ละคร เพลิงนาคา 2562 ละครแฟนตาซีผสมดราม่าแบบไทยๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานพญานาคที่ผูกโยงกับความเชื่อ ศรัทธา และความแค้นข้ามภพชาติเลย เรื่องนี้มีทั้งฉากใต้บาดาลสุดอลังการ ผสมกับชีวิตคนปัจจุบันที่ต้องสู้กับอดีต มันน่าติดตามมากเพราะไม่ใช่แค่รักๆใคร่ๆ แต่ยังสอดแทรกธรรมะและการชำระจิตใจด้วย เรื่องราวเริ่มต้นจากโลกใต้บาดาลนะ ที่มีพญานาคสองพี่น้องคือ “สิงหานาคราช” (รับบทโดยอั้ม อธิชาติ) และ “กุมภนาคราช” (บุ๊ค สิคพัชศ์) สองคนนี้มีความเชื่อต่างกันสุดขั้วเลย สิงหานาคราชเป็นพวกยึดมั่นในฤทธิ์เดชและศรัทธาต่อ “เจ้าปู่สุวรรณนาคราช” (สุเชาว์ พงษ์วิไล) ผู้ปกครองเมืองบาดาลแบบสุดตัว ไม่ยอมรับธรรมะพระพุทธศาสนาเลย มั่นใจในพลังตัวเองมาก หยิ่งผยองสุดๆ ส่วนกุมภนาคราชหันไปนับถือพระพุทธเจ้า น้อมรับไตรสรณาคมน์ ทำให้พี่ชายไม่พอใจหนัก สั่งบริวารไปรบกวนน้องตอนถือศีล จนกุมภนาคราชจำใจต้องใช้มนต์ “อาลัมพายน์” กักขังพี่ชายไว้เพื่อป้องกันภัยพิบัติใหญ่โตกว่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น สองพี่น้องยังตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกันคือ “ยอดคำทิพย์” ในอดีตชาติ ทำให้ความแค้นยิ่งสะสมหนักเข้าไปอีก สิงหานาคราชถูกขังมาร้อยๆ ปี ทุกข์ทรมานสุดๆ จนมนต์อ่อนฤทธิ์ลง แล้วก็บุกกลับมาล้างแค้นกุมภนาคราชและตระกูลลูกหลานทั้งหมดให้พินาศไปเลย
ตัดมาที่ชาติปัจจุบัน ภาระหนักตกมาที่ “เธียร” (บอย ปกรณ์) ทายาทตระกูลนาคพิทักษ์ที่สืบเชื้อสายจากกุมภนาคราช เธียรเป็นหนุ่มหล่อ เรียนนอก จริงใจ รักเดียวใจเดียว แต่ไม่รู้เรื่องบรรพบุรุษตัวเองเลย จนพ่ออย่าง “ก้องภพ” (กบ ทรงสิทธิ์) ต้องบอกความจริงหลังฝันเห็นภัยมาเยือน เธียรเลยต้องเป็นคนต่อกรกับสิงหานาคราชที่ปลอมตัวมาแก้แค้น ได้รับความช่วยเหลือจาก “ริว” (โบ๊ท ธารา) น้องชายแท้ๆ ของ “รอยจันทร์” (พรีม รณิดา) ซึ่งริวมีจิตสัมผัสพิเศษ และในอดีตชาติคือ “ทัตตะนาคา” องครักษ์ของกุมภนาคราช ที่กลับมาเกิดเพื่อปกป้องตามสัญญา
ยังมี “ชัยยะนาคา” (ไผ่ วิศรุต) พญานาคบริวารจงรักภักดีที่ให้สัจจะจะดูแลลูกหลานกุมภนาคราช และ “พันเกลียว” (แคร์ ฉัตรฑริกา) สาวลึกลับที่มีพลังวิเศษ ตามคำสัญญากับพ่อที่ตายไปแล้ว ว่าจะช่วยริวสู้กับสิงหานาคราช
นอกจากเรื่องต่อสู้แฟนตาซีแล้ว ยังมีดราม่าความรักปนมาด้วย เธียรกับรอยจันทร์เป็นอดีตคนรักกัน แต่มีปัญหาเก่าๆ ที่ทำให้ทะเลาะกับเพื่อนอย่าง “จิญยาณี” (หยาดทิพย์) ซึ่งจิญยาณีแอบรักเธียรและอิจฉารอยจันทร์หนักมาก ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธียรมา ส่วนริวก็รัก “พราวพิรุณ” (ลาล่า ลาริสา) สาวน้อยป่วยโรคหัวใจ ลูกสาวรัฐมนตรี “ชัยกาล” (หนู สุรศักดิ์) และคุณหญิง “เรือนอร” (แพร รัชนี) ซึ่งความรักนี้ก็ต่างวัยและมีอุปสรรค
เรื่องราวทั้งหมดหมุนรอบการต่อสู้ระหว่างเพลิงแค้นที่ลุกโชนในใจสิงหานาคราช กับพลังแห่งศรัทธาที่จะดับไฟนั้นได้ไหม โดยเธียรและทีมต้องหาทางชำระความพยาบาทนี้ให้สิงหานาคราชยอมรับธรรมะในที่สุด
“เพลิงนาคา” เป็นละครที่ผสมผสานตำนานไทยกับดราม่าชีวิตรักได้ลงตัวมาก มันสอนว่าแค้นแก้ไม่ได้ด้วยแค้น แต่ต้องใช้ศรัทธาและความเข้าใจ
ซีจีในเรื่องนี้ดีมาก อลังการสุดๆ โดยเฉพาะฉากโลกใต้บาดาล พญานาคโผล่มาหรือต่อสู้กัน มันสมจริงแบบไม่ค่อยเห็นในละครไทยเท่าไหร่ อย่างฉากผีในโรงแรมหรือถ้ำนาคา เก็บรายละเอียดเกล็ดนาคได้ละเอียดยิบ ชอบมากๆ จนมีคนบอกว่าดูแบบเต็มอิ่มทุกตอนเลย นักแสดงก็เล่นดีนะ อั้มในบทสิงหานาคราชเด็ดเดี่ยว โกรธแค้นได้ถึงใจ บอยกับพรีมเคมีดี ดูเป็นคู่รักจริงๆ โบ๊ทกับลาล่าก็สดใส น่ารัก ส่วนหยาดเล่นร้ายได้แสบมาก แคร์กับไผ่ก็ช่วยเสริมเรื่องให้ครบรส
พล็อตเรื่องก็น่าสนใจ ผสมตำนานพญานาคกับดราม่าความรักและศรัทธาได้ดี โดยเฉพาะธีมว่าความแค้นดับด้วยธรรมะ มันสอดแทรกข้อคิดได้โอเค แต่หลายคนติว่าตอนแรกๆ สนุกมาก เปิดเรื่องดี แต่กลางๆ เรื่องเริ่มแผ่ว บทกระจายไม่ดี บางตัวละครที่ควรเด่นอย่างริวหรือพันเกลียวดันไม่เด่น เพราะดันให้บทพระเอกเบอร์ใหญ่อย่างอั้มมาเล่นร้าย แต่บทรองตามนิยาย หรือบางตัวอย่างน้ำฝน (พราวพิรุณ) และครอบครัวที่ไม่ได้สำคัญมากในนิยาย แต่ในละครเล่นใหญ่เกิน จนเรื่องยืดยาด
ละคร เพลิงนาคา 2562
ละคร เพลิงนาคา 2562 EP.1-16 ENDCH3+
Highlight ละคร ละคร เพลิงนาคา 2562
เบื้องหลังการถ่ายทำละคร “เพลิงนาคา” ปี 2562 ช่อง 3 มันเป็นละครฟอร์มใหญ่ที่มีซีจีพญานาคอลังการ งบไม่อั้น นักแสดงระดับท็อปเพียบ ถ้าคุณสงสัยว่ากว่าจะออกมาเป็นละครสนุกๆ นี่ เขาทำยังไง ไปดูกันเลย
ทีมงานผู้สร้าง บทประพันธ์ต้นฉบับมาจากนักเขียนชื่อดัง “ชลนิล” ที่เล่าเรื่องตำนานพญานาคได้น่าติดตามมาก แล้วบทโทรทัศน์ปรับให้เข้ากับทีวีโดย “สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์” ซึ่งทำให้เรื่องราวไหลลื่น มีทั้งดราม่าและแฟนตาซีผสมกัน ผู้กำกับคือ “ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แจ๋ว” คนนี้เก่งเรื่องละครแฟนตาซีมาก กำกับให้ฉากต่อสู้และมนต์คาถาดูสมจริงสุดๆ
ผลิตโดยบริษัท “มายน์แอทเวิร์คส์ จำกัด” และควบคุมการผลิตโดย “แป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์” ผู้จัดมือทองที่ทุ่มทุนสร้างไม่อั้น โดยเฉพาะซีจีที่ร่วมมือกับทีม “FATCAT” ซึ่งเคยทำละครดังอย่าง “นาคี” มาแล้ว ทำให้พญานาคในเรื่องนี้ดูอินเตอร์ระดับโลกเลยอะ เกล็ดนาค ฉากใต้บาดาล ต่อสู้กัน มันสมจริงมาก
ส่วนการถ่ายทำนะ ลำบากสุดๆ เลยทุกคน เพราะต้องถ่ายทั้งโลกมนุษย์และโลกบาดาล มีฉากในถ้ำ ในน้ำ ในป่าเพียบ นักแสดงอย่างอั้ม อธิชาติ ที่เล่นสิงหานาคราช ต้องแต่งตัวเป็นนาค ใส่เกล็ด ทำซีจีเยอะมาก บอย ปกรณ์ กับพรีม รณิดา ก็ต้องเล่นฉากดราม่าหนักๆ บวกต่อสู้ โบ๊ท ธารา กับลาล่า ลาริสา ก็มีฉากโรแมนติกน่ารักแต่ป่วยโรคหัวใจต้องระวัง หยาดทิพย์ เล่นร้ายได้แสบมาก ทีมงานบอกว่านักแสดงอึดมาก ทุ่มเทไม่ยั้ง โดยเฉพาะฉากต่อสู้สุดท้ายที่คนกับพญานาคปะทะกัน ใช้เวลาถ่ายหลายวัน มีเอฟเฟกต์ซีจีเพื่อความสมจริง งบประมาณสูงมากเพราะอยากให้แฟนละครอิ่มเอม
ยังมีรายการพิเศษอย่าง “เปิดกองวิก3” ที่ช่อง 3 ออกอากาศก่อนละครฉาย ออกวันที่ 27-28 เมษายน 2562 เผยเบื้องหลังการทำงานแบบจุใจ 2 ตอนเลย มีสัมภาษณ์ผู้จัด ผู้กำกับ นักแสดง บอกเล่าถึงการเลือกทำละครแนวนี้ เพราะอยากนำตำนานพญานาคมาผสมกับยุค 4.0 ให้ทันสมัย รวมถึงดีไซน์พญานาคให้ดูเท่ๆ ไม่เชย
นอกจากนี้ หลังละครดัง ช่อง 3 ยังจัดกิจกรรม “Exclusive Trip with เพลิงนาคา” พาแฟนละครผู้โชคดี 16 คน บินไปนครพนม ไหว้พระตามรอยพญานาค เมื่อ 14 มิถุนายน 2562 นำโดยนักแสดงอั้ม บอย พรีม โบ๊ท ไปวัดพระธาตุพนม มรุกขนคร และบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช ริมโขง มีนางรำ 300 คนเลย อิ่มบุญมาก สนับสนุนโดยแอร์เอเชีย และเครื่องดื่มสมุนไพรตราพญานาค
เบื้องหลังอื่นๆ ก็มีคลิป Behind The Scene บนยูทูบจากช่อง Mindsatwork CHANNEL เผยการแต่งตัว การถ่ายฉากยากๆ อย่างฉากมนต์อาลัมพายน์ หรือการต่อสู้ในถ้ำ ทีมกราฟิก FATCAT เจาะลึกว่ากว่าจะสร้างพญานาคมีชีวิตได้ ต้องใช้เทคนิคอะไรบ้าง มันน่าสนใจเลย
นักแสดง
→ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท เธียร

ชายหนุ่มรูปงาม จริงใจ อบอุ่น รักเดียวใจเดียว เรียนจบนอก ทายาทมหาเศรษฐีตระกูลนาคพิทักษ์ ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่สืบเชื้อสายจากพญานาคโดยตรง แต่เธียรไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย เขาใช้ชีวิตปกติแบบหนุ่มสมัยใหม่ ทำงานในบริษัทพ่อ ดูแลครอบครัว แต่แล้ววันหนึ่งทุกอย่างพลิกผันเมื่อพ่ออย่างก้องภพเปิดเผยความลับตระกูล ทำให้เธียรต้องรับภาระสำคัญในการต่อกรกับสิงหานาคราช พญานาคผู้แค้นเคืองที่บุกมาล้างแค้น คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงที่เธียรไม่ใช่ฮีโร่ตั้งแต่เกิด แต่ค่อยๆ เติบโตจากการยอมรับมรดกตกทอด
เขาต้องเรียนรู้พลังนาคา ฝึกฝนมนต์คาถา และเผชิญหน้ากับศัตรูที่เหนือมนุษย์ ขณะเดียวกันยังต้องแก้ไขปมรักเก่ากับรอยจันทร์ อดีตคนรักที่เป็นกุญแจสำคัญในอดีตชาติ บอยถ่ายทอดความขัดแย้งภายในได้ดีมาก เธียรเริ่มจากคนปกติที่งุนงงกับเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นด้วยความรับผิดชอบและศรัทธา ทำให้คนดูเห็นพัฒนาการชัดเจน เขาไม่ใช่แค่พระเอกหล่อ แต่เป็นตัวแทนของคนธรรมดาที่ต้องสู้กับชะตากรรมใหญ่โต ผสมผสานความโรแมนติกกับแฟนตาซีได้ลงตัวสุดๆ
ฉายา “ทายาทนาคผู้ปกป้อง”
สะท้อนบทบาทเธียรที่เป็นผู้สืบเชื้อสายจากกุมภนาคราช ทำให้เขากลายเป็นคนเดียวที่ต่อกรกับสิงหานาคราชได้ ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงจากหนุ่มธรรมดาเป็นผู้พิทักษ์ตระกูล เธียรต้องใช้พลังศรัทธาและสายเลือดนาคาในการต่อสู้ ผสมผสานมนต์คาถากับความกล้าหาญ บอยเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากที่เธียรยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องคนรักและครอบครัว ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบข้ามภพชาติ
ข้อคิด “ศรัทธาชนะแค้น”
จากบทเธียรสอนว่าความโกรธแก้ไม่ได้ด้วยกำลัง แต่ต้องใช้จิตใจและความเชื่อ เธียรเผชิญเพลิงแค้นของสิงหานาคราช แต่แทนที่จะตอบโต้ด้วยความรุนแรง เขาเลือกชำระล้างด้วยธรรมะและความเข้าใจ ทำให้ศัตรูยอมรับในที่สุด ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าปัญหาใหญ่โตแก้ได้ด้วยการยอมรับตัวเองและผู้อื่น บอยถ่ายทอดให้เห็นว่าศรัทธาไม่ใช่สิ่งอ่อนแอ แต่เป็นพลังที่ดับไฟแค้นได้อย่างแท้จริง
→ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบท สิงหานาคราช

พญานาคผู้เด็ดเดี่ยว รักจริง เต็มเปี่ยมด้วยความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานหลายร้อยปี เขาเป็นพี่ชายของกุมภนาคราช ในโลกใต้บาดาล ยึดมั่นในฤทธิ์เดชตัวเองและศรัทธาต่อเจ้าปู่สุวรรณนาคราชอย่างแรงกล้า ไม่ยอมรับธรรมะพระพุทธศาสนาเพราะมองว่าอ่อนแอ ทำให้เกิดขัดแย้งหนักกับน้องชายที่หันไปนับถือไตรสรณาคมน์ สิงหานาคราชสั่งบริวารรบกวนน้องตอนถือศีล จนถูกกุมภนาคราชใช้มนต์อาลัมพายน์ขังไว้ในถ้ำมืดมิด ทรมานร้อยปี เมื่อมนต์อ่อนฤทธิ์ เขาหลุดพ้นและบุกมาล้างแค้นกุมภนาคราชกับตระกูลนาคพิทักษ์ให้พินาศสิ้น
คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงความหยิ่งผยอง มั่นใจในพลังตัวเอง แต่ลึกๆ มีจุดอ่อนจากความรัก เขาตกหลุมรักยอดคำทิพย์ หญิงคนเดียวกับน้อง ทำให้แค้นยิ่งทวีคูณ อั้มถ่ายทอดความขัดแย้งภายในได้ดีมาก สายตาโกรธเกรี้ยว น้ำเสียงดุดันตอนประกาศล้างแค้น ผสมกับโมเมนต์อ่อนโยนตอนนึกถึงยอดคำทิพย์ ทำให้คนดูเห็นมุมมืดและแสงสว่างในตัวเขา เขาไม่ใช่แค่ตัวร้าย แต่เป็นผู้ถูกทำร้ายที่สะสมเพลิงโกรธ จนต้องเผชิญกับเธียรและทีมในชาติปัจจุบัน ฉากต่อสู้ซีจีอลังการยิ่งขับเน้นความน่าเกรงขาม
ฉายา “พญานาคเพลิงแค้น”
สะท้อนบทบาทสิงหานาคราชที่เต็มไปด้วยไฟโกรธลุกโชนจากอดีต ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงเพลิงที่เผาผลาญทุกอย่างเพราะถูกขังทรมานและสูญเสียคนรัก สิงหานาคราชบุกมาปลอมตัวในโลกมนุษย์เพื่อทำลายทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับน้องชาย อั้มเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากที่เขาใช้ฤทธิ์เดชรบกวนและต่อสู้ ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความแค้นข้ามภพที่ต้องดับด้วยศรัทธา
ข้อคิด “แค้นแก้ด้วยศรัทธา”
จากบทสิงหานาคราชสอนว่าความโกรธที่สะสมแก้ไม่ได้ด้วยกำลังหรือฤทธิ์เดช แต่ต้องใช้จิตใจและความเชื่อในการชำระล้าง สิงหานาคราชถูกขังเพราะอคติต่อธรรมะ แต่สุดท้ายต้องเผชิญหน้ากับพลังศรัทธาจากเธียรและทีม ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าปัญหาแค้นเคืองแก้ได้ด้วยการยอมรับและเข้าใจตัวเอง อั้มถ่ายทอดให้เห็นว่าแม้แต่พญานาคผู้ยิ่งใหญ่ก็ดับเพลิงในใจได้ด้วยธรรมะ
→ พรีม-รณิดา เตชสิทธิ์ รับบท รอยจันทร์

สาวสวย ใจดี รักครอบครัวสุดๆ อดีตนางแบบชื่อดัง แต่ตอนนี้หันมาเป็นพิธีกรรายการมิติเร้น ที่นำเสนอเรื่องราวลึกลับทั่วไทย เธอสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เรียนไม่จบ ทำให้กลายเป็นคนเข้มแข็ง ทำงานหาเงินเลี้ยงน้องชายอย่างริวคนเดียว รอยจันทร์เป็นอดีตคนรักของเธียร ทายาทตระกูลนาคพิทักษ์ และในอดีตชาติเธอคือยอดคำทิพย์ หญิงสาวที่ทั้งสิงหานาคราชและกุมภนาคราชตกหลุมรัก ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นความแค้นระหว่างพี่น้องนาค
คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงความเข้มแข็งจากบาดแผลชีวิต เธอไม่ใช่แค่นางเอกสวยแต่เป็นผู้หญิงที่ยืนหยัดด้วยตัวเอง ทำงานในรายการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติ ซึ่งโยงเข้ากับปมตระกูลนาคพิทักษ์ พรีมถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากดราม่ากับเธียร เผชิญความขัดแย้งเก่าและภัยจากสิงหานาคราชที่ตามล้างแค้น รอยจันทร์ต้องช่วยเธียรต่อสู้ด้วยสติปัญญาและความรัก ผสมผสานความโรแมนติกกับแฟนตาซี เธอเป็นตัวแทนผู้หญิงสมัยใหม่ที่เผชิญอุปสรรคแต่ไม่ยอมแพ้ ทำให้คนดูเห็นพัฒนาการจากสาวธรรมดาเป็นส่วนสำคัญในการดับเพลิงแค้น
ฉายา “หญิงสาวข้ามภพ”
สะท้อนบทบาทรอยจันทร์ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการกลับชาติมาเกิดจากยอดคำทิพย์ หญิงที่จุดประกายแค้นระหว่างพี่น้องนาค ทำให้เธอกลายเป็นกุญแจในการแก้ปมทั้งหมด พรีมเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากที่นึกถึงอดีตชาติและช่วยเธียรต่อสู้ ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสายใยรักและศรัทธาที่ก้าวข้ามกาลเวลา
ข้อคิด “เข้มแข็งจากบาดแผล”
จากบทรอยจันทร์สอนว่าความสูญเสียทำให้คนเติบโต เธอสูญเสียพ่อแม่แต่ยืนหยัดเลี้ยงน้องและทำงาน ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าอุปสรรคสร้างความแข็งแกร่ง รอยจันทร์ใช้ประสบการณ์ช่วยแก้ปัญหาใหญ่โตอย่างภัยจากสิงหานาคราช พรีมถ่ายทอดให้เห็นว่าความเข้มแข็งไม่ใช่เกิดมาแต่สร้างจากบาดแผล ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนเปลี่ยนแปลงได้ด้วยจิตใจ
→ โบ๊ท-ธารา ทิพา รับบท ริว/ทัตตะนาคา

หนุ่มหน้าใส ขี้เล่น ท่าทางทะเล้น แต่มีจิตสัมผัสพิเศษและอำนาจแห่งนาคาแฝงตัว เขาเป็นน้องชายแท้ๆของรอยจันทร์ พิธีกรรายการลึกลับ ในชาติปัจจุบันริวใช้ชีวิตปกติแบบวัยรุ่นทั่วไป เรียนหนังสือ เล่นสนุกกับเพื่อน แต่มีสัมผัสที่เห็นวิญญาณหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ ทำให้เขากลายเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเธียรต่อกรกับสิงหานาคราช ในอดีตชาติริวคือทัตตะนาคา องครักษ์จงรักภักดีของกุมภนาคราช ที่ให้สัญญาจะปกป้องเชื้อสายนาคพิทักษ์จากภัยแค้นของสิงหานาคราช
โบ๊ทถ่ายทอดความสดใสได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากทะเล้นกับพราวพิรุณ สาวน้อยป่วยโรคหัวใจที่ทำให้โลกของเธอสดใสขึ้น ริวต้องเรียนรู้พลังตัวเอง ฝึกฝนมนต์คาถา และเผชิญหน้ากับศัตรูที่เหนือมนุษย์ ขณะเดียวกันยังมีเรื่องรักต่างวัยกับพราวพิรุณที่เพิ่มดราม่า คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเปลี่ยนจากเด็กธรรมดาเป็นฮีโร่ข้ามภพ เขาไม่ใช่แค่ตัวประกอบ แต่เป็นกุญแจในการดับเพลิงแค้นด้วยศรัทธาและสัจจะ ทำให้คนดูเห็นพัฒนาการชัดเจน ผสมผสานคอมเมดี้กับแฟนตาซีลงตัวสุดๆ
ฉายา “องครักษ์ทะเล้น”
สะท้อนบทบาทริวที่ผสมความขี้เล่นกับหน้าที่ปกป้อง ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการกลับชาติมาเกิดจากทัตตะนาคาเพื่อทำตามสัญญาเก่า ริวใช้สัมผัสพิเศษและอำนาจนาคาช่วยทีมต่อสู้สิงหานาคราช โบ๊ทเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากทะเล้นแต่จริงจังตอนใช้พลัง ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของภักดีที่ซ่อนในความสดใสข้ามกาลเวลา
ข้อคิด “สัจจะเหนือกาลเวลา”
จากบทริวสอนว่าคำสัญญาไม่จางหายตามเวลา แต่ต้องรักษาไว้ด้วยจิตใจ ริวกลับชาติมาเกิดเพื่อปกป้องตามคำมั่นเก่า ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าภักดีสร้างพลังแก้ปัญหาใหญ่โต ริวใช้สัมผัสพิเศษช่วยดับแค้นสิงหานาคราช โบ๊ทถ่ายทอดให้เห็นว่าสัจจะไม่ใช่สิ่งเก่าแก่แต่เป็นแรงผลักดัน ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนรักษาคำพูดได้แม้ข้ามภพชาติ
→ ลาล่า-ลาริสา มิษฎา วิลมอทท์ รับบท น้ำฝน/พราวพิรุณ
สาววัยใส น่ารัก ใจดี ลูกสาวคนเดียวของท่านชัยกาล รัฐมนตรี และคุณหญิงเรือนอร คุณหญิงไฮโซที่มีหน้ามีตาในสังคม แต่พราวพิรุณโชคร้ายป่วยโรคหัวใจผิดปกติตั้งแต่เกิด ทำให้ชีวิตเธอถูกจำกัด ไม่เคยได้ลองใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไป ต้องอยู่กับยาและการดูแลใกล้ชิดจากครอบครัว เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะแม่ชอบออกงานสังคม ไม่ค่อยมีเวลาให้ จนทำให้เธอคิดว่าแม่ไม่ห่วงใย แต่แล้วทุกอย่างเปลี่ยนเมื่อเธอได้พบริว เด็กหนุ่มทะเล้นที่มีจิตสัมผัสพิเศษ
โลกของพราวพิรุณเริ่มสดใสขึ้นจากความรักต่างวัยนี้ ริวทำให้เธอได้สัมผัสความสนุก ได้ออกไปผจญภัยเล็กๆ และรู้สึกมีชีวิตชีวา ลาล่าถ่ายทอดความบอบบางได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่พราวพิรุณเผชิญอาการป่วยแต่ยังยิ้มสู้ คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเติบโตจากสาวน้อยเปราะบางเป็นคนกล้าหาญด้วยพลังรัก เธอไม่ใช่แค่นางรองแต่เป็นส่วนสำคัญที่เพิ่มดราม่าโรแมนติกให้เรื่อง ผสมผสานความน่ารักกับแฟนตาซีจากปมนาคพิทักษ์ ทำให้คนดูเห็นพัฒนาการชัดเจนจากชีวิตจำกัดสู่การเปิดใจ
ฉายา “ดอกไม้บอบบางสดใส”
สะท้อนบทบาทพราวพิรุณที่เปราะบางจากโรคหัวใจแต่เบ่งบานด้วยรัก ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตโดดเดี่ยวถูกจำกัดสู่ความสดใสเมื่อพบริว พราวพิรุณใช้ความน่ารักและใจดีเอาชนะอุปสรรค ลาล่าเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากที่เธอยิ้มสู้แม้ป่วย ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและรักที่ทำให้ดอกไม้บอบบางแข็งแกร่งขึ้น
ข้อคิด “รักดับความโดดเดี่ยว”
จากบทพราวพิรุณสอนว่าความรักทำให้ชีวิตที่บอบบางสดใสขึ้น เธอป่วยโรคหัวใจแต่พบริวแล้วโลกเปลี่ยน ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าความสัมพันธ์สร้างพลังเอาชนะอุปสรรค พราวพิรุณเปิดใจจากโดดเดี่ยวสู่การผจญภัย ลาล่าถ่ายทอดให้เห็นว่ารักไม่ใช่แค่โรแมนติกแต่เป็นแรงผลักดัน ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนหาความสุขได้แม้เผชิญโรคภัย
→ หยาด-หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท จิญยาณี

สาวสวย เพอร์เฟค ทะเยอทะยานสูง แฝงเลศนัยลึกลับ เธอเป็นเพื่อนสมัยเรียนของรอยจันทร์ พิธีกรสาวสวยใจดี แต่จิญยาณีอิจฉารอยจันทร์มาตลอด เพราะรอยจันทร์มีทุกอย่างที่เธออยากได้ ทั้งความสวย ความนิยม และความรักจากเธียร ทายาทตระกูลนาคพิทักษ์ จิญยาณีตกหลุมรักเธียรข้างเดียว แต่เธียรไม่สนใจเธอเลย เพราะยังรักรอยจันทร์อดีตคนรัก ทำให้จุดนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นความแค้น เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะวางแผนร้าย แย่งชิง หรือใช้เล่ห์เหลี่ยม
หยาดถ่ายทอดความร้ายได้ถึงใจมาก โดยเฉพาะสายตาแฝงเลศนัย น้ำเสียงเย็นชา และรอยยิ้มที่ดูน่ากลัว คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นตัวร้ายสมัยใหม่ ไม่ใช่ร้ายแบบโจ่งแจ้งแต่ค่อยๆ สะสมความอิจฉาจนระเบิด เธอเพิ่มความเข้มข้นให้ดราม่ารักสามเส้าระหว่างเธียร รอยจันทร์ และตัวเอง ขณะที่เรื่องหลักเกี่ยวกับพญานาค จิญยาณีก็โยงเข้ากับปมมนุษย์ธรรมดาที่ทะเยอทะยานเกินไป ทำให้คนดูเกลียดแต่ก็เข้าใจมุมมืดในใจเธอ หยาดเล่นให้เห็นพัฒนาการจากเพื่อนสนิทสู่ศัตรูที่อันตราย ผสมผสานความสวยเซ็กซี่กับความร้ายกาจลงตัวสุดๆ
ฉายา “สาวร้ายเลศนัย”
สะท้อนบทบาทจิญยาณีที่แฝงความร้ายไว้ใต้ใบหน้าสวยเพอร์เฟค ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการใช้เล่ห์เหลี่ยมและสายตาเลศนัยวางแผนทำร้ายรอยจันทร์เพื่อแย่งเธียร จิญยาณีทะเยอทะยานจนยอมทำทุกอย่าง หยาดเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากยิ้มเย็นชาและวางแผนลับๆ ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความอิจฉาที่ซ่อนในรอยยิ้มสวยงาม
ข้อคิด “อิจฉานำพาความทุกข์”
จากบทจิญยาณีสอนว่าความริษยาและทะเยอทะยานเกินไปทำร้ายตัวเอง เธออิจฉารอยจันทร์จนยอมทำร้ายเพื่อนเพื่อแย่งเธียร แต่สุดท้ายไม่เคยได้ความสุข ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าความอยากได้ของคนอื่นสร้างความทุกข์ จิญยาณีเสียมิตรภาพและตัวตน หยาดถ่ายทอดให้เห็นว่าความร้ายจากอิจฉาไม่นำพาความสำเร็จ แต่ทำลายจิตใจ ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าความพอใจในตัวเองนำพาความสงบ
→ แคร์-ฉัตรฑริกา สิทธิพรม รับบท พันเกลียว

หญิงสาวใบหน้างดงาม ดวงตาฉายแววสงบนิ่ง อดีตหมอดูนักพยากรณ์ที่แม่นยำราวกับตาเห็น เธอเคยมีชื่อเสียงในวงการทำนาย แต่เลือกปลีกตัวออกจากสังคมเพื่อใช้ชีวิตเงียบๆ ตามคำสั่งเสียของพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว คำมั่นสัญญาอันใหญ่หลวงคือการช่วยเหลือริว หรือทัตตะนาคา ในชาติปัจจุบัน ให้สามารถต่อสู้กับสิงหานาคราช พญานาคผู้แค้นเคืองได้ พันเกลียวมีพลังวิเศษที่ช่วยมองเห็นอนาคตหรือสิ่งลึกลับ ทำให้เธอกลายเป็นผู้ช่วยสำคัญของเธียรและทีมตระกูลนาคพิทักษ์
แคร์ถ่ายทอดความสงบได้ดีมาก โดยเฉพาะสายตาเย็นชาแต่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นตัวละครลึกลับที่ไม่ค่อยพูดมาก แต่ทุกคำพูดและการกระทำมีน้ำหนัก เธอไม่ใช่แค่ตัวประกอบแต่เป็นกุญแจในการชำระล้างเพลิงแค้นด้วยศรัทธาและมนต์คาถา พันเกลียวต้องเผชิญความขัดแย้งภายในระหว่างชีวิตสงบที่ต้องการกับหน้าที่ที่ต้องทำตามคำสัญญา ทำให้คนดูเห็นพัฒนาการจากสาวปลีกวิเวกสู่ผู้พิทักษ์เงียบๆ ผสมผสานความงามสงบกับแฟนตาซีพลังวิเศษลงตัวสุดๆ เธอเพิ่มมิติให้เรื่องหลักเกี่ยวกับพญานาค โดยเชื่อมโยงมนุษย์ธรรมดากับโลกใต้บาดาล
ฉายา “สาวสงบผู้มองเห็น”
สะท้อนบทบาทพันเกลียวที่สงบนิ่งแต่มีพลังทำนายแม่นยำ ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการปลีกตัวจากสังคมเพื่อรักษาคำมั่นกับพ่อ โดยใช้พลังวิเศษช่วยริวต่อสู้สิงหานาคราช พันเกลียวมองเห็นสิ่งลึกลับและอนาคต แคร์เล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากสายตาสงบแต่ลึกซึ้ง ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตาที่ซ่อนในความเงียบสงบ
ข้อคิด “คำมั่นรักษาได้ด้วยใจ”
จากบทพันเกลียวสอนว่าสัญญาที่ให้ไว้ไม่จางหาย แม้ต้องเสียสละชีวิตสงบ เธอทำตามคำพ่อเพื่อช่วยริวดับแค้นสิงหานาคราช ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าความภักดีสร้างพลังแก้ปัญหาใหญ่ พันเกลียวใช้พลังวิเศษจากใจบริสุทธิ์ แคร์ถ่ายทอดให้เห็นว่าคำมั่นไม่ใช่ภาระแต่เป็นแรงผลักดัน ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนรักษาสัญญาได้ด้วยจิตใจที่มั่นคง
→ ไผ่-วิศรุต หิรัญบุศย์ รับบท ชัยยะนาคา

พญานาคองครักษ์เบื้องซ้ายของกุมภนาคราช ผู้จงรักภักดีสูงสุดและมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า เขาเป็นบริวารคนสนิทที่คอยปกป้องกุมภนาคราชมาตั้งแต่อดีตชาติ เมื่อสิงหานาคราชถูกขังด้วยมนต์อาลัมพายน์ ชัยยะนาคาให้สัจวาจาว่าจะคอยดูแลและปกป้องลูกหลานเชื้อสายของกุมภนาคราชให้ปลอดภัยจากภัยแค้นที่อาจกลับมา ในชาติปัจจุบันเขาปรากฏตัวเพื่อช่วยเธียร ทายาทตระกูลนาคพิทักษ์ ต่อกรกับสิงหานาคราชที่บุกมาล้างแค้น ชัยยะนาคาใช้ฤทธิ์เดชและมนต์คาถาในการต่อสู้ แต่สิ่งที่โดดเด่นคือความสงบและเมตตา
เขาไม่ใช้กำลังเปล่าแต่เน้นศรัทธาในธรรมะเป็นหลัก ไผ่ถ่ายทอดความน่าเกรงขามได้ดีมาก โดยเฉพาะสายตาที่สงบนิ่งแต่เต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นตัวแทนพลังบวกในโลกนาค เขาไม่ใช่แค่บริวารแต่เป็นผู้ชี้นำให้เธียรและริวเรียนรู้พลังศรัทธาเพื่อดับเพลิงแค้น ชัยยะนาคาต้องเผชิญความขัดแย้งระหว่างหน้าที่ปกป้องกับการไม่ต้องการทำร้ายพี่ชายของนาย ทำให้คนดูเห็นมิติลึกซึ้งของความภักดีที่ผสมเมตตา เขาเพิ่มความเข้มข้นให้ฉากต่อสู้ซีจีอลังการและโยงเรื่องใต้บาดาลกับโลกมนุษย์ลงตัวสุดๆ
ฉายา “องครักษ์เมตตา”
สะท้อนบทบาทชัยยะนาคาที่จงรักภักดีแต่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาจากศรัทธาพุทธ ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการให้สัจวาจาปกป้องเชื้อสายกุมภนาคราชโดยไม่ใช้กำลังรุนแรงเกินจำเป็น ชัยยะนาคาใช้ธรรมะชี้นำการต่อสู้ ไผ่เล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากที่เขาสงบแต่หนักแน่น ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความภักดีที่ผสมกรุณา
ข้อคิด “ภักดีผสมเมตตานำชัย”
จากบทชัยยะนาคาสอนว่าความจงรักภักดีที่แท้จริงต้องมีเมตตาและศรัทธานำหน้า เขาปกป้องลูกหลานกุมภนาคราชแต่ไม่ทำร้ายสิงหานาคราชเกินเหตุ ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าการยึดมั่นหน้าที่ด้วยใจบริสุทธิ์สร้างพลังเอาชนะแค้น ชัยยะนาคาใช้ธรรมะดับเพลิงโกรธ ไผ่ถ่ายทอดให้เห็นว่าความเมตตาไม่ใช่ความอ่อนแอแต่เป็นอาวุธที่แข็งแกร่ง ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนสร้างสมดุลระหว่างภักดีและกรุณาได้
→ บุ๊ค-สิคพัชศ์ เศรษฐพงพัชร์ รับบท กุมภนาคราช

พญานาคผู้ครอบครองนครบาดาล ใจดี มีเมตตาสูง น้องชายของสิงหานาคราช ผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า เขาเป็นผู้นำที่ชักชวนเหล่าวงศ์วานพญานาคให้หันมานับถือไตรสรณาคมน์และละทิ้งความยึดมั่นในฤทธิ์เดชเก่าแก่ ทำให้เกิดความขัดแย้งหนักกับพี่ชายที่หยิ่งผยองและยึดศรัทธาเจ้าปู่สุวรรณนาคราช เมื่อสิงหานาคราชสั่งบริวารรบกวนการถือศีล กุมภนาคราชจำใจต้องใช้มนต์อาลัมพายน์ขังพี่ชายไว้เพื่อป้องกันภัยพิบัติใหญ่โตที่จะเกิดกับโลกบาดาล บุ๊คถ่ายทอดความเมตตาได้ดีมาก โดยเฉพาะน้ำเสียงนุ่มและสายตาที่เต็มเปี่ยมด้วยกรุณา
คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นตัวแทนพลังบวกในโลกนาค เขาไม่ใช่แค่พญานาคธรรมดาแต่เป็นผู้นำที่เลือกทางสายกลางด้วยธรรมะ แม้ต้องเผชิญความแค้นจากพี่ชายและสูญเสียคนรักอย่างยอดคำทิพย์ร่วมกัน กุมภนาคราชยังคงยึดมั่นเมตตา ส่งต่อเชื้อสายและบริวารอย่างชัยยะนาคาให้ปกป้องลูกหลานในชาติปัจจุบัน เขาเพิ่มมิติให้เรื่องหลักเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างฤทธิ์เดชกับศรัทธา ทำให้คนดูเห็นว่าความใจดีไม่ใช่ความอ่อนแอแต่เป็นพลังที่ยั่งยืน บุ๊คเล่นให้เห็นพัฒนาการจากผู้นำเข้มแข็งสู่ผู้ละสังขารตามหลักพุทธ
ฉายา “พญานาคกรุณา”
สะท้อนบทบาทกุมภนาคราชที่เต็มเปี่ยมด้วยเมตตาและกรุณา ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการเลือกศรัทธาพุทธเพื่อนำพาวงศ์วานนาคสู่ทางสว่าง แม้ต้องขังพี่ชายเพื่อป้องกันภัย กุมภนาคราชใช้เมตตาชนะความรุนแรง บุ๊คเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากชักชวนนับถือธรรมะ ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำที่ใจดีนำพาความสงบ
ข้อคิด “เมตตาชนะฤทธิ์เดช”
จากบทกุมภนาคราชสอนว่าความกรุณาและศรัทธาเหนือกว่าพลังรุนแรง เขาหันมานับถือพุทธและชักชวนวงศ์วาน แม้สร้างแค้นแต่สุดท้ายเมตตานำชัย ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าความใจดีแก้ปัญหาใหญ่ได้ กุมภนาคราชใช้ธรรมะป้องกันภัย บุ๊คถ่ายทอดให้เห็นว่าเมตตาไม่ใช่ความอ่อนแต่เป็นพลังยั่งยืน ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนเลือกทางสว่างด้วยใจบริสุทธิ์
→ กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท ก้องภพ

เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มรายใหญ่ ตระกูลนาคพิทักษ์ สืบเชื้อสายพญานาคโดยตรงจากกุมภนาคราช เขาเป็นคนจริงจัง มุ่งมั่นในการทำงานสูง ดูแลบริษัทและครอบครัวด้วยความรับผิดชอบเต็มเปี่ยม ใช้ชีวิตแบบนักธุรกิจสมัยใหม่ แต่ลึกๆ แล้วแบกรับความลับตระกูลที่ไม่มีใครรู้ ก้องภพรู้ดีว่าตระกูลตนผูกพันกับพญานาคและภัยจากสิงหานาคราช แต่เลือกปกปิดเพื่อให้เธียร ลูกชายคนเดียว เติบโตปกติสุข จนวันหนึ่งเขาฝันเห็นภัยร้ายที่จ้องทำร้ายตระกูล ทำให้ตัดสินใจเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้เธียรรู้
กบถ่ายทอดความหนักแน่นได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่พ่อต้องสารภาพความลับกับลูกชาย สายตาและน้ำเสียงเต็มเปี่ยมด้วยความกังวลแต่เด็ดเดี่ยว คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นพ่อที่ปกป้องลูกด้วยการซ่อนความจริงมานาน แต่เมื่อถึงจุดวิกฤตยอมเผชิญหน้าเพื่อให้ลูกพร้อมสู้ เขาไม่ใช่แค่ตัวประกอบแต่เป็นจุดเริ่มต้นที่โยงโลกมนุษย์กับตำนานนาค ทำให้เธียรรับภาระปราบสิงหานาคราช ก้องภพเพิ่มดราม่าครอบครัวให้เรื่องหลักเข้มข้น คนดูเห็นพัฒนาการจากพ่อเข้มงวดสู่ผู้มอบมรดกและศรัทธา ผสมผสานความเป็นนักธุรกิจกับความลึกลับลงตัวสุดๆ
ฉายา “พ่อผู้เปิดความจริง”
สะท้อนบทบาทก้องภพที่แบกความลับตระกูลมานานแต่ตัดสินใจเปิดเผยเมื่อภัยมา ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการฝันเห็นภัยแล้วยอมบอกเธียรถึงเชื้อสายนาคพิทักษ์ เพื่อให้ลูกพร้อมต่อสู้สิงหานาคราช ก้องภพใช้ความจริงจังนำทางครอบครัว กบเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากสารภาพกับลูก ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของพ่อที่ปกป้องด้วยความจริง
ข้อคิด “ความจริงสร้างความพร้อม”
จากบทก้องภพสอนว่าการปกปิดเพื่อปกป้องอาจดีชั่วคราว แต่ความจริงทำให้คนที่รักพร้อมสู้ เขาซ่อนเรื่องนาคพิทักษ์แต่สุดท้ายเปิดเผยเพื่อให้เธียรรับภาระ ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าความซื่อสัตย์ในครอบครัวสร้างความเข้มแข็ง ก้องภพใช้ความจริงดับภัยแค้น กบถ่ายทอดให้เห็นว่าความจริงไม่ใช่ภาระแต่เป็นพลัง ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนมอบความจริงให้คนรักเพื่ออนาคตที่ดี
→ หนู-สุรศักดิ์ ชัยอรรถ รับบท ท่านชัยกาล

ชายวัยกลางคน อบอุ่น ใจดี รักครอบครัวอย่างสุดหัวใจ เขาเป็นสามีของคุณหญิงเรือนอร คุณหญิงไฮโซที่ชอบออกงานสังคม และเป็นพ่อของพราวพิรุณ ลูกสาวคนเดียวที่ป่วยโรคหัวใจผิดปกติตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ท่านชัยกาลยังคงให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก เขาคอยดูแลพราวพิรุณอย่างใกล้ชิด สนับสนุนให้ลูกสาวมีกำลังใจแม้ชีวิตถูกจำกัดจากโรคภัย
หนูถ่ายทอดความอบอุ่นได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่พ่อปลอบลูกสาวหรือคุยกับภรรยา สายตาและน้ำเสียงเต็มเปี่ยมด้วยความห่วงใย คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นพ่อที่สมดุลระหว่างหน้าที่สาธารณะกับชีวิตส่วนตัว เขาไม่ใช่แค่ตัวประกอบแต่เป็นส่วนสำคัญในสายเรื่องโรแมนติกของริวกับพราวพิรุณ ท่านชัยกาลต้องเผชิญความกังวลจากอาการป่วยของลูก แต่ยังคงยิ้มและให้กำลังใจ ทำให้คนดูเห็นภาพพ่อที่เข้มแข็งเงียบๆ เขาเพิ่มดราม่าครอบครัวให้เรื่องหลักแฟนตาซีเกี่ยวกับพญานาคมีมิติมนุษย์มากขึ้น ผสมผสานความเป็นรัฐมนตรีผู้ทรงเกียรติกับความเป็นพ่อธรรมดาลงตัวสุดๆ
ฉายา “พ่อรัฐมนตรีอบอุ่น”
สะท้อนบทบาทท่านชัยกาลที่สมดุลตำแหน่งสูงกับความรักครอบครัว ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการดูแลพราวพิรุณป่วยโรคหัวใจอย่างใกล้ชิด แม้ภรรยาชอบสังคมแต่เขาคอยเติมเต็มความห่วงใย ท่านชัยกาลใช้ความอบอุ่นสนับสนุนลูก หนูเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากปลอบใจ ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของพ่อที่รักลูกเหนือทุกอย่าง
ข้อคิด “รักครอบครัวสร้างกำลังใจ”
จากบทท่านชัยกาลสอนว่าความห่วงใยจากพ่อแม่ทำให้ลูกสู้โรคภัยได้ เขาดูแลพราวพิรุณป่วยแต่ให้กำลังใจเสมอ ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าครอบครัวเป็นพลังหลักในยามยาก ท่านชัยกาลสมดุลงานรัฐมนตรีกับการเป็นพ่อ หนูถ่ายทอดให้เห็นว่ารักไม่ใช่คำพูดแต่เป็นการกระทำ ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนให้กำลังใจคนในบ้านได้แม้ชีวิตยุ่งเหยิง
→ แพร-รัชนี ศิระเลิศ รับบท คุณหญิงเรือนอร

คุณหญิงไฮโซตัวจริง ชอบออกงานสังคมสุดๆ ออกปาร์ตี้ งานการกุศล และสังคมชั้นสูงเป็นประจำ เธอเป็นภรรยาของท่านชัยกาล รัฐมนตรีผู้อบอุ่น และแม่ของพราวพิรุณ ลูกสาวคนเดียวที่ป่วยโรคหัวใจผิดปกติ คุณหญิงเรือนอรรักลูกมากในแบบของตัวเอง แต่ชีวิตที่หมุนรอบงานสังคมทำให้เธอไม่ค่อยมีเวลาให้พราวพิรุณอย่างที่ควรจะเป็น จนลูกสาวเข้าใจผิดคิดว่าแม่ไม่สนใจ ไม่ห่วงใย เธอจึงรู้สึกโดดเดี่ยวและขาดความอบอุ่นจากแม่ แพรถ่ายทอดความไฮโซได้ดีมาก โดยเฉพาะท่าทางสง่างาม การแต่งตัวหรูหรา และน้ำเสียงที่ดูสูงส่ง
คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นแม่สมัยใหม่ที่ติดอยู่ในกรอบสังคมชั้นสูง เธอไม่ใช่แม่เลวแต่เป็นผู้หญิงที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และหน้าที่สังคมมากเกินไป จนละเลยช่วงเวลาสำคัญกับลูก คุณหญิงเรือนอรเพิ่มดราม่าครอบครัวให้สายเรื่องโรแมนติกของริวกับพราวพิรุณเข้มข้นขึ้น เพราะความเข้าใจผิดนี้ทำให้พราวพิรุณยิ่งโหยหาความรักจากคนอื่น แพรเล่นให้เห็นมิติของแม่ที่รักลูกแต่แสดงออกไม่ถูกวิธี คนดูเห็นพัฒนาการจากคุณหญิงเย็นชาสู่การตระหนักถึงความผิดพลาด ผสมผสานความหรูหรากับความเปราะบางในใจลงตัวสุดๆ
ฉายา “คุณหญิงสังคมหรู”
สะท้อนบทบาทคุณหญิงเรือนอรที่หมุนตัวในวงสังคมชั้นสูงตลอดเวลา ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการให้ความสำคัญกับงานปาร์ตี้และภาพลักษณ์จนละเลยเวลาให้ลูกสาวป่วย คุณหญิงเรือนอรใช้ชีวิตไฮโซแต่ซ่อนความรู้สึกผิด แพรเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากออกงานยิ้มสง่า ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแม่ที่รักลูกแต่ติดกรอบสังคม
ข้อคิด “เวลาให้ลูกสำคัญกว่าภาพลักษณ์”
จากบทคุณหญิงเรือนอรสอนว่าการชอบสังคมมากเกินไปอาจทำให้เสียช่วงเวลากับลูก เธอรักพราวพิรุณแต่ไม่มีเวลา จนลูกเข้าใจผิด ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าภาพลักษณ์ภายนอกไม่เท่าความอบอุ่นในบ้าน คุณหญิงเรือนอรตระหนักช้าไป แพรถ่ายทอดให้เห็นว่าการปรับสมดุลนำความสุขครอบครัว ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนให้เวลาคนในบ้านเหนือสิ่งอื่น
→ แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท แพท

สาวมั่นตัวเล็ก ผู้กำกับรายการมิติเร้น รายการทีวีที่นำเสนอเรื่องราวลึกลับเหนือธรรมชาติทั่วไทย โดยมีรอยจันทร์เป็นพิธีกรหลัก แพทเป็นหัวหน้าทีมที่ดูแลการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่หาโลเคชั่น ถ่ายทำ และตัดต่อ เธอทำงานจริงจัง มั่นใจในตัวเองสูง แต่ปากร้ายสุดๆ ชอบพูดจิกกัดทีมงาน โดยเฉพาะโหน่ง ตากล้องหนุ่มขี้เล่นที่เป็นคู่กัดประจำ ทำให้เกิดฉากฮาๆ ตลอดเรื่อง แต่ลึกๆ แล้วแพทเป็นคนมีน้ำใจมาก รักพวกพ้องเพื่อนร่วมงานสุดหัวใจ คอยช่วยเหลือทุกคนในยามยาก แม้ปากจะด่าแต่มือช่วยเสมอ
แอร์ถ่ายทอดความมั่นได้ดีมาก โดยเฉพาะท่าทางตัวเล็กแต่บุคลิกใหญ่ น้ำเสียงจิกกัดแต่แฝงความน่ารัก คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นตัวละครคอมเมดี้ที่เพิ่มสีสันให้เรื่องหลักแฟนตาซีเกี่ยวกับพญานาค แพทและทีมรายการมิติเร้นโยงเข้ากับปมลึกลับ เพราะรายการตามหาเรื่องผีและสิ่งเหนือธรรมชาติ ซึ่งเชื่อมกับภัยจากสิงหานาคราช เธอไม่ใช่แค่ตัวประกอบแต่เป็นส่วนที่ทำให้เรื่องไม่หนักเกินไป มีฉากตลกคั่นดราม่า คนดูเห็นพัฒนาการจากผู้กำกับปากร้ายสู่เพื่อนแท้ที่ยืนเคียงข้างรอยจันทร์และริว ผสมผสานความมั่นตัวเล็กกับความมีน้ำใจลงตัวสุดๆ
ฉายา “ผู้กำกับปากร้ายน้ำใจงาม”
สะท้อนบทบาทแพทที่จิกกัดทีมงานแต่ช่วยเหลือเสมอ ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการเป็นหัวหน้าที่มั่นใจแต่แฝงความห่วงใย โดยเฉพาะคู่กัดกับโหน่งที่สร้างความสนุก แพทดูแลรายการมิติเร้นด้วยความทุ่มเท แอร์เล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากด่าแต่ยิ้ม ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเพื่อนร่วมงานที่ปากตรงกับใจ
ข้อคิด “ปากร้ายแต่ใจดีสร้างมิตรภาพ”
จากบทแพทสอนว่าคนที่พูดตรงจิกกัดอาจมีน้ำใจลึกซึ้ง เธอด่าทีมแต่รักพวกพ้องสุดหัวใจ ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าบุคลิกมั่นปากร้ายไม่ใช่คนเลว แต่สร้างความผูกพัน แพทช่วยทีมในยามยาก แอร์ถ่ายทอดให้เห็นว่าความจริงใจนำมิตรภาพ ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนเข้าใจกันได้แม้พูดตรง
→ บอส-ณัชพงศ์พล สุดดี รับบท โหน่ง

หนุ่มวัยใส ขี้เล่น กวนโอ้ยสุดๆ ตากล้องประจำรายการมิติเร้น รายการทีวีที่นำเสนอเรื่องราวลึกลับเหนือธรรมชาติทั่วไทย โดยมีรอยจันทร์เป็นพิธีกรและแพทเป็นผู้กำกับ โหน่งเป็นคนที่คอยถือกล้อง ถ่ายทำตามโลเคชั่นต่างๆ ชอบแกล้งทีมงาน โดยเฉพาะคู่กัดตัวแม่อย่างแพท สาวมั่นปากร้าย ทำให้เกิดฉากทะเลาะกันแบบฮาๆ ตลอดเรื่อง แต่ลึกๆ แล้วโหน่งเป็นคนซื่อสัตย์ มีน้ำใจ และทุ่มเทกับงานมาก เขาชอบพูดกวนๆ จิกกัดแพทกลับทุกครั้งที่ถูกด่า จนกลายเป็นเคมีคู่หูที่คนดูขำตาม
บอสถ่ายทอดความกวนได้ดีมาก โดยเฉพาะท่าทางทะเล้น ยิ้มเจ้าเล่ห์ และน้ำเสียงกวนประสาท คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นตัวละครคอมเมดี้ที่เพิ่มความสนุกให้เรื่องหลักแฟนตาซีเกี่ยวกับพญานาค โหน่งและทีมรายการมิติเร้นโยงเข้ากับปมลึกลับ เพราะต้องตามถ่ายเรื่องผีและสิ่งเหนือธรรมชาติ ซึ่งเชื่อมกับภัยจากสิงหานาคราช เขาไม่ใช่แค่ตัวประกอบแต่เป็นส่วนที่ทำให้เรื่องไม่หนักเกินไป มีฉากตลกคั่นดราม่า คนดูเห็นพัฒนาการจากหนุ่มกวนสู่เพื่อนร่วมงานที่ช่วยทีมในยามวิกฤต ผสมผสานความวัยใสขี้เล่นกับความรับผิดชอบในงานลงตัวสุดๆ
ฉายา “ตากล้องกวนโอ้ย”
สะท้อนบทบาทโหน่งที่ชอบแกล้งและจิกกัดทีมงานตลอดเวลา ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการเป็นคู่กัดแพทที่สร้างความสนุกในกองถ่ายรายการมิติเร้น โหน่งใช้ความกวนโอ้ยปกปิดน้ำใจและความทุ่มเท บอสเล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากยิ้มเจ้าเล่ห์ตอนโดนด่า ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเพื่อนร่วมงานที่ทำให้บรรยากาศสนุก
ข้อคิด “ความกวนสร้างรอยยิ้ม”
จากบทโหน่งสอนว่าความขี้เล่นและกวนโอ้ยช่วยคลายเครียดในงาน เขาแกล้งทีมแต่ทำให้ทุกคนหัวเราะ ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าบุคลิกสนุกสร้างบรรยากาศดี โหน่งช่วยทีมรายการมิติเร้นผ่านเรื่องลึกลับ บอสถ่ายทอดให้เห็นว่าความกวนไม่ใช่เรื่องแย่แต่เป็นพลังบวก ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนทำให้เพื่อนร่วมงานยิ้มได้แม้ในสถานการณ์ตึงเครียด
→ วุตม์-สุรินทร คารวุตม์ รับบท ไตรภพ

ชายหนุ่มหน้าตาซื่อ ดูนอบน้อมสุภาพเรียบร้อย เลขาส่วนตัวของก้องภพ เจ้าของบริษัทเครื่องดื่มใหญ่ตระกูลนาคพิทักษ์ เขาทำงานในบริษัทมานานหลายปีจนได้รับความไว้วางใจเต็มเปี่ยมจากทั้งก้องภพและเธียร ลูกชายทายาท ไตรภพคอยจัดการงานเอกสาร ติดตามนัดหมาย และช่วยเหลือเรื่องส่วนตัวของเจ้านายด้วยความทุ่มเทเงียบๆ ไม่เคยเรียกร้องเครดิต เขาเป็นคนพูดน้อยแต่ทำมาก ชอบยืนอยู่ข้างหลังคอยสนับสนุน วุตม์ถ่ายทอดความซื่อได้ดีมาก โดยเฉพาะสายตาที่ดูนอบน้อมและท่าทางสุภาพ
คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นตัวละครสมทบที่เพิ่มความสมจริงให้โลกธุรกิจในเรื่อง เขาไม่ใช่แค่เลขาธรรมดาแต่เป็นคนที่รู้ความลับตระกูลนาคพิทักษ์บางส่วน เพราะทำงานใกล้ชิดก้องภพมานาน ไตรภพต้องเผชิญสถานการณ์เมื่อภัยจากสิงหานาคราชบุกมา เพราะเขาคอยช่วยจัดการเรื่องภายในบริษัทและครอบครัว ทำให้คนดูเห็นมิติของความภักดีที่ไม่หวือหวาแต่ยั่งยืน เขาเพิ่มความสมดุลให้เรื่องหลักแฟนตาซี โดยเป็นตัวแทนคนทำงานธรรมดาที่ซื่อสัตย์ในองค์กรใหญ่ ผสมผสานความนอบน้อมกับความรับผิดชอบลงตัวสุดๆ คนดูเห็นพัฒนาการจากเลขาเงียบๆ สู่ผู้ช่วยที่ไว้ใจในยามวิกฤต
ฉายา “เลขาภักดีเงียบ”
สะท้อนบทบาทไตรภพที่ทำงานมานานด้วยความนอบน้อมและทุ่มเทโดยไม่พูดมาก ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการได้รับความไว้วางใจจากก้องภพและเธียร เพราะความซื่อสัตย์และคอยสนับสนุนเบื้องหลัง ไตรภพจัดการงานทุกอย่างเงียบๆ วุตม์เล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากยืนข้างเจ้านายสุภาพ ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนทำงานที่ภักดีโดยไม่ต้องการ spotlight
ข้อคิด “ความนอบน้อมนำความไว้วางใจ”
จากบทไตรภพสอนว่าการสุภาพและทุ่มเทเงียบๆ สร้างความเชื่อถือยาวนาน เขาทำงานมานานจนเจ้านายไว้ใจทุกเรื่อง ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าความซื่อไม่ต้องหวือหวาแต่ชนะใจคน ไตรภพช่วยครอบครัวนาคพิทักษ์ผ่านวิกฤต วุตม์ถ่ายทอดให้เห็นว่าความนอบน้อมไม่ใช่ความอ่อนแอแต่เป็นพลังสร้างความสัมพันธ์ ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนได้รับความไว้วางใจด้วยการกระทำสุภาพ
→ สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท เจ้าปู่สุวรรณนาคราช

พญานาคผู้สูงส่งที่สุดในโลกใต้บาดาล มีอายุยืนยาวมิอาจนับได้ และมีฤทธิ์เดชมหาศาลจนเป็นที่เกรงขามของทั้งวงศ์วานนาค ครุฑ และแม้แต่เทวดา เขาเป็นผู้ปกครองเมืองบาดาลที่ยิ่งใหญ่ เคยเป็นที่ศรัทธาของสิงหานาคราช พญานาคผู้พี่ที่ยึดมั่นในฤทธิ์เดชและบูชาเจ้าปู่ แต่เจ้าปู่สุวรรณนาคราชกลับเลือกทางสายกลางด้วยการหันมาน้อมรับหลักคำสอนพระพุทธศาสนา สุดท้ายยอมละสังขาร บำเพ็ญตบะตามแนวทางธรรมะ เพื่อแสดงให้เห็นว่าฤทธิ์เดชไม่ใช่สิ่งยั่งยืน สุเชาว์ถ่ายทอดความน่าเกรงขามได้ดีมาก โดยเฉพาะน้ำเสียงทุ้มลึก สายตาที่สงบนิ่งแต่เต็มเปี่ยมด้วยบารมี และท่าทางสูงส่ง
คาแร็กเตอร์นี้โดดเด่นตรงการเป็นตัวแทนพญานาคสูงสุดที่ไม่ยึดติดอำนาจ เขาไม่ใช่ตัวละครหลักแต่เป็นจุดสำคัญที่โยงความขัดแย้งระหว่างสิงหานาคราชกับกุมภนาคราช เพราะเจ้าปู่เคยเป็นที่เคารพของทั้งคู่ แต่เลือกละสังขารตามพุทธ ทำให้สิงหานาคราชยิ่งอคติหนัก เจ้าปู่เพิ่มมิติปรัชญาให้เรื่องหลักเกี่ยวกับเพลิงแค้นและศรัทธา คนดูเห็นว่าบทนี้แม้ปรากฏน้อยแต่ทรงพลัง สุเชาว์เล่นให้เห็นพัฒนาการจากผู้ปกครองยิ่งใหญ่สู่ผู้ละวางทุกอย่าง ผสมผสานความเกรงขามกับความสงบในธรรมะลงตัวสุดๆ
ฉายา “พญานาคสูงสุดผู้ละวาง”
สะท้อนบทบาทเจ้าปู่สุวรรณนาคราชที่เคยมีฤทธิ์เดชเกรงขามแต่ยอมละสังขารตามธรรมะ ฉายานี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่น แต่หมายถึงการเป็นผู้ปกครองที่เลือกทางพุทธแทนการยึดอำนาจ ทำให้เป็นแบบอย่างให้วงศ์วานนาค เจ้าปู่แสดงความสงบเหนือฤทธิ์ สุเชาว์เล่นให้เห็นมิตินี้ชัด โดยเฉพาะฉากบำเพ็ญตบะ ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้สูงส่งที่วางทุกอย่างเพื่อความสงบ
ข้อคิด “ฤทธิ์เดชไม่เท่าศรัทธา”
จากบทเจ้าปู่สุวรรณนาคราชสอนว่าพลังมหาศาลยังต้องยอมละวางตามธรรมะ เขาเกรงขามแต่เลือกบำเพ็ญตบะตามพุทธ ข้อคิดนี้สะท้อนชีวิตจริงว่าอำนาจภายนอกไม่ยั่งยืนเท่าความสงบในใจ เจ้าปู่เป็นแบบอย่างให้สิงหานาคราชแต่ถูกปฏิเสธ สุเชาว์ถ่ายทอดให้เห็นว่าการละสังขารไม่ใช่ความพ่ายแพ้แต่เป็นชัยชนะ ทำให้คนดูเรียนรู้ว่าทุกคนวางสิ่งยึดติดเพื่อความสงบได้
หลายปีหลังจากเหตุการณ์ใน “เพลิงนาคา” ภาคแรกที่เพลิงแค้นของสิงหานาคราชถูกดับลงด้วยพลังศรัทธาและความรักข้ามภพชาติ แฟนๆ หลายคนยังคงคิดถึงโลกใต้บาดาลอันอลังการ ตัวละครที่ผูกพัน และธีมการต่อสู้ระหว่างฤทธิ์เดชกับธรรมะ ถ้าละครเรื่องนี้มีภาคต่อจริงๆจะไปในทิศทางไหน
เรื่องราวเกิดขึ้นราว 10 ปีหลังภาคแรก เธียร (บอย ปกรณ์) และรอยจันทร์ (พรีม รณิดา) แต่งงานกันแล้ว มีลูกชายคนหนึ่งที่สืบเชื้อสายพลังนาคพิทักษ์เต็มเปี่ยม ชื่อ “นาคิน” เด็กชายที่มีจิตสัมผัสพิเศษตั้งแต่เกิด ส่วนริว (โบ๊ท ธารา) และพราวพิรุณ (ลาล่า ลาริสา) ก็มีชีวิตครอบครัวความสุข พราวพิรุณหายจากโรคหัวใจด้วยบุญบารมีจากภาคแรก ริวกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ช่วยเธียรดูแลตระกูลนาคพิทักษ์อย่างเงียบๆ
แต่ความสงบสุขถูกทำลายเมื่อมีภัยใหม่จากโลกใต้บาดาล “มหานาคราช” พญานาคโบราณที่ตื่นจากการหลับไหลหลายพันปี เขาเป็นญาติห่างๆ ของเจ้าปู่สุวรรณนาคราช แต่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่กุมภนาคราช (บุ๊ค สิคพัชศ์) นำธรรมะมาเผยแพร่ มหานาคราชเชื่อว่าพญานาคควรครองโลกมนุษย์ด้วยฤทธิ์เดชเพื่อรักษาสมดุล เขาปล่อยบริวารนาครุ่นใหม่ที่ดุร้ายกว่าสิงหานาคราช บุกโลกมนุษย์ทำให้เกิดภัยพิบัติทางน้ำทั่วไทย น้ำท่วมใหญ่ คลื่นยักษ์ และปรากฏการณ์ประหลาด
เธียรและรอยจันทร์ต้องกลับมารับภาระอีกครั้ง โดยมีชัยยะนาคา (ไผ่ วิศรุต) และพันเกลียว (แคร์ ฉัตรฑริกา) คอยช่วยเหลือ ลูกชายนาคินกลายเป็นกุญแจสำคัญ เพราะมีพลังนาคาแท้ที่สามารถเชื่อมโลกบาดาลได้ แต่เด็กยังเล็กและไม่เข้าใจพลังตัวเอง ด้านริวกับพราวพิรุณมีลูกสาวที่สืบสัมผัสพิเศษ ช่วยกันปกป้องครอบครัว
ปมดราม่าเพิ่มเติมคือ “วิญญาณแค้น” ของสิงหานาคราชที่ยังหลงเหลือ แฝงตัวในมนุษย์คนหนึ่ง (อาจเป็นตัวละครใหม่ที่รับบทโดยนักแสดงดัง) พยายามยุยงมหานาคราชให้ทำลายตระกูลนาคพิทักษ์เพื่อแก้แค้นเก่า จิญยาณี (หยาดทิพย์) ที่เคยร้ายในภาคแรกอาจกลับมาในบทบวกกว่า ช่วยไถ่โทษด้วยการเตือนภัย
เรื่องราวเน้นธีม “ศรัทธารุ่นใหม่” ว่าลูกหลานจะสืบทอดการดับเพลิงแค้นด้วยธรรมะได้หรือไม่ ท่ามกลางภัยที่ใหญ่กว่าภาคแรก ฉากซีจีอลังการยิ่งขึ้น ทั้งสงครามนาคใต้บาดาล การต่อสู้บนบก และการเผชิญหน้ากับมหานาคราชในรูปแบบยักษ์

