ซีรีส์ นับสิบจะจูบ 2564 เป็นเรื่องราวโรแมนติกคอมเมดี้ผสมดราม่า ที่เจาะลึกเบื้องหลังวงการซีรีส์วายแบบสนุกๆ ไม่เหมือนใคร แถมยังสะท้อนสังคมจริงๆ ด้วย เริ่มจากตัวเอกชื่อ “จีน” (เล่นโดยอัพ ภูมิพัฒน์) เป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ธรรมดาๆ คนนึง ที่ถนัดเขียนนิยายแนวแฟนตาซีสยองขวัญ แต่ตลาดมันฮิตนิยายวาย (ชายรักชาย) มาก จีนเลยต้องหันมาเขียนเรื่อง “วิศวะผัวโหด” ซึ่งดังเปรี้ยงปร้างจนถูกนำไปทำซีรีส์เลย สำนักพิมพ์ก็เลยอยากให้เขียนเล่มต่อไป แถมยังต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในกองถ่ายซีรีส์ด้วย ทำให้จีนได้เจอกับ “นับสิบ” (เล่นโดยเก้า นพเก้า) นายแบบหนุ่มลุคคูล ที่มาคัดตัวบทพระเอกหมายเลข 18 ดูเหมือนเจ้าชายแต่จริงๆ แล้วซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เพียบ
ความบังเอิญทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันในคอนโด จีนเริ่มเปิดใจเพราะนับสิบช่วยทำความสะอาด ทำอาหาร ดูเป็นเด็กดี แต่จริงๆ แล้วนับสิบมีแผนพิชิตใจจีน โดยเฉพาะตอนซ้อมบทจูบอะ เฮ้ย มันฟินแต่ก็อลหม่าน เพราะมี “เอ๋ย” (เล่นโดยบรูซ ศิริกร) นักแสดงบทนายเอกในซีรีส์ ที่เหมือนจะชอบนับสิบ แต่จริงๆ แล้วหมายปองจีนซะงั้น แถมยังมีกระแสโซเชียล #สิบจีน กับ #สิบเอ๋ย ที่ทำให้ดราม่าบานปลาย
เรื่องยิ่งซับซ้อนเมื่อจีนกับนับสิบสารภาพรักกัน แต่ต้องเจออุปสรรคจากครอบครัว จีนกลับบ้านแล้วเจอความลับเกี่ยวกับนับสิบที่ทำให้ทะเลาะกันใหญ่โต นับสิบต้องตามง้อไปถึงบ้านสวน จนปรับความเข้าใจได้ แต่แล้วก็มีงานแถลงข่าวซีรีส์ ที่แฟนคลับแบ่งทีมทะเลาะกัน เอ๋ยก็มาเคลียร์ใจกับจีนแบบเซอร์ไพรส์ แถมแม่นับสิบมาเจอทั้งคู่ แล้วชวนกินข้าวสองครอบครัว จีนกับนับสิบเลยตัดสินใจบอกความจริงว่าคบกัน แต่ครอบครัวตึงเครียดมาก ต้องรักษาระยะห่างเพื่อเคลียร์
ดราม่าสูงสุดตอนรูปหลุดที่ทะเล ทำให้โลกออนไลน์รู้ความสัมพันธ์ จนผู้ผลิตซีรีส์ สำนักพิมพ์ โมเดลลิ่ง เรียกประชุม กดดันให้เลิกกันเพราะกระทบงาน แต่จีนกับนับสิบไม่ยอม สุดท้ายเรื่องราวจบลงที่จีนต้องเขียนนิยายเล่มใหม่ “Lovely Writer” ซึ่งสะท้อนชีวิตจริง แต่ขาดแรงบันดาลใจเพราะไม่มีนับสิบ จนต้องลุ้นตอนจบว่าความรักจะสมหวังไหม
เรื่องนี้มันสนุกตรงที่ผสมผสานความรักจริงกับนิยายวาย เจาะลึกเบื้องหลังวงการบันเทิงแบบไม่กั๊ก แถมมีดราม่าครอบครัว โซเชียล ที่ทำให้ดูเพลิน ถ้าใครชอบซีรีส์ที่ไม่ใช่แค่จูบๆ แต่มีสาระ เรื่องนี้ตอบโจทย์เลยนะ
ซีรีส์เรื่องนี้เด่นตรงที่มันแปลกใหม่ ไม่เหมือนซีรีส์วายทั่วไปที่มักจะวนอยู่ในรั้วมหาลัยหรือโรงเรียน มันเล่าวัยทำงาน ตีแผ่เบื้องหลังวงการซีรีส์วายแบบตรงไปตรงมา เหมือนสะท้อนสังคมจริงๆ เช่น การกดดันจากแฟนคลับ คู่จิ้นปลอมๆ การตลาดที่บังคับให้พระเอกนายเอกต้องแกล้งรักกันนอกจอ มันทำให้คนดูแบบเราได้คิดตามว่า เออ วงการบันเทิงมันมีมุมมืดแบบนี้ด้วยเหรอ แถมยังมีประเด็นครอบครัวที่ใหญ่โต อย่างการที่พ่อแม่ไม่ยอมรับความรักแบบนี้ มันใหม่และจริงจังกว่าที่คิด ทำให้เราซื้อประเด็นนี้มากกว่าเรื่องวงการเสียอีก
ส่วนนักแสดง คู่หลักอย่างเก้า (นับสิบ) กับอัพ (จีน) เคมีดีมาก เก้าเล่นบทเจ้าเล่ห์แต่สุภาพได้น่ารัก อัพก็เล่นนักเขียนขี้อายได้น่าเอ็นดู ความรักมันหวานแต่มี ups and downs ทำให้ลุ้นตาม บรูซเล่นเอ๋ยก็ดี สร้างความสับสนได้สนุก นักแสดงสมทบอย่างเคน (ตั้ม) ผู้จัดการ ก็ฮาๆ เพิ่มสีสัน การกำกับของตี๋ บัณฑิต ก็ดี ภาพสวย เพลงประกอบเพราะ โดยเฉพาะเพลงประกอบที่เข้ากับ mood โรแมนติก
ซีรีส์ นับสิบจะจูบ 2564
ซีรีส์ นับสิบจะจูบ 2564 EP.1-12 ตอนจบWETV
ฉากเด็ด ซีรีส์ นับสิบจะจูบ 2564
“ONE TO TEN” Gavin.D // Ost.นับสิบจะจูบ Lovely Writer [Official Lyric Video]
เบื้องหลัง ทุกคนชอบดู behind the scenes ไหม? ความสนุกหลังกล้อง สำหรับ “นับสิบจะจูบ” หรือ Lovely Writer ซีรีส์นี้ผลิตโดยทีมงานมือโปรเลยนะ เบื้องหลังเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่ถ่ายทำธรรมดา แต่สะท้อนวงการ BL จริงๆ จากมุมทีมงาน นักแสดง ที่ต้องเจอแรงกดดันจากแฟนคลับ การตลาด ครบ มันผลิตโดยค่าย Good Feeling, ดีทุกวัน 2019, และ D Hup House ซึ่งเป็นค่ายเล็กๆ แต่ทำออกมาดีมาก
บทประพันธ์มาจากนิยายของ “วาฬกลิ้ง” ซึ่งดังมากในวงการวาย กำกับการแสดงโดย “ตี๋-บัณฑิต สินธนภารดี” หรือ P’Tee ผู้กำกับที่เคยทำ TharnType มาแล้ว เก่งเรื่อง BL ดราม่าโรแมนติก เขาเล่าว่าเรื่องนี้อยากเจาะลึกปัญหาวงการ BL จากมุมนักเขียน นักแสดง ผู้ผลิต เน้น realism ไม่ใช่แค่ฟินๆ
ส่วน screenwriter มี Jungjing Wanna Kortunyavat, Somchai Tidsanawoot, Tan Ekarin Mungmee ช่วยกันดัดแปลงนิยายให้เข้ากับซีรีส์ ควบคุมการผลิตโดย “คิง-สมจริง ศรีสุภาพ” (King Somching Srisupap), “ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล”, “ชุดาภา จันทเขตต์” (Chudapa Chantakett), และ “บอส-อนุสรณ์ ลิ้มประเสริฐ” พวกเขาเป็น veteran ในวงการ lakorn ไทย เน้น production คุณภาพ แม้ budget ไม่เยอะแต่ spin story ได้ดี เพื่อปกป้อง financial ของทุกฝ่าย รวมถึง publishing house และ network ช่อง 3
เบื้องหลังการถ่ายทำสนุกมาก จากคลิป behind the scenes บน WeTV และ YouTube แต่ละตอนมันวุ่นวายสุดๆ เช่น EP1 ฉากเปิดตัวนับสิบ วุ่นมากเพราะนักแสดงต้องแคสติ้งจริงๆ เหมือนในเรื่อง ทีมงานหัวเราะกันงอหาย. EP3 นักแสดงอย่างเก้ากับอัพแกล้งกัน ผันตัวเป็นทีมงานหลังกล้อง ฮาๆ
P’Tee ยังแชร์ thoughts ว่า Kao (เก้า) ชอบ roast Up (อัพ) ตลอด. EP9 เบื้องหลังฉากฟิน จูบผิดคิว อัพเจ็บตัวจริงๆ โอ้ย กำทิชชู่แน่น ทีมงานบอกว่าฟินกว่าในซีรีส์อีก. EP11-12 ยิ่งหวาน สโนว์ไวท์กับจีนเดอเรลล่า parody นักแสดงเต้นรำจริงๆ หลังกล้อง เก้ากับอัพเคมีดีมาก Flirting moments เยอะ.
การคัดนักแสดงก็เน้นหน้าใหม่แต่มี talent อย่างเก้าเคยเป็นนายแบบจริง อัพเหมาะบทนักเขียนขี้อาย. ถ่ายทำช่วงโควิดด้วย เลยมี challenge แต่ทีมงาน manage ดี ทำให้ซีรีส์ออกมาสมจริง สะท้อนปัญหา BL production เช่น infantilization ของนักแสดง หรือ damage control จาก scandal
นักแสดง
→ เก้า-นพเก้า เดชาพัฒนคุณ รับบท นับสิบ

นายแบบหนุ่มลุคคูลที่มาคัดตัวบทพระเอกในซีรีส์ที่ดัดแปลงจากนิยายของจีน พระเอกหลักของเรื่อง นับสิบดูเหมือนเจ้าชายจากเทพนิยาย รูปร่างหล่อเหลา ยิ้มละมุน สุภาพเรียบร้อย แต่เบื้องหลังซ่อนความเจ้าเล่ห์แบบหมาป่าห่มหนังแกะ เขาใช้กลอุบายต่างๆ เพื่อพิชิตใจจีน เช่น ย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกัน ทำตัวเด็กดีช่วยงานบ้าน ทำอาหาร แต่จริงๆ แล้วมีแผนลึกซึ้งเพราะรู้จักจีนตั้งแต่เด็กและแอบชอบมานาน นับสิบเป็นตัวละครที่เต็มไปด้วย mystery ในช่วงแรก คนดูอาจมองว่า manipulative possessive และ jealous สุดๆ เช่น หึงหวงตอนเห็นจีนสนิทกับเอ๋ย หรือใช้คำพูดหวานๆ เพื่อควบคุม
สถานการณ์
แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป เราจะเห็นด้าน soft romantic ของเขา เขาเป็น catalyst ที่ช่วยให้จีนค้นพบตัวเอง เปลี่ยนจากนักเขียนขี้อายที่กลัวความสัมพันธ์มาเปิดใจยอมรับรัก นับสิบเคารพ consent มาก เช่น ถามก่อนจูบหรือสัมผัสเสมอ แม้จะดู controlling แต่จริงๆ แล้ว mature กว่าจีนแม้อายุน้อยกว่า เขาใช้ deceit เพื่อใกล้ชิด แต่สุดท้ายพิสูจน์ความจริงใจด้วยการสารภาพและตามง้อตอนทะเลาะ นับสิบสะท้อนปัญหาวงการวาย เช่น ต้องแกล้งคู่จิ้นเพื่อกระแส แต่เขาเลือกความรักจริงเหนือภาพลักษณ์ เก้าเล่นบทนี้ได้ดีมาก ทำให้คนดูเห็นการ transform จาก shady ไปสู่ lovesick boy ที่น่ารัก
ฉายาของนับสิบคือ หมาป่าห่มหนังแกะ
เพราะเขาดูสุภาพบุรุษภายนอก แต่ซ่อนเขี้ยวเล็บเจ้าเล่ห์ไว้ข้างใน ฉายานี้เหมาะมากกับบทบาทของเขาในเรื่อง ตั้งแต่ต้นเรื่อง นับสิบปรากฏตัวแบบเจ้าชายรูปงาม ยิ้มหวาน ทำตัวเรียบร้อยตอนแคสติ้ง แต่จริงๆ แล้วเขาแกล้งทำเพื่อเข้าใกล้จีน เช่น ใช้ความบังเอิญย้ายมาอยู่ด้วย ช่วยงานบ้านเพื่อสร้างภาพ แต่แผนจริงคือพิชิตใจเพราะแอบชอบมาตั้งแต่เด็ก ฉายานี้ทำให้คนดูลุ้นว่าความสุภาพนั้นจริงหรือหลอก แต่เมื่อเปิดเผยตัวตน เราจะเห็นว่าเข้ากับ personality ที่ possessive และ manipulative แต่ใช้เพื่อความรัก เก้าแสดงได้เนียน ทำให้ฉายานี้ติดตัวละครไปตลอดเรื่อง
ข้อคิดจากตัวละครนับสิบคือ ความจริงใจในความรักต้องมาก่อนภาพลักษณ์สังคม
เพราะเขาเลือกที่จะสารภาพและยืนหยัดข้างจีนแม้เจอดราม่าจากแฟนคลับ ครอบครัว และวงการบันเทิง ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านการกระทำของนับสิบที่ใช้กลอุบายตอนแรก แต่สุดท้ายพิสูจน์ด้วย action จริง เช่น ตามง้อถึงบ้านสวนตอนทะเลาะ หรือบอกครอบครัวว่าคบกันแม้ถูกคัดค้าน มันสอนว่าความรักแท้ไม่กลัวอุปสรรคจากกระแสโซเชียลหรือ pressure จากงาน ทำให้คนดูคิดตามว่าควรกล้าที่จะเป็นตัวเองในความสัมพันธ์
→ อัพ-ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง รับบท จีน

นักเขียนนิยายฟรีแลนซ์ธรรมดาๆ ที่ถนัดแนวแฟนตาซีสยองขวัญ แต่ตลาดฮิตนิยายวายมาก ทำให้ต้องหันมาเขียนเรื่องแรกอย่าง วิศวะผัวโหด ซึ่งดังเปรี้ยงจนถูกนำไปทำซีรีส์ จีนเป็นตัวละครที่ represent คนธรรมดาในโลกบันเทิง ขี้อาย เก็บตัว ชอบอยู่คนเดียวเขียนนิยาย แต่ถูกดึงเข้าวงการเพราะสำนักพิมพ์กดดันให้เข้าไปช่วยกองถ่ายทุกขั้นตอน ทำให้ชีวิตพลิกผันเมื่อเจอนับสิบ นายแบบหนุ่มที่มาคัดตัวพระเอก จีนใจอ่อน ยอมให้นับสิบย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกัน เริ่มจาก reluctance แต่ค่อยๆ เปิดใจเพราะเห็นด้านดีของอีกฝ่าย เช่น ช่วยงานบ้าน ทำอาหาร
แต่จริงๆ แล้วจีนมี internal conflict เยอะ กลัวความสัมพันธ์เพราะอดีต หรือ pressure จากครอบครัวและสังคม ในฐานะนักเขียน เขาใช้ประสบการณ์จริงไปเขียนนิยายเล่มใหม่ Lovely Writer ซึ่งสะท้อนชีวิตตัวเอง จีนพัฒนาจาก passive ไปสู่ active ยืนหยัดความรักแม้เจอดราม่าโซเชียล รูปหลุด หรือถูกกดดันให้เลิกกับนับสิบ เขาเป็น voice ของเรื่องที่ critique วงการวาย เช่น การแกล้งคู่จิ้นเพื่อกระแส แต่สุดท้ายเลือก authenticity เหนือทุกอย่าง อัพเล่นได้ดีมาก สื่ออารมณ์ confusion jealousy และ growth ได้ละเอียด ทำให้คนดู relate กับการค้นพบตัวเองในความรัก
ฉายาของจีนคือ นักเขียนขี้อาย
เพราะเขาดูเป็นคนธรรมดา เก็บตัว ไม่ชอบเข้าสังคม แต่ต้องเผชิญโลกวายที่วุ่นวาย ฉายานี้เหมาะมากกับบทบาทตั้งแต่ต้นเรื่อง จีนชอบซ่อนตัวเขียนนิยายสยองขวัญ แต่ถูกบังคับเขียนวายแล้วดัง ทำให้ต้องออกมาเจอคนจริงๆ ในกองถ่าย ดูอึดอัดตอนแรก แต่ค่อยๆ เติบโตเมื่อนับสิบเข้ามาใกล้ชิด เช่น ซ้อมบทจูบที่ทำให้หน้าแดง แต่ฉายานี้ยังสะท้อน vulnerability ของเขา เช่น ตอนทะเลาะเพราะความลับ หรือหวั่นไหวกับเอ๋ย อัพแสดงได้เนียน ทำให้ฉายานี้ติดตัวละครไปตลอดเรื่อง เป็น symbol ของคน introvert ที่ต้อง adapt กับโลกภายนอก
ข้อคิดจากตัวละครจีนคือ การตามกระแสตลาดอาจนำไปสู่การค้นพบตัวเองที่แท้จริง
เพราะเขาเริ่มจาก reluctant เขียนวายแต่สุดท้ายพบรักและ inspiration จริง ข้อคิดนี้สะท้อนผ่าน journey ของจีนที่ถูกกดดันจากสำนักพิมพ์ แต่ประสบการณ์ในกองถ่ายทำให้เขาเปิดใจ ยอมรับ sexuality และความรักกับนับสิบ มันสอนว่าอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง แม้เริ่มจาก necessity แต่สามารถกลายเป็น opportunity สำหรับ growth ทำให้คนดูคิดตามว่าชีวิตจริงก็เหมือนกัน กล้าลองสิ่งใหม่อาจเจอสิ่งดีๆ ที่คาดไม่ถึง
→ บรูซ-ศิริกร คณานุรักษ์ รับบท เอ๋ย
นักแสดงหนุ่มรับบทนายเอกในซีรีส์ รักหมดใจ นายวิศวะ ที่ดัดแปลงจากนิยายของจีน เขาเป็นตัวละครที่สร้าง drama triangle ในความสัมพันธ์หลัก ดูเหมือนชอบนับสิบ พระเอกคู่กับเขาในกองถ่าย แต่จริงๆ แล้วแอบหมายปองจีน นักเขียนบทประพันธ์ เอ๋ยปรากฏตัวแบบ charming มั่นใจ สุขุม แต่ซ่อน complexity ไว้เยอะ เช่น ตอนแรกทำตัว friendly กับทุกคน สร้างกระแสคู่จิ้นกับนับสิบเพื่อโปรโมทซีรีส์ แต่เบื้องหลังมี internal struggle เกี่ยวกับตัวตนและความรู้สึก เขาใช้โอกาสในกองถ่ายเข้าใกล้จีน เช่น ชวนคุยเรื่องบท หรือแสดงออกแบบ subtle ที่ทำให้จีนหวั่นไหว เอ๋ย represent มุมมืดของวงการวาย เช่น การแกล้งรักเพื่อกระแส
แต่เขาแตกต่างเพราะกล้าสารภาพตรงๆ กับจีนที่บาร์ บอกความลับว่าไม่ได้ชอบนับสิบแบบโรแมนติกจริง แต่ใช้เป็น facade เพื่อปกปิดความรู้สึกที่มีต่อจีน ทำให้เกิด plot twist ที่คนดูไม่คาดคิด บรูซสื่ออารมณ์ loneliness และ confusion ได้ดี เช่น ตอนเคลียร์ใจที่ทำให้เอ๋ยดู vulnerable ไม่ใช่แค่ rival แต่เป็นตัวละครที่ช่วย push จีนให้ตัดสินใจเรื่องความรัก เอ๋ยพัฒนาจาก mysterious ไปสู่ supportive friend ช่วยแก้ปัญหาดราม่าโซเชียลและครอบครัว สุดท้ายเขาเป็น bridge ที่เชื่อมโลกนิยายกับชีวิตจริง สะท้อน theme ว่าความรักในวงการบันเทิงเต็มไปด้วย mask แต่ authenticity จะชนะเสมอ ทำให้เอ๋ยไม่ใช่ villain แต่เป็น catalyst สำคัญที่เพิ่ม depth ให้เรื่อง
ฉายาของเอ๋ยคือ ผู้สร้างความสับสน
เพราะเขาทำให้ความสัมพันธ์ในเรื่องอลหม่านด้วยการแสดงออกที่ ambiguous ฉายานี้เหมาะมากกับบทบาทตั้งแต่ต้นเรื่อง เอ๋ยดูเหมือนชอบนับสิบแบบโรแมนติก ชวนกินข้าววันเกิด สร้างกระแส #สิบเอ๋ย ในโซเชียล ทำให้จีนหวั่นไหวและทะเลาะกับนับสิบ แต่จริงๆ แล้วมันเป็น red herring เพื่อปกปิดความรู้สึกจริงที่มีต่อจีน ฉายานี้สะท้อน personality ที่ clever แต่ lonely ใช้กลยุทธ์เพื่อเข้าใกล้คนที่ชอบโดยไม่เปิดเผย บรูซแสดงได้เนียน ทำให้คนดูสับสนตามตัวละคร จนถึง plot twist ที่บาร์ ซึ่งเปลี่ยนมุมมองจาก rival เป็น ally เป็น symbol ของ misunderstanding ในวงการวายที่เต็มไปด้วย fake couple
ข้อคิดจากตัวละครเอ๋ยคือ การกล้าสารภาพความลับตัวตนนำไปสู่การปลดปล่อย
เพราะเขาเก็บงำความรู้สึกจริงไว้จนสร้าง drama แต่เมื่อเปิดใจกับจีน ทุกอย่างคลี่คลาย ข้อคิดนี้สะท้อนผ่าน journey ของเอ๋ยที่เริ่มจาก facade ในกองถ่าย แกล้งคู่จิ้นกับนับสิบเพื่อภาพลักษณ์ แต่สุดท้ายบอกความจริงที่บาร์ว่าไม่ได้ชอบแบบนั้นจริง ทำให้มิตรภาพแข็งแกร่งขึ้นและช่วยแก้ปัญหาใหญ่ มันสอนว่าการปกปิดตัวตนในสังคมหรือวงการบันเทิงอาจนำไปสู่อลหม่าน แต่ honesty จะนำไปสู่ acceptance และ growth ทำให้คนดูคิดตามว่าชีวิตจริงก็ควรกล้าเผชิญหน้ากับตัวตนเพื่อความสุขที่แท้
→ แชป-ศุภชีพ ชนะภัย รับบท หมอก

นักแสดงหนุ่มรับบทสมทบในซีรีส์ รักหมดใจ นายวิศวะ ที่ดัดแปลงจากนิยายของจีน เขาเป็นตัวละครที่สร้าง comic relief และมิตรภาพในกลุ่มนักแสดง ดูเหมือนเพื่อนสนิทของเอ๋ย นายเอกในกองถ่าย แต่จริงๆ แล้วแอบชอบเอ๋ยแบบโรแมนติก หมอกปรากฏตัวแบบร่าเริง มั่นใจ สุขุม แต่ซ่อนความรู้สึกไว้ลึกๆ เช่น ตอนแรกทำตัว supportive กับทุกคน ช่วยสร้างบรรยากาศสนุกในกองถ่าย หรือให้คำปรึกษาเอ๋ยเรื่องความรัก แต่เบื้องหลังมี internal struggle เกี่ยวกับ unrequited love เพราะเอ๋ยหมายปองจีนแทน หมอก represent มุมสดใสของวงการวาย เช่น การแกล้งเล่นคู่จิ้นเพื่อกระแส แต่เขาแตกต่างเพราะแสดงความจริงใจออกมาแบบ subtle ทำให้เกิด subplot เล็กๆ ที่น่ารัก
หมอกช่วย push เอ๋ยให้กล้าสารภาพกับจีนทางอ้อม และยังเป็น bridge ในดราม่าโซเชียล เช่น ตอนแฟนคลับแบ่งทีม #สิบเอ๋ย เขายืนข้างเพื่อนเสมอ แชปสื่ออารมณ์ playful และ vulnerable ได้ดี เช่น ตอนแสดงออกความหึงหวงเบาๆ หรือหัวเราะกลบเกลื่อนความเศร้า หมอกพัฒนาจาก sidekick ไปสู่ supportive friend ที่เพิ่ม depth ให้กลุ่มตัวละคร สุดท้ายเขาเป็น symbol ของมิตรภาพแท้ในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วย facade แต่ authenticity จากเพื่อนอย่างหมอกช่วยให้ทุกคนผ่านอุปสรรค ทำให้หมอกไม่ใช่แค่ background แต่เป็น element ที่ทำให้เรื่อง feel good และ relatable มากขึ้น
ฉายาของหมอกคือ เพื่อนรักผู้ซื่อสัตย์
เพราะเขายืนเคียงข้างเอ๋ยเสมอแม้ความรู้สึกตัวเองไม่สมหวัง ฉายานี้เหมาะมากกับบทบาทตั้งแต่ต้นเรื่อง หมอกดูเหมือนเพื่อนธรรมดา ร่าเริง ช่วยเหลือในกองถ่าย แต่จริงๆ แล้วแอบชอบเอ๋ยมานาน แสดงออกแบบ subtle เช่น ชวนคุยหรือให้กำลังใจตอนเอ๋ยสับสนเรื่องนับสิบ ฉายานี้สะท้อน personality ที่ loyal แต่ selfless ใช้ humor เพื่อกลบเกลื่อนความเศร้า แชปแสดงได้เนียน ทำให้คนดูเห็นด้านน่ารักของ unrequited love จนถึงจุดที่หมอกช่วยเอ๋ยเคลียร์ใจกับจีน ซึ่งเปลี่ยนมุมมองจาก comic relief เป็น true friend เป็น symbol ของมิตรภาพในวงการวายที่เต็มไปด้วย competition
ข้อคิดจากตัวละครหมอกคือ มิตรภาพแท้ช่วยเยียวยาความรักที่ไม่สมหวัง
เพราะเขาเลือกสนับสนุนเอ๋ยแม้ตัวเองเจ็บปวด ข้อคิดนี้สะท้อนผ่าน journey ของหมอกที่เริ่มจาก hide feelings ในกองถ่าย แต่ค่อยๆ แสดงออกแบบ positive เช่น ให้คำปรึกษาเอ๋ยเรื่องความรู้สึกต่อนับสิบหรือจีน มันสอนว่าการยอมรับและอยู่เคียงข้างเพื่อนนำไปสู่ healing และ growth ทำให้คนดูคิดตามว่าชีวิตจริงก็ควร prioritize friendship เหนือ ego ในความรัก เพื่อสร้าง bond ที่แข็งแกร่งขึ้น
→ เคน-ภรัณยู สุขสำราญ รับบท ตั้ม

ผู้จัดการส่วนตัวของนับสิบ นายแบบหนุ่มที่กลายเป็นพระเอกในซีรีส์ รักหมดใจ นายวิศวะ ที่ดัดแปลงจากนิยายของจีน เขาเป็นตัวละครที่ represent มุม professional ในวงการบันเทิง ดูเหมือนคนสงบสุขุม แต่งตัวเรียบร้อย soft-spoken แต่จริงๆ แล้ว confident ใน masculinity ของตัวเองมาก ตั้มปรากฏตัวแบบเพื่อนเก่าของจีนจากมหาวิทยาลัย ทำให้เกิด connection ที่ช่วยเชื่อมเรื่องราว เช่น ตอนแรกช่วยให้นับสิบย้ายมาอยู่กับจีนตามแผน แต่ค่อยๆ แสดงด้าน supportive มากขึ้น เช่น เตือนนับสิบเรื่องภาพลักษณ์ในฐานะนักแสดงวาย ว่าอย่าโพสต์รูปคู่กับจีนเพราะอาจกระทบกระแสคู่จิ้นกับเอ๋ย ตั้ม represent stereotype ในวงการ เช่น ถูกสันนิษฐานว่าเป็นเกย์เพราะ effeminate
แต่จริงๆ แล้ว heterosexual และมี relationship กับทิฟฟี่ ทำให้สะท้อน theme ว่าอย่าตัดสินคนจากภายนอก เขาใช้ wisdom ช่วยแก้ปัญหา เช่น ตอนดราม่ารูปหลุดหรือครอบครัวไม่ยอมรับความสัมพันธ์ เคนสื่ออารมณ์ calm และ precious ได้ดี เช่น ตอนหัวเราะกลบเกลื่อนสถานการณ์ awkward หรือให้คำปรึกษาแบบตรงไปตรงมา ตั้มพัฒนาจาก just a manager ไปสู่ true friend ที่ช่วย push นับสิบให้กล้าต่อสู้เพื่อความรัก สุดท้ายเขาเป็น symbol ของ balance ระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว ในวงการที่เต็มไปด้วย pressure แต่ตั้มเลือก authenticity เหนือทุกอย่าง ทำให้ไม่ใช่แค่ side character แต่เพิ่ม depth ให้เรื่อง feel grounded และ relatable มากขึ้น
ฉายาของตั้มคือ ผู้จัดการสุดสงบ
เพราะเขาดูสุขุม มั่นใจ แต่จัดการทุกปัญหาได้อย่างเยือกเย็น ฉายานี้เหมาะมากกับบทบาทตั้งแต่ต้นเรื่อง ตั้มปรากฏตัวแบบเพื่อนเก่าที่ช่วยนับสิบเข้าใกล้จีน แต่ค่อยๆ แสดงด้าน professional เช่น เตือนเรื่องโพสต์รูปคู่ที่อาจสร้างดราม่าในโซเชียล ฉายานี้สะท้อน personality ที่ cool calm และ wise ใช้ humor เบาๆ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ เช่น ตอน pretense เป็น makeup artist ด้วย effeminate manner แต่จริงๆ แล้ว heterosexual ซึ่งหักล้าง stereotype เคนแสดงได้เนียน ทำให้คนดูเห็นด้านน่ารักของ loyalty ที่ไม่ดราม่า แต่ supportive เสมอ เป็น symbol ของคนที่ balance ชีวิตในวงการวายที่วุ่นวาย
ข้อคิดจากตัวละครตั้มคือ อย่าตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก
เพราะเขาถูกมองว่า effeminate และสันนิษฐานว่าเกย์ แต่จริงๆ แล้ว heterosexual และ confident ในตัวเอง ข้อคิดนี้สะท้อนผ่าน journey ของตั้มที่เริ่มจากถูก stereotype ในกองถ่าย แต่ค่อยๆ เผยตัวตนจริง เช่น relationship กับทิฟฟี่ที่แสดงว่า masculinity ไม่ได้กำหนดโดย appearance มันสอนว่าการ assume จากภายนอกนำไปสู่ misunderstanding แต่ openness จะนำไปสู่ understanding และ growth ทำให้คนดูคิดตามว่าชีวิตจริงก็ควรหลีกเลี่ยง bias เพื่อสร้าง connection ที่แท้จริง
→ ซอโซ่-นัทธ์หฤทัย อัครกิจวัฒนากุล รับบท ทิฟฟี่

ผู้จัดการดาราสาวสุดเท่ของเอ๋ย นักแสดงนายเอกในซีรีส์ รักหมดใจ นายวิศวะ ที่ดัดแปลงจากนิยายของจีน เธอเป็นตัวละครหญิงไม่กี่ตัวในซีรีส์ BL ที่มีบท recurring และเพิ่ม freshness ให้เรื่อง ดูสวย มั่นใจ แต่งตัวแซ่บสะดุดตา personality ร่าเริง straight forward แต่ professional สูง ทิฟฟี่ปรากฏตัวแบบ confident ช่วยจัดการงานให้เอ๋ยในกองถ่าย เช่น ประสานงาน จัดการดราม่า หรือให้คำปรึกษาแบบเพื่อนสนิท แต่ซ่อนด้าน caring ไว้ลึกๆ เช่น ตอนเอ๋ยสับสนเรื่องความรู้สึก เธอคอยอยู่ข้างๆ supportive โดยไม่ judge ทิฟฟี่ represent ผู้หญิงในวงการบันเทิงที่ strong independent และ successful ท่ามกลางโลกผู้ชายล้วน
เธอเพิ่ม humor ผ่านการแซวตัวละครอื่น หรือปฏิสัมพันธ์แบบ chill ที่ทำให้กองถ่ายดู lively มากขึ้น เช่น ชวนคุยเรื่องส่วนตัว หรือจัดการสถานการณ์ awkward ด้วยสไตล์เท่ๆ ซอโซ่สื่ออารมณ์ vibrant และ cool ได้ดี เช่น ตอนยิ้มแซ่บหรือพูดตรงๆ ที่ทำให้คนดูรู้สึก fresh ทิฟฟี่พัฒนาจาก just a manager ไปสู่ ally ที่ช่วยคลี่คลาย subplot ของเอ๋ย เช่น ตอน plot twist ความรู้สึกจริง สุดท้ายเธอเป็น symbol ของความมั่นใจในตัวเอง ในวงการที่เต็มไปด้วย facade แต่ทิฟฟี่เลือกเป็นตัวเองแบบไม่แคร์สายตาคนอื่น ทำให้ไม่ใช่แค่ background แต่เพิ่ม depth และ balance ให้เรื่อง feel inclusive และ entertaining มากขึ้น
ฉายาของทิฟฟี่คือ ผู้จัดการสาวสุดแซ่บ
เพราะเธอดูเท่ มั่นใจ และแต่งตัวสะดุดตาตลอดเรื่อง ฉายานี้เหมาะมากกับบทบาทตั้งแต่ปรากฏตัวแรก ทิฟฟี่เข้ามาในกองถ่ายแบบสวยเป๊ะ ร่าเริง straight forward ช่วยจัดการเอ๋ยด้วยสไตล์ professional แต่มีเสน่ห์แบบแซ่บๆ เช่น ยิ้มมั่นใจหรือพูดแซวเบาๆ ฉายานี้สะท้อน personality ที่ vibrant ท่ามกลางซีรีส์ BL ที่ผู้ชายล้นจอ เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ยืนหนึ่งเรื่องความเท่ ซอโซ่แสดงได้เนียน ทำให้คนดูจำภาพสาวแซ่บที่ supportive แต่ไม่ dramatic เป็น symbol ของความ confident ในวงการที่เต็มไปด้วย pressure
ข้อคิดจากตัวละครทิฟฟี่คือ ความมั่นใจในตัวเองช่วยให้ยืนหยัดในวงการที่เต็มไปด้วยภาพลักษณ์
เพราะเธอเป็นตัวเองแบบแซ่บเท่ โดยไม่สน stereotype ข้อคิดนี้สะท้อนผ่าน journey ของทิฟฟี่ที่เริ่มจากจัดการงานเอ๋ยในกองถ่าย แต่ค่อยๆ แสดงด้าน strong เช่น คอยอยู่ข้างเอ๋ยตอนสับสน หรือจัดการสถานการณ์ด้วยสไตล์ cool มันสอนว่าการเป็น authentic นำไปสู่ respect และ success ทำให้คนดูคิดตามว่าชีวิตจริงในวงการบันเทิงก็ควรกล้าเป็นตัวเอง เพื่อสร้างพื้นที่ที่ inclusive มากขึ้น
→ เคนจิ-วศิน ภาณุมาภรณ์ รับบท หิน

เพื่อนสนิทและผู้ช่วยส่วนตัวของจีน นักเขียนหลัก เขาเป็นตัวละครสมทบที่ดูแลเรื่องงานให้จีน เช่น คอยเตือนส่งต้นฉบับตรงเวลา จัดการตาราง หรือ push จีนให้เขียนนิยายวายเล่มต่อหลังจากวิศวะผัวโหดดัง ดูร่าเริง sweet มั่นใจ personality vibrant แต่ caring ลึกๆ หินปรากฏตัวแบบ supportive เสมอ เช่น ตอนจีนเก็บตัวเขียนนิยาย หินคอยมาเคาะประตูหรือโทรตามงาน แต่ซ่อนด้าน humorous ไว้เยอะ เช่น แซวจีนเรื่องขี้อาย หรือให้คำปรึกษาแบบตรงๆ เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะตอนจีนสับสนเรื่องนับสิบ หิน represent มุมมิตรภาพในวงการเขียนนิยายและบันเทิง ที่เต็มไปด้วย deadline และ pressure แต่เขาช่วย balance ให้จีน relax มากขึ้น
หินเพิ่ม comic relief ผ่านปฏิสัมพันธ์แบบเพื่อนซี้ เช่น ชวนคุยเรื่องส่วนตัวหรือหัวเราะกลบเกลื่อนสถานการณ์ awkward ในกองถ่าย เคนจิสื่ออารมณ์ playful และ loyal ได้ดี เช่น ตอนยิ้มกว้างหรือพูดแซวที่ทำให้คนดูรู้สึก warm หินพัฒนาจาก just an assistant ไปสู่ true friend ที่ช่วยจีนค้นพบตัวเอง เช่น push ให้เข้าไปมีส่วนร่วมกองถ่าย ซึ่งนำไปสู่ความรักกับนับสิบ สุดท้ายเขาเป็น symbol ของเพื่อนแท้ที่คอยอยู่ข้างๆ ในวงการที่วุ่นวาย แต่หินเลือก positivity และ encouragement เหนือทุกอย่าง ทำให้ไม่ใช่แค่ background แต่เพิ่ม warmth และ lightness ให้เรื่อง feel relatable และ heartwarming มากขึ้น
ฉายาของหินคือ ผู้ช่วยสุดหวาน
เพราะเขาดู caring ร่าเริง และคอยดูแลจีนแบบอ่อนโยนตลอดเรื่อง ฉายานี้เหมาะมากกับบทบาทตั้งแต่ปรากฏตัวแรก หินเข้ามาในชีวิตจีนแบบเพื่อนซี้ที่จัดการงาน แต่แสดงด้าน sweet เช่น เตือน deadline ด้วยยิ้ม หรือให้กำลังใจตอนจีน stress เรื่องเขียนวาย ฉายานี้สะท้อน personality ที่ positive ท่ามกลางซีรีส์ที่ดราม่าเยอะ เขาเป็นคนที่ทำให้ mood สว่างขึ้น เคนจิแสดงได้เนียน ทำให้คนดูเห็นด้านน่ารักของ loyalty ที่ไม่ dramatic แต่ warm เสมอ เป็น symbol ของมิตรภาพที่หวานๆ ในวงการที่เต็มไปด้วยความกดดัน
ข้อคิดจากตัวละครหินคือ มิตรภาพดีๆ ช่วย push ให้เราเติบโต
เพราะเขาคอยสนับสนุนจีนให้ก้าวออกจาก comfort zone ข้อคิดนี้สะท้อนผ่าน journey ของหินที่เริ่มจากตามงานเขียน แต่ค่อยๆ แสดงด้าน encouraging เช่น ชวนจีนเข้าไปกองถ่ายหรือให้คำปรึกษาเรื่องรัก มันสอนว่าการมีเพื่อนที่คอยผลักดันนำไปสู่ discovery ใหม่ๆ และ happiness ทำให้คนดูคิดตามว่าชีวิตจริงก็ควรมีเพื่อนแบบนี้ เพื่อสร้าง growth และ balance ในช่วงเวลายากๆ
ซีรีส์ นับสิบจะจูบ หรือ Lovely Writer เมื่อปี 2564 ถือเป็นหนึ่งในซีรีส์วายไทยที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่แค่เคมีฟินๆ ของคู่จีน-นับสิบ แต่ยังเพราะการตีแผ่เบื้องหลังวงการบันเทิงแบบตรงไปตรงมา ทำให้แฟนๆ หลายคนยังคงคิดถึงและเรียกร้องภาคต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าวันหนึ่งค่าย Good Feeling และทีมงานชุดเดิมตัดสินใจทำภาค 2 จริงๆ เราจะได้เห็นชีวิตหลัง happy ending ของจีนกับนับสิบอย่างไร
เรื่องราวเริ่มต้นหลังจากภาคแรกจบลงประมาณ 2 ปี จีน (อัพ ภูมิพัฒน์) ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากนิยาย Lovely Writer ที่กลายเป็น bestseller และถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์อีกเรื่อง นับสิบ (เก้า นพเก้า) ก็กลายเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการซีรีส์วาย ทั้งคู่อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย ชีวิตดูราบรื่น มีแผนจะแต่งงานเงียบๆ แต่แล้วปัญหาใหม่ก็ถาโถมเข้ามา
นิยายเล่มล่าสุดของจีนที่ชื่อ provisional ชื่อ “รักซ่อนรูป” ดังมากจนถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปทำซีรีส์ทันที แต่คราวนี้ผู้ผลิตต้องการให้นับสิบรับบทพระเอกคู่กับนักแสดงหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง ทำให้เกิดกระแสคู่จิ้นใหม่ในโซเชียล จีนที่เคยผ่านดราม่ามาแล้วเริ่มไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ แม้จะรู้ว่านับสิบรักเขาจริง แต่ภาพลักษณ์ในวงการยังคงบังคับให้นับสิบต้องรักษากระแสคู่จิ้นปลอมๆ ไว้
ขณะเดียวกัน เอ๋ย (บรูซ ศิริกร) กลับมาอีกครั้งในฐานะนักแสดงรับเชิญในซีรีส์เรื่องใหม่ของจีน แต่คราวนี้เขามีแฟนเป็นผู้หญิงและกำลังจะแต่งงาน เอ๋ยกลายเป็นเพื่อนที่คอยให้คำปรึกษาจีนเรื่องการจัดการความสัมพันธ์ในวงการเปิดเผย ตั้ม (เคน ภรัณยู) และทิฟฟี่ (ซอโซ่ นัทธ์หฤทัย) ก็มีบทมากขึ้น เพราะทั้งคู่แต่งงานกันแล้วและกำลังจะมีลูก ทำให้เกิด subplot น่ารักเกี่ยวกับการสร้างครอบครัวในวงการเดียวกัน
ดราม่าหลักเกิดขึ้นเมื่อมีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งไม่ยอมรับความสัมพันธ์จริงของจีน-นับสิบ และพยายามขุดเรื่องเก่าๆ มาทำลายภาพลักษณ์ รวมถึงมีข่าวลือว่านับสิบแอบคบกับนักแสดงคู่จิ้นใหม่จริงๆ จีนตัดสินใจหยุดเขียนนิยายชั่วคราว เพราะกลัวว่าการเขียนจากชีวิตจริงจะยิ่งทำให้ทั้งคู่เจ็บปวด นับสิบจึงต้องพิสูจน์รักอีกครั้งด้วยการประกาศอย่างเป็นทางการว่าพร้อมแต่งงาน และยอมลดงานเพื่ออยู่กับจีน
ตอนจบของภาค 2 อาจเป็นงานแต่งงานเงียบๆ ที่มีเพื่อนสนิทในวงการมาร่วมยินดี และจีนกลับมาเขียนนิยายเล่มใหม่ที่ชื่อ “รักที่ไม่เคยจบสิ้น” ซึ่งสะท้อนชีวิตของทั้งคู่หลังจากนี้

