ซื้อทองแท่ง vs ทองรูปพรรณ vs Gold ETF แบบไหนเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน

ซื้อทองแท่ง vs ทองรูปพรรณ vs Gold ETF แบบไหนเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน

การเริ่มต้นออมทองสำหรับคนทำงานประจำที่ได้รับเงินเดือนทุกเดือนนั้นเป็นทางเลือกที่ฉลาดและน่าสนใจมากจริงๆ เพราะทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยรักษามูลค่าเงินเอาไว้ได้ดีในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่เงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งเงินเฟ้อก็คือสถานการณ์ที่ราคาสินค้าและบริการต่างๆ พุ่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เงินในกระเป๋ามีค่าลดลง

แต่ทองคำมักจะปรับตัวขึ้นตามหรือบางครั้งขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อ จึงกลายเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่หลายคนไว้ใจมานานหลายศตวรรษ ตั้งแต่สมัยโบราณทองคำถูกใช้เป็นเงินตราและสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งมาโดยตลอด

แม้ในยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกผันผวนจากสงคราม การเมือง หรือวิกฤตต่างๆ ทองคำก็ยังคงเป็นที่พักเงินที่ปลอดภัย หรือที่เรียกกันว่า safe haven asset นั่นเอง

ก่อนจะเริ่มออมจริงๆ การทำความเข้าใจความแตกต่างของทองแต่ละรูปแบบจะช่วยให้เลือกได้ตรงกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายมากที่สุด เพราะแต่ละแบบมีทั้งข้อดีข้อเสียในเรื่องต้นทุน การดูแลรักษา และโอกาสทำกำไรที่ไม่เหมือนกันเลย

มาพูดถึงทองคำแท่งกันก่อน ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบลงทุนแบบดั้งเดิมและเน้นสะสมจริงจัง

ทองคำแท่งคือทองที่หลอมเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเรียบๆ มีความบริสุทธิ์สูงและมาพร้อมใบรับประรองจากโรงงานหรือสมาคมค้าทองคำ จุดเด่นที่ทำให้หลายคนหลงรักคือส่วนต่างราคาซื้อ-ขายที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับทองประเภทอื่นๆ หมายความว่าถ้าซื้อไว้แล้วราคาทองในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น เวลาขายคืนจะได้กำไรเกือบเต็มเม็ดเต็มหน่วยโดยไม่เสียส่วนต่างมากนัก

เหมาะสุดๆ กับคนทำงานที่อยากสร้างเนื้อสร้างตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะซื้อครั้งเดียวเก็บไว้นานได้เลย โดยเฉพาะถ้าซื้อขนาดใหญ่ตั้งแต่ 5 บาทขึ้นไป มักจะไม่มีค่าธรรมเนียมพิเศษที่เรียกว่าค่าบล็อกเพิ่มเติม

แต่ถ้าซื้อขนาดเล็กอย่าง 1 สลึงหรือ 1 บาท อาจมีค่าบล็อกเพิ่มนิดหน่อยราว 100-300 บาท ซึ่งก็ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกันจริงๆ ความรู้สึกตอนถือทองแท่งไว้ในมือหรือเก็บในตู้เซฟนั้นให้ความมั่นใจและภูมิใจมาก เพราะเห็นเป็นชิ้นเป็นอันชัดเจน

แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ถ้าเก็บไว้ที่บ้านอาจกังวลเรื่องขโมยหรือสูญหาย จึงมีคนเลือกฝากไว้ในตู้เซฟธนาคารแทน ซึ่งธนาคารหลายแห่งก็มีบริการนี้พร้อมประกันภัยเพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ทองแท่งยังซื้อขายง่ายผ่านร้านทองที่มีชื่อเสียง เพราะในประเทศไทยมีสมาคมค้าทองคำที่ประกาศราคาซื้อ-ขายทุกวันเช้าและบ่าย ทำให้ราคาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

ต่อมาคือทองรูปพรรณ ซึ่งหลายคนคุ้นเคยดีเพราะซื้อมาทั้งใส่สวยงามและออมเงินไปพร้อมกัน

เช่น สร้อยคอ กำไล แหวน หรือต่างหูที่ออกแบบลวดลายวิจิตร สำหรับคนทำงานที่อยากได้เครื่องประดับเสริมบุคลิกภาพในชีวิตประจำวันหรือในโอกาสพิเศษ ทองรูปพรรณตอบโจทย์เรื่องความรู้สึกดีมากที่สุด เพราะได้ทั้งความสวยและมูลค่าที่เก็บไว้

แต่ถ้ามองในมุมการลงทุนล้วนๆ แล้วจะเสียเปรียบพอสมควร เพราะมีค่ากำเหน็จหรือค่าแรงงานในการขึ้นรูปที่สูงพอตัว ค่าตรงนี้มักอยู่ที่หลักพันถึงหมื่นบาทต่อชิ้นขึ้นอยู่กับความประณีต และเงินส่วนนี้จะหายวับไปทันทีที่ซื้อออกจากร้าน เพราะเวลาขายคืนร้านทองจะคิดราคาตามน้ำหนักทองล้วนๆ ไม่รวมค่าลวดลาย

นอกจากนั้นยังมีหักค่าเสื่อมสภาพและค่าหลอมเพิ่มอีกประมาณ 5% ทำให้ต้องรอให้ราคาทองขึ้นสูงมากจริงๆ ถึงจะขายแล้วคุ้มทุนหรือมีกำไร ความจริงทองรูปพรรณในไทยส่วนใหญ่มีความบริสุทธิ์ 96.5% ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ขายคล่องที่สุดในประเทศ เพราะร้านทองรับซื้อคืนง่าย

แต่ถ้าจะเก็งกำไรระยะสั้นๆ อาจไม่เหมาะเท่าไหร่ จึงนิยมกันในฐานะของขวัญมงคล ของฝาก หรือเครื่องประดับที่ใช้ประจำวันมากกว่า และหลายคนก็เลือกซื้อแบบที่ลวดลายไม่ซับซ้อนเกินไปเพื่อลดค่ากำเหน็จลงได้บ้าง

อีกทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมสูงมากในยุคนี้คือ Gold ETF หรือกองทุนรวมที่อ้างอิงราคาทองคำและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

ซึ่งเหมาะสุดๆ กับไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างทำผ่านมือถือ การลงทุนแบบนี้ไม่ได้ซื้อทองจริงๆ มาถือไว้ แต่เป็นการซื้อหน่วยลงทุนที่ราคาจะเคลื่อนไหวตามราคาทองคำโลกแบบเรียลไทม์ ข้อดีที่เด่นชัดคือความสะดวกสุดๆ ซื้อขายได้ทันทีผ่านแอปเทรดหุ้น ไม่ต้องเสียเวลาไปร้านทอง ไม่ต้องกลัวทองปลอมหรือหาย และเริ่มต้นด้วยเงินน้อยมาก

บางกองทุนแค่หลักร้อยหรือพันบาทก็เริ่มได้แล้ว จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการทำ DCA หรือ Dollar Cost Averaging ซึ่งคือการแบ่งเงินออมทยอยซื้อทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องกังวลเรื่องจังหวะตลาด เพราะซื้อราคาเฉลี่ยไปเรื่อยๆ ระยะยาวมักได้ผลดี

ในประเทศไทยมี Gold ETF หลายตัวให้เลือก เช่น จากบริษัทจัดการกองทุนใหญ่ๆ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และบางโบรกเกอร์ยังมีบริการแลกหน่วยลงทุนเป็นทองแท่งจริงเมื่อสะสมถึงจำนวนที่กำหนดได้ด้วย แต่ก็ต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนที่มักอยู่ราว 0.5-1% ต่อปี และไม่ได้สัมผัสทองจริงๆ ถ้าชอบความรู้สึกนั้น

นอกจากนี้ราคาใน Gold ETF จะอ้างอิงทองคำบริสุทธิ์ 99.99% หรือ 24K ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลจากตลาดโลกอย่าง London Bullion Market ทำให้ราคาแม่นยำและผันผวนตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกโดยตรง

ความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับทองคำคือ ในระดับโลกราคาทองจะเคลื่อนไหวตามปัจจัยหลายอย่าง

เช่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนลงมักทำให้ทองขึ้น ดอกเบี้ยธนาคารกลางที่ต่ำก็ส่งเสริมให้คนหันมาถือทอง หรือในช่วงวิกฤตอย่างโควิดที่ผ่านมา ราคาทองเคยพุ่งสูงทำจุดสูงสุดใหม่หลายครั้ง และในไทยเองราคาทองจะปรับตามราคาโลกบวกกับค่าเงินบาทที่ผันผวนด้วย จึงควรติดตามข่าวสารอยู่เสมอ

ถ้าจะเริ่มออมจริงๆ ลองถามตัวเองดูว่าชอบความรู้สึกอุ่นใจตอนเห็นทองเป็นก้อนๆ และมีที่เก็บปลอดภัยดีหรือเปล่า ถ้าใช่ ทองแท่งจะให้ความมั่นคงสูง แต่ถ้าอยากออมแบบอัตโนมัติ สะดวก คล่องตัว และไม่เน้นโชว์ Gold ETF จะช่วยสร้างวินัยการเงินได้ดีกว่า ส่วนทองรูปพรรณให้มองเป็นรางวัลชีวิตหรือเครื่องประดับที่มีมูลค่าแฝงมากกว่าการลงทุนหลัก

สุดท้ายการออมทองที่ดีควรแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสม เช่น ถ้ามีเงินก้อนใหญ่และมองการเก็บยาวๆ ทองแท่งให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดในเรื่องต้นทุนต่ำ แต่ถ้าอยากทยอยออมจากเงินเดือนทุกเดือน Gold ETF จะลดความยุ่งยากและช่วยให้มีวินัยมากขึ้น ส่วนทองรูปพรรณเก็บไว้เป็นส่วนเสริมความสุขในชีวิตก็เพียงพอแล้ว การผสมผสานหลายรูปแบบกันก็เป็นกลยุทธ์ที่ดีเพื่อกระจายความเสี่ยงและได้ประโยชน์รอบด้าน


แชร์ให้เพื่อน