเพื่อจะไปดูจุดสิ้นสุดของจักรวาลปรากฏว่าฤษีตนนั้นได้เหาะจนตายอยู่บนอาวกาศก็ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุดของจักรวาลเลย….มันสำรวจยังไงก็ไม่เจอหรอกครับถ้าจะหาจุดสิ้นสุดเพราะมันไม่มีที่สิ้นสุดครับ😄☺️✌

มันไม่ใช่มีแค่จักรวาลเดียวแต่มันมีมิติคู่ขนานที่มีตัวเราอีกล้านล้านคนอยู่ในเวลาเดียวกัน หรือไม่ก็อยู่คู่ขนานที่เป็นอนาคต
มันซัพซ้อนกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจ

ฉันคิดว่า จักรวาล น่าจะมีขอบเขตแต่มันการขยายตัวอย่างรวดเร็ว (จักรวาลคือส่วนที่ กาแลคซี่ รวมกลุ่มกันอยู่ พ้นเขตจักรวาลคือเอกภพ ความมืดอันเวิ้งว้าง เป็นความคิดของฉันนะ ไม่ได้มีเจตนาจะถกเถียงเป็นการเสนอแนวคิดจ๊ะ

การมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว เพราะมีทางช้างเผือกที่ใหญ่กว่าของพวกเราอีกเยอะ เพราะงั้น นอกทางช้างเผือกพวกเราอาจมีสิ่งมีชีวิตเเปลกใหม่ อยู่ก็เป็นได้

1 ปีแสง = 9 ล้านๆกิโลเมตร คิดดูแค่กาแลคซี่มันยังกว้างขนาดนี้ อวกาศล่ะจะขนาดไหน..

อุณหภูมิต่ำสุดที่ 0 เคลวิน หรือประมาณ -273 องศาเซลเซียส

สรุปแล้ว จักวาลของเรา (Universe) ใหญ่สุด ประมาน 3 แสนล้านปีแสง ที่มีกาแล็กซี่ต่างๆรวมทั้งกาแล็กซี่ทางช้างเผือกรวมกันกว่า 10 ล้านกาแล็กซี่ / หลายๆ จักวาล (Mutiverse) รวมกันคือความยิ่งใหญ่แบบอนันต์

อุณหภูมิ ต่ำสุด มีได้ไม่เกิน -273.15 เซลเซียส หรือ 0 องศา สัมบูรณ์ ครับ กรุณาเปลี่ยนด้วย นาทีที่ 4.24 ระบุว่า -475 เซลเซียส

นักฟิสิกส์ยอมรับว่า คงไม่อาจจะลงไปถึงอุณหภูมิที่ต่ำที่สุดทางทฤษฎีได้ นั่นคืออุณหภูมิศูนย์เคลวิน (0 K หรือ – 273.15 C) หรือศูนย์สัมบูรณ์ ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า absolute zero เพราะในเชิงฟิสิกส์นั้น อุณหภูมิก็คือการวัดว่าอะตอมวิ่งด้วย ความเร็วเช่นไร จุดศูนย์เคลวินนั้น เป็นจุดที่ไม่มีพลังงานหลงเหลืออยู่เลย และอะตอมไม่ขยับตัวแม้แต่นิดเดียว

เดี๋ยวนะ อุณภูมิศุนย์สัมบูรณ์ อยู่ที่ -273.15 องศาเซลเซียส คืออุณภูมิที่โมเลกุลไม่สามารถเคลื่นที่ได้แล้ว ต่ำที่สุดในจักรวาลแล้ว
ไม่เหลือพลังงานจลแล้ว และในปัจจุบันยังไม่พบว่าที่ไหนในจัรวาลจะมีอุณภูมิต่ำขนาดนนี้ได้ มันเป็นแค่ทฤษฎีด้วยซ้ำ แล้วอิดาวเอชดี 100546 บี มัน -475 องศาเซลเซียสได้ยังไง
ไม่ต้องนำเสนอให้มันเวอร์มากก้ได้ เอาข้อมูลที่เป็นจริงดีกว่าครับ -*-

หลุมดำ TON 618 คือหลุมดำที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลนะครับ

จักรวาลก็อาจจะเป็นร่างกายของอะไรเป็นเป็นได้นะใครจะไปรู้ก็เหมือนเชลในร่างกายเราไงที่เล็กๆเราก็อาจจะเชลในร่างกายของสิ่งที่มีชีวิตก็เป็นได้

* ปัจจุบัน Ceres ถูกจัดประเภทใหม่จาก “ดาวเคราะห์น้อย” เป็น “ดาวเคราะห์แคระ” เพราะ แม้มีวงโคจรรี เหมือน “ดาวหาง” แต่ มีมวลมาก จนแรงดึงดูดเพียงพอให้เป็นทรงกลม เฉกเช่น “ดาวเคราะห์”
* แต่ก็เป็น ดาวเคราะห์แคระ มีที่มาแปลกกว่าดวงอื่น
ดาวเคราะห์แคระ ส่วนใหญ่ ถูกเหวี่ยงให้ วงโคจรเหมือน “ดาวหาง” ไม่ได้เป็นเช่นนั้นตั้งแต่เริ่ม
แต่ เซเรส ยังอยู่ใกล้เคียงกับ ตำแหน่งเดิม
* เซเรส คือ 1ใน4 ดาวหลัก ใน แถบดาวเคราะห์น้อย ดวงเดียวที่ใหญ่พอจะเป็น ทรงกลม
ซึ่งที่แท้ มวลรวมทั้งแถบ กำเนิดขึ้นมาพร้อมๆ ดาวเคราะห์ มีตำแหน่งที่อยู่เดียวกับ ดาวเคราะห์ ตาม ลำดับอนุกรมของทิเทียส-โบเด เช่นเดียวกับ ดาวเคราะห์ทั้ง8
* ใช่แล้ว แถบดาวเคราะห์น้อย ทั้งแถบ ที่แท้คือ ดาวเคราะห์ที่ถูกทำแท้ง ไม่ทันได้รวมตัวเป็นดาวเคราะห์ เพราะถูก แรงดึงดูดจากดาวพฤหัสบดีรบกวน

 


สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

พบปริศนาใหม่กาแล็กซีที่ไร้สสารมืด
พบปริศนาใหม่กาแล็กซีที่ไร้สสารมืด สสารมืดเป็นองค์ประกอบลึกลับที่มองไม่เห็นแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการช่วยยึดเหนี่ยวดาราจักรในกาแล็กซี่ต่างๆ ให้เกาะตัวเป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่ได้ แต่นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบกาแล็กซี่ที่ไม่มีสสารมืดอยู่ปะปนอยู่ด้วย พบปริศนาใหม่กาแล็กซีที่ไร้สสารมืด วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* พบปริศนาใหม่กาแล็กซีที่ไร้สสารมืด มีทั้งหมด 5 คลิปวีดีโอ 1.ปริศนา สสารมืด และพลังงานมืด 2.นักวิทยาศาสตร์ค้นพบกาแล็กซีที่ไม่มีสสารมืดครั้งแรก 3.สุดยอดสารคดี ปฐมบทแห่งจักรวาล ตอนที่ 6 สสารมืดDark Matter 4.สารคดีสำรวจอวกาศ ...
เตรียมพบ ดาวเสาร์ใกล้โลก 27 มิถุนายน 2561 นี้
เตรียมพบ ดาวเสาร์ใกล้โลก 27 มิถุนายน 2561 นี้ ในปี 2018 นี้ การเกิดทวิเพ็ญหรือ Blue moon ในเดือนมกราคมและมีนาคม (จันทร์เต็มดวง 2 ครั้งในเดือนเดียวกัน) ...
ดาวลึกลับและน่าพิศวงในจักรวาล
ดาวลึกลับและน่าพิศวงในจักรวาล สำหรับนักดูดาวแล้ว ดาวฤกษ์บนท้องฟ้าจะส่องแสงระยิบระยับคล้ายๆกัน แต่ในความเป็นจริงดาวฤกษ์ในจักรวาลกำลังเดินไปยังเส้นทางวิวัฒนาการที่แตกต่างกัน เริ่มจากการระเบิด และจุดจบของมันก็ไม่ใช่ การสิ้นสุด เพราะว่ามีความแปรเปลี่ยน มาเป็นวัตถุใหม่หลายชนิด ตั้งแต่ ดาวแคระขาว ไม่จนกระทั่งถึง หลุมดำ ซึ่งหลายชนิดมีความลึกลับ และน่าพิศวงเป็นอย่างยิ่ง กลุ่มดาว คือ ...
กำเนิดจักรวาล ก่อนจะมีบิ๊กแบง
ย้อนกลับไปราว 14,000 ล้านปีก่อนจักรวาลของเรายังคงเป็นแค่จุดเล็กๆยิ่งกว่าอะตอม ที่มีความหนาแน่นและความร้อนสูงจนไม่อาจประเมินค่าได้ ก่อนที่มันจะถูกทำให้ระเบิดออกแบบทันทีทันใด จนก็ให้เกิดทุกสรรพสิ่งในจักรวาล ทั้งอวกาศ, สสาร, พลังงาน และ เวลา! หน่วยของอนุภาคที่เล็กที่สุดคืออะตอม แต่เมื่อเธอโตขึ้น ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าที่เล็กกว่าอะตอมคือประจุอิเล็กตรอน ...
ความพิศวงของหลุมดำ
ความพิศวงของหลุมดำ หลุมดำอาจจะเป็นประตูมิติข้ามเวลา ความหนาแน่นและความร้อน ทำให้หลุมดำมีคุณสมบัติที่ทำให้กาลอวกาศเกิดความบิดเบี้ยว หลุมดำคือวัตถุที่หนาแน่นที่สุดอย่างหนึ่งในเอกภพ เมื่อมีมวลจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ในปริมาตรขนาดเล็ก แรงโน้มถ่วงของมวลเหล่านี้จะมีมากพอที่จะดูดทุกอย่างเข้าไปภายใต้แรงโน้มถ่วงของมันได้ สำหรับหลุมดำแล้วนั้นแรงโน้มถ่วงนั้นมีค่าสูงมากเสียจนความเร็วหลุดพ้นจากบริเวณที่เรียกว่า "ขอบฟ้าเหตุการณ์" (Event Horizon) มีค่าเท่ากับความเร็วของแสง ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงที่สุดในเอกภพ นั่นหมายความว่าไม่มีวัตถุใดแม้กระทั่งแสงจะสามารถหลุดพ้นออกมาจากหลุมดำได้ แม้กระทั่งเราฉายไฟฉากออกมาจากภายใน Event Horizon ...
Copy link
Powered by Social Snap