เคาท์ดาวน์มรณะ ซานติก้าผับ

เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงหรูกลางกรุง ซานติก้าผับ มีผู้เสียชีวิตถูกย่างสดและบาดเจ็บนับร้อย รวมถึงนาทีหนีตาย การเร่งช่วยเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนาทีต่อนาที เรื่องเล่าจากชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นในคืนเกิดเหตุ


ปริศนาแห่งความตาย “สุสานร้างซานติก้า” ใครเผาฆ่า!
ยมทูต เรียกศูนย์ เกิดเหตุ ว.204 เพลิงไหม้ซานติก้าผับ เอกมัย 11 เปลี่ยน…. “เอ้าดื่ม” “เอ้า ชน!! ดื่มให้หมดแก้ว” เสียงหนุ่มสาวยกแก้วเหล้าชนกับเพื่อนเมากันได้ที สนุกกันแบบลืมโลก ราตรีนี้ยังยาวไกล นักดื่ม นักเที่ยว กำลังสรวงเสเฮฮาเสียงเซ็งแซ่ตะเบ่งคุยกันแข่งกับเสียงเครื่องดนตรีบนเวที ที่บรรเลงกันอย่างเร้าร้อน เร้าใจ กระตุ้นต่อมแอลกอฮอล์ให้เกิดความคืกคัก สร้างความคึกคะนอง แต่ใครจะรู้บ้างเล่าอีกไม่กี่วินาทีต่อมามัจจุราชที่เฝ้าจ้องมองพฤติกรรมของทุกคน จะมากระชากวิญญาณไปจากร่างอย่างไม่รู้ตัว หลังจุดพลุ จุดไฟเย็น เฉลิมฉลองเคานต์ดาวน์นับถอยหลัง 9..8..7..6..5..4..3..2..1.. เพื่อโบกมือลาปีเก่า เข้าสู่ปี 2009 ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ห้วงเวลาดื่มด่ำความสุขที่ทุกคนกำลังเสพกันอย่างเมามันเอร็ดอร่อย และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไฟในผับดับพรึ่บ เสียงเพลงสงบนิ่ง พระเพลิงลุกโหมไหม้ภายในผับ สะเก็ดไฟบนเพดานตกมาสู่พื้น นักเที่ยวทั้งหลายถูกไฟลวกตามร่างกาย เสียงหวีดร้อง! ระงมขอความช่วยเหลือ อ่านต่อ
อาถรรพณ์นรกซานติก้า ที่ดินนี้มีตำนาน...เลือด!!!
ถึงแม้จะไม่ใช่ที่กุโบร์เก่า แต่ทายาทของเจ้าของที่ดิน เล่าว่า เรื่องราวความเฮี้ยนบนที่ดินผืนนี้ มีการเล่าขานกันมาตลอด โดยเกิดขึ้นหลังจากขายที่ดินให้แก่แม่ทัพเรือที่เข้ามาอยู่เมื่อกว่า 40 ปีก่อน ต่อมาแม่ทัพเรือคนนี้ถูกภรรยาฆ่าตายภายในบ้าน หลังจากนั้น ชาวบ้านก็มักจะเห็นเงาคนเดินไปเดินมาอยู่ในบ้านร้าง จนต้องทำพิธีทางศาสนากันมาตลอด อ่านต่อ

เหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ

เหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 มีผู้เสียชีวิต 61 คน (สื่อมวลชนไทยรายงานว่าเสียชีวิต 67 คน) และบาดเจ็บอย่างน้อย 225 คนในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 45 ราย (สื่อมวลชนไทยรายงานว่า 222 คนที่บาดเจ็บ)  เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นหลังช่วงจัดงานปีใหม่ เวลา 00.35 น. ชาวต่างชาติจากประเทศออสเตรเลีย เบลเยียม ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ ญี่ปุ่น เนปาล เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ได้รับบาดเจ็บในเหตุนี้ด้วย

ก่อนเกิดเหตุ
ซานติก้าผับได้เปิดทำการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547 ซานติก้าผับเป็นอาคารเดี่ยวในพื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตรปลูกอยู่ในพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ยกระดับ 3 ชั้น เป็น ชั้น1 ชั้น 2 และชั้นใต้ดิน ซานติก้าผับ มีประตูทางออก 4 ประตู โดยแบ่งเป็น ประตูทางออกสำหรับบุคคลสำคัญ และ ประตูทางออกสำหรับออกไปสูบบุหรี่ ประตูทางออกหลัก 2 ประตู ซานติก้าผับได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานบันเทิงที่มีชื่อเสียงและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยซึ่งมีกำหนดหมดสัญญาเช่าในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ทางผับได้จัดงานอำลาวันสุดท้ายของผับขึ้นโดยเชิญ โจอี้ บอย และนักร้อง ดีเจ มาร่วมคืนฉลองส่งท้ายวันทำการวันสุดท้ายของซานติก้าผับ ใช้ชื่องานว่า goodbye santika 2009

วันเกิดเหตุ
31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาที่ผับเพื่อฉลองปีใหม่ ในค่ำคืนนั้น มีการจุดไฟเย็น ดื่มเหล้า ทานอาหารและแสดงดนตรี จำนวนคนร่วมงานคาดการณ์ว่ามากถึง 1000 คน ซึ่งเกิดกว่าขีดจำกัดของทางผับที่รับได้ประมาณ 500 คน นักท่องเที่ยวทั้งหมดเข้ามาจากทางประตูหน้าที่มีความกว้างสองเมตรครึ่ง จำนวนคนในผับแน่นขนัดทั้งสองชั้นและบริเวณบันได

ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 นักท่องเที่ยวได้จุดพลุไฟเย็นในขณะที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อมีการแจกพลุกระดาษให้กับนักท่องเที่ยวพวกเขาจุดพลุกระดาษจนไปติดไฟสปอร์ตไลท์ ขณะนั้น แม้ว่า เพลิงไหม้แล้ว นักท่องเที่ยวยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุ มีคนตะโกนว่า “เอฟเฟกต์ เอฟเฟกต์ ” ภายหลังจึงพบหลักฐานในที่เกิดเหตุ หลักฐานดังกล่าวคือกล้องที่ตกอยู่ ซึ่งบันทึกภาพการแสดงในช่วงเวลาที่เกิดเหตุไฟไหม้ได้ เผยให้เห็นภาพการแสดงของวงเบิร์น ที่เมื่อแสดงจบนักร้องนำคนดังกล่าวก็ได้เดินออกไปข้างเวที ก่อนที่สเปเชียลเอฟเฟกต์จะถูกจุดขึ้นกลางเวที ในตอนนั้นที่นักร้องคนใหม่เดินเข้ามา ก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเพลิงที่ไหม้ซานติก้าผับ แท้จริงแล้วเกิดจากสเปเชียลเอฟเฟกต์ของเวที ซึ่งเกิดจากระบบไฟฟ้า ไม่ใช่พลุกระดาษที่นักร้องนำวงเบิร์นเป็นคนจุดภายหลังจากนั้นไฟฟ้าในอาคารได้ดับลง กว่าจะทราบว่าเป็นเพลิงไหม้ เพลิงก็ได้ทำการลุกไหม้จากบริเวณชั้นสอง ทำให้โครงสร้างถล่มลงมา เนื่องจากภายในผับมีวัตถุที่เอื้อต่อการเกิดเพลิงไหม้ อาทิ ผนังโฟม สุรา ฯลฯ เพลิงจึงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวพยายามหนีออกมาทางประตูด้านหน้า ซึ่งมีขนาดเพียงสองเมตรครึ่ง เนื่องจากไม่ทราบทางออกอื่น แต่ไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากคนแน่นขนัดมาก และ ประตูมีขนาดเล็ก คนที่ล้มลงในสถานที่เกิดเหตุไม่สามารถลุกขึ้นมาได้และถูกเหยียบซ้ำสภาพศพหลายศพถูกทับกัน

ต้นเหตุ
ต้นเหตุการเกิดไฟไหม้ครั้งนี้​ ตอนแรกทางตำรวจสัณนิษฐานว่ามาจากการยิงพลุกระดาษ​ โดยก่อนเกิดไฟไหม้หลังจากวงเบิร์นได้แสดงเสร็จ​ มีการแจกไฟเย็น​โดยการโยนให้กับนักท่องเที่ยวและมีการยิงพลุกระดาษจนไปติดสปอร์ตไลท์ด้านบนจึงเกิดประกายไฟและไฟไหม้​ ในเวลาต่อมาทางตำรวจได้แจ้งจับนักร้องนำวงเบิร์น​ ด้วยข้อหาเป็นคนจุดพลุไฟ​จนทำให้เกิดเพลิงไหม้​ อย่างไรก็ตาม เมื่อทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พวกเขาก็ได้พบกับหลักฐานชิ้นสำคัญซึ่งช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์แก่นักร้องนำวงเบิร์นได้ รวมทั้งชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ต้นเพลิงมาจากอะไรกันแน่ หลักฐานดังกล่าวคือภาพจากกล้องวงจรปิดของซานติก้าผับ​ ซึ่งสามารถบันทึกภาพการแสดงในช่วงเวลาที่เกิดเหตุไฟไหม้ได้ เผยให้เห็นภาพการแสดงของวงเบิร์น ที่เมื่อแสดงจบนักร้องนำคนดังกล่าวก็ได้เดินออกไปข้างเวที ก่อนที่สเปเชียลเอฟเฟกต์จะถูกจุดขึ้นกลางเวที ในตอนนั้นที่นักร้องคนใหม่เดินเข้ามา ก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเพลิงที่ไหม้ซานติก้าผับ แท้จริงแล้วเกิดจากสเปเชียลเอฟเฟกต์ของเวทีและเกิดจากระบบไฟฟ้า ไม่ใช่พลุกระดาษที่ตำรวจกล่าวหาว่านักร้องนำวงเบิร์นเป็นคนจุด

หลังเกิดเหตุ
มีการสั่งย้ายผู้อำนวยการเขตปทุมวันและเขตวัฒนา และนำคดีฟ้องศาล ศาลฎีกามีคำสั่ง จำคุก นาย วิสุข เสร็จสวัสดิ์ 3 ปี

เขตวัฒนา ยังเป็นเขตหนึ่งที่เกิดไฟไหม้ใหญ่อีกครั้ง ใน วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2555 เกิดไฟไหม้โรงแรมพาร์ค อเวนิว มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

อ้างอิง : เหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ


เคเดอร์...ขังตาย
เคเดอร์…ขังตาย

พนักงานด้วยความกลัวตายจึงพากันหนีตายกันอย่างวุ่นวาย ทั้งพยายามเบียดเสียดยัดเยียดกันออกจากอาคาร ทำให้คนงานจำนวนมากต้องเหย อ่านต่อ

Copy link
Powered by Social Snap