ละคร น้ำขึ้นให้รีบรัก 2555 เป็นละครโทรทัศน์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ดราม่า โดยนำเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2554 มาเป็นฉากหลัง สะท้อนถึงความเดือดร้อนของผู้คนในช่วงน้ำท่วมใหญ่ แต่ผสมผสานเข้ากับเรื่องราวความรัก ความขัดแย้งในครอบครัว และแผนการสุดแสบของตัวละคร ทำให้ละครเรื่องนี้ไม่เพียงแต่บันเทิง แต่ยังให้แง่คิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์และการช่วยเหลือกันในยามวิกฤต เรื่องราวเริ่มต้นจากมหาอุทกภัยปี 2554 ที่สร้างความเดือดร้อนทั่วประเทศ “ก้อ” หนุ่มเพลย์บอยเจ้าของผับดังย่านรังสิต ต้องหนีน้ำท่วมและหนี้ก้อนโต จึงกลับไปหาพ่อชื่อ “กล้า” ที่บ้านริมทะเลในจังหวัดระยอง แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบพ่อ เจอแต่ “วุ้น” สาวพยาบาลปากกล้าที่อ้างตัวเองเป็นผู้ดูแลพ่อของเขา วุ้นบอกว่าลุงกล้าหายตัวไปหลังทะเลาะทางโทรศัพท์กับก้อครั้งสุดท้าย และโทษก้อว่าเป็นต้นเหตุ แต่ก้อไม่เชื่อ คิดว่านี่คือแผนของพ่อที่ชอบวางกลอุบายให้เขากลับบ้าน
ก้อเปิดตู้เซฟหวังเอาเงินไปใช้หนี้ แต่เจอแค่พินัยกรรมที่ระบุว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดยกให้วุ้น เว้นแต่ก้อกับวุ้นจะแต่งงานกัน ทำให้ก้อแน่ใจว่านี่คือแผนพ่อ วุ้นกังวลเรื่องลุงกล้า จึงออกตามหาพร้อม “ตั้น” นักธรณีวิทยาเจ้าของธุรกิจเรือเช่าและเพื่อนรุ่นพี่ที่แอบชอบวุ้น ด้านก้อถูก “หยวน” เพื่อนสนิทและเจ้าหนี้โทรทวงเงิน ก้อไม่มีจ่าย หยวนเลยพาครอบครัวอพยพหนีน้ำมาอยู่ด้วย รวมถึง “อาม่า” (สินีนาฎ โพธิเวส) ที่เอาแต่นั่งดูข่าวน้ำท่วม, “หยา” (นวกชมณ ชื้นครองธรรม หรือ “เกรซ” เดอะสตาร์) น้องสาวไฮโซบ้าวัตถุนิยม, และ “โบนัส” (รุจิภาส ก่อเกียรติ หรือเมย์) ลูกพี่ลูกน้องคลั่งดารา
หยวนเขี้ยวเข้ากับ “เปรียว” (พิชญา เชาวลิต หรือฟาง) เพื่อนวุ้นที่ธุรกิจเสียหายจากน้ำท่วม กลายเป็นคู่กัดกัน คนกรุงเรื่องมากทำให้ “ต๊อก” (จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม) ลูกน้องตั้น และ ดอกไม้ (อุ่นเรือน ราโชติ หรือหน่อย) หมอนวดริมหาด คอยแกล้งครอบครัวหยวนเพิ่มสีสัน แล้วเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ตำรวจพบเสื้อลุงกล้าลอยกลางทะเล คาดว่าเสียชีวิต ก้อช็อกและรู้สึกผิดที่เคยหาเรื่องวุ้น ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดและมีใจให้กัน
แต่แล้ว “เบบี๋” (ปานวาด เหมมณี หรือเป้ย) แฟนเก่าของก้อหนีน้ำมาอยู่ด้วย วุ้นเข้าใจผิดคิดว่าก้อหลอก ก้ออธิบายว่าเลิกกันแล้ว แต่เบบี๋ได้ยินและรู้ว่าทั้งคู่มีใจ เบบี๋เจอพินัยกรรม คิดว่าก้อรักวุ้นเพราะอยากได้บ้าน จึงยุให้วุ้นรู้ วุ้นเสียใจคิดว่าก้อทำดีเพราะสมบัติ จึงจะขายบ้านช่วยผู้ประสบภัย เบบี๋ยุก้อทวงสิทธิ์แต่ก้อไม่ทำ เบบี๋เลยไปคุยกับวุ้นเอง โกรธทำร้ายวุ้นจนสลบ คิดว่าตายเลยทิ้งร่างริมทะเล แต่ก้อช่วยทัน เบบี๋โทษก้อ วุ้นเสียใจโอนบ้านคืนก้อ ตั้นตำหนิก้อ ก้อสืบพบเบบี๋คือผู้ร้าย ออกตามหาวุ้น
ความรักเริ่มเข้มข้น ตั้นชวนวุ้นไปดูดาวที่เกาะสองเพื่อบอกรัก ก้อหึงเลยหลอกขังวุ้นในโกดัง สารภาพรัก แต่เบบี๋รู้ หึงทำร้ายวุ้น วุ้นตีตัวห่าง ก้อเสียใจจะกลับกรุงเทพ
“น้ำขึ้นให้รีบรัก” ไม่เพียงเป็นละครที่บันเทิงด้วยความโรแมนติกผสมดราม่าและคอมเมดี้ แต่ยังสะท้อนสังคมไทยในช่วงวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ โดยเน้นธีมความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางความทุกข์ยาก และการให้อภัยกันในครอบครัว
“น้ำขึ้นให้รีบรัก” เป็นละครที่สนุก ดูเพลิน เหมาะสำหรับผ่อนคลายหลังเลิกงาน เนื้อเรื่องนำน้ำท่วมปี 54 มาเป็นฉากหลังได้อย่างลงตัว ไม่หนักดราม่าจนเกินไป แต่ผสมโรแมนติกและคอมเมดี้ได้กลมกล่อม ผู้ชมในกระทู้ Pantip รายงานสดตอนที่ 6 ชื่นชอบมาก บอกว่าดูแล้วกรี๊ดกับฉากหวานๆ อย่างจูบ จับมือ และสารภาพรักระหว่างก้อกับวุ้น โดยเฉพาะเคมีพระนางที่ทำให้หัวใจเต้นแรง วิวสวยงามของบ้านริมทะเลระยองเพิ่มเสน่ห์ ทำให้หลายคนคิดว่าละครเรื่องนี้มีศักยภาพไปฉายต่างประเทศได้สบาย
จุดเด่นหลักคือนักแสดง นำโดยป้อง ณวัฒน์ที่เล่นเพลย์บอยได้หล่อเริ่ดทั้งกลางวันกลางคืน วิว วรรณรทสวยน่ารัก อ่อนโยนแต่ปากกล้าเข้ากับบท นาวิน ต้าร์เป็นตั้นหนุ่มหล่อรักธรรมชาติ เพิ่มความรักได้น่าติดตาม ดาราสมทบอย่างเป้ย ปานวาดเล่นร้ายได้แซ่บแต่ไม่น่าเกลียดเกิน เกรซ เดอะสตาร์เป็นหยาไฮโซทะเล้นเล่นเก่งขึ้น ฟาง พิชญาเป็นเปรียวคู่กัดหยวน (ณัฏฐ์) เพิ่มความฮา สินีนาฎ โพธิเวสเป็นอาม่าดูข่าวน้ำท่วมตลกน่ารัก จุ๊บจิ๊บและหน่อย อุ่นเรือนเพิ่มมุกแกล้งคนกรุงได้ขำกลิ้ง บทโทรทัศน์โดยทีมเขียนหลายคนทำให้พล็อตไหลลื่น มีหักมุมอย่างพินัยกรรมและการหายตัวของลุงกล้า กำกับโดยบรรเจิด พุทธโศภิษฐ์ ทำให้ฉากทะเลและน้ำท่วมดูสมจริง
เรตติ้งในยุคนั้นค่อนข้างดี เพราะออกอากาศช่วงหลังน้ำท่วมจริง ผู้ชมอินกับฉากอพยพและชีวิตริมทะเล ปัจจุบันดูย้อนหลังทาง oneคลาสสิก ยังสนุกไม่ตกยุค “น้ำขึ้นให้รีบรัก” เป็นละครที่สนุก อบอุ่นหัวใจ เหมาะสำหรับแฟนละครโรแมนติกที่ชอบพล็อตผสมสังคม
ละคร น้ำขึ้นให้รีบรัก 2555
ละคร น้ำขึ้นให้รีบรัก 2555
เรื่องราวเปิดฉากด้วยมหาอุทกภัยใหญ่ปี 2554 ที่น้ำท่วมหนักมาก สร้างความเดือดร้อนไปทั่วประเทศ พระเอกของเรา ก้อ (เล่นโดยป้อง ณวัฒน์) เป็นหนุ่มเพลย์บอยสุดหล่อ เจ้าของผับดังย่านรังสิต แบบขวัญใจสาวๆ นะ แต่ชีวิตพลิกผันเพราะน้ำท่วม ผับจมน้ำ แถมยังมีหนี้ก้อนโตจากชีวิตหรูหรา ก้อเลยต้องหนีทั้งน้ำและเจ้าหนี้ กลับไปขอความช่วยเหลือจากพ่อชื่อกล้า (พิศาล อัครเศรณี) ที่อยู่บ้านริมทะเลจังหวัดระยอง บ้านริมทะเลนี่โรแมนติกมากเลยนะ
แต่พอไปถึง บ้านเงียบกริบ ไม่เจอพ่อ เจอแต่ วุ้น (วิว วรรณรท) สาวพยาบาลสวย น่ารัก แต่ปากกล้าสุดๆ เธออ้างว่าเป็นผู้ดูแลพ่อของก้อ แล้วบอกว่าลุงกล้าหายตัวไปตั้งแต่ทะเลาะทางโทรศัพท์กับก้อครั้งสุดท้าย วุ้นเลยโทษก้อเต็มๆ ว่าทำให้ลุงหาย แต่ก้อไม่เชื่อหรอก คิดว่านี่คือแผนแสบของพ่อที่ชอบหลอกให้ลูกกลับบ้านแบบนี้แหละ ฮ่าๆๆ พ่อลูกคู่นี้สุดยอด
ก้อเลยบุกเปิดตู้เซฟพ่อ หวังเอาเงินไปใช้หนี้ แต่เจอแค่พินัยกรรมแผ่นเดียว ในนั้นเขียนว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดยกให้วุ้นคนเดียว เว้นแต่ก้อกับวุ้นต้องแต่งงานกันเท่านั้น ถึงจะได้ส่วนแบ่ง ก้อเลยยิ่งมั่นใจ นี่แผนพ่อชัดๆ! ด้านวุ้น เธอกังวลลุงกล้ามาก เลยออกตามหาพร้อม ตั้น (นาวิน ต้าร์) หนุ่มหล่อนักธรณีวิทยา เจ้าของธุรกิจเรือเช่า ที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่และแอบชอบวุ้นด้วยนะ ฉากออกทะเลหาคน หัวใจเต้นตุบๆ เลย
แล้วดราม่ามาเพิ่ม เมื่อ หยวน (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เพื่อนสนิทและเจ้าหนี้ของก้อ โทรทวงเงิน ก้อไม่มีจ่าย หยวนเลยคิดดอกเบี้ยแบบแสบๆ โดยพาครอบครัวอพยพหนีน้ำมาอยู่บ้านริมทะเลด้วยเลย มี อาม่า (สินีนาฎ โพธิเวส) ที่เอาแต่นั่งดูข่าวน้ำท่วมทางทีวี, หยา (เกรซ เดอะสตาร์) น้องสาวไฮโซ บ้าวัตถุนิยม ชอบแบรนด์เนม, และ โบนัส (เมย์ รุจิภาส) ลูกพี่ลูกน้องคลั่งดารานักร้อง วุ่นวายมากกก คนกรุงเรื่องมาก มาอยู่บ้านทะเล
หยวนนี่เขี้ยวสุดๆ เจอ เปรียว (ฟาง พิชญา) เพื่อนวุ้นที่ธุรกิจพังจากน้ำท่วม กลับมาตั้งหลักบ้านเกิด กลายเป็นคู่กัดกันเลย ไม้เบื่อไม้เมา แต่แอบน่ารักนะ แล้วคนท้องถิ่นอย่าง ต๊อก (จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม) ลูกน้องตั้น และ ดอกไม้ (หน่อย อุ่นเรือน) หมอนวดริมหาด ก็หมั่นไส้คนกรุง เลยคอยแกล้งสารพัด เพิ่มความคอมเมดี้สุดๆ
แต่แล้วพลิกผันใหญ่ ตำรวจพบเสื้อลุงกล้าลอยกลางทะเล คาดว่าเสียชีวิต ก้อช็อกมาก เห็นวุ้นร้องไห้ ยิ่งรู้สึกผิดที่เคยหาเรื่องเธอ จากศัตรู กลายเป็นใกล้ชิด หัวอกเดียวกัน แล้วเริ่มมีใจให้กัน หวานนนน แต่ดราม่ายังไม่จบ เบบี๋ (เป้ย ปานวาด) แฟนเก่าของก้อ หนีน้ำมาอยู่ด้วย วุ้นเข้าใจผิด คิดก้อหลอก ก้ออธิบายว่าเลิกกันนานแล้ว แต่เบบี๋แอบฟังได้ยิน โกรธแค้น
เบบี๋เจอพินัยกรรม คิดว่าก้อรักวุ้นเพราะอยากได้บ้าน เลยยุยงให้วุ้นรู้ วุ้นเสียใจหนัก คิดก้อทำดีเพราะสมบัติ จะขายบ้านช่วยผู้ประสบภัย เบบี๋ยุก้อทวงสิทธิ์ แต่ก้อไม่ทำ เบบี๋เลยบุกไปหาวุ้น โกรธทำร้ายจนสลบ คิดว่าตาย ลากทิ้งริมทะเล แต่ก้อช่วยทัน เบบี๋กลัวผิด โทษก้อ วุ้นเสียใจ โอนบ้านคืนก้อ แล้วหายตัวไป ตั้นตำหนิก้อ ก้อสืบพบเบบี๋คือผู้ร้าย รู้สึกผิด ออกตามหาวุ้นทั่วทะเล สุดท้ายก้อเจอวุ้นไหม? ความรักท่ามกลางน้ำท่วมจะลงเอยยังไง? ต้องดูเองนะทุกคน
เบื้องหลังการถ่ายทำละคร “น้ำขึ้นให้รีบรัก” ปี 2555 เบื้องหลังนี่สนุกไม่แพ้เนื้อเรื่องเลย เพราะถ่ายทำท่ามกลางน้ำท่วมจริงๆ วุ่นวายมากกก
ละครเรื่องนี้ผลิตโดยค่ายเอ็กแซ็กท์-ซีเนริโอ ซึ่งสมัยนั้นดังมากกับละครช่อง 5 บทโทรทัศน์เขียนโดยทีมนักเขียนสุดเก๋า 5 คนเลย: พิมสิรินทร์ พงษ์วานิชสุข, วรรณถวิล สุขน้อย, กมล อังกิตานนท์, วรรณวิภา สามงามแจ่ม, และ พิมพ์มาดา พัฒนาอลงกรณ์ พวกเขาผสมผสานเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 เข้ากับพล็อตโรแมนติกได้ลงตัวมาก ทำให้ละครไม่ใช่แค่บันเทิง แต่ยังสะท้อนสังคมจริงๆ นะ กำกับการแสดงโดย บรรเจิด พุทธโศภิษฐ์ (หรือที่เรียกกันว่าตั้ม) ผู้กำกับมือโปรที่ทำให้ฉากทะเลและน้ำท่วมดูสมจริงสุดๆ เขาคุมกองถ่ายให้สนุก อบอุ่น แต่ก็เครียดเพราะสถานการณ์น้ำท่วม
เบื้องหลังเด็ดสุดคือ การถ่ายทำที่ต้องย้ายกองเพราะน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ปกติละครไทยถ่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ปีนั้นน้ำท่วมหนักมาก หลายพื้นที่จมน้ำ ค่ายเอ็กแซ็กท์เลยตัดสินใจหนีน้ำ ยกกองทั้งหมดไปปักหลักถ่ายทำที่จังหวัดระยองแทน ว้าวว นี่แหละที่ทำให้ฉากบ้านริมทะเลดูจริงมาก เพราะถ่ายที่ทะเลระยองจริงๆ แต่ก็มีท้าทายนะ เพราะกองถ่ายต้องปรับตัวกับสถานที่ใหม่ อากาศร้อนชื้น ทะเลคลื่นแรง บางฉากออกเรือหาลุงกล้า ทีมงานต้องระวังความปลอดภัยสุดๆ แถมนักแสดงอย่างเป้ย ปานวาด (เล่นเบบี๋) ยังบอกว่าถ่ายทำหนักมาก จนไม่มีเวลาฉลองวันเกิดเลย เพราะติดกองถ่ายในระยอง ผู้กำกับตั้มยังพูดในข่าวว่า นักแสดงอินกับบทมาก จนลืมเรื่องน้ำท่วมไปเลย ฮ่าๆๆ
ด้านนักแสดง นำโดยป้อง ณวัฒน์ ที่เล่นเพลย์บอยได้หล่อเริ่ด วิว วรรณรท น่ารักสดใส นาวิน ต้าร์ หล่อแบบธรรมชาติ แถมดาราสมทบอย่างณัฏฐ์ เทพหัสดิน, ฟาง พิชญา, เกรซ เดอะสตาร์, เมย์ รุจิภาส, สินีนาฎ โพธิเวส, จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม, และหน่อย อุ่นเรือน เบื้องหลังพวกเขาสนิทกันมาก เพราะต้องอยู่กองถ่ายด้วยกันนานๆ ในระยอง มีคลิปติ๊กต็อกจากแฟนเพจเอ็กแซ็กท์ที่โชว์เบื้องหลังน่ารักๆ เช่น ฉากคอมเมดี้ที่จุ๊บจิ๊บแกล้งคนกรุง หรือฉากโรแมนติกที่ป้องกับวิวต้องซ้อมจูบกัน อิอิ แถมเพราะน้ำท่วมจริง ทีมงานต้องปรับบทให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น เพิ่มฉากอพยพหนีน้ำ เพื่อให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น
ละครมีทั้งหมด 21 ตอน ถ่ายทำช่วงปลายปี 2554 ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม แต่ทีมงานสู้สุดใจ ทำให้ออกอากาศได้ทันต้นปี 2555 งบประมาณน่าจะสูงเพราะย้ายกอง แต่คุ้มเพราะเรตติ้งดี ผู้ชมอินกับธีมน้ำท่วม มีข่าวจาก ThaiPR ว่ากองถ่ายสนุกมาก นักแสดงได้พักผ่อนริมทะเลบ้าง แต่ก็เหนื่อยเพราะตารางแน่น เบื้องหลังยังมีเพลงประกอบเพราะๆ ที่ช่วยเสริมอารมณ์ด้วยนะ
“น้ำขึ้นให้รีบรัก” สุดยอดเลยใช่ไหม ที่ทีมงานสู้กับน้ำท่วมจริงๆ เพื่อสร้างละครดีๆ ออกมา แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของวงการละครไทยสมัยนั้น
นักแสดง
→ ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท ก้อ

หนุ่มเพลย์บอยรูปหล่อ เจ้าของผับดังย่านรังสิต ขวัญใจสาวๆ ที่ชีวิตเต็มไปด้วยความหรูหราและความสัมพันธ์ชั่วคราว เขาคบหากับเบบี๋ นางแบบชื่อดัง เพียงเพราะหน้าตาและฐานะ แต่เมื่อมหาอุทกภัยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่มาถึง ผับของเขาจมน้ำ แถมยังมีหนี้ก้อนโต ทำให้ต้องหนีกลับไปหาพ่อชื่อกล้าที่บ้านริมทะเลจังหวัดระยอง แต่พ่อหายตัวไปอย่างลึกลับ เจอแต่วุ้น พยาบาลสาวปากกล้าที่ดูแลพ่อ ก้อไม่เชื่อว่าพ่อหายจริง คิดว่านี่คือแผนหลอกให้เขากลับบ้านแบบที่พ่อชอบทำเสมอ เขาเปิดตู้เซฟหวังหาเงินใช้หนี้ แต่เจอพินัยกรรมที่ยกมรดกทั้งหมดให้วุ้น เว้นแต่เขากับวุ้นต้องแต่งงานกัน ก้อเลยมั่นใจว่านี่คือกลอุบายของพ่อเพื่อจับคู่เขาให้ได้ เริ่มแรกก้อเป็นคนเห็นแก่ตัว หาเรื่องวุ้นตลอด โทษเธอว่าเป็นพวกหลอกลวง
แต่เมื่อครอบครัวเพื่อนอย่างหยวนอพยพมาอยู่ด้วย ความวุ่นวายเกิดขึ้น ก้อค่อยๆ เห็นความดีของวุ้นที่ช่วยเหลือผู้คนและกังวลหาพ่อเขา เมื่อตำรวจพบเสื้อพ่อลอยทะเล คาดว่าเสียชีวิต ก้อช็อกและรู้สึกผิดที่เคยใส่ร้ายวุ้น ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น จากศัตรูกลายเป็นคนหัวอกเดียวกัน ก้อเริ่มมีใจให้วุ้นจริงๆ แต่เบบี๋แฟนเก่ามาแทรกแซง ยุยงให้เข้าใจผิด ก้อต้องพิสูจน์ตัวเอง สืบหาความจริงว่าคนทำร้ายวุ้นคือเบบี๋ และออกตามหาวุ้นที่หายไป สุดท้ายก้อเปลี่ยนจากเพลย์บอยเห็นแก่ตัว เป็นผู้ชายที่รับผิดชอบ รักจริง และให้อภัยครอบครัว ตัวละครนี้สะท้อนการเติบโตท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม ที่ทำให้คนอย่างก้อเรียนรู้คุณค่าของความรักและความซื่อสัตย์
ฉายา เพลย์บอยริมทะเล
ฉายานี้เหมาะกับก้อเพราะเขาเริ่มเรื่องเป็นเพลย์บอยจากเมืองกรุง แต่ชีวิตพลิกผันมาอยู่บ้านริมทะเลระยอง ที่เดิมทีเขาไม่เคยเห็นค่า แต่กลายเป็นสถานที่ที่เปลี่ยนเขาให้เป็นคนใหม่ ก้อหล่อเหลา ขวัญใจสาวๆ แต่เมื่อหนีน้ำท่วมและหนี้ มาถึงที่นี่ เขาเจอวุ้นและแผนพินัยกรรมที่บังคับให้แต่งงานเพื่อได้มรดก ก้อใช้เสน่ห์เพลย์บอยหลอกล่อวุ้นตอนแรก แต่ทะเลที่สงบและวิกฤตทำให้เขาเห็นความงามของชีวิตเรียบง่าย ฉายานี้ยังสะท้อนความขัดแย้งระหว่างชีวิตเก่าที่หรูหราในผับรังสิต กับชีวิตใหม่ริมทะเลที่เต็มไปด้วยความจริงใจและการต่อสู้ ก้อค่อยๆ สลัดภาพเพลย์บอยออก เมื่อตกหลุมรักวุ้นจริงๆ และปกป้องเธอจากเบบี๋ ทำให้ฉายานี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง จากเพลย์บอยที่เห็นแก่ตัว กลายเป็นฮีโร่ริมทะเลที่เรียนรู้รักแท้
ข้อคิด ความรักเกิดได้ในวิกฤต
ข้อคิดนี้จากตัวก้อสอนว่าความรักแท้สามารถเบ่งบานแม้ในช่วงเวลายากลำบากอย่างน้ำท่วมใหญ่ ก้อที่เคยเพลย์บอยเห็นแก่ตัว ชีวิตพลิกผันเพราะภัยพิบัติ ทำให้กลับไปหาพ่อและเจอวุ้น ท่ามกลางความสูญเสียและความเข้าใจผิด ก้อค่อยๆ เห็นคุณค่าของวุ้นที่ใจดีและซื่อสัตย์ ข้อคิดนี้เตือนว่าวิกฤตไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นโอกาสให้คนเราเติบโตและพบรักแท้ ก้อเปลี่ยนจากคนหาเรื่องวุ้น กลายเป็นคนปกป้องเธอ สืบหาความจริง และตามหาเธอเมื่อหายไป สะท้อนว่าความทุกข์ยากทำให้เราเห็นใจคนอื่นมากขึ้น และรักที่เกิดจากหัวอกเดียวกันจะยั่งยืน ข้อคิดนี้ยังเชื่อมโยงกับสังคมไทยในปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่น้ำท่วมทำให้คนช่วยเหลือกัน สอนให้เราเปิดใจในยามยาก
→ วรรณรท สนธิไชย รับบท วุ้น

พยาบาลสาวสวย อ่อนโยน จิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น และเป็นคนที่ลุงกล้าไว้ใจมากที่สุด เธออาศัยอยู่บ้านริมทะเลจังหวัดระยอง ดูแลลุงกล้าที่เป็นพ่อของก้อเหมือนครอบครัว เมื่อก้อหนุ่มเพลย์บอยจากกรุงเทพกลับมาหาพ่อเพราะหนีน้ำท่วมและหนี้ วุ้นเจอเขาเป็นคนแรก แล้วบอกว่าลุงหายตัวไปหลังทะเลาะทางโทรศัพท์กับก้อ วุ้นโทษก้อว่าเป็นต้นเหตุ ทำให้ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยความขัดแย้ง วุ้นปากกล้า หาเรื่องก้อที่คิดว่าเธอหลอกลวง แต่จริงๆ แล้วเธอซื่อสัตย์และห่วงใยลุงกล้ามาก ออกตามหาลุงพร้อมตั้น เพื่อนรุ่นพี่นักธรณีวิทยาที่แอบชอบเธอ วุ้นยังช่วยเหลือผู้คนในวิกฤตน้ำท่วม สะท้อนจิตใจดีของเธอ
เมื่อก้อเจอพินัยกรรมที่ยกมรดกให้วุ้น เว้นแต่แต่งงานกัน วุ้นไม่ยอมง่ายๆ คิดว่าก้อเห็นแก่สมบัติ เธอกังวลลุงกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนตำรวจพบเสื้อลุงลอยทะเล คาดว่าเสียชีวิต วุ้นเสียใจหนัก ก้อเห็นแล้วรู้สึกผิด ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิด หัวอกเดียวกัน วุ้นเริ่มมีใจให้ก้อ แต่เมื่อเบบี๋แฟนเก่าก้อมาอยู่ด้วย วุ้นเข้าใจผิด คิดโดนหลอก เธอเสียใจที่รู้เรื่องพินัยกรรม คิดว่าก้อทำดีเพราะบ้านริมทะเล จึงตัดสินใจขายบ้านช่วยผู้ประสบภัยตามเจตนาลุงกล้า แต่เบบี๋ทำร้ายเธอจนสลบ ทิ้งร่างริมทะเล วุ้นฟื้นมาเสียใจหนัก โอนบ้านคืนก้อ แล้วหายตัวไป วุ้นเป็นตัวละครที่เติบโตจากสาวปากกล้าที่ปกป้องคนที่รัก กลายเป็นหญิงสาวที่เรียนรู้ความรักแท้ท่ามกลางความสูญเสีย สะท้อนความเข้มแข็งและความเมตตา
ฉายา พยาบาลหัวใจทะเล
ฉายานี้เหมาะกับวุ้นเพราะเธอเป็นพยาบาลที่อาศัยริมทะเลระยอง หัวใจกว้างใหญ่เหมือนทะเล เต็มไปด้วยความเมตตาและการช่วยเหลือ วุ้นดูแลลุงกล้าด้วยความซื่อสัตย์ เหมือนทะเลที่โอบอุ้มทุกชีวิต เมื่อวิกฤตน้ำท่วมมาถึง เธอไม่ทิ้งใคร ออกตามหาลุงกล้าท่ามกลางคลื่นลม แม้เจออุปสรรคจากก้อและเบบี๋ ฉายานี้ยังสะท้อนความปากกล้าของเธอที่เหมือนคลื่นซัด แต่ลึกๆ แล้วอ่อนโยนเหมือนน้ำทะเลสงบ วุ้นให้อภัยและเปิดใจให้ก้อเมื่อเห็นความจริงใจ ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ในความอ่อนโยน ท่ามกลางบ้านริมทะเลที่เป็นฉากหลักของเรื่อง
ข้อคิด การให้อภัยนำพาความรัก
ข้อคิดนี้จากตัววุ้นสอนว่าการให้อภัยสามารถเปิดทางให้ความรักแท้เข้ามา วุ้นเริ่มต้นด้วยการโทษก้อว่าเป็นต้นเหตุลุงหาย แต่เมื่อเห็นความเสียใจของก้อ เธอให้อภัยและใกล้ชิดกัน ข้อคิดนี้เตือนว่าความขัดแย้งในวิกฤตอย่างน้ำท่วมไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นโอกาสให้เรียนรู้และให้อภัย วุ้นเสียใจหนักจากเบบี๋และเข้าใจผิด แต่สุดท้ายเธอเลือกให้อภัย โอนบ้านคืนและเปิดใจ สะท้อนว่าการให้อภัยทำให้หัวใจเบิกบาน นำพาความรักที่ยั่งยืน ข้อคิดนี้ยังเชื่อมโยงกับสังคมไทยในปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่ภัยพิบัติสอนให้คนให้อภัยและช่วยเหลือกัน
→ นาวิน ต้าร์ รับบท ตั้น
หนุ่มหล่อนักธรณีวิทยา รักธรรมชาติ เป็นเจ้าของกิจการเรือเช่า และเพื่อนรุ่นพี่ของวุ้น เขาอาศัยอยู่ใกล้บ้านริมทะเลจังหวัดระยอง ชีวิตผูกพันกับทะเลและธรรมชาติ ชอบออกสำรวจและช่วยเหลือคนอื่นด้วยความจริงใจ เมื่อวุ้นกังวลเรื่องลุงกล้าหายตัวไป ตั้นคอยช่วยเธอออกตามหา ใช้เรือของตัวเองลุยคลื่นทะเล สะท้อนความเป็นคนใจดีและน่าเชื่อถือ ตั้นแอบชอบวุ้นมานาน ในฐานะรุ่นพี่ที่คอยดูแลเธอเสมอ แต่ไม่เคยสารภาพตรงๆ จนเมื่อเรื่องราวเข้มข้นขึ้น เขาชวนวุ้นไปดูดาวที่เกาะสอง บรรยากาศโรแมนติกเพื่อบอกรัก แต่ก้อหึงหวงมาขัดขวาง ตั้นเป็นตัวละครที่ตรงข้ามกับก้อ เพลย์บอยจากเมืองกรุง เพราะตั้นเรียบง่าย รักสิ่งแวดล้อม ไม่เห็นแก่ตัว
เขามีลูกน้องอย่างต๊อกที่คอยช่วยงานร้านเรือเช่า เพิ่มสีสันคอมเมดี้ให้เรื่อง เมื่อครอบครัวหยวนอพยพมาอยู่ ตั้นกับต๊อกหมั่นไส้คนกรุงเรื่องมาก คอยแกล้งเพื่อสร้างเสียงหัวเราะ แต่เมื่อตำรวจพบเสื้อลุงกล้าลอยทะเล ตั้นปลอบวุ้นและช่วยสืบหาความจริง เมื่อเบบี๋ทำร้ายวุ้น ตั้นตำหนิก้อว่าเป็นต้นเหตุ ทำให้ก้อต้องพิสูจน์ตัวเอง ตั้นเป็นตัวละครที่เพิ่มความรักให้เรื่องน่าติดตาม เพราะเขาเป็นตัวเลือกที่ดีของวุ้น หนุ่มอบอุ่นที่รักธรรมชาติ แต่สุดท้ายต้องยอมรับความรู้สึกของวุ้นที่มีต่อก้อ ตั้นสะท้อนภาพผู้ชายที่ซื่อสัตย์และอดทน ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมที่ทำให้เขายิ่งเด่นในด้านการช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม
ฉายา นักธรณีทะเลหล่อ
ฉายานี้เหมาะกับตั้นเพราะเขาเป็นนักธรณีวิทยาที่หล่อเหลา ชีวิตผูกพันกับทะเลระยอง เจ้าของธุรกิจเรือเช่าที่รักธรรมชาติสุดๆ ตั้นใช้ความรู้ด้านธรณีช่วยวุ้นออกสำรวจหาลุงกล้า ท่ามกลางคลื่นลมและวิกฤตน้ำท่วม ฉายานี้สะท้อนความหล่อทั้งรูปลักษณ์และจิตใจ เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ที่คอยปกป้องวุ้น แอบชอบเธอแต่ไม่เร่งรัด ชวนไปดูดาวเพื่อสารภาพรักแบบโรแมนติก แต่ถูกขัดขวางจากก้อ ทำให้เห็นด้านอดทน ฉายานี้ยังเน้นความเป็นคนรักสิ่งแวดล้อม ที่ตรงข้ามกับคนกรุงอย่างหยวนและก้อ ทำให้ตั้นกลายเป็นฮีโร่เงียบๆ ในเรื่อง
ข้อคิด ความรักที่ไม่สมหวังสอนความเข้มแข็ง
ข้อคิดนี้จากตัวตั้นสอนว่าความรักที่ไม่สมหวังสามารถทำให้คนเราเข้มแข็งขึ้น ตั้นแอบชอบวุ้นมานาน คอยช่วยเหลือเธอในวิกฤต แต่สุดท้ายวุ้นเลือกก้อ ข้อคิดนี้เตือนว่าความผิดหวังในรักไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นโอกาสให้เติบโต ตั้นยังคงเป็นเพื่อนที่ดี ช่วยสืบหาความจริงและตำหนิก้อเพื่อปกป้องวุ้น สะท้อนว่าความเข้มแข็งมาจากการยอมรับและเดินหน้าต่อ ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับน้ำท่วมปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่สอนให้คนอดทนและช่วยเหลือกัน แม้ไม่สมหวังแต่ตั้นยังคงรักธรรมชาติและชีวิต
→ นวกชมณ ชื้นครองธรรม รับบท หยา

น้องสาวหยวน ไฮโซ ทันสมัย ชอบเข้าสังคม บ้าแบรนด์เนม รักความสะดวกสบาย เธอเป็นสาวกรุงเทพที่ชีวิตหรูหรา เต็มไปด้วยการช้อปปิ้งและสังคมไฮโซ แต่เมื่อมหาอุทกภัยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่มาถึง บ้านน้ำท่วม หยวนพี่ชายเลยพาครอบครัวอพยพหนีน้ำมาอยู่บ้านริมทะเลจังหวัดระยองของก้อ หยามาอยู่ด้วยพร้อมอาม่า โบนัส และหยวน เธอเรื่องมากสุดๆ เพราะชินกับชีวิตสบายในเมืองใหญ่ ไม่ชอบความลำบากของบ้านทะเล เอาแต่บ่นเรื่องไม่มีห้าง ไม่มีแบรนด์เนม รักความสะดวกสบายจนทำให้คนท้องถิ่นอย่างต๊อกและดอกไม้หมั่นไส้ คอยแกล้งเธอและครอบครัวเพื่อเพิ่มสีสันคอมเมดี้
หยาเป็นตัวละครที่สะท้อนคนกรุงไฮโซที่ปรับตัวยาก ท่ามกลางวิกฤต เธอคลั่งวัตถุนิยม ชอบแต่งตัวหรูหราแม้ในที่อพยพ แต่ลึกๆ แล้วเธอรักครอบครัว คอยดูแลอาม่าที่เอาแต่นั่งดูข่าวน้ำท่วม เมื่อเรื่องราวเข้มข้นขึ้น หยาเจอเปรียวเพื่อนวุ้นที่เขี้ยวเค็ม กลายเป็นส่วนหนึ่งของความวุ่นวายในบ้าน เธอไม่เกี่ยวข้องหลักกับดราม่ารักของก้อและวุ้น แต่เพิ่มความสนุกด้วยนิสัยทะเล้น เรื่องมาก ทำให้บ้านริมทะเลไม่เงียบเหงา หยาเป็นตัวละครรองที่ช่วยเบรกความดราม่าด้วยมุกตลก แต่ก็แสดงการเติบโตเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญชีวิตจริงนอกcomfort zone สุดท้ายเธอยังคงเป็นสาวไฮโซแต่เรียนรู้ปรับตัวบ้าง สะท้อนสังคมไทยที่คนเมืองต้องเผชิญภัยพิบัติ
ฉายา ไฮโซน้ำท่วม
ฉายานี้เหมาะกับหยาเพราะเธอเป็นสาวไฮโซที่ชีวิตพลิกผันเพราะน้ำท่วมใหญ่ ต้องอพยพจากกรุงเทพมาอยู่บ้านริมทะเลระยอง หยาชินกับความหรูหรา บ้าแบรนด์เนมและสังคม แต่เมื่อน้ำท่วม เธอต้องปรับตัวกับความลำบาก เอาแต่บ่นเรื่องไม่มีห้างช้อปปิ้ง ฉายานี้สะท้อนความขัดแย้งระหว่างฐานะไฮโซกับวิกฤตที่ทำให้เธอเรื่องมาก คอยสร้างเสียงหัวเราะเมื่อถูกแกล้งจากคนท้องถิ่น แต่ลึกๆ แล้วฉายานี้แสดงด้านตลกของเธอที่ยังคงติดวัตถุนิยมแม้ในยามยาก ทำให้ตัวละครน่ารักและเพิ่มสีสันให้เรื่อง
ข้อคิด การปรับตัวในวิกฤตสร้างความเข้าใจ
ข้อคิดนี้จากตัวหยาสอนว่าการปรับตัวในช่วงวิกฤตสามารถนำไปสู่ความเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น หยาที่เคยไฮโซสบายๆ ต้องอพยพเพราะน้ำท่วม มาอยู่บ้านทะเลที่ไม่คุ้นเคย เธอเรื่องมากแต่ค่อยๆ เรียนรู้ชีวิตเรียบง่าย ข้อคิดนี้เตือนว่าภัยพิบัติอย่างน้ำท่วมไม่เลือกฐานะ แต่เป็นโอกาสให้คนเมืองอย่างหยาเข้าใจคนต่างจังหวัด หยาเพิ่มความสนุกด้วยนิสัยบ้าแบรนด์ แต่สุดท้ายเธอช่วยดูแลครอบครัว สะท้อนว่าการออกจากcomfort zone ทำให้เติบโต ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับสังคมไทยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่คนต้องปรับตัวและช่วยเหลือกัน
→ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รับบท หยวน

พี่ชายของหยาและโบนัส ค้าขายเก่ง คล่องแคล่วว่องไว เป็นเจ้าของกิจการบ้านจัดสรรของตระกูล เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฮโซจากกรุงเทพ ชีวิตเต็มไปด้วยการค้าขายและฐานะมั่นคง แต่เมื่อมหาอุทกภัยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่มาถึง บ้านและธุรกิจได้รับผลกระทบ หยวนเลยใช้โอกาสนี้ทวงหนี้จากก้อ เพื่อนสนิทที่เป็นเพลย์บอยเจ้าของผับย่านรังสิต ก้อไม่มีเงินจ่าย หยวนเลยคิดดอกเบี้ยแบบแสบๆ โดยพาครอบครัวทั้งหมดอพยพหนีน้ำมาอยู่บ้านริมทะเลจังหวัดระยองของก้อ หยวนนำทีมครอบครัวมาด้วย รวมถึงอาม่าที่เอาแต่นั่งดูข่าวน้ำท่วม หยาน้องสาวบ้าแบรนด์เนม และโบนัสลูกพี่ลูกน้องคลั่งดารา หยวนเป็นคนเขี้ยวสุดๆ ค้าขายเก่งทำให้เขาคล่องแคล่ว แต่เมื่อเจอเปรียว เพื่อนวุ้นที่ธุรกิจพังจากน้ำท่วม กลับมาตั้งหลักบ้านเกิด
หยวนกับเปรียวกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เพราะนิสัยเขี้ยวเค็มคล้ายกัน เพิ่มความคอมเมดี้ให้เรื่อง หยวนเป็นตัวละครรองที่สร้างความวุ่นวายในบ้านริมทะเล เขาเรื่องมากแบบคนกรุง ทำให้ต๊อกและดอกไม้คนท้องถิ่นหมั่นไส้ คอยแกล้งครอบครัวเขาเพื่อเสียงหัวเราะ หยวนไม่เกี่ยวข้องตรงกับดราม่ารักของก้อและวุ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอพยพที่เพิ่มสีสัน สะท้อนสังคมไฮโซที่ต้องปรับตัวในวิกฤต เขาใช้ความฉลาดทางธุรกิจช่วยเหลือบ้าง แต่ลึกๆ แล้วรักครอบครัว คอยดูแลทุกคนท่ามกลางความสูญเสีย เมื่อตำรวจพบเสื้อลุงกล้าลอยทะเล หยวนยังคงเข้มแข็ง ช่วยสืบหาความจริงแบบเงียบๆ หยวนเป็นตัวละครที่เติบโตจากนักธุรกิจเห็นแก่ได้ กลายเป็นคนที่เข้าใจความสัมพันธ์มากขึ้น
ฉายา นักธุรกิจเขี้ยวทะเล
ฉายานี้เหมาะกับหยวนเพราะเขาเป็นนักธุรกิจค้าขายเก่งที่เขี้ยวเค็ม แต่ชีวิตพลิกผันมาอยู่ริมทะเลระยองเพราะน้ำท่วม หยวนใช้ความคล่องแคล่วทวงหนี้จากก้อ แล้วพาครอบครัวอพยพมาอยู่ด้วย กลายเป็นส่วนหนึ่งของความวุ่นวาย ฉายานี้สะท้อนนิสัยเขี้ยวที่เจอเปรียวแล้วกลายเป็นคู่กัด แต่เพิ่มเสน่ห์คอมเมดี้ หยวนยังคงฉลาดทางธุรกิจแม้ในวิกฤต ช่วยครอบครัวปรับตัวกับชีวิตทะเล ทำให้ฉายานี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของนักธุรกิจที่เขี้ยวแต่มีหัวใจ ผสมผสานกับบรรยากาศทะเลที่สงบแต่เต็มไปด้วยดราม่า
ข้อคิด ความคล่องแคล่วนำทางวิกฤต
ข้อคิดนี้จากตัวหยวนสอนว่าความคล่องแคล่วและฉลาดสามารถนำทางผ่านวิกฤตได้ หยวนนักธุรกิจเก่ง คล่องแคล่วว่องไว เมื่อน้ำท่วมมาถึง เขาไม่ยอมแพ้ พาครอบครัวอพยพและใช้โอกาสทวงหนี้ ข้อคิดนี้เตือนว่าความฉลาดไม่ใช่แค่เห็นแก่ได้ แต่ช่วยเหลือคนใกล้ชิด หยวนเขี้ยวแต่รักครอบครัว คอยดูแลอาม่าและน้องๆ ท่ามกลางความสูญเสีย สะท้อนว่าวิกฤตอย่างน้ำท่วมเป็นโอกาสให้ใช้ความคล่องแคล่วสร้างทางออก ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับสังคมไทยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่นักธุรกิจต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดและช่วยเหลือกัน
→ พิชญา เชาวลิต รับบท เปรียว

เพื่อนรุ่นพี่ของวุ้น อดีตแอร์โฮสเตสที่ผันตัวมาเป็นแม่ค้าขายของหิ้วจากต่างประเทศ ชีวิตเธอเคยหรูหรา สวยแซ่บ ทันสมัย แต่เมื่อมหาอุทกภัยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่มาถึง กิจการของหิ้วพังยับ น้ำท่วมทำให้ทุกอย่างจม เธอเลยต้องกลับมาตั้งหลักที่บ้านเกิดจังหวัดระยอง ใกล้บ้านริมทะเลของวุ้น เปรียวเป็นคนเขี้ยวเค็ม ปากกล้า ดุเดือด แต่ลึกๆ แล้วจริงใจและซื่อสัตย์ เมื่อหยวน เพื่อนและเจ้าหนี้ของก้อ พาครอบครัวอพยพมาอยู่บ้านเดียวกัน หยวนที่เขี้ยวไม่แพ้กัน เจอเปรียวแล้วไฟลุกทันที ทั้งคู่กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมา คู่กัดตัวพ่อ เพิ่มความคอมเมดี้สุดๆ ให้เรื่อง เพราะนิสัยเขี้ยวคล้ายกัน หยวนคล่องแคล่วค้าขายเก่ง เปรียวก็แสบไม่ยอมคน
ฉากทะเลาะกันของทั้งคู่เป็นไฮไลต์ สร้างเสียงหัวเราะตลอด เปรียวคอยช่วยวุ้นในเรื่องดราม่า ห่วงเพื่อนและลุงกล้า ออกตามหาลุงพร้อมตั้น แต่เมื่อคนกรุงอย่างครอบครัวหยวนเรื่องมาก เธอร่วมกับคนท้องถิ่นแกล้งเพื่อแก้แค้น เปรียวไม่เกี่ยวข้องตรงกับรักสามเส้าก้อ-วุ้น-ตั้น แต่เป็นตัวละครรองที่เติมสีสันคอมเมดี้ เธอสะท้อนผู้หญิงเข้มแข็งที่ชีวิตพลิกผันจากแอร์โฮสเตสสู่แม่ค้าพัง แล้วกลับบ้านเกิดเริ่มใหม่ เปรียวปากร้ายแต่ใจดี ช่วยเหลือเพื่อนและปรับตัวกับวิกฤต สุดท้ายเธอกับหยวนจากคู่กัดอาจแอบมีเคมีน่ารัก ตัวละครนี้ทำให้เรื่องไม่หนักดราม่าเกินไป แต่เพิ่มความสนุกและสะท้อนสังคมที่ธุรกิจพังจากน้ำท่วม
ฉายา เจ้าแม่เขี้ยวเค็ม
ฉายานี้เหมาะกับเปรียวเพราะเธอเป็นเจ้าแม่ปากกล้า เขี้ยวเค็มสุดๆ อดีตแอร์โฮสเตสที่สวยแซ่บ แต่ธุรกิจของหิ้วพังจากน้ำท่วม กลับบ้านเกิดแล้วเจอหยวนนักธุรกิจเขี้ยวไม่แพ้ กลายเป็นคู่กัดที่ทะเลาะกันสนุก ฉายานี้สะท้อนนิสัยดุเดือดแต่จริงใจ เธอแสบปากแต่ช่วยวุ้นเสมอ ร่วมแกล้งคนกรุงเรื่องมาก ทำให้บ้านริมทะเลวุ่นวายแต่มีสีสัน ฉายานี้ยังเน้นความเข้มแข็งที่ซ่อนในความเค็ม ท่ามกลางทะเลระยองที่เป็นฉากหลัก
ข้อคิด ความเขี้ยวช่วยผ่านวิกฤต
ข้อคิดนี้จากตัวเปรียวสอนว่าความเขี้ยวและปากกล้าสามารถช่วยผ่านช่วงวิกฤตได้ เปรียวธุรกิจพังจากน้ำท่วม แต่ไม่ยอมแพ้ กลับบ้านเกิดตั้งหลัก เขี้ยวเค็มเจอหยวนแล้วทะเลาะแต่เพิ่มพลัง ข้อคิดนี้เตือนว่าความแสบปากไม่ใช่ลบ แต่เป็นเกราะป้องกันและสร้างเสียงหัวเราะในยามยาก เปรียวช่วยเพื่อนและปรับตัว สะท้อนว่าวิกฤตอย่างน้ำท่วมสอนให้เข้มแข็งและจริงใจ ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับสังคมไทยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่คนต้องเขี้ยวเพื่ออยู่รอดแต่ยังมีหัวใจ
→ ปานวาด เหมมณี รับบท เบบี๋

นางแบบชื่อดัง สวยแซ่บ ฟุ้งเฟ้อ ทะเยอทะยาน เอาแต่ใจตัวเอง ชอบเอาชนะ และเกลียดขี้หน้าวุ้นตั้งแต่แรกเห็น เธอคบหากับก้อเพลย์บอยเจ้าของผับเพราะหน้าตาและฐานะ ชีวิตหรูหราในกรุงเทพ แต่เมื่อมหาอุทกภัยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่มาถึง บ้านน้ำท่วม เบบี๋เลยหนีน้ำมาขออยู่บ้านริมทะเลจังหวัดระยองของก้อ ทำให้วุ้นเข้าใจผิดคิดว่าก้อหลอกให้รัก เบบี๋แอบฟังได้ยินว่าก้อกับวุ้นมีใจให้กัน เธอโกรธหนัก เจอพินัยกรรมของลุงกล้าที่ยกมรดกให้วุ้นเว้นแต่แต่งกับก้อ เบบี๋เลยคิดว่าก้อรักวุ้นเพราะอยากได้บ้าน ยุยงให้วุ้นรู้เรื่องพินัยกรรม วุ้นเสียใจคิดก้อเห็นแก่สมบัติ เบบี๋ไม่หยุดแค่นั้น พยายามยุก้อทวงสิทธิ์ลูกชาย แต่ก้อไม่ทำ เธอเลยบุกไปหาวุ้นเอง โกรธจัดเผลอทำร้ายวุ้นจนสลบ คิดว่าตายเลยลากร่างทิ้งริมทะเล แต่ก้อช่วยทัน
เบบี๋กลัวผิด โทษแผนทั้งหมดว่าคิดโดยก้อ ทำให้วุ้นยิ่งเสียใจ โอนบ้านคืนแล้วหายตัว เบบี๋เป็นตัวร้ายหลักที่ขับเคลื่อนดราม่า สะท้อนผู้หญิงทะเยอทะยานที่เห็นแก่ตัว ฟุ้งเฟ้อ ชอบเอาชนะทุกอย่างเพื่อรักษาฐานะและความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายแผนร้ายพลิกกลับมาทำร้ายตัวเอง เธอไม่ปรับตัวกับวิกฤตน้ำท่วม ยังคงเอาแต่ใจแม้ในบ้านทะเล เบบี๋เพิ่มความเข้มข้นให้เรื่อง จากแฟนเก่าที่น่ารำคาญ กลายเป็นตัวอันตรายที่ทำร้ายคนอื่น สะท้อนด้านมืดของสังคมไฮโซที่เห็นแก่เงินและฐานะมากกว่าความรักแท้
ฉายา นางแบบร้ายทะเยอทะยาน
ฉายานี้เหมาะกับเบบี๋เพราะเธอเป็นนางแบบสวยชื่อดังแต่ใจร้าย ทะเยอทะยานสุดๆ คบก้อเพราะฐานะ เมื่อน้ำท่วมหนีมาบ้านริมทะเล เธอเจอพินัยกรรมแล้วยุยง ทำร้ายวุ้นเพื่อรักษาสิทธิ์ในมรดกและความสัมพันธ์ ฉายานี้สะท้อนความฟุ้งเฟ้อเอาแต่ใจ ชอบเอาชนะ ที่ทำให้แผนร้ายพลิกกลับ เธอเกลียดวุ้นตั้งแต่แรกเห็น เพราะเห็นวุ้นเป็นภัยคุกคามฐานะ ฉายานี้ยังเน้นความร้ายที่ซ่อนในความสวย ท่ามกลางทะเลระยองที่สงบแต่เธอสร้างพายุดราม่า
ข้อคิด ความทะเยอทะยานมากเกินนำพาความพินาศ
ข้อคิดนี้จากตัวเบบี๋สอนว่าความทะเยอทะยานและการเห็นแก่ตัวมากเกินไปสามารถนำพาความพินาศมาสู่ตัวเอง เบบี๋ฟุ้งเฟ้อ ชอบเอาชนะ ยุยงและทำร้ายวุ้นเพื่อรักษาฐานะและก้อ แต่สุดท้ายแผนร้ายถูกเปิดโปง ข้อคิดนี้เตือนว่าการเห็นแก่เงินและอำนาจมากกว่ารักแท้ ทำให้สูญเสียทุกอย่าง เบบี๋ไม่ปรับตัวในวิกฤตน้ำท่วม ยังคงเอาแต่ใจ สะท้อนว่าความทะเยอทะยานที่ไม่มีขอบเขตทำลายความสัมพันธ์ ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับสังคมไทยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่ภัยพิบัติสอนให้เห็นคุณค่าความจริงใจมากกว่าวัตถุ
→ พิศาล อัครเศรณี รับบท ลุงกล้า

พ่อของก้อ ฐานะดีแต่สมถะ ชีวิตเรียบง่ายอยู่บ้านริมทะเลจังหวัดระยอง ไม่ยอมคน คิดว่าตัวเองถูกเสมอ รักและเป็นห่วงลูกชายคนเดียวมากแต่ไม่เคยแสดงออกตรงๆ เขาเห็นก้อใช้ชีวิตเพลย์บอยในกรุงเทพ เจ้าของผับดังแต่เห็นแก่ตัว เลยอยากให้ลูกเปลี่ยนแปลง ได้คนดีอย่างวุ้น พยาบาลใจบุญที่ดูแลเขามานานเป็นคู่ครอง ลุงกล้าทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดให้วุ้น เว้นแต่ก้อกับวุ้นแต่งงานกัน เพื่อบังคับให้ลูกกลับบ้านและเห็นคุณค่าความรักแท้ เมื่อทะเลาะกับก้อทางโทรศัพท์ครั้งสุดท้าย ลุงกล้าหายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้ทุกคนคิดว่าเขาเสียชีวิตหลังพบเสื้อลอยกลางทะเล
แต่จริงๆ แล้วลุงกล้ามีแผนแสบเพื่อทดสอบลูกและวุ้น เขาถูกลอบทำร้ายโดยเบบี๋แฟนเก่าก้อจนสาหัส แต่รอดชีวิตและกลับมาในตอนจบ ลุงกล้าเป็นตัวละครที่ปรากฏน้อยในเรื่องเพราะหายตัวไปตั้งแต่ต้น แต่เป็นตัวขับเคลื่อนพล็อตหลัก พินัยกรรมและการหายตัวของเขาสร้างดราม่าเข้าใจผิดระหว่างก้อกับวุ้น ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดและเติบโต ลุงกล้าสะท้อนพ่อไทยสมัยก่อนที่รักลูกแต่แสดงออกด้วยวิธีแปลกๆ ไม่พูดตรงแต่ใช้แผนการเพื่อสอนบทเรียนชีวิต ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม เขาเป็นสัญลักษณ์ของความสมถะและความปรารถนาดีที่ซ่อนไว้ สุดท้ายเมื่อกลับมา ลุงกล้าได้เห็นลูกเปลี่ยนไปและยอมรับวุ้น ทำให้ครอบครัวสมบูรณ์
ฉายา พ่อแผนแสบหัวใจดี
ฉายานี้เหมาะกับลุงกล้าเพราะเขาเป็นพ่อที่แสบแผนสูงแต่ลึกๆ หัวใจดีสุดๆ ฐานะดีแต่สมถะ อยากให้ก้อลูกชายเพลย์บอยเปลี่ยนแปลง เลยทำพินัยกรรมบังคับแต่งกับวุ้นและหายตัวไปเพื่อทดสอบ ทุกคนคิดว่าเสียชีวิตแต่จริงๆ รอดจากลอบทำร้าย ฉายานี้สะท้อนความรักที่ไม่แสดงออกตรง แต่ใช้กลอุบายเพื่อสอนลูกเห็นคุณค่าความจริงใจ ฉายานี้ยังเน้นด้านไม่ยอมคน คิดถูกเสมอ แต่เพื่อลูกและครอบครัว ท่ามกลางบ้านริมทะเลที่เป็นฉากหลักของแผนการ
ข้อคิด ความรักจากพ่อไม่ต้องพูดแต่ต้องเข้าใจ
ข้อคิดนี้จากตัวลุงกล้าสอนว่าความรักจากพ่อบางครั้งไม่พูดตรงแต่แสดงผ่านการกระทำ ลุงกล้ารักก้อมากแต่ไม่แสดงออก ใช้แผนพินัยกรรมและหายตัวไปเพื่อให้ลูกเติบโต ข้อคิดนี้เตือนว่าผู้ปกครองมักมีวิธีแปลกๆ เพื่อสอนบทเรียนชีวิต ลุงกล้าถูกเข้าใจผิดแต่สุดท้ายทุกอย่างคลี่คลาย สะท้อนว่าความรักแท้ต้องใช้เวลาเข้าใจ ลุงกล้าอยากให้ลูกได้คนดีอย่างวุ้น ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับสังคมไทยที่พ่อไทยรักลูกแต่เงียบๆ ในวิกฤตน้ำท่วมสอนให้เห็นความปรารถนาดีที่ซ่อนไว้
→ รุจิภาส ก่อเกียรติ รับบท โบนัส

น้องสาวคนเล็กของหยวน วัยรุ่นยุคใหม่ สดใส ร่าเริง คลั่งไคล้ตูมตาม เดอะสตาร์สุดๆ และมีหน้าที่คอยดูแลอาม่า เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องในครอบครัวหยวน ชีวิตในกรุงเทพเต็มไปด้วยความฟินไอดอล ชอบฟังเพลง ดูกิจกรรมดารา โดยเฉพาะตูมตามที่เป็นไอดอลอันดับหนึ่ง แต่เมื่อมหาอุทกภัยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่มาถึง หยวนพาครอบครัวอพยพหนีน้ำมาอยู่บ้านริมทะเลจังหวัดระยองของก้อ โบนัสมาด้วยพร้อมอาม่า หยา และหยวน เธอเพิ่มความสดใสให้บ้านที่วุ่นวาย เพราะนิสัยร่าเริง ไม่เรื่องมากเท่าพี่ๆ ชอบร้องเพลงตามไอดอล คอยดูแลอาม่าที่เอาแต่นั่งดูข่าวน้ำท่วม ทำให้อาม่ามีเพื่อนคลายเหงา
โบนัสคลั่งดาราหนักมาก พูดถึงตูมตามตลอด เพลงประกอบละครอย่างเธอมาหาเวลาเหงา ก็ทำให้เธอฟินสุดๆ เธอเป็นตัวละครรองที่สร้างสีสันคอมเมดี้เบาๆ ท่ามกลางดราม่ารักของก้อกับวุ้น และความเขี้ยวของหยวนกับเปรียว โบนัสไม่เกี่ยวข้องหลักกับพล็อตใหญ่ แต่ช่วยเบรกความหนักด้วยความน่ารักวัยรุ่น เธอปรับตัวกับชีวิตทะเลได้ดีกว่าใคร เพราะมองโลกบวก ชอบร้องเพลงคลายเครียด เมื่อคนท้องถิ่นอย่างต๊อกและดอกไม้แกล้งครอบครัวกรุง โบนัสหัวเราะตาม สะท้อนวัยรุ่นที่ยังไร้เดียงสาแต่มีพลังบวก สุดท้ายโบนัสเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่เรียนรู้ชีวิตเรียบง่ายนอกเมืองใหญ่ ตัวละครนี้ทำให้เรื่องมีมุมสดใส ไม่ดราม่าหนักเกินไป
ฉายา สาวฟินไอดอล
ฉายานี้เหมาะกับโบนัสเพราะเธอเป็นสาววัยรุ่นที่คลั่งไคล้ตูมตาม เดอะสตาร์สุดๆ ฟินทุกกิจกรรมดารา ร้องเพลงตามไอดอลตลอดแม้ในวิกฤตน้ำท่วม เมื่ออพยพมาบ้านริมทะเล เธอยังคงสดใส พูดถึงไอดอลเพื่อคลายเครียด ฉายานี้สะท้อนความร่าเริงที่ช่วยดูแลอาม่าและเพิ่มพลังบวกให้ครอบครัว ฉายานี้ยังเน้นด้านไร้เดียงสาของวัยรุ่นยุคใหม่ที่มองโลกผ่านดารา แต่ทำให้บ้านวุ่นวายมีสีสัน ท่ามกลางทะเลระยองที่สงบ
ข้อคิด ความสดใสช่วยคลายทุกข์
ข้อคิดนี้จากตัวโบนัสสอนว่าความสดใสและพลังบวกสามารถช่วยคลายทุกข์ในวิกฤตได้ โบนัสวัยรุ่นร่าเริง คลั่งไอดอล แต่เมื่อน้ำท่วมต้องอพยพ เธอไม่บ่น ใช้ความฟินดาราช่วยดูแลอาม่าและสร้างเสียงหัวเราะ ข้อคิดนี้เตือนว่าความร่าเริงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นกำลังใจให้ครอบครัว โบนัสร้องเพลงคลายเครียด สะท้อนว่าวัยรุ่นสามารถเป็นพลังบวกในยามยาก ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับสังคมไทยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่ภัยพิบัติสอนให้มองโลกบวกและช่วยเหลือกัน
→ สินีนาฎ โพธิเวส รับบท อาม่า

ย่าของหยวน มีเชื้อสายจีน เพราะความขยันเลยสร้างฐานะจนมั่นคง เป็นคนจิตใจดี ชอบอยู่ติดบ้าน ชีวิตเรียบง่ายในกรุงเทพ แต่เมื่อมหาอุทกภัยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่มาถึง บ้านน้ำท่วม หยวนเลยพาครอบครัวอพยพหนีน้ำมาอยู่บ้านริมทะเลจังหวัดระยองของก้อ อาม่ามาด้วยความไม่เต็มใจหนักมาก เพราะชินกับชีวิตติดบ้าน ไม่ชอบย้ายที่ อาม่าเอาแต่นั่งหน้าจอทีวีดูข่าวน้ำท่วมทั้งวัน พูดถึงสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำๆ สร้างความตลกและความน่ารักให้ครอบครัว เธอเป็นตัวละครรองที่เพิ่มสีสันคอมเมดี้เบาๆ ท่ามกลางความวุ่นวายของคนกรุงที่เรื่องมาก
อาม่าไม่ปรับตัวง่าย ชอบบ่นเบาๆ แต่ลึกๆ จิตใจดี รักหลานๆ อย่างหยวน หยา และโบนัส โบนัสน้องสาวคนเล็กคอยดูแลเธอ ร้องเพลงคลายเหงา เมื่อคนท้องถิ่นอย่างต๊อกและดอกไม้แกล้งครอบครัวกรุง อาม่ายังคงนั่งดูทีวีไม่สนโลก สะท้อนผู้สูงวัยที่มองโลกผ่านข่าวสาร อาม่าไม่เกี่ยวข้องตรงกับดราม่ารักของก้อกับวุ้น หรือคู่กัดหยวนกับเปรียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอพยพที่ทำให้บ้านริมทะเลอบอุ่น เธอสะท้อนรุ่นผู้ใหญ่เชื้อสายจีนที่ขยันสร้างฐานะ แต่ในวิกฤตต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลง สุดท้ายอาม่าเรียนรู้ปรับตัวเล็กน้อย กลายเป็นจุดน่ารักที่ผู้ชมเอ็นดู ตัวละครนี้ช่วยให้เรื่องมีมุมครอบครัวอบอุ่น ไม่หนักดราม่าเกินไป
ฉายา ย่าติดทีวีน้ำท่วม
ฉายานี้เหมาะกับอาม่าเพราะเธอเอาแต่นั่งหน้าจอทีวีดูข่าวน้ำท่วมทั้งวัน แม้ย้ายมาบ้านริมทะเลแล้วยังคงอัพเดทสถานการณ์ซ้ำๆ เมื่อครอบครัวอพยพเพราะน้ำท่วมจริง อาม่าไม่เต็มใจย้ายแต่ติดข่าวหนัก ฉายานี้สะท้อนความจิตใจดีที่ห่วงใยสังคม แต่ก็สร้างมุกตลกเมื่อหลานๆ พยายามชวนทำอย่างอื่น ฉายานี้ยังเน้นด้านเชื้อสายจีนขยันที่สร้างฐานะ แต่ในวัยชราชอบอยู่ติดบ้าน มองโลกผ่านทีวี ท่ามกลางทะเลระยองที่สงบแต่เธอยังวนเวียนกับข่าววิกฤต
ข้อคิด ความขยันสร้างฐานะยั่งยืน
ข้อคิดนี้จากตัวอาม่าสอนว่าความขยันสามารถสร้างฐานะมั่นคงให้ครอบครัว อาม่ามีเชื้อสายจีน ขยันจนสร้างฐานะจากศูนย์ แต่ในวิกฤตน้ำท่วมต้องอพยพ ข้อคิดนี้เตือนว่าฐานะที่มาจากความพยายามจะยั่งยืน แม้ภัยพิบัติมาถึง อาม่าจิตใจดี ชอบติดบ้านแต่รักหลานๆ สะท้อนว่าความขยันไม่ใช่แค่เงินทอง แต่สร้างครอบครัวอบอุ่น ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับสังคมไทยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่น้ำท่วมสอนให้เห็นคุณค่าความพยายามรุ่นก่อนที่ส่งต่อให้รุ่นหลัง
→ จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม รับบท ต๊อก
ลูกน้องของตั้น เจ้าของธุรกิจเรือเช่า รักและคอยช่วยเหลือเจ้านายเสมอ นิสัยขี้เล่น ทะเล้น จริงใจ และเป็นกันเอง ชอบแต่งตัวตามแฟชั่น เขาอาศัยอยู่จังหวัดระยอง ชีวิตผูกพันกับทะเลและคนท้องถิ่น เมื่อครอบครัวหยวนอพยพหนีน้ำท่วมมาอยู่บ้านริมทะเล ต๊อกหมั่นไส้คนกรุงที่เรื่องมาก โดยเฉพาะหยวน หยา และโบนัส ที่ชินกับความสะดวกสบาย ต๊อกร่วมกับดอกไม้คนดูแลบ้าน คอยหาเรื่องแกล้งครอบครัวกรุงสารพัด เพื่อสร้างเสียงหัวเราะและแก้แค้นเบาๆ เช่น แกล้งอาหาร แกล้งของใช้ ทำให้บ้านวุ่นวายแต่สนุก ต๊อกเป็นตัวละครรองที่เพิ่มสีสันคอมเมดี้หลักให้เรื่อง เพราะมุกทะเล้นและการแกล้งที่มาจากความจริงใจ
เขาชอบช่วยตั้นงานร้านเรือเช่า และคอยปกป้องวุ้นเพื่อนรุ่นน้อง เมื่อดราม่าหนักอย่างลุงกล้าหายตัวหรือเบบี๋ทำร้ายวุ้น ต๊อกช่วยสืบหาความจริงแบบเงียบๆ สะท้อนความเป็นคนท้องถิ่นที่จริงใจ ไม่เห็นแก่ตัว ต๊อกชอบแต่งตัวแฟชั่นตามวัย แม้ทำงานทะเลแต่ยังเท่ ต่างจากคนกรุงที่หรูหรา เขาเป็นเพื่อนกับดอกไม้ที่นิสัยบ้ายอ ร่วมกันสร้างมุกตลก ต๊อกไม่เกี่ยวข้องตรงกับรักสามเส้าก้อ-วุ้น-ตั้น แต่ช่วยตั้นในบางฉาก เช่น ชวนวุ้นไปดูดาวแล้วถูกขัด สุดท้ายต๊อกเป็นตัวละครที่ทำให้เรื่องเบาสมอง สะท้อนคนบ้านนอกใจดีที่หมั่นไส้คนเมืองแต่สุดท้ายเข้าใจกัน
ฉายา ลูกน้องทะเล้นแฟชั่น
ฉายานี้เหมาะกับต๊อกเพราะเขาเป็นลูกน้องตั้นที่ทะเล้นสุดๆ ขี้เล่นแต่จริงใจ ชอบแต่งตัวตามแฟชั่นแม้ทำงานริมทะเล เมื่อคนกรุงอพยพมา ต๊อกหมั่นไส้เลยคอยแกล้งสารพัด เพิ่มมุกคอมเมดี้ ฉายานี้สะท้อนความเป็นกันเองที่ช่วยเจ้านายและเพื่อน แต่แสบปากแกล้งคนเรื่องมาก ฉายานี้ยังเน้นด้านแฟชั่นที่ทำให้ตัวละครเด่น ไม่เหมือนคนท้องถิ่นทั่วไป ท่ามกลางทะเลระยองที่เขารักและปกป้อง
ข้อคิด ความขี้เล่นสร้างมิตรภาพ
ข้อคิดนี้จากตัวต๊อกสอนว่าความขี้เล่นและทะเล้นสามารถสร้างมิตรภาพได้แม้เริ่มจากความหมั่นไส้ ต๊อกแกล้งครอบครัวกรุงเพราะเรื่องมาก แต่สุดท้ายทุกคนเข้าใจกัน ข้อคิดนี้เตือนว่าความสนุกเบาๆ ในวิกฤตช่วยคลายเครียด ต๊อกรักเจ้านายจริงใจ ช่วยสืบดราม่า สะท้อนว่าความทะเล้นที่มาจากใจดีนำพาความสัมพันธ์ดี ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับสังคมไทยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่น้ำท่วมสอนให้คนต่างถิ่นเข้าใจกันผ่านความสนุก
→ อุ่นเรือน ราโชติ รับบท ดอกไม้

คนดูแลบ้านให้ลุงกล้า นิสัยบ้ายอ สนุกสนาน ร่าเริง ชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ และที่สำคัญคือชอบใส่เสื้อผ้าลายดอก เพราะคิดว่าทำให้ตนเองดูสวยขึ้น เธอเป็นหมอนวดริมหาดจอมซื่อ ชีวิตเรียบง่ายในจังหวัดระยอง ผูกพันกับบ้านริมทะเล เมื่อครอบครัวหยวนอพยพหนีน้ำท่วมมาอยู่บ้านเดียวกัน ดอกไม้หมั่นไส้คนกรุงที่เรื่องมาก โดยเฉพาะหยวน หยา และโบนัส ที่ชินกับความหรูหรา เธอร่วมกับต๊อกลูกน้องตั้น คอยหาเรื่องแกล้งครอบครัวกรุงสารพัด เพื่อแก้แค้นและสร้างเสียงหัวเราะ เช่น แกล้งอาหารหรือของใช้ ทำให้บ้านวุ่นวายแต่เต็มไปด้วยความสนุก
ดอกไม้เป็นตัวละครรองที่เพิ่มสีสันคอมเมดี้หลักให้เรื่อง เพราะนิสัยบ้ายอที่ชอบยอตัวเองสวย ชอบร้องเพลงดังลั่น แต่งตัวลายดอกสดใสตลอด เธอซื่อตรง จริงใจ ไม่เห็นแก่ตัว คอยช่วยวุ้นดูแลบ้านและห่วงลุงกล้า เมื่อดราม่าหนักอย่างตำรวจพบเสื้อลุงลอยทะเล หรือเบบี๋ทำร้ายวุ้น ดอกไม้ช่วยปลอบและสืบหาความจริงแบบคนท้องถิ่น ดอกไม้ไม่เกี่ยวข้องตรงกับรักสามเส้าก้อ-วุ้น-ตั้น หรือคู่กัดหยวนกับเปรียว แต่เป็นคู่หูต๊อกที่สร้างมุกตลก เธอสะท้อนผู้หญิงบ้านนอกใจดี ร่าเริง ที่ทำให้วิกฤตน้ำท่วมไม่หนักเกินไป สุดท้ายดอกไม้เป็นตัวละครที่ผู้ชมเอ็นดู เพราะความสดใสที่ช่วยคลายเครียดให้ทุกคนในบ้าน
ฉายา หมอนวดลายดอกร่าเริง
ฉายานี้เหมาะกับดอกไม้เพราะเธอเป็นหมอนวดริมหาดที่ชอบใส่เสื้อผ้าลายดอกตลอด คิดว่าทำตัวสวยขึ้น และร่าเริงสุดๆ ชอบร้องเพลงดังลั่น เมื่อคนกรุงอพยพมา ดอกไม้บ้ายอตัวเองสวยแล้วคอยแกล้งกับต๊อก เพิ่มมุกคอมเมดี้ ฉายานี้สะท้อนความสนุกสนานที่ซ่อนในความซื่อตรง เธอช่วยดูแลบ้านลุงกล้าและปลอบวุ้น ฉายานี้ยังเน้นด้านสดใสที่ทำให้บ้านริมทะเลมีสีสัน แม้ในวิกฤตน้ำท่วมที่ทุกคนเครียด
ข้อคิด ความร่าเริงคลายทุกข์วิกฤต
ข้อคิดนี้จากตัวดอกไม้สอนว่าความร่าเริงและสนุกสนานสามารถคลายทุกข์ในช่วงวิกฤตได้ ดอกไม้บ้ายอชอบร้องเพลง แต่งลายดอก แต่เมื่อน้ำท่วมและคนกรุงมาวุ่นวาย เธอใช้ความทะเล้นแกล้งเพื่อสร้างเสียงหัวเราะ ข้อคิดนี้เตือนว่าความสดใสไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ช่วยให้คนรอบข้างผ่อนคลาย ดอกไม้ซื่อตรงช่วยเพื่อน สะท้อนว่าความร่าเริงที่มาจากใจดีนำพาความสุข ข้อคิดนี้เชื่อมโยงกับสังคมไทยปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ ที่น้ำท่วมสอนให้ใช้ความสนุกคลายเครียดและเชื่อมคนต่างถิ่น
หลายปีหลังจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 ละคร “น้ำขึ้นให้รีบรัก” ได้ฝังตัวอยู่ในใจผู้ชมด้วยเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤต การให้อภัย และการเติบโตของตัวละคร หากละครเรื่องนี้มีภาคต่อในปี 2026 เราอาจได้เห็นชีวิตหลังแต่งงานของก้อกับวุ้นที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยบททดสอบใหม่ๆ ที่สะท้อนสังคมไทยยุคปัจจุบัน ผสมผสานดราม่า โรแมนติก และคอมเมดี้แบบเดิม แต่เพิ่มความลึกซึ้งให้กับครอบครัวและมิตรภาพ
หลายปีผ่านไป ก้อ (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) และวุ้น (วรรณรท สนธิไชย) แต่งงานกันแล้ว มีลูกชายตัวเล็กน่ารักหนึ่งคน ชีวิตครอบครัวดูอบอุ่นในบ้านริมทะเลระยองที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก ก้อผันตัวจากเพลย์บอยมาเป็นเจ้าของรีสอร์ทเล็กๆ ร่วมกับตั้น (นาวิน ต้าร์) ที่ยังคงโสดและช่วยบริหารธุรกิจเรือเช่า แต่แล้ววิกฤตใหม่ก็มาเยือน ไม่ใช่น้ำท่วมใหญ่ แต่เป็น “พายุเศรษฐกิจ” จากโควิดที่กระทบการท่องเที่ยวหนัก รีสอร์ทขาดทุนสะสม ลูกค้าหาย วุ้นที่กลับมาทำงานพยาบาลเต็มตัวต้องแบกภาระครอบครัวหนักขึ้น ความเครียดทำให้ทั้งคู่เริ่มทะเลาะกันเรื่องเงินและอนาคตของลูก
หยวน (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) และเปรียว (พิชญา เชาวลิต) ที่ในภาคแรกเป็นไม้เบื่อไม้เมา ตอนนี้แต่งงานกันแล้ว มีลูกสาวหนึ่งคน หยวนยังคงค้าขายเก่งแต่ธุรกิจบ้านจัดสรรฟื้นตัวช้า เปรียวกลับมาเปิดร้านขายของออนไลน์ เขี้ยวเค็มเหมือนเดิม ทั้งคู่ย้ายมาช่วยก้อกับวุ้นบริหารรีสอร์ทชั่วคราว เกิดมุกคอมเมดี้จากความเขี้ยวที่ยังไม่จาง หยา (นวกชมณ ชื้นครองธรรม) กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ไฮโซ บ้าแบรนด์เนมหนักขึ้น มาช่วยโปรโมตรีสอร์ทแต่สร้างความวุ่นวาย โบนัส (รุจิภาส ก่อเกียรติ) โตเป็นวัยรุ่นคลั่งเคป็อป มาช่วยงานแต่เอาแต่ถ่ายคลิป
ดราม่าหนักเกิดเมื่อเบบี๋ (ปานวาด เหมมณี) กลับมาอีกครั้ง หลังจากภาคแรกถูกเปิดโปงและหายตัวไป เธอเปลี่ยนตัวเอง กลับมาในฐานะนักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จจากต่างประเทศ แต่แอบวางแผนแก้แค้นก้อกับวุ้น โดยร่วมมือกับนักลงทุนที่อยากฮุบที่ดินรีสอร์ท ลุงกล้า (พิศาล อัครเศรณี) ที่สุขภาพไม่ดีนัก กลับมาเป็นที่ปรึกษา แต่คราวนี้เขาเปิดเผยความลับเก่าว่ามีลูกอีกคนจากอดีต ทำให้ครอบครัวสั่นสะเทือน ตั้นที่ยังรักวุ้นเงียบๆ ต้องตัดสินใจระหว่างมิตรภาพกับก้อและความรู้สึกตัวเอง
ต๊อก (จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม) และดอกไม้ (อุ่นเรือน ราโชติ) ยังคงอยู่ช่วยงาน สร้างมุกตลกด้วยการแกล้งนักท่องเที่ยวเรื่องมากและช่วยสืบแผนร้ายของเบบี๋ อาม่า (สินีนาฎ โพธิเวส) ยังคงนั่งดูข่าวแต่คราวนี้เป็นข่าวเศรษฐกิจ สอนหลานๆ เรื่องความขยันแบบรุ่นเก่า
ภาค 2 นี้จะเน้นธีม “น้ำลงแล้วต้องรีบสร้าง” ความรักที่ผ่านวิกฤตแล้วต้องเผชิญบททดสอบใหม่ การฟื้นฟูครอบครัวและธุรกิจท่ามกลางยุคหลังโควิด สุดท้ายทุกอย่างคลี่คลายด้วยความเข้าใจ การให้อภัย และความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูง เหมือนภาคแรกที่ความรักเบ่งบานจากน้ำท่วม ภาคนี้ความหวังจะเกิดจากน้ำลง

