ละคร ดอกอ้อสายขวัญ 2556 (EP.1-23 ตอนจบ) HD END


ละคร ดอกอ้อสายขวัญ 2556

เมื่อคมหนุ่มเสน่ห์แรงต้องปลอมตัวเป็นคนใช้เข้าไปสืบความจริงในบ้านสัก โดยมีสายขวัญ ลูกสาวเศรษฐีนีใหญ่ซึ่งหนีงานแต่งงาน มาเป็นตัวช่วยในฐานะแม่ครัวและภรรยาปลอม ๆ ของคม ภารกิจสุดป่วน กวน มันส์ และแสนจะเสี่ยง !!! จึงเริ่มขึ้น ทั้งสองต้องอำพรางตัวเองเพื่อสืบความลับที่บ้านสักเก็บงำไว้ แต่จะอำพรางหัวใจที่เก็บความรักล้น ๆ ที่มีต่อกันและกันไว้ได้หรือไม่ ???

สายขวัญ (หยาดทิพย์ ราชปาล) ลูกสาวสุดหวงเพียงคนเดียวของคุณนายสายจิตต์ เศรษฐีนีใหญ่หนีกระเซอะกระเซิงออกมาจากงานแต่ง เพราะไม่อยากถูกบังคับ !! แล้วต้องตกกระไดพลอยโจนเมื่อไปแอบซ่อนอยู่ในรถยนต์ของชายหนุ่มแปลกหน้า คมเพชร หรือ คม (เกียรติกมล ล่าทา) ที่กำลังเตรียมไปทำภารกิจสำคัญในชีวิต คือการตามหาความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเอง ! แต่แผนการณ์ของคมกลับพลิกผันหลายดอก ตั้งแต่ป๊ะเข้ากับสายขวัญ สาวแปลกหน้าที่โดนตามล่า ซ้ำยังมีของมีค่าสุดแพงติดตัวมา คมจึงมั่นใจว่า หญิงสาวคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจากมิจฉาชีพ ! แล้วเรื่องราวยังวุ่นขึ้นไปอีกเมื่ออาจอง นักฆ่าลึกลับในรถเก๋งสีดำมาสะกดรอยและลอบทำร้ายคม ทำให้คมต้องผจญภัยไปกับยัยมิจฉาชีพแปลกหน้าที่เริ่มแรกก็ไม่ถูกชะตากันเอาซะเลย แต่เมื่อได้ผ่านเส้นยาแดงผ่าแปดของความเป็นความตายมาด้วยกัน จากคนไม่ชอบหน้า ทั้งสองก็กลับกลายมาเป็นคู่หูจำเป็นกันไปจนได้

นนท์และงาม คู่สามีภรรยาเพื่อนซี้ของคม ได้แจ้งความเปลี่ยนแปลงสุดช็อกมาว่า จากแผนเดิมที่คมต้องการปลอมตัวไปเป็นคนขับรถภายในบ้านสัก ซึ่งเป็นบ้านที่นายสัก คุณพ่อของคมซึ่งได้พลัดพรากกันไปตั้งแต่ยังเด็ก เขียนจดหมายมาบอกว่ายกให้กับคม แต่สุบรรณน้องชายของพ่อ และสิงหาลูกชายของอา ปฏิเสธว่าในพินัยกรรมของสักไม่ได้เอ่ยถึงคม ทำให้คมต้องมาตามสืบความจริง แผนการก็มีอันสะดุดเพราะทางบ้านสักเปลี่ยนใจรับสมัครคนใช้ผัวเมียคู่กันแทน คมจึงต้องขอร้องให้ สายขวัญ คู่หูจำเป็นช่วยปลอมตัวเป็นเมียปลอม ๆ ของเขา !!

สายขวัญซึ่งถูกแม่ตามตัวอย่างดุเดือดเห็นว่าการปลอมตัวกลายเป็นช้อยส์ที่ดีที่สุดในเวลานี้จึงตอบตกลง นนท์และงามได้ช่วยแปลงโฉมทั้งคู่จากที่ดูไฮโซให้กลายเป็นโลว์คลาส คมมีชื่อใหม่ในฐานะคนใช้ว่านายไว ส่วนสายขวัญใช้ชื่อ ดอกอ้อ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ตัวจริงของสายขวัญเป็นใคร ทั้งคู่สามารถฝ่าปราการคุณเนียม หัวหน้าแม่บ้านจอมเฮี๊ยบ ประจำบ้านสักเข้าไป และทำให้สมาชิกต่าง ๆ ภายในบ้าน ยอมรับเข้าทำงานจนได้

บ้านสัก อัครสถานวิมานแมนที่ไม่แม่นว่าเป็นของใครกันแน่ ฝ่ายเจ้านาย นอกจากสุบรรณกับสิงหาแล้วก็ยังมี สิตา น้องสาวสุดเปรี้ยวที่ขยันขัดคอพี่ชาย เพราะสุบรรณหมั่นตามใจให้ท้าย โดยที่สุบรรณไม่รู้เลยว่าลูกสาวซึ่งเขาเฝ้าทะนุถนอมแอบมีซัมธิงรองกับ ชัช บอดี้การ์ดหนุ่มลูกน้องของสิงหามาได้สองปีแล้ว แต่สิตาไม่กล้าเปิดเผยกับใครว่ามีสามีลับ ๆ ที่ฐานะต่ำกว่า

เมื่อปลอมตัวเข้ามาในบ้านได้สำเร็จนั่นเป็นเพียงแค่ก้าวแรก นอกจากต้องค้นหาพินัยกรรมให้เจอ คมและสายขวัญต้องเหนื่อยกระจายกับการใช้แรงงาน แล้วยังต้องตีบทผัวเมียให้แตกกระจุย เพราะต้องรับมือขบวนการคนใช้เม้าท์ระเบิดเมือง !! ทั้งเนียมที่คอยเฮี๊ยบใส่ จวน สาวใช้ที่แอบปิ๊งคม และจ้องจับผิดคู่ผัวเมียกำมะลอ ตลอดจนพุด เด็กสาวที่น่าเอ็นดูที่สุดแล้วในบ้าน แต่ก็ไม่วายสาระแนเป็นที่หนึ่ง ! ทำให้หลายครั้งคมและสายขวัญเกือบถูกจับได้ถึงรักหลอก ๆ ที่กุขึ้น แถมสุบรรณยังเล่นบทเจ้าชู้คอยเข้ามาขอปลุกปล้ำสายขวัญซะดื้อ ๆ ทำให้ไอ้ไวต้องหมั่นกันท่าและปกป้องเมีย (ปลอม ๆ) ไว้สุดชีวิต

ทางด้านเจ้าพงศ์นรินทร์ หลังจากเจ้าสาวได้หายตัวไป ต้องแก้ปัญหางานแต่งล่มแทบหืดขึ้น ความจริงที่น่าอับอายเบื้องหลังคือ เจ้าหนุ่มต้องยอมเข้าพิธีเพื่อจะได้เงินจากสายจิตต์มาใช้หนี้ที่ท่านพ่อท่านแม่ซึ่งสิ้นไปแล้วได้ก่อเอาไว้ สายจิตต์เศรษฐีนีม่ายเคยมีอดีตเป็นนางงามขาอ่อน โดนสังคมไฮโซเม้าท์มอยเรื่องกำพืดมาตลอด ก็อยากดองกับผู้ดีเพื่อภาพลักษณ์จึงใช้เรื่องเงินมาขู่ ทำให้พงศ์นรินทร์กับเมี่ยง คนสนิท ต้องร่วมขบวนออกเดินทางไปกับสายจิตต์และแฝด คนสนิทของสายจิตต์ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของสายขวัญ เพื่อตามตัวสายขวัญให้เจอเร็วที่สุดจะได้มาแต่งงานล้างอาย !

ทางด้านกองแก้ว แฟนของคมที่ตอนแรกไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่คมไปตามหาพินัยกรรม เกิดสำนึกขึ้นมาได้ในความเอาแต่ใจของตัวเอง จึงบากหน้าลงมาขอให้พีร์ เจ้าของพีรพันธุ์รีสอร์ท อดีตแฟนที่เธอเคยเป็นคนทิ้งเขาไปร่วมภารกิจช่วยตามหาคม เพราะว่ารีสอร์ทของพีร์อยู่ใกล้กับบริเวณที่ตั้งบ้านสักซึ่งกองแก้วรู้มาว่าคมจะลอบปลอมตัวเข้าไปนั่นเอง กองแก้วต้องงัดทุกกลเม็ดมาเพื่อให้พีร์เห็นใจ กว่าที่พีร์จะยอมช่วยตามหาคมให้ไม่เพียงแต่พีร์เท่านั้นที่ต้องโดนหางเลขความวุ่นวาย พินทุน้องสาวมาดห้าวของเขาก็เกิดต้องมาพัวพันกับเจ้าพงศ์นรินทร์ที่กลายมาเป็นแขกของรีสอร์ทแห่งนี้ซะอีก ขณะที่พีร์ต้องพ่ายแก่มารยาหญิงของกองแก้ว พินทุก็พ่ายแก่มารยาชายของเจ้าพงศ์นรินทร์ที่ร่ายคาถาสะกดใจสาวห้าวให้สั่นระรัว และยอมช่วยเขาตามหาตัวเจ้าสาวที่หายตัวไป โดยมีข้ออ้างว่าเจ้าสาวของเขาหนีไปเพราะความเข้าใจผิด !

คมกับสายขวัญเริ่มได้เบาะแสแรกของพินัยกรรมจากนายมัก คนสนิทเก่าแก่ของสักที่ปัจจุบันอยู่ในโรงพยาบาลบ้า หลังจากฟันฝ่าเอาชนะใจมักจนได้ มักก็ยืนยันกับคมว่าพินัยกรรมมีอยู่จริง แต่ยังไม่รู้ว่าจะหาได้จากที่ไหน !! คมจึงต้องยอมเอาตัวเข้าแลก ไปอ่อยสิตาเพื่อจะล้วงความลับ กลับกลายเป็นว่าแผนการอ่อยครั้งนี้มีผลต่อหัวใจของคมและสายขวัญไม่ใช่น้อย ๆ สายขวัญหึงคมกับสิตาอยู่ไม่ทันไร กองแก้วที่หาทางเข้ามาผูกสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้านกับบ้านสักจนได้ ยังเข้ามาย่ำยีหัวใจอีกคน สายขวัญจึงประชดด้วยการจะรีบปิดจ๊อบ กระแซะสิงหาเพื่อให้ได้ความจริงมาโดยไว แต่ก็ทำให้คมหึงจนเกิดทนไม่ไหว ประชดประชันหาเรื่องสายขวัญตลอด จนสุดท้ายคมก็ต้องยอมแพ้ เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารักนางโจรสาว เมียจำเป็นของเขาไปจนหมดหัวใจซะแล้ว !!

ทางด้านเจ้าพงศ์นรินทร์หลอกใช้ พินทุให้ตามหาสายขวัญไปได้ไม่เท่าไหร่ ความก็แตกดังโพล๊ะเลยเจอเข้ากับกำปั้นและคำเตือนสติของพินทุว่าอย่าใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความฉิบหายของตัวเอง หนำซ้ำเมื่อพวกสายจิตต์ตามเจอตัวสายขวัญ พินทุยังช่วยปล่อยให้หนีไปอีกด้วย !! ทำให้สายจิตต์ระเบิดสงครามกับพินทุ ขู่และจ้างคนไปรังควานที่รีสอร์ท พินทุตอบโต้โดยจะอัดเสียงสายจิตต์ไว้เป็นหลักฐาน แต่เหตุการณ์ตาลปัตรผิดแผนจนพินทุต้องลักพาตัวเจ้าพงศ์นรินทร์ไปแทน พงศ์นรินทร์กลายเป็นจำเลยจำเป็นให้พินทุกลั่นแกล้งและใช้ต่อรองกับสายจิตต์ แต่ไหงแทนที่จะเกลียดกันยิ่งขึ้น พินทุกลับสอนพงศ์นรินทร์ให้เรียนรู้การซื่อสัตย์และรู้จักอยู่ด้วยตัวเอง ทำให้พงศ์นรินทร์กับพินทุกลับกลายเปลี่ยนมาเป็นรู้สึกดี ๆ ต่อกัน

ถึงแม้คมจะสารภาพว่ารักสายขวัญ แต่สายขวัญก็ไม่เชื่อ คิดว่ามันอาจเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบที่ทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ขณะที่เรื่องรักสามสี่ห้าเส้ายังคาราคาซัง พวกสุบรรณวางแผนเอาเงินมหาศาลของสักไปลงทุนในชื่อของตัวเอง ทำให้คมต้องเสี่ยงเพื่อให้เจอพินัยกรรมเร็วที่สุด จึงยอมเอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ไปปรากฏตัวที่บริษัทของสุบรรณ สิงหาส่งองอาจไปตามฆ่า ระหว่างไล่ล่าพวกสิงหาต้องจ้าล่ะหวั่นทำลายหลักฐาน สายขวัญ นนท์ และงามก็คอยเก็บตกหลักฐานต่าง ๆ จนสามารถจับได้ว่าสิงหาและสุบรรณเป็นตัวการปลอมแปลงพินัยกรรม และมีส่วนในการตายของสัก เมื่อความจริงแดงโร่ออกมา สิงหาก็ล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของคมเช่นกัน ว่าที่แท้คนที่เขาจ้างอาจองไปปลิดชีพยังมีชีวิตอยู่และกำลังตลบหลังเขาอยู่ในบ้านสักนี่เอง !

สิงหาลักพาตัวสายขวัญไปเพื่อต่อรองกับคม ระหว่างนั้นสายจิตต์ที่ได้รู้ว่าสายขวัญตกอยู่ในอันตรายก็สำนึกได้ที่ตัวเองไม่เคยเข้าใจลูก พงศ์นรินทร์และพินทุได้ตามไปช่วยสายขวัญด้วย กองแก้วกับพีร์ก็ติดตามไปเพราะเป็นห่วงคม ในที่สุดคมพลิกสถานการณ์กลับมาชนะสิงหาได้ กองแก้วได้เห็นความเสียสละที่สายขวัญและคมมีต่อกัน ก็ต้องยอมแพ้ใจไปในที่สุด

หลังเหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้นไป พินัยกรรมฉบับที่ถูกต้องก็ได้รับการเปิดเผย ทำให้สิงหาต้องไปรับกรรมในคุก สุบรรณกระอักจนล้มป่วยเป็นอัมพาตตลอดชีวิต ชัชซึ่งต้องติดคุกไปกับสิงหาด้วยได้ขอให้คมเห็นแก่สิตาว่าไม่มีส่วนร่วมในความผิด คมจึงแบ่งสมบัติให้สิตาส่วนหนึ่งเพื่อนำไปเริ่มชีวิตใหม่ ด้านสายจิตต์ซึ่งเปลี่ยนความคิดเรื่องบังคับลูกแล้วได้ขอให้พินทุพามาเจอสายขวัญ ความจึงแตกออกมาว่าสายขวัญไม่ใช่นางโจรสาวกระจอก แต่เป็นถึงลูกสาวเศรษฐีนีระดับพันล้าน !!

สายจิตต์กับสายขวัญได้ปรับความเข้าใจกัน และสายจิตต์จะไม่บังคับใจสายขวัญอีกต่อไป คมกับกองแก้วได้เคลียร์ใจต่อกัน แม้จะรักคมมากแค่ไหนแต่ถ้าไม่ได้ครอบครองหัวใจคมทั้งดวง เธอก็ขอบายซะดีกว่า และได้เริ่มหันมามองพีร์อดีตแฟนที่อยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือมาตลอด ส่วนเจ้าพงศ์นรินทร์ก็ได้รับความช่วยเหลือจากสายจิตต์ให้ยืมเงินไปลงทุนตั้งตัว โดยมีพินทุเป็นที่ปรึกษาช่วยกันสร้างอนาคตขึ้นมาใหม่ และแล้วความรักของทั้งสามคู่ คม-สายขวัญ เจ้าพงศ์นรินทร์-พินทุ และพีร์-กองแก้ว หลังจากฝ่าฟันและลุ้นกันมาตลอด ก็จัดเต็มความสุขสมหวังลงได้ในที่สุด ติดตามชม ละครดอกอ้อสายขวัญ

บทประพันธ์โดย : ชอุ่ม ปัญจพรรค์
บทโทรทัศน์โดย : พรหมลิขิต
กำกับการแสดงโดย : คุณชูศักดิ์ สุธีรธรรม
ผลิตโดย : บริษัท ควิซ แอนด์ เควส จำกัด

นักแสดง
เกียรติกมล ล่าทา รับบท คมเพชร 
หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท สายขวัญ 
โชคชัย บุญวรเมธี รับบท เจ้าพงษ์นรินทร์ 
ชาช่า รามณรงค์ รับบท พินทุ 
สุพจน์ จันทร์เจริญ รับบท พีร์ 
มนัญญา ลิ่มเสถียร รับบท กองแก้ว 
ภัสสร บุณยเกียรติ รับบท สายจิตต์ 
ชูศักดิ์ สุธีรธรรม รับบท เมี่ยง 
โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว รับบท สิงหา 
วิรากานต์ เสณีตันติกุล รับบท สิตา 
โอลิเวอร์ บีเวอร์ รับบท สุบรรณ 
สราวุฒิ พุ่มทอง รับบท นนท์ 
รมิดา ประภาสโนบล รับบท งาม 
จักรพันธ์ จันโอ รับบท ชัช 
จรรยา ธนาสว่างกุล รับบท แฝด
ปวันรัตน์ นาคสุริยะ รับบท เนียม 
พวง เชิญยิ้ม รับบท มัก 
อุษณีย์ พึ่งป่า รับบท จวน 
ณัฐนันท์ จันทรวิโรจน์ รับบท อาจอง 
ด.ญ.กัจนฐานียา ศรีโรจน์วัฒนะ รับบท พุด 
สุกัญญา นาคสนธิ์ รับบท แม่กองแก้ว 
กฤษณ เศรษฐธำรง รับบท จิตต์ 
อัฐพล ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา รับบท พ่อชาวประมง 
อภิวัต บัวผัน รับบท จักร


ละคร ใต้ร่มใบภักดิ์ 2556 (EP.1-13 ตอนจบ) HD END


ละคร ใต้ร่มใบภักดิ์ 2556

ตำแหน่งหนุ่มโสดในฝันปีนี้ ตกเป็นของ จิม จิรเมธ เดชาธร (คณิน ชอบประดิถ) หนุ่มนักเรียนนอกที่เพิ่งเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมปริญญาโทจากอังกฤษ บรรยากาศในงานแลดูวุ่นวาย เมื่อหนุ่มจิมต้องโยนช่อดอกไม้เพื่อเฟ้นหาสาวผู้โชคดีที่จะได้ไปเดทกับเขาในค่ำคืนนี้ แต่แล้วทุกอย่างก็พังพินาศ เมื่อสาวน้อยสาวใหญ่พากันรุมล้อมอยากใกล้ชิดกับหนุ่มหล่อทำให้เกิดศึกแย่งดอกไม้จนงานเละเทะไม่เป็นท่า กลายเป็นข่าวดังครึกโครม ทางด้าน เกริกเกียรติ เดชาธร ผู้เป็นบิดา (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) จึงให้จิรเมธ มารับช่วงดูแลกิจการต่อจากบิดา ซึ่งจิรเมธพบว่าบิดาได้โอนเงินเข้าบัญชีหนึ่ง อย่างต่อเนื่อง ในทุก ๆ เดือนเป็นเวลากว่าสามปี เมื่อลองถามบิดาดู นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้ว บิดายังขอให้ จิรเมธปิด คุณนายอำไพพรรณ เดชาธร (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) ผู้เป็นมารดาของจิรเมธอีกด้วย จิรเมธทั้งสงสัย และข้องใจเกี่ยวกับบัญชีเงินโอนของบิดา

ด้วยชื่อเจ้าของบัญชี เป็นผู้หญิงเธอ มีชื่อว่า ลัลนา แก้วกำเนิด (ซาร่า เล็กจ์) เธอเป็น ชาวหมู่บ้าน เขากะหมอก จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเกริกเกียรติมันทำให้จิรเมธอดคิดไม่ได้ว่า ลัลนาคือเมียน้อยของบิดานั่นเอง จิรเมธลงไป ที่จังหวัดตรัง เพื่อพบกับนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส ที่เขาต้องการตกลงเรื่องธุรกิจด้วย โดยจิรเมธแวะไปสังสรรค์กับเพื่อนรัก นายหัวภูวดล (เตชินท์ ชยุติ) เจ้าของกิจการเรือประมงขนาดใหญ่ ที่จังหวัดตรัง ขณะที่พักผ่อนบนเรือยอร์ช กับภูวดล และ วิรดา บวรภัคร (หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์) คู่ควงของเพื่อนรักอยู่นั่นเอง ก็เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อมีเรือหางยาวสองลำขับไล่ล่า และกราดยิงกันมา จนทำให้ทั้งสามคน ต้องหลบกันจ้าละหวั่น ปรากฏว่าเป็น ลัลนา แก้วกำเนิด ที่ตามไล่ล่าโจรที่เข้าไปขโมยผลปาล์มที่หมู่บ้านเขากะหมอก แล้วหนีออกมาทางปากอ่าวนั่นเอง โจรหนีไปได้ลัลนาจึงวกเรือกลับมายังเรือยอร์ช ขณะที่จิรเมธ เดินไปทางด้านหลังของเรือ ทำให้คลาด กับลัลนา ไปหวุดหวิด

ภูวดลต้องตาต้องใจ ลัลนาทันที ที่ได้เห็นหน้าครั้งแรก ส่วนวิรดา เมื่อเห็นว่าเป็นลัลนา เจ้าหล่อนก็เกรี้ยวกราดใส่ทันที ส่วนลัลนาไม่ได้เกรงกลัว ทั้งยังพูดท้าทายด้วยว่าจะจับตัวบงการใหญ่ให้ได้ ซึ่งก็คือบิดาของวิรดานั่นเอง เขาคือ เสี่ยวิชาญ บวรภัคร (โอลิเวอร์ บีเวอร์) เจ้าของกะหมอกรีสอร์ทแอนด์สปานั่นเอง เมื่อจิรเมธกลับมาสมทบกับเพื่อน ๆ ลัลนาก็ขับเรือออกไปพอดี ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าลัลนา

จิรเมธถือโอกาสมาตรังครั้งนี้ เพื่อสืบเรื่องเงินในบัญชีของพ่อ และได้เดินทางไปที่หมู่บ้านเขากะหมอก แต่ยังหาทางเข้าหมู่บ้านไม่พบ เขาโชคร้ายเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อมีรถมอเตอร์ไซค์ขับปาดหน้ารถของเขา ซึ่งคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ก็ คือลัลนา เธอกำลังจะเดินทางไปยังโรงแรมที่ ปูไข่ (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) ทำงานอยู่ เพื่อจะไปเป็นไกด์ เธอเดินไปที่รถของจิรเมธเพื่อจะเจรจา แต่จิรเมธไม่ยอมเปิดกระจกรถ เพราะคิดว่าลัลนาเป็นนางนกต่อ เขาเลื่อนกระจกลงแล้วทิ้งเงินเอาไว้ให้ลัลนา จากนั้นก็ขับรถออกไป โดยไม่ยอมพูดคุยใด ๆ ลัลนา เจ็บใจมากที่ถูกลบหลู่ เธอเก็บเงินไว้ พร้อมทั้งจดทะเบียนรถ เพื่อจะนำเงินไปคืน และเธอจะตอบแทนคนที่คิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง ด้วยการต่อยหน้าสักหมัด

ลัลนาพามิสเตอร์ดิแลนซ่าไปเกาะมุก เพราะมีความรู้เรื่องภาษาฝรั่งเศส ทำให้เธอรับจ๊อบด้วยการเป็นไกด์ให้กับ นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นคนเดียวกับทีจิรเมธต้องการมาติดต่อเจรจาธุรกิจด้วย จิรเมธเข้าใจผิดว่าลัลนาเป็นสาวขายบริการ จึงแสดงท่าทีดูถูกเธอ ลัลนาเองก็รู้ความจริง ว่าจิรเมธเป็นคนขับรถคันนั้น ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โต ไม่ชอบขี้หน้ากันถึงขั้นเป็นศัตรูกัน

ส่วนวิรดาที่ตอนแรกมีจุดหมายไปที่ภูวดล ตอนนี้เธอเปลี่ยนมาเป็นจิรเมธแทน เพราะจิรเมธรวยกว่า แถมอยู่ในตระกูลดังของวงสังคม วิรดาพยายามหาทางใกล้ชิดจิรเมธจนลัลนาเข้าใจผิด คิดว่าทั้งคู่ มีอะไรกัน เกริกเกียรติลงมาที่ตรัง เพื่อทำธุระ จิรเมธเห็นจึงสะกดรอยตามบิดา เพราะคิดว่าต้องไปบ้านเขากะหมอกแน่นอน ซึ่งเขา คิดไม่ผิด แต่ที่ผิดคาดคือคนที่มาพบกับบิดากลายเป็นผู้หญิงแสบที่เขาเรียกเธอว่า ลิงกัง ลัลนาสนิทสนมกับ เกริกเกียรติเป็นอย่างดี โดยมักจะเรียกเกริกเกียรติ ว่าคุณป๋า จนติดปากจิรเมธ จึงมั่นใจว่าลัลนาเป็นเมียน้อยของบิดาแน่นอน! จิรเมธตามไปเอาเรื่องลัลนา ที่เขากะหมอกจนได้รู้ว่าความจริง เรื่องเงินที่บิดาโอน แท้จริงแล้วไม่ได้ให้เมียน้อย แต่เพื่อช่วยเหลือคนในหมู่บ้านที่กำลังทำโครงการผลิตไบโอดีเซลขาย เกริกเกียรติพยายามหว่านล้อมให้ลูกชายเห็นถึงว่าความลำบากของชาวบ้าน นักธุรกิจที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ แบบจิรเมธ รับไม่ได้กับการช่วยเหลือแบบให้เปล่านี้ จิรเมธตั้งตัว เป็นเจ้าหนี้ของคนในหมู่บ้านทันที แต่เกริกเกียรติต่อรองว่าหาก จิรเมธต้องการเงินคืน ก็ต้องเข้ามาทำให้ชาวบ้านมีรายได้ก่อน โดยการดูแลโครงการนี้ ผู้ใหญ่ธม (อนันต์ บุญนาค) โกรธมาก ที่จิรเมธดูถูกเขา แต่ก็ยอมให้เข้ามาดูแลโครงการ เพื่อให้จิรเมธได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ว่าชาวบ้าน ไม่ได้ทำตัวรอเศษเงินจากเกริกเกียรติบิดาเขา เหมือนที่จิรเมธเข้าใจ โดยมีข้อตกลงว่า หากครบปี จิรเมธทำไม่ได้เหมือนที่พูดต้องคุกเข่ากราบขอขมาคนที่นี่ แต่จิรเมธประกาศว่า เขาจะทำให้ได้ในเวลาเพียงเดือนเดียวเท่านั้น

จิรเมธขอให้ลัลนามาเป็นผู้ช่วยเขาเพราะอยากแกล้งเธอ ลัลนาไม่เต็มใจแต่ต้องทำเพื่อหมู่บ้าน เพราะเวลาที่มีจำกัด จิรเมธตัดสินใจมาอยู่ที่เขากะหมอก จิรเมธกับเกริกเกียรติ จึงต้องปั้นเรื่องโกหกอำไพพรรณ ซึ่งการมาอยู่ที่นี่ จิรเมธต้องเผชิญกับความลำบากที่คนกรุงไฮโซอย่างเขา ไม่เคยสัมผัสแถมแทบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อเกิดเหตุวางเพลิงสวนปาล์ม เคราะห์ดีที่ลัลนาช่วยชีวิตไว้ได้ เหตุการณ์เรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ ในหมู่บ้านเกิดจากเสี่ยวิชาญ บิดาของวิรดาที่ต้องการกดดันชาวบ้าน เพื่อซื้อที่ดินในเขากะหมอก ทั้งนี้ที่ดินรีสอร์ท ยังปิดทางเข้าออกหมู่บ้านทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอีกด้วย แต่เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถหาหลักฐาน มาเอาผิดเสี่ยได้เหตุวางเพลิง ก็มาจากเสี่ยวิชาญ ที่หลอกใช้ อ่ำ (จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม) ชาวบ้านเขากะหมอก เอาโฉนดที่ดินมาวาง ขอกู้เงินเสี่ย หลังลงมือทำงานไม่สำเร็จอ่ำก็ออกจากหมู่บ้านไป โดยไปทำงานอยู่ที่เรือของภูวดลด้วยความบังเอิญ จิรเมธเรียนรู้การทำน้ำมันไบโอดีเซลจากลัลนา เขาสงสัยว่าทำไมถึงไม่คิดจะทำอะไร ที่มีผลกำไรมากกว่านี้

ลัลนาอธิบายให้ฟังว่าผู้ใหญ่ธมต้องการสืบสานสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวทรงดำริไว้ เพราะทรัพยากรน้ำมันมีแต่จะหมดไป ถ้าเราสามารถผลิตใช้เองได้ก็จะเป็นผลดี กับประเทศในระยะยาว ที่เขากะหมอก นอกจากน้ำมันแล้ว ที่นี่ยังมีการผลิตสบู่ และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยอีกด้วย ลัลนาตระเวนขายสบู่ เพราะมั่นใจในคุณภาพสินค้า แต่ขายไม่ได้ต้องไปเก็บกลับมา จิรเมธที่ติดตามไปด้วยพูดจาไม่ดีจนทะเลาะกัน เรือที่ทั้งคู่ใช้เป็นพาหนะเกิดล่มกลางทะเล

จิรเมธที่ว่ายน้ำไม่เป็น รอดชีวิตมาได้ เพราะลัลนาช่วยไว้ และทำให้ทั้งสองคนต้องไปค้างคืนติดเกาะอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่เริ่มรู้ตัวว่า ถึงแม้จะทะเลาะกันตลอดเวลา แต่ความใกล้ชิดที่ผ่านมาก็ทำให้ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกที่ดีต่อกันจิรเมธ เห็นว่าบรรจุภัณฑ์ ที่ลัลนาใช้อยู่ไม่เหมาะสม ไม่น่าซื้อ เขาจึงลงทุนไปเสาะหากล่องใส่สบู่ และขวดใส่น้ำมันด้วยตัวเอง ที่กรุงเทพฯ จิรเมธเริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มเปลี่ยนวิถี การใช้ชีวิต และแนวคิดโดยไม่รู้ตัว แต่มัน ทำให้ ไววิทย์ (อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล) เพื่อนรักอีกคนของเขาแปลกใจ ซึ่งการห่างกันของ จิรเมธ และลัลนาในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาค้นพบว่า คิดถึงกันมากแค่ไหน เมื่อกลับมายัง หมู่บ้านเขากะหมอกพร้อมกล่องและขวดใส่น้ำมัน จิรเมธต้องการหาทางขนส่งที่สะดวกให้ชาวบ้าน เขาคิดจะเปิดเส้นทางหน้าหมู่บ้าน โดยคิดจะเจรจากับวิรดา เมื่อเสี่ยวิชาญ เข้ามาอ้างสิทธิ์ ในที่ดินของอ่ำ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงผลิตไบโอดีเซล ตากลั่นพ่อของอ่ำเสียใจจนล้มป่วย จิรเมธยิ่งคิดหนัก พยายามหาหนทางช่วยชาวบ้าน ให้จงได้ จิรเมธอ้างกับวิรดาว่าเขาเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ของหมู่บ้านกะเขาหมอก ทำให้ต้องเดินทางเข้าออกที่นี่เป็นประจำ วิรดาอนุญาตให้ชายหนุ่มผ่านทางรีสอร์ทของเธอได้ เพื่อเอาใจและหวังจะเป็นภรรยาของเขาในอนาคตความสัมพันธ์ ระหว่างลัลนากับ จิรเมธเลวร้ายลงไปอีก เพราะลัลนาคิดว่าจิรเมธ มีใจให้กับวิรดา

ในขณะที่จิรเมธก็เข้าใจผิดว่า ลัลนาเป็นคนรักของ ไก่แจ้ (จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม) หนุ่มอารมณ์ดีในหมู่บ้านทั้งที่ความจริงผู้หญิงที่ไก่แจ้รักคือปูไข่ ด้วยความบังเอิญ ทำให้ลัลนาได้เจอกับอ่ำ พอรู้เรื่องที่ดิน อ่ำแค้นเสี่ยวิชาญมากที่หลอกเขา สุดท้ายอ่ำก็กลับ เข้ามาในหมู่บ้านอีกครั้ง เพราะทุกคนเข้าใจ และให้อภัย ทางจิรเมธตอนนี้เขามั่นใจอย่างที่สุด ว่าเขารักลัลนา และยิ่งรู้ว่าไก่แจ้รักกับปูไข่ จิรเมธก็ยิ่งเดินหน้าเต็มตัว ที่จะแสดงออกมาว่าคิดกับลัลนาอย่างไร แต่ในขณะเดียวกันเขาก็คบหากับวิรดา จนทำให้ลัลนาเสียใจ และสับสนไม่เข้าใจในสิ่งที่จิรเมธกำลังทำอยู่

เสี่ยวิชาญพยายามพูดจาชักจูงให้จิรเมธมาร่วมลงทุน และซื้อต่อรีสอร์ทของเขาด้วยวงเงินสูงลิ่วจิรเมธไม่ไว้ใจ เพราะพอจะรู้ประวัติความขี้โกงของวิชาญมาบ้าง แต่สองพ่อลูกตัวร้ายก็ยังหมายมั่น ปั้นมือ ที่จะทำให้ จิรเมธ ตกหลุมพรางให้ได้ จิรเมธใช้เสน่ห์ และความฉลาด หลอกล่อวิรดาให้ขโมยโฉนดที่ดินของตากลั่นมาให้เขา เพราะเธอเข้าใจผิดคิดว่าจิรเมธหลงรักเธอ วิรดามาหาเรื่องลัลนาถึงบ้านพร้อมข่าวร้ายว่า จิรเมธกำลังจะ ชิ่งหนีชาวบ้านเพื่อไปร่วมหุ้น ทำธุรกิจกับครอบครัววิรดา แถมยังอวดแหวนเพชรที่สวมติดนิ้วให้ ลัลนาดูว่าจิรเมธหมั้นหมายกับเธอแล้ว ลัลนาเสียใจมากคิดว่าเป็นเรื่องจริง ผู้ใหญ่ธมกับมาลินีรับรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วว่า เป็นแผนการของจิรเมธแต่ช่วยกันปิดบังลัลนาไว้

เพราะปฏิกิริยาโกรธเกลียดจากลัลนาที่เห็นว่าจิรเมธยังเป็นคนเห็นแก่ตัวเห็นแต่ผลประโยชน์คนเดิม จะทำให้ฝ่ายเสี่ยวิชาญ เชื่อใจจิรเมธมากขึ้น วิชาญกับวิรดามีความสุขมากตั้งตารอเงินที่จิรเมธตกลงจะนำมาซื้อที่ดิน จิรเมธวางแผนตลบหลัง ด้วยการให้ความหวัง โดยดึงเวลาไว้ไม่ให้ วิชาญเอาที่ดินไปขายให้คนอื่น เพื่อให้ที่ถูกยึดโดยธนาคาร ก่อนจะซื้อไว้ในราคายุติธรรม จิรเมธกลายเป็นเจ้าของ รีสอร์ท สามารถถอนที่ดินนั้นได้สำเร็จ ทำให้ เสี่ยวิชาญกับวิรดาลูกสาวสิ้นเนื้อประดาตัว สร้างความเจ็บแค้นให้เสี่ยวิชาญเป็นอย่างมาก ลัลนารวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่ตัวเองเก็บไว้ เพื่อเอาผิดเสี่ยวิชาญ โดยมีอ่ำที่พร้อมจะเป็นพยานร่วมมือเป็นอย่างดี แต่เสี่ยวิชาญก็หนีไปเสียก่อนลัลนาได้รู้ความจริง เกี่ยวกับทุกสิ่งที่จิรเมธทำ ลัลนาซึ้งใจ และยอมเปิดเผยความรู้สึก ทั้งคู่จึงคบกัน ในฐานะคนรัก อย่างเงียบ ๆ ไม่บอกใคร นอกจากเรื่องที่ดิน จิรเมธยังซื้อตึกแถวในตัวจังหวัด ไว้เพื่อเป็นสถานที่วางจำหน่ายสินค้าของชาวเขากะหมอก ร้านเขากะหมอก เป็นรูปเป็นร่างด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน กำลังจะเปิดตัวในไม่ช้านี้ ส่วนน้ำมันก็ได้ภูวดลเป็นลูกค้ารายใหญ่ อำไพพรรณเห็นภาพข่าวเกี่ยวกับ จิรเมธ และแฟนสาวที่จังหวัดตรัง เป็นภาพที่มีนักท่องเที่ยวถ่ายรูปคู่ระหว่างจิรเมธกับลัลนาไปด้วยความบังเอิญ และอำไพพรรณยิ่งโมโหใหญ่ เมื่อได้เห็นสัญญา การซื้อขายทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เขากะหมอกในนามบริษัทเดชาธร ไววิทย์ถูกเรียกตัวมาเค้นความจริง เขาจำต้องเปิดเผย เพราะจนต่อหลักฐาน

อำไพพรรณลงมายังตรังทันที เพื่อเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น เกริกเกียรติ รีบตามลงมา เมื่อทราบเรื่องจากไววิทย์ อำไพพรรณตามมาที่บ้านผู้ใหญ่ธม ประกาศเป็นเจ้าหนี้ของชาวเขากะหมอก เปิดฉากทะเลาะกันใหญ่โต ทั้งเรื่องที่ผู้ใหญ่ธมมายุ่งกับสามี และลูกชายเธอ รวมไปถึงเรื่องผิดใจในอดีต จนทำให้ทุกคนได้รู้ความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสี่คน จิรเมธกับลัลนานึกไม่ถึงว่ามารดาของพวกเขาเป็นเพื่อนรักกันมาก่อนกับมาลินี และอำไพพรรณกับผู้ใหญ่ธม ก็ไม่ถูกกันอย่างแรง ตั้งแต่สมัยยังหนุ่มสาว

มาลินี เกริกเกียรติ และธม เป็นคนตรัง ที่เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ มาลินีเป็นเพื่อนรักกับอำไพพรรณ ที่ตั้งแง่รังเกียจธม เพราะอำไพพรรณ เป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่างในขณะที่ธม เป็นหนุ่มลูกทุ่งขวานผ่าซากของแท้ ทำให้คู่นี้เป็นไม้เบื่อไม้เมา กันมาตลอด ยิ่งมาลินี แต่งงานกลับมาอยู่ตรัง กับผู้ใหญ่ธม อำไพพรรณก็ยิ่งจงเกลียดจงชังธม เพราะเธออยากให้เพื่อนได้ดี แต่งงานกับคนมีฐานะมากกว่า

วิรดาที่หมดเนื้อหมดตัวมาขออาศัยอยู่กับภูวดล เพื่อหวังจะติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหว ของจิรเมธ และคนในเขากะหมอก เธอจะคอยรายงานบิดา ซึ่งไปหลบอยู่อีกที่ ให้รู้ข้อมูลไปพร้อม ๆ กับเธอด้วย สองพ่อลูกร่วมมือกัน คิดวางแผนแก้แค้นจิรเมธ มาลินีพยายามจะพูด กับอำไพพรรณให้เข้าใจ เกี่ยวกับสิ่งที่จิรเมธทำ รวมทั้งเรื่องราวความรักของหนุ่มสาว ที่เกิดขึ้นอย่างสวยงามอำไพพรรณปฏิเสธ ที่จะให้ทั้งคู่ได้รักกัน เพราะไม่อยากให้ลูกของตัวเองต้องมาอยู่บ้านนอกแบบนี้ ทั้งยังเกลียดผู้ใหญ่ธมอย่างกับกิ้งกือไส้เดือน

ลัลนามองเห็นปัญหาของความรักระหว่างตน กับจิรเมธก็พยายามทำใจว่ามันคงเป็นไปไม่ได้แน่ จึงปฏิเสธที่จะคบกับจิรเมธอีก ให้จิรเมธกลับบ้านไป แต่จิรเมธไม่ยอม อำไพพรรณจึงบอกให้ลัลนาปล่อยลูกชายของเธอไปถ้ารักจิรเมธจริง เพราะจิรเมธควรมีภรรยาที่เชิดหน้าชูตาตัวเอง ลัลนายอมทำตามคำขอ

เสี่ยวิชาญจับตัวอำไพพรรณ เพื่อจะเรียกค่าไถ่ ลัลนาพยายามช่วยจนโดนจับไปด้วย ทั้งสองคนถูกพา ไปซ่อนไว้ ที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง การหายตัวไปของลัลนา และอำไพพรรณ ทำให้จิรเมธ เกริกเกียรติ ผู้ใหญ่ธม มาลินี และชาวบ้านเขากะหมอก อยู่ไม่เป็นสุขทุกคนเครียด กลัดกลุ้ม ร้อนใจ จนไม่เป็นอันทำอะไร จิรเมธสงสัยว่า การลักพาตัวในครั้งนี้ น่าจะเป็นฝีมือของวิชาญพวกคนร้าย เรียกเงินค่าไถ่เป็นจำนวนร้อยล้านบาท เพื่อแลกกับสองชีวิต จิรเมธมาหาภูวดลเพื่อปรึกษา เมื่อภูวดลรู้ข่าว เขาคิดเช่นเดียวกับ จิรเมธว่าเป็นฝีมือวิชาญ จิรเมธให้ภูวดลคอยจับตาดูวิรดาไว้ จึงทำให้รู้ว่าเป็นฝีมือของเสี่ยวิชาญจริง จิรเมธ และภูวดลพยายามคาดคั้นเอาความจริงจากวิรดา แต่วิรดาก็ไม่ยอมบอกที่ซ่อน จนในที่สุดเธอยื่นข้อเสนอให้ จิรเมธจดทะเบียนสมรส กับเธอ เธอถึงจะยอมบอก

ระหว่างถูกจับตัว ไว้ที่เกาะร้างอำไพพรรณได้รู้จักนิสัยใจคอของลัลนามากขึ้น หลายครั้งที่ลัลนาแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนดี มีน้ำใจ และไม่ทอดทิ้งอำไพพรรณ เมื่อยามทุกข์ยาก ลัลนาคอยช่วยเหลือเธอทุกอย่าง ทำให้อ่ำไพพรรณซาบซึ้งใจในตัวลัลนา จิรเมธกับภูวดลบีบจนวิรดายอมบอกที่ซ่อน พวกเขาจึงออกเรือไปตามหา โดยมีไก่แจ้ และอ่ำเป็นผู้ช่วย ส่วนผู้ใหญ่ธม เกริกเกียรติ และชาวบ้าน ก็ออกเรือไปตามหาตามเกาะต่าง ๆ เช่นกัน ทางลัลนาเองก็พยายาม ที่จะหาทางหนี จนสามารถพาอำไพพรรณ หนีออกมาได้อย่างทุลักทุเล โดยมีเสี่ยวิชาญ และสมุนตามล่าไม่ห่าง โชคดีที่พวกของ จิรเมธตามมาช่วยได้ทันเวลา แต่แล้วเรื่องกลับยิ่งเลวร้าย ไปกันใหญ่ เมื่อเสี่ยวิชาญ จับตัวลัลนาขึ้นเรือ หนีไปได้อีก ทั้งจิรเมธ และภูวดลออกตามล่าวิชาญ ลัลนาพยายามต่อสู้จนทำให้ตกลงในทะเล จิรเมธเห็นเช่นนั้นก็กระโดดลงไปช่วย ทำให้ทั้งคู่เกือบเอาชีวิตไม่รอด ในที่สุดเสี่ยวิชาญ และวิรดา ก็ถูกจับข้อหาลักพาตัว และพยายามฆ่า ส่วนอำไพพรรณ แม้ใจอ่อนให้ลัลนาแล้วก็ตามแต่ เธอก็ยังไม่แน่ใจในความรักที่จิรเมธ และลัลนา มีให้แก่กัน เมื่อจิรเมธขอคบ กับลัลนา อย่างเปิดเผย และขออยู่ที่ เขากะหมอกต่ออีกสองปี อำไพพรรณจึงยื่นข้อเสนอว่า ถ้าหากจิรเมธ จะอยู่เขากะหมอก ต้องอยู่แต่ตัวเท่านั้น เขาจะถูกยึดทุกสิ่ง ทุกอย่าง จิรเมธจะไม่เหลืออะไรเลย แต่ถ้าจิรเมธไม่ตกลง ก็ไม่ต้องกลับมาที่เขากะหมอกอีก จิรเมธตอบตกลง ตามข้อเสนอของมารดา โดยจิรเมธจะอยู่ที่นี่แต่ตัว และหัวใจ เพราะเวลานี้เงิน ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ในชีวิต ของจิรเมธอีกต่อไป แต่สิ่งที่ล้ำค่า และมีความหมาย ยิ่งกว่า นั่นก็คือ ลัลนา ผู้หญิงที่เขาอยากใช้ชีวิต อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต

ติดตามชมเรื่องราวความรักของ จิรเมธ และ ลัลนา ที่จะทำให้คุณเห็นถึงคุณค่าของการใช้ภูมิปัญญาตามกระแสพระราชดำริ โดยให้ความอิ่มเอมใจมาแทนที่อำนาจเงิน การรู้จักคำว่า “พอ” รอพบกับความสุขที่แท้จริงภายใต้ร่มเงาแห่งพระบารมีของพ่อหลวง ติดตามชม ละครใต้ร่มใบภักดิ์

บทประพันธ์โดย : ชมจันท์
บทโทรทัศน์โดย : กาญจนา โตะยู / อริสา ผ่องสำราญ
กำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทา
ผลิตโดย : บริษัท มายน์แอทเวิร์คส์ จำกัด

นักแสดง
คณิน ชอบประดิษ รับบท จิราเมธ เดชาธร 
ซาร่า เล็กจ์ รับบท ลัลนา แก้วกำเนิด 
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เกริกเกียรติ เดชาธร 
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี รับบท คุณนายอำไพพรรณ เดชาธร 
อนันต์ บุญนาค รับบท ผู้ใหญ่ธม 
ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท มาลินี แก้วกำเนิด 
โอลิเวอร์ บีเวอร์ รับบท เสี่ยวิชาญ บวรภัค 
หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ รับบท วิรดา บวรภัค 
เตชินท์ ชยุติ รับบท นายหัวภูวดล 
อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล รับบท ไววิทย์ 
ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท ปูไข่ 
จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม รับบท ไก่แจ้ 

นักแสดงรับเชิญ
จรรยา ธนาสว่างกุล รับบท ป้างาม 
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม รับบท อ่ำ 
ถนอม สามโทน รับบท ตากลั่น


ละคร ลูกหนี้ที่รัก 2556 (EP.1-10 ตอนจบ) HD END


ละคร ลูกหนี้ที่รัก 2556

แฟกซ์ทวงหนี้ที่ติดประจานหราบนบอร์ดสำนักงาน ทำให้ ออมสิน (จรินทร์พร จุนเกียรติ) เออีสาวผู้ไม่เป็นรองใครทั้งด้านการทำงานและการช้อปแหลกต้องอับอายขายหน้า และหวาดผวาเป็นล้นพ้นว่าจะถูกทวงหนี้ด้วยวิธีโหดตามข่าวที่เห็นบ่อย ๆ บนหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่แค่นั้น เธอยังกลัวจะโดนไล่ออก เพราะ กองพร (รัชนี ศิระเลิศ) นายหญิงของบริษัทฟันธงว่า หนี้สินคือภัยทางศีลธรรม หรือ Moral Hazard เป็นต้นตอของอาชญากรรมทั้งหลาย และนายหญิงคงฟันคอขาดแน่ถ้ารู้ว่าพนักงานมีหนี้สินอิรุงตุงนังจนถูกเร่งรัดหนี้แบบไม่ไว้หน้าเช่นนี้ ต่อให้เป็นคนโปรดอย่างออมสินก็เถอะ

อิทธิ (พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร) ครีเอทีฟรุ่นพี่ และมุทิตา (อนุสรา วันทองทักษ์) พนักงานบัญชีผู้เป็นสุดซี้ของออมสินออกโรงปกป้องเธอ และกำชับทุกคนไม่ให้แพร่งพรายเรื่องนี้ รวมทั้งข่มขู่ วรุณพร (นนทพร ธีระวัฒนสุข) ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนเอาแฟกซ์มาติดประจาน เนื่องจากวรุณพรเป็นเออีคู่แข่งของออมสิน ผลัดกันรุกผลัดกันรับมาโดยตลอด ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักศึกษาฝึกงาน แต่ออมสินก็เอาผลงานและนิสัยกระตือรือร้นมองโลกในแง่ดีชนะใจนายหญิงจนกลายเป็นเด็กโปรดเด็กปั้น

แถมล่าสุดเธอยังได้รับมอบหมายให้เป็นเทรนเนอร์ของ ก้องภพ (พิชญะ นิธิไพศาลกุล) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนายหญิงอีกด้วย ก้องภพ ช่างภาพอิสระฝีมือดีตระเวนถ่ายรูปชุด “ก่อนโลกละลาย” ไปทั่วโลกกับ จีรสุดา (ธนิดา กาญจนวัฒน์) แฟนสาวลูกเศรษฐี เซเลบริตี้ด้านสิ่งแวดล้อมจนหมดเงินไปสองล้านแต่ขายรูปได้แค่แสนเดียว ผู้เป็นแม่จึงยื่นข้อเสนอให้มาทำงานที่บริษัทด้วยเงินเดือน ๆ ละห้าหมื่นบาท และเงินรางวัลอยู่ทนหนึ่งล้านบาท หากทำงานครบปี เอ้าท์ดอร์ตัวพ่อจึงต้องฝืนใจมาเป็นนักธุรกิจใต้อาณัติของมารดาอย่างไร้ข้อโต้แย้ง กลายมาเป็น “บอสเล็ก” ของคนในบริษัท และต้องมาเรียนรู้งานจากออมสิน ซึ่งก้องภพตั้งฉายาให้ว่า “ออมซ่า” เพราะท่าทางมั่นอกมั่นใจจนเกินวัย และนิสัยจุกจิกชวนหมั่นไส้หลายอย่างของออมสิน

ขณะที่กำลังประชุมนำเสนอรูปแบบการจัดงานประชุมทางวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ก้องภพและนายหญิงก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็นออมสิน โดยอิทธิให้ข้อมูลว่าออมสินเพิ่งอกหักจึงขอลาพักเพราะเสียศูนย์ ทั้งที่จริงเขาเป็นคนเสนอให้ออมสินกลับไปหลบพวกทวงหนี้ที่คอนโดเสียก่อน เนื่องจากมุทิตาเห็นชายผมเกรียนแว่นดำท่าทางไม่น่าไว้ใจมาป้วนเปี้ยนแถวออฟฟิศ ทว่านายหญิงดูไม่เดือดร้อนนักกับการหายตัวไปของคนโปรดอย่างออมสิน กลับเสนอคู่บัดดี้ใหม่ให้ลูกชายซึ่งก็คือ ภคมน (เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์) อดีตหัวหน้าเออี ลูกน้องเก่า ที่แยกออกไปเปิดบริษัทเอง กองพรบอกความประสงค์กับลูกชายอย่างตรงไปตรงมาว่า เธอไม่ใช่แค่หวังให้เขาเรียนรู้งานจากภคมนเท่านั้น แต่คิดจะจับคู่คนทั้งสอง เนื่องจากภคมนเป็นผู้หญิงเก่ง จะต้องทำให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้าแน่นอน นิภาพรรณ หรือ ป้านิ (สาลินี ปันยารชุน) เพื่อนสนิทของกองพร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทก็เห็นดีเห็นชอบด้วย ก้องภพไม่อาจทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้เพราะเขากับภคมนเหมือนสร้างขึ้นจากเคมีคนละชนิด เธอเป็นผู้หญิงที่คิดแต่เรื่องงานกับเงิน เธอเป็นคนสวย เก่ง ฉลาด จนพ่อของก้องภพยังเอ่ยปากว่าเธอเหมือนกองพรสมัยสาว ๆ นั่นยิ่งทำให้ก้องภพสยองขวัญ เขาไม่อยากได้เมียที่เหมือนแม่ขนาดนั้น

เมื่อจีรสุดารู้ความต้องการของกองพรก็ชวนให้ก้องภพลาออก แล้วมาทำงานกับบริษัทพ่อของเธอ ก้องภพปฏิเสธ เนื่องจากถ้าขอความช่วยเหลือจากพ่อของแฟน ศักดิ์ศรีของเขาก็ตกต่ำไม่ต่างจากอยู่กับแม่สักเท่าไหร่ ส่วนออมสินคิดจะยืมเงินจากนุตพงศ์แฟนหนุ่มนักค้าหุ้น แต่นุตพงศ์ก็ไปโรดโชว์ต่างประเทศ กว่าจะกลับก็เป็นอาทิตย์ และออมสินรู้สึกละอายใจที่จะไปรบกวนพ่อแม่หรือปู่ย่าอีก เพราะที่ผ่านมาก็แบมือขอมาตลอดทั้งค่าดาวน์รถ ค่าผ่อนคอนโด ค่ากระเป๋าแบรนด์เนม ค่าน้ำมัน ค่าที่จอดรถ ค่าครูสอนโยคะ และอื่น ๆ อีกจิปาถะเพราะเธอไม่เคยชักหน้าถึงหลังสักเดือน

อิทธิและมุทิตาช่วยกันระดมความคิดแก้ปัญหาที่คอนโดของออมสิน และได้บทสรุปว่ามุทิตาจะเจรจาต่อรองหนี้บัตรเครดิตมูลค่าเกือบสี่แสนกับทางธนาคารให้ แต่ระหว่างนี้ออมสินต้องหลบไปอยู่ที่บ้านน้าสาวของมุทิตาที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนก่อน เพื่อให้พ้นจากแก๊งมาเฟียทวงหนี้ มุทิตายื่นเงินให้ออมสินยืมห้าพันบาทให้เธอใช้จ่ายระหว่างนี้ ส่วนอิทธิจะเป็นคนไปโน้มน้าวนายหญิง โดยอ้างว่าออมสินขอลาไปปฏิบัติธรรมบำบัดอาการอกหักนั่นเอง

สาวกรุงวัยยี่สิบสี่ผู้คลั่งไคล้การจับจ่ายแบบไม่ลืมหูลืมตาจึงมาปรากฏตัวที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ติดชายแดน เพื่อพักอาศัยอยู่กับ นงนุช (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) นักวิจัยทางสังคมที่มาลงหลักปักฐานที่นี่หลังจากช่วยชาวบ้านแก้ปัญหาหนี้สินสำเร็จ นงนุชพาออมสินไปรู้จักกับ การดี (ตรีพล พรมสุวรรณ) เกษตรกรหนุ่มวัยเดียวกับเธอที่เลือกทำไร่ไถนา แทนที่จะเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่กลับมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นเกษตรกร ซึ่งเลี้ยงชีพได้อย่างมีความสุข และคิดว่าระบบการศึกษาผลิตคนให้ออกมาเป็นลูกจ้าง ความจริงที่ว่าการดีมีเงินเก็บรายแสนทำให้ออมสินทึ่งและสะท้อนใจ เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นดี ทำงานมาเกือบสองปี มีรายได้เดือนละเกือบสามหมื่น แต่กลับมีหนี้สามแสนเก้าที่ยังมืดแปดด้านว่าจะชดใช้ยังไง นงนุชและการดีสอนให้ออมสินหัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย แต่เจ้าตัวก็กลับขี้เกียจเกินกว่าจะทำเรื่องจุกจิกแบบนั้น

วันแรก ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไร้แสงสี และปราศจากสัญญาณโทรศัพท์ ออมสินต้องอยู่กับความเงียบเหงา และจินตนาการถึงการตามทวงหนี้อันแสนหฤโหดจนแทบจะกรีดร้อง วันที่สอง นงนุชไปประชุมในเมือง และไม่ยอมให้ออมสินตามไปด้วย แต่กลับพาเธอไปส่งที่บ้านป้าสอนที่เคยติดหนี้จนอยากฆ่าตัวตาย แต่หนี้สินของป้าสอนมาจากค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง ค่าผ่อนมอเตอร์ไซค์ให้ลูก ค่าเหล้าสามี รูปแบบการบริโภคแตกต่างกับสาวชาวเมืองอย่างเธอจนเปรียบเทียบกันไม่ได้ ออมสินจึงไม่อินแต่อย่างใด ช่วงบ่ายเธอไปบ้านของการดีและถูกเขาคะยั้นคะยอให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายอีก วันที่สาม ออมสินมีโอกาสไปตลาดนัดเล็กจ้อยในหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว และไม่วายเอาเงินที่ต้องใช้แบบจำกัดจำเขี่ยไปซื้อเสื้อผ้าอย่างอดไม่ได้

วันที่สี่ ออมสินต้องหงอยเหงาอยู่กับกองหนังสือของนงนุชที่มีแต่หนังสือแนวปรัชญาหรือไม่ก็วิชาการ ไม่มีแนวแฟชั่นที่เธอชื่นชอบ จวบจนบ่าย ก่อนออกจากบ้านนงนุชบอกว่าจะทำต้มยำปลาช่อนให้กิน ให้ออมสินเตรียมเครื่องปรุงต้มยำไว้ ที่บ้านนงนุชปลูกผักสวนครัวที่นำมาทำต้มยำก็จริง แต่ออมสินไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไรจึงไปหาการดี แต่แทนที่เขาจะขุดข่าให้เธอกลับเพียงยื่นเสียมให้เธอ ออมสินต้องทำทุกอย่างเองจนเหงื่อตก ชีวิตในชนบทไม่เห็นโรแมนติกเหมือนในละครบ้านไร่เลยสักนิด เธอบอกตัวเองว่าพรุ่งนี้จะต้องเข้าเมืองไปโทรศัพท์หามุทิตาให้ได้ ต่อให้เจรจากับเจ้าหนี้ไม่สำเร็จเธอก็ต้องไปจากที่นี่ ขอไปอยู่ในที่ ๆ กันดารน้อยกว่านี้และมีคลื่นโทรศัพท์ให้เธอติดต่อกับเพื่อนและแฟนได้ก็พอ ครั้นพอกลับมาถึงบ้านของนงนุช เธอกลับพบว่ามุทิตากับอิทธิอยู่ที่นั่น แต่ที่ทำให้เธอช็อกคือก้องภพมาด้วย แสดงว่าเขาย่อมรู้แล้วว่าเธอหลบงานมาเพราะปัญหาหนี้สินไม่ใช่ปฏิบัติธรรม

ก่อนจะมาแม่ฮ่องสอน ก้องภพอยากหนีจากภคมนมาก จนกระทั่งอ้อนวอนมารดาขอทำงานกับออมสินเหมือนเดิม แต่กองพรไม่ยอม ก้องภพจึงประกาศลาออก อิทธิมาเสนอแผนว่าออมสินสามารถช่วยให้เขาไม่ต้องทำตามแผนของแม่ และเขาต้องยื่นมือช่วยออมสินเสียก่อน มุทิตาและอิทธิเล่าให้ออมสินฟังว่า ตอนนี้เจ้าหนี้เหลือธนาคารรายใหญ่ที่รอการพิจารณา และนำเงินไปโปะหนี้บัตรเครดิตรายย่อย ๆ ไปแล้ว มีทั้งเงินสดสำรองจ่ายจำนวนห้าหมื่นบาท ของบริษัทที่มุทิตาดึงมาใช้ก่อน เงินสามหมื่นของอิทธิและอีกส่วนเป็นเงินของก้องภพ

จากนั้นอิทธิก็เสนอแผนปลดหนี้ชื่อ “มหัศจรรย์เลขสาม” ที่มีหลักการแสนง่ายคือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเปลี่ยนมุมมองชีวิต เรื่องการหารายได้ อิทธิจะเริ่มจากการเปิดบล็อกและเฟซบุ๊กหัวข้อ “คุณคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะปลดหนี้สามแสนภายในสามเดือนได้ไหม” เมื่อมีแฟนคลับแล้วค่อยออกพ็อกเกตบุ๊ก “อิสรภาพของนักช้อปไร้สติ” จากนั้นก็จะล่อหลอกให้นายหญิงจัดการประกวดอะไรสักอย่างที่ล็อคสเปคเพื่อออมสิน โดยเฉพาะแค่นี้เธอก็หาเงินใช้ได้แล้ว ออมสินไม่กล้าปฏิเสธเพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ เผลอ ๆ ถ้าเธอหาเงินมาคืนบริษัทไม่ได้มุทิตาเพื่อนรักอาจจะถูกนายหญิงกองพรไล่ออกก่อนเธอเสียอีก แต่ที่ทำให้ออมสินทำใจลำบากก็คือเงื่อนไขของก้องภพที่ออกเงินใช้หนี้ให้ก่อน นั่นคือให้เธอมาเป็นแฟนเขา

ซึ่งที่จริงก็เป็นแค่การตบตากองพรและภคมนเพื่อหลีกเลี่ยงการคลุมถุงชนนั่นเอง อิทธิกับมุทิตากลับไปแล้ว แต่ก้องภพและออมสินยังอยู่ต่อที่นี่ต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ ก้องภพรับหน้าที่ถ่ายภาพออมสินไปลงเฟซบุ๊กและทำหนังสั้นเกี่ยวกับเรียนรู้แนวคิดและวิธีปฏิบัติในการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ส่วนอิทธิกลับมารายงานกองพรว่าก้องภพไปดูแลออมสิน เนื่องจากหลงรักออมสินและขอยกเลิกการลาออก เพื่อที่จะกลับมาทำงานกับออมสินเหมือนเดิม กองพรยอมให้ลูกชายกลับมาทำงานได้ แต่อายุงานต้องนับหนึ่งใหม่ ส่วนเรื่องคู่บัดดี้ อย่างไรก็ต้องเป็นภคมนไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้เธอยังจะย้ายออมสินไปทำงานที่แผนกอื่น การดีสอนให้ก้องภพกับออมสินผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดเวลาเข้าใจ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ไม่ได้หมายถึงให้ทุกคนไปทำไร่ไถนา แต่เป็นการพึ่งพาตัวเองได้ และใช้ชีวิตอย่างพอประมาณมีกินมีใช้แบบพอดีตัว ทั้งสองก็เริ่มมองเห็นว่าตัวเองต่างใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง และเป็นอีกครั้งที่การดีแนะนำ ให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของครัวเรือน เพื่อจะได้มองเห็นว่าใช้จ่ายไปกับเรื่องใดบ้าง และจะได้วางแผนการใช้เงินได้ถูก

การดีเชิญพี่ปรุง แม่บ้านต่างถิ่นมาเป็นวิทยากรให้นักเรียนทั้งสอง พี่ปรุงเริ่มยุทธการปลดหนี้ด้วยการทำบัญชีแล้ววางไว้ในจุดที่สามีและลูกเห็น เมื่อเห็นบัญชีติดลบของครอบครัวสามีพี่ปรุงก็ลดการดื่มเหล้าลง ส่วนลูกก็ใช้จ่ายประหยัดขึ้น ออมสินกับก้องภพเขียนบัญชีส่งให้การดีตรวจ และถูกวิจารณ์เสียเละเทะจนเริ่มรู้สึกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว การดีจัดกิจกรรมค่ายสำหรับเด็กมัธยมปลาย จึงให้ก้องภพและออมสินมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แต่ปรากฏว่าผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบต้องหาคนให้ครบตามจำนวน เจ้าของทุนถึงจะยอมจ่ายเงินสนับสนุน ก้องภพกับออมสินจึงต้องตกกระไดพลอยโจนเป็นเด็กโข่งเข้าร่วมกิจกรรมที่สอนให้พึ่งพาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารจากผักพื้นบ้านและการถนอมอาหาร การทำสบู่ และน้ำยาล้างจาน การปะชุนเสื้อผ้า และการกินอาหารเป็นยา รวมถึงการทำบ้านดินเพื่อเป็นห้องสมุดชุมชน การลงพื้นที่ศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่น และภูมิปัญญาจากผู้เฒ่าผู้แก่

แต่กิจกรรมสุดหินคือกิจกรรมสุดท้ายที่ให้ทุกคนไปนั่งทบทวนชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง โดยห้ามพูดห้ามคุยกับใครทั้งสิ้น จากนั้นให้มาเปิดใจว่าตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงไหนในชีวิตที่มีความสุขที่สุด และได้ทำความดีกับครอบครัวหรือสังคมอย่างไร การพูดคุยเปิดใจของเด็กมัธยมทำให้ออมสินนึกถึงตัวเองและกล้าเล่าเรื่องกระเป๋าแบรนด์เนม รวมไปถึงหนี้สินล้นตัวที่ทำให้เธอต้องมาซ่อนตัวถึงที่นี่ เธอเกิดความรู้สึกภูมิใจที่ได้เล่าประสบการณ์ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้น้อง ๆ เดินทางผิดซ้ำรอยกับเธอ ขณะที่ก้องภพเปิดใจว่าเขาค้นพบแล้วว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่การเดินทางไปถ่ายภาพทั่วโลกจนหมดเงินไปสองล้าน แต่ความสุขกลับอยู่ที่สิ่งง่าย ๆ อย่างการสอนเด็ก ๆ ทำหนังสั้นเกี่ยวกับการปลูกผักอินทรีย์แม้จะไม่มีค่าตอบแทนสักบาท และตั้งใจว่าจะช่วยสอนเด็กไทยให้มีความสามารถทำหนังสั้น จนไปคว้ารางวัลระดับโลกได้ ออมสินได้ยินคำพูดจากปากก้องภพแล้วอดทึ่งในตัวบอสเล็กที่ตลอดมาเธอเคยดูถูกว่าไม่เป็นโล้เป็นพาย

วันแรกที่ออมสินกลับมาทำงานก็ต้องพบกับภคมนที่มาประกาศตัวว่าเป็นคู่แข่งแย่งชิงก้องภพ ที่ไม่ยอมลดราวาศอกให้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกันกองพรก็ให้วรุณพรคอยจับผิดออมสินกับก้องภพ เพราะเธอไม่เชื่อว่าอดีตคู่ปรับอย่างสองคนนี้จะกลายมาเป็นคู่รักกันได้ในระยะเวลาสั้น ๆ นุตพงศ์เสนอเงินให้ออมสินยืม เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องทำตามแผนการไร้สาระ แต่อิทธิกับมุทิตาคอยหนุนให้เธอปฏิเสธด้วยเหตุผลเรื่องศักดิ์ศรีในการปลดหนี้ด้วยตัวเอง และหากเธอขอยืมเงินแฟนมาล่ะก็ ต่อไปก็จะตกเป็นเบี้ยล่างของเขาแน่ ๆ ออมสินจึงไม่รับการช่วยเหลือจากนุตพงศ์

แม้จะมีคำสั่งจากนายหญิงกองพรไม่ให้ออมสินและก้องภพทำงานร่วมกันแล้ว แต่ออมสินกับก้องภพก็ยังมีงานค้าง และต้องสะสางต่อให้เสร็จนั่นก็คือการไปเสนองานลูกค้า แต่ทันทีที่ออมสินนึกได้ว่าสวมเสื้อผ้าชุดเดียวกับที่สวมมาเสนองานเมื่อคราวก่อน ออมสินก็ขาดความมั่นใจจนทำให้การพรีเซ็นต์งานเกือบล่ม โชคดีที่ก้องภพสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ หลังเสร็จงานก้องภพก็ยังหนีบเอาออมสินไปกินข้าวเย็นกับจีรสุดาซึ่งทำให้ออมสินฉุนขาด เมื่อรู้ว่าก้องภพเอาเรื่องหนี้สินของออมสินไปเล่าให้จีรสุดาแฟนสาวของเขาฟัง ก้องภพพาออมสินไปส่งที่คอนโดและขึ้นไปส่งถึงที่ห้อง เมื่อเห็นอาการหวาดผวาคนทวงหนี้ ขณะที่นุตพงศ์โทรหาออมสินหลายสาย จนก้องภพต้องตัดรำคาญด้วยการรับสายเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทำให้นุตพงศ์ฉุนขาดและจะคืนเงินให้ก้องภพแทนออมสินแต่ก้องภพไม่ยอม ออมสินออกจากห้องน้ำโดยไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มโทรมาหาเธอ และขอให้ก้องภพมารับไปทำงาน เพราะยังหวาดผวากับแก๊งทวงหนี้ ก้องภพมารับออมสินตามสัญญา และทันทีที่ทั้งคู่ขับรถเข้าไปจอดที่บริษัท นุตพงศ์ที่สะกดรอยตามมาตั้งแต่ที่คอนโดก็เปิดเผยตัว นุตพงศ์ต่อว่าด้วยความเข้าใจผิดว่าก้องภพนอนค้างที่คอนโดของออมสินและจากไปด้วยความโกรธ ออมสินโกรธก้องภพที่เป็นต้นเหตุให้มีปัญหากับแฟน แต่ในเมื่อนุตพงศ์ไปเสียแล้ว ความหวังที่จะหาเงินมาใช้หนี้ก็อยู่ที่ก้องภพคนเดียว ก้องภพเข้ามาที่บริษัทก็ถูกแม่เรียกพบและต่อว่า กล่าวหาว่าก้องภพวางแผนทำให้ออมสินและแฟนมีปัญหากัน

ในการประชุมเรื่อง CSR กองพรเสนอให้ทำซีเอสอาร์ในองค์กรเสียก่อน อิทธิเสนอว่าเขาเคยคุยกับออมสินเรื่อง “การกู้โลก” โดยการลดการใช้จ่าย ไม่ซื้อเสื้อผ้า และของใช้ไม่จำเป็นอย่างน้อยหนึ่งปี ออมสินซึ่งใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะกลุ้มใจที่นุตพงศ์ไม่ยอมรับโทรศัพท์ได้แต่ตกใจ เมื่อได้ยินเช่นนั้น เพราะเธอไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นกับอิทธิสักนิด ส่วนพนักงานคนอื่น ๆ ก็หัวเราะกันครื้นเครง เพราะไม่คิดว่าช้อปปิ้งมาเนียอย่างออมสินจะทำได้ กองพรเห็นเป็นความคิดที่เข้าท่าจึงเสนอว่าถ้าออมสินทำได้จริงจะให้เงินรางวัลห้าหมื่นบาทแก่ออมสิน แต่ถ้าทำไม่ได้ล่ะก็ ออมสินจะต้องจ่ายคืนมาเป็นสองเท่า จากนั้นก็แต่งตั้งก้องภพ, วรุณพร, มุทิตา เป็นคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของออมสิน เพื่อจะได้รู้ว่าตลอดปีนี้ ออมสินจะไม่มีเสื้อผ้าและของใช้ที่ไม่จำเป็นเพิ่มจากของเดิมแม้แต่รายการเดียว

แต่แล้วภคมนก็กลับเอากระเป๋าแบรนด์มือสองมาเสนอขาย ซึ่งทำให้ออมสินต้องข่มใจเป็นอย่างมาก มุทิตาได้รับคำตอบจากธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของออมสิน และพบว่าเธอยังเหลือหนี้ที่ต้องชำระอีก “หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท” หมายความว่าเธอต้องกู้บอสเล็กเพิ่มอีก รวมกับก่อนหน้านี้ก็เท่ากับสองแสนห้าหมื่นห้าพันบาท เพราะฉะนั้นการจะหาเงินไปใช้คืนเขาได้ เธอจะต้องลดรายจ่ายและหารายได้เพิ่ม อิทธิสั่งให้ออมสินเลิกขับรถไปทำงาน เพื่อประหยัดค่าน้ำมัน ค่าที่จอดรถและหารายได้เสริมให้เธอ ซึ่งงานชิ้นแรกก็คือ “สวมชุดมาสคอตแม่วัวตัวใหญ่ยักษ์” ในงานดื่มนมของกระทรวงสาธารณสุขที่บริษัทรับผิดชอบจัดงาน นอกจากออมสินจะต้องรับภาระหนักในการสวมชุดแม่วัวที่มีเด็ก ๆ มารุมล้อม ทั้งทุบทั้งผลักแล้ว เธอยังต้องปิดบังไม่ให้ก้องภพและภคมนที่มาคุมงานรู้ด้วยว่าเป็นเธอ

วันที่คณะกรรมการมาตรวจสอบทรัพย์สินที่ห้องพัก ออมสินรู้ว่าวรุณพรพยายามจับผิดว่าเธอกับก้องภพเป็นแฟนกันตามแผน จึงแกล้งชวนก้องภพไปคุยแบบลับ ๆ ล่อ ๆ เพื่อให้วรุณพรได้ยิน และเข้าใจไปเองว่าก้องภพได้มาค้างที่ห้อง หลังจากสำรวจทรัพย์สินเป็นที่เรียบร้อย ก้องภพก็เสนอแถมบังคับด้วยอำนาจความเป็นเจ้าหนี้ให้ออมสินขี่จักรยานไปทำงาน โดยเขาจะยืมจักรยานที่จีรสุดามีอยู่หลายคันมาให้ใช้ ออมสินต้องขี่จักรยานหอบแฮ่ก ๆ ไปทำงานไม่พอ ยังถูกดัดหลัง โดย “มือที่มองไม่เห็น” เมื่อนุตพงศ์มาดักรอที่หน้าบริษัท นุตพงศ์ยื่นเช็คให้ออมสินเพื่อให้เธอนำไปใช้หนี้ แต่ก้องภพกลับคว้ามาฉีก นุตพงศ์จึงกลับไปด้วยความโกรธ ออมสินเข้ามาในบริษัทแต่กลับถูกนายหญิงจับผิดอีกว่า เธอกับลูกชายของเขาไม่ได้เป็นแฟนกันและปิดบังแผนการอะไรไว้ เป็นวันที่สองแล้วที่ออมสินพบว่ามีหนังสือซึ่งหาตัวเจ้าของไม่ได้มาวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ เป็นหนังสือธรรมะที่สอนให้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เธอสอบถามป้าน้อย แม่บ้านก็ไม่รู้ว่าใครนำมาวาง ป้าน้อยยังพยายามเสนอเงินกู้ให้เธออีกตามเคย ออมสินหยิบหนังสือกลับไปอ่านที่คอนโด และนำกลับมาวางคืนไว้ที่โต๊ะตัวเอง จากนั้นจึงพบว่าหนังสือนั้นหายไป และไม่รู้ว่าเจ้าของตัวจริงจะมาเอาคืนไปหรือเปล่า แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของหนังสือตัวจริงเป็นใคร ครั้นออมสินไปสอบถามมุทิตาและอิทธิก็พบว่าไม่ใช่ของสองคนนั้น

จู่ ๆ อิทธิทำตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัว บอกกับออมสินว่าเขารับงานพิเศษมาให้ โดยไม่ถามความสมัครใจจากออมสินสักคำ งานนั้นคืองานดูแลคนป่วย ซึ่งคนป่วยที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น เอื้อมพร (เดือนเต็ม สาลิตุล) พี่สาวของนายหญิง ซึ่งเป็นป้าแท้ ๆ ของก้องภพนั่นเอง เอื้อมพรเป็นโปลิโอเดินไม่ได้ตั้งแต่เด็ก คนรับใช้ที่คอยดูแลก็ลากลับบ้าน ขณะที่นายหญิงก็ไปต่างจังหวัดกับสามี ออมสินจึงต้องมาดูแลเธอ แต่สิ่งที่น่าหวั่นเกรงคือการรับมือกับอารมณ์ฉุนเฉียวของเอื้อมพร ซึ่งก้องภพอธิบายว่าป้าของเขามีอาการ “ไบโพลาร์” หรืออารมณ์สองขั้ว เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับคนแก่อารมณ์แปรปรวนแล้ว ออมสินยังต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับก้องภพถึงสองวันสองคืน แถมระหว่างนั้นภคมนยังตามมาก่อกวนถึงที่บ้านอีก แต่มีความจริงข้อหนึ่งที่ทำให้ออมสินตกใจคือ เธอพบหนังสือที่เคยวางอยู่ที่โต๊ะเธอมาปรากฏในชั้นหนังสือของบ้านนี้ มันเป็นเล่มเดียวกันแน่ ๆ เพราะเธอจำคราบกาแฟที่เธอบังเอิญทำหกเลอะไว้ ออมสินสอบถามเอื้อมพรแต่ก็ยังไม่รู้แน่ชัดอยู่ดีว่าเป็นของนายหญิงหรือบอสเล็กกันแน่

ในการประชุมเตรียมงานฉลองการก่อตั้งบริษัทครบสิบห้าปี ออมสินเสนอ “โครงการทำบัญชีรายรับรายจ่าย” ขณะที่ก้องภพเสนอให้ทำ “โครงการปลูกผักบนดาดฟ้า” แล้วนำเงินรายได้จากการขายผักไปทำการกุศล โดยมัดมือชกให้ออมสินเป็นแม่งานร่วมกับเขา วรุณพรได้ยินออมสินทะเลาะกับก้องภพ และก้องภพบอกว่าจะไปกินข้าวเย็นกับจีรสุดา แต่ออมสินก็แก้ตัวได้ว่าเป็นการประชดประชันกัน เพราะความหึงหวงจู่ ๆ นุตพงศ์ก็โทรมานัดกินข้าวเย็นแต่ออมสินจำต้องปฏิเสธ เพราะนายหญิงกับนิภาพรรณชวนให้ไปเลือกของขวัญให้ลูกค้า ออมสินต้องพยายามข่มอกข่มใจอย่างมาก เมื่อไปเห็นของสวย ๆ งาม ๆ มากมาย เธอลูบคลำสร้อยเส้นสวย และเกือบตัดสินใจซื้อถ้ามุทิตาที่มาด้วยไม่ห้ามไว้เสียก่อน ที่โต๊ะอาหารเย็น นายหญิงยื่นประวัติชีวิตของวอร์เรน บัฟเฟต มหาเศรษฐีที่ใช้ชีวิตสมถะ และทำเพื่อสังคมให้ออมสินอ่าน ทำให้ออมสินซึ่งเป็นวัวสันหลังหวะอดคิดที่จะสารภาพความผิดกับนายหญิงไม่ได้ คืนนั้นออมสินพยายามติดต่อนุตพงศ์ แต่อีกฝ่ายไม่รับสาย

ออมสินจึงต้องเข้าไปอัพเดทเรื่องราวในบล็อกตามปกติ รุ่งขึ้นนุตพงศ์มารอรับออมสินที่คอนโด เขาเสนอเงินให้เธอนำไปใช้หนี้อีกครั้ง พร้อมกับตำแหน่งงานในบริษัทคู่แข่งที่อุตส่าห์ไปติดต่อไว้ให้ พอเห็นออมสินลังเลเขาก็ยื่นข้อเสนอให้เธอคิดแค่อีกวันเดียว ไม่อย่างนั้นเขาจะนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อหุ้น เพื่อไม่ให้เสียโอกาสการลงทุน เท่านั้นไม่พอเขายังจะไปบอกความจริงทั้งหมดกับกองพร ออมสินต้องรีบขัดขวางทำให้นุตพงศ์โกรธว่าออมสินไม่ได้ทำงานอยู่ที่เดิมเพราะเป็นหนี้ แต่เพราะเหตุผลอื่นมากกว่า ออมสินก้าวเข้ามาพบบรรยากาศตึงเครียดผิดสังเกตในที่ทำงาน และเลขาฯ ของนายหญิงก็ตามตัวเธอให้เข้าพบทันที ออมสินเข้ามาพบก้องภพรออยู่ในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนแล้ว เธอคิดว่านุตพงศ์โทรหานายหญิงแล้วแน่ ๆ จึงชิงสารภาพก่อนเผื่อว่าโทษหนักจะได้กลายเป็นเบา ออมสินปฏิเสธว่าไม่เคยมีความคิดจะไปทำงานบริษัทคู่แข่ง แต่ปรากฏว่ากองพรไล่ทั้งคู่ออกไปจากห้อง

โดยต่อว่าให้ไปเตี๊ยมกันมาให้ดีเสียก่อน นั่นทำให้ออมสินรู้ว่านายหญิงต่อว่าก้องภพเรื่องไปกินข้าวเย็นกับจีรสุดาต่างหาก และที่นายหญิงรู้ได้ก็เพราะวรุณพรเป็นสายสืบ อิทธิเสนอให้ทั้งสองตัดขาดความสัมพันธ์กับคนรักของตัวเองสักพักเมื่อถูกอิทธิกับมุทิตาข่มขู่ วรุณพรก็ขอโทษขอโพยว่าไม่ได้ตั้งใจ แค่บอกข้อมูลแก่ภคมนโดยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตามไปถ่ายภาพก้องภพกินอาหารเย็นกับจีรสุดาแล้วส่งให้ นายหญิงดูอิทธิเปลี่ยนท่าทีจากที่เคยข่มขู่มาเป็นการพูดดีกับวรุณพร เป็นการใช้กลยุทธ์ดึงศัตรูมาเป็นพวกช่วยไกล่เกลี่ย และใช้วาทศิลป์อันเป็นเลิศทำให้ออมสินกับวรุณพรเจรจาสงบศึก ทว่าออมสินยังไม่คลายใจที่ต้องรับวรุณพรเป็นเพื่อน คืนนั้นอิทธิพาสองสาวและมุทิตาไปเลี้ยงฉลองความสัมพันธ์ วรุณพรดื่มเหล้าไปก็เปิดเผยความคับข้องใจให้ฟังว่ามาจากครอบครัวที่คาดหวัง ความสมบูรณ์แบบจากเธอตลอดเวลา ออมสินได้ยินแล้วอดที่จะเห็นใจเธอไม่ได้ คืนนั้นวรุณพรต้องไปค้างที่คอนโดของออมสิน เนื่องจากไม่สามารถกลับไปให้แม่เห็นว่า ตนอยู่ในสภาพเมามายได้ ต้องอยู่จนสร่างเมาแล้วค่อยกลับไปในตอนเช้า

รุ่งขึ้น กองพรมอบหมายงานที่อีเวนท์ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นของวรุณพรให้ออมสินกับก้องภพไปทำด้วยกัน ก้องภพรีบปฏิเสธ เพราะมีงานแสดงภาพถ่ายที่เขาต้องไปร่วมพิธีเปิดกับจีรสุดา แต่กองพรไม่รับฟัง ออมสินก็อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่ต่างกัน จีรสุดายื่นคำขาดให้ก้องภพเลือกไปดูแสงเหนือ กับเธอที่สวีเดนกับการทำงานกับแม่ต่อไป ซึ่งหมายถึงให้เลือกระหว่างเธอและแม่ ก้องภพปฏิเสธ เพราะตั้งใจไว้แล้วว่า ปีนี้จะไม่เดินทางไปต่างประเทศ จีรสุดาจากไปด้วยความโกรธ เพราะคิดว่าแม่ของก้องภพจับคู่ให้เขากับออมสิน ส่วนภคมนเป็นแค่ตัวหลอก

ออมสินและก้องภพมานั่งปรับทุกข์กันไปปลูกผักบนดาดฟ้าไป ตอนนี้ทั้งสองไม่ทะเลาะกันอีกแล้ว ซึ่งก้องภพก็ไม่แน่ใจว่าระหว่างเขากับออมสินเป็นไปอย่างที่จีรสุดาตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ก้องภพและออมสินประหลาดใจที่พบว่าภคมนมาที่ภูเก็ตด้วย ภคมนแย่งเอาก้องภพไป ส่วนออมสินก็ก้มหน้าก้มตาทำงานจนดึกดื่น แต่แล้วความอดทนของออมสินก็ถึงขีดสุด เมื่อเห็นก้องภพนั่งดื่มกินอยู่กับภคมนอย่างสนิทสนม จึงตั้งใจจะแกล้งภคมนให้ได้อาย ออมสินปราดเข้าไปต่อว่าภคมนที่มายุ่งกับแฟนของเธอเล่นเอาก้องภพตกตะลึง แต่เมื่อออมสินสาสมใจแล้วกลับพบนุตพงศ์ที่ตามมาเพราะคำแนะนำจาก “ผู้หวังดี” จากที่นุตพงศ์เคยเข้าใจว่าก้องภพคิดแผนการนี้ขึ้น ฃเพื่อหวังฉวยโอกาส แต่ตอนนี้เขาต่อว่าออมสินที่ปลดหนี้ โดยเอาตัวเข้าแลกแล้วจากไปอย่างไม่ใยดี ออมสินต่อว่าภคมนที่ใช้วิธีสกปรกแต่ภคมนไม่ได้เป็นคนบอกให้นุตพงศ์มา ขณะที่ก้องภพมั่นใจว่าแม่ของเขาไม่ใช้วิธีสกปรกแบบนี้แน่ ภคมนสงสัยเรื่องหนี้สินของออมสินจากบทสนทนาที่ได้ยิน แต่ก้องภพหาทางแก้ตัวให้ทัน ทั้งสองยังข้องใจว่าใครกันที่เป็นคนบอกให้นุตพงศ์มาที่ภูเก็ตเป็นวรุณพรหรือว่าจีรสุดา

วันฉลองครบสิบห้าปีของบริษัท หลังจากทำบุญในตอนเช้าเสร็จก็ไปเลี้ยงอาหารคนชรา ออมสินพลอยนึกถึงปู่ย่าที่เธอไม่เคยกลับไปดูแล ในงานเลี้ยงออมสินเอาเครื่องประดับออกมาขาย เพื่อหาเงินไปบริจาคบ้านพักคนชรา จีรสุดาปรากฏตัวที่งานเพื่องัดข้อกับกองพร แต่ก็ต้องล่าถอยไปด้วยความคับข้องใจ หลังจากเอาเงินไปบริจาคแล้ว ออมสินก็มาทำงานด้วยใจที่อิ่มเอม แต่เหมือนฟ้าผ่ากลางบริษัทเมื่อนายหญิงบอกว่าสร้อยที่เธอสวมไม่มีอยู่ในบัญชีทรัพย์สินของเธอ ออมสินมั่นใจว่าเธอไม่ได้ซื้ออะไรใหม่เลย และจำไม่ได้ว่าสร้อยนี้เป็นของเธอหรือไม่หรือซื้อมาตั้งแต่ตอนไหน อิทธิสงสัยวรุณพรซึ่งเคยไปค้างที่คอนโดของออมสิน ครั้นไปรีดความจริงโดยการอ้างภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ติดเอาไว้ตั้งแต่ตอนออมสินถูกเจ้าหนี้ตาม วรุณพรก็ยอมรับว่าแอบเอาสร้อยไปใส่ไว้ในกล่องเครื่องประดับของออมสินจริง ๆ อิทธิรีบไปบอกนายหญิง และนายหญิงกำชับไม่ให้อิทธิบอกกับออมสินว่าเธอรู้ความจริงแล้ว ก้องภพนัดเจอจีรสุดาเพื่อปรับความเข้าใจ ก้องภพมาถึงก่อนเวลาจึงนั่งดูคลิปหนังสั้นที่ตัวเองตัดต่อเสร็จ ซึ่งทำให้จีรสุดาหึงหวงออมสิน โดยที่ก้องภพไม่รู้ตัว

ก้องภพขอเวลาพิสูจน์ตัวเองหนึ่งปี โดยระหว่างนี้ให้เขาและเธอห่างกันก่อน เพื่อให้แม่ของเขาตายใจ ออมสินพบว่าวิทยากรที่นายหญิงเชิญมาให้ความรู้พนักงานเรื่องชีวิตพอเพียงและการทำบัญชีก็คือการดีนั่นเอง ออมสินปรับทุกข์กับการดีเรื่องเงินแสนที่ต้องจ่ายให้นายหญิง การดีให้กำลังใจออมสิน และบอกว่าเธอโชคดีที่มีกัลยาณมิตรช่วยให้เธอพ้นจากหนี้ รวมทั้งก้องภพและ “มือที่มองไม่เห็น” ออมสินสงสัยเหลือเกินว่าหมายถึงใคร วรุณพรเข้ามาขอโทษออมสิน ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน วรุณพรยอมรับว่าไม่ได้บอกนายหญิงเรื่องออมสินเป็นหนี้ รวมถึงไม่ได้เป็นคนบอกให้นุตพงศ์ตามไปที่ภูเก็ต แต่แล้วหนังสั้นที่มีออมสินเป็นตัวละครเอกก็ถูกอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์ยูทูบ ออมสินรู้ว่าคนทั้งบริษัทและนายหญิงคงรู้ความจริงที่เธอปิดบังแล้ว ออมสินเข้าไปสารภาพความผิดกับนายหญิง แต่กลับได้พบสีหน้าขบขันแทนที่จะเป็นการเกรี้ยวกราด แล้วกองพรก็เฉลยความจริงว่า ทั้งหมดเป็นแผนการของเธอที่ร่วมมือกับอิทธิและมุทิตาตั้งแต่เรื่องแฟกซ์ ส่งเธอไปแม่ฮ่องสอน แม้แต่เรื่องภคมน วัตถุประสงค์ของกองพรก็เพื่อดัดนิสัยลูกน้องคนโปรดให้สามารถปลดหนี้ได้ และดัดนิสัยลูกชายให้ทำตัวมีสาระและมาบริหารงานเสียที ก้องภพเริ่มต้นที่จะคบหากับออมสินอย่างจริงจัง เพราะจีรสุดาไม่สามารถรับการที่เขาจะมาดูแลธุรกิจได้ และเขาก็รับไม่ได้กับการที่จีรสุดานำหนังสั้นของออมสินไปเปิดเผย ส่วนออมสินก็พบว่าถ้าเธอยังคบหากับนุตพงศ์ต่อไปคงเลิกนิสัยบริโภคนิยมไม่ได้

ในงานเลี้ยงฉลองรางวัลนักธุรกิจหญิงดีเด่น ที่กองพรเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัล กองพรขึ้นไปกล่าวถึงการบริหารงานของเธอที่ออกกฎไม่ให้พนักงานมีหนี้ เธอไม่ต้องการให้พนักงานมีนิสัยบริโภคนิยม และไม่บ่มเพาะหนี้สิน เนื่องจากหนี้สินคือจุดเริ่มต้นของการทุจริต หลังจากนั้นก็เป็นการฉายภาพวิถีชีวิตของสำนักงาน ได้แก่ การทำบัญชีรายรับรายจ่ายในสมุดบัญชีบ้าง ในสมาร์ทโฟนบ้าง การปลูกผักบนดาดฟ้า และการปั่นจักรยาน มาทำงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือภาพของออมสินที่ปลดหนี้ได้สำเร็จ ออมสินกับก้องภพกุมมือกันขณะชมภาพเหล่านั้นด้วยความชื่นใจ แต่แล้วการปรากฏตัวของเอื้อมพรที่มาร่วมแสดงความยินดีแก่น้องสาวก็ทำให้ออมสินเซอร์ไพรส์สุด ๆ เนื่องจากเอื้อมพรเดินมาอย่างกระฉับกระเฉง เอื้อมพรเฉลยว่าเธอก็เป็นหมากตัวหนึ่งในแผนการของกองพรเช่นกัน เพื่อสอนให้ออมสินรู้จักค่าของเงิน

ออมสินไปงานเปิดตัวพ็อกเกตบุ๊ก นุตพงศ์มาร่วมงานและขอคืนดีแต่ออมสินปฏิเสธไป เพราะตอนนี้รู้จักตัวเองดีแล้วว่าไม่สามารถเข้ากับเขาได้ ออมสินได้รับเช็คค่าลิขสิทธิ์ต้นฉบับและเอามาใช้หนี้ก้องภพ แต่ปรากฏว่าเจอก้องภพกำลังอ่านโปสการ์ดที่จีรสุดาส่งมาจากอัมสเตอร์ดัม ก้องภพบอกว่าจีรสุดาชวนไปที่นั่น และเขาก็ตั้งใจว่าจะไป เพราะใกล้ครบกำหนด 1 ปีที่งดเที่ยวต่างประเทศแล้ว ออมสินงอนหนีขึ้นไปที่ดาดฟ้าที่ใช้ปลูกผัก ก้องภพตามไปง้อและบอกว่าที่จีรสุดาชวนไปอัมสเตอร์ดัมนั้นคือชวนไปงานแต่งงาน ก้องภพชวนออมสินให้ไปด้วยกัน ออมสินบอกว่าไม่มีเงิน ก้องภพเสนอจะให้ยืม ออมสินแย้งว่าตนเองเพิ่งจะใช้หนี้ก้องภพไปแหม็บ ๆ แต่ก้องภพก็ยืนยันจะให้ออมสินยืมเงิน เพราะอยากให้ออมสินเป็นลูกหนี้ที่รักของเขาตลอดไป

การทำบัญชีครัวเรือนและแผนมหัศจรรย์เลขสาม กลยุทธ์เหล่านี้ จะสามารถพาออมสินสาวนักช้อปไร้สติกิเลสหนา ให้หลุดพ้นจากบ่วงหนี้ เพื่อชีวิตที่พอเพียงตามแนวพระราชดำริได้อย่างไร? ติดตามชมความสนุกสนานเหล่านี้ได้ใน ละครลูกหนี้ที่รัก

บทประพันธ์โดย : ชาครียา
บทโทรทัศน์โดย : ศันสนีย์ ตุลยธนบดี / ศุภวรรณ ทองขลิบ
กำกับการแสดงโดย : ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ผลิตโดย : บริษัท มายน์แอทเวิร์คส์ จำกัด

นักแสดง
พิชญะ นิธิไพศาลกุล รับบท บอสเล็ก/ก้องภพ 
จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ออมสิน
รัชนี ศิระเลิศ รับบท กองพร 
สาลินี ปันยารชุน รับบท นิภาพรรณ 
พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร รับบท อิทธิ 
อนุสรา วันทองทักษ์ รับบท จิ๋ง/มุทิตา 
นนทพร ธีระวัฒนสุข รับบท พิ้งกี้/วรุณพร 
ธนิดา กาญจนวัฒน์ รับบท จีรสุดา 
เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์ รับบท ภคมน
ตรีพล พรมสุวรรณ รับบท การดี 
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท นงนุช 
รัฐภูมิ ไข่นาค รับบท นุตพงศ์ 
เดือนเต็ม สาลิตุล รับบท เอื้อมพร 


ละคร ร่านดอกงิ้ว 2565 (EP.1-33 ตอนจบ) HD END

เรื่องราวของชีวิตหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ถูกความร่านของชายโฉดทิ่มแทงหัวใจและร่างกายจนยับเยิน เธอเลยใช้ซากชีวิตของเธอ คือเล่ห์ลวงและเรือนร่าง เป็นอาวุธในการชำระแค้น พร้อมฟาดทุกคนให้ย่อยยับจนร่านนั้นคืนสนอง พร้อมตีแผ่สังคมถึงความไม่เท่าเทียมกันของผู้ชายและผู้หญิง และชีวิตพื้นฐานของครอบครัวในทุกตัวละครมาหล่อหลอมเรื่องราวมากมายให้คุณคาดไม่ถึงจนเป็นบทเรียนสอนใจ



ละคร ร่านดอกงิ้ว 2564

ละคร ร่านดอกงิ้ว 2564

ละคร ร่านดอกงิ้ว 2564 EP.1-33 ตอนจบ

ตัวอย่าง ร่านดอกงิ้ว 2564

[MV] เพลงร่านนั้นคืนสนอง – มัม ลาโคนิคส์ ost. ร่านดอกงิ้ว


นาว สาวชาวเขาวัย 17 ปี รีบเข้ากรุงเทพฯ ทันทีที่รู้ว่าตัวเองท้อง เพื่อตามหา พิทูร ผู้บริหารหนุ่มหล่อของบริษัท พีท เมดิคอล เพื่อทวงสัญญาที่พิทูรจะมาสู่ขอนาวจากพ่อแม่ แต่นาวพบว่าพิทูรกำลังจะแต่งงานกับ เพ็ญโพยม ไฮโซสาวที่หลงรัก และยอมทุ่มเงินเข้าช่วยอุ้มธุรกิจของพิทูร เพ็ญโพยมทนไม่ได้ที่นาวมาทวงสิทธิ์ จึงสั่งเก็บนาวอย่างโหดเหี้ยม แต่ พ่อเลี้ยงพันลือ เจ้าของโรงแรมเครือพรรณราย เพื่อนของพิทูร ช่วยเหลือนาวไว้ ลี พ่อของนาว โดนครอบครัว ซอ คู่ปรับของนาว เหยียดหยามให้อับอายจนต้องเผาบ้านฆ่าตัวตาย นาวแค้นที่ชีวิตพังเพราะพิทูร

นาววางแผนใช้ร่างกายและเด็กในท้องจับพันลือ แต่พันลือเป็นหมัน ทำให้นาวสิ้นหวัง นาวลงมือทำแท้งตัวเองจนอาการปางตาย ทำให้พันลือรู้สึกละอายใจที่ฉวยโอกาส พันลือตัดสินใจยอมรับเด็กในท้องนาวเป็นลูก และเมื่อนาวคลอด ลูกศร พันลือให้นาวเปลี่ยนชื่อเป็น สร้อยสน และจดทะเบียนรับเป็นภรรยา สร้างความผิดหวังให้กับ อรรณพ หนุ่มชาวเขา ว่าที่คุณหมอ ที่แอบหลงรักสร้อยสนมาตั้งแต่เด็ก

ต่อมาพันลือเสียชีวิต สร้อยสนต้องเข้าบริหารงานแทน โดยมี ปัทม์ เลขาฯ ของพันลือ คอยสอนงานและช่วยบริหารทุกอย่าง ด้านพิทูรหลังแต่งงานและพบว่าเพ็ญโพยมไม่สามารถมีลูกให้เขาได้ดังใจหวัง เขาจึงใช้ชีวิตเป็นเพลย์บอยต่อไป ส่วนเพ็ญโพยมคอยตามราวีผู้หญิงทุกคนจนอื้อฉาวไม่เว้นวัน ถึงชีวิตคู่จะร้อนเป็นไฟ แต่ความรักทำให้เพ็ญโพยมไม่อาจตัดใจเลิกรากับพิทูรได้

20 ปีต่อมา เพ็ญโพยมโดนบีบให้ลงจากตำแหน่งเพราะข่าวฉาวของเพ็ญโพยมกับพิทูร แต่เพราะสร้อยสนที่เข้ามาช่วยเหลือโดยอ้างความเป็นเพื่อนที่พันลือมีกับพิทูรมาก่อน ทำให้เพ็ญโพยมรอดมาได้ สร้อยสนสะใจที่พิทูรกับเพ็ญโพยมจำสร้อยสนไม่ได้ สร้อยสนวางแผนแทรกแซงในธุรกิจและชีวิตคู่ เพื่อทำให้เพ็ญโพยมทุกข์ทรมานกับปัญหาที่รุมเร้าราวกับตกนรกทั้งเป็น

โยธิน หลานชายของเพ็ญโพยม เข้ามาทำงานที่โรงแรมเพราะแอบชอบลูกศร เมื่อโยธินได้เห็นสร้อยสนทำร้ายจิตใจลูกศรด้วยความเกลียดชัง ทำให้โยธินคอยช่วยเหลือลูกศรอยู่ตลอดเวลา สร้อยสนจ้างไซด์ไลน์มาปั่นหัวเพ็ญโพยมและยั่วยวนจนพิทูรลุ่มหลงสร้อยสนหัวปักหัวปำ

ปัทม์พยายามตลบหลังสร้อยสนด้วยการบอกเพ็ญโพยมว่าแท้จริงแล้ว สร้อยสนคือคนที่กำลังทำลายชีวิตของเพ็ญโพยมอยู่ ทำให้เธอถึงกับคลุ้มคลั่งที่โดนหักหลัง เธอตบตีสร้อยสนแต่พิทูรปกป้องสร้อยสน และตัดสินใจฟ้องหย่าเพ็ญโพยม เพื่อหวังไปเกาะสร้อยสน แต่สร้อยสนดึงโยธินมาอ้างเป็นคนรัก ทำให้ลูกศรรับไม่ได้ที่แม่กับชายที่รักหักหลัง

ความเจ็บช้ำของลูกศรเปิดทางให้พิทูรและลูกศรใกล้ชิดกันจนถึงขั้นจดทะเบียนสมรสกัน โดยที่ทั้งคู่ไม่เคยรู้ถึงความลับที่สร้อยสนพยายามปิดบังเอาไว้ และแล้วแผนการแก้แค้นที่ไม่ทันได้วางเอาไว้ แต่กลับได้ผลดีที่สุดของสร้อยสนก็เกิดขึ้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไร

บทประพันธ์โดย : นันทนา วีระชน
บทโทรทัศน์โดย : การเวก
กำกับการแสดงโดย : ศรา ยืนยง
ผลิตโดย : บริษัท กู๊ดบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

นักแสดง
ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม รับบท สร้อยสน/นาว
ทอย ปฐมพงศ์ เรือนใจดี รับบท โยธิน
นนนี่ ณัฐชา ชูมักเคอร์ รับบท ลูกศร
ออย ธนา สุทธิกมล รับบท พิทูร
เบนซ์ ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ รับบท เพ็ญโพยม
บีม กวี ตันจรารักษ์ รับบท อรรณพ
ธันน์ ธนากร รับบท ปัทม์
แมทธิว ดีน รับบท พ่อเลี้ยงพันลือ
เจี๊ยบ นนทิยา จิวบางป่า รับบท จันทร์หอม
หนิม คนึงพิมพ์ ธนพิชชากรณ์ รับบท กัลยา
แพง ภิชาภัช มหาทิตยากุล รับบท ซอ
เอิร์ธ สหรัถ ปัญญาศาสตร์ รับบท พิชิตศึก
พิม พิมจันทร์ พิชยะสูตร รับบท สับปะรด
อีฟ ไอยวริญร์ ชื่นชอบ รับบท หนามเตย
ต้อม ณหทัย พิจิตรา รับบท ยุวดี
อรศรี ฮอนโนลด์ บาเลนซิเอก้า รับบท คุณหญิงพันธ์เครือ


ซีรีส์ วุ่นนักสื่อรักโชซอน 2565 (EP.1-16 ตอนจบ) HD END

ภารกิจครั้งสำคัญของสำนักงานจัดหาคู่ Flower Crew ที่ต้องทำให้รักแรกขององค์กษัตริย์กลายร่างจากสาวสามัญชนกลายเป็นสาวสังคมชั้นสูงให้จงได้ เพื่ออะไรและจะสำเร็จหรือไม่ มาเอาใจช่วยไปพร้อมกัน


ซีรีส์ วุ่นนักสื่อรักโชซอน 2565

ซีรีส์ วุ่นนักสื่อรักโชซอน 2565

“Flower Crew : Joseon Marriage Agency วุ่นนักสื่อรักโชซอน” ซีรีส์พีเรียดย้อนยุคแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ ที่ได้รวบรวมชายหนุ่มหน้าตาดีมาอยู่ในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น คิมมินแจ รับบทเป็น “มาฮุน” ส่วน พัคจีฮุน รับบทเป็น “โก ยองซู” และ บยองอูซอก รับบทเป็น “โดจุน” 3 หนุ่มรูปงามแห่งเอเจนซี่หาคู่ยุคโชซอน

เรื่องราวของ องค์กษัตริย์อีซู แสดงโดย ซอจีฮุน โดยก่อนหน้าที่จะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์นั้น พระองค์เคยเป็นสามัญชนที่ทำงานเป็นช่างตีเหล็กมาก่อน ซึ่ง แกดง รับบทโดย กงซึงยอน สามัญชนผู้ต้อยต่ำเป็นรักแรกของพระองค์ก่อนที่จะกลายเป็นกษัตริย์ แต่หลังจากครองราชย์แล้วองค์กษัตริย์อีซู ก็ยังคงมอบหัวใจให้แกดงเพียงคนเดียว แต่ทว่าการจะได้ครองคู่กันระหว่างกษัตริย์ผู้สูงส่ง กับ หญิงผู้ต้อยต่ำคงจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเพื่อจะสมหวังในความรัก กษัตริย์อีซู จึงทรงรับสั่งให้ว่าจ้างสำนักงานจัดหาคู่เพื่อการแต่งงานที่มีชื่อเสียงเลื่องลือมากสุดในโชซอน อย่าง กดพาดัง หรือ Flower Crew เข้ามาช่วยในภารกิจสำคัญครั้งนี้

ที่สำคัญทีมงานเป็นชายล้วนทั้งทีม แถมแต่ละคนล้วนเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มีความรู้ ความสามารถ และประวัติความเป็นมาไม่ธรรมดา เริ่มกันที่ มาฮุน รับบทโดย คิมมินแจ เป็นหัวหน้าทีมและยอดนักจัดหาคู่ของโชซอน ต่อกันที่ โก ยองซู รับบทโดย พัคจีฮุน เป็นที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์คนแรกของโชซอน ส่วน โดจุน รับบทโดย บยองอูซอก เป็นสายข่าวดีที่สุดในฮันยาง เขาเพียบพร้อมทั้งรูปโฉม สติปัญญา ความรู้ความสามารถ เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะแทบทุกด้านแต่ชอบดื่มสุราเคล้านารี แม้ทำตัวเหมือนเพลย์บอยแต่เขาไม่ได้สนุกไปวัน ๆ หน้าที่เขาคือการสืบประวัติและรวบรวมข่าวสำคัญในโชซอน และพวกเขาจะช่วยแปลงโฉมแกดงให้กลายเป็นหญิงสูงศักดิ์ได้หรือไม่


ละคร ทางเดินแห่งรัก 2557 (EP.1-13 ตอนจบ) HD END

ทางเดินแห่งรัก เรื่องราวมิตรภาพ การงาน ความรัก ของหญิงสาวสี่คนกับผู้คนและครอบครัวที่อยู่รายรอบตัว ชีวิตรักที่แสนยุ่งเหยิง แต่ก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน บางขณะก็แอบเศร้าเคล้าน้ำตา สอดแทรกสาระเกี่ยวกับสัมพันธภาพระหว่างชายหญิงในแง่มุมใหม่ ๆ ประเด็นเผ็ดร้อนที่เป็นจุดสนใจของผู้คนในสังคมเมืองปัจจุบัน ทั้งการกำราบเมียน้อยสุดมันส์ การวุ่นวายอยู่กับการอยากมีลูก ความสับสนของชีวิตสาวโสดวัยทำงานที่ต้องเลือกระหว่างงานกับความรัก รวมไปถึงความรักอันยุ่งเหยิงชุลมุนแบบวัยรุ่นของสาวน้อยรุ่นเล็ก



ละคร ทางเดินแห่งรัก 2557

ละคร ทางเดินแห่งรัก 2557

ละคร ทางเดินแห่งรัก 2557 EP.1-13CH3

หากฉัน Ost.ทางเดินแห่งรัก | โบว์ลิ่ง มานิดา | Official MV

เราสองคนบนทางแห่งรัก Ost.ทางเดินแห่งรัก | มิสเตอร์ทีม | Official MV

ละคร ทางเดินแห่งรัก 2557

เรื่องราวมิตรภาพ การงาน ความรัก ของหญิงสาวสี่คนกับผู้คนและครอบครัวที่อยู่รายรอบตัว ชีวิตรักที่แสนยุ่งเหยิง แต่ก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน บางขณะก็แอบเศร้าเคล้าน้ำตา สอดแทรกสาระเกี่ยวกับสัมพันธภาพระหว่างชายหญิงในแง่มุมใหม่ ๆ ประเด็นเผ็ดร้อนที่เป็นจุดสนใจของผู้คนในสังคมเมืองปัจจุบัน ทั้งการกำราบเมียน้อยสุดมันส์ การวุ่นวายอยู่กับการอยากมีลูก ความสับสนของชีวิตสาวโสดวัยทำงานที่ต้องเลือกระหว่างงานกับความรัก รวมไปถึงความรักอันยุ่งเหยิงชุลมุนแบบวัยรุ่นของสาวน้อยรุ่นเล็ก

ศศิ อ้อม ซัน และเจน สี่เพื่อนสาวร่วมก๊วนที่เมาท์กันได้ทุกเรื่องตั้งแต่ประเด็นแฟชั่น ความงาม คนข้างบ้าน ความรัก ไปจนถึงปัญหาครอบครัว อ้อม ซัน และเจนเป็นเพื่อนบ้านที่รู้จักคุ้นเคยกันเพราะอยู่คอนโดเดียวกัน ส่วนศศิเป็นเพื่อนรักของอ้อมตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จึงไปมาหาสู่อ้อมบ่อย ๆ จากที่พูดคุยกันถูกคอก็ค่อย ๆ สนิทกันมากขึ้นจนกลายเป็นเพื่อนรัก

ศศิแต่งงานแล้วกับโจ มีลูกชาย วัย 7 ขวบ และลูกสาว 5 ขวบ เธอออกจากงานมาหลายปีแล้วเพื่อเป็นแม่บ้านเต็มตัว ดูเผิน ๆ เหมือนชีวิตศศิจะสบายมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่แท้ที่จริงแล้ว โจยังชอบมีเรื่องไปพัวพันกับสาว ๆ คนอื่นอยู่เสมอ จนศศิต้องตามไปกำราบทุกทีไป และยังมีผู้หญิงคนที่สอง สาม สี่ และอื่น ๆ ตามมา ซึ่งโจตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่าจะไม่เลี้ยงดูใครแบบเป็นตัวเป็นตน

อ้อมทำงานเป็นบรรณาธิการนิตยสารฉบับหนึ่ง แต่งงานกับ วิน หมอหนุ่มนิสัยเรียบร้อย ทั้งคู่แต่งงานมาหลายปียังดูรักกันหวานชื่น เพียงแต่ยังไม่มีลูก เมื่อเธอไปเยี่ยมพ่อแม่วินครั้งล่าสุด พี่สาวของวินกำลังท้อง ทุกคนในครอบครัวดีใจแต่ก็ฝากความหวังไว้ที่วินว่าจะมีลูกไว้สืบสกุลเพราะวินเป็น ลูกชายคนโต แม่ของวินเริ่มถามคำถามกดดันอ้อมว่าทำไมยังไม่มีลูก แต่อ้อมก็ตอบไม่ได้ และนั่นคือความกดดันทางใจที่ทำให้อ้อมคิดเสมอว่าชีวิตคู่ของเธอยังไม่สมบูรณ์ จึงวุ่นวายอยู่กับเรื่องอยากท้อง เธอพาวินไปตรวจพร้อมกันก็ไม่มีใครมีปัญหาอะไร เธอจึงเริ่มนับวันไข่ตก ไปเล่นโยคะ กินวิตามินเสริมสารพัดอย่าง งานที่สำนักพิมพ์คือหน้าที่หลัก ส่วนหน้าที่รองคือทำการทดลองทุกอย่างที่จะช่วยให้มีลูก

ซันคือตัวแทนของชีวิตผู้หญิงโสดวัยทำงาน ด้วยตำแหน่ง Marketing Director ซันทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานจนไม่มีโอกาสสนิทสนมกับผู้ชาย ซึ่งลึก ๆ ภายในจิตใจแล้ว ซันแอบชอบวุธ เพื่อนนักเรียนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน แม้กระทั่งเวลานี้ ซันกับวุธจะทำงานที่เดียวกัน แต่ซันก็หลีกเลี่ยง ที่จะพูดเปิดใจกับวุธ เพราะคิดว่าวุธไม่ชอบตนเอง ส่วนวุธ ก็ไม่กล้าเปิดเผยว่าชอบซันเช่นเดียวกัน เพราะกลัวจะถูกปฎิเสธ

ส่วนเจนตรงข้ามกับซัน เจนยังสาว สวย เจนติดสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ค เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นงานอดิเรก ก่อนกินอะไรต้องถ่ายรูปโพสต์ลงเฟซบุค จะซื้อกระเป๋าสักใบต้องเข้าไปถามความเห็นในพันธ์ทิป การช้อปปิ้งเป็นสิ่งที่เธอโปรดปรานที่สุด และเธอก็ได้งานทำประจำในที่สุด เจนได้รู้จักกับอาร์ทที่บริษัท อาร์ททำทีเหมือนไม่สนใจเจน แต่แท้ที่จริงก็แอบชอบเจนอยู่ แต่เจนไม่สนใจ กลับไปชอบจ๊อด ลูกชายเจ้าของบริษัทแทน

เพื่อน ๆ ค่อย ๆ พบความจริงว่าที่ซันไม่สนใจผู้ชายหน้าไหน ก็เพราะซันมีวุธ เพื่อนสนิทที่รู้จักรู้ใจกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย ซันนัดเจอกับวุธเป็นบางครั้ง แต่ทุกครั้งที่กลับมาจะมีอาการเหม่อลอยแปลก ๆ จนเพื่อน ๆ จับได้ว่าซันแอบชอบวุธเงียบ ๆ มาโดยตลอดไม่บอกใคร แต่ปัญหาก็คือวุธมีแฟนแล้วและกำลังมีแผนจะแต่งงาน วุธกับซัน ต้องแข่งกันทำงาน โดยมีตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเป็นเครื่องเดิมพัน วุธไม่อยากเป็นคู่แข่งกับซัน จึงตัดสินใจลาออกจากงาน ไปเปิดบริษัทเป็นของตนเอง โดยใช้บ้านของแม่เป็นสำนักงาน ซันได้ขึ้นเป็นหัวหน้าในที่สุด ด้วยความที่เธอบ้างาน จึงเป็นที่เบื่อหน่ายของลูกน้อง เพราะต้องทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย ซันรู้สึกโดดเดี่ยวที่ไม่ได้เจอวุธ จึงไปหาวุธหลายครั้ง

เจนเริ่มรู้สึกว่า ซันกับวุธรักกัน จึงหาทางกีดกันไม่ให้คนทั้งสองใกล้ชิดกัน ด้วยการให้ตี๋น้อย เพื่อนของตนเอง ไปตามจีบซัน ตี๋น้อยไม่เต็มใจ แต่ไม่กล้าปฎิเสธเจน เพราะแท้ที่จริงแล้ว ตี๋น้อยแอบรักเจนอยู่นั่นเอง อ้อมยังคงตั้งหน้าตั้งตากินยาต้มสมุนไพร และไหว้พระตามวัดชื่อดังต่าง ๆ โดยไม่เคยคิดถึงต้นเหตุของปัญหาจริงๆว่า เธอกับวินต่างทำงานจนแทบไม่มีเวลาได้เจอกัน อ้อมถูกกดดันหนักขึ้น เมื่อภรรยาน้องชายคนสุดท้องของวินกำลังตั้งท้องทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันไปไม่นาน ครอบครัวของวินเห่อหลานที่กำลังจะออกมา ทำให้อ้อมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน เมื่อวิภากับสุพงษ์ แม่และพ่อของวิน ยังไม่มีหลานสมความตั้งใจ จึงหาทางให้วศิน น้องชายอีกคนของ อ้อม แต่งงาน โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า วศินนั้นชอบผู้ชายเพศเดียวกัน

แพทสาวสวยนักเรียนนอกกลับมาจากต่างประเทศ และได้มาทำงานโรงแรม ซึ่งจะต้องทำงานร่วมกับโจ เมื่อ ซัน อ้อม เจนเห็นเข้า ซันจึงรีบเตือนศศิ ให้ระวังแพทไว้ให้ดี เพราะรู้ดีว่า แพทเป็นผู้หญิงประเภทชอบแย่งคนรักจากครอบครัวอื่น แต่ศศิไม่เชื่อ เพราะล่าสุด เมื่อศศิจับได้ว่าโจไปคบหาอยู่กับพยาบาลสาวคนหนึ่ง แพททำทีมาช่วยประสานรอยร้าวของศศิและโจในที่สุด ซึ่งศศิไม่รู้เลยว่า เป็นแผนของแพท ที่จะเข้าใกล้ครอบครัวของศศิและโจ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลย

วศินได้พบกับศรัณย์ บรรณาธิการหนังสือที่อ้อมทำงานอยู่ วศินหลงรักศรัณย์ และทั้งคู่ก็รู้ว่าใจตรงกัน แต่วินกลับเข้าใจผิด คิดว่าอ้อมนอกใจไปคบหากับศรัณย์ อ้อมกับวิน มีปากเสียงกันอย่างหนัก ศรัณย์พยายามจะอธิบาย แต่วินไม่ฟัง ทั้งสองชกต่อยกัน อ้อมเข้าไปห้าม จึงตกบันได แท้งลูก ซึ่งเพิ่งเริ่มตั้งท้องได้อ่อน ๆ ทำให้วินและอ้อมเสียใจมาก ความจริงเรื่องที่ศรัณย์และวศินรักกันจึงเปิดเผยขึ้น วศินหนักใจไม่กล้าบอกความจริงกับพ่อและแม่ แต่สุดท้าย วศินก็จำต้องบอกความจริงกับวิภาและสุพงษ์ เพราะแม่ต้องการให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง วิภาถึงกับเป็นลม เมื่อรู้ว่าวศินไม่ชอบผู้หญิง สุพงษ์เห็นวิภาทุกข์ใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ จึงแกล้งไล่วศินออกจากบ้าน วิภาจึงยอมรับในตัววศินในที่สุด เพราะรู้ดีว่าไม่อาจสูญเสียลูกชายไป ครอบครัวของวิภา สุพงษ์ วศิน อ้อม วิน หวาน นิค จึงกลับมามีความสุขอีกครั้งหนึ่ง หลังจากอ้อมหายป่วยดีแล้ว ก็กลับมาอยู่ที่บ้านวิภาอย่างมีความสุข วิภาไม่กดดันเรื่องการมีลูกของวินและอ้อมอีกเลย

อาร์ทยังคงแอบชอบเจนเช่นเดิม โดยที่เจนไม่รู้ตัว เพราะเจนมัวแต่ไปหลงรักจ๊อด ลูกชายเจ้าของบริษัทอยู่ อีกทั้ง ดารณีแม่ของวุธ ก็เร่งรัดให้วุธ แต่งงานกับจ๋าโดยเร็ว จ๋าให้ซัน ช่วยออกแบบการ์ดแต่งงานให้ ทั้งเจน อาร์ท ซัน จึงช่วยกันทำการ์ด โดยมีวุธ มาสมทบเป็นคนสุดท้าย ทั้งสี่คนอยู่ด้วยกันเกือบถึงสว่าง อาร์ทเหนื่อยล้า จึงขอไปพักผ่อนที่ห้องของเจน และเผลอหลับไป รุ่งเช้า พอเจนกับอาร์ทตื่นขึ้นมาจ๊อดก็มาหาเจนที่ห้อง จ๊อดเห็นอาร์ทอยู่ที่ห้องเจน จึงเข้าใจผิด คิดว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน เจนเสียใจมากที่จ๊อดเข้าใจผิด และไม่ฟังคำอธิบายของเธอ

เจนเครียดมาก สุดท้ายอาร์ท จึงต้องไปเล่าความจริงให้จ๊อดฟัง ว่าไม่มีอะไรกัน จ๊อดมาขอคืนดีกับเจนในที่สุด เขาสารภาพว่าชอบเจนจริง ๆ ถึงขนาดซื้อแหวนให้เป็นของขวัญเจนอีกด้วย แต่นับตั้งแต่นั้นมา อาร์ทก็หายตัวไป เขาลาออกจากบริษัท ไม่มาให้เจนเห็นหน้าอีกเลย อาร์ทดีใจที่เจนมีความสุข แต่ก็ไม่สามารถทนความเสียใจได้ ที่เจนไม่รักตนเอง เมื่ออาร์ทหายตัวไป เจนเริ่มรู้สึกว่า ชีวิตได้ขาดหาย เธอเศร้ายิ่งกว่าตอนที่จ๊อดโกรธ สุดท้ายเจนจึงได้คิดว่า คนที่อยู่เคียงข้างเจนมาตลอดคืออาร์ต

เจนตัดสินใจบอกเลิกกับจ๊อดในที่สุด และไปตามหาอาร์ทจนเจอ ทั้งสองสารภาพรักกัน แต่กลับต้องตกที่นั่งลำบาก เพราะตกงานด้วยกันทั้งคู่ เจนกับอาร์ท ออกแบบเสื้อยืด แล้วนำไปขาย แต่สุดท้าย ถูกจับที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ความจริงจึงถูกเปิดเผยว่า อาร์ท คือลูกชายคุณหญิงศิริวรรณ เจ้าของห้างดัง ท้ายที่สุดความจริงจึงเปิดเผยว่า อาร์ทเป็นคนมีฐานะ แต่ที่ไม่ได้เปิดเผยความจริงให้เจนฟัง เพราะอาร์ทรู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่กับเจน ได้ใช้ชีวิตอย่างมีค่า ช่วงที่อยู่กับเจน แรกทีเดียวเจนก็โกรธ แต่เมื่อรู้ว่าอาร์ทรักจริง ก็ปรับความเข้าใจกันได้ คุณหญิงศิริวรรณ ก็เอ็นดูเจน รับเข้ามาทำงานที่ห้าง เป็นผู้ช่วยของแม่อาร์ทอีกด้วย

แพทวางแผนมอมเหล้าโจ ที่งานเลี้ยงของบริษัท แล้วแกล้งให้ศศิมาเห็น ศศิเสียใจมาก คิดว่าทั้งคู่ได้เสียกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ศศิขอหย่ากับโจ ทำให้โจเสียใจมาก แพทก็พยายามพูดให้โจตัดใจจากศศิ แล้วมาอยู่กับโจ แต่โจยืนยัน ว่ารักศศิและครอบครัวเป็นที่สุด ศศิกลับไปทำงานกับซัน จนสามารถพรีเซ็นต์งานลูกค้า ที่อเมริกาได้สำเร็จ หัวหน้าให้ซันและศศิ ตัดสินใจ ว่าใครจะเป็นคนไปทำงานสาขาที่อเมริกา แรกทีเดียว ศศิตัดสินใจไป แต่เพื่อเห็นแก่ครอบครัว จึงไม่ไป และศศิก็ได้พบกับแพท แพทพูดให้เห็นถึงธาตุแท้ว่าต้องการแย่งโจไปจากศศิ

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเพียงแผนการที่แพทวางเอาไว้ เธอไม่ได้มีอะไรเกินเลยกับโจเลย ศศิให้อภัยแพท เพราะโจเอง ก็ตัดสินใจขอกลับมาอยู่กับครอบครัวและศศิเหมือนเดิม ครอบครัวของศศิจึงอยู่กันอย่างมีความสุข ยิ่งใกล้วันหมั้นของวุธกับจ๋า ซันก็ยิ่งเสียใจ ดารณี แม่ของวุธ พูดให้ซันถอนตัวจากวุธ เพราะรู้ดีว่า ซันเป็นผู้หญิงที่เก่งเกิน สักวัน จะทำให้วุธ สูญเสียความมั่นใจ และทำให้ชีวิตคู่พังทลายลงได้

ซันตัดสินใจย้ายห้อง หนีไปอยู่ที่อื่น ไม่มีใครสามารถติดต่อซันได้เลย วุธเป็นห่วงซันมาก ตามไปพบซันที่สะพานริมทะเลในที่สุด ทั้งสองพยายามหักห้ามใจ ไม่ให้อยู่ใกล้ชิดกัน แต่ก็กลับหนีความจริงไปไม่พ้น สุดท้ายจึงรู้ว่าต่างมีใจให้กันมาตั้งแต่ต้น ทั้งคู่เสียดายเวลาที่ไม่อาจหวนคืน เพราะความสุขที่จะได้อยู่เคียงคู่กัน มันได้หมดลงแล้ว วุธกอดลาซัน ทิ้งให้ซันยืนร้องไห้อย่างเดียวดายอยู่ที่สะพานแห่งนี้ แล้ววุธก็กลับมาทำหน้าที่ของตนเอง เขามาถึงงานหมั้นกับจ๋า ในวินาทีสุดท้าย จ๋าเริ่มสังเกตเห็นว่า วุธไม่ได้รักเธอจริง ๆ หลังจากงานหมั้น ซันยังไม่สามารถทำใจได้ ที่วุธกำลังจะแต่งงาน ซันจึงตัดสินใจ ไปอเมริกา เมื่อวุธรู้เข้าก็เสียใจมาก ไม่เป็นอันทำอะไร ทั้งดารณีและ จ๋าเห็นได้ชัด

สุดท้ายจ๋าจึงเป็นคนตัดสินเดินจากไปจากชีวิตวุธ ก่อนที่ทุกคนจะไม่มีความสุขไปมากกว่านี้ จ๋าไปปรับทุกข์กับตี๋น้อย ทำให้จ๋าได้รู้ว่า คนที่รักและหวังดีกับเธอเสมอมา คือตี๋น้อยนั่นเอง ตี๋น้อยสารภาพว่ารักจ๋าตลอดมา แต่ที่ไม่กล้าเอ่ยปากบอกความจริง เพราะกลัวจ๋าปฎิเสธ จ๋าได้เรียนรู้ความรักในอีกรูปแบบที่ตี๋น้อยมีต่อเธอ และพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยกัน

ทั้งศศิ อ้อม เจน เศร้าใจมากที่ซันจะต้องจากไป แล้วอาร์ทก็โทรมาบอกกับเจน และทุกคน ว่าวุธกับจ๋ายกเลิกงานแต่งแล้ว ซันตกใจ รีบออกตามหาวุธ แต่วุธไม่อยู่ที่บ้านและบริษัทอีกแล้ว ซันเป็นห่วงวุธมาก กลับไปหาวุธ ที่สะพานไม้ริมทะเลอีกครั้ง แล้วเธอก็ได้พบกับวุธจริง ๆ ทั้งสองสวมกอดกัน เหมือนไม่อยากให้มีอะไรมาพลัดพราก แล้วต้องจากกันอีก วุธกับซัน ตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้เพื่อน ๆ อย่าง อ้อม วิน ศศิ โจ เจน และอาร์ท พลอยยิ้มมีความสุขไปด้วยกันทั้งหมด ติดตามชมได้ใน ละครทางเดินแห่งรัก

บทประพันธ์โดย : บุษสุมิน
บทโทรทัศน์โดย : สุมินตรา
กำกับการแสดงโดย : ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ผลิตโดย : บริษัท ซิติเซ่น เคน จำกัด
ควบคุมการผลิตโดย : บุษกร วงศ์พัวพันธ์

นักแสดง
ธีรเดช เมธาวรายุทธ รับบท วุธ
ศรีริต้า เจนเซ่น รับบท รับบท ซัน 
วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท รับบท วิน 
สุนิสา หิรัญยัตฐิติ รับบท รับบท อ้อม 
ธนากร โปษยานนท์ รับบท โจ 
ลลิตา ศศิประภา รับบท ศศิ 
ฐากูร การทิพย์ รับบท รับบท อาร์ท 
วินสิริ อ่องอำไพ รับบท รับบท เจน 
มณีรัตน์ คำอ้วน รับบท จ๋า 
อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ตี๋น้อย 
เจนสุดา ปานโต รับบท แพท 
พรรษชล สุปรีย์ รับบท หวาน 
สุรินทร คารวุฒน์ รับบท นิค 
ปรารถนา บรรจงสร้าง รับบท วิภา 
สุเมธ องอาจ รับบท สุพงษ์ 
พงศ์เทพ อนุรัตน์ รับบท วศิน 
กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ศรัญย์ 
สุวัฏฐิภา โยคะกุล รับบท จูดี้ 
พีรกานต์ เยื้อนอรรจนกุล รับบท จ๊อด 
อาชิตะ ธนาศาสตรนันท์ รับบท จิตรสมร 
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท แม่ของวุธ 
รัชนก แสงชูโต รับบท ปุ๊กกี้ 
ธนิดา กาญจนวัฒน์ รับบท ลดา 
ด.ช.นชาย แสงชูโต รับบท ต้นกล้า 
ด.ญ.ปุญญาภา แสงหิรัญ รับบท ข้าวหอม 


ละคร เกมรักเกมพยาบาท 2564 (EP.1-24 ตอนจบ) HD END

แคทรียา นักออกแบบอัญมณีแห่งวงการอัญมณีโลก หญิงสาวที่มีปมความแค้นในอดีต โดยเธอเดินทางกลับมาเมืองไทย พร้อมทีม A-list เพื่อปฏิบัติภารกิจโจรกรรมเพชร Pink Congolese และแก้แค้นผู้ที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวของเธอต้องย่อยยับ จนพ่อแม่ของเธอต้องฆ่าตัวตาย แผนการจะสำเร็จหรือไม่ ? เมื่อเกมแค้นครั้งนี้มีหัวใจเป็นเดิมพัน


ละคร เกมรักเกมพยาบาท 2564

ละคร เกมรักเกมพยาบาท 2564

เรื่องราวการล้างแค้นที่รอมานานกว่า 20 ปี ของ แคท (ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์) อาชญากรสาว ผู้บ่มเพาะแรงแค้นจากอเมริกา เธอมีเป้าหมายที่จะทำลายชีวิต เอื้อการย์ (ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) เจ้าแม่วงการจิวเวลรี่ เจ้าของบริษัท Queen of Diamond แบรนด์อัญมณีเบอร์ต้น ๆ ของเมืองไทย เอื้อการย์คือคนที่ฮุบบริษัทอัญมณีของพ่อเธอ จนทำให้พ่อและแม่ของเธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย ส่งผลให้แคทในวัยเด็กต้องไปอาศัยอยู่กับ ป้ามุณี ป้าใจร้าย ที่เหมือนตกนรกทั้งเป็น ก่อนที่เธอจะไปมีชีวิตใหม่ที่อเมริกา แคทฉวยโอกาสการเป็นสมาชิกกลุ่ม A-list ที่ประกอบไปด้วย เมย่า (นุ้ย เกศริน เอกธวัชกุล) นักย่องเบาฝีมือโหด ไร้ร่องรอย ลิต้า (ลิซ่า อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์) สาวต้มตุ๋นพันหน้า แสดงแนบเนียนทุกสถานการณ์ เคน (อาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์) แฮกเกอร์สมองใส อยู่ภายใต้คาแรกเตอร์หนุ่มเนิร์ดไร้พิษสง และสุดท้าย โตมร (อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน) นักวางกลยุทธ์มืออาชีพ อดีตซีไอเอ และเป็นอาของเธอเอง

เดวิส เจ้าของเหมืองสัมปทานในแอฟริกาที่ค้นพบเพชรสีชมพู Pink Congolese แต่เหมืองกลับถูกผู้ก่อการร้ายปล้น ทำให้เพชรทั้ง 7 เม็ดต่างกระจัดกระจายไปรอบโลก ทีม A-list ได้จัดการสืบเสาะแสวงหาและชิงเพชรกลับมาได้แล้ว 6 เม็ด เหลือเพชรเม็ดสุดท้ายซึ่งอยู่ที่ประเทศไทยนั่นเอง

A-list จึงได้เริ่มต้นจัดการกับ “กลุ่มจตุรเทพ” บุคคลสำคัญในสังคมทั้งสี่ ที่คอยช่วยเหลือเอื้อการย์อยู่ลับ ๆ คนแรกคือ พ่อเลี้ยงสันต์ (เจี๊ยบ วัชระ ปานเอี่ยม) พ่อค้าเพชรทางเหนือ Supplier คนสำคัญ คนที่สองคือ ตระการ (เดวิด อัศวนนท์) เจ้าพ่อโลจิสติกส์ ที่ขนส่งอัญมณีให้เอื้อการย์ คนที่สามคือ อัศวิน (ต้น จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) นายตำรวจใหญ่ ที่หนุนทุกการเคลื่อนไหวของเอื้อการย์

ขณะที่แคทแอบแฝงตัวเข้าไปทำงานในบริษัท Queen of Diamond โดยอ้างว่าจะสืบข้อมูลของเอื้อการย์ แต่จริง ๆ แคทมีแผนส่วนตัวที่ต้องการทำลายเอื้อการย์ ด้วยการเข้าหา ติณณ์ (โอม อัชชา นามปาน) ลูกชายคนโตของเอื้อการย์ แต่แผนการสานสัมพันธ์ของเธอต้องชะงัก เมื่อพบว่าติณณ์มี ละลิล (พลอย ชิดจันทร์ ห่ง) จิตแพทย์สาว ที่เป็นคนรักอยู่แล้ว แคทจึงเบี่ยงเป้าหมายไปที่ ตรัย (ซัน ประชากร ปิยะสกุลแก้ว) ลูกชายคนเล็กสุดรักของเอื้อการย์ ที่แม้จะคบหา ปุณณ์ (มะลิ มาลินี แอดเดอเลด โคทส์) นางแบบไฮโซสาว แต่ก็ดูเป็นความสัมพันธ์วูบวาบไม่จีรัง

ติณณ์รู้สึกได้ว่าปัญหาที่เกิดกับธุรกิจเป็นฝีมือของใครบางคนที่ต้องการทำลาย Queen of Diamond จึงเริ่มสืบหาตัวการ แคทแอบขัดขวางเนียน ๆ และพยายามแฉเรื่องอดีต ว่าเอื้อการย์ฮุบบริษัทนี้มาอย่างผิดกฎหมาย แต่สุดท้ายแคทก็ไม่แฉ เพราะไม่อยากให้ติณณ์ต้องใจสลาย เหมือนตอนที่แคทรู้ว่าพ่อของเธอเองก็ไม่ใช่คนดี แคทต้องการแก้แค้นเอื้อการย์ ไม่ใช่ติณณ์ ละลิลดูออกว่าติณณ์และแคทมีบางอย่างผูกพันกันอยู่ ละลิลจึงขอเลิกกับติณณ์ ติณณ์ได้หลักฐานชิ้นสำคัญว่าแคทอาจจะเป็นหนอนบ่อนไส้ แคทแก้เกมด้วยการตอบตกลงเป็นแฟนกับตรัย เพื่อให้ติณณ์เลิกสงสัยตัวเอง ตรัยอยากให้แม่ยอมรับตัวแคท เลยขอแคทแต่งงาน แต่กลับมีป้ามุณีโผล่มาทำให้เรื่องวุ่นวาย ก่อนป้ามุณีจะถูกฆ่าตายอย่างปริศนา

ความเครียดจากหลายสิ่งถาโถมสู่ตัวแคท จนแคทมีอาการเจ็บปวด ละลิลมองเห็นเลยชวนแคทมาบำบัด การบำบัดทางจิตใจของละลิลไปกระตุ้นความทรงจำวัยเด็กของแคท ทำให้แคทจำเรื่องตอนเด็กได้ว่าที่แคทคิดว่าเห็นแม่ของเธอฆ่าตัวตาย จริง ๆ แล้วคือเอื้อการย์เป็นคนผลักแม่เธอ แคทช็อกและต้องออกจากการรักษา ละลิลจะนำเรื่องไปบอกติณณ์ แต่เจออุบัติเหตุรถลึกลับชนเสียชีวิตซะก่อน วิทย์ (บอล อัศนัย เทียนทอง) คนสนิทของเอื้อการย์ รู้เรื่อง A-list ทั้งหมด จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ A-list ในการโจรกรรมเพชร แต่แล้ววิทย์ก็เสี้ยมให้ A-list แตกคอกัน สุดท้าย A-list จะทำภารกิจโจรกรรมเพชรเม็ดสุดท้ายได้สำเร็จหรือไม่ ? ความแค้นส่วนตัวของแคทจะจบลงอย่างไร ? แล้วจตุรเทพคนสุดท้ายคือใคร ? ติดตามชมกันต่อได้ในละคร เกมรักเกมพยาบาท

บทประพันธ์โดย : คนเขียนเงา
บทโทรทัศน์โดย : เนรัญญา มะชะรา, จอมใจ ตางูเหลือม
กำกับการแสดงโดย : ชู บุญธร กิติพัฒฑากรณ์
ผลิตโดย : บริษัท จีเอ็มเอ็ม สตูดิโอส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ บริษัท สองห้าห้าแปด จำกัด

นักแสดง
ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท แคทรียา
โอม อัชชา นามปาน รับบท ติณณ์
ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท เอื้อการย์
ซัน ประชากร ปิยะสกุลแก้ว รับบท ตรัย
ปลาย ปรเมศร์ น้อยอ่ำ รับบท กิตติ
บอล อัศนัย เทียนทอง รับบท วิทย์
อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน รับบท โตมร
ลิซ่า อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ รับบท ลิต้า
นุ้ย เกศริน เอกธวัชกุล รับบท เมย่า
อาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์ รับบท เคน
พลอย ชิดจันทร์ ห่ง รับบท ละลิล
มะลิ มาลินี แอดเดอเลด โคทส์ รับบท ปุณณ์
เจี๊ยบ วัชระ ปานเอี่ยม รับบท พ่อเลี้ยงสันต์
เดวิด อัศวนนท์ รับบท ตระการ
ต้น จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบท อัศวิน


ซีรีส์ เดือนเกี้ยวเดือน 2 2Moons2 The Series 2562 (EP.1-13 ตอนจบ) HD END

เรื่องราวความรักของเหล่าเดือนมหาวิทยาลัยและแก๊งหมอเถื่อน กับความรักสามแบบสามสไตล์ ที่จะทำให้คุณเข้าใจนิยามของคำว่ารักมากขึ้น มาร่วมลุ้นกันว่าเรื่องราวความรักของพวกเขาจะจบลงแบบไหน และทั้งสามคู่จะฝ่าฟันอุปสรรคในคู่ของตัวเองไปได้อย่างไร


ซีรีส์ เดือนเกี้ยวเดือน 2 2Moons2 The Series 2562

ซีรีส์ เดือนเกี้ยวเดือน 2 2Moons2 The Series 2562

ซีรีส์ เดือนเกี้ยวเดือน 2 2Moons2 The Series 2562 EP.1-13 ตอนจบ

ระหว่างเรา (Ost. 2Moons2 The Series เดือนเกี้ยวเดือน 2) [Official MV]


เป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากซีซั่นแรก หลังจากที่ มิ่ง ได้รับตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัย ส่วน โย ได้ตำแหน่งรอง และเป็นเดือนคณะวิทย์ฯ เมื่อความสัมพันธ์ของ ป่าและโย ชัดเจนจนพัฒนากลายเป็นสถานะแฟน แต่ทั้งคู่กลับต้องเจออุปสรรคที่เป็นบทพิสูจน์ความรักมากมาย ไหนจะความสัมพันธ์ของคนอีกสองคู่ อย่างคู่ของ มิ่งกับคิท และ โฟร์ทกับบีม กับความรักที่กำลังก่อตัวขึ้น แต่ก็ต้องพบเจอกับอุปสรรคในแบบของตน

คู่แรกเป็นเรื่องราวความรักของป่ากับโย เหมือนจะจบแบบ Happy Ending และลงตัวจนเป็นที่อิจฉาของหลาย ๆ คู่ แต่เรื่องราวระหว่าง พริ้งกับป่า ยังไม่จบลง ความผิดหวังและเสียหน้าของพริ้ง กลายเป็นความแค้นที่จะหาวิธีดึงป่ากลับมาให้ได้ ด้านของโยเองก็มี ปาร์ค เพื่อนร่วมรุ่นที่แอบชอบโยอยู่ และหาหนทางใกล้ชิดตีสนิท โดยหวังจะคบหากับโย แต่ก็ต้องรู้สึกเจ็บแค้นเมื่อถูกป่ากันท่าตลอดเวลา อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อพริ้งร่วมมือกับปาร์ค ที่จะทำลายความรักของคู่นี้ และป่ากับโยจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร

ในส่วนของมิ่งและคิท ที่ดูจะดำเนินไปในทางที่สวยงาม การตามตื๊อแบบห่าม ๆ แปลก ๆ ของมิ่ง ดูเหมือนจะทำให้คิทเริ่มมีใจให้ แต่เหตุการณ์กลับไม่ราบรื่นซะแล้ว เมื่อ หมูหวาน แฟนเก่าของมิ่ง บุกมาทวงคืนมิ่งถึงมหาวิทยาลัย ทำให้คิทแอบโกรธและคอยหลบหน้า มิ่งต้องหาวิธีตามง้องอนคิทตามแบบของมิ่ง ห่าม ทะเล้น น่ารัก และบุกไปถึงบ้านคิท… แล้วคิทล่ะจะยอมรับมิ่งหรือไม่ ในฐานะแฟนที่กวนคิทได้ตลอดเวลาจริง ๆ

และสุดท้ายเมื่อคนอกหักมาเจอกัน คือเรื่องราวของโฟร์ทที่ผิดหวังจากโย และบีมที่ความจริงแล้วแอบชอบคิทมานาน แต่ไม่กล้าคิดไกลเกินเพื่อน ความผิดหวังและสถานการณ์ทำให้ทั้งคู่มาเจอกันในวงเหล้า ความเมา ความสับสน และอารมณ์พาไป ทำให้เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดคิด… บีมพยายามลืมและอยากผ่านเรื่องนี้ไป แต่โฟร์ทกลับคิดต่าง โฟร์ทขอรับผิดชอบ และประกาศกับตัวเองว่า “ต่อจากนี้ โฟร์ทจะจีบบีม” จนเกิดเป็นการง้องอนที่น่ารักขึ้นมาอีกหนึ่งคู่

พบกับความรักของเหล่าเดือนมหาวิทยาลัยและแก๊งหมอเถื่อนกับความรักสามแบบสามสไตล์ มาร่วมลุ้นกันว่าเรื่องราวความรักของพวกเขาจะจบลงแบบไหน และทั้งสามคู่จะฝ่าฟันอุปสรรคในคู่ของตัวเองไปได้อย่างไร ติดตามภาคต่อของซีรีส์ที่สร้างจากนิยายชื่อดังอย่าง เดือนเกี้ยวเดือน ได้ใน เดือนเกี้ยวเดือน 2 (2Moons2 The Series)

กำกับการแสดงโดย : อาร์ม-อนุสรณ์ สร้อยสงิม
อำนวยการสร้างโดย : บริษัท บีอีซีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

นักแสดงนำ
เบน-เบญจมินทร์ เบรเซียร์ รับบท พนา (หมอป่า)
เอิร์ธ-ธีระภัทร์ เรืองฤทธิ์กุล รับบท วาโย
จุง-อาเชน ไอย์ดึน รับบท มิ่งขวัญ
นาย-กรชิต บุญสถิต์ภักดี รับบท หมอคิท
พูม-นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์ รับบท โฟร์ท
โดม-วรนาถ รัตธนภาส รับบท หมอบีม


ซีรีส์ THE PLAYER รัก เป็น เล่น ตาย 2564 (EP.1-16 ตอนจบ) HD END

ตีแผ่เรื่องราวเกมรักหักเหลี่ยมที่ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน
เรื่องราวแห่งเกมหักเหลี่ยมของกลุ่มหนุ่มสาวไฮโซกลุ่มหนึ่ง ที่ “เล่น” เพื่อสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และความรัก จนนำไปสู่… ความตาย ในคดีฆาตกรรมฉาวสุดปริศนา



ซีรีส์ THE PLAYER รัก เป็น เล่น ตาย 2564

ซีรีส์ THE PLAYER รัก เป็น เล่น ตาย 2564

ซีรีส์ THE PLAYER รัก เป็น เล่น ตาย 2564 EP.1-16

ฉากเด็ด ซีรีส์ THE PLAYER รัก เป็น เล่น ตาย 2564


ทิม (จอส เวอาห์) ไฮโซหนุ่มเพลย์บอย มากเสน่ห์, กีวี่ (น้ำตาล ทิพนารี) ไฮโซสาวผู้มีหน้าตาทางสังคม, อีฟ (เจน รมิดา) ดีไซเนอร์สาวสุดเพอร์เฟกต์, มิเรียม (กระปุก พัชรา) ผู้ช่วยของอีฟ ที่ฝันอยากยกระดับตัวเอง, พิช (เฟย ภัทร) หนุ่มนักการเมือง ทายาทนักการเมืองชื่อดัง, แมท (เมฆ จิรกิตติ์) เกย์ที่เป็นคนสนิทของพิช, แดน (ชิม่อน วชิรวิชญ์) หนุ่มเมสเซนเจอร์ ที่มีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับไฮโซ และ ติน (เต ตะวัน) ตำรวจหนุ่มที่เข้ามาไขคดีฆาตกรรมของไฮโซกลุ่มนี้

สุดท้ายแล้ว ในเกมความโลภที่เล่นกันถึงตายนี้ ใครจะเป็น “ผู้เล่น” และใครจะ “ถูกเล่น” ติดตามชมกันต่อได้ในซีรีส์ The Player รัก เป็น เล่น ตาย ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังฟรีที่แรกทาง Viu เวลา 22.30 น. ซีรีส์ The Player รัก เป็น เล่น ตาย เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564

กำกับการแสดงโดย : โจ้ ทิชากร ภูเขาทอง
ผลิตโดย : จีเอ็มเอ็ม ทีวี

นำแสดง
“จอส เวอาห์” รับบท “ทิม” ไฮโซหนุ่มเพลย์บอย มากเสน่ห์
“น้ําตาล ทิพนารี” รับบท “กีวี่” ไฮโซสาวผู้มีหน้าตาทางสังคม
“เจน รมิดา” รับบท “อีฟ” ดีไซน์เนอร์สาวสุดเพอร์เฟกต์
“กระปุก พัชรา” รับบท “มิเรียม” ผู้ช่วยของอีฟ ที่ฝันอยากยกระดับตัวเอง
“เฟย ภัทร” รับบท “พิช” หนุ่มนักการเมือง ทายาทนักการเมืองชื่อดัง
“เมฆ จิรกิตติ์” รับบท “แมท” เกย์ที่เป็นคนสนิทของพิช
“ชิม่อน วชิรวิชญ์” รับบท “แดน” หนุ่มเมสเซนเจอร์ ที่มีความสัมพันธ์ลับๆ กับไฮโซ
และ “เต ตะวัน” รับบท “ติน” ตำรวจหนุ่มที่เข้ามาไขคดีฆาตกรรมของไฮโซกลุ่มนี้

สุดท้ายแล้ว ในเกมความโลภที่เล่นกันถึงตายนี้ ใครจะเป็น “ผู้เล่น” และใครจะ “ถูกเล่น”


ละคร ตลาดอารมณ์ 2554 (EP.1-13 ตอนจบ) HD END


ละคร ตลาดอารมณ์ 2554

ตรัส วิภาคโยธิน (ชาคริต แย้มนาม) เดินทางกลับเมืองไทย เพื่อมาเคารพศพ ไตร วิภาคโยธิน พ่อของเขา หลังจากตัดขาดกัน เพราะ บงกช วิภาคโยธิน (ปิยธิดา วรมุกสิก) หญิงสาวข้างถนนที่พ่อเอามาแทนที่แม่ของเขาในฐานะภรรยาใหม่ ด้วยทิฐิตรัสจึงไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับกิจการมรดกต่าง ๆ ของพ่อแม้แต่นิดเดียว

ตรัสมีคนรักคือ ชโลธร ลีลาทิพย์ (ศิริลักษณ์ ผ่องโชค) ที่คบกันตั้งแต่เรียนอยู่ที่อเมริกา ชโลธรได้ทำงานที่บริษัทฯ ของตระกูลวิภาคโยธิน เธอรู้ว่าตรัสเป็นผู้สืบทอดกิจการทั้งหมด จึงหวังจะแต่งงานด้วย

ขณะเดียวกัน พิชิต พิชิตสรเดช (รัฐศาสตร์ กรสูต) หุ้นส่วนบริษัท เสือผู้หญิงตัวยง ต้องการจะฮุบบริษัทเป็นของตัวเอง จึงดึงชโลธรมาเป็นพวก โดยยืนข้อเสนอว่าจะช่วยปกปิดกำพืดให้ ทำให้ชโลธรยอมทำตามที่พิชิตสั่งทุกอย่าง เพราะแท้จริงแล้วชโลธรเป็นแค่เด็กในสลัมไม่ใช่คุณหนูไฮโซ เธอมีแม่คือ พวง (ดวงตา ตุงคะมณี) ขายข้าวแกงอยู่ในซอย แถมยังมีน้องสาวชื่อ ชลาธาร (แอริน ยุกตะทัต) ชโลธรทอดทิ้งแม่และน้องสาวไปชุบตัวอยู่ที่เมืองนอก

ขณะที่ รักษา ธรรมรัตน์ (สันติสุข พรหมศิริ) ทนายความประจำตระกูลวิภาคโยธิน พยายามจะอธิบายเหตุผลต่าง ๆ ที่บงกชต้องการให้ตรัสกลับมาบริหารงานตามที่ไตรผู้เป็นพ่อสั่งเสียไว้ก่อนตาย แต่ตรัสปฏิเสธพร้อมประกาศว่าจะไม่เหยียบบ้านวิภาคโยธินเด็ดขาด บงกชจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจตรัสให้ได้ และหวังว่าวันหนึ่งตรัสจะยอมให้อภัยเธอ

บงกชสั่งเตรียมงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับตรัส เธอสั่งให้ ผกายกุล หรือ กั้ง (วรรณรท สนธิไชย) หลานสาวของเธอให้เตรียมตัวสำหรับงานนี้ กั้งรู้ว่าลูกเลี้ยงของบงกชใจร้ายและอยุติธรรมกับบงกชมาตลอด เธอจึงมีอคติกับเขาและไม่อยากจะทำดีกับตรัส

แต่แล้ววันหนึ่งตรัสได้ช่วยกั้งจากการถูกลวนลาม ทั้งคู่ต่างก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ทำให้กั้งประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของตรัสมากจนลืมถามชื่อ มัทนา (ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) เพื่อนสาวสุดห้าวของกั้งจึงตั้งชื่อให้ชายปริศนาที่เป็นฮีโร่ช่วยกั้งในวันนั้นให้ว่า ซูเปอร์แมน

หลังจากนั้นมาตรัสและกั้งก็มักได้พบกันเสมอ ๆ ทำให้ วาริน (ศุภกิจ บัวงาม) ลูกชายของรักษาที่แอบชอบกั้งอยู่ไม่พอใจ แต่สุดท้ายวารินก็ต้องยอมถอย เพราะรู้ความจริงว่า ซูปเปอร์แมนของกั้งคือตรัส วิภาคโยธิน

จากการวางแผนของบงกช ในที่สุดตรัสกับกั้งก็ได้มาเจอกัน ทำให้ตรัสรู้ความจริงว่ากั้งคือผกายกุลหลานสาวของบงกช ตรัสจริงเข้าใจผิดคิดว่ากั้งร่วมมือกับบงกชหลอกลวงเขามาตลอด ด้วยความแค้นตรัสจึงประกาศว่าจะกลับมาทำงานที่วิภาคโยธิน โดยมีข้อแม้ว่ากั้งจะต้องมาทำงานกับเขาเท่านั้น ความชิงชังและความโกรธแค้นที่ตรัสมีต่อกั้งจะลงเอ่ยอย่างไร? ติดตามชมได้ในละคร ตลาดอารมณ์ 

บทประพันธ์โดย : อุปถัมภ์ กองแก้ว
กำกับการแสดงโดย : นิพนธ์ ผิวเณร
ผลิตโดย : ค่าย เอ็กแซ็กท์ ซีเนริโอ

นักแสดง
ชาคริต แย้มนาม รับบท ตรัส
ปิยธิดา วรมุกสิก รับบท บงกช
ศิริลักษณ์ ผ่องโชค รับบท ชโลธร
รัฐศาสตร์ กรสูต รับบท พิชิต
วรรณรท สนธิไชย รับบท ผกายกุล/กั้ง
แอริน ยุกตะทัต รับบท ชลาธาร
ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท มัทนา
ศุภกิจ บัวงาม รับบท วาริน
ดวงตา ตุงคะมณี รับบท พวง
สันติสุข พรหมศิริ รับบท รักษา

ตลาดอารมณ์ เป็นนวนิยายไทย เป็นบทประพันธ์ของ อุปถัมภ์ กองแก้ว เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่พยายามทำทุกวิถีทางกลับได้รับสิ่งตอบแทนเป็นการเข้าใจผิดและการเกลียดชัง อีกทั้งยังต้องเผชิญจากเหล่าผู้คนรอบตัวที่ต้องการแย่งชิงสมบัติมหาศาลไปครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว นวนิยายเรื่องนี้ทำเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาหลายครั้งแล้ว

ภาพยนตร์ ตลาดอารมณ์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2517 ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. เสียงในฟิล์ม กำกับการแสดงโดย เนรมิต นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, อรัญญา นามวงศ์, สอาด เปี่ยมพงษ์สานต์, เมตตา รุ่งรัตน์, ชุมพร เทพพิทักษ์, ศันสนีย์ สมานวรวงศ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ส่งไปประกวดงานมหกรรมหนังเอเชียที่ไต้หวัน ซึ่งได้รับ 2 รางวัล ในสาขานักแสดงนำยอดเยี่ยม (อรัญญา นามวงศ์) และภาพยนตร์ได้รางวัลล้างฟิล์มยอดเยี่ยม

ในปี พ.ศ. 2554 ได้รับการสร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ออกอากาศทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ผลิตโดย เอ็กแซ็กท์ และ ซีเนริโอ กำกับการแสดงโดย นิพนธ์ ผิวเณร นำแสดงโดย ชาคริต แย้มนาม, ปิยธิดา วรมุสิก, ศิริลักษณ์ ผ่องโชค, รัฐศาสตร์ กรสูต, วรรณรท สนธิไชย, แอริน ยุกตะทัต และ ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ ซึ่งเริ่มออกอากาศ วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554 สิ้นสุดการออกอากาศ วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

บทประพันธ์สู่ภาพยนตร์
เริ่มแรกบทประพันธ์ ตลาดอารมณ์ ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ มีรายละเอียดดังนี้

พ.ศ. 2517 สร้างเป็นภาพยนตร์ กำกับการแสดงโดย เนรมิต สร้างโดย ไทยสากลธุรกิจ มีนักแสดงนำดังนี้
สมบัติ เมทะนี รับบท ตรัส
อรัญญา นามวงษ์ รับบท บงกช
เมตตา รุ่งรัตน์ รับบท ชโลธร
สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ รับบท พิชิต
ศันสนีย์ วัฒนานุกูล รับบท ผกายกุล

พ.ศ. 2532 สร้างเป็นภาพยนตร์ กำกับการแสดงโดย สุวิทย์ ชุติพงษ์ สร้างโดย พงษ์สุรีย์โปรโมชั่น มีนักแสดงนำดังนี้
รอน บรรจงสร้าง รับบท ตรัส
นาถยา แดงบุหงา รับบท บงกช
ราตรี วิทวัส รับบท ชโลธร
พิศาล อัครเศรณี รับบท พิชิต
จอย กิตติยา รับบท ผกายกุล

บทประพันธ์สู่ละครโทรทัศน์
พ.ศ. 2526 สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 มีนักแสดงนำดังนี้
วิฑูรย์ กรุณา รับบท ตรัส
ดวงชีวัน โกมลเสน รับบท บงกช
วิยะดา อุมารินทร์ รับบท ชโลธร
วรารัตน์ เทพโสธร รับบท ผกายกุล 
สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท พิชิต

พ.ศ. 2528 สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 มีนักแสดงนำดังนี้
ดิลก ทองวัฒนา รับบท ตรัส
ลินดา ค้าธัญเจริญ รับบท บงกช
ธิติมา สังขพิทักษ์ รับบท ชโลธร
วรารัตน์ เทพโสธร รับบท ผกายกุล
จีระศักดิ ปิ่นสุวรรณ รับบท พิชิต

พ.ศ. 2554 สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 สร้างโดย เอ็กแซ็กท์ และ ซีเนริโอ มีนักแสดงนำดังนี้
ชาคริต แย้มนาม รับบท ตรัส
ปิยธิดา วรมุสิก รับบท บงกช
ศิริลักษณ์ ผ่องโชค รับบท ชโลธร
รัฐศาสตร์ กรสูต รับบท พิชิต
วรรณรท สนธิไชย รับบท ผกายกุล

รางวัลที่ชนะ

รางวัลเมขลา ครั้งที่ 24
เพลงนำละคร เมขลามหานิยมแห่งปี เพลง ไม่เหลืออะไรเลย ขับร้องโดย วิชญาณี เปียกลิ่น
ดาราสมทบหญิง เมขลามหานิยมแห่งปี ศิริลักษณ์ ผ่องโชค
ดารานำหญิงดีเด่นยอดนิยม ปิยธิดา วรมุสิก