ซื้ออัญมณีต้องดูอะไรบ้าง ถ้าไม่อยากโดนคำว่า ‘ของแท้’ หลอก

ซื้ออัญมณีต้องดูอะไรบ้าง ถ้าไม่อยากโดนคำว่า ของแท้ หลอก
ซื้ออัญมณีต้องดูอะไรบ้าง ถ้าไม่อยากโดนคำว่า ของแท้ หลอก

การก้าวเข้าไปในร้านขายอัญมณีแล้วได้ยินพนักงานย้ำหนักแน่นว่านี่คือของแท้ 100% แบบไม่ยอมให้สงสัยเลยนั้น ถือเป็นจุดที่ต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้างที่สุด เพราะในวงการพลอยและอัญมณีนี้ คำว่าของแท้มันมีหลายระดับซ้อนกันอยู่เยอะมากจนคนที่เพิ่งหัดซื้อหรือไม่เคยศึกษามาก่อนอาจจะงงไปเลยว่าทำไมถึงโดนหลอกได้ง่ายขนาดนั้น

สารบัญ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจก่อนเลยคือ อัญมณีแท้ไม่ได้หมายความเสมอไปว่าต้องเป็นชิ้นที่ขุดขึ้นมาจากพื้นดินหรือเหมืองจริงๆ

เพราะสมัยนี้มีเทคโนโลยีผลิตอัญมณีสังเคราะห์หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าแล็บโกรว์น ซึ่งมีองค์ประกอบทางเคมี โครงสร้างผลึก และคุณสมบัติทางกายภาพเหมือนกับของธรรมชาติทุกกระเบียดนิ้ว แยกด้วยตาเปล่าหรือแม้แต่เครื่องมือพื้นฐานก็แทบไม่ได้เลย

คนขายบางรายเลยอาศัยช่องว่างตรงนี้บอกว่าของชิ้นนี้แท้แน่นอน ซึ่งพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดตรงๆ แต่ก็ไม่ครบถ้วนเพราะไม่ได้บอกว่ามันเกิดขึ้นในห้องแล็บด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่จากธรรมชาติที่ใช้เวลาหลายล้านปีในการสร้างขึ้นมา

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดเวลาซื้อจึงควรขอดูใบรับรองคุณภาพหรือใบเซอร์ทันทีจากสถาบันที่น่าเชื่อถือระดับสากล

เช่น GIA ซึ่งเป็นสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งอเมริกาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก GIT ซึ่งเป็นสถาบันอัญมณีและเครื่องประดับแห่งประเทศไทยที่คนไทยนิยมใช้กันมากเพราะใกล้ตัวและมาตรฐานสูง หรือ AIGS จากสวิสเซอร์แลนด์ที่เชี่ยวชาญเรื่องพลอยสีเป็นพิเศษ

ใบเซอร์พวกนี้จะระบุชัดเจนมากว่าพลอยเม็ดนั้นจัดอยู่ในประเภท Natural คือธรรมชาติแท้ๆ หรือ Synthetic คือสังเคราะห์ขึ้นมาในแล็บ และยังมีรายละเอียดเรื่องต้นกำเนิด สี น้ำหนัก ความบริสุทธิ์ รวมถึงการรักษาหรือการปรับปรุงที่ผ่านมาด้วย

ถ้าไม่มีใบเซอร์หรือใบเซอร์จากที่ไม่น่าเชื่อถือ ก็ควรคิดก่อนสองสามทีเพราะมันอาจจะเป็นจุดอ่อนที่คนขายใช้หลบเลี่ยงการตรวจสอบ

นอกจากเรื่องแท้หรือเทียมแล้ว ยังมีอีกเรื่องใหญ่ที่คนซื้อมักมองข้ามคือการปรับปรุงคุณภาพของอัญมณี

ซึ่งเกือบทุกเม็ดในตลาดต้องผ่านกระบวนการบางอย่างเพื่อให้สวยขึ้น การเผาด้วยความร้อนแบบดั้งเดิมหรือที่เรียกว่า heat treatment แบบเก่าๆ นั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติและยอมรับกันทั่วโลก

เพราะมันแค่ช่วยให้สีเข้มขึ้นหรือกระจ่างใสขึ้นโดยไม่เติมสารแปลกปลอมเข้าไป ราคาของพลอยที่ผ่านการเผาแบบนี้ยังคงสูงและมีมูลค่าการลงทุนดีอยู่

แต่ถ้าเจอการเติมสารแบบขั้นสูงอย่างการฉีดแก้วตะกั่วเข้าไปในรอยแตก ซึ่งเรียกว่า glass filling หรือเฉพาะกับทับทิมเรียกว่า ruby glass filled แบบนี้มูลค่าจะดิ่งลงมาทันทีเพราะมันไม่ใช่พลอยแท้บริสุทธิ์อีกต่อไป

สารแก้วพวกนี้ช่วยให้พลอยดูใสและสีสวยฉูดฉาด แต่เมื่อเวลาผ่านไปหรือโดนความร้อนจากแสงแดดแรงๆ หรือน้ำยาทำความสะอาด มันอาจจะแตกหรือเปลี่ยนสีได้ง่ายมาก และการซ่อมแซมก็ทำได้ยาก

การตรวจสอบด้วยตาเปล่าก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งโดยเฉพาะถ้ามีแว่นขยายกำลัง 10 เท่า แบบที่เรียกลูป หรือ กล้องส่องพระ

ถ้าส่องเข้าไปแล้วเห็นข้างในใสแจ๋วเหมือนน้ำกลั่น ไม่มีอะไรติดเลยแม้แต่นิดเดียว ให้ตั้งใจสังเกตให้ดีเพราะอัญมณีธรรมชาติแท้ๆ มักจะมีสิ่งที่เรียกว่ารวมหรือ inclusion อยู่ข้างในเสมอ เช่น รอยนิ้วมือตามธรรมชาติ ผลึกแร่เล็กๆ เส้นเข็ม รอยไหม หรือฟองก๊าซที่เกิดขึ้นตอนผลึกก่อตัวในเหมือง

ซึ่งแต่ละอย่างเปรียบเหมือนลายพิมพ์นิ้วมือเฉพาะตัวของพลอยเม็ดนั้นๆ ที่ช่วยยืนยันว่าเกิดจากธรรมชาติจริง แต่ต้องระวังด้วยว่าบางครั้งคนทำของเทียมก็เลียนแบบ inclusion พวกนี้ได้เหมือนกันโดยการเติมฟองอากาศหรือเส้นใยสังเคราะห์เข้าไป ดังนั้นการดูอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องจับคู่กับใบเซอร์และราคาเสมอ

เรื่องราคานั้นสำคัญมาก ถ้าเห็นทับทิมสีแดงสดใสเม็ดใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อย แต่ราคาแค่หลักพันหรือหมื่นต้นๆ ให้ถือว่าเป็นธงแดงเตือนภัยทันที

เพราะพลอยธรรมชาติคุณภาพสูง หายาก สีสวยขนาดนั้นต้องใช้เวลานานในการขุดและคัดเลือก มูลค่าจึงสูงสมเหตุสมผลเสมอ โดยเฉพาะทับทิมจากพม่า สีน้ำเงินเข้มของไพลินจากศรีลังกา หรือมรกตจากโคลัมเบียที่ราคาดีจริงๆ มักจะเริ่มต้นที่หลักแสนขึ้นไป

วิธีที่ดีที่สุดคือเปรียบเทียบราคาจากหลายร้านหลายแหล่งก่อนตัดสินใจ และเลือกซื้อจากร้านที่มีหน้าร้านชัดเจน มีการรับประกันการคืนเงินหรือซื้อคืนในราคาที่เหมาะสม และยินดีให้เอาไปตรวจที่ห้องแล็บอิสระก่อนจ่ายเงินเต็มจำนวน การทำแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะเพราะร้านที่น่าเชื่อถือจะไม่กลัวการตรวจสอบ

สีของพลอยก็เป็นตัวบอกสุขภาพได้ดี ถ้าสีดูสดใสผิดปกติหรือดูเหมือนสีผสมอาหารที่ไหลเยิ้มๆ เข้าไปในเนื้อพลอย นั่นอาจเป็นสัญญาณของการย้อมสีหรือ dye treatment

ซึ่งมักทำกับพลอยเนื้ออ่อนหรือมีรอยแตกเยอะๆ เพื่อให้สีซึมเข้าไปฝังตัว แต่สีแบบนี้มักจะไม่ทนทาน เมื่อโดนน้ำหรือเหงื่ออาจซีดจางได้เร็ว การดูด้วยแสงธรรมชาติสำคัญมากเพราะแสงในร้านอัญมณีส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้พลอยดูสวยเปล่งประกายเกินจริง

มีทั้งไฟ LED สีขาวและไฟสปอตไลต์ที่ขับเน้นประกายไฟ ดังนั้นก่อนซื้อควรขอเอาพลอยออกไปส่องแสงแดดข้างนอกร้านหรือแสงธรรมชาติเพื่อดูสีที่แท้จริงว่าถ้าใส่ไปใช้ในชีวิตประจำวันจะยังสวยเหมือนในร้านไหม เพราะบางเม็ดสีอาจดรอปลงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

การเจียระไน หรือ การตัดเหลี่ยมก็มีผลต่อความสวยและมูลค่ามาก

ถ้าสัดส่วนไม่สมดุล มุมตัดเบี้ยว หรือส่วนท้องพลอยบางเกินไปจนแสงทะลุผ่านไม่สะท้อนกลับมาเต็มที่ พลอยจะดูหมองและไร้ประกายแม้จะเป็นของแท้จากธรรมชาติก็ตาม

ในทางตรงกันข้าม พลอยที่เจียระไนดีจะมีประกายไฟกระจายออกมาสดใส มีการเล่นแสงที่เรียกว่า brilliance และ dispersion หรือไฟระยิบระยับที่ทำให้ดูมีชีวิตชีวา

ความรู้เสริมอีกอย่างที่ควรพกติดตัว คือ แนวโน้มในตลาดปัจจุบันที่แล็บโกรว์นกำลังได้รับความนิยมเพราะราคาถูกกว่า ผลิตได้ตามต้องการ ไม่มีปัญหาด้านจริยธรรมเรื่องการขุดเหมืองที่อาจกระทบสิ่งแวดล้อมหรือแรงงานเด็ก และคุณภาพบางครั้งยังสม่ำเสมอมากกว่า แต่คนที่ชอบความหายากและเรื่องราวทางธรรมชาติก็ยังนิยมของแท้จากเหมืองอยู่ดี

แม้คนขายจะดูซื่อสัตย์และพูดจาดีแค่ไหน แต่การมีข้อมูลพื้นฐานและกล้าถามตรงๆ ว่าจะมีใบเซอร์ไหม ผ่านการรักษาอะไรมาบ้าง ราคานี้สมเหตุสมผลกับขนาดและสีขนาดนี้หรือเปล่า จะช่วยให้การซื้อพลอยกลายเป็นเรื่องสนุกและมั่นใจมากขึ้น

เพราะอัญมณีไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่เป็นการลงทุนที่อาจจะเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานได้ถ้าเลือกถูกตัว การศึกษาก่อนซื้อสักนิดจึงคุ้มค่ากว่าการเสียใจภายหลังเสมอ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีการทำของเลียนแบบก้าวหน้ามากขนาดนี้ ถ้าทำตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างละเอียด การได้พลอยสวยๆ ที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย


แชร์ให้เพื่อน