ความพิศวงของหลุมดำ


ความพิศวงของหลุมดำ

หลุมดำอาจจะเป็นประตูมิติข้ามเวลา ความหนาแน่นและความร้อน ทำให้หลุมดำมีคุณสมบัติที่ทำให้กาลอวกาศเกิดความบิดเบี้ยว

หลุมดำคือวัตถุที่หนาแน่นที่สุดอย่างหนึ่งในเอกภพ เมื่อมีมวลจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ในปริมาตรขนาดเล็ก แรงโน้มถ่วงของมวลเหล่านี้จะมีมากพอที่จะดูดทุกอย่างเข้าไปภายใต้แรงโน้มถ่วงของมันได้ สำหรับหลุมดำแล้วนั้นแรงโน้มถ่วงนั้นมีค่าสูงมากเสียจนความเร็วหลุดพ้นจากบริเวณที่เรียกว่า “ขอบฟ้าเหตุการณ์” (Event Horizon) มีค่าเท่ากับความเร็วของแสง ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงที่สุดในเอกภพ นั่นหมายความว่าไม่มีวัตถุใดแม้กระทั่งแสงจะสามารถหลุดพ้นออกมาจากหลุมดำได้ แม้กระทั่งเราฉายไฟฉากออกมาจากภายใน Event Horizon อนุภาคของแสงที่ออกมาก็ไม่สามารถหลุดออกมาจากแรงโน้มถ่วงของมันได้

1.5 เรื่องพิศวงของหลุมดำ โดย Abdulthaitube – อับดุลย์เอ๊ย ถามไรตอบได้!
2.7 เรื่องของหลุมดำ เทหวัตถุที่ดูดกลืนได้แม้แต่แสง โดย Abdulthaitube – อับดุลย์เอ๊ย ถามไรตอบได้!
3.สารคดี ปริศนาหลุมดำ พากย์ไทย โดย 123 สารคดี
4.10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ หลุมดำ [เฉาก๊วย ทีวี] โดย ShaowGuay TV
5.EP13 (X-ZYTE) : สารคดีหลุมดำ อสูรกายแห่งทางช้างเผือก โดย SWAT Favorite
6.พ.ค. 61 ครั้งที่ 18 อวสานโลก? ค้นพบ ฺBlack hole ขนาดยักษ์ มวลเท่าพระอาทิตย์ 20,000 ล้านดวง โดยMOST Science Channel
7.สารคดีสำรวจอวกาศ ตอนสำรวจปีศาจหลุมดำ ใจกลางกาแลคซี่ โดย Knowledge Channel
8.รวม 4 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหลุมดำ ฟังกันยาว โดย ShaowGuay TV
9.หลุมดำ (Black Hole) #1: หลุมดำมีทางออกเสมอ โดย Sci Ways

ความคิดเห็น เกี่ยวกับ ความพิศวงของหลุมดำ

อันที่จิงแล้วยังไม่เคยมีใครเข้าไปแค่สมมุติฐาน หรือแค่มโนไปเอง ไม่แน่หลุมดำมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้

Interstellaเข้าไปในหลุมดำแล้วย้อนไปอดีต

แสงไม่ได้ถูกดูดเข้าไปเพราะแสงไม่มีมวล แต่ที่เราเห็นเป็นอย่างนั้นเพราะ .. ไปอ่าน ทฤษฎีสตริงเอง อธิบายไม่ถูกกก

หลุมดำอาจจะไม่ใช้หลุมและวัตถุทรงกลม บริเวณภายในevent horizon อาจจะเป็นสภาวะเหมือนก่อนการระเบิดของบิ๊กแบง พูดง่ายๆก็คือ ไร้สภาวะและกฎ

หลุมดำมันคือการ Zip file ของจักรวาลครับ เพราะสสารไม่มีวันสูญสลาย มันแค่เรียงตัวใหม่เพื่อประหยัดพื้นที่

รังสีฮอว์กิง (อังกฤษ: Hawking radiation) เป็นการแผ่รังสีของวัตถุดำที่ปล่อยออกมาจากหลุมดำอันเนื่องจากกรากฎการณ์ทางควอนตัม ณ บริเวณใกล้ขอบฟ้าเหตุการณ์ โดยตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์ผู้ให้เหตุผลเชิงทฤษฎีในปี 1974 ว่ามีรังสีนี้อยู่จริง ซึ่งเป็นเวลาหลังจาก จาคอบ เบเคนสไตน์ ได้คาดการ์ณไว้ว่าหลุมดำควรจะมี … หลุมดำมีรังสีนะครับ

ถ้ามนุษย์โลกเรา สามารถไปได้ไวกว่าเเสงได้. เหมือนใจที่คิดปุ๊ป ถึงปั๊บ ปริศนาต่างๆเกี่ยวกับจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้. คงจะถูกไขคำตอบได้บ้าง ไม่มากก็น้อย เเต่มนุษย์เรายังไม่มีเทคโนโลยีชั้นสูงที่จะสามารถเดินทางได้เร็วกว่าเเสงได้. จึงเป็นอุปสรรคในการหาคำตอบของจักรวาลนี้ได้. หวังว่าวันนึง มนุษย์เราจะสามารถหาคำตอบได้ในทุกคำถามเกี่ยวกับจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ได้. อาจจะเป็นร้อยปี พันหมื่นเเสนล้านปี. ก็ต้องพยายามต่อไป. 😄😄😄

จากความคิดผมที่ดูๆมาทุกคลิป ผมเกิดความเข้าใจ(ส่วนตัว)ว่า หลุดดำ คือพื้นที่ของอวกาศที่บางจนเปราะทะลุกลายเป็นหลุม ส่วนสีดำๆคือช่องว่างระหว่างมิติต่อมิติ แล้วหลุมดำในจักวารอื่น คงจะมีอีกเยอะ แต่โลกยังไม่ค้นพบ แล้วถ้าหลุมดำ AกับหลุมดำA’มีค่าเท่ากัน อาจเป็นทางที่ใช้เดินทางระยะปีแสงๆ ในเวลาสั้นๆ แต่ถ้าหลุมดำทั้ง2หลุม มีค่าไม่เท่ากัน ไม่เสถียรที่จะเชื่อมต่อกัน ก็จะหลุดไปยังช่องว่างระหว่างมิติ หรือจักรวาล.

เป็นไปได้มั้ยที่หลุดดำ แท้จริงแล้วมันไม่ได้มีลักษณะเป็นหลุมลึกเหมือนอย่างภาพCG.ประกอบในคลิป แต่จริงๆแล้วมันก็เป็นดาวเคราะห์ดวงนึงที่มีลักษณะทรงกลมๆนั่นแหล่ะ เพียงแต่มันมีความหนาแน่น/แรงโน้มถ่วงแบบอภิมหาศาลจนเกินจิตนาการของพวกเรา และเป็นเพราะแม้แต่อนุภาพของแสงก็ยังถูกมันดูดเอาใว้จึงไม่มีอนุภาคใดๆเล็ดรอดออกมาจากพื้นผิวของมันได้เพื่อจะมากระทบกับเลติน่าในดวงตาของเรา เราจึงไม่อาจมองเห็นมันได้ แม้แต่ตอนที่มันดูดมวลสารจากดาวอื่นๆที่บังเอิญโคจรเข้ามาใกล้มันในระยะแรงดึงดูดของมันพอมวลสารนั้นๆที่ถูกยืดจนเข้าไปในเขตรัศมีของแรงโน้มถ่วงที่แสงก็ออกมาไม่ได้มันก็จะดูเหมือนว่ามันหายวับสลายไปในทันที แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้หายไปไหนมันแค่ถูกดูดเข้าไปรวมกับมวลของตัวมันเอง เพียงแต่เราไม่สามารถมองเห็นหรือวังเกตุการได้นั่นเอง

เราไม่สามารถมองเห็นหลุมดำได้แต่เราสามารถสังเกตได้จากจานพอกพูนมวลหรือที่เรียกว่า”รังสีฮอวกิงค์ (Hawking radiation) บริเวณรอบหลุมมดำครับ หลุมดำที่หมุนรอบตัวเองจะมีจานพพอกพูนมวลและปล่อยรังสีต่างๆออกมาคล้ายๆกับในรูปครับ เรียกว่า “ควอซาร์”

แสดงว่า..หลุมดำคืออำนาจที่จะควบคุมทั้งหมดในจักรวาลนี้แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็อยู่ภายใต้ของหลุมดำ..ถ้าหลุมดำดูดเกลือนทั้งจักรวาลอันเป็นว่าทุกสิ่งจะจบอยู่ที่หลุมดำทั้งหมด

ไม่แน่! หลุมดำอาจจะเป็นต้นกำเนิดของจักรวาลก็เป็นได้ เมื่อหลุมดำดูดทุกสิ่งอย่างเข้าไปและเมื่อมีการอัดแน่นมากๆ ก็เกิดการระเบิด(บิ๊กแบง) และก็ก่อเกิดเป็นจักรวาลใหม่ๆขึ้นมาก็อาจเป็นได้นะครับ

ท่านท้ังหลายในที่นี้ อยู่ในหลุมดำ ทั้งสิ้น เรียกว่า แรงG แรงโน้มถ่วง นั้นเอง. ถ้าไม่มีแรงตรงข้าม คือ ก๊าซใต้พื้นดิน ดันพื้นหินให้ลอยตัวอยู่ เราทั้งหลายตลอดถึงพื้นดินทั้งหมด จะ เป็นดวงอาทิตย์ คือ ก็จะเข้าสู่ใจกลางโลก และเวียนเทียน ไปรอบนอก และเข้า ออก ใจกลางโลก จนกว่าโลกจะ ตาย เพราะแรงดึงดูดมีน้อย จึงมีพื้นดิน และ อนึ่งหากโลกเรา สะสมสารเคมีบางอย่างสำเร็จ ก็จะ มีแรงดึงดูดเพิ่มขึ้น เป็นดวงอาทิตย์ ในสักวัน สิ่งที่โลกต้องการคือ นิวเคลียร์ จากการชน จังๆ จากดาวหาง ที่มี แร่บางอย่างที่เป็น แม่เหล็ก ได้ง่ายๆ ..

เหอะๆแค่มวลของหลุมดำเท่าลูกมะนาว มีค่าเท่ากับมวลของโลก1ดวง คิดดูว่าหลุมดำขนาดเท่าดวงอาทิตย์ 20,000ล้านดวงมันจะน่ากลัวเกินคำบรรยาย

หลุมดำคือดาวที่มีมวลมหาสารได้ดับลงและระเบิดเป็นซุบเปอร์โนว้าและเมื่อดาวได้ระเบิดแล้วจะยังมีแรงโน้มถ่วงอยู่จึงเกิดเป็นหลุมดำแต่หลุมดำมีขอบเขตที่เรียกว่าขอบฟ้าเหตุกาณ์อะไรก็แล้วแต่ที่หลุดเข้าไปจะไม่มีวันที่กลับออกมาได้อีกแม้แต่แสงก็ตามแต่ถ้าอยากออกต้องมีความเร็วที่มากกว่าแสงแต่มันคงเป็นไปได้ยาก

นี่คือการคาดเดาและความน่าจะเป็นของนักวิทยาศาสตร์ครับ ความจริงเรายังไม่รู้แน่ชัดหรอกครับว่าหลุมดำข้างในมันเป็นยังไงในหลักวิทยาศาสตร์มองเห็นแค่ภายนอกครับ และหลักการนักวิทก็ยอมรับโดยทั่วกัน จึงเชื่อกันแบบนี้ แต่เชื่อไหมครับศาสนาพุทธของเราหลักการและคำสอนมักจะนำหน้าวิทยาศาสตร์อยู่เสมอ หรือไม่ก็สามารถเป็นหลักและแนวทางให้วิทศาสตร์ก่อนเสมอ แต่ถ้าหลุมดำสามารถดูดแสงเข้าไปได้ โลกและมนุษย์ในปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้น เทคโนโลยีโลกทำความเร็วได้แค่เหนือเสียงเท่านั้นในปัจจุบัน เทียบกันแล้วคงไม่ติด ยังไงซะก็อีกนานกว่าจะมาถึง

หลุมดำไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไปสะทุกอย่าง เพราะจริงๆ แล้ว หลุมดำก็คือดาวดวงนึง แค่เป็นดาวมืด ที่มีค่าเกือบทุกอย่างเป็นอนันต์ หลุมดำมีความสำคัญต่อวิวัฒนาการของจักรวาล และหลุมดำยังมีความสำคัญต่อการกำเนิดของดาวกฤษ์ดวงใหม่ๆ สิ่งที่ทำให้หลุมดำดูน่ากลัว ไม่ใช่เพราะมันดูดกลืนทุกอย่างได้ แต่เหตุผลที่เรากลัวมัน เพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่เข้าใจ ที่จริงหลุมดำเป็นเหมือน ยาอายุวัฒนะ ที่สามารถ ทำให้เราแก่ช้าลง ได้ โดยการไปโคจรอยู่ใกล้ๆ มัน เพราะที่ใดที่มีแรงโน้มถ่วงที่สูง เวลาก็จะยิ่งเดินช้าลงไปด้วย

ขาวและดำ สว่างและมืด วิทย์และไสย์ ชั่วและดี ชายและหญิง พระเจ้าและซาตาน มันคือสิ่งที่รวมอยู่ด้วยกันแต่ไม่สามารถเอามารวมกันได้ มาทีละครั้งเกิดทีละหนไม่มีทางพร้อมกัน…….ดังนั้นจึงเกิดเป็นจักรวาลที่กว้างจนสุดจะไปถึงและก็มีจิตเพียงสิ่งหนึ่งที่ไปไกลสุดได้เพียงพริบตา

หลุมดำไม่สามารถกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างได้เพราะยังมีพลังงานหลายสิ่งหลายอย่างที่หาตัวยากดีไม่ดีอาจจะเป็นพลังงานที่สามารถทำลายหลุมดำได้ยังมีพลังงานบางอย่างที่วิ่งเร็วกว่าแสงเป็นสิบเท่าหรือเป็นร้อยเท่าไมไม่ได้อยู่เป็นกระจุกหรือเป็นกลุ่มเป็นก้อนแต่มันอยู่วิ่งกันระยะห่างๆกันมันถึงจะตัวยากพลังงานถึงทรัพย์มันวิ่งหรือยังหากอาจจะระยะหนึ่งมายถึงพันไมล์มันไม่ได้วิ่งอยู่ใกล้กันพลังงานที่เอกภพได้สร้างกันมาพลังงานบางอย่างก็ดูสับสนไปพลังงานบางอย่างก็ต้องรอให้เอกภพอายุไปถึงระดับหนึ่งมันถึงจะมีขึ้นมาได้หรืออาจจะมีตังค์ไปของเอกภพ

ผมเชื่อว่า…ณ ใจกลางหลุมดำอนุภาคของสรรพสิ่งจะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ แต่จะถูกทำลายลงกลายไปเป็นพล้งงานเมื่อพลังงานถูกสะสมมากขึ้นเรือยๆจนถึงขีดสุดค่าหนึ่ง จะเกิดการระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นมา…แต่จะถึงขั้นเป็นบิ๊กแบงหรือไม่ขึ้นอยู่กับขนาดของหลุมดำนั้น…พลังงานที่ระเบิดออกมาส่วนหนึ่งจะแปรเปลี่ยนไปเป็นอนุภาคมูลฐานต่างๆของจักรวาลนั่นเอง

🔴สาระอ่านให้จบแล้วคิดมันจะเป็นไปได้🔴 หลุมดำคือประตูมิติจาก หลุมหนึ่งไปอีกหลุ่มหนึ่งซึ่งในอนาคตมนุษน์จะใช้หลุมดำเป็นการเดินทางด้วยความเร็วที่มากกว่าแสง เพราะมีสิทธิสูงมากเพราะมนุษน์ต่างดาวอาจคือเราในอนาคตโดยการเชื่อมต่อและมนุษย์จะสามารถควบคุมหลุมดำและสามารถย้อนเวลาได้ และแน่นอนว่ามันวาร์ปได้ซึ่งในปัจจุบันได้มีเครื่องเทเลพอทแล้วจาก โลกไปสถานนีอวกาศซึ่งมันใช้พลังงานไม่น้อยเหมือนกัน แน่นอนว่าสารทุกอย่างจะสามารถถูกขวบคุมซึ่งในวกาศจะมีสารที่เป็นสารใหม่ ที่สามารถขวบคุมการเคลื่อนที่ของหลุมดำได้และในอนาคตเราจะเป็นมนุษน์ต่างดาวโดยใช้หลุมดำ [ตัวอย่างการเคลื่อนที่ด้วยหลุมดำ | เครื่องกลที่ทำงานได้และมีสารที่จะควบคุมหลุมดำ(สารนี้จะดูดหลุมดำ) > ยานอวกาศ กดปล่อยหลุมดำ > ระหว่างการวาร์ปสารที่ทำหน้าที่ดูดหลุมดำมันจะดูดกลับเข้ามาซึ่งมันจะประหยัดมาก ] *และมันอาจเป็นที่เก็บของได้ด้วยและในอนาคต*เราจะสามารถย้อนเวลาได้และเราก็จะมีเพื่อนบ้านทุกGalaxyทุกอย่างทั่วจักรวาร ซึ่งมนุษน์ต่างดาวอาจเป็นเพื่อนของเราหรือพวกเราเองที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ไม่ว่าจะเป็นเมืองบ้นของเขาหรืออะไรก็แล้วแต่เขาสามารถนำของเรานั้นย้อนเวลากลับมาว่างบ้านฐานใกล้พวกเราเพราะเคยเป็นบ้านของพวกเขา

ผมก็พยายามศึกษาหลุมดำ ด้วยตัวเองอยู่เหมือนกันครับ แต่ที่ผมศึกษาอยู่ไม่ค่อยตรง บางอย่าง เช่น Singularity ไม่ได้อยู่ตรงกลางหลุมดำ แต่มันอยู่ที่เดียวกับ ขอบฟ้าเหตุการณ์ คือตรงที่ขอบฟ้าเหตุการณ์ ค่าความเร็วแสง เป็น 1C พอดี สถาวะเอกฐานผมมันจะเป็นสภาวะที่หยุดเวลา คือ อดีตและอนาคตเป็นเวลาเดียวกัน ผมเลยอยากนับจุดนี้เป็นมิติที่ 5 แล้วใจกลางหลุมดำพอดีมีสภาวะเป็น Zero gravity แบบสมควรและดูลงตัวที่สุด ถ้ากลางหลุมดำไม่เป็น zero gravity หลุดดำจะไม่กลม มันจะแบนแทน และเมื่อ เร่งควาวเร็วให้พ้น 1C เพื่อจะพ้นขอบฟ้าเหตุการณ์ ไปตรงกลางหลุมดำที่เป็นช่องว่าง ลักษณะ ล่องหน เพียงแต่ สภาวะคที่ความยาวคลื่นของแสง มีค่าเป็นลบ และ เวลาเดินถอยหลัง เมื่อเริ่มตกลงไปจนมีความเร็วเท่ากับ 2C หรือ 6×10^8 เมตรต่อวินาที ภาพที่เห็นในหลุมดำจะมีสภาวะเป็น อดีตที่มีเวลาเป็น (ลบ) -1 วินาที โดยชีวิตคนที่ตกลงไปมีค่าเป็น 1 วินาที หมายความว่า คุณจะเป็นภาพแบบถอยหลัง แบบเคลื่อนไหวเป็นถอยหลังปกติ 1 วินาทีต่อ -1 วินาที แต่เมือ่คุณตกไป ความเร็วของภาพถอยจะเริ่มเร็วขึ้น และตัวคนที่ตกไปจะ เข้าไปหาจุดที่อยู่่ตรงกลาง หลุมดำที่มีลักษณะเป็น Zero gravity คนที่ตกลงไปแล้วจะเกิดการพริกตัว เพื่อออกจากใจหลุมดำ แต่ระยะทางที่ออกเริ่มจากขอบฟ้าเหตุการณ์ จากความเร็ว 1C ไปถึงระบบใจกลางหลุมดำ ทำให้คุณขยับไปที่อดีตมากขึ้น อยู่ที่ว่าคุณใช่เวลาตกจนถึงใจกลางนานขนาดไหน ยิ่งนาน ยี่งย้อนเวลาได้มากขึ้น ซึ่งย้อนกลับไปไกลสุดได้จนถึง เวลาที่เกิด บิกแบง เลยทีเดียว

หลุมดำมีการระเบิดเหมือนดวงอาทิตย์ เอามวลตัวเองเป็นเชื้อเพลิงทำให้เกิดความร้อน คนข้างนอกอีเว้นจะไม่รู้สึกร้อน แต่คนข้างในอีเว้นลงไปถึงผิวจะร้อนมาก หลุมดำจึงมีการเสียมวล แรงดึงดูดค่อยๆอ่อนจนดูดแสงไม่ได้ ทันใดนั้นเริ่มมีแสงออกมาจากหลุมดำ กลายเป็นดาวนิวตรอนและดาวนิวตรอนก็สูญเสียมวลเกิดการไม่เสถียรระเบิดทองคำไป

“พวกไม่เชื่อในทฤษฏีสัมพัทธภาพพิเศษ” ไม่เชื่อในเรื่องการ “ถ่างเวลา” อย่างน้อยก็จากความเห็นของ Hawking ก็เป็นอันหนึ่งที่ เขาก็เชื่อว่า “เวลาของเอกภพ มันยังคงดำเนินไปภายในหลุมดำ” ซึ่งตามทฤษฏีสัมพัทธภาพพิเศษแล้ว “เวลามันจะหยุดลงเมื่อแสงไม่สามารถหนีออกมาได้” ความต่อเนื่องของสัมพัทธภาพทั่วไป มีส่วนหนึ่งที่ไปเกี่ยวกับสัมพัทธภาพพิเศษ นั่นคือ “เมื่อความโน้มถ่วงสูงจนแสงหนีออกมาไม่ได้ จะทำให้เวลาหยุดลง” ผมไม่เคยเชื่อเรื่องการถ่างเวลา และ หรือ เวลามันจะสามารถหยุดลงได้ (แม้ว่านาฬิกาแสงอาจจะไม่เดินแล้ว) เวลาของเอกภพจะยังคงดำเนินต่อไป (เพราะว่ามันไม่เคยถ่างออก หรือ มันไม่เคยหยุด) ความเห็นของ Hacking แม้เขาไม่ได้พูดเรื่องเกี่ยวกับการถ่างเวลา แต่เขาก็ชี้ให้เห็นว่า เวลาของเอกภพ (ไม่ใช่ Local Time ในแบบของไอน์สไตน์) มันก็จะยังคงดำเนินต่อไป

หลุมดำคือหน่วยรีไซเคิ้ลจักรวาล เดินทางตระเวนไปทั่ว ดูดทุกสิ่งไปโผล่อีกที่นึงโดยใช้เวลาเพียงพริบตาเราบนโลก ต่างกับการเดินทางของแสงในจักรวาล ซึ่งที่นั่น อาจเป็นจักรวาลคู่ขนานก็เป็นได้

เมื่อ100ปีที่เเล้วไอสไตล์ได้บอกไว้ว่าหลุมดำนั้นมีจริง จนมาถึงปัจจุบันนี้ สิ่งที่ไอสไตล์กล่าวไว้นั้น มันก็มีอยู่จริงๆ ตามทรษฎีของไอสไตล์ คำถามคือ เเล้วไอสไตล์รู้ได้ไง ว่ามีหลุมดำ มีคลื่นความโน้มถ่วง หรือว่าไอสไตล์คือมนุษย์ต่างดาวเป็นเเน่เเท้ เค้าถึงได้ล่วงรู้ความจริงของจักรวาลนี้ ในสิ่งที่สมัยนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเหมือนสมัยนี้เลย ถ้าไอสไตล์ยังอยู่ วิทยาการด้านอวกาศคงจะล้ำหน้าไปมากกว่านี้เเน่ๆ

มีคนบอกไว้ว่า แม้แต่หลุมดำ ยังไม่สามารถ ดูด ลุงตูบไปได้จาก เก้าอี้นายก …………😩😩😩

จุดกลางแรงดึงดูดของจักรวาลทุกระดับจะอยู่ห่างระนาบโคจรของดวงดาวต่างๆ ที่ 1/4 จาก ความสูงของสนามแม่เหล็กแรงจักรวาล วัตถุจึงถูกดูดจากระนาบดวงดาวด้านบนเป็นร่องลงไป และ แสงเป็นสสารที่เคลื่อนที่เร็วที่สุด เท่าที่นักวิทยาศาสตร์ เข้าใจ ไม่ใช่จาก สสารทั้งหมด เพราะแรงดูดจากหลุมดำก็เร็วแรงกว่าแสงแล้วจนแสงไม่เล็ดรอดออกมา หลุมดำคือจุดที่สสารไหลเข้ากลาง ไม่เกี่ยวกับเวลาเลยเพราะเวลายังคงดำเนินไปแต่การที่เราจะรับรู้เวลาไม่เกิดเพราะเราจะตายเมื่ออยู่ในหลุมดำ สสารที่มีความละเอียดระดับหนึ่งเท่านั้น ที่จะเหลือจากการไหลเข้าตรงกลาง ด้วยอำนาจดึงดูดของหลุมดำ หากพิจารณา สนามแม่เหล็กทั่วไป จะมีลักษณะของ ขั้นบวกและลบ บนไหลออกขั้วบวก ล่างลบไหลเข้า บนลมธาตุไหลออก ล่างน้ำธาตุไหลเข้า โดยปรกติเป็นสมดุลของสนามแม่เหล็ก ที่ทำให้เกิด ขึ้น เช่นเดียวกันกับจักรวาล ทุกขนาด ความเข้มสนาม แยกสสารให้ออกเป็นชั้นๆ เกิดสะสม อะตอมธาตุและวัตถุดาวหมุนโคจร วนรอบจุดกลาง ให้เป็นดวงดาว ต่างๆ มีระนาบจากการบิดตัวและองศาจากจุดกลางเล็กน้อย เมื่อเสียสมดุลหรือสมดุลทำลาย จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง 1. ไหลเข้าอย่างเดียว สอดคล้องกับ หลุมดำ หรือน้ำท่วมใหญ่ ในศาสนาต่างๆ หากสนามเสียสมดุล ไหลเข้าอย่างเดียว เป็นน้ำธาตุอย่างเดียว วัตถุทั้งหลายก็จะไหลเข้าจุดกลางแล้วถูกสลายไปด้วยพลังงานที่สูง ณ จุดกลาง (ขนาดพลังงานแค่ดวงอาทิตย์ยังอยู่ได้แค่ อะตอมฮีเลียมกับไฮโดรเจน) พลังงานที่ทำให้วัตถุไหลเข้ากลางอย่างเดียวได้ จะมากแค่ไหน แม่แต่แสงยังดับสลาย สนามแม่เหล็กจักวาลยังแตก ยังสลาย จะมีพลังงานมากแค่ไหน สสารที่ละเอียดกว่า สนามแม่เหล็กจักรวาล เท่านั้นจึงจะอยู่ได้ 2. ไหลออกอย่างเดียว แตกระเบิดออกไป เลย ลมกรด (ซุปเปอร์โนวา) ที่จะทำลายจักรวาล ให้สสารที่หยาบระดับหนึ่ง ให้สูญสลายไป เหลือหรือกลายเป็นสสารที่ละเอียดยิ่งกว่า การไหลเข้าเสียอีก ความรู้เรื่อง สนามแม่เหล็กจักรวาล จะเป็นเรื่องที่ จะสามารถ นำมาอธิบาย ปรากฏการณ์ ต่างๆ ของ วัตถุทรงกลมหมุนอิสระ (แสง อะตอม และระบบดาวต่างๆ) ได้มากขึ้น แม้แต่ ระบบสุริยะ ในเชิง สามมิติ ที่ใช้หลักสนามแม่เหล็กของจักรวาล ก็จะเชื่อม ทฤษฎีต่างๆ ให้สอดคล้องกันได้ เช่น ทำไม สูตรคำนวน จุดของดวงอาทิตย์เท่ากับ 0.3 หน่วยดาราศาสตร์ นั่นก็เพราะว่า วงโคจรของดวงอาทิตย์ที่โคจรรอบระบบมีขนาดเส้นรัศมีเท่าๆนั้นจริง และวงโคจรของดาวต่างๆ จะเป็นรูปวงรีเชิงซับซ้อนตามการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์และระนาบโคจรของดวงดาว พิสูจน์ได้ทำความเข้าใจได้ ไม่ต้องสมมติฐานแบบเดาๆ แล้ว ด้วยการทดลอง แม่เหล็กและผงเหล็ก ส่วนคำอธิบายที่จะ บอกได้ว่า ดาวโลก ไม่ได้หมุนรอบดวงอาทิตย์ ได้อย่างไร และมีสสารอะไรที่อาศัยอยู่บน สนามแม่เหล็กจักรวาล บ้าง อย่างไร นั้นอาจจะมีกล่าวถึงไว้แล้วในศาสนาหลายๆ ศาสนา เช่นกันกับ สสารที่ละเอียดกว่านี้ ก็มีคำอธิบายเอาไว้เช่นกัน

 

สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

นาซ่าส่งยานไปเยือนใกล้ดวงอาทิตย์เท่าที่เคยมีมา
นาซ่าส่งยานไปเยือนใกล้ดวงอาทิตย์เท่าที่เคยมีมา ยานอวกาศ Parker Solar Probe(ปาร์กเกอร์ โพลาร์ พรู็บ) เป็นยานอวกาศลำแรกที่จะสำรวจดวงอาทิตย์ เพียงแค่เราอยู่บนพื้นโลกคุณก็สามารถสัมผัสความร้อนระอุของดวงอาทิตย์ได้แล้ว แต่รู้มั้ยว่าต้นเดือนสิงหาคม 61 ที่ผ่านมา ทางนาซาได้ปล่อยยานอวกาศเข้าใกล้เฉือนดวงอาทิตย์มากกว่าทุกลำที่ผ่านมา นาซ่าส่งยานไปเยือนใกล้ดวงอาทิตย์เท่าที่เคยมีมา วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* นาซ่าส่งยานไปเยือนใกล้ดวงอาทิตย์เท่าที่เคยมีมา มีทั้งหมด 9 ...
ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับอวกาศทุกเรื่องราว
ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับอวกาศทุกเรื่องราว ทฤษฎีสมคบคิด ถือว่าเฟื่องฟูมากในยุคอินเตอร์เน็ตเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งหลายๆทฤษฏี มีความาน่าสนใจ หลายทฤษฏีก็ชวนอ้าปากค้าง แต่บางทฤษฏีก็ดูจะเลอะเทอะเกินบรรยาย ทฤษฎีสมคบคิด (อังกฤษ: Conspiracy Theory) คือ เรื่องเล่า บทความที่สร้างขึ้นมาจากความคิดของคน หรือกลุ่มคน โดยนำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน ...
พบหลุมดำขยายตัวโตเร็วที่สุด เท่าที่เคยพบมาในจักรวาล
พบหลุมดำขยายตัวโตเร็วที่สุด เท่าที่เคยพบมาในจักรวาล ทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ค้นพบหลุมดำมวลยวดยิ่ง Supermassive black hole ขยายตัวในอัตรารวดเร็วที่เท่าที่เคยมีการค้นพบและบันทึกเอาไว้ โดยหลุมดำนี้ดูดกลืนมวลสารปริมาณเท่าดวงอาทิตย์ทุกๆ2วัน และปลดปล่อยพลังงานเป็นแสงสว่างเจิดจ้าในรูปแบบของเควซาร์อีกด้วย หลุดดำขนาดยักษ์ที่ว่านี้อยู่ห่างจากโลกอยู่ 12,000 ล้านปีแสง มีมวลเท่ากับดวงอาทิคย์มีมวลเท่ากับดวงอาทิตย์ 20,000 ล้านดวง ...
สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล !
สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล !  เมื่อพูดถึงจักรวาลในความหมายของมันก็คือผลรวมของอวกาศและเวลา รวมไปถึงสิ่งต่างๆที่บรรจุอยู่ภายใน เช่น ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ กาแลคซี่ หลุมดำ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดคือ สสารและพลังงานรู้จัก เช่นเดียวกับโลกที่เ้ราอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ และเชื่อหรือไม่ว่าสิ่งต่างๆอันเป็นผลรวมของจักรวาลดังที่ได้พูดมาทั้งหมด ...
ดาวอังคาร และ โอกาสที่โลกจะรอดจากการถูกดวงอาทิตย์กลืนกิน
ดาวอังคาร และ โอกาสที่โลกจะรอดจากการถูกดวงอาทิตย์กลืนกิน เราจะทำให้ดาวอังคารเหมือนโลกได้มั้ย คิดว่าคงยากและใช้เวลานาน ดาวอังคารสูญเสียชั้น แม็กนีโตสเฟียร์ (Magnetosphere) ซึ่งเป็นชั้นที่มีแม่เหล็กกำลังสูงรอบๆ  อันจาลี ไตรพาธี (Anjali Tripathi) | TEDxBeaconStreet โลกจะมีหน้าตาเหมือนดาวอังคารในสักวัน เพราะเหตุใด [su_box ...
Copy link
Powered by Social Snap