พลอยไทยยังมีมูลค่าการลงทุนอยู่ไหมในยุค Lab-grown Diamond

พลอยไทยยังมีมูลค่าการลงทุนอยู่ไหมในยุค Lab-grown Diamond
พลอยไทยยังมีมูลค่าการลงทุนอยู่ไหมในยุค Lab-grown Diamond

ในยุคที่เพชรแล็บหรือเพชรที่ผลิตในห้องปฏิบัติการกำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนทำให้ตลาดเพชรธรรมชาติสั่นคลอนไปไม่น้อย หลายคนอาจเริ่มกังวลว่าตลาดพลอยสีหรืออัญมณีหลากสีที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าของโลกมาตลอดจะยังมีอนาคตที่สดใสและคุ้มค่ากับการลงทุนอยู่หรือเปล่า

แต่ความจริงแล้วตลาดพลอยกับตลาดเพชรแล็บนั้นแยกกันเดินคนละทางอย่างชัดเจนมาก เพราะพลอยสีธรรมชาติมีความโดดเด่นในเรื่องของเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สูงสุด ซึ่งต่างจากเพชรที่เน้นความบริสุทธิ์และความขาวใสตามมาตรฐานสากลที่เครื่องจักรและเทคโนโลยีสามารถผลิตออกมาได้เหมือนกันทุกเม็ดแบบเป๊ะๆ

ส่วนพลอยแท้จากธรรมชาตินั้นเกิดจากการสะสมของแร่ธาตุต่างๆ ภายในโลกเป็นเวลานับล้านปี ทำให้เกิดเฉดสีที่หลากหลาย ตำหนิภายในเนื้อพลอยที่เรียกว่า inclusion ซึ่งแต่ละชิ้นมีลักษณะเฉพาะตัวเหมือนลายนิ้วมือของมนุษย์ ไม่มีทางที่จะเลียนแบบได้ด้วยเทคโนโลยีใดๆ แม้แต่การผลิตพลอยแล็บที่ทำกันมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม

สารบัญ

การที่ราคาเพชรแล็บถูกลงเรื่อยๆ ตามความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์กลับกลายเป็นแรงผลักดันที่ดีให้พลอยธรรมชาติที่มีปริมาณจำกัดกลายเป็นของหายากและมีมูลค่าพรีเมียมยิ่งขึ้นไปอีก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลอยกลุ่มเนื้อแข็งที่ทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเจียระไน เช่น ทับทิมที่มีสีแดงสดเหมือนเลือดนก ไพลินที่มีเฉดฟ้าอมน้ำเงินหลากหลายระดับ และบุษราคัมที่ให้ประกายสีเหลืองทองหรือน้ำตาลอมเหลืองอันอบอุ่น

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นพลอยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมานานหลายร้อยปีตั้งแต่สมัยที่เหมืองในแถบจันทบุรีและตราดยังอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยทรัพยากร

เมื่อพูดถึงการลงทุนในพลอยไทยแล้ว ไม่ได้วัดกันแค่ความสวยงามภายนอกอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงความเชี่ยวชาญของช่างไทยในการปรับปรุงคุณภาพด้วยวิธีการเผาด้วยความร้อน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในพื้นที่จันทบุรีและกาญจนบุรี

ช่างเหล่านี้มีฝีมือระดับโลกที่สามารถดึงเอาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในพลอยดิบให้ออกมาสวยงามโดดเด่นได้อย่างมหัศจรรย์ พลอยชิ้นเดียวที่อาจดูธรรมดาๆ จากแหล่งอื่น เมื่อผ่านมือช่างไทยแล้วมูลค่าอาจพุ่งขึ้นหลายเท่าตัวเพราะสีจะเข้มชัดใสขึ้น ความกระจ่างจะดีขึ้นโดยไม่เสียเอกลักษณ์ของธรรมชาติ

ตลาดโลกยังคงมีความต้องการพลอยแท้จากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ซื้อในประเทศจีนที่ชื่นชอบสีสันสดใสเพื่อนำไปทำเครื่องประดับมงคล ยุโรปที่เน้นความหรูหราแบบคลาสสิก และอเมริกาที่มองหาสินทรัพย์ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ

ยิ่งในช่วงที่เหมืองพลอยเก่าแก่ทั่วโลกเริ่มปิดตัวลงตามลำดับเนื่องจากทรัพยากรหมดลงหรือกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น การขุดพบพลอยคุณภาพสูงก็ยิ่งน้อยลงทุกปี สวนทางกับความต้องการของนักสะสมผู้มีฐานะที่มองอัญมณีเป็นสินทรัพย์จับต้องได้ซึ่งมีความคงทนสูงกว่าการถือเงินสดที่อาจเสื่อมค่าจากเงินเฟ้อหรือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

การลงทุนในพลอยไทยในช่วงนี้จึงควรเลือกพลอยที่มีน้ำงามหรือความใสสูง สีจัดชัดเจนและสม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้น และถ้าเป็นพลอยดิบที่ไม่ผ่านการเผาเลยด้วยซ้ำ มูลค่าจะยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะมันคือของหายากระดับหนึ่งในล้านที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาได้จริงๆ

ส่วนข้อกังวลเรื่องพลอยแล็บจะเข้ามาแย่งตลาดหรือไม่นั้น ต้องย้ำว่าพลอยแล็บหรือพลอยสังเคราะห์มีอยู่ในตลาดมานานหลายสิบปีแล้ว

เช่น การผลิตไพลินแล็บหรือทับทิมแล็บในห้องทดลอง แต่ก็ไม่เคยสามารถแทนที่พลอยแท้ได้เลยสักครั้ง เพราะผู้ที่จริงจังกับการสะสมพลอยส่วนใหญ่ให้คุณค่ากับเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละชิ้น กับพลังแห่งธรรมชาติที่มนุษย์ไม่อาจสร้างขึ้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ

แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าแค่ไหนก็ตาม ความรู้สึกที่ได้จากการครอบครองสิ่งที่โลกสร้างสรรค์มานานนับล้านปีนั้นให้ความพึงพอใจและความภูมิใจที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางการตรวจสอบและรับรองอัญมณีระดับสากลที่มีสถาบันอย่าง GIT หรือสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติคอยทำหน้าที่ตรวจวิเคราะห์และออกใบเซอร์ที่เชื่อถือได้ทั่วโลก

ทำให้ผู้ซื้อจากทุกมุมโลกมั่นใจในการซื้อขายพลอยจากไทยได้อย่างเต็มที่ ใบเซอร์เหล่านี้จะระบุรายละเอียดตั้งแต่ชนิดของพลอย แหล่งกำเนิด การปรับปรุงคุณภาพ หากมี และระดับความบริสุทธิ์ ซึ่งช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือให้สูงขึ้นไปอีก

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ควรทราบ คือ การเผาพลอยด้วยความร้อนของช่างไทยนั้นไม่ใช่การหลอกลวงแต่เป็นศาสตร์โบราณที่ใช้ความร้อนสูงประมาณ 1,000 ถึง 1,800 องศาเซลเซียสเพื่อขจัดสิ่งเจือปนและปรับโครงสร้างผลึกให้สีและความใสดีขึ้น โดยไม่เติมสารเคมีใดๆ เข้าไป

ซึ่งต่างจากการสังเคราะห์ที่สร้างพลอยขึ้นมาใหม่ทั้งก้อน นักสะสมมืออาชีพทั่วโลกจึงยังคงให้ความสำคัญกับพลอยที่ผ่านมือช่างไทยเป็นพิเศษเพราะผลงานของพวกเขามีเอกลักษณ์ที่ยากจะหาใครเทียบได้

นอกจากนี้แนวโน้มในตลาดโลกยังแสดงให้เห็นว่ากลุ่มพลอยสีธรรมชาติโดยเฉพาะจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ แม้เศรษฐกิจจะผันผวน เพราะมันเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้โดยไม่เสื่อมค่า และยังสามารถนำไปเจียระไนใหม่หรือออกแบบเครื่องประดับตามกระแสแฟชั่นได้ตลอดเวลา

ดังนั้นในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่หลายสิ่งหลายอย่าง สิ่งที่มีความเป็นธรรมชาติแท้ๆ และมีปริมาณจำกัดอย่างพลอยไทยคุณภาพสูงยังคงเป็นทางเลือกการลงทุนที่แข็งแกร่งและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวสำหรับผู้ที่มีความรู้และสายตาที่เฉียบแหลม

เพราะความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมานั้นมีคุณค่าที่ประเมินไม่ได้และไม่มีวันตกยุค ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปีกี่ร้อยปี ความต้องการพลอยแท้ที่มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็ยังคงอยู่คู่กับมนุษย์ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการที่ประเทศไทยมีทั้งแหล่งความรู้ การผลิต การค้าที่ครบวงจรและได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ทำให้พลอยไทยยังคงเป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าที่ควรค่าแก่การศึกษาและการเก็บสะสมอย่างยั่งยืนในอนาคตอันยาวไกล


แชร์ให้เพื่อน