ละคร บ่วงรัก 2555 ละครไทยคลาสสิกเป็นละครแนวเมโลดราม่า ละครเรื่องนี้เล่าเรื่องความรัก ความแค้น และความลับในสองครอบครัวที่ถูกผูกมัดกันด้วยอดีต มันเข้มข้นมาก เหมือนกับบ่วงที่รัดแน่นจนหลุดยาก เรื่องราวเริ่มต้นที่ครอบครัวเลิศชัยวัฒน์ ซึ่งดูเหมือนสมบูรณ์แบบจากภายนอก มีบ้านหรูหรา ฐานะร่ำรวย และมีหน้ามีตาในสังคม แต่จริงๆ แล้วมันเต็มไปด้วยรอยร้าว “ธานินทร์” (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทเบสท์เอนเทอร์ไพรส์ แต่งงานกับ “อังคณา” (สินจัย เปล่งพานิช) เพราะเหตุผลทางธุรกิจ เพื่อกอบกู้ฐานะครอบครัว แต่ธานินทร์ไม่เคยรักอังคณาเลยสักนิด เพราะใจเขายังฝังลึกกับคนรักเก่าที่ชื่อ “พรรณี” (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) ซึ่งถูกพรากจากกันเพราะความแตกต่างทางชนชั้นเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว
อังคณาเองก็รู้ดี แต่เธอเป็นคนทะเยอทะยาน ชอบใช้เงินฟุ่มเฟือย และครอบงำครอบครัว พวกเขามีลูกสองคน “ชนะศึก” (ธนทัต ชัยอรรถ หรือแกงส้ม) ลูกชายคนโตที่เป็นนักธุรกิจไฟแรง เน้นผลกำไรทุกนาที และชอบกลั่นแกล้งคนอื่นเพื่อความสะใจ ส่วนลูกสาวคนเล็ก “ชนกนันท์” (รุจิภาส ก่อเกียรติ) ถอดแบบแม่มาเป๊ะ ชอบช้อปปิ้งและอิจฉาริษยา
ตัดมาที่อีกครอบครัว พรรณี แม่ม่ายยากจนที่เปิดร้านตัดเสื้อเล็กๆ ในชุมชนแออัด เธอเลี้ยงลูกสองคนคือ “เพชรแท้” (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ท) ลูกชายคนโตที่ขยันแต่หัวร้อนง่าย และ “พิณทอง” (เต็มฟ้า กฤษณายุธ หรือปันปัน) ลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งเรียนจบ สดใส ซื่อสัตย์ และขยันหาเลี้ยงครอบครัว พรรณีปิดบังความจริงว่าธานินทร์คือพ่อแท้ๆ ของเด็กทั้งสอง โดยบอกว่าพ่อเสียชีวิตไปแล้ว ครอบครัวนี้ยากจนแต่เต็มเปี่ยมด้วยความรัก มี “ป้าสำอางค์” (วิยะดา อุมารินทร์) และ “ผึ้ง” (พัสกร พลบูรณ์) เพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือในยามเดือดร้อน
เรื่องเริ่มเข้มข้นเมื่อพิณทองสมัครงานที่บริษัทของธานินทร์ เธอทำงานผิดพลาดนิดหน่อยแต่ถูกชนะศึกไล่ออกทันทีเพราะเขาเข้าใจผิดว่าพิณทองจงใจ ธานินทร์เห็นประวัติและหน้าตาพิณทอง คลับคล้ายคลับคลาว่าคล้ายพรรณีคนรักเก่า เลยรับเธอกลับมาและเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเลขาฯ ทำให้ชนะศึกโมโหมากและกลั่นแกล้งสารพัด แต่พิณทองเอาตัวรอดด้วยความจริงใจ จนชนะศึกเริ่มตกหลุมรักเธอแบบไม่รู้ตัว เรืองโรจน์ (อาณัตพล ศิริชุมแสง) เลขาฯ ส่วนตัวของธานินทร์ สงสัยในพฤติกรรมเจ้านาย เลยรายงานให้อังคณารู้
อังคณาเข้าใจผิดว่าธานินทร์มีชู้กับพิณทอง เลยตามไปรังควานถึงบ้านพรรณี ด่าทอสารพัด ชนะศึกตามมาปกป้องพิณทองเพราะสงสาร แต่แล้วความจริงเปิดเผยว่าธานินทร์ช่วยพิณทองเพราะพรรณีคือคนรักเก่า ทำให้อังคณาแค้นสุดขีด เธอตอบโต้ด้วยการใส่ร้ายเพชรแท้ มียาเสพติด ทำให้เพชรแท้ถูกตำรวจไล่ล่า ครอบครัวพรรณีต้องหนีหัวซุกหัวซุน พิณทองพยายามตัดใจจากชนะศึกแม้จะรักเขามาก ธานินทร์รู้ว่าอังคณาบงการทุกอย่าง โกรธมากถึงขั้นขอหย่า แต่อังคณาไม่ยอมง่ายๆ
ธานินทร์กลุ้มใจจนอาการมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะสุดท้ายกำเริบ แต่เขาปิดบังทุกคน พรรณีหมดทางช่วยเพชรแท้ เลยไปสารภาพกับธานินทร์ว่าเพชรแท้คือลูกชายแท้ๆ ของเขา ธานินทร์ดีใจมาก ขอร้องให้ชนะศึกช่วยเพชรแท้พ้นคดี ชนะศึกตกใจแต่ยอมทำตาม เพชรแท้พ้นโทษแต่โกรธมาก ไม่ยอมรับธานินทร์เป็นพ่อ ธานินทร์รู้ว่าตัวเองเหลือเวลาน้อย เลยทำพินัยกรรมแบ่งสมบัติให้เพชรแท้
อังคณารู้เรื่อง แค้นสุดๆ ร่วมมือกับเรืองโรจน์วางแผนฆ่าธานินทร์และป้ายความผิดให้เพชรแท้ ธานินทร์ถูกหลอกไปบ้านร้างและถูกยิงก่อนจุดไฟเผา เขาตายในกองเพลิง แต่ก่อนตายได้บอกเพชรแท้ว่ารักลูกมาก เพชรแท้ถูกจับข้อหาฆ่าพ่อเพื่อชิงมรดก พรรณีและพิณทองพยายามหาหลักฐานช่วยเพชรแท้ ขณะที่ชนะศึกและชนกนันท์เริ่มสงสัยแม่ตัวเอง
ในที่สุด หลักฐานเปิดโปงว่าอังคณาและเรืองโรจน์คือตัวการ อังคณาพยายามหนีแต่ถูกจับ เธอยิงตัวตายต่อหน้าชนะศึก ชนะศึกเสียใจหนักแต่พิณทองปลอบใจ ชนกนันท์ละทิ้งความเย่อหยิ่ง หันมาดูแลเพชรแท้ สองครอบครัวสมานฉันท์กันในที่สุด พรรณีรำลึกถึงธานินทร์ด้วยความสุข
เรื่อง “บ่วงรัก” มันคือการคลี่คลายบ่วงแห่งความรักและแค้นที่ร้อยรัดสองครอบครัวไว้ ผ่านดราม่าที่เข้มข้น หักมุม และจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งสำหรับคนดี ถือเป็นละครที่สะท้อนสังคมไทยเรื่องชนชั้น ความรักต้องห้าม และการแก้แค้น
ละครเรื่องนี้ผลิตโดย Exact และ Scenario กำกับโดยนิพนธ์ ผิวเณร บทโดยกษิดินทร์ แสงวงษ์และศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ มันแนวเมโลดราม่าเต็มขั้น ดราม่าเข้มข้นเรื่องความรัก ความแค้นระหว่างสองครอบครัวที่ถูกผูกด้วยความลับอดีต พล็อตหลักคือการแก้แค้น หักมุม และการเปิดเผยความจริงที่ทำให้คนดูอึ้งไปหลายรอบ จุดเด่นคือบทที่เข้มข้น มีการสะท้อนสังคมเรื่องชนชั้น ความแตกต่างรวยจน และผลกรรมจากการกระทำในอดีต มันไม่ใช่ละครรักใสๆ แต่เป็นแบบน้ำตาไหลพราก ดูแล้วเครียดแต่สะใจตอนจบ
การแสดงต้องยกให้สินจัย เปล่งพานิช ในบทอังคณา เธอเล่นร้ายได้สุดติ่งมาก เหมือนแม่มดในเทพนิยายแต่สมจริง คนดูเกลียดเธอเข้าไส้ สันติสุข พรหมศิริ เป็นธานินทร์ ก็เล่นได้นุ่มลึก สื่อความเศร้าและความรักที่ฝังใจได้ดี พระนางอย่างธนทัต ชัยอรรถ (แกงส้ม) และเต็มฟ้า กฤษณายุธ (ปันปัน) เคมีเข้ากันดี แกงส้มเล่นบทเย็นชาแต่ค่อยๆ ละลายใจได้น่ารัก ปันปันสดใส น่าเอ็นดู ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ท เป็นเพชรแท้ ก็เด่นเรื่องดราม่าหนักๆ มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ เป็นพรรณี เล่นบทแม่ที่น่าสงสารได้ซึ้ง นักแสดงสมทบอย่างอาณัตพล ศิริชุมแสง (เรืองโรจน์) ก็ร้ายเงียบแต่มีมิติดี
โปรดักชันดีตามมาตรฐาน Exact ฉากบ้านหรู ชุมชนแออัด สมจริง เพลงประกอบเพราะ ช่วยเสริมอารมณ์ โดยรวมเหมาะกับคนชอบละครดราม่าไทยยุค 2010s แต่ถ้าคุณชอบเรื่องเบาๆ อาจไม่เหมาะ
ละคร บ่วงรัก 2555
ละคร บ่วงรัก 2555
เรื่องราวเริ่มต้นที่คฤหาสน์หรูหราใจกลางกรุงเทพฯ ของครอบครัวเลิศชัยวัฒน์ ที่ดูเหมือนสมบูรณ์แบบจากภายนอก แต่ข้างในมันร้าวฉานสุดๆ ธานินทร์ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทเบสท์เอนเทอร์ไพรส์ เขาแต่งงานกับอังคณา (สินจัย เปล่งพานิช) เพราะเหตุผลทางธุรกิจ เพื่อกอบกู้ฐานะครอบครัวที่กำลังล้มละลาย แต่ธานินทร์ไม่เคยรักอังคณาเลยสักนิดเดียว เพราะใจเขายังติดอยู่กับพรรณี (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) คนรักเก่าที่ถูกพรากจากกันเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เพราะความแตกต่างทางชนชั้น พ่อของธานินทร์บังคับให้เลิกเพราะพรรณีจนเกินไป
ธานินทร์เลยต้องแต่งกับอังคณาที่รวยแต่นิสัยตรงข้ามกันหมด เธอทะเยอทะยาน ใช้เงินฟุ่มเฟือย ชอบครอบงำครอบครัว พวกเขามีลูกสองคน ชนะศึก (ธนทัต ชัยอรรถ หรือแกงส้ม) ลูกชายคนโตที่เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง มองโลกด้วยผลกำไร ชอบกลั่นแกล้งคนอื่นเพื่อความสะใจ และลูกสาวคนเล็ก ชนกนันท์ (รุจิภาส ก่อเกียรติ) ที่ถอดแบบแม่มาเป๊ะ ชอบช้อปปิ้ง อิจฉาริษยา และเย่อหยิ่ง
ตัดภาพมาที่อีกฝั่ง พรรณี แม่ม่ายยากจนที่เปิดร้านตัดเสื้อเล็กๆ ในชุมชนแออัด เธอเลี้ยงลูกสองคนคือเพชรแท้ (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ท) ลูกชายคนโตที่ขยันแต่หัวร้อนง่าย ชอบปกป้องครอบครัว และพิณทอง (เต็มฟ้า กฤษณายุธ หรือปันปัน) ลูกสาวคนเล็กที่สดใส ซื่อสัตย์ เพิ่งเรียนจบและขยันหาเลี้ยงปากท้อง พรรณีปิดบังความจริงว่าธานินทร์คือพ่อแท้ๆ ของเด็กทั้งสอง โดยบอกว่าพ่อเสียชีวิตไปแล้ว เพราะกลัวเด็กๆ เสียใจ ครอบครัวนี้ยากจนแต่เต็มเปี่ยมด้วยความรักและความอบอุ่น มีป้าสำอางค์ (วิยะดา อุมารินทร์) และผึ้ง (พัสกร พลบูรณ์) เพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือในยามเดือดร้อน โอ้ย พี่ชอบครอบครัวนี้มาก เห็นแล้วนึกถึงชีวิตจริงเลยอะ
เรื่องเริ่มปะทุเมื่อเพชรแท้ไปปะทะกับชนกนันท์ที่สปอร์ตคลับตั้งแต่ตอนแรก เพราะเธอเย่อหยิ่งดูถูกเขา ส่วนพิณทองสมัครงานที่บริษัทของธานินทร์ เธอทำงานผิดพลาดนิดหน่อยแต่ถูกชนะศึกไล่ออกทันที เพราะเขาเข้าใจผิดว่าพิณทองจงใจ ธานินทร์เห็นพิณทองร้องไห้ สงสารเพราะหน้าตาคล้ายพรรณีคนรักเก่า เลยรับเธอกลับมาและเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเลขาฯ ทำให้ชนะศึกโมโหมาก เสียหน้า เลยกลั่นแกล้งสารพัด แต่ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งทำให้ชนะศึกตกหลุมรักพิณทองแบบไม่รู้ตัว เคมีพระนางเรื่องนี้ดีมากกก แกงส้มเล่นเย็นชาแต่ค่อยๆ ละลายใจได้น่ารักสุดๆ เรืองโรจน์ (อาณัตพล ศิริชุมแสง) เลขาฯ ส่วนตัวของธานินทร์ที่ภักดีต่ออังคณา สงสัยในพฤติกรรมเจ้านาย เลยรายงานให้อังคณารู้ทุกอย่าง
อังคณาเดือดดาล คิดว่าธานินทร์มีชู้กับพิณทอง เลยให้เรืองโรจน์จับตา ธานินทร์แอบช่วยพรรณีผ่านพิณทอง ยิ่งทำให้อังคณาแค้น เธอตามไปรังควานด่าทอพรรณีที่บ้าน พรรณีช็อกแต่ยอมรับว่าธานินทร์คือรักเก่า ชนะศึกตามมาปกป้องพิณทองเพราะสงสาร แต่แล้วความจริงเปิดเผยว่าธานินทร์ช่วยเพราะพรรณีคือคนรักเก่า ทำให้อังคณาแค้นสุดขีด เธอตอบโต้ด้วยการส่งคนทำร้ายพรรณีจนบาดเจ็บ ชนะศึกไปเคลียร์แต่โดนเพชรแท้ทำร้ายแขนหักเพราะเข้าใจผิด อังคณาเลยใส่ร้ายเพชรแท้มียาเสพติด ทำให้เขาถูกตำรวจไล่ล่า ครอบครัวพรรณีต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปต่างจังหวัด พิณทองร้องไห้หนักเพราะต้องตัดใจจากชนะศึกแม้รักเขามาก ธานินทร์รู้ว่าอังคณาบงการทุกอย่าง โกรธมากถึงขั้นขอหย่า แต่เธอไม่ยอมง่ายๆ
ธานินทร์กลุ้มใจจนอาการมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะสุดท้ายกำเริบ แต่เขาปิดบังทุกคน พรรณีหมดทางช่วยเพชรแท้ เลยไปสารภาพกับธานินทร์ที่โรงพยาบาลว่าเพชรแท้คือลูกชายแท้ๆ ของเขา ธานินทร์ตกใจดีใจมาก สั่งให้ชนะศึกช่วยเพชรแท้พ้นคดี ชนะศึกทำสำเร็จ แต่เพชรแท้โกรธพ่อที่ทิ้งพวกเขา ไม่ยอมรับ ธานินทร์ทำพินัยกรรมยกสมบัติให้เพชรแท้ อังคณารู้เรื่อง แค้นสุดๆ ร่วมมือกับเรืองโรจน์วางแผนฆ่าธานินทร์และป้ายความผิดให้เพชรแท้
เพชรแท้นัดธานินทร์ที่ท่าเรือ ขู่ด้วยปืนเพราะเข้าใจผิด พรรณีตามมาเผยความจริง ธานินทร์ทรุดหนักเข้าโรงพยาบาล เพชรแท้ยอมเรียกพ่อ พรรณีปลื้ม แต่แล้วอังคณาหลอกธานินทร์และเพชรแท้ไปบ้านร้าง ยิงธานินทร์แล้วจุดไฟเผา ธานินทร์ตายในกองเพลิง แต่ก่อนสิ้นใจบอกรักเพชรแท้ เพชรแท้ถูกจับข้อหาฆ่าพ่อเพื่อมรดก พรรณีสู้คดี ใช้สงครามจิตวิทยากับอังคณา เรืองโรจน์หนีแต่ถูกอังคณาหักหลัง หลอกไปชนรถตายเพื่อปิดปาก ชนกนันท์เห็นทุกอย่าง รู้แม่ฆ่าพ่อแต่เงียบเพราะรักแม่ ชนะศึกสงสัยตามที่พรรณีบอก จนพบหลักฐาน
อังคณาหนีไปหัวหิน ฝังทะเบียนรถหลักฐาน ชนะศึกตามขุดขึ้น ขอให้มอบตัว เธอไม่ยอม ตำรวจมาพร้อมเพชรแท้จับกุม เธอยิงตัวตายต่อหน้าชนะศึก โอ้ย ดราม่าสุดๆ เลยอะตอนนี้ หลังงานศพ ชนะศึกโทษตัวเอง พิณทองปลอบ ชนกนันท์ละพยศดูแลเพชรแท้ ชนะศึกขอขมาพรรณี ยอมรับเพชรแท้เป็นพี่ชาย พี่น้องกอดกัน พรรณีกอดชนกนันท์ คิดถึงธานินทร์ สองครอบครัวสมานฉันท์ หลุดจากบ่วงรักและแค้น
เบื้องหลังการถ่ายทำละคร “บ่วงรัก” ปี 2555 ละครเรื่องนี้ผลิตโดยค่าย Exact และ Scenario ซึ่งดังมากในยุคนั้น มีบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ เป็นหัวเรือใหญ่

เค้าโครงเรื่องมาจากทีม Exact นำโดยถกลเกียรติ วีรวรรณ ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์มือทองของค่าย ผลิตละครฮิตๆ มาเพียบอย่าง “เลือดข้นคนจาง” หรือ “เกมรักเอาคืน” แต่เรื่องนี้เขาร่วมกับศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ และกษิดินทร์ แสงวงษ์ ในการพัฒนาเค้าโครง บทโทรทัศน์เขียนโดยกษิดินทร์ แสงวงษ์ และศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ ซึ่งทำให้เรื่องราวเข้มข้น ดราม่าหนักแต่มีหักมุมสนุก กำกับการแสดงโดยนิพนธ์ ผิวเณร ผู้กำกับมากฝีมือที่เคยทำละครดังอย่าง “บ่วง” หรือ “รักประกาศิต” เขาทำให้ฉากดราม่าดูสมจริงและอารมณ์พุ่งพล่านมาก อำนวยการผลิตโดยนิพนธ์ ผิวเณร และถกลเกียรติ วีรวรรณ ผลิตโดยบริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด ซึ่งตอนนั้น Exact กำลังรุ่งเรืองสุดๆ กับละครช่อง 5
ส่วนนักแสดง คัดมาเด็ดๆ เลยอะ สินจัย เปล่งพานิช รับบทอังคณา แม่ร้ายสุดติ่ง พี่นกเล่นร้ายได้แบบเข้าเส้นเลือด คนดูเกลียดเข้าไส้แต่ยอมรับว่าสุดยอด สันติสุข พรหมศิริ เป็นธานินทร์ เล่นบทเศร้า ฝังใจรักเก่าได้ซึ้งมาก พระเอกแกงส้ม ธนทัต ชัยอรรถ เรื่องนี้เป็นละครเรื่องแรกหลังชนะเดอะสตาร์ เขาเล่นชนะศึกได้ดี จากเย็นชาเป็นอบอุ่น นางเอกปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ ก็เรื่องแรกเหมือนกัน สดใส น่ารัก เคมีกับแกงส้มดีงาม ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ท เป็นเพชรแท้ หัวร้อนแต่ซื่อสัตย์ เล่นดราม่าได้เด่น มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ เป็นพรรณี แม่ที่น่าสงสาร เล่นซึ้งจนน้ำตาไหล นักแสดงสมทบอย่างอาณัตพล ศิริชุมแสง (เรืองโรจน์) ร้ายเงียบแต่มีมิติ รุจิภาส ก่อเกียรติ (ชนกนันท์) เล่นบทเย่อหยิ่งได้น่าหมั่นไส้ วิยะดา อุมารินทร์ (ป้าสำอางค์) และพัสกร พลบูรณ์ (ผึ้ง) เพิ่มสีสันให้ครอบครัวจน
การถ่ายทำ ละครเรื่องนี้ถ่ายทำในปี 2555 ออกอากาศ 22 ตอน ทุกจันทร์-พฤหัส เวลา 20.25 น. ทางช่อง 5 เริ่ม 30 ต.ค. 2555 จบ 5 ธ.ค. 2555 มีฉากยากๆ เยอะ เช่น ฉากไฟไหม้ที่ธานินทร์ตาย หรือฉากไล่ล่าเพชรแท้ นักแสดงต้องเล่นอารมณ์หนักมาก จากกระทู้ Pantip และคลิปเบื้องหลัง พี่นก สินจัย ทุ่มสุดตัวกับบทร้าย แกงส้มกับปันปันตื่นเต้นเพราะเรื่องแรก แต่ทีมงานช่วยซัพพอร์ตดี ถกลเกียรติให้สัมภาษณ์ว่าอยากทำละครสะท้อนสังคมเรื่องชนชั้นและความแค้นที่สะสม มีเบื้องหลังสนุกๆ อย่างฉากดราม่าที่นักแสดงหัวเราะงดหลังคัต หรือแกงส้มฝึกบทกับปันปันจนสนิทกันจริงๆ โปรดักชันดีตามมาตรฐาน Exact ฉากบ้านหรู ชุมชนแออัดสมจริง เพลงประกอบเพราะช่วยเสริมอารมณ์
กระแสตอนออกอากาศนะ เรตติ้งดีติดอันดับละครยอดนิยมปีนั้น แต่ชนกับละครฮิตอย่าง “แรงเงา” ทำให้ไม่เปรี้ยงเท่า แต่คนดูชอบความเข้มข้น ในพันทิปและเฟซบุ๊กมีรีวิวว่าดราม่ามาก ติดตามทุกตอน
นักแสดง
→ สินจัย เปล่งพานิช รับบท อังคณา
ผู้หญิงที่ทะเยอทะยานและเย็นชา เธอแต่งงานกับธานินทร์เพื่อฐานะทางสังคมและธุรกิจ แต่ไม่เคยได้รับความรักจากสามีที่ยังฝังใจกับคนรักเก่าอย่างพรรณี ทำให้อังคณาเต็มเปี่ยมด้วยความอิจฉาและแค้นใจ เธอเป็นแม่ที่ครอบงำลูกๆ อย่างชนะศึกและชนกนันท์ สอนให้พวกเขามองโลกด้วยผลประโยชน์และการครอบครอง อังคณาเริ่มต้นด้วยการเหวี่ยงวีนและกรี๊ดกร๊าดเมื่อถูกขัดใจ แสดงออกถึงความเจ้าอารมณ์และฟุ่มเฟือยในการใช้ชีวิต แต่เมื่อความลับเปิดเผยว่าเด็กๆ ของพรรณีคือลูกแท้ๆ ของธานินทร์ เธอพัฒนาไปสู่ความร้ายลึก วางแผนอย่างละเอียดเพื่อกำจัดศัตรู เธอใส่ร้ายเพชรแท้ให้ติดคดียาเสพติด สั่งให้คนรังแกครอบครัวพรรณี และร่วมมือกับเรืองโรจน์เลขาฯ เพื่อฆ่าธานินทร์แล้วป้ายความผิดให้เพชรแท้
ทุกการกระทำของเธอขับเคลื่อนจากความต้องการเอาชนะและความสุขส่วนตัว โดยไม่สนใจผลกระทบต่อชีวิตคนอื่น ทำให้เธอกลายเป็นตัวร้ายที่ไม่มีมิติแห่งความดีเลย สินจัยเล่นบทนี้ได้อย่างสมจริง ด้วยการแสดงที่เหนื่อยกายเหนื่อยใจ เพราะต้องโวยวายและใช้อารมณ์ตลอดเวลา รวมถึงฉากตบตีที่เธอมักเป็นฝ่ายรุก เธอทำให้อังคณาเป็นตัวละครที่คนดูเกลียดแต่ติดตาม เพราะสะท้อนด้านมืดของมนุษย์ที่ถูกความแค้นครอบงำ สุดท้ายเธอจบลงด้วยการยิงตัวตายเมื่อแผนแตก ซึ่งเป็นจุดไคลแมกซ์ที่ทำให้เรื่องราวเข้มข้นยิ่งขึ้น
ฉายาของอังคณา คือราชินีแห่งความแค้น
เธอปกครองอาณาจักรแห่งความเกลียดชังด้วยแผนการที่ร้ายกาจและไม่เคยยอมแพ้ ทุกการกระทำของเธอเหมือนราชินีที่ใช้มงกุฎแห่งอำนาจเพื่อบดขยี้ศัตรู โดยไม่คำนึงถึงความยุติธรรม เธอเริ่มจากความอิจฉารักเก่าของสามี แล้วขยายไปสู่การทำลายครอบครัวอื่นทั้งหมด เพื่อรักษาบัลลังก์ของตัวเอง ทำให้คนดูเห็นภาพราชินีที่เย็นชาและคำนวณทุกย่างก้าว สินจัยทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร เพราะการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังอารมณ์รุนแรงและความลึกซึ้ง
ข้อคิดจากตัวละครอังคณา คือความแค้นนำมาซึ่งการทำลายล้างตัวเอง
เธอใช้ชีวิตทั้งหมดไปกับการแก้แค้นคนรักเก่าของสามี จนนำไปสู่แผนร้ายที่ทำลายครอบครัวตัวเองในที่สุด ทำให้เห็นว่าความแค้นไม่เคยให้ผลดี มันเหมือนไฟที่ลุกลามเผาผลาญทุกอย่างรวมถึงผู้จุดไฟด้วย ละครสอนให้เราปล่อยวางอดีตและเลือกทางแห่งความเข้าใจ แทนที่จะปล่อยให้ความโกรธครอบงำ ซึ่งอาจนำไปสู่จุดจบที่น่าเศร้าเหมือนอังคณา
→ สันติสุข พรหมศิริ รับบท ธานินทร์
ผู้ชายที่เต็มเปี่ยมด้วยความเศร้าและความขัดแย้งภายใน เขาเป็นเจ้าของบริษัทเบสท์เอนเทอร์ไพรส์ ชายผู้มั่งคั่งแต่ชีวิตส่วนตัวร้าวฉาน ธานินทร์แต่งงานกับอังคณาเพราะเหตุผลทางธุรกิจ เพื่อกอบกู้ฐานะครอบครัวที่กำลังล้มละลาย แต่หัวใจของเขาไม่เคยเป็นของเธอ มันยังผูกติดกับพรรณี คนรักเก่าที่ถูกพรากจากกันเพราะความแตกต่างทางชนชั้นเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ทำให้เขาดำเนินชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานเงียบๆ ตลอดมา เขาเป็นพ่อที่รักลูกอย่างชนะศึกและชนกนันท์ แต่ไม่สามารถแสดงความรักได้เต็มที่เพราะความขมขื่นในชีวิตสมรส ธานินทร์เริ่มเรื่องด้วยภาพชายผู้สุขุมและสุขุม แต่เมื่อพิณทอง ลูกสาวของพรรณี เข้ามาทำงานในบริษัท เขาเริ่มแสดงความเมตตา รับเธอกลับหลังถูกไล่ออก และเลื่อนตำแหน่งเพราะเห็นความคล้ายคลึงกับคนรักเก่า ทำให้เกิดความขัดแย้งกับลูกชายและภรรยา
เขาปิดบังอาการป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะสุดท้าย ไม่บอกใครเพราะไม่อยากเป็นภาระ แต่ความเครียดจากความแค้นของอังคณาทำให้อาการกำเริบ เมื่อพรรณีสารภาพว่าเพชรแท้และพิณทองคือลูกแท้ๆ ของเขา ธานินทร์ดีใจมาก ขอร้องให้ชนะศึกช่วยเพชรแท้พ้นคดี และทำพินัยกรรมแบ่งสมบัติให้ลูกชายคนนี้ สุดท้ายเขาถูกหลอกไปบ้านร้าง ยิงและจุดไฟเผา ตายในกองเพลิงแต่ก่อนสิ้นใจได้บอกรักเพชรแท้ สันติสุขเล่นบทนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยสีหน้าที่สื่อความเศร้าและความรักที่ฝังลึก ทำให้ธานินทร์เป็นตัวละครที่คนดูสงสารและเข้าใจ ตัวละครนี้สะท้อนชายผู้ถูกบังคับจากสังคมและครอบครัว จนชีวิตเต็มไปด้วยความเสียใจและการชดเชยในวาระสุดท้าย
ฉายาของธานินทร์ คือผู้ชายแห่งความรักที่ฝังใจ
เขาใช้ชีวิตทั้งหมดไปกับการรำลึกถึงรักเก่าที่ถูกพรากไปเพราะชนชั้น ทำให้ทุกการกระทำของเขาเต็มเปี่ยมด้วยความเศร้าและความปรารถนาที่จะชดเชย เขาแอบช่วยเหลือครอบครัวพรรณีผ่านพิณทอง และเมื่อรู้ความจริงเกี่ยวกับลูกๆ เขาพยายามทุกทางเพื่อปกป้องพวกเขา แม้จะป่วยหนัก ฉายานี้เหมาะเพราะธานินทร์ไม่เคยลืมพรรณี แม้เวลาผ่านไปยี่สิบปี มันขับเคลื่อนเรื่องราวทั้งหมด สันติสุขทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่ละเอียดอ่อนและเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์เศร้า
ข้อคิดจากตัวละครธานินทร์ คือความรักที่แท้จริงไม่เคยจางหายตามกาลเวลา
เขาแสดงให้เห็นว่าความรักที่ฝังลึกสามารถอยู่เหนืออุปสรรคทางสังคมและชนชั้นได้ แม้ถูกพรากจากกัน แต่ธานินทร์ยังคงรักพรรณีและพยายามชดเชยให้ลูกๆ ในวาระสุดท้าย ทำให้เห็นว่าความรักนำมาซึ่งการให้อภัยและการปกป้อง ละครสอนให้เราห่วงใยคนที่รักก่อนสายเกินไป แทนที่จะปล่อยให้ความเสียใจครอบงำ ซึ่งอาจนำไปสู่จุดจบที่น่าเศร้าเหมือนธานินทร์
→ ธนทัต ชัยอรรถ รับบท ชนะศึก

ลูกชายคนโตของธานินทร์และอังคณา นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มองทุกอย่างด้วยผลกำไรและความมีระเบียบ เขาเป็นผู้บริหารในบริษัทเบสท์เอนเทอร์ไพรส์ เน้นความยุติธรรมแต่เจ้าอารมณ์ ชอบกลั่นแกล้งคนอื่นเพื่อความสะใจในช่วงแรก โดยเฉพาะเมื่อพิณทองเข้าทำงานและทำผิดพลาด เขาไล่เธอออกทันทีเพราะเข้าใจผิดว่าจงใจ แต่ธานินทร์รับเธอกลับและเลื่อนตำแหน่ง ทำให้เขาหงุดหงิดและพยายามหาทางทำให้เธอเดือดร้อน เช่น สั่งงานหนักหรือหาเรื่องด่า แต่ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งทำให้เขาหลงรักพิณทองเพราะความสดใสและจริงใจของเธอ จนสัญญาว่าจะช่วยปกป้องและพูดให้อังคณาเข้าใจ เขาเป็นสะพานเชื่อมสองครอบครัว
เมื่อธานินทร์เปิดเผยว่าเพชรแท้คือลูกชายแท้ๆ ชนะศึกตกใจแต่ยอมช่วยเพชรแท้พ้นคดียาเสพติดที่ถูกใส่ร้าย โดยใช้เส้นสายและสืบหาหลักฐาน จนจับคนร้ายได้แต่ไม่ถึงตัวอังคณาที่บงการ เขาเผชิญความสูญเสียเมื่อธานินทร์ถูกฆ่าและอังคณายิงตัวตายต่อหน้า ทำให้เขาจมทุกข์และโทษตัวเอง แต่พิณทองช่วยปลอบจนฟื้นฟู ธนทัตเล่นบทนี้ได้ดี โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นอบอุ่น สะท้อนพัฒนาการจากคนเน้นผลประโยชน์ไปสู่คนที่เสียสละเพื่อความรักและยุติธรรม ตัวละครนี้ขับเคลื่อนเรื่องด้วยการยอมรับเพชรแท้เป็นพี่ชาย กอดกันกลมเกลียว และขอขมาพรรณี ทำให้สองครอบครัวสมานฉันท์ในตอนจบ
ฉายาของชนะศึก คือนักธุรกิจหัวใจอ่อนไหว
เขาเริ่มต้นด้วยภาพนักธุรกิจที่มุ่งมั่นแต่เย็นชา มองโลกด้วยผลกำไรและการครอบครอง แต่เมื่อพบรักแท้กับพิณทอง หัวใจที่แข็งกระด้างค่อยๆ ละลาย กลายเป็นคนที่ยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อปกป้องคนรักและครอบครัว เช่น การช่วยเพชรแท้พ้นคดีแม้จะตกใจกับความลับ หรือการเผชิญหน้ากับอังคณาเพื่อความยุติธรรม ฉายานี้เหมาะเพราะสะท้อนด้านอ่อนไหวที่ซ่อนไว้ใต้เปลือกแข็ง ธนทัตทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่ค่อยๆ เผยอารมณ์จากเข้มงวดไปสู่ความอ่อนโยนและเสียสละ
ข้อคิดจากตัวละครชนะศึก คือความรักสามารถเปลี่ยนแปลงคนได้
เขาแสดงให้เห็นว่าคนที่เคยเย็นชาและมุ่งแต่ผลประโยชน์ สามารถกลายเป็นคนที่เสียสละและให้อภัยได้ เมื่อพบรักแท้และเรียนรู้จากความผิดพลาด เช่น การเปลี่ยนจากกลั่นแกล้งพิณทองไปสู่การปกป้องเธอ หรือยอมรับเพชรแท้เป็นพี่ชายแม้จะขัดแย้งภายใน ละครสอนให้เราเปิดใจรับความเปลี่ยนแปลงจากความรัก ซึ่งนำไปสู่การเยียวยาและสมานฉันท์ครอบครัว แทนที่จะยึดติดกับอคติเดิม ซึ่งอาจนำไปสู่จุดจบที่ดีกว่าเดิมเหมือนชนะศึก
→ เต็มฟ้า กฤษณายุธ รับบท พิณทอง

ลูกสาวคนเล็กของพรรณี สาวยากจนแต่สดใส ขยัน และซื่อสัตย์ เพิ่งเรียนจบและหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำงานที่ร้านตัดเสื้อของแม่ เธอเป็นตัวแทนของคนจนที่ต่อสู้ชีวิตด้วยความซื่อตรงและความรักต่อครอบครัว พิณทองเข้าทำงานที่บริษัทเบสท์เอนเทอร์ไพรส์ของธานินทร์ ทำผิดพลาดเล็กน้อยแต่ถูกชนะศึกไล่ออกเพราะเข้าใจผิดว่าเธอจงใจ แต่ธานินทร์รับเธอกลับและเลื่อนตำแหน่งเพราะเห็นความคล้ายคลึงกับพรรณีคนรักเก่า ทำให้เธอใกล้ชิดชนะศึกและตกหลุมรักเขาแบบค่อยๆ ซึมซับ จากความสงสารกลายเป็นรักแท้ เธอเผชิญดราม่าหนักเมื่ออังคณารังควานเพราะเข้าใจผิดว่าธานินทร์มีชู้กับเธอ พิณทองถูกกลั่นแกล้งสารพัดแต่เอาตัวรอดด้วยความจริงใจและอดทน
เมื่อครอบครัวต้องหนีเพราะเพชรแท้ถูกใส่ร้าย เธอพยายามตัดใจจากชนะศึกแม้รักเขามาก แต่สุดท้ายกลับมาช่วยกันสืบหาความจริง เธอร่วมกับพรรณีหาหลักฐานช่วยเพชรแท้พ้นคดีฆ่าธานินทร์ และปลอบชนะศึกที่เสียใจจากความเลวของอังคณา เต็มฟ้าเล่นบทนี้ได้น่ารัก สดใสแต่ซึ้งในฉากดราม่า สะท้อนพัฒนาการจากสาวไร้เดียงสาไปสู่หญิงแกร่งที่ยืนหยัดเพื่อความรักและยุติธรรม ตัวละครนี้ขับเคลื่อนเรื่องด้วยความบริสุทธิ์ที่ชนะใจทุกคน ทำให้สองครอบครัวสมานฉันท์ในตอนจบ เธอเป็นนางเอกที่คนดูเอาใจช่วยเพราะความน่าสงสารและเข้มแข็ง
ฉายาของพิณทอง คือนางฟ้าแห่งความอดทน
เธอเผชิญอุปสรรคมากมายแต่ไม่เคยยอมแพ้ ใช้ความสดใสและจริงใจต่อสู้กับความอยุติธรรม เช่น การถูกกลั่นแกล้งจากชนะศึกและอังคณา หรือการหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อปกป้องครอบครัว แต่เธอยังคงยิ้มและช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้เหมือนนางฟ้าที่นำแสงสว่างมาสู่เรื่องราวมืดมิด ฉายานี้เหมาะเพราะพิณทองเป็นตัวละครที่อดทนต่อความทุกข์จากความลับอดีตและความแค้น แต่สุดท้ายความดีของเธอช่วยเยียวยาทุกคน เต็มฟ้าทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังบวกและความอ่อนโยน
ข้อคิดจากตัวละครพิณทอง คือความจริงใจนำมาซึ่งชัยชนะ
เธอแสดงให้เห็นว่าคนที่ซื่อตรงและขยัน แม้ยากจนหรือถูกกดขี่ สามารถเอาชนะอุปสรรคได้ด้วยหัวใจ เช่น การใช้ความจริงใจชนะใจชนะศึกจากเย็นชาเป็นรักแท้ หรือช่วยหาหลักฐานเปิดโปงแผนร้ายของอังคณา ละครสอนให้เราเชื่อมั่นในความดีและไม่ยอมแพ้ต่อความอยุติธรรม ซึ่งนำไปสู่การสมานฉันท์และความสุขในที่สุด แทนที่จะตอบโต้ด้วยความแค้น ซึ่งอาจนำไปสู่จุดจบที่ดีกว่าเดิมเหมือนพิณทอง
→ ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ท รับบท เพชรแท้

ลูกชายคนโตของพรรณี เสาหลักของครอบครัวยากจนที่ขยันหาเลี้ยงปากท้องด้วยการขับรถแท็กซี่และช่วยแม่ตัดเสื้อ เขาเป็นคนมุทะลุดุดัน เจ้าอารมณ์ หัวร้อนง่ายแต่ลึกๆ แล้วอ่อนไหว มีเหตุผลของตัวเองและเกลียดความไม่ยุติธรรม เพชรแท้ปกป้องน้องสาวพิณทองและแม่สุดชีวิต ทำให้ครอบครัวอบอุ่นแม้ยากจน พล็อตเริ่มเข้มเมื่อเพชรแท้ปะทะกับชนกนันท์ที่สปอร์ตคลับเพราะเธอดูถูกเขา และเมื่อพิณทองถูกกลั่นแกล้งที่บริษัทธานินทร์ เขาพร้อมทะเลาะกับชนะศึกเพื่อปกป้องน้อง แต่จุดหักเหคือเมื่ออังคณาใส่ร้ายเขามียาเสพติด ทำให้ถูกตำรวจไล่ล่า ครอบครัวต้องหนีหัวซุกหัวซุน เพชรแท้โกรธแค้นแต่ไม่ยอมแพ้ พยายามพิสูจน์ตัวเอง
เมื่อพรรณีสารภาพว่าเขาเป็นลูกแท้ๆ ของธานินทร์ เพชรแท้ตกใจและโกรธที่พ่อทิ้งพวกเขา ไม่ยอมรับธานินทร์เป็นพ่อแม้จะได้รับความช่วยเหลือพ้นคดี เขาปฏิเสธสมบัติและความสัมพันธ์ แต่เมื่อธานินทร์ถูกฆ่าและเขาถูกกล่าวหาว่าฆ่าพ่อเพื่อชิงมรดก เพชรแท้ต้องต่อสู้ในคุกและหาหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ สุดท้ายเขายอมรับความจริง กอดชนะศึกเป็นน้องชาย และสมานฉันท์กับครอบครัว ชัยพลเล่นบทนี้ได้เด่น โดยเฉพาะฉากดราม่าหนักที่แสดงความโกรธและความอ่อนแอ สะท้อนพัฒนาการจากหนุ่มหัวร้อนไปสู่ชายผู้ให้อภัยและเข้มแข็ง ตัวละครนี้ขับเคลื่อนเรื่องด้วยความซื่อสัตย์ที่ชนะใจคนดู ทำให้เห็นด้านมืดของสังคมเรื่องชนชั้นและการถูกใส่ร้าย
ฉายาของเพชรแท้ คือนักสู้หัวใจเพชร
เขาเผชิญอุปสรรคมากมายแต่ไม่เคยยอมแพ้ ใช้ความซื่อสัตย์และความอดทนต่อสู้กับความอยุติธรรม เช่น การถูกใส่ร้ายคดียาเสพติดและฆ่าพ่อ แต่เขายังคงปกป้องครอบครัวและหาหลักฐานพิสูจน์ตัวเอง ทำให้เหมือนเพชรที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์ ฉายานี้เหมาะเพราะเพชรแท้พัฒนาจากหัวร้อนไปสู่การให้อภัยธานินทร์และสมานฉันท์กับน้องๆ ชัยพลทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังและอารมณ์ดุเดือดแต่ลึกซึ้ง
ข้อคิดจากตัวละครเพชรแท้ คือความซื่อสัตย์นำมาซึ่งการหลุดพ้น
เขาแสดงให้เห็นว่าคนที่ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้ถูกใส่ร้ายและไล่ล่า แม้ยากจนหรือถูกดูถูกจากสังคม สามารถเอาชนะได้ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง เช่น การไม่ยอมแพ้ต่อแผนร้ายของอังคณาและการยอมรับความจริงเกี่ยวกับพ่อ ละครสอนให้เราเชื่อมั่นในตัวเองและไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง ซึ่งนำไปสู่การสมานฉันท์และชัยชนะในที่สุด แทนที่จะปล่อยให้ความโกรธครอบงำ ซึ่งอาจนำไปสู่จุดจบที่ดีกว่าเดิมเหมือนเพชรแท้
→ มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท พรรณี

แม่ม่ายยากจนที่เปิดร้านตัดเสื้อเล็กๆ ในชุมชนแออัด เธอเป็นคนรักเก่าของธานินทร์ที่ถูกพรากจากกันเพราะความแตกต่างทางชนชั้นเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ทำให้เธอตั้งท้องและเลี้ยงลูกสองคนคือเพชรแท้และพิณทองคนเดียว โดยปิดบังความจริงว่าธานินทร์คือพ่อแท้ๆ ของเด็กๆ เพราะกลัวพวกเขาจะเสียใจหรือถูกดูถูก พรรณีเป็นแม่ที่เสียสละสุดชีวิต ปากกัดตีนถีบหาเลี้ยงปากท้องแต่เต็มเปี่ยมด้วยความรักและความอบอุ่น ทำให้ครอบครัวยากจนแต่มีความสุข มีเพื่อนบ้านอย่างป้าสำอางค์และผึ้งคอยช่วยเหลือ เธอเริ่มเรื่องด้วยภาพหญิงสาวที่อดทนเงียบๆ แต่เมื่อพิณทองเข้าทำงานที่บริษัทธานินทร์และถูกอังคณารังควานเพราะเข้าใจผิด
พรรณีต้องเผชิญการด่าทอและทำร้ายจนบาดเจ็บ เมื่อเพชรแท้ถูกใส่ร้ายคดียาเสพติด ครอบครัวต้องหนีหัวซุกหัวซุน เธอหมดหวังจนสารภาพความจริงกับธานินทร์เพื่อช่วยลูกชาย พรรณีต่อสู้ด้วยสงครามจิตวิทยา หาหลักฐานเปิดโปงแผนร้ายของอังคณาและเรืองโรจน์ เพื่อช่วยเพชรแท้พ้นคดีฆ่าธานินทร์ สุดท้ายเธอให้อภัยทุกอย่าง กอดชนกนันท์และสมานฉันท์กับครอบครัวเลิศชัยวัฒน์ มยุริญเล่นบทนี้ได้ซึ้ง น้ำตาไหลพรากในฉากสารภาพและรำลึกถึงธานินทร์ สะท้อนพัฒนาการจากหญิงอ่อนแอไปสู่แม่แกร่งที่ปกป้องลูกและเลือกทางแห่งความดี ตัวละครนี้ขับเคลื่อนเรื่องด้วยความเสียสละที่ทำให้คนดูสงสารและเอาใจช่วย
ฉายาของพรรณี คือแม่ผู้เสียสละ
เธออุทิศชีวิตทั้งหมดให้ลูกๆ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ปิดบังความลับเรื่องพ่อแท้ๆ เพื่อปกป้องหัวใจเด็กๆ และยอมทนทุกข์จากการถูกพรากรักและการรังแกจากอังคณา แต่เธอยังคงรักและให้อภัย ทำให้เหมือนแม่ที่ยอมเสียสละความสุขตัวเองเพื่อครอบครัว ฉายานี้เหมาะเพราะพรรณีเป็นตัวแทนของความรักบริสุทธิ์ที่ไม่เคยจาง มยุริญทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและความเข้มแข็งซ่อนไว้
ข้อคิดจากตัวละครพรรณี คือความรักของแม่คือพลังที่ยิ่งใหญ่
เธอแสดงให้เห็นว่าความรักที่แท้จริงสามารถอดทนต่ออุปสรรคทุกอย่าง ไม่ว่าจะยากจน การถูกพรากรัก หรือการถูกทำร้าย แต่เธอเลือกปกป้องลูกด้วยการเสียสละและให้อภัย ซึ่งนำไปสู่การสมานฉันท์ครอบครัว ละครสอนให้เราเห็นคุณค่าของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข แทนที่จะตอบโต้ด้วยความแค้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความสงบสุขและการหลุดพ้นจากบ่วงกรรมเหมือนพรรณี
→ อาณัตพล ศิริชุมแสง รับบท เรืองโรจน์

เลขาฯ ส่วนตัวของธานินทร์ที่ดูน่าเชื่อถือและทุ่มเท แต่ลึกๆ แล้วภักดีสุดขีดต่ออังคณาเพียงคนเดียว เขาเป็นคนฉลาด คำนวณ ร้ายแบบเงียบ ไม่แสดงออกโจ่งแจ้งแต่คอยสอดส่องทุกอย่างในบริษัท เรืองโรจน์เริ่มเรื่องด้วยการสงสัยเมื่อธานินทร์รับพิณทองกลับมาทำงานและเลื่อนตำแหน่งอย่างผิดปกติ เขาแอบสืบประวัติและรายงานให้อังคณารู้ ทำให้เธอเข้าใจผิดว่าธานินทร์มีชู้กับพิณทอง และเริ่มรังควานครอบครัวพรรณี เรืองโรจน์คอยช่วยเหลืออังคณาในทุกแผนร้าย เช่น การใส่ร้ายเพชรแท้ให้ติดคดียาเสพติด จนครอบครัวต้องหนี
เมื่อธานินทร์รู้ความจริงและทำพินัยกรรมให้เพชรแท้ เรืองโรจน์ร่วมวางแผนฆ่าธานินทร์อย่างละเอียด หลอกไปบ้านร้าง ยิงแล้วจุดไฟเผา เพื่อป้ายความผิดให้เพชรแท้ชิงมรดก เขาเชื่อว่าทำเพื่อปกป้องอังคณาและผลประโยชน์ของเธอ แต่สุดท้ายถูกอังคณาหักหลังเมื่อแผนเริ่มรั่ว เธอหลอกให้เขาขับรถไปแล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุเพื่อปิดปาก อาณัตพลเล่นบทนี้ได้เยือกเย็น สายตาและท่าทางสื่อความร้ายที่ซ่อนไว้ ทำให้เรืองโรจน์เป็นตัวร้ายรองที่ขับเคลื่อนความเลวร้ายทั้งเรื่อง สะท้อนคนที่ภักดีผิดทางและยอมทำชั่วเพื่อคนที่รักฝ่ายเดียว ตัวละครนี้เพิ่มความตึงเครียดให้เรื่อง เพราะเป็นเงามืดที่คอยทรยศเจ้านายและช่วยตัวร้ายหลักจนถึงวาระสุดท้าย
ฉายาของเรืองโรจน์ คือเงาร้ายเบื้องหลัง
เขาคอยอยู่ข้างๆ อังคณาเหมือนเงาที่ไม่มีตัวตนแต่มีพิษร้าย วางแผนและรายงานทุกอย่างเพื่อสนับสนุนความแค้นของเธอ โดยไม่เคยออกหน้าเอง ทำให้แผนร้ายสำเร็จหลายครั้ง เช่น การใส่ร้ายเพชรแท้และฆ่าธานินทร์ ฉายานี้เหมาะเพราะเรืองโรจน์ไม่ใช่ตัวร้ายหลักแต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง อาณัตพลทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่เย็นชาและคำนวณทุกย่างก้าว
ข้อคิดจากตัวละครเรืองโรจน์ คือการภักดีที่ผิดทางนำมาซึ่งหายนะ
เขาแสดงให้เห็นว่าความจงรักภักดีต่อคนผิดหรือเพื่อเหตุผลชั่ว สามารถลากตัวเองลงเหวได้ เช่น การทรยศธานินทร์และร่วมแผนฆ่าเพื่ออังคณา แต่สุดท้ายถูกเธอหักหลังตายอย่างอนาถ ละครสอนให้เราเลือกข้างด้วยเหตุผลและคุณธรรม แทนที่จะยอมทำชั่วตามคนอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่จุดจบที่น่าเศร้าและไร้ค่าเหมือนเรืองโรจน์
→ รุจิภาส ก่อเกียรติ รับบท ชนกนันท์

ลูกสาวคนเล็กของธานินทร์และอังคณา สาวสังคมสูงที่ถอดแบบแม่มาทุกกระเบียดนิ้ว เธอเติบโตในคฤหาสน์หรูหรา ชอบช้อปปิ้งแบรนด์เนม ใช้เงินฟุ่มเฟือย และมองโลกด้วยความเย่อหยิ่งดูถูกคนจน ชนกนันท์เริ่มเรื่องด้วยภาพสาวน้อยเอาแต่ใจ อิจฉาริษยาง่าย และช่วยแม่ในความแค้นโดยไม่รู้ตัว เช่น การดูถูกเพชรแท้ตั้งแต่เจอกันที่สปอร์ตคลับ เพราะเขาแต่งตัวธรรมดาและมาจากชุมชนแออัด ทำให้เกิดปะทะคารมบ่อยครั้ง เธอสนับสนุนอังคณาในตอนแรก โดยไม่สงสัยในแผนร้ายต่างๆ ที่แม่ทำกับครอบครัวพรรณี เมื่อความลับเปิดเผยว่าเพชรแท้และพิณทองคือพี่น้องแท้ๆ ชนกนันท์ตกใจและรู้สึกถูกหักหลังจากชีวิตหรูหราที่เคยมี
แต่จุดเปลี่ยนคือเมื่อธานินทร์ตายและอังคณายิงตัวตายต่อหน้า เธอเห็นความเลวร้ายของแม่ชัดเจน ชนกนันท์ละทิ้งความเย่อหยิ่ง หันมาเปลี่ยนตัวเอง ดูแลเพชรแท้ที่บาดเจ็บและเจ็บปวด และเปิดใจยอมรับครอบครัวพรรณี รุจิภาสเล่นบทนี้ได้น่าหมั่นไส้ในช่วงแรก ด้วยท่าทางเหวี่ยงวีนและสายตาดูถูก แต่ค่อยๆ เผยด้านอ่อนโยนในตอนหลัง สะท้อนพัฒนาการจากสาวเอาแต่ใจไปสู่หญิงสาวที่เติบโตและให้อภัย ตัวละครนี้เพิ่มสีสันให้เรื่อง เพราะเป็นตัวแทนของคนรวยที่ถูกเลี้ยงมาแบบผิดๆ แต่สุดท้ายเลือกทางที่ถูกด้วยตัวเอง ทำให้สองครอบครัวสมานฉันท์กัน
ฉายาของชนกนันท์ คือสาวน้อยเย่อหยิ่ง
เธอเริ่มต้นด้วยภาพเจ้าหญิงในคฤหาสน์ที่ดูถูกคนอื่น โดยเฉพาะคนจนอย่างเพชรแท้และครอบครัวพรรณี ชอบเหวี่ยงวีนและใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่าง เพราะถูกแม่เลี้ยงมาแบบนั้น ฉายานี้เหมาะเพราะสะท้อนด้านเด็กๆ และเอาแต่ใจที่ทำให้คนดูหมั่นไส้ แต่สุดท้ายเธอละทิ้งฉายานี้เมื่อเติบโต รุจิภาสทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยความน่ารำคาญแต่มีเสน่ห์ซ่อนไว้
ข้อคิดจากตัวละครชนกนันท์ คือการเปลี่ยนแปลงตัวเองนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
เธอแสดงให้เห็นว่าคนที่เคยเย่อหยิ่งและยึดติดกับฐานะ สามารถเติบโตและเปิดใจได้เมื่อเผชิญความจริง เช่น การละทิ้งความดูถูกเพชรแท้และหันมาดูแลเขา ละครสอนให้เราไม่ยึดติดกับสิ่งที่ถูกปลูกฝังผิดๆ และเลือกทางแห่งการให้อภัย ซึ่งนำไปสู่มิตรภาพใหม่และครอบครัวที่สมบูรณ์ แทนที่จะจมอยู่กับความแค้นเหมือนอังคณา
→ วิยะดา อุมารินทร์ รับบท สำอางค์

ป้าเพื่อนบ้านใจดีในชุมชนแออัดที่อาศัยใกล้บ้านพรรณี เธอเป็นหญิงสูงวัยที่ผ่านโลกมามากแต่ยังคงความร่าเริงและเมตตา คอยช่วยเหลือสามแม่ลูกพรรณีในทุกยามเดือดร้อน สำอางค์เพิ่มความอบอุ่นให้ครอบครัวยากจนนี้ โดยเป็นคนคอยดูแลบ้านตอนพวกเขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากแผนร้ายของอังคณา ให้คำปรึกษาเมื่อพรรณีทุกข์ใจ และช่วยงานบ้านหรือเลี้ยงเด็กๆ ในช่วงวิกฤต เธอมักพูดจาโผงผางแต่เต็มเปี่ยมด้วยความจริงใจ ชอบแซวเล่นและให้กำลังใจ ทำให้ชุมชนมีสีสันแม้ชีวิตจะลำบาก สำอางค์ร่วมกับผึ้งเป็นตัวแทนของมิตรภาพเพื่อนบ้านที่คอยสนับสนุนครอบครัวพรรณี
โดยเฉพาะตอนเพชรแท้ถูกใส่ร้ายหรือพิณทองเจอดราม่าที่บริษัท เธอช่วยเก็บข้อมูลหรือเป็นพยานในบางเหตุการณ์เล็กๆ ที่เพิ่มน้ำหนักให้เรื่องราวด้านบวก วิยะดาเล่นบทนี้ได้ธรรมชาติ ด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่อบอุ่น สะท้อนภาพป้าที่ผ่านความยากลำบากแต่เลือกมองโลกในแง่ดี สำอางค์ไม่ใช่ตัวละครหลักแต่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความสมดุลให้เรื่อง เพราะในละครที่เต็มไปด้วยความแค้นและดราม่า เธอเป็นแสงสว่างที่ทำให้คนดูยิ้มได้และเห็นว่าความดีงามยังมีอยู่แม้ในชุมชนยากจน ตัวละครนี้ช่วยขับเคลื่อนเรื่องด้วยการเป็นที่พึ่งให้พรรณีและลูกๆ จนสุดท้ายครอบครัวสมานฉันท์กัน
ฉายาของสำอางค์ คือป้าใจทอง
เธอเป็นเพื่อนบ้านที่พร้อมช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คอยดูแลและให้กำลังใจครอบครัวพรรณีในช่วงวิกฤต ทำให้เหมือนป้าที่มีหัวใจทองคำซ่อนไว้ใต้ความโผงผาง ฉายานี้เหมาะเพราะสำอางค์เพิ่มความอบอุ่นให้เรื่องราวมืดมิด วิยะดาทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยความร่าเริงและเมตตา
ข้อคิดจากตัวละครสำอางค์ คือความใจดีสร้างมิตรภาพที่แท้จริง
เธอแสดงให้เห็นว่าการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน สามารถเป็นพลังสนับสนุนในยามยากลำบาก เช่น การคอยอยู่เคียงข้างพรรณีและลูกๆ ทำให้ครอบครัวอดทนผ่านพ้นวิกฤต ละครสอนให้เราเห็นคุณค่าของเพื่อนบ้านและชุมชน ซึ่งนำไปสู่ความเข้มแข็งและความสุขร่วมกัน แทนที่จะปล่อยให้ความยากจนหรือดราม่าครอบงำ
→ ตี๋ ดอกสะเดา รับบท ศักดา

คนขับรถส่วนตัวของธานินทร์ ชายวัยกลางคนที่ซื่อสัตย์และภักดีสุดชีวิตต่อเจ้านาย เขาเป็นตัวละครสมทบที่อยู่เบื้องหลังความหรูหราของครอบครัวเลิศชัยวัฒน์ คอยขับรถรับส่งธานินทร์ไปทำงานและที่ต่างๆ ด้วยความทุ่มเท ศักดาไม่ใช่คนรวยหรือมีอำนาจ แต่เขารักและห่วงธานินทร์เหมือนพ่อ ทุกครั้งคอยเตือนสติหรือให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเห็นเจ้านายทุกข์ใจจากปัญหาครอบครัวหรืออาการป่วยที่ปิดบัง เขาเป็นคนพูดตรงแต่ใจดี ชอบแซวเล่นเพื่อคลายเครียดให้ธานินทร์ในช่วงที่ชีวิตเจ้านายเต็มไปด้วยความขมขื่นจากอังคณาและความลับอดีต ศักดาเพิ่มมุกตลกเบาๆ ให้เรื่องที่ดราม่าหนัก
เพราะสไตล์การแสดงของตี๋ ดอกสะเดาที่นำความเฮฮามาใส่ ทำให้ฉากในรถหรือตอนธานินทร์เหงาไม่น่าเบื่อ เขาคอยสังเกตเหตุการณ์รอบตัว เช่น ความสัมพันธ์ผิดปกติของธานินทร์กับพิณทอง หรือแผนร้ายที่เริ่มก่อตัว แต่ด้วยความซื่อสัตย์ เขาเลือกอยู่ข้างเจ้านายเสมอ ไม่ทรยศหรือยุ่งเกี่ยวกับความแค้นของอังคณาและเรืองโรจน์ สุดท้ายศักดาเป็นพยานเงียบๆ ในโศกนาฏกรรมของธานินทร์ และช่วยให้เรื่องมีด้านมนุษย์ที่อบอุ่น ท่ามกลางความมืดมิดของพล็อต ตี๋เล่นบทนี้ได้ธรรมชาติ ผสมความตลกกับความจริงใจ ทำให้ศักดาเป็นตัวละครสมทบที่คนดูจดจำและเอ็นดู แม้บทไม่เยอะแต่ช่วยสมดุลอารมณ์เรื่องได้ดี
ฉายาของศักดา คือคนขับรถผู้ซื่อสัตย์
เขาคอยอยู่เคียงข้างธานินทร์เหมือนเงาตามตัว ขับรถรับส่งและห่วงใยเจ้านายทุกเรื่อง โดยไม่เคยทรยศหรือคิดร้ายแม้เห็นความลับมากมาย ฉายานี้เหมาะเพราะศักดาเป็นตัวแทนของคนงานที่ภักดีสุดใจ ตี๋ ดอกสะเดาทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยความจริงใจและมุกตลกเบาๆ
ข้อคิดจากตัวละครศักดา คือความซื่อสัตย์นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ
เขาแสดงให้เห็นว่าการภักดีต่อเจ้านายหรือคนที่เรารัก โดยไม่หวังผลตอบแทนมากมาย สามารถทำให้ชีวิตมีคุณค่า เช่น การคอยห่วงใยธานินทร์ในช่วงวิกฤต ละครสอนให้เราเห็นคุณค่าของความจริงใจในงานและความสัมพันธ์ ซึ่งนำไปสู่ความสงบในใจ แม้ในเรื่องราวที่เต็มไปด้วยการทรยศ
→ พัสกร พลบูรณ์ รับบท ผึ้ง

เพื่อนบ้านในชุมชนแออัดที่อาศัยใกล้บ้านพรรณี เธอเป็นสาววัยทำงานที่ขยันและใจดี คอยช่วยเหลือสามแม่ลูกพรรณีในทุกเรื่องราวเดือดร้อน ผึ้งเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ชุมชนยากจนนี้ โดยเป็นคนคอยซ่อมแซมบ้านเรือน ช่วยงานหนัก หรือให้ยืมเงินในยามจำเป็น ทำให้ครอบครัวพรรณีรู้สึกไม่โดดเดี่ยว เธอมักปรากฏในฉากชีวิตประจำวัน เช่น ช่วยเพชรแท้ยกของหนัก แซวพิณทองเล่นเพื่อคลายเครียด หรือคอยปลอบพรรณีเมื่อเธอทุกข์ใจจากปัญหาครอบครัวและการรังแกจากอังคณา ผึ้งร่วมกับป้าสำอางค์เป็นตัวแทนของมิตรภาพเพื่อนบ้านที่แท้จริง คอยเฝ้าบ้านตอนพวกเขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากคดียาเสพติดของเพชรแท้ หรือช่วยเก็บข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเป็นหลักฐานในภายหลัง
เธอเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาแต่เต็มเปี่ยมด้วยความห่วงใย ชอบยิ้มและสร้างบรรยากาศสนุกสนาน ท่ามกลางดราม่าหนักของเรื่อง พัสกรเล่นบทนี้ได้เป็นธรรมชาติ ด้วยรอยยิ้มและท่าทางเป็นกันเอง ทำให้ผึ้งเป็นตัวละครสมทบที่คนดูเอ็นดูและรู้สึกอบอุ่น ผึ้งไม่ใช่ตัวหลักแต่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความสมดุลให้เรื่อง เพราะในละครที่เต็มไปด้วยความแค้นและโศกนาฏกรรม เธอเป็นส่วนที่ทำให้เห็นว่าชุมชนคนจนยังมีน้ำใจและความสามัคคี ช่วยขับเคลื่อนเรื่องด้านบวกและทำให้ครอบครัวพรรณีอดทนผ่านพ้นวิกฤตไปได้
ฉายาของผึ้ง คือเพื่อนบ้านผู้พิทักษ์
เธอคอยเฝ้าระวังและช่วยเหลือครอบครัวพรรณีเหมือนผู้พิทักษ์เงียบๆ ในชุมชน ซ่อมแซม ปลอบใจ และยืนเคียงข้างในยามยาก ทำให้เหมือนคนที่คอยปกป้องเพื่อนบ้านจากปัญหา ฉายานี้เหมาะเพราะผึ้งเพิ่มความเข้มแข็งให้เรื่องราว พัสกรทำให้ฉายานี้ติดตัวละคร ด้วยการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยความเป็นกันเองและน้ำใจ
ข้อคิดจากตัวละครผึ้ง คือมิตรภาพเพื่อนบ้านคือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่
เธอแสดงให้เห็นว่าการช่วยเหลือกันในชุมชน แม้ตัวเองจะลำบาก สามารถเป็นพลังสนับสนุนให้ผ่านพ้นวิกฤตได้ เช่น การคอยอยู่เคียงข้างพรรณีและลูกๆ ในช่วงหนีภัย ละครสอนให้เราเห็นคุณค่าของความสามัคคีและน้ำใจ ซึ่งนำไปสู่ความอบอุ่นและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
หลายปีหลังจากโศกนาฏกรรมที่คลี่คลายใน “บ่วงรัก” ภาคแรก สองครอบครัวที่เคยขัดแย้งอย่างรุนแรงได้สมานฉันท์กันอย่างอบอุ่น ชนะศึกและพิณทองแต่งงาน มีลูกชายตัวน้อยที่สดใสและฉลาด เพชรแท้กับชนกนันท์ก็ใช้ชีวิตคู่ที่มั่นคง โดยเพชรแท้รับช่วงต่อธุรกิจบางส่วนจากมรดกของธานินทร์ ขณะที่ชนกนันท์ละทิ้งความเย่อหยิ่ง หันมาช่วยงานการกุศลในชุมชน พรรณีกลายเป็นคุณย่าที่สุขสงบ รำลึกถึงธานินทร์ด้วยรอยยิ้ม แต่ความสงบนี้กลับถูกสั่นคลอนเมื่อ “บ่วงกรรม” ใหม่เริ่มรัดแน่นอีกครั้ง
เรื่องราวในภาค 2 เริ่มต้นด้วยการปรากฏตัวของ “ธารา” หญิงสาวลึกลับวัย 30 ต้นๆ ที่อ้างตัวว่าเป็นลูกสาวแท้ๆ ของธานินทร์จากความสัมพันธ์ลับในอดีต ก่อนที่เขาจะแต่งงานกับอังคณา ธาราถือเอกสารและดีเอ็นเอที่ดูน่าเชื่อถือ มาพร้อมทนายความเพื่อเรียกร้องส่วนแบ่งมรดกมหาศาลที่ธานินทร์เคยทำพินัยกรรมไว้ให้ลูกๆ เท่านั้น ความจริงนี้ทำให้ครอบครัวสั่นสะเทือน โดยเฉพาะเพชรแท้ที่เพิ่งยอมรับธานินทร์เป็นพ่อ เขารู้สึกถูกหักหลังอีกครั้ง และเริ่มสงสัยว่าธาราเป็นตัวปลอมที่ถูกส่งมาเพื่อทำลายความสงบ
ขณะเดียวกัน ชนะศึกที่กำลังขยายธุรกิจเจอคู่แข่งรายใหม่ที่โหดเหี้ยม เป็นบริษัทจากต่างประเทศที่นำโดย “เรืองชัย” ชายหนุ่มที่เผยตัวว่าเป็นหลานชายของเรืองโรจน์ เลขาฯ เก่าที่ตายอย่างอนาถ เรืองชัยแอบแฝงตัวเข้ามาในบริษัทด้วยการลงทุน และค่อยๆ วางแผนแก้แค้นให้ป้า (อังคณา) โดยการทำลายชื่อเสียงและยักยอกเงินทุน พิณทองที่ตอนนี้เป็นผู้บริหารฝ่ายบุคคล เริ่มสงสัยในพฤติกรรมของเรืองชัย และเกิดความรักสามเส้าขึ้นเมื่อเขาพยายามจีบเธอเพื่อแผนการ
ดราม่าหนักขึ้นเมื่อลูกชายของชนะศึกและพิณทองเริ่มป่วยโรคประหลาดที่สืบทอดทางพันธุกรรมจากธานินทร์ ทำให้พรรณีต้องเปิดเผยความลับอีกข้อว่าธานินทร์เคยป่วยหนักตั้งแต่อดีต ชนกนันท์ที่ตั้งครรภ์ลูกคนแรกกับเพชรแท้ เผชิญความกลัวว่าจะส่งต่อโรคนี้ให้ลูก ด้านป้าสำอางค์และผึ้งยังคงเป็นที่พึ่งในชุมชน แต่ครั้งนี้พวกเขาช่วยสืบหาความจริงเกี่ยวกับธารา จนพบว่าเธออาจไม่ใช่ตัวปลอมจริงๆ แต่ถูกจัดการโดยคนที่ต้องการแก้แค้นเก่า
จุดไคลแมกซ์เกิดเมื่อเรืองชัยร่วมมือกับทนายของธาราเพื่อฟ้องร้องและทำลายธุรกิจ สองพี่น้องเพชรแท้และชนะศึกต้องรวมพลังปกป้องมรดกพ่อ ขณะที่พิณทองและชนกนันท์ใช้ความเข้มแข็งช่วยสืบความจริง สุดท้ายความลับทั้งหมดเปิดเผย ธาราเป็นลูกแท้จริงแต่ถูกทิ้งตั้งแต่เด็ก เธอเลือกให้อภัยและเข้าร่วมครอบครัว ส่วนเรืองชัยถูกจับได้และยอมรับผิด ครอบครัวยิ่งใหญ่ขึ้นแต่แข็งแกร่งกว่าเดิม

