สารคดี วาระสุดท้ายของจักรวาล จุดจบของเอกภพจะเป็นเช่นไร?

วาระสุดท้ายของจักรวาล จุดจบของเอกภพจะเป็นเช่นไร?

จักรวาลจะถึงจุดสิ้นสุดอย่างไร มันจะฉีกเป็นแสงวาบ ยุบตัว หรือจะค่อยๆแข็งตัวจนตาย นักวิทยาศาสตร์กำลังจิตนาการสิ่งที่ไม่อาจจินตนาการได้ และพวกเขาก็พบบางอย่าง โลกเราจะมีจุดจบเช่นไร?

สารคดี วาระสุดท้ายของจักรวาล จุดจบของเอกภพจะเป็นเช่นไร?

วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป*

สารคดี วาระสุดท้ายของจักรวาล จุดจบของเอกภพจะเป็นเช่นไร? มีทั้งหมด 7 คลิปวีดีโอ
1.วาระสุดท้ายของจักรวาล จุดจบของเอกภพจะเป็นเช่นไร?
2.วาระสุดท้ายของจักรวาล จุดจบของเอกภพจะเป็นเช่นไร?
3.วาระสุดท้ายของจักรวาล จุดจบของเอกภพจะเป็นเช่นไร
4.4 สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอกภพ(จักรวาล) ที่โลกเคยสำรวจเจอ (ใหญ่มากๆบอกเลย)
5.ภาพของจักรวาล ตอนที่ 5,6 และ 7: จุดจบของจักรวาล และทฤษฎีแห่งสรรพสิ่ง (ฉบับเรียบเรียงใหม่)
6.ภาพของจักรวาล ตอนที่ 8 และ 9: สุดขอบจักรวาลมีอยู่จริงไหม กับปริศนาข้อขัดแย้งของขนาดจักรวาล
7.ไขปริศนาจักรวาล ตอน สุดขอบจักรวาล จุดสิ้นสุดของเอกภพ Full HD 1080p

วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป*

ความคิดเห็นคุณภาพ เกี่ยวกับ สารคดี วาระสุดท้ายของจักรวาล จุดจบของเอกภพจะเป็นเช่นไร?
นี่แหละวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ อธิบายความเป็นไปได้ของสิ่งที่มีอยู่จริง ถึงแม้บางอย่างเป็นแค่ทฤษฎีแต่ก็มีเหตุมีผล ไม่เหมือนพวกงมงายในไสยศาสตร์บ้าๆบอๆ

ถ้าจักรวาลคือลูกโป่ง แล้วนอกลูกโป่งล่ะ..คืออะไร..???
-มีลูกโป่งอีกหลายใบนับไม่ถ้วน

พอดูคลิปเกี่ยวกับเรื่องโลก จักรวาล …ก็มักจะมีผู้เอาความเชื่อทางศาสนามาเเถียงกัน …หรือแสดงความเห็นแบบใจแคบ….กูถูก… ซุมสูผิด ..บางที่ก็เสียอรรถรสในการดู(โทษตัวเองที่อดอ่านไม่ได้) ก็เลย ขอแสดงความเห็นบ้าง ผมคิดว่า ๑.ศาสนาทุกศาสนา สอนให้คนเป็นคนดี ๒.ศาสนาทุกศาสนา มีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ เรื่องเหนือธรรมชาติของศาสดา เทพเจ้า หรือพระเจ้าที่ตนเชื่อ มากบ้างน้อยบ้าง แตกต่างกันไป มันเป็นกุศโลบาย เพื่อให้เกิดความศรัทธา ไม่ใช่ความจริงหรอก ๓.ทั้งหลักคำสอน และรายละเอียดปลีกย่อย ในคำสอน ของแต่ละศาสนา ก็ความมีเหตุ มีผล ความลึกซึ้ง แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับ สภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติ ทางสังคม สติปัญญาของศาสดา และผู้สืบทอดศาสนา ๔.ศาสนาแต่ละศาสนา เกิดมาแล้วเนิ่นนาน ท่านเชื่อจริงๆเหรอว่าบันทึกในคัมภีร์(ขอใช้คำรวมๆ)ของแต่ละศาสนา เป็นของดั้งเดิม ไม่มีการดัดแปลง แก้ไข ผมไม่เชื่อนะ ๖.จริงๆแล้ว ความเชื่อทางศาสนาหรือไม่เชื่อ เป็นเรื่องของแต่ละคน ไม่ควรเอามาเถียงกัน ตราบใดที่ไม่ทำให้กันและกันเดือดร้อนก็น่าจะต่างคนต่างเชื่อ อย่าพูดลบหลู่ หรือดูหมิ่นกัน ๗.สิ่งสำคัญคือประพฤติตามหลักคำสอนของศาสนาของคน แยกคำสอนที่บิดเบือนออก อย่าไปงมงายกับเปลือก……

เท่าที่สังเกตุดูสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่จะเร็วหรือช้านั้น ทุกอย่างมีวัฏจักรของมัน เกิดขึ้น..ตั้งอยู่(ก็ไม่เชิงว่าตั้งอยู่เฉยๆ แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตนของมัน คือมีสถานะหรือโลกส่วนตัวของสิ่งนั้นๆ มีการดำเนินกระบวนการวัฏจักรภายในของมันซ้อนลงไปอีก)..ดับไป….แล้วก็เกิดขึ้นใหม่อีกวนอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ ซากๆ …ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่า จักรวารก็มีวัฏจักรของมันเช่นเดียวกัน เพียงแต่มันเป็นกระบวนการที่ช้ามากๆ เกินกว่าการสังเกตุของสิ่งมีชีวิตภายในจักรวารจะหยังทราบได้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ

วัฏจักรภายในต้องจบก่อนแล้วเกิดขึั้นซ้ำซากอยู่ภายใต้วัฏจักรภายนอกที่มันอาศัยอยู่ คือเป็นลูปๆๆ ชั้นๆของวัฏจักรซ้อนกันตามขนาดและเวลาขึ้นไปเรื่อยๆ สิ่งที่เล็กกว่าหรือที่อยู่ภายในต้องมีวัฏจักรเร็วกว่าสิ่งที่อยู่ภายนอก ดังนั้นการสังเกตุสิ่งที่เล็กภายใจก็จะมีอะไรหลายอย่างพื้นฐานของวัฏจักรที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่ใหญ่กว่าที่มันอาศัยอยู่ เช่นร่างกายของเรา ก็มีเซลส์และหลายๆ อย่างหลายเป็นส่วนประกอบกันอยู่แต่ทุกอย่างภายในร่างกายของเราจะมีวัฏจักรที่เร็วกว่าชีวิตของเราเสมอ มันเกิดขึ้นตัั้งอยู่ดับไปแล้วเกิดอีกภายในร่างกายของเราซ้ำซากอยู่ตลอดเวลา

จะเรียนวิทยาศาสตร์ก็ต้องมีจินตนาการด้วยถึงจะประสบความสำเร็จ ดังเช่นที่ไอน์สไตน์บอกไว้ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” ไม่ควรท่องจำอย่างเดียวแล่วปฏิเสธทุกอย่างที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ ต้องตั้งจินตนาการเอาไว้เป็นสมมุติฐานก่อนเสมอจนว่าจะมีวิธีที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า สมมุติฐานเป็นจริงหรือไม่ …คนส่วนมากมักปฏิเสธสิ่งที่ตาไม่เห็นหรือประสาทสำผัสไปไม่ถึงทั้งๆ ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน คนที่ปิดกั้นความคิดแบบนี้ก็มักจะเป็นคนใจแคบเห็นแก่ตัวชอบมองสิ่งต่างๆ ในแง่ลบ ไม่เปิดใจและเข้ากับคนอื่นได้ยากไปด้วย…

มันเป็นวัตจักรครับไม่มีจุดจบมีเกิดก็มีดับมีเกิดใหม่กก็มีจบใหม่

ถ้าจักรวาลถึงกาลอวสารจริงๆเศษเสี่ยวของมนุษอย่างเราๆก็คงไม่มีความรู้สึกถึงความเจ็บปวดหรอกเพราะการทำลายล้างของจักรกวาลมันเร็วกว่าแสง คล้ายๆกับคนที่นอนไหลตายยังคิดว่าตัวเองยังใช้ชีวิตอยู่ในความฝันและยังคงใช้ชีวิตอยู่อย่างนั้นแต่ความเป็นจริงชีวิตที่มีดับสูญไปเสียแล้ว

ถ้าไม่มีโลกเราคงไม่เกิดเหมือนกับตอนนอนหลับแล้วไม่รู้สึกตัวอะไรเลยถ้าเกิดโลกแตกเราคงไม่รู้สึกตัวอะไรเหมือนตอนนอนหลับตลอดไปจนกว่าจะมีสิ่งใหม่ๆมาให้เรารู้สึกตัวค่ะ

หนึ่งรอบบิ๊กแบง คือระเบิดออกไป ขยายตัวออกไปจนสุด แล้วถอยกลับเข้ามารวมตัวกันอีกครั้ง ทางพุทธเรียกคาบห้วงแห่งกาลเวลาอันยาวนานมหาศาลนั้นว่า หนึ่งรอบมหากัปป์อสงขัย โดยพระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบว่า ภูเขาหินสูงร้อยโยชน์ ร้อยปีจึงจะมีเทพธิดาเหาะลงมาแล้วเอาชายผ้าบางๆลูบยอดเขาครั้งหนึ่งแล้วเหาะกลับ และกลับมาทำเช่นนี้ ทุกๆร้อยปี จนวันหนึ่งที่ภูเขาหินแบบราบ นั่นแหละเรียกว่า หนึ่งรอบอสงไขย์….อืม…คงนานพอๆกันกับหนึ่งรอบบิ๊กแบงทางวิทยาศาตร์….

จักรวาลก็จะหดตัวกลับมาเป็นก้อนเหมือนตอนที่มันเกิด แล้วก็ระเบิดเป็นลูปไป

พรุ่งนี้แสงดวงอาทิตย์อาจแรงกล้า แผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างที่แสงไปถึง หรือ พรุ่งนี้แสงดวงอาทิตย์อาจดับลงเฉียบพลันเกินจะตั้งตัวทัน หรือ พรุ่งนี้เช้าออกซิเจนอาจหมดไปจากโลกจนหมด อะไรก็เกิดขึ้นได้ ครับ

พระพุทธเจ้าทรงรู้ทุกอย่าง นักวิทยาศาสตร์มั่วมาก ขำมากตอนที่บอกว่าจักรวาลกำลังขยายตัว มันจะขยายตัวทำไมในเมื่อจักรวาลไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้ว พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าธรรมธาตุย่อมตั้งอยู่นั่นเทียว นักวิทยาศาสตร์ถูกบางเรื่องมีกลุ่มดาวจะหมดอายุ มันจะเริ่มต้นใหม่ เกิด-ดับ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนสัตว์ทั้งที่หลายที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดที่ยังหลงยึดติด รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

มนุษย์สูญพันธุ์หมด จักรวาลก็ยังคงอยู่ต่อไปครับ

ทฤษฎียุบหนอพองหนอ จักรวาลจะยุบตัวพองตัวแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่มีสิ้นสุด เพียงแต่เรายังไม่รู้ว่าจักรวาลกำลังหดตัวหรือขยายตัว บางทีเราอาจจะอยู่ในท้องของอะไรสักอย่างเป็นแค่โมเลกุลของสิ่งนั้นๆ สิ่งนั้นๆก็เป็นโมเลกุลของอีกสิ่งหนึ่งที่ใหญ่กว่าขึ้นไปอีกเรื่อยๆ และทฤษฎีเหนือฟ้ายังมีฟ้า ยิ่งค้นพบ เราก็จะเล็กลงเล็กลง

ไม่ต้องเถียงกันไอพวกโง่เขา. ก่อนที่พวกมึงจะรู้ พวกมึงก็ตายหากันหมดแร้ว จะรู้ไปทำเฮียอะไร
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้ล้วนมีแต่ความว่าง. ไม่มีความจริง อะไรที่เชื่อถือได้สักนิด เพราะฉะนั้นไม่ต้องเถียงกันเดี้ยวพวกมึงก็ตายกันหมดแร้ว ไร้สาระจิงๆ

การขยายตัวของจักรวาล ผมนึกถึงหยดน้ำมันเครื่องลงบนผิวน้ำเลย ถึงจุดๆนึงมันก็จะสลายไปไม่หดกลับเข้ามา แต่ที่ยังสงสัยคือจักรวาลนี่มันอยู่ในพื้นที่ว่างที่มีขอบเขตรึเปล่า เสียดายนะชีวิตคนสั้น ไม่งั้นคงได้รู้อะไรในอนาคตอีกเยอะเลย

ผมเคยเห็นการระเบิดในอาวกาศเมื่อสี่สิบปีที่แล้วมันไกลมากวูบแล้วก็หายไปถ้าใครเคยดูหนังกลางแปลงเวลาหนังมันขาดจอหนังจะมีแสงวาบเหมือนกัน

ถ้าจักรวาลกำลังขยายตัวออกไปเลื่อยๆก็แสดงว่าระบบสุริยะของเราก็ต้องขยายไปด้วยรึเปล่าครับ และถ้าเป็นแบบนั้นโลกของเราก็ต้องออกห่างจากดวงอาทิตย์ไปเลื่อยๆจนอากาศบ่นโลกเข้าสู่จดเยือกแข็ง. ผมแค่คิดเล่นๆน้ะ. ฮิฮิ

ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก สำหรับจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้. ยิ่งคิด ยิ่งอยากรู้จริงๆ ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร. นักวิทยาศาสตร์ คงกำลังหาคำตอบที่เเท้จริง อยู่ นอกจากทรษฎีบิ๊กเเบง ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดเเล้ว. เเท้จริงเเล้วจักรวาลอาจไม่ได้เกิดจากบิ๊กเเบงก็เป็นได้. (ความคิดส่วนตัวครับ😄😄😄😄)

ถ้าให้ผมคิดนะ…ในจักวาลเรานี้คือหลุ่มดำขนาดใหญ่ ถึงได้มีแรงดึงดูดได้เพราะเราอยู่ในหลุมดำ แล้วเราก้อไม่สามารถออกจากจักวาลนี้ออกไปได้ ข้างนอกจักวาลเราอาจจะมีสิ่งแบบนี้ซ้อนไปเรื่อยๆ แต่ขนาดดวงดาวใหญ่กว่าของเรามากๆ ก้อคล้ายๆกับที่เราเห็นหลุมดำในจักวาลของเราซึ่งเราไม่สามารถเห็นอะไรในหลุมดำได้เลย สิ่งมีชีวิตที่ก้าวหน้ากว่าเราอาจอยู่นอกจักวาล เราถึงไม่สามารถเห็นสิ่งที่มีชีวิตนอกในจักวาลเราได้ เพราะเราอยู่ในหลุ่มดำ ไม่มีใครเห็นเราข้างนอกจักวาล และ เราก้อไม่สามารถเห็นสิ่งที่อยู่นอกจักวาลได้ สะสารมึดก้อคือหลุมดำลองคิดกันดูดีๆนะครับ

มนุษย์ช่างเย่อหยิ่ง คิดแต่ว่าสิ่งที่ตัวเองรู้ คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดเสมอ ทั้งๆที่ไม่ยังรู้เลย ว่า จักรวาลคืออะไร เอกภพคืออะไร ถึงจะบอกได้ว่ารู้ แต่จะรู้ได้ไงว่า สิ่งที่คิดว่าถูก จะไม่ผิด กี่ครั้งแล้วที่สิ่งที่เชื่อมันผิด ต่อไห้ มนุษย์สมารถท่องจักรวาลได้ ก็ตาม แต่เอกภพมันยิ่งไหญ่เกินที่จะจินตนาการได้ เรามันแค่ เศษอะตอม หรืออะไรที่เล็กจ้อยกว่านั้นมากกว่า เปน ล้านๆๆๆๆเท่า จักรวาล หรือ เอกภพ ในวันนี้ แค่พูดว่ารู้จัก ก็ช่างน่าขันเสียจริงๆ

จักวารอาจจะไม่มีอยุ่ก็เป็นได้.โลกเราอาจจะเป็นแค่ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ.ก็เป็นได้.เพราะทุกสิ่งทีเกิดขึ้นล้วนเป็น.สิ่งที่เราไม่เคยค้นพบ.คุณเชื่อหรือไม่ว่านัดวิทยาศาส.ไม่ได้รู้ไปซะทุกอย่าง.มันอาจจะเป็นแค่ภาพลวงตา.หรือสิ่งที่ทำให้เราเกิด.อุปทานขึ้น

จุดจบของจักรวาล น่าจะค่อยๆเย็นตัวลง,,,,,,, “”เหลือแค่สลาร ??? “” เพราะจุดเริ่มต้นจักรวาลคือ สลารชนะพลังงานมึด แต่คุณต้องเข้าใจว่า ไม่มีพลังงานมึดสลารไม่สามารถอัดตัวทำให้เกิด Bigbang คุณเอามือ 2 ข้างถูกันสิ เกิดความร้อน ???? แต่bigbangความร้อนที่เกิดขึ้นมันมหาศาลมากๆๆเกินคนเราจะจินตนาการได้แน่ๆ
“” ความเชื่อผมนะ “” ยังไม่มีการพิสูจน์”” ไม่ใช่แค่สลารจะดึงดูดกันเอง แม้แต่พลังงานมึดควรจะดึงดูดกัน ดาวฤกษ์ปล่อยพลังงาน สลารมึดดูดทุกๆอย่าง มันควรจะดึงดูดพวกเดียวกันเองถ้าอยู่ใกล้พอ

ถ้าบิ๊กแบ้งก์เกิดตรงนี้ไดั ส่วนอื่นก็เกิดได้เหมือนๆกัน และหลายล้านแห่งด้วย แต่ที่มนุษย์เห็นคือ
บิ๊กแบงก์ที่เกิดไกล้เราตรงนี้เอง

เราจะได้อาหาร นำดื่ม แสงแดด อากาศหายใจ เครื่องใช้อุปโภคบริโภคทุกอย่างตามที่ต้องการด้วยการคิดและกระทำบนพื้นดินโลกแต่จะไม่ได้อะไรเลยถ้าคิดแต่เรื่องในอวกาศนอกโลกของเรา ต้นไม้ใบไม้เติบโตได้จากแสงพระอาทิตย์ถ้าไร้แสงจะไม่มีอะไรงอกงาม โลก มนุษย์ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาวเป็นพลังงานของชีวิตอันเดียวกันรวมกันแล้วเรียกว่าเซลล์และนิวเคลียส

พอขยายจนถึงที่สุด จักวาลทั้งหมด จะยุบตัวลง แล้วหลังจากนั้นมันก็จะเกิด”บิกแบง”ระเบิดออกมาใหม่ แล้วก็เริ่มสร้างจักวาลและดวงดาวและขยายตัวออกเหมือนเดิม พอถึงที่สุดมันก็จะยุบตัวลงมารวมกันใหม่อีกแล้วก็เกิด”บิกแบง”ออกมาใหม่อีก…เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ // ตั้งแต่การระเบิด”บิกแบง”ไปจนถึง การสร้างจักวาล,ดวงดาวและขยายตัวออก ไปจนถึงที่สุด ยุบตัวลงมารวมกัน…ในทางศาสนาพุทธเรียกกระบวนการที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบนี้ว่า “1มหากัปป์”…มันเป็นระยะเวลาที่นานมากกกก…

ในเมื่อจักรวาลเป็นผู้สร้างระบบสุริยะขึ้นมาความเป็นไปได้ที่ จักรวาล จะสินสุดลง เป็นไปไม่ได้ “สถานะจักวาลที่ไร้ซึ่งเเกร่นสาร” เพียงเเม้เเค่คิดก็ยังไปไม่ถึงขอบเขตของจักรวาลได้เเละจักรวาลจะสินสุดตรงไหน ทษฏีที่ว่าจักรวาลเป็นเหมือนลูกโป่งสูญญากาศทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในจักรวาลล้วนเเต่มีความเเตกต่าง ถ้าจักรวาลมีขอบเขตที่กำหนด บางอย่างของวัสถุ อาจติดพื้นหรือติดมุม ส่วนใดส่วนหน่ึงของจักรวาลในความคิดของผม จักรวาลเป็นสนามเเม่เหล็กที่ไม่มีวันเเตกสลาย จักรวาลสร้างระบบสุริยะ จักรวาลก็ทำลายระบบสุริยะได้ เมื่อเวลานั้นมาถึง โลกก็คือโลกที่พร้อมซึ่งด้วยความสมดูลที่จักรวาลได้สร้างขึ้น..เหล่าดาวเคาะที่อยู่ในระบบสุริยะของเราทั้งหลายต่างก็มีเหตุผล ที่รอให้เหล่ามนุษย์ชาติค้นหากันต่อไป..✨⭐☀🌙💦💨🔥😷💤

ขนาดโลกยังมีขอบเขตแรงดึงดูดเลย แล้วถ้าบิกแบง มีจริง มันน่าจะเป็นว่าจักรวาลใหนหลุดแรงบิกแบงอก็ขยายไป จักวาลใหนไม่หลุด ก็หดตัวลงมา แต่สุดท้ายก็โดนโคตรหลุมดำย่อยกับเป็น กลุ่มควันเหมือนเดิมรอเกิดจักวาลใหม่

คือปัจจุบันมนุษย์เราสามารถรู้แล้วว่าขอบสิ้นสุดของจักรวาลมีอยู่จริงแต่มนุษย์เรายังไม่รู้ว่าอะไรที่ยิ่งใหญ่และอยู่นอกเหนือและควบคุมที่อยู่นอกเหนือของขอบสิ้นสุดของจักรวาลคืออะไร

สิ่งที่ใหญ่กว่าจักรวาล >> จักรวาลชุบแป้งทอด >> ใหญ่กว่านั้นคือ กระทะทอดจักรวาล >> ใหญ่กว่าอีกคือ ตู้เก็บกระทะ >>> ใหญ่ที่สุด คือ บ้านที่มีห้องครัวที่เก็บกระทะอ่ะค่ะ
.
ไปละ เหนื่อย…. 🤣🤣🤣
กดไลค์ให้โหน่ยยย ถ้าไลค์เยอะจะพยายามมีสาระมากกว่านี้ 😂

อันดับ1.ไฮเปอร์ไจแอ้น ใหญ่ขนาดนั้นมันน่าจะระเบิดเป็นซุปเปอร์โนวาและยุบตัวกลายเป็นหลุมดำไปนานแล้วป่าวคะ เพียงแต่ภาพหรือแสงตอนที่มันระเบิดยังเดินทางมาไม่ถึงเรา ตามหลักแล้วดาวฤกษ์ยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งอายุขัยสั้นเพราะการเผาพลาญเชื้อเพลิงอย่างบ้าระห่ำของมัน

จักรวาลก็อาจจะเป็นร่างกายของอะไรเป็นเป็นได้นะใครจะไปรู้ก็เหมือนเชลในร่างกายเราไงที่เล็กๆเราก็อาจจะเชลในร่างกายของสิ่งที่มีชีวิตก็เป็นได้

ช่วยตอบหน่อย ทำไมต้องมี จักรวาล ทำไมต้องมีมนุษย์. สิ่งมีชีวิต ใครสร้างมา จักรวาล เกิดขึ้นมาไง งง) อยากให้ผ่านไป1,000ปี อยากรู้มนุษย์ ไปไกลมากแค่ใหน อยากให้มีวาร์ป หรือ ความเร็วแสง อยากจะบิน ทั่ว จักรวาล มีสิ้นสุดใหม อยากรู้ทั้ง จักรวาล เอกภพ ว่ามีสิ่งมีชีวิต ที่อื่นใหม แน่นอน (คงไม่มีแค่เราในโลกเล็กๆหรอกมั้ง บางที วงโคจรแบบเรา. กาเล็กซี่อื่นอาจจะเหมือนเราก็เป็นได้ 🤔

แต่ละจักรวาลอาจมีสิ่งบางอย่างปกครองอยู่..
(15-28หลุม)
1.จักรวาล ของมนุษย์
2.จักรวาลของTranformer
3.จักรวาลของThanos
4.จักรวาลมนุษย์ต่างดาว

มันใช้เวลานานขนาดนั้นเลยหรอแสดงว่าต้องใหญ่มากของมากที่สุด บินรอบดาวใช้เวลา1,100ปี ดวงอาทิตบินรอบดาวใช้เวลา7เดือน ก้นานละ ใครรู้ขอถามหน่อยละโลกเราบินรอบโลกใช้เวลาเท่าไหล่ เอาเครื่องบินในคลิปนะครับขอบคุณครับ

เหมือนจักรวาลก้มี ระบบของมันอะ มีการตั้งค่าจากผู้สร้างเหมือนเป็นเครื่องจักรมีระบบทำงาน แล้วคนสร้างก้ออกกฎไว้ไม่ให้ใครทำอะไรได้ง่ายๆบนนอกโลก

แอดเก่งมากคับ ทั้งข้อมุล การนำเสนอ เยี่ยมครับ ชอบซาวด์มาก ให้ความรุ้สึกล่องลอยไปกับยานอวกาศเพื่อสำรวจจักรวาล เหมือนในหนัง อินเตอรสเตลล่า

ในหลุมดำเป็นโพรง ในนั้นมีดวงดาวหลงเข้าไปมากกว่า 300 ดวง แปลว่าหลุมดำมันเป็นดาวที่ใหญ่กว่าดาวทุกดวง แต่ที่น่าแปลกในโพรงของหลุมดำมีอากาศให้คนหายใจได้ ดาวดวงนี้มีชื่อนะชื่อว่า “ดาว Victoria

ผมว่าเราอยู่ในสิ่งเล็กๆเล็กที่สุดและมากๆด้วย แลวเราคืออะตอมที่มีมวลเราอาจอยูในสถานที่ใด้สักแห่งของโลกใหญ่ๆแต่เราเล็กเล็กมากจนเห็นอะไรมืดหมดเลยเป็นแบบนี้ไง ทุกอยางเล็กมาจนมองอะไรมือแต่ถ้าเราตัวใหญ่แล้วใหญ่มากจนหลุดออกจากจักกะวานเราก็จ่ะเจอโลกเพราะเราตัวใหญ่กั่วมวลของสิ่งเล็กๆไงล่ะ

ผมคิดว่าไม่ได้มีแค่มนุษย์เรา ที่มีชีวิตอยู่ในอวกาศ อาจจะมีอะไรที่ล้ำหรือแปลกประหลาดกว่าที่เราคิดได้ เปรียบเสมือนเราอยู่ในใจกลางของมหาสมุทร ซึ่งมองไปทางไหนก็ไร้วี่แววของเกาะ แต่ใต้น้ำของมหาสมุทรนั้น ยังมีสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งที่เราไม่เคยพบเคยเจอและคิดไม่ถึงอยู่ก็ได้ ในอวกาศก็เหมือนกัน เราอาจค้นพบบางสิ่ง และสิ่งนั้นก็อาจค้นพบเรา และอาจมีอีกหลายสิ่งที่กำลังพยายามค้นพบเราเหมือนกัน ผมว่าอวกาศยังมีสิ่งที่เรายังคิดไม่ถึงอยู่อีกมาก ผมเองก็สงสัยว่าอวกาศนั้นจะมีที่สิ้นสุดไหม แล้วถ้าสิ้นสุดแล้ว อวกาศนั้นจะเป็นลักษณะไหน กลม เหลี่ยม หรือไร้ที่สิ้นสุด แล้วถ้าอวกาศนั้นมีที่สิ้นสุด มันจะมีอีกสักกี่อวกาศ ความคิดสงสัยส่วนตัวครับ ผมเองก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่ชอบเรื่องแบบนี้มาก แล้วก็สงสัยมากครับ

ผมอยากรู้อ่ะว่าว่างเปล่าเป็นยังไง ไม่ใช่สีดำ ไม่ใช่สีขาว คือมันว่างเปล่าอ่ะ มันจะมองออกมาเป็นยังไงในสายตาเรา เส้นกราฟก็คงไม่ใช่ สีเทาก็ง่ายเกิน :l

ผมคิดว่าจักรวาลมันคงจะมีมาเรื่อยๆ ตามทฤษฎีที่บอกว่าจักรวาลแตกหน่อออกมาเรื่อยๆ แม้จะเป็นไปเช่นไรในอนาคตที่แน่ๆผมรู้สึกว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่ประสพผลสำเร็จมาก ที่ได้รับรู้ถึงการเป็นไปของจักรวาล ดีแค่ไหนที่ร่างกายนี้เป็นสสารที่ประกอบขึ้นมาแล้วทำให้เราเป็นสิ่งหนึ่งในค่าที่เกือบอนันต์ ที่เป็นเช่นนี้

ความรู้ที่เรามียังห่างไกลความจริงครับ แต่หากรวมสามารถรวม4แรงในสมการเดียวได้ ในทฤษฎีแห่งสรรพสิ่งในความเห็นของ
ผมมองว่าเราจะสามารถรู้ความลับหรือสิ่งที่เรายังไม่รู้ทั้งหมดในจักรวาลได้เลยครับฃ

ข้อดีของเราคือเราสามารถเห็นแบคทีเรียและเชื้อราในอาหารเน่าเสียของเราได้ แต่ในทางตรงกันข้ามแบคทีเรียจะไม่รู้ว่าเราคืออะไรและอะไรสร้างมัน แต่มีสิ่งหนึ่งกำหนดให้มันต้องเติบโตบนข้าวบูด ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าใครกำหนด เช่นเดียวกันกับเราที่ต้องมีคนสร้างมา แต่จักรวาลหรือกาลอวกาศนั้นก็เปรียบเหมือนสสารที่ให้พวกเราดึงเอาอะตอมของมันมาสร้างเป็นเรา แต่เราก็ยังไม่มีวันเข้าใจว่าใครสร้างมันอยู่ดี เราต้องการหาคำตอบเพื่ออะไร ในเมื่อเรายังสร้างแมลงวัน1ตัวโดยเอาสสารตั้งต้นมาสร้างไม่ได้เลย คุณไม่มีทางเอา ธาตุต่างๆมาประกอบกันเป็นยุงได้ด้วยซ้ำ พระเจ้าพระผู้สร้างน่ะเกินความเข้าใจของเรา คำว่าพระเจ้าเราอย่าสงสัยและเอาตัวเราไปเปรียบเลย รอใว้ให้พวกเราเปลี่ยนสถานะจากสสารไปเป็นคลื่นความถี่ดีกว่าถึงจะเข้าใจ จากกายตายไปเป็นวิญญานอ่ะเข้าใจป่ะ

เรายังไม่รู้จริงๆเลยว่า จักรวาลมีขอบเขตไหม มันอาจมีหรือไม่มี เดินไปเลื่อยๆเเบบไม่มีจุดหมาย เเค่กาเเล็กซี่ที่มีในจักรวาลเราก็ยังไม่รู้เลย บางทีมันอาจมีไม่เยอะก็ได้ หรืออาจจะมากมายนับไม่ถ่วน เพราะว่าเรานั้นเล็กเกินไป ดวงอาทิตย์ที่ว่าใหญ่ มันอาจจะเป็นเเค่เซลเม็ดเลือดของจักรวาลก็ได้

จุดจบของจักรวาล น่าจะค่อยๆเย็นตัวลง,,,,,,, “”เหลือแค่สลาร ??? “” เพราะจุดเริ่มต้นจักรวาลคือ สลารชนะพลังงานมึด แต่คุณต้องเข้าใจว่า ไม่มีพลังงานมึดสลารไม่สามารถอัดตัวทำให้เกิด Bigbang คุณเอามือ 2 ข้างถูกันสิ เกิดความร้อน ???? แต่bigbangความร้อนที่เกิดขึ้นมันมหาศาลมากๆๆเกินคนเราจะจินตนาการได้แน่ๆ

พี่ๆเพื่อนๆช่วยพิจารนาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยนะครับการนอนหลับคือความตายชนิดหนึ่ง”จากในความรู้ปรัญญาสสารนิยมอธิบายง่ายๆลวกๆถ้าอะตอมในสมองรวมตัวกันมนุษย์ก็จะมีตัวตนถ้าอะตอมแยกกันก็จะตายหรือสลายและด้วยคุณสมบัติของอิเล็กทรอนิคในทฎษฎีควอมตัมตัวตน(ระบบความคิด)ของมนุษและสัตว์อื่นๆสามารถรวมและแยกได้เรื่อยๆ(ก็คือการนอนกับการตื่นนั่นเอง)พูดง่ายๆก็คือการนอนหลับและตื่นคือการตายและการเกิดชนิดหนึ่งน่าเศร้ามากนะ

ผมรู้สึกได้ว่ามันมีผลกับเวลาครับ สมัยก่อนเวลาช้ากว่านี้มาก ในหนึ่งวันผมรู้สึกว่านานมากๆ ผมไม่ได้คิดไปเอง ถึงแม้ผมไม่อาจจะยังหาสมการใดๆมาพิสูจน์ได้ แต่ผมเชื่ออย่างแรงกล้า ว่าเวลาของพวกเราจะเร็วขึ้นไปอีก จะว่าบ้าก็ไม่แปลกนะครับ เพราะผมพิสูจน์ไม่ได้

มิติที่ ตาเรามองเห็น มันเป็นเพียงหนึ่งใน สังสารวัฏ…พระตถาคตทรงตรัสไว้เรื่องการกำเนิดจักรวาลไว้ในพระสูตร (ง้วนดิน) ลองไปศึกษาดูครับ ตรงจริงทุกประการ ….แต่ถ้าจะพิสูทจน์ด้วยตนเอง รู้เฉพาะตนต้องทำสมาธิให้ได้ (ในแบบ พุทธวจน) ผมคนหนึ่งละที่ไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้ โดนกับตัวเข้าไป..ศรัทธา มาเลยครับ

จักรวาลนี่มันโคตรลึกลับซับซ้อนจริงๆ ยิ่งคิดว่ารู้ มันก็ยิ่งไม่รู้ ยิ่งรู้มาก ก็ยิ่งไม่รู้มากเช่นกัน ศึกษาเรื่องนี้คงไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าจะสามารถไปถึงจุดๆนั้นได้ ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ ความขัดแย้งก็ไม่มีวันสิ้นสุด เรื่องของจักรวาล ก็ไม่มีความจริงที่สุดอยุ่เลย

ผมจะอธิบายให้เข้าใจนะง่ายๆนะ ว่าสุดขอบสีดำๆมันคืออะไร สีดำๆที่ขอบแท้จริงคือไม่มีอะไร ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ มันไร้รูปร่าง เป็นมากกว่าความว่างเปล่า อยู่เหนือกาลเวลา ไร้กาลเวลา ไม่มีแม้แต่อตอมเดียว สมมุติเราไปอยู่ตรงนั้นก็ไม่สามารถสัมผัสได้ ไม่สามารถมองเห็น ไม่มีสีไม่มีกลิ่นต่อให้เรายืนอยู่สุดขอบ แล้วพยายามจะเดินออกไปยังด้านนอกก็เหมือนเดินอยู่กับที่ เพราะมันไม่มีแม้แต่กาลเวลา ต่อให้เดินออกไปได้จริง เราก็จะหายสาบสูญไปตลอดกาล และไม่สามรถกลับมาอธิบายได้ว่ามันคืออะไร สมมุติกลับมาได้สมมุติเดินเข้าไปสัก1วินาที แล้วกลับออกมา เราจะพบว่าเวลามันผ่านไปแล้วหลายล้านๆๆๆๆๆๆๆๆปีทั้งๆที่เรายังไม่ได้สัมผัสหรือรู้สึกอะไรเลย แต่ในความจริงเราจะไม่มีแม้แต่หนทางที่จะเดินออกนอกขอบด้วยซ้ำเพราะขอบเขตมันขยายตัวตลอดเวลาและเร็วมาก อันนี้ความคิดส่วนตัวนะครับ

จักรวาล..ไม่มีที่สิ้นสุดหรอกคับ..เหตุผล ก็คือ มันตั้งอยู่ใน สภาวะ คงที่ หรือ วิมุต หรือ นิพพาน ตามคำสอนของตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธ โลกนี้จักรวาลนี้มันเป็นระบบ สมมุติ ระบบนี้ตั้งอยู่ในวิมุติ ที่เรียกว่าสมมุติเนื่องจากมัน มีตัวตนชั่วคราวไม่ถาวร เกิดดับ ตามเหตุตามปัจจัย

มีประโยชน์ครับทำให้มนุษย์ไม่หยุดที่จะค้นคว้ามีผลต่อสิ่งมีชีวิต..แม้ไปด้วยจินตนาการก็เชื่อว่ามิหยุดนิ่งแล้ว ผลที่ได้คือ..ความสุข
“ขอบจักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด”
“ไม่มีการไปถึงด้วยการไป”
องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงตรัสไว้ในสมัยพุทธกาลกับยักษ์ตนหนึ่งที่มากด้วยฤทธิ์เดช..แต่บัดนั้นยังมิพบเห็นยักษ์ที่เหาะก้าวข้ามจักรวาลออกไปเลย (มีกล่าวในพระไตรปิฎก)

หากเปรียบเทียบจักวาลคือโลกของเรา และตัวเราคือมดตัวหนึ่ง มดตัวนั้นคงคิดว่าต้นไม้ที่มันอาศัยอยู่นั่นคือโลกของมันและเมือมันมองออกไปยังต้นไม้อีกหลายๆต้นมันคงคิดว่านั่นคงเป็นอีกโลกหนึ่ง และเมื่อมันพยายามคลานไปหาต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่ากลับพบว่ายังมีต้นไม้อีกนับล้านๆต้น และคิดว่าสุดสิ้นสุดของต้นไม้อยู่ที่ใด มันคงต้องตายไปก่อนแน่แท้ แล้วเหตุใดเล่ากูต้องต้องค้นหา อยู่มันกับต้นเดิมนี่แหละ 5555+ ….จักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีขอบเขต และไม่มีกาลเวลา เป็นความว่างเปล่าอันไกลโพ้น สุดจิตนาการของมนุษย์ แต่ดวงดาวทุกดวงในจักรวาล หรือกาแลคซี่ ต้องมีจุดจบ เช่นเดียวกับโลกของเรา และรอการกำเนิดใหม่ แต่จะมีสิ่งมีชีวิตหรือมนุษย์หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่จะเกิด…แต่ยังไงก็เชื่อว่าไม่ได้มีแค่โลกของเราที่มีสิ่งมีชีวิต..เช่นเดียวกับมดที่ไม่ได้มีอยู่บนต้นไม้ต้นเดียว

จุด สิ้นสุดของจักรวรรลคือ จุดเริ่มต้นของจักรวรรลคับ จักรวาลง่ายๆคืน ไม่ใที่สิ้นสุดคับ เหมือน เราขับรถวงกลม อ่ะคับ ไปวนไปวนมาไม่มีที่สิ้นสุด จะสิ้นสุดคืน ตอนเริ่มออกตัว นั้นแหละคับ

รออีกประมาน1000-2000ปีข้างหน้า
มนุษย์โลกจะรุ้คำตอบเกียวกับจักวาลเเละเอกภพทั้งหมด
เเต่ที่เเน่ๆดาวโลกของเราถึงตอนนั้นไม่สามารถจะอยุ่ได้เเล้ว
เพราะน้ำมือของเรานี้เอง(ย้ายถิ่นฐานไปอยุ่ดาวดวงอื่นเเทน)

ผมว่าขอบฟ้าไม่มีจริง ถ้ามีมันจะดูขัดแย้งขึ้นมาทันที และมันจะต้องเป็นพื้นที่ไร้ขอบเขตไร้เวลามีมาก่อน big bang ไม่มีวันเกิด ไม่มีวันดับ ไม่มีอะไรเลยมีแต่ความหนาวเย็นและมืดมิด และไม่สามารถใช้ทฤษฎีสัมพัทธภาพได้เพราะมันว่าเปล่าไม่มีอะไรเลย

จักวาลคือ สิ่งปรุงแต่งที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย เมื่อหมดเหตุปัจจัยสิ่งนั้นก็ดับไป จักวาลนั้นไม่มีขอบเขต ทางที่จะหลุดออกจากจักวาลได้คือกำจัดสิ่งปรุงแต่งแรกที่ทำให้จักวาลเกิดขึ้น คือ อวิชชา

เท่าที่ผมเรียบเรียงมา ขอบจักรวานก็เหมือน คนทำคลิปพูดตอนจบ มันคือปรากฏการก่อกำเนิดนั้นเอง จักรวานก็คือที่ๆ 1 ที่ดำมืด ไม่มีแสงไม่มีอะไรเลย แต่แล้ว ก็เกิดปรากฏการก่อกำเนิดนี้แหละ ที่เรามองออกไปไกลๆ จะเห็นกลุ่มกาซ ก่อตัวกันนั้นคือกำเนิดมันจะแผ่วงกว้างออกไปยังช่องว่างจักรวาลมันจะออกไปเรื่อยๆสร้างไปเรื่อยๆไม่มีจุดสิ้นสุด ส่วนกาแลคซี่ที่มีมาก่อนก็จะค่อยๆดับไป แน่นอน มันคือการกำเนิดและการดับสูญหมุนเวียนกันไป ทุกอย่างมีอายุไข ยกเว้นช่องว่างจักรวานที่คอยเติมเต็มกาแลคซี่ เพราะมีค่าเป็นอนันต์ มันคือสิ่งที่ก่อกำเนิดอายุขึ้นมาให้หมุนเวียงอยู่อย่างนี้ตลอดไป (กูมั่วคับด่าได้เอาแรงๆ) 5555

จักรวาลหนะไม่มีที่สิ้นสุด…แต่กลุ่มดาวในจักรวาลมีที่สิ้นสุด
สิ่งที่เหนือจากดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลที่สุดคือ ความว่างเปล่า และเมื่อเราอยู่ตรงความว่างเปล่านั้นจะเห็นกลุ่มดาวทั้งหมดกาแลคซี่ทั้งหมดเป็นกลุ่มเปนก้อนรวมตัวกันอยู่ซึ่ง กำลังขยายอาณาเขตไปเรื่อย จนเห็นเหมือนบิกแบงที่กำลังระเบิดออกมาเป็นดาวเล็กใหญ่ กำลังลอยออกมาขยายอาณาเขตเรื่อยๆไงละ สรุปนั่นคือ จักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด แต่อาณาเขตกลุ่มดาวกลุ่มกาแลคซี่มีที่สิ้นสุดแน่นนอน ซึ่งกลุ่มดาวกลุ่มกาแลคซี่มันกำลังขยายตัว
คำถามคือ แล้วกลุ่มดาวมันไม่หยุดเคลื่อนที่หรอ
ตอบ ตามทฤษฎีแล้ว ความเร็วในการเคลื่อนที่จนมีความเร็วคงตัวในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง

ผมคิดว่า ถ้าจักวาลไร้แรงโนมถ้วง แสดงว่า แสดงว่ามันไม่มีที่สิ้นสุดหรือขอบเขตของจักวาล ดาวหาง ก็เหมือนกิ่งไม้ ที่ลอยอยู่ในทะเล ที่มันจะลอยไปตามกระแสน้ำที่พัดพา ละมันจะไปหยุดที่เกาะ(ดาวเคราะห์) อวกาศก็เหมือนน้ำทะเลนั้นละครับ. นี้ความคิดส่วนตัวผมนะ

ผมเชื่อว่าจักวาลมีจุดเริ่มต้นและมีจุดสิ้นสุด เมื่อจักวาลขยายตัวเต็มที่ ก็จะหดกลับมายังจุดเริ่มต้น บีบอัดตัวเป็นหลุมดำขนาดอภิมหายักษ์ ดูดทุกอย่างเข้ารวมกัน และระเบิดออกเริ่มต้นจักวาลอีกครั้ง วนไปมาเป็นอนันต์ และส่วนตัวผมยังเชื่อว่า จักวาลก็เปรียบได้ดั่งลูกบอล ซึ่งมีมากมายเป็นอนันต์ จักวาลของเรา ก็อยู่ในหนึ่งลูกบอลแห่งจักวาลนั้นเอง ..กินยาแป้ป

จุดเริ่มต้นของจักวาลอยู่ที่ดวงตาของเรา ลองหลับตาในเวลากลางคืนสิ สิ่งที่เรามองเห็นตอนหลับตานั้นแหละ…
ทุกอย่างมันมีจุดเริ่มต้นที่ตัวเราทั้งหมด

โรหิตัสสเทพบุตรกราบทูลว่า ” ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เรื่องเคยมีแล้ว ข้าพระองค์เป็นฤาษีชื่อโรหิตัสสะ เป็นบุตรของผู้ใหญ่บ้าน มีฤทธิ์ เหาะได้ ความเร็วของข้าพระองค์นั้นเปรียบได้กับนายขมังธนู ผู้ยิงธนูแม่นยำ ศึกษามาดีแล้ว ผู้เชี่ยวชาญช่ำชอง ฝึกซ้อมมาดี พึงอาบยิงลูกศรเบาให้ผ่านเงาตาลด้านขวางไปได้โดยไม่ยาก
ฉะนั้น การย่างเท้าแต่ละก้าวของข้าพระองค์เปรียบได้กับระยะทะเลด้านตะวันออกถึงทะเลด้านตะวันตก
ฉะนั้น ความปรารถนาอย่างนี้ว่า ” เราจักถึงที่สุดแห่งโลกด้วยการไป ” เกิดแก่ข้าพระองค์นั้น
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นั้นเพียบพร้อมด้วยความเร็วอละการย่างเท้าอย่างนี้ เว้นจากการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม การถ่ายอุจจาระ ปัสสวะ การหลับ และการบรรเทาความเหน็ดเหนื่อย มีอายุ ๑๐๐ ปี ดำรงชีพอยู่ได้ตั้ง ๑๐๐ ปี เหาะไปได้ตั้ง ๑๐๐ ปี ยังไม่ถึงที่สุดแห่งโลก ก็ตายเสียก่อนในระหว่างทาง

มันน่าจะมีมิติที่ไม่มีเวลาพูดง่ายๆคือนิรันด์มีอำนาจสร้างจักรวาลขึ้นมาซักวันวิทยาศาตร์จะพิสูจน์ได้แต่ต้องใช้เวลาแต่พวกศาสนาเค้าใช้ใจในการเข้าถึง

ถ้าบิ๊คแบงคือระเบิดสะสารและวัตถุต่างๆก้น่าจะเป็นสะเก็ดระเบิดและสะเก็ดระเบิดก้ย่อมมีรัศมีเดินทางใกล้ไกลขึ้นยู่กับความแรงของการระเบิด แน่นอนที่สุดว่ามันจะต้องมีขอบเขตของรัศมี เว้นแต่การระเบิดนั้นเป็นการระเบิดแบบต่อเนื่องจำนวนหลายลูก เช่น หยดน้ำฝนที่ตกลงในแม่น้ำจะเห็นจุดของคลื่นจากหยดน้ำจำนวนมากต่อเนื่องกัน ถ้าเป็นเช่นนี้ในระดับการระเบิดของบิ๊คแบง คงจะหาขอบเขตไม่ได้(จากความคิดทื่อๆของคน”สมองน้อย” แต่ชอบดู ชอบศึกษา*_*)

ผมอยากรู้ว่าสักวันนึงมนุษย์เราจะไปถึงที่ดาวที่ยู่ไกลที่สุดและดาวที่อยู่ไกลกว่าดาวที่ไกลที่สุดได้ไหม อละผมคิดว่าถ้าวันนั้นมีจริงถ้าโลกยังอยู่ผมคิดว่า อุปกรณ์เทคโนโลยีคงจะมีประสิทธิภากมากๆโคตรๆๆๆ
แต่จะมีไหมนะวันนั้นนะ
จักรวาลเป็นสิ่งที่ลึกลับจริงๆ
ยิ่งคิดมันยิ่งปวดหัว
(คิดไปทำไม,กินยาแปบ)

ถ้ามองจักรวาลในอวกาศเราจะเห็นดาวนับล้านดวงและกาแล็กซีนับแสนล้านกาแล็กซี ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีจุดกำเนิดและจุดจบเหมือนกับอายุไขของสิ่งมีชีวิตแต่จักรวาลไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแล้วมันเติบโตและมันจะมีจุดจบได้ยังไง??? จักรวาลมันก็เกิดจากbigbangก็จริง แล้วbigbangเกิดจากอะไร??? มันก็ต้องมีจุดกำเนิดของมันและมันจะเกิดมาได้ไงถ้าไม่มีจุดกำเนิด จักรวาลก็เหมือนคำถามที่ไม่มีที่สิ้นสุดเพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องมีคำถามก็เหมือนกับว่า”มนุษย์คนแรกคือใคร” มันก็ต้องมีคำถามแล้วกว่าจะรู่ว่าใครคือมนุษย์คนแรกนั้นคือใครก็หากันนานนับหลายสหัสวรรษ และนะตอนนี้จักรวาลมันก็คงตั้งคำถามกับเราต่อไปเรื่อยๆว่ามัน”มีจุดกำเนิดยาวนานแค่ไหนและจุดแรกที่สุดของที่สุดของมันอยู่ที่ไหน” ผิดตรงก็ขออภัยด้วย

ผมเชื่อว่า เอกภพ มีที่สิ้นสุดเพราะผมเชื่อว่า เอกภพ เกิดจากการระเบิด bigbang … เมื่อเกิดการbigbang เศษมวลต่างก็กระจายออกจากจุดๆนึงซึ่งคือดาวฤกษ์ที่ใหญ่ที่สุด … การbigbang ทำให้เกิด Galaxzy มากมาย ซึ่ง ทำให้ Galaxzy ขยายกว้างมากขึ้น … ถัดจากเอกภพ ผมเชื่อว่าเป็นที่ดำมืด เพราะผมคิดว่าถัดจาก เอกภพ ไม่มีอะไรเลย…

ไอ้ที่ดำๆ มืดๆ มันคือภาวะความจริงของจักรวาลก่อนถือกำเนิด ผมคิดแบบนี้นะ ความไม่มีอะไรเลยนั่นเอง เป็นภาวะศูนย์สมบูรณ์ และเราไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของจักรวาล จะไม่มีทางมองเห็นสภาวะปัจจุบันได้เลย เว้นแต่ที่เราอยู่ซึ่งคือโลกของเรา ตอนนี้!… ผมชอบจินตนาการว่า จักรวาลของเราน่าจะมีรูปทรงคล้ายกรวยครับ ทุกๆ จุดในจักวาลอยู่บนรอบเส้นวงกลมบนระนาบ ไม่มีทางมองเห็นตำแหน่ง ณ ปัจจุบันกันได้เลย จะเห็นได้แต่ส่วนลึกของกรวยเท่านั้น ซึ่งไอ้จุดล่างสุดของกรวย ก็คือจุดกำเนิดของจักรวาล…

แรงโน้มถวง มันคือแนวคิดของไอสไตครับ เพราะโลกไม่ได้มีแรงดึงดูง แต่โลกทำให้อาวกาศรอบๆเกิดความโค้ง เหมือนเอาลูกเหล็กวางในผืนผ้าใบที่ขึงตรึงทำให้รอบๆลูกเหล็กเกิดความโค้งและความถ่วงที่เกิดจากมวลของลูกเหล็ก นี่ถึงจะเรียกว่า แรงโน้มถ่วง ครับ

เคยคิดมานานแล้วว่า จักรวาลมีการก่อกำเนิดขึ้นมาใหม่เรื่อยๆแน่เลย มันถึงไม่มีจุดสิ้นสุดสักที ดาวนี้ดับดาวนี้เกิดทดแทน จะสิ้นสุดได้อย่างไร
และความว่างเปล่าก่อให้เกิดดวงดาวใหม่ๆขึ้นมาได้อย่างไร จุดเริมต้นสรรพสิ่งก็คงถือกำเนิดมาลักษณะเดียวกัน รวมถึงจิตวิญาณด้วย ที่มีไม่สิ้นสุด ก็ต้องมีเกิดมาใหม่ได้เช่นเดียวกับจักรวาล
จุดเริ่มต้นคือความมืดความไม่มีอะไร
เกิดแร่แปรธาติจนก่อเกิดธาตุต่างๆ แสดงว่ามีสิ่งที่มีในความว่างเปล่า
ความว่างเปล่าไม่มีอยู่จริง
เมื่อสิ่งนี้มีสิ่งนี้จึงมี แล้วอะไรคือรากฐานธรรมธาตินั่น แล้วรากฐานธาตุต่างๆเกิดมาได้อย่างไร เกิดขึ้นเองเพราะมันต้องเกิดเหรอ เป็นคำถามที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ผมรู้วิธีย้อนเวลา และไปอนาคต แต่จะทำได้เราต้องไปยุอีกจักวาลนึง ไม่ใช้จักรวาลที่เราอยู่ตอนนี้ เพราะเชิญไปหาทฤษฏีมาเหอะ ไม่มีทางเอาชนะ เวลาของจักรวาลได้ เพราะมันเปนเหมือนจุดที่ยาวไปเรื่อยๆ ไม่มีทางบิดเบียว รึย้อน รึข้ามมันไปได้ ทางเดียวคือกระโดดมา จากเวลาของจักรวาลอื่น ที่มีความเร็วมากกว่า ความเร็วของจักรวาลเรา และมองเหน การเริ่ม การจบ ของจักรวาลเรา โดยที่ไม่เปนอนันต เหมือนเราดูวิดีโอ ที่มีจุดเริ่มและจุดจบ ถ้าเราจะทำเรื่องพวกนี้ได้ เราต้องทำลาย กฏคณิตศาสตร ที่บอกว่า มีค่าอนัน อินฟินิตี้ ทิ้งไป ถึงจะก้าวข้าม กฏพวกนี้ไปได้

ผมงงที่ ไอดวงดาวเกิดขึ้นได้ไง
ไอที่มันเป็นก้อนหินอะ. ที่มันลอยอยู่ในอวกาศมันมาจากไหน. แล้วจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งมันเกิดขึ้นตอนไหนตอนไหนที่เขานับว่าเป็นจุดเริ่มต้น (ไม่ใช่เริ่มต้นของดวงดาวนะ แต่เริ่มต้นทุกอย่างเลยอะมันบอกยาก. เหมือนเริ่มดูยูทูปอะ. พอดูไป2วิ ขึ้นอินโท. พออินโทจบก็เริ่มการพุดที่นักเเคสเดมพุดหรือเริ่มแคส. ก็เหมือน1วิที่เริ่มคือจุดเกิด /อินโท ก็คือการเกิดดาว. /การแคสคือปัจจุบัน /จบคริปก็จบทุกอย่างไอจบทุกอย่างผมยกตัวอย่างแต่มันอาจไม่จบ )***แต่ที่ผมส่งสัยคือไอจุดเริ่มทุกอย่างอะมันคือตอนไหนเกิดขึ้นได้ไงไม่ใช่แค่เกิดความว่างปล่าวนะเกิดทุกอย่างเลยเกิดความว่างด้วยเกิดทุกอย่างที่คุณคิดตอนก่อนเกิดจักรวาล
เกิดทุกอย่างงงงที่ไม่มีข้อจำกัดในการเกิดเลยเกินทุกอย่างที่คุณคิดได้ก่อนที่จะเกิดจักวาลหรือเกิดดาว*** คนอ่านอาจอ่านไม่รู้เรื่องแต่ถ้าเอาความคิดเราไปใส่หัวคุณได้มันจะทำให้คุณหยุดคิดไม่ได้

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย อวกาศ มืด หรือ สว่าง ???
เรามองไปบนฟ้ายามค่ำคืนแล้วมันมืด เห็นแต่สีดำ กับแสงสว่างของดาวฤกษ์ที่อยู่ไกล
1.อวกาศมืด เพราะ อวกาศกว้างมาก แสงจากดาวฤกษ์เลยส่องไปไม่ถึง
2.อวกาศไม่ได้มืด แค่แสงของขอบอวกาศที่อยู่ไกลยังส่องมาไม่ถึง
…พอคิดไปเรื่อยๆ ก็คิดเพิ่มได้ว่า อวกาศนั้นกว้างจริงๆ การที่เราจะมองเห็นได้นั้นมันมี 2 กรณี 1.แสงของสิ่งนั้นส่งมายังสายตาเราโดยตรง กับ 2.แสงเดินทางไปกระทบกับวัตถุแล้วสะท้อนมาเข้าตาเรา ทำให้เรามองเห็น
แต่ เพราะอวกาศนั้นกว้าง ใหญ่ ถึงจะมีดาวฤกษ์นับล้านล้านล้านดวง แต่ก็ไม่ทำให้สว่างมากพอที่จะมองเห็นสิ่งที่ใหญ่ขนาดนี้ได้ ถึงแม้แสงของดาวฤกษ์จะเดินทางไปถึงขอบอวกาศ แล้วสะท้อนมาถึงดวงตาเราแล้วก็ตาม แต่เพราะระยะทางที่แสนไกล ทำให้แสงที่ส่องมาถึงดวงตาของเราเล็กมากๆ เล็กเกินไปจนแยกแยะความสว่างไม่ได้ เหมือนกับดวงอาทิตย์ของเรา ที่ มีขนาดใหญ่กว่าโลกนับล้านเท่า แต่เรากลับมองเห็นเป็นแค่ลูกไฟกลมดวงเล็กๆ เพราะอยู่ไกล และเพราะขนาดที่กว้างใหญ่ แสงของดาวฤกษ์เลยส่องไปไม่ทั่ว เปรียบเทียบอย่างโลกตอนกลางคืนที่มืดมิด การเปิดหลอดไฟดวงเล็กๆแค่หลอดเดียว ไม่อาจทำให้เรามองเห็นโลกทั้งใบได้
สรุป เพราะ ระยะทาง + ขนาด ของอวกาศ ทำให้ปริมาณแสงที่มีในอวกาศ ไม่เพียงพอที่จะทำให้อวกาศว่างขึ้นมาได้ หรือ #อวกาศมืดเพราะแสงยังสว่างไม่พอ 555+
….เราก็คิดได้เนอะ….สมงสมอง…

มันไม่มีที่สิ้นสุดแต่มันมีแค่จุดเดียว ถ้าเรานั้งยานอวกาศที่เร็วที่สุด ตรงไปเรื่อยๆ เราจะกลับมาจุดเดิม วนเวียนอย่างนั้นตลอด เพราะมันไม่มีที่สิ้นสุดแต่มีจุดเดียว

สุดขอบจักรวาลคือความว่างเปล่า ถ้าพูดถึงการมองเห็นเปรียบได้กับคนที่ตาบอดมาแต่กำเนิดถามเค้าดูว่าเห็นอะไร
นั่นแหละคือความว่างเปล่าทางสายตาที่แท้จริง แล้วในความว่างเปล่าก็ว่างเปล่าจริงๆ แล้วถ้าคุณยื่นอะไรเข้าไปในความว่างเปล่า
สิ่งนั้นก็จะเป็นความว่างเปล่า

เป็นไปไม่ได้ที่จะเริ่มจากความว่างเปล่า ในความว่างป่าวคือไม่มีอะไร แล้วอยู่ๆจะระเบิดขึ้นมามันไม่มีเหตุผลเลย ทุกอย่างมีการจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ซับซ้อน ความอยากรู้ทำให้เราศึกษา เอาง่ายๆถ้ามีคนสร้าง แล้วใครสร้างคนสร้าง คำถามแบบนี้จะไม่สิ้นสุด แล้วสร้างเพื่ออะไร ถึงเราจะถึงขอบจักวาลได้ เราก็จะถามว่านอกขอบจักวาลคืออะไร คำถามจะใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ความคิดส่วนตัวนะคับ ไม่ได้ต่อต้านใคร

เรื่องที่อธิบายไม่ได้มีอีกเยอะเคยเจอกับตัวเองแล้วแค่หันไปมองรถข้างๆแล้วหันกลับมาใช้เวลาไม่กี่วินาทีแค่ไม่กี่วิแต่ทำไมถึงเห็นทุกรายละเอืยดเหมือนเข้าไปอยู่ในเวลาของเค้ามันช่างช้าหรือเวลาของคนกับ..ต่างกัน
# หรือจะมีสองมิติ มิติเราเวลาจะเดินเร็วกว่าเค้าหรืออีกกรณีมิติเค้าอาจจะไม่มีเวลา

“เล็กเท่าเชื้อโรคยังมี อะตอมก็ยังมี ”
ถ้าเราอยู่ไกลออกห่างจากจักรวาล เราเปรียบเหมือนอะตอม ใหญ่กว่าไปหาใหญ่กว่า เรื่อยๆ เล็กกว่าไปหาเล็กกว่าเรื่อยๆ
“เชื้อโรคที่มีชีวิต คงคิดว่า เล็กกว่าเชื้อโรค ก็คงมี และ คงมีเล็กไปเรื่อยๆ”

พูดนั่นพูดนี่ เหมือนตัวเองเป็นผู้รู้ เถียงกันเอาชนะ สรุปก็ไม่มีใครรู้จริงอยู่ดีว่าอะไรคือเรื่องจริง ตายไปจะได้ขึ้นนรกหรือสวรรค์รึเปล่า หรือตายไปแล้วหายไปเลยตลอดการณ์ ก็ไม่มีใครรู้อยู่ดี ขนาดมหาสมุทรยังหาได้แค่5%(รึเปล่าจำไม่ได้) มีอีกเยอะที่ไม่รู้ แต่เห้นเม้นบางคนแล้วหงุดหงิดตาอ่ะ ทำอวดฉลาดอยุ่ได้ ฉลาดมากก็ไปหาจุดสิ้นสุดจักรวาลให้ดูสิ

ความอยากรู้ของมนุษย์ไม่มีวันสิ้นสุดหรอกครับ เช่น สมมุติ จักรวาล ถุกสร้างโดยพระเจ้า มนุษย์ก็จะตั้งคำถาม ใครสร้างพระเจ้า พระเจ้าคือใคร ทำไมถึงสร้างจักรวาล บราๆ ความอยากรู้เเม่งใหญ่กว่าจักรวาลซ่ะอีก

เคยใหม๊…..?
นั่งมองท้องฟ้าตอนดึกๆแล้วคิดสงสัยว่า
เรามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ทำไมเราถึงต้องมาอยู่ที่นี่
แล้วเราถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร
แล้วอะไรที่ให้กำเนิดเรา และถ้ามีสิ่งที่ให้กำเนิดเราจริงๆ นั่นหมายความว่าเราถูกกำหนดมา
ให้เป็นแบบนี้ใช่หรือไม่ แล้วข้างนอกนั่นมีอะไร
จะมีสิ่งที่เรามีเหมือนกันใหม.

เหมือนกับคนเมื่อก่อนมองท้องฟ้าว่าไม่มีที่สิ้นสุด แต่พอเราไปถึงจึงรู้ว่ามีขอบ ชั้นบรรยากาศคลุม
ดังนั้น(เดาล้วนๆ) ขอบจักรวาลอาจจะมีอะไรเลยออกไปอีกก็เป็นได้ อาจจะมีจักรวาลแบบเราอีกอยู่มากมาย ในห้วงขั้นมิติ (ช่องว่างระหว่างจักรวาล) ระยะจักรวาลของแต่ละจักวาลอีกทีก้อได้ งงไหม? กูยังงงเลย😂😂

สมัยหนึ่ง มีคนเคยไปถาม พระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้า ท่านทรงตรัสว่า โลกดวงดาวจักรวาลทั้งหลาย หาที่สุดมิได้ ที่สุดแห่งโลก อยู่ที่ตัวเราคือพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด นั่นแหละคือที่สุด แห่งโลก ถ้าเรามองไป อากาศโลก มันก็หาที่สุดไม่ได้ต่อให้มีเครื่องมือ ที่มีความเร็ว ยิ่งกว่าแสง ก็หาไปเถอะ เป็นแสนล้านปีแสง ก็ยังหา ที่สุดไม่ได้

แสดงว่าสิงที่อยู่นอกสุดคือกลุ่มแกสที่กำลังก่อตัวเป็นดาวฤกษ์ผลัดออกมาคือกลุ่มดาวฤกษที่กำลังก่อตัวเบ็นกาแลกซี่์ผลัดออกมาอีกคือกลุ่มกาแลกซี่เพื่อนบ้านใกลๆเราสินะฮะ

ถ้าลองนั่งสมาธิดูอาจจะค้นพ้บความจริงของจักวาล บางทีจักวาลอาจจะเป็นธรรมชาติ เหมือนมีใคร1คนถือรีโมทคอยควบคุมอยู่ในมือ อาจจะเป็นความคิดของคนเองที่ทำให้มีจักวาลเกิดขึ้นมา

ตามหลักพุทธหลังจากออกไปจากขอบเขตของดาวต่างๆแล้วก็มีแต่ความว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยลองไปดูพระสุตตดูครับ จะมีเรื่องเกี่ยวกับพรามคนนึงมีฤทธิเหาะไปยังไงก็ไม่ถึงสุดขอบจักรวาลสักทีเหาะจนตายนะครับ

สสารในอวกาศนั้น มาจากไหน? และ เกิดขึ้นได้อย่างไร? ไม่มีใครรู้
ฉนั้น เรื่องขอบเขตของจ้กรวาล ก็ไม่มีใครรู้ได้เช่นกัน
รู้เพียงแต่ว่าดวงดาวตา่งๆทั้งเล็กและใหญ่ เกิดขึ้นมาได้ 2 กรณีย์ คือ
1.เกิดจากการระเบืดของดวงดาว (bigbang)
2. เกิดจากการชนของดวงดาว (bigboom)
สสารมีอำนาจแม่เหล็ก จึงสามารถเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างหลวมในระยะแรก
การที่โลกหมุนรอบตัวเองและโคจรรอบดวงอาทิตย์นั้น เรารู้ แต่ไม่ขอกล่าว เพราะเรื่องมันยาว
การหมุนรอบตัวเอง ทำให้เกิดแรงดึงดูด และ ทำให้บรรยาโลกเปลี่ยนไปในบางเวลา
ในส่วนทีเป็นเปลือกโลกที่มนุษย์อาศัยอยู่ มีการเคลื่อนตัวทีละน้อยตลอดเวลา
มนุษย์จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงภัยบิบัติได้ สิ่งทีทำได้ตอนนี้ก็ คือ หาถิ่นที่อยู่ใหม่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด.

ไม่มีที่สิ้นสุดหรอก ถ้ามีสิ้นสุด และอะไรจะคอบจักวาลอีกละ มนุษย์ต่างดาวมีแน่นอน แต่อาตจะมีความสามารถที่ฉลาดกว่าโง่กว่าหรือเท่ากับโลก บางทีเค้าอาตจะหาเราอยู่ก็ได้ดาวที่คล้ายโลกก็มีอยู่ที่ค้นพบก็มี ที่ยังไม่พบอีกหลายล้านดวงอีก ขนาดโลกที่ไม่น่าเยู่ยังมีสิ่งมีชีวิตได้ ดาวที่ดีกว่ามันมีแน่นอน เขาหาเรา เราหาเขา ถ้าเจอกันคงดีใจทั้ง2ฝ่าย

ที่สิ้นสุดของจักรวาลนี้คือนิพพานงัยครับถ้าใครคึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าและคึกษาดาราศาสตร์ควบคู่กันแล้วมาพิสูจน์ดูจะรู้ว่ามันจริงครับมีหลายอย่างที่ตรงและหลายอย่างที่นักดาราศาสตร์หาคำตอบไม่ได้แต่พระพุทธเจ้าท่านตอบได้ในพระไตรปิฏก
พระพุทธเจ้านอกจากท่านจะสอนความจิงอันประเสริฐแล้วท่านยังสอนเรื่องจักวาลนี้ด้วยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรที่สิ้นสุดคือที่ไหนนั่นก็คือนิพพานที่เราอยู่นี่ท่านเรียกว่า วัฏสงสารครับ ลองศึกษาดูจะรู้ว่ามันจิง

ทุกอย่างในจักรวาล ดิน น้ำ ลม ไฟ แร่ ต่างๆ แก็ส แสง สิ่งมีชีวิต ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้มันเกิดจากอะไร ทำไมมันถึงมีจริงมันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันจะมีมีทางที่คุณ หรือ ผม จะได้รู้คำตอบที่แท้จริง ใช่คุณอาจดูสารคดีต้นกำเนิดของจักรวาล แต่ว่าไอ้ต้นกำเนิดนั้นมันมาจากไหน ทำไมมันถึงมีต้นกำเนิด แล้วอะไรกำเนิดมัน คุณจะไม่มีวันรู้ เพราะมัน ไม่มีวันสิ้นสุด

แสงและภาพของตัวผมคงจะเดินทางไปในอวกาศอันไกลโพ้นแล้วล่ะ. ว่าแต่สถานะตัวของผมในขณะนี้เป็นเลเยอร์ใหนกันแน่ จริงๆแล้วผมอาจจะนั่งพิมพ์ข้อความนี้เมื่อประมาณ100ล้านปีที่แล้วก็ได้ ข้อมูลของผมมันเดินทางต่อกันมาเรื่อยๆ เวลาของผมที่ผ่านมาสัก0.001วินาทีที่แล้วก็คงจะเป็นอดีตตอนนี้ผมเป็นอนาคตแล้ว..และผมในอดีตก็ยังคงอยู่ไม่มีอะไรสูญหาย

สุดขอบจักรวาลมีจริงครับมีปรากฎในคิริมานนทสูตร สุดขอบอนันตจักรวาลทางขวางจะว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ ฝุ่นผงหรืออุกกาบาตใดๆ อนันตจักรวาลไม่สามารถนับได้เปรียบเทียบไปก็เหมือนผืนทรายในทะเล สุดขอบอนันตจักรวาลเบื้องบนจะเป็นสถานที่อยู่อรูปพรหม ถ้าเลยนี้ไปจะว่างเปล่าเหมือนกันเรียกว่าแดนนิพพาน

หนึ่งหมื่นสามพันล้านก็แค่ขีดความสามารถที่กล้องสามารถจับได้ อาจจะมีอะไรไกลกว่านั้น อายุของจักรวาลไม่สามารระบุได้ ถ้าหากว่าพอทุกอย่างลอยห่างออกจากกันจนไม่มีแรงยึดเหนี่ยวกันอีกต่อไป ทุกอย่างก็จะย่อยสลายในระดับโมเลกุล ก่อนที่จะยุบตัวเข้าหากันเหลือเพียงหนึ่งภาวะเอกฐานแล้วระเบิดออกมาอีกครั้ง อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านับล้าน ๆ ครั้ง ทฤษฎี big bang อจาเป็นทฤษฎีท่าน่าเชื่อถือที่สุดแต่ก็ก่อให้เกิดความสงสัย มีอะไรก่อนหน้านั้น

โลกก็เหมือนเซลล์ๆหนึ่งของจักรวาล เปรียบเทียบกับมนุษย์ชึ่งมีเซลต่างๆประกอบอยู่มากมายฉันใดฉันนั้นสุดขอบของจักรวาลต้องมีครับตรรกะง่ายๆไม่ต้องลึกซึ้งอะไรมากมาย

มันไม่มีคำตอบ เพราะมันไม่มีอะไร ทฤษฏี ข้อพิสูจ ความเชื่อ ล้วนแล้วแต่เราตั้งมันขึ้นมาเอง คิดไปเอง มันไม่มีอะไร รูปแบบชีวิตเรา ก็ไม่ต่างจากรูปแบบของสะสารอื่นๆ เราตามหาขอบจักรวาล บางทีแสงรึหินดินทราย อาจมีอารยธรรมของเขา ที่เราไม่อาจจะเข้าใจ นี่คือ คำตอบว่า มันไม่มีอะไร เรานะมองแต่มุมของเรา เราคิดว่าทุกอย่างจะเปนเหมือนเรา อยู่ตามกฏเกณที่เราสร้างขึ้น ซึ่งมันไม่จริงเลย ทุกอย่างในจักรวาล มีทางของมัน เราแค่พยายามไปเอาทางของมันมาเปนทางจองเรา มันเลยเจอแต่คำถามนู้นั่นนี่

ถ้าบิ้กแบงกำเนิดจักรวาลจริง แล้วสิ่งที่ใหญ่กว่าจักรวาลคืออะไร บิ้กแบงฟรุ้คระเบิดแค่ครั้งเดียวหรือ มีที่อื่นอีกไหมที่มันระเบิด ถ้าที่อื่นก็ระเบิดได้ ตกลงมีกี่จักรวาล ถ้ามีหลายจักรวาล สิ่งที่กำเนิดหลายๆจักรวาลมาจากอะไร แต่ก่อนคิดว่ากาแล็คซี่ใหญ่ที่จนได้เห็น กาแล็คซี่อื่น กลายเป็นจักรวาลใหญ่ที่สุด ถ้าวิวัฒนาการจนเห็นสิ่งอื่นนอกจักรวาล
เด๋วๆหมอผมยังไม่อยากนอน

มุมมองของผม คำว่าขอบเขตของจักรวาล มันวัดกันด้วย เครื่องมืออะไรไม่ได้หรอกครับ แต่มันมีขอบเขตที่ไม่สามารถวัดใด้ด้วย เครื่องมือต่างเช่นกัน ทุกอย่างเป็นแต่เพียงการวิเคราะห์พิสูตรฯที่ว่า มีขอบเขต ก็เนื่อง เช่น สายตาเรา หรือกล้องที่ส่องอยู่ ดูอยู่ ตามกำลังแค่นั้นเอง และอีกความเห็นนึง คือ ในเอกภพ มีแกแล็คชี่ มีจักรวาล ถ้าสายตาเรามีศักยภาพที่สามารถมองเห็นภาพในมุมกว้างใด้ทั้งหมด เราจะเห็นว่า ขอบเขตทั้งมวลมันเป็นสภาวะของฟองอับอาวกาศ ที่ภายในมี แกแล็คชี่ มีจักรวาลเป็นพันๆล้านๆ

จักรวาลมันกว่างไม่รู้หรอกว่ามันมีขอบหรือไม่มีมันอาจจะไม่มีที่สิ้นสุด อย่าเอาสิ่งมีชิวิตในโลกไปเปรียบว่าทุกอย่างมีจุดสิ้นสุดเราไม่ใช่ศูนกลางคนชอบคิดเข้าข้างตัวเองเอาโลกมาเป็นบรรทัดฐาน ที่จริงโลกเราก็เป็นเเค่ฝุ่นเท่านั้นเเหละ

จักรวาลเราคือระบบหนึ่ง
ซึ่งเหมือนระบบแกแลกซี่ของเรา
หลายๆจักรวาลหมุนรอบกันเอง
ภาพถ่ายที่จับได้การกำเนิดจักรวาลนั้น
ไม่ไช่ภาพการกำเนิดจักรวาลของเราแต่อย่างใด
แต่เป็นภาพการกำเนิดของอีกจักรวาลเพื่อนบ้านเรา
ถ้าเป็นการกำเนิดจักรวาลของเราจริง
เหตุใดแสงจากการกำเนิดถึงได้เดินทางไปพร้อมๆกับเราได้
ซึ่งแสงควรจะเดินทางล่วงหน้าเราไปไกลแล้ว

ทุกวันนี้คนไทยยังเอาความรู้ผิดๆของนิวตันมาสอน คือกฎของแรงดึงดูดระหว่างมวล และทีนิวตันค้นพบคือแรงดึงดูดนะครับ ไม่ใช่แรงโน้มถ่วง

ถ้าทำได้อยากให้ทุกคนเป็นอมตะเเล้วก็สามารถบินไปที่ไหนก้ได้ ผมคนนึงจะไปสัมผัสจักรวาล อยากเห็น อยากรู้สิ่งต่างๆ ผมไล่ดูทฤษฏีต่างๆ จนผมเก่งเกินครูไปเเล้วมั้งครับเนี่ย [หยอกๆ]

ดาวในจักรวาลเหมือนเซลในสมองที่เชื่อมต่อกันเลยเนอะ55 ถ้าคิดแบบปัญญาอ่อน ก้คือเราอยู่ในเซลสมองของใครบ้างคนสรุปก้คือมันมีสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่มากกว่าจักวาลแล้วก็เป็นแบบมนุษย์เรามีหลายคนแล้วคนๆแล้วคนๆนั้นก้เป็นสิ่งมีชีวิตในดาวดวงหนึ่งแล้วดาวดวงนั้นก้เป็นเซลในสมองวนแบบี้ไปเรื่อยๆ555ไปกินยาแปบนึง

จักรวาลมีที่สิ้นสุดครับ เชื่อผมนี่ เมื่อมีเกิดมันก็ต้องมีดับ จุดที่สิ้นสุดคือความ “ว่างเปล่า”
สิ่งที่ไม่มีจุดสิ้นสุดคือ อวกาศต่างหากครับ ที่มันอ้างว้างไร้ขอบเขต

มันแค่เรื่องง่ายๆ
1*จักรวาลไมม่มีขอบเพราะถ้ามีขอบ มันก็ไม่ต่างจากกาเล๊คซี่
2*ที่เราเห็นแค่ความมืดมิดไม่เห็นแสงจากดวงดาวที่เป็นอนัน เพราะ แสงมันตัดแสงได้. เนื่องจากดาวฤทธิ์นั้นมีเยาะ แสงที่อยู่ไกล้กว่ามันแรงกว่า ย่อมตัดแสงที่อยู่ไกลซึ่ง อ่อนกว่า. มันก็คล้ายๆ กับที่เราไม่สารถมองเห็นดาวในตอนกลางวัน. ถ้าไกล้ๆ เรา ไม่มีดาวฤทธิ์ที่จ้ากว่า เราก็จะเห็นดาวฤทธิ์ที่อยู่ไกลออกเป็นอนัน เหมือนเราส่องสปล๊อตไลย์กลางคืน จะกี่ดวงเราก็มองเห็นได้ไกลมากลองส่องบนภูเขาดูแล้วหาคนมายืนมองด่านล่าง แต่ๆ พอเราส่องกลางวันเรากลับมองไม่เห็นอะไรเลย ผมเรียกการตัดแสง ทฤษฎีการตัดแสงโดย แม็ค เด็กคอน วันที่ 17/10/2560

นอกขอบจักรวาลไม่มีเพราะไม่มีขอบอนันตจักรวาล..มหาอนันตจัการวาง..พระพุทธเจ้าตรัสว่า..เมล็ดทรายในมหาสมุทรยังน้อยกว่าดวงดาวในท้องฟ้าโหยยย…แค่นึกก็ยังจินตนาการณ์ไม่ออก

ผมเคยอ่านในหนังสือมาเขาบอกว่าจุดจบของจักวาลคือจุดเริ่มต้น เมื่อกาแล็กซีกำเนิดออกมาเรื่อยๆๆ จนแรงดึงดูดต่อต้านแรงระเบิดของบิ้กแบง จนเริ่มถูกดูดกลับไปยังใจกลางของแรงระเบิด และทุกสิ่งก็กลับรวมกันเหมือนก่อนเกิดบิ้กแบงอะ

เอาตรงๆนะ จักรวาลหลักการทำงานมีไม่มากหรอก ถ้าเข้าใจมันแล้ว
สิ่งที่ทำให้ผู้คนตั้งข้อคิดขึ้นมา เพื่อที่จะลองไปสันหาหรือแก้ไขตรงนั้น
พอเค้าตั้งข้อคิด ร้อยแปดพันเก้าข้อคิด
เค้าก็จะคัดข้อคิดที่ถูกจริงๆของจริงๆ คือมีไม่กี่ข้อ ถ้าเรียงถูกนั้นก็คือคำตอบสุดท้ายของจักรวาล
แต่ถ้าเราเรียงกันไม่ถูก เราก็จะตั้งข้อคิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ทำให้หลายคนคิดว่าจักรวาลชั่งเข้าใจยากยิ่งนัก
แต่ในความจริงจัการวาล มันมีคำตอบแค่ไม่กี่ข้อหรอกครับ จักรวาลมันไม่ซับซ้อนแต่อย่างไร
แต่ข้อคิดของผู้คน ทำให้จักรวาลซับซ้อนขึ้นมาเอง พอซับซ้อนเราก็ตีความว่า
เฮ้ยพระเจ้าสร้างนะ ไอ่นู้นไอ่นี้ มันสร้างนะ ต้องเชื่อนะ ห้ามลบลู่นะ ไม่ดีนะ
ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีเหตุผลของมันทั้งสิ้น แต่เพียงเราต้องเดาใจจักรวาลว่า มันคิดอะไรอยู่
ถ้าจักรวาลไม่มีเหตุและผล ผมจะถามคุณเลยว่า อะไรสร้าง อตอม สะสาร พลังงาน
ธาตุ แสง กาลเวลา มิติ แล้วอะไรไปสร้างบิ๊กแบง เพื่อให้เกิดจักรวาล แล้วให้ผู้คนมานั่งเถียงกันเรื่องจักรวาลล่ะ

คุณลองคิดดูสิ ถ้าอ่านแล้วจะคอมเม้นผมยังไงก็ได้นะ
ฝากนิดนึง
บิีกแบงหลักการทำงานก็เหมือน ดวงอาทิตย์เรานี่แหละครับ
ในเมื่อมันมีพลังงานที่ใจกลางของมันยังมีอยู่ มันก็จะสร้างต่อไปอย่างไม่รู้จบสิ้น
แต่ในเมื่อพลังใจกลางดับ ทุกอย่างก็จะหยุดสร้างแล้วรอวันดับสิ้นของมัน
เนี้ยคือจักรวาล ในความคิดผม เป็นมีแค่เนี้ยจริงๆ หลีกการทำงานของมัน มีไม่มากเลยด้วย

เราเชื่อทุกอย่างมีขอบเขตและสิ้นสุด เพียงแค่เราไม่มีความสามารถไปถึงเท่านั้นเอง ออกไปอันไกลโพ้นอาจจะมีสิ่งที่ความคุมเราก็ได้หรือเป็นแค่กระเพราะสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่เราเป็นแค่จุดเล็กๆ

ผมคิดว่าจักรวาลมีที่สิ้นสุด แต่จักรวาลมันแค่พึ่งเริ่มขึ้นแค่ไม่นาน(ประมาณ 5ล้านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆปี) เราแค่ยังไปไม่ถึงจุดเริ่มต้น ตอนนี้ยังมีที่ว่างอีกเยอะที่รอการระเบิดของจักวาล เพื่อเริ่มต้นจักรวาลใหม่ที่เพิ่มพื้นที่ชึ้น

จักรวาลมีที่สิ้นสุดแต่ไม่สามารถค้นพบได้
“จักรวาล เปรียบเสมือน อะตอม
1 อะตอม = 1 จักรวาล
9 อะตอม = 9 จักรวาล
ฯลฯ ”

จะเข้าใจไหมน้อ

สุดรอบขอบจักรวาล อนันตจักรวาล คุณพระศรีรัตนตรัย และ เทพยดา และมนุษย์ทั้งหลาย ตลอดทั้งอินทร์ พรหม ยม ยักษ์ คนธรรพ์ นาคา พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ ท่านทั้งหลายที่มีทุกข์ขอให้ท่านพ้นทุกช์ ท่านทั้งหลายที่มีสุขขอให้มีสุขยิ่งๆขึ้นไป..

เรายังเดินทางออกไปพ้นระบบสุริยะจักรวาลยังไม่ได้เลย อย่าว่าแต่นอกกาแล็กซี่
หรือสุดขอบจักรวาล
ที่ทำได้เพียงเฝ้ามองจากระยะไกล

ผมคิดว่า..เอกภพมันคงจะเหมือนเกมส์งูใน3310แน่ๆ..ไม่ใช่ว่าไม่มีที่สิ้นสุดหรอก..เพราะถ้าไปสุดซ้ายจะมาโผล่ขวา..ไปสุดบน..มาโผล่ล่าง..เชื่อผม..มันไม่มีหรอกกำแพงเอกภพน่ะ..คิดแบบนั้นปวดหัวตาย..นอนไม่หลับหรอก..เดี๋ยวก็สงสัยว่าพังกำแพงไปเจออะไรอีก..555

” จักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด… ทุกวันนี้ผมยังเชื่อแบบนั้น ”

ไม่แน่ หลุมดำอาจจะไม่ใช่ทางเข้า แต่เป็นทางออกก็ได้นะ อยากรู้ว่าดาวมีตั้งเยอะ ทำไมถึงมีแค่โลกที่มีสิ่งมีชีวิต บางทีมนุษย์อาจเกิดจากความผิดพลาดก็ได้ เราคิดนะ สิ่งมืดๆที่เป็นอวกาศ ข้างนอกมันอาจจะสว่างก็ได้ อยากไปที่นั่นจัง มันอาจจะเป็นที่ๆสามารถใช้พลังได้ก็ได้นะ

ลองคิดดู ว่า อวกาศ กว้างขนาดนี้ จะมีแต่โลกเราหรอที่มีสิ่งมีชีวิต เราว่าดาวดวงอื่นที่อยู่ไกล มากๆๆๆๆ ก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตนะ มันเป็นไปได้ น้อย มากๆๆๆ ที่จักรวาล จะมีแค่มนุษ จะไม่พิเศษไปหน่อยเหรอสำหรับมนุษตัวเล็ก ที่จะมีจักวาล ให้แค่โลกมนุษ (เราชอบคิดอะไรไกลๆอะนะ) แต่เปนไปได้ ซะ90%

ขอบจักรวาลยังเกินวิสัยและปัญญาของมนุษย์ที่จะศึกษาแต่ก็คงไม่นานวิทยาศาสน์คงพาเราไปได้ ขอบคุณคลิป ได้ความรู้มาก

ถ้าใช้คำว่าสุดขอบจักรวาลมีอะไร อาจจะถามต่อว่า แล้วนอกขอบล่ะ ….มีอะไร

อยากมีชีวิตอยู่เพื่อรู้จริงๆว่ามีอะไร (-)

ทุกอย่างเป็นสิ่งที่คิดขึ้นมา เป็นทฤษฎีขึ้นมา มโนขึ้นมา ความจริงอยู่ตรงไหน มันเป็นยังไง 😭 อยากรุ้ก่อนตาย

หลุมดำอาจจะเป็นประตูไปสู่ อีกโลก. อีกภพ อีกกาแล็กซี่ อีกจักรวานก็เป็นได้…

เราก็เหมือนแบคทีเรียตัวเล็กๆที่อาสัยอยู่ในเม็ดทราย😊

เอกภพ..เหรอ..ก็แค่โลกอีกใบที่ใหญ่ที่สุด
มนุษย์ก็คือ 1 ในของตกแต่งจักวาลไหม ผมเคยคิดนะ ขนาดของเล่นยังเป็น 1 ในของตกแต่งของมนุษย์เลย ผมคิดว่ามันต้องมีสิ่งที่ใหญ่กว่าเอกภพแน่ นั้นก็คือผู้ดูแลเอกภพ
1 หมู่บ้านยังเป็นส่วนหนึ่งของตำบล
1 ตำบลยังเป็นส่วนของอำเภอ
1 ประเทศยังเป็นส่วนหนึ่งของโลก
โลกเรายังเป็นส่วนหนึ่งของจักวาล
1 จักวาลยังเป็นส่วนหนึ่งของเอกภพ
แล้วเอกภพเป็นส่วนหนึ่งของอะไรละ
นี้คือ สิ่งที่ใหญ่เกินไปที่มนุษย์จะรู้จักเหมือนมดที่อยู่ไปทั่วโลก มนุษย์ก็ต้องอยู่ทั่วจักวาลเหมือนกับมด เพราะเป็นไปได้หรือที่เอกภพใหญ่กว่าโลกเป็น 10×10 ยกกำลัง 10×1พันล้าน ของโลกจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่
คุณคิดยังไงไม่รู้ ผมคิดงี้แหละรู้สึกดีกว่านักดาราศาสตร์หรือนักวิทยาศาสตร์กว่าตั้งเยอะที่ต้องไปค้นหาแบบไม่ได้อะไรทุกสิ่งอย่างสามารถเป็นไปได้เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นที่..อวกาศ..จบ

ลบสิ่งมีชีวิต ลบโลก ลบดวงอาทิตย์ ลบดาวทุกดวงในจักรวาล ลบอุกาบาต ลบทุกสิ่งในจักรวาล จะเจอสุดขอบจักรวาลอยู่ตรงหน้า คือ ความว่างเปล่า ถ้าใครบอกมีหินมีวัตถุเป็นสุดขอบจักรวาล ลบหินหรือวัตถุที่เป็นสุดขอบจักรวาลออก ก็จะพบหลังสุดขอบจักรวาล คือ ความว่างเปล่า ปล.ความว่างเปล่าคือไม่มีสิ่งใด ทฤษฏีเดียวที่ตามจริง ด้วย เมื่อลบทุกสิ่งจะเป็น ความว่างเปล่า ความว่างเปล่าเกิดก่อนทุกสิ่ง ความว่างเปล่าไม่ต้องมีสิ่งใดสร้าง เพราะสิ่งที่จะสร้างความว่างเปล่าได้ ก็จะเป็นความว่างเปล่า เพราะสร้างความว่างเปล่า สรุปคือ ต้นกำเนิดของทุกสิ่งคือความว่างเปล่า ด้วยความว่างเปล่าที่เป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่ง เคว้งคว้างไม่มีสิ่งใดเกินคำว่า ล้านล้านปีแสง เป็นระยะเวลาที่เกินคำบอกเวลาของมนุษย์ เพราะดันมีก๊าซ แก๊ซฝุ่นสิ่งเหล็กๆนิดเดียวจุดเดียวเกิดขึ้น ขยายตัวขึ้นสร้างตัวขึ้นจากการสะสมของเวลา จนเป็นจักรวาลปัจจุบัน

แล้วสรุปเราเกิดมาทำไมกันนะ อยากรู้จิงๆแล้วก็มีกฎทางโลกทางธรรมมีอะไรอีกมากมายที่เราไม่รู้แล้วก็ที่เรารู้แบบผิดๆมาตลอดหรือพื้นฐานที่ฝังให้เป็นความเชื่อมารุ่นสู่รุ้นรูปในมัยก่อนนี่ก็บ่งบอกมีเง่ือนงำโอ้ยงงจ้า งงงวย

โลกมีเป้น ล้านๆโลก กาแลกซีมีเป็น แสนๆ แต่ละดวงล่ะดาวก็มีสิ่งมีวิตทั้งนั้น ทั้งกาแลกซีเรา และกาแลกซีอื่น กว้างไพศาล การเดินทางไปยังโลกอื่นที่ยุในระบบสุริยะ แล้วนอกระเบบสุริยะหรือข้ามกาแลกซี ที่ใช้เวลาเดินมางเป้น ล้านๆ ปีแสง ทั้งหมดเป็นแค่การคาดเดาของนักวิทยาศาสตร์ และนักอวกาศ

ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่ค้นพบจริงๆ มนุษย์จะมโนและตั้งคำถามขึ้นมา. นี้คือสิ่งเดียวที่มนุษย์ทำได้ ในตอนนี้ !!
ก็เหมือนคนสมัยก่อนเข้าใจอะไรผิดๆเกี่ยวกับโลก และ ในอนาคตก็จะมารู้ว่าคนในปี 2017 เข้าใจผิดทั้งหมด !!
#ทฤษฎีของผม มีแค่นี้จริงๆ จะได้ไม่ปวดหัวและมโนไปไกล จบบบบ !!?

ผมสนใจในเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลมาก แต่พอได้ฟัง”คิริมานนทสูตร”(พระยาธรรมิกราช) ผมจึงเลิกสนใจเพราะรู้ไปก็น่าเบื่อไม่เป็นเพื่อการหลุดพ้น มาค้นหาสนใจเรื่องจิตแทน
“””มีเนื้อความประมาณว่า ที่สุดของโลกเบื้องต่ำสุดก็มีแค่ใต้แผ่นดิน แผ่นดินนี้มาน้ำรอง น้ำนั้นก็ตั้งอยู่บนลม ลมนั้นหนาได้ 940,000 โยชน์สำหรับรองน้ำไว้ ใต้ลมลงไปเป็นอากาศหาที่สุดไม่ได้ ที่สุดของจักรวาลเบื้องขวางมีอนันตจักรวาลเป็นเขต นอกอนันตจักรวาลออกไปก็เป็นอากาศว่างๆ อยู่ จึงว่าโดยความคือ มีอนันตจักรวาลเป็นที่สุด””” นอกจากนี้ในพระไตรปิฎกกล่าวถึงโลกเสื่อม (จากภัย น้ำ ไฟ ลม อ่านใน”สุริยสูตร”)ทุกอย่างก็หายไปหมด แล้วทุกอย่างก็เริ่มใหม่ วนเวียนอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ผมจึงได้ความคิดที่ว่าไม่ใช่แต่สัตว์ที่เกิดแล้วดับ โลก ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลก็เกิดแล้วดับ (การเกิดใหม่สามารถศึกษาได้ในอัคคัญสูตรครับ)

วิทยาศาสตร์อาจทำให้ คน เป็น อมตะ ได้นะ
ขนาดสร้างสารอันตรายต่างๆได้แล้วทำไมจะทำไม่ได้ละ ความคิดโง่ๆของผมนะฮ่าาา

คงไม่มีที่สิ้นสุดไม่มีขอบไปเรื่อยๆยิ่งใหญ่ไพศาล คงเป็นอีกภพ อีกจักรวาลอีก และไม่มีที่สิ้นสุดอีก ก้เป็นได้ เพราะ ถ้ามี ขอบ ละนอกขอบ ละ แล้วจักรวาลยุในขอบอะไร ยุใน อะไร? ข้างนอกละ อะไรคลุมเราอยู่ คลุมจักรวาลอยู่ เราว่าไม่มี คงเป็น อวกาศ แบบนี้ไปเรื่อยๆ

สุดจักวาล ก็มีเพียงช่องว่างความว่างเปล่า และ ต่อเนื่องไปอีกจักวาล คล้ายมองมายังกลุ่มของแกแลกซี่ ที่มีจำนวนมหาศาล เปรียบได้กับ ลูกโป่งลูกนึงที่บรรจุเม็ดทรายไว้เกือบเต็ม เม็ดทรายคือแกแล็กซี่ต่างๆ ลูกโป่งคือจักวาล และอาจมีลูกโป่ง อีกนับอนันต์ มโนแป้ปคิดอีกไม่ออก 555

จุดสิ้นสุดของจักรวาล …… ผลลัพธ์ของการหารค่าใดๆด้วยเลข 0 ( ได้ค่าอนันต์ ) ……..จำนวนของเม็ดทรายในมหาสมุทร… ทุกสรรพสิ่งที่จินตนาการของมนุษย์ไม่อาจไปถึง…..อาจหมายถึง ใครสักคนกำลังบอกมวลมนุษย์ว่า พวกคุณไม่ต้องสนใจในสิ่งที่ไม่อาจคาดถึง แต่ให้สนใจในสิ่งที่อยู่รอบข้างที่คุณเห็นก็พอแล้ว…… และ ถ้าผมเป็น ผู้สร้างเกมส์…ผมจะกำหนดให้ผู้เล่นเกมส์ไม่ต้องไปสนใจในสิ่งที่ผมไม่ได้เขียนให้คุณเล่น..ด้วยการบอกว่า ไม่ว่าคุณจะสนใจแค่ไหน..มันจะไม่มีคำตอบใดๆทั้งสิ้น……เฉกเช่นเดียวกัน

ถ้าอยากรู้ลองถามท่านเซ็นโอดูไหมเพื่อบางทีจะรู้555ขำๆนะครับ
คือใครคิดเราอะตอนนี้มนุษย์ยังไม่รู้มากมายเท่าไหรแต่ถ้าในอีกประมาณ10000ล้านปีข้างหน้าเราอาจจะรู้อย่าลืมว่าวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ทดลองได้สามารถหาความจริงหรือเท็จได้
เราก็เชื่อนะว่าจะต้องมีโลกเหมือนเรารึจะดีกว่าเราก็ได้ด้วยซ้ำสมมุติเขามีเทคโนโลยีที่เท่ากับเราในอีก1ล้านล้านปีของเราล่ะเขาก็อาจจะมาหาเราเองเราในยุคนี้ทำแบบนั้นไม่ได้แต่ในอีกหลายปีข้างหน้าเราว่าจะรู้ได้แน่ว่าสรุปมันคืออะไรสิ่งลวงตาของจักรวานรึป้าวเพราะถ้าหากมีแค่โลกนี้ที่มีสิ่งมีชีวิตบางทีก็โดดเดี่ยวไปนะ1ปีแสงเท่ากับ31ล้านล้านคือเลขมันเยอะมากนี้แค่1ปีแสง และ1ปีแสงคูณไปอีกเป็น2แสนล้านๆปีแสงมันจะเยอะขนาดในนตอนนี้เทคโนโลยีของเรานังไปไม่เกินจากจักรวารเลยแล้วไม่สงสัยหรอว่าในจักรวานเราทำไมมีดาวตั้ง7-8ดวงทำไมมีแค่ดาวสีน้ำเงินนี้มีสิ่งมีชีวิตเพียงดาวเดียว…เพราะอย่างนั้นไงเลยทำให้เรายิ่งอยากรู้ขึ้นไปๆจากในอดีดเรายืนมองดวงจันทร์แต่เราไม่รุ้ด้วยซ้ำว่าดวงจันทร์เป็นอะไรกันแน่จนเรื่อยๆมามีนักวิทยาศาสตร์ทำทุกวิถีทางภายในไม่กี่ทศวรรตเองเราก็ไปเหยียบบนดางจันทร์ได้ล่ะและที่เราสงสัยอยู่ในโจทย์นี้ว่าสุดขอบเอกภพเป็นยังไงรึไม่มี …และในที่สุดมี2ิย่างล่ะที่จะทำให้รู้
1.ถ้าหากสามารถทำได้ก็จะเจอคำตอบแต่ต้องใช้เวลา
2.มนุษย์จะหยุดค้นคว้าเพราะคิดว่ามันทำไม่ได้มันไม่มีที่สิ้นสุดทำให้ต้องยกเลิกการค้นหาความจริง
แต่ๆถ้าคิดในอีกแง่นึงคือถ้ามีสิ่งมีชีวิตในอีกหลายๆจักรวารล่ะคิดสิเขาก็อยากหาความจริงในหลายๆโจทย์ของวิทยาศาสตร์ของโลกเราไม่แน่น่าบางทีโลกอื่นที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำเกินเราไปเป็นหลายร้อยหลายพันล้านล้าน.ปีเขาอาจจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับทุกอย่างที่เราหาอยู่ก็ได้…
ดังนั้นก็ต้องปล่อยให้มีความเป็นไปตามกฏล้ะ
Thank you ที่อ่านคอมเม้น

ผมว่ามันอาจจะมีที่สิ้นสุดแต่พอถึงจุดสิ้นสุดก็จะใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆแต่จะใหญ่ขึ้นไปแบบเยอะมากๆอาจจะไม่ใช่การกำลังสองไปเรื่อยๆก็ได้แต่อาจจะเป็นกำลังสิบหรือร้อยหรือล้านขึ้นไปก็ได้
ง่่ายๆก็คือถ้าถึงจุดสิ้นสุดก็จะมีจุดสิ้นสุดใหม่ขึ้นมาอีก
แต่แมร่งก็จะมีคำถามอีกว่าดาวหรืออวกาศกาแลคซีหรือเอกภพแม่งเพิ่มขึ้นมาได้ไงและก็จะเป็นต้นเหตุว่าดาวเกิดขึ้นได้ไง
ง่ายๆอีกทีมนุษย์แม่งคิดไม่สิ้นสุดปล่อยวางไปดูหนังฟังเพลงเล่นเกมหรืไปดูBNKเห่อ

ผมรู้ว่าใรหลุมดำน่ะมีแร่กัมมถันแล้วเห็นพวกคนเขาว่าวาร์ปได้แต่ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยซึ่งเพราะหลุมดำมันเกิดขึ้นจากที่ดาวละเบิดถ้ามีดาวที่คล้ายดวงอาทิตย์แล้วระเบิดจะกลายเป็นsuper nova แต่ดาวเคราะห์ที่มันระเบิดหรือการบีบอัดของมวลให้เล็กมากไม่งั้นจะไม่สามารถเป็นหลุดดำได้แต่ถ้าใน กาแล็กซี่เนียมันเป็นอนันซ์ซึ่งไม่สามารถรู้ได้ว่ามีโลกแบบเรามั้ยมีดวงอาทิตย์มั้ยมีเอเลี่ยนมั้ยซึ่งไม่สามารถรู้นั้นเองแต่เราสามารถเดินทางด้วยแสงเราสามารถบอกว่ากาแล็กซี่ไม่มีที่สิ้นสุด1ปีแสง=1ปีที่ความเร็วแสงนั้นเดินทางแต่กาแล็กซี่ของเราจะใช้เวลาสักกี่ปีกันว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่กี่ปีแสงเท่าไหร่แต่หลุมดำมันดูดเข้าไป ผมคาดเดาว่าสิ่งที่หลุมดำดูดเขาไปกลายเป็นกัมมถัน แต่ถึงอย่างงั้นดาวที่เกิดใหม่ก็มีเลื่อย โลกเราคือ1ส่วนinfinity บอกนะครับทฤษดีส่วนใหญ่ผมคิดเองนะครับ

เหมือนกันเป็น ล้านๆ หรือไม่สิ้นสุดเเต่ สิ่งที่ต่างกันคือมิติที่มองไม่เห็นที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วย ทศวรรษนี้ เเต่อาจจะเป็นทศวรรษที่ มนุษย์กลายเป็นสิ่งมีชีวิตอื่น ที่ไม่ใช่มนุษย์เป็นผู้ไขความลับฃ

สรุปได้ดีครับ คงต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าที่มนุษย์จะได้รู้คำตอบ
หรือเผ่าพันธุ์มนุษย์เอง อาจจะไม่ได้อยู่นาน จนสามารถที่จะหาคำตอบเหล่านั้นได้
เอกภพอาจจะกว้างใหญ่จนเกินไป หรืออาจจะเป็นธรรมชาติของเอกภพเอง ซึ่งไม่ต้องการให้ใครได้ล่วงรู้ถึงคำตอบ

คิดว่ามนุษย์ไม่สามารถค้นหาจุดสิ้นสุดของเอกภพได้ เพราะเราเล็กกะจ้อยร่อยเกินไป
ต่อให้เราพัฒนาเทคโนโลยีได้ขนาดไหนก็ตาม
ง่ายๆคือเกินขีดความสามารถของมนุยษ์
เหมือนมดต่อให้เก่งแต่ไหนก็ขับเครื่องบินไม่ได้ประมาณนั้น
..เพราะต่อให้เราสร้างยานที่มีความเร็วกว่าแสงสักร้อยเท่าเรายังต้องใช้เวลาเป็นล้านปีกว่าจะออกนอกทางช้างเพือกได้
. .แล้วเอกภพไม่กี่ล้านกาแล็กซีละ

เราอาจจะเป็นโปรเเกรม ที่ถูกสร้างขึ้น เเละจักวาล คือเครือข่าย ดวงอาทิตรคือ เเหล่งพลังงาน เป็นเทคโนโลยี่ชั่นสูง เป็นปติกริยาฟิวชั่นต่อเนื่องไม่มีจุดส้ินสุด จริงๆเเล้วจักวาลมันก็เเค่โปรเเกรม ที่ถูกสร้างบีบอัดอยู่ในเเผ่นชิบ ทำไห้เราคิดว่ามันไหญ่โต หลุมดำคือ ท่อส่งสัญญาน เหมือนกับสัญญานอินเตอร์เน็ต 1กาเเล็ตซี่ คือ1โปรเเกรม เเต่ล่ะกาเเล็ตซี่ เลยคล้ายกัน เเต่ดาวจะไม่เหมือนเเล้วเเต่จุดประสงค์ ว่ามันทำน่าที่อะไรในโปรเเกรม หรือเราอาจจะเป็นไวรัสที่ค่อยกัดกินที่ยังไม่ถูกกำจัด เเล้วลองคิดว่าไอ้สิ่งที่สร้างโปรเเกรมนี้ขึ้นมามันจะไหญ่โตเเค่ไหน เเต่เราคงไม่ได้ออกไปจากโปรเเกรมหรอกเพราะเราเป็นเเค่ไวรัส นอกจากโดนทำลาย เเต่อาจจะโชคดี เพราะระบบสุริยะเราอาจล่าสมัย โดนปล่อยทิ่ง เเละโดนเเยก เป็นขยะโดยไม่มีการซ้อมเเซม เป็นเเค่สิ่งที่อาสัยเเหล่งพลังงาน ไปวันๆ 😂😂😂

หาโลกที่เหมือนเราแล้วส่งคนของเราไปถามข้อมูล ว่าจากโลกของเธอตรงนี้ เธอรู้ไหมว่าข้างหน้าก็มีโลกอีกใบ แล้วก็ไปถามโลกนั้นไปเรื่อยๆ แบบคนถามทาง ไม่แน่อาจจะเจอโลกสุดท้าย อยู่ตรงขอบจักรวาลก็….เป็น….ได้ 🐰🐹🐶

แร้วถ้าจักรวาลที่ล้านล้านจักวาล เป็นส่วนประกอบหนึ่งของจักรวาลอีกทีหล่ะ อาจจะเป็นไปได้ แร้วมันจะใหญ่ขนาดไหน ฟังดูแร้วอาจจะ ไม่ค่อยเข้าใจนะ คิดดูอาจเข้าใจ

มันมึนนมึนมากกก คิดไกลๆก้อไกลไปอีกคิดอีกก้อยิ่งไกลไปอีก เรามาจากไหน เราเป็นอะไร ใครสร้างเรา เราคืออะไร เเล้วเรายายเเล้วไปไหน ก่อนหน้านี้เราคืออะไร อะไรเกิดเป็นสิ่งเเรก อะไรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มันมีผู้สร้าง เเล้ว ผู้สร้างคือผู้ใด เราเป็นเพียงเเบคทีเรียที่อยู่ในจักรวาน ไม่มีน้ำหนัก เเละเราๆๆๆๆๆ เราคืออะไร!!!!!!!! จะมีกี่ล้านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆปีเเสง มันยังไงกันเเน่ เรานึกไปล้านๆๆๆมีเเสง ก้อไกลไปอีก เเละ ไกลไปอีกกกกกกกกกกกโว้ยยยยยยยยยยคัยสร้างเราาา เเละผู้สร้างคือใคร!!!!!!!!

ถ้ามนุษย์เราไม่สุนพันธ์ก่อนนะมีโอกาศรู้เห็นอะไรอะไรอีกมากหมายก่อนอื่นเลยเราต้องหาโลกใหม่ที่อาสัยอยู่ได้อีก10ใบหรืออาจจะเป็น100ใบเพื่อขยายเผ่าพันธ์มนุษย์จรีงๆถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนบรรยากาศดาวอื่นให้เหมาะกับมนุษย์ให้เราหายใจได้ ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องชัปเปอร์แมนภาคล่าสุดนะจะรู้เราจะทำได้ไหมนะ ถ้าทำได้ในหัวผมคิดถึงอะไรอีกเยอะจนเขียนออกมาไม่หมด มนุษย์เกิดมาเพื่อเป็นผู้สร้าง ผู้สร้างจรีงอาจจะเป็นมนุษย์ก็ได้ใครจะไปรู้ พอพอ😂😂พิมละเหมื่อยมือ

ความอยากรู้ของมนุษย์ มันกว้างให้กว่าสิ่งใดๆทั้งปวง ถ้าอยากรู้ว่าเอกภพกว้างใหญ่แค่ไหน ก็ลอง ดูตนเองมองตนเอง เอกภพของชาวนา ชาวสวนอาจจะกว้างแค่ 10ไร่ สำหรับนักดาราศาสตร์ กี่ล้านปีแสงก็ว่ากันไป แล้วคุณล่ะเอกภพของคุณกว้างแค่ไหน คุณเท่านั้นทีจะรู้

สุดขอบจักรวาลมีจริงคับ ตามทษฎีของ Stanleeอะคับ เข้าบอกว่าEnternityคือตัวต้นของจักรวาลคับ ถ้าจะพูดง่ายๆก็คือ เอกภพทั้งหมด ล้วนอยู่ในตัวขอEnternityคับ หากเราต้องการที่จะออกนอกสุดขอบจักรวาลก็เหมือกับการออกนอกEnternityนั้นแหละ คับ ผมก็ไม่รู้นะว่ามันถูกจิงหรือป่าวแต่Stanleeเค้าบอกมาอย่างนี้อะ 😛

จักรวาล มันสะท้อนให้เห็นว่าถึงจะมึดมิดแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีแสงสว่าง 99% ของความมึด 1% แสงสว่าง 1% ในวันนี่อาจจะเคย 99% มาก่อนก็ได้นะ จักรวาลอาจจะเคยกลมเหมือนลูกโป้ง ในลูกโป้งก็คือ ดาวทั้งหลาย ลูกโป้งอาจจะแตก ออกมา ก็กายเป็นแค่อากาศ แบบจักรวาลตอนนี้ที่รอยเหมือน อากาศไม่มีที่สิ้นสุด

ข้างนอกนั่นจะเป็นยังไงนะ มนุษย์โลกจะมีอายุขัยถึงวันนั้นรึปล่าว โลกจะมีอายุขัยถึงวันนั้นไหม? วันที่ปริศนาจักรวาลถูกไข100%. หรือจะไม่มีวันนั้นเลย ปริศนาสิ่งมีชีวิต ก็ยังสรุปไม่ได้ จริงๆแล้ว มีเพียงมนุษย์ที่มโนเองรึปล่าวว่า ดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตคล้ายโลกหรือมีมนุษย์ต่างดาวอยู่ข้างนอกนั่นอยู่ด้วย แต่ความจริงอาจเลวร้าย มนุษย์และสัตว์บนโลกอาจจะเกิดจากความบังเอิญโดยเปอร์เซ็นต์การกำเนิดสิ่งมีชีวิตอาจมีเพียง1*10^-140 ก็ได้ แต่อยากรู้จริงๆว่า สรุปแล้ว เรามโนเองหรือเป็นความจริง ที่ว่ามีสิ่งมีชีวิตต่างดาวอยู่กระจัดกระจายตามกาแล็คซี่อื่นๆ

ให้ดูที่ต้นไม้ต้นใหญ่1ต้น แล้วมองย้อนเวลากลับจนต้นไม้เป็นต้นกล้า มองให้ต้นไม้หายไป จะเหลือโลก มองให้โลกหายไป มองให้ทุกสิ่งในจักรวาลหายไป จะเจอสุดขอบจักรวาลที่ไม่มีที่สิ้นสุด คือ ความว่างเปล่า ทฤษฏีนี้คือทฤษฐี ตามความจริง เพราะลบทุกสิ่งคือความจริง . . ลูกโป่ง1ใบดูดแก๊ซออกข้างในลูกโป่งจะไม่มีสะสารใดๆ ในลูกโป่งที่ไม่มีสะสารใดๆก็จะเป็น ความว่างเปล่าที่เป็นต้นกำเนิดเอกภพจักรวาล

เอกภพไม่มีที่สิ้นสุดเพราะกาลเวลามันจะซ้ำๆเดิมและยังเกี่ยวกับ
กาแล็กซี่อีกด้วยเนื่องจากเวลาโลกเมื่อเราออกจากโลกเวลาจะนับเป็น00.00และจะๆม่เดินเพราแรงโน้มถ่วง เอกภพๆไม่มีที่สิ้นสุด

เกิด และพัฒนาการจาก ความว่างเปล่า>> พลังงาน >>>สะสาร เกิดขึ้นเอง พัฒนาตามเวลา จักรวาลอยู่รอบตัวเรา มนุษย์อยู่ในโลก ในระบบสุริยะ ทางช้างเผือก

จักวาลอยู่รอบตัวเรา ยกตัวอย่าง จักรวาลของหนอน การก่อกำเนิดของหนอน มันเกิดขึ้นจากอะไร

แต่สิ่งที่สงสัยมากที่สุดคือ ทำไมดาวแต่ละดวงถึงมีสะสาร และพลังงานต่างกันแม้จะอยู่ในระบบสุริยะ ในทางช้างเผือก ในจักรวาลเดียวกัน

ทุกอย่างกำลังขยายออกจากกัน ไม่รู้จุดศูนย์กลางอยู่ตรงไหน ถ้าโลกไม่ใช่จุดศูนกลาง ลองคิดดู ถ้าโลกเราอยู่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลาง แล้วการขยายตัวคือ 2×2 ยกกำลัง2 แล้วคูณขยายต่อไปเรื่อยๆ โลกเราตอนนี้คงกำลังเดินทางเร็วกว่าแสงแน่นอน ถ้าออกมาจากจุดศูนย์กลาง ตั้งแต่เกิดบิกแบง 13000ล้านปี ลองคิดดู ตอนนี้เราก็หยุดเวลาอยู่แต่เราไม่รู้ตัว

บางครั้งจักรวาลก็เหมือนกับเราเอากระจกเงา 2 แผ่นหันเข้าหากัน มันก็จะสะท้อนกันไปเรื่อยๆหากเปรียบจักรวาลเราก็เหมือนกับ จุลชีพเล็กๆในตัวพยาธิ ที่อยู่ในหยดน้ำ ที่อยู่ในท้องปลา ที่อยู่ในแม่น้ำขนาดใหญ่ หากมีขอบจักรวาลแล้วอะไรอยู่นอกขอบจักรวาล แล้วนอกขอบจักรวาลยังมีขอบอีกไหม แล้วมันมีอะไรอยู่ข้างนอกนั้น ตกลงมันมีจุดสิ้นสุดหรือไม่ หรือทุกอย่างมันก็แค่ซ้อนกันไปเรื่อยๆ จากจักรวาลหนึ่งสู่อีกจักรวาลหนึ่ง จากพ้นขอบนี้ไปก็ไปเจออีกขอบหนึ่งและต่อๆไป
” บางครั้งสิ่งที่เราถามก็อาจตามมาซึ่งคำถามที่ไม่สิ้นสุด เหมือนกันกับกระจกเงา 2 แผ่นที่หันเข้าหากัน ที่จะสะท้อนกันเหมือนไม่มีสิ้นสุด แต่มันจะเล็กลงเรื่อยๆ จนถึงจุดๆนึงที่มันจะไม่มี”

ปล.สำหรับความคิดส่วนตัวผมนะ ผมคิดว่า ขอบมันจะมีขอบของมันอีกไปเรื่อยๆ แต่ทุกอย่างต้องมีจุดสิ้นสุดเหมือนกระจกเงา 2 แผ่น ที่หันเข้าหากันสะท้อนกันจนสุดท้ายมันถึงจุดที่เล็กที่สุดแล้วหายไปนั้นคือพ้นขอบและหากเราพ้นขอบสุดท้ายไปแล้ว คงไม่มีสิ่งอื่นใดนอกจากแสงสีขาว.

และนอกจากนี้นักวิจัยก็ได้ค้นพบได้อีกอย่างแล้วว่า ไม้แขวนเสื้อ ยังสามารถใช้แขวนกางเกงได้อีกด้วย55 ผมว่าเอกภบมีที่สิ้นสุด และอีกอย่างไม่ได้มีแค่เอกภบเดียวอีกด้วย จักวานตังหากที่ไม่มีที่สิ้นสุด จักวารก้เหมือนการบวกเลขคณิตสาตร ไม่มีที่สิ้นสุดและที่เรารู้ก้แค่เส้นขอบฟ้าคือจุดสูงสุดที่เราสามารถรู้ได้เท่านั้น แล้วสิ่งที่ไกลออกไปที่เรายังไม่รู้ล่ะ ว่ามันกว้างเท่าไร เทคโนโลยีในอนาคตเท่านั้นที่สามารถบอกเราได้ตรงที่สุด สรุป รอต่อไป55

สมมุติ พระเจ้าคือโปรแกรมเมอร์ เราคือตัวละครเอไอในเกม (ไม่ไช่เราควบคุมตัวละครนะ) เราเป็นได้แค่ Character ที่เขาออกแบบมาอยู่ในโลกที่เขาสร้างขึ้น เราเริ่มอยากรู้ คิดว่าจะได้คำตอบป่าว

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่มีทางหาเจอครับ สมัยนึงเคยมีฤาษีท่านนึง มีฤทธิ์มาก มากขนาด เดินก้าวเดียวข้ามมหาสมุทรได้ เดินไปตลอด 100 ปี ยังไม่เจอ แล้วทรงตรัสอีกว่า สุดแรงแสงอาทิตย์เท่าไหร่ คูณไปพันเท่า นั่นแหล่ะ ถึงจะเจออีกโลกมนุษย์ พระพุทธเจ้าท่านรู้จริงทุกเรื่องครับ

ทรงกลมจากการก่อตัวของมวลคลื่นแรงโน้มถ่วงของแรงดึงดูดจากสะสารที่เล็กที่สุดวนเป็นวงๆ ถ้าเรานั้นออกจากระบบสุริยะนี้ เราก็จะข้ามไปออกในอีกระบบสุริยะที่มีแรงเช่นเดียวกันกับของเรา ต่อไปๆๆๆเป็นอนัน คิดในมุมนี้ ก็คงบอกได้เลยมั่งว่าทำไหมเราไม่เคยอธิบายได้เลยว่ามีมนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่ เพาะคงเป็นไปได้ยากว่าเผ่าพันธุ์ของอีกจักวาลที่อยู่ไกล้กันนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหนสิ่งอาจเหมือนหรือไม่ในแบบที่เราเรียกว่าระบบสุริยะ

ผมคิดว่าถ้ามันมีขอบเขตก็เหมือนเอาลูกแตงโมที่ผ่าเป็นสองมาจับแยกตอนใส่ถุงสูญกาศไม่ได้ แต่นี่จักรวาลพองตัวได้แสดงว่านอกจักรวาลไม่มีขอบเขต แสดงว่าไม่ได้มีแค่จักรวาลเดียว แสดงว่าเป็นมิติที่ใหญ่กว่า และมีโมลิกุนก้อบปี้ เหมือนจักรวาลเรา
และมีจักรวาลที่เป็นมิติที่ใหญ่กว่าอีกที่มาครอบคุม นึกถึง ง่ายๆทุกอย่างคือไวรัส หรือมีมวนเป็นสารผี-อตอมเรียงลำดับยันมวนของดาวแล้วแต่จะเรียก เพราะมวนคือมิติที่ใหญ่กว่าเช่นมิติมุมมองของเชื้อโลก โลกของไวรัสหรือโลกมิติของสัตว์ชนิดเล็ก เช่นมดก็จะมีอีกมุมมองนึง นี่คือสิ่งที่้เป็นไปได้สำหลับผม

นักวิทยาศาสตร์เค้าไม่รุหรอกว่าระยะห่างของดวงดาวหรืออายุของจักรวาลหรือความไกลจากโลกไปยังที่อื่นๆมันเป็นไปไม่ได้ที่เค้าจะสามารถคิดแ้ลวแป๊ะหรอกส่วนมากใช้วิธีการคาดคเนเท่านั้นมันเกินความสามารถที่มนุษย์จะสามารถวัดความยาวจากโลกไปยังที่อื่นๆแล้วรุ้ว่าห่างกันกี่ปีแสงมันยากมาก

ค้นพบ ระบบสุริยะใหม่ที่คล้ายกับระบบของเราแล้วหนิเนอะ ตื่นเต้นเหมือนกันเพราะเราชอบเรื่องจักรวาล มันมีดาวที่มีแสงในตัวเองเหมือนพระอาทิตย์แต่เล็กกว่าแสงน้อยกว่ามีบริวาล7ดวง มีดาวที่คาดว่าสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ 3ใน7 เห็นนาซ่าออกมาแถลง แต่ห่างจากเราถึง39ล้านปีแสง หมายถึงถ้าเอาเครื่องเจ็ทบินไปก็ใช้เวลา4ล้านปี อาจารย์บอกอย่างนั้น

อวกาศต้องใหญ่คุณคิดว่าดาวโลกเท่านั้นหรอที่มีสิ่งมีชีวิตต้องมีดาวอื่นแต่อยู่หถ้าสมมุติฐานจักรวาลมีโลกเราที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ดวงเดียวถ้าว่าโลกเกิดแตกมนุษย์บนโลกสูญพันธ์ูงุเท่ากับสิ่งมีชีวิตไม่เหลือเลยสิน่ะ สาระ

เอกภพมีนับอนันด์คับ เพียงแต่มีความถี่ที่ต่างกัน จึงแบ่งเป็นกาลเวลา 1 เสี้ยววินาที การเปลี่ยนแปลงของ 1 อะตอมคือ 1 เอกภพ นั่นหมายความว่า ดาวที่ชื่อว่าโลก มีนับอนันด์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด เปลี่ยนเสมือนกาลเวลาที่เดินตลอดเวลาและไม่มีที่สิ้นสุด

ถ้าเอาโลก ไปเปรียบเทียบเป็นเซื้อโรค เล็กๆ ที่เรามองไม่เห็น แล้วสมมุติว่าเอา ถังสักใบเป็นเอกภพ แล้วเอา เซื้อโรคนั้นไปไว้ในถัง คุณคิดว่า ถังใบนั้นจะกว้างใหญ่ สักแค่ใหน ถ้าเทียบกับเซื้อโรค และเซื้อโรคตัวนั้นจะมองเห็นทุกอย่าง ในถังใบนั้นมั้ย หรือมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างนอกถังมั้ย ถ้าเปรียบเทียบกับขนาดตัวมัน ผมว่าแน่นอน เซื้อโรคตัวนั้นคง มองไม่เห็น ทุกสิ่ง ที่ไกลสุดลูกหูลูกตามันหรอก ถ้าเปรียบเทียบกับขนาดตัวแล้ว. และผมคิดว่า โลกของเรามันก็เล็กมากๆ ถ้าเทียบกับเอกภพ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเราเอาเอกภพ ไปเทียบกับอวกาศที่ว่างป่าว เอกภพเองก็เล็กมากเหมือนกัน เหมือนมันจะไม่มีวันสิ้นสุด ทุกอย่าง จะมีสิ่งที่ใหญ่กว่าเสมอ สำหรับโลกเราแล้ว มันเล็กมากจริงๆ ถ้าสมมุติว่าผมใหญ่กว่าเอกภพ ผมมอง เข้ามาในเอกภพ ผมก็ไม่สามารถมองเห็นโลกได้เลยเพราะว่า โลก อยู่ในระบบสุริยะ อันกว้างใหญ่ แต่ระบบสุริยะ ก็เป็นแค่กลุ่มดาวเล็กที่อยู่ในแกแลคซี่เหมือนกัน และแกแลคซี่ก็เป็นจุดเล็กๆ ในเอกภพอีกเช่นกัน และ เอกภพก็ตั้งอยู่ในอวกาศ ที่กว้างใหญ่กว่าเอกภพ อีกเช่นกัน และ ในส่วนตัวผม ผมก็คิดว่า ในอวกาศอันกว้างใหญ่ที่ไม่มีสิ้นสุด ก็อาจจะมี หลายๆเอกภพเหมือนกัน แล้วอาจจะมี สิ่งที่ใหญ่กว่าอวกาศอีกเหมือนกัน พอนั่งคิดดีๆนะ ถ้าเกิดมีพระเจ้าที่ ใหญ่กว่าเอกภพ หรือใหญ่กว่า อวกาศที่เอกภพตั้งอยู่ แล้วพระเจ้าจะคิดอะไรกับเรา พระเจ้าจะเป็นรูปลักอย่างไง แต่ผมคิดว่าคงไม่เหมือนคน พระเจ้าจะมองเห็นเราหรือป่าว เพราะโลกใบนี้มันเล็กเหลือเกิน ผมว่าเราอาจจะหาคำตอบไม่ได้เลย เพราะเราเล็กมาก เล็กจริงๆ ถ้าเปรียบเทียบกับ สิ่งที่ใหญ่กว่าเราแล้ว ยิ่งคิดก็จะไม่มีวันสิ้นสุด เหมือนทุกอย่างในโลกใบนี้ ที่จะต้องวัตถุที่ใหญ่กว่า ตลอด เหมือนคำที่ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า

สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

สารคดี กำเนิดดวงดาว
กำเนิดดวงดาว พวกเราคือลูกหลานของดวงดาวเติบโตขึ้นมาภายใต้แสงสีทองของดาวที่ใกล้เราที่สุด และมีคุณประโยชน์มากที่สุดนั้นคือ ดวงอาทิตย์ แต่ว่าดวงฤกษ์มหึมานี้มาจากไหนและจะมีชะตากรรมอย่างไร ดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนที่อยู่ยนท้องฟ้าดูเหมือนจะเป็นรูปแบบพึ่งพาโดยสมบูรณ์ในจักรวาลของเราดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกตลอดมา สารคดี กำเนิดดวงดาว วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* สารคดี กำเนิดดวงดาว มีทั้งหมด 4 คลิปวีดีโอ 1.สารคดี กำเนิดดวงดาว 2.สารคดี ดวงดาว 3.สารคดี จักรวาลบ้านเกิดของดวงดาว 4.สารคดี ดวงดาว วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ ...
สารคดี ดาวศุกร์แฝดของโลก แต่อันตรายที่สุด
บทเกริ่นนำ ep10.คลับ หลายคน คงบ่นถึงภาวะโลกร้อน ร้อนเหลือเกินสำหรับโลกเรานั้นเราจะไม่ทน อยากย้ายไปอยู่ดาวอื่นให้รู้แล้วรู้รอด ไปอยู่ดาวไหนดีล่ะ ผมขอเสนอดาวที่ได้ฉายา"ฝาแฝดโลก" ดาวศุกร์(Venus) แต่ความจริงเรียกว่า น้องสาวของโลก ก็ได้นะ ไม่ทราบเหมือนกัน มันคงจะคล้ายๆโลกเนอะ ทั้ง ...
สารคดี ตามหาเพื่อนต่างดาว
ตามหาเพื่อนต่างดาว มีเราอยู่เพียงลำพังในจักรวาลจริงหรือ? จะมีใครอีกหรือไม่ที่มองไปบนท้องฟ้าและถามหาเพื่อนต่างถิ่น ณ ดาว อันห่างออกไปไกลโพ้นปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ ต่างเฝ้าหาคำตอบด้วยวิธีการต่างๆ บ้างก็ใช้กล้องโทรทัศน์วิทยุขนาดใหญ่ บางก็ใช้ภาพถ่ายจากดวงดาว หรือ สสารระหว่างดวงดาวน้อยใหญ่ ห่างมนุษย์ต่างดาวมีจริงมันจะหน้าตาเป็นอย่างไร จะตัวนุ่มเป็นเงือกหรือไม่ หรืิไม่มนุษย์ต่างดาวที่เราพบเป็นครั้งแรก อาจเป็นเครื่องยนต์ที่จำลองตนเองได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสิ่งที่มีชีวิตที่สร้างมันขึ้น ...
สารคดี ตามล่าสิ่งมีชีวิตในจักรวาล
สิ่งมีชีวิตในจักรวาล เราไม่ได้อยู่ลำพัง ข้างนอกอันไกลโพ้น มันต้องมีสิ่งมีชิวิต! เราต้องตามหากันต่อไป แน่นอนสิ่งเหล่านี้มันเป็นเพียงแค่ฝัน ใครจะรู้มันอาจจะเป็นจริงเข้าซักวัน ถ้าหากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เราจะเห็นดาวนับพัน นักวิทยาศาสตร์แข่งขันกันค้นหาดวงดาวที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน ดวงเคราะห์นอกระบบ คือ ดาวที่โคจรรอบดาวฤกษ์อื่นที่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์นอกระบบอยู่ไกลไปหลายปีแสงจากระบบสุริยะของเรา มันเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลที่เราหวังจะพบกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวนอกจากโลกและระบบสุริยะของเรา สารคดี ตามล่าสิ่งมีชีวิตในจักรวาล วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ ...
สารคดี การสร้างเครื่องบินอวกาศเพื่อเที่ยวนอกโลก
การสร้างเครื่องบินอวกาศเพื่อเที่ยวนอกโลก ประวัติศาสตร์ของการท่องอวกาศ เราทุกคนต่างมีความฝันที่จะไปท่องเที่ยวอวกาศ จะดีแค่ไหนถ้ามีโรงแรมบนอวกาศของเรา เทคโนโลยีต่างๆ ได้นำมาใช้เพื่อการสร้างเครื่องบินอวกาศที่ลํ้าสมัย เพื่อความสะดวก และปลอดภัยมากขึ้น การทัวร์อวกาศนั้นก็คล้ายกับการท่องเที่ยวทั่วไป คือ การพาผู้โดยสาร ไปสัมผัสประสบการณ์อันสุดแสนประทับใจบนสถานีอวกาศนานาชาติ รวมทั้งยังทำกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ นักท่องเที่ยวอาจได้ใช้เวลาอยู่นอกสถานีอวกาศจริง ...
Copy link
Powered by Social Snap