ซีรีส์ เซียวเหยาพลิกชะตาราชาปีศาจ
บททดสอบจากกิเลสและรูปปั้นหินอาถรรพ์ เริ่มต้นเหตุการณ์ในด่านทดสอบที่เต็มไปด้วยรูปปั้นหิน เซียวเหยาและกลุ่มคุณหนูเกิดอาการคุ้มคลั่งโดยไม่ทราบสาเหตุ พวกนางเริ่มด่าทอและตบตีกันเองด้วยความริษยาในทรัพย์สมบัติและรูปโฉม
เซียวเหยาตั้งสติได้และพบว่า “รูปลักษณ์เกิดจากใจ” รูปปั้นหินเหล่านี้คือตัวแทนของกิเลส 5 ประการ (ริษยา, เย่อหยิ่ง, เกียจคร้าน, ตะกละ, โกรธ) ยิ่งพวกนางมีความโกรธหรือริษยามากเท่าไหร่ รูปปั้นหินก็จะยิ่งแข็งแกร่งและขยับเข้ามาทำร้ายจนอาจถึงแก่ชีวิตได้
เซียวเหยาบอกให้ทุกคนหยุดสู้และหยุดใช้กำลัง เพราะยิ่งสู้รูปปั้นยิ่งขยับ เธอเสนอวิธีแก้ที่ไม่มีใครคาดคิดคือ “ไม่ต้องทำอะไรเลย และไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น” เพื่อให้ใจสงบ หากใครทำไม่ได้ให้ลองนึกถึงเรื่องที่มีความสุขหรือคนที่รักที่สุด เมื่อทุกคนสงบนิ่ง รูปปั้นหินจึงหยุดการโจมตีและกลไกของด่านก็คลี่คลายลง
หลังจากผ่านด่านรูปปั้นมาได้ พวกเขาพบปริศนาสุดท้ายที่ระบุว่าต้องมี “การสังเวย 1 ชีวิต” เพื่อให้ดวงวิญญาณที่อาฆาตสงบลงและเปิดทางรอดให้คนหมู่มาก สถานการณ์เริ่มตึงเครียดอีกครั้งเมื่อต้องเลือกว่าใครจะเป็นผู้เสียสละ
ในขณะที่เซียวเหยากำลังตกอยู่ในอันตรายและจมอยู่ในห้วงจิต หงเย่ ได้ปรากฏตัวขึ้นในรูปแบบดวงจิตเพื่อเข้าช่วยเหลือ ดวงจิตของหงเย่บอกว่าเขาจะปกป้องเธอเสมอ แต่พลังวิญญาณที่ใช้สื่อสารนี้มีจำกัด เขาปลอบโยนเซียวเหยาที่กำลังร้องไห้และบอกให้เธอรักษาตัวให้ดีเพื่อรอวันที่ทั้งคู่จะได้พบกันจริงๆ อีกครั้ง
เซียวเหยาต้องการช่วยเพื่อนที่ถูกจับตัวไว้ เธอจึงตกลงรับเงื่อนไขของท่านเซียนซุ่ยเมิงเพื่อไปตามหา “เศษกระจกคุณหลุน” โดยเบาะแสคือเศษกระจกซ่อนอยู่ใน “ภูเขาพันปี” ซึ่งเป็นสถานที่อันตรายที่มีอสูรร้าย “เทาเทีย” เฝ้าอยู่ เซียวเหยาต้องร่วมเดินทางไปกับมือปราบปีศาจท่ามกลางความหึงหวงและคำเตือนจากหงเย่ (ในร่างตั๊กแตน/สัตว์วิญญาณ) ที่สั่งให้เธอรักษาระยะห่างจากชายคนนั้น
เมื่อเดินทางไปถึงหมู่บ้านใกล้ภูเขาพันปี พวกเขาพบรอยเท้าและร่องรอยของอสูรเทาเทีย แต่เซียวเหยาและมือปราบสังเกตเห็นความผิดปกติว่ารอยเล็บและรอยเลือดดูปลอมมาก ในที่สุดหัวหน้าหมู่บ้านก็ยอมรับสารภาพว่า “ปีศาจไม่มีจริง” ชาวบ้านแกล้งปลอมตัวเป็นปีศาจเพื่อหลอกทางการและคนนอก ไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ เพราะพวกเขาถูกกดขี่และยากจนเกินกว่าจะส่งส่วยได้ จึงต้องสร้างเรื่องเพื่อความอยู่รอด

