ละคร ดั่งพรหมลิขิตรัก 2561 (EP.1-22 ตอนจบ) HD END

เพียงแรกพบสบพักตร์พี่รักเจ้า อยากขอเฝ้าเคล้านางไม่ห่างหาย หากได้น้องครองแนบชิดสนิทกาย หญิงทั้งหลายพี่ไม่แลแค่มองเธอ รสิกา หลงเข้าไปในสยามยุคปี 2466 ในฐานะ การะเกด หญิงสาวผู้เรียบร้อย ดีกรีลูกสาวท่านเจ้าพระยา เธอได้พบกับหม่อมเจ้าดนัยเทพรังสรรค์ ราชนิกุลหนุ่ม เจ้าของดวงหน้าหล่อแบบโบร่ำโบราณ และต่างก็หลงรักกันแทบจะในทันที เธอกับเขาไม่น่าจะสานสัมพันธ์กันได้ด้วยกรอบประเพณี ยุคสมัย และพื้นเพความเชื่อที่ต่างกัน รวมทั้งเขานั้นมีคู่หมายเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว หัวใจสองดวงที่เชื่อว่าพรหมลิขิตรักนั้นมีอยู่จริง จะพาทั้งสองก้าวข้ามอุปสรรคทั้งหลายไปได้อย่างไร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาที่ดลบันดาล หรือว่าฟ้าที่ลิขิตกันแน่ จึงทำให้เขาและเธอมาพบกันในสถานะที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทว่าความรักเป็นสิ่งที่มักจะอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติอยู่เสมอ หัวใจของเขาจึงมอบแด่เธอเพียงผู้เดียว



ละคร ดั่งพรหมลิขิตรัก 2561

ละคร ดั่งพรหมลิขิตรัก 2561

ละคร ดั่งพรหมลิขิตรัก 2561 EP.1-22

ฉากเด็ด ละคร ดั่งพรหมลิขิตรัก 2561

อัศจรรย์แห่งรัก Ost.ดั่งพรหมลิขิตรัก | เบียร์ ภัสรนันท์ | Official MV เพียงหนึ่งคำ Ost.ดั่งพรหมลิขิตรัก | แหนม รณเดช | Official MV

ละคร ดั่งพรหมลิขิตรัก 2561

รสิกา สาวสวยบุคลิกทันสมัย คลั่งไคล้การอ่านนิยายและดูหนังประเภทย้อนอดีต อยู่ ๆ เธอ ก็พลัดหลงมาในช่วงปี พ.ศ. 2466 ทำให้เธอได้พบกับ หม่อมเจ้าดนัยเทพรังสรรค์ แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป

รสิกา (โรส) ครีเอทีฟโฆษณาสาวสวยบุคลิกทันสมัย มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก แต่กลับคลั่งไคล้การอ่านนิยาย และดูหนังประเภทย้อนอดีต ข้ามภพข้ามชาติเป็นชีวิตจิตใจ ในห้องนอนของรสิกาจึงมีแผ่นหนัง และหนังสือพวกนี้สะสมไว้เป็นจำนวนมาก วันหนึ่งรสิกาไปซื้อหนังสือนิยายพีเรียดสมัยรัชกาลที่ 6 ตอนปลาย (พ.ศ. 2466-2474) มาจากร้านหนังสือลึกลับในตลาดนัดสวนจตุจักร เรื่อง ดั่งพรหมลิขิตรัก เป็นหนังสือเก่า ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 25 ปีที่แล้ว สภาพหนังสือก็เก่าแก่ไปตามกาลเวลา ตัวหนังสือชื่อเรื่องที่หน้าปกเลือนรางไปเล็กน้อย กระดาษเนื้อในก็เป็นสีเหลืองเก่า ๆ แต่รสิกาก็ซื้อมาเพราะถูกใจคำกลอนบนปกหลัง ที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนใครบางคนเขียนถึงตน (เหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นการมโนของรสิกาทั้งสิ้น ที่อ่านนิยายแล้วคิดไปว่าตนเป็นนางเอกในนิยาย)

หลังจากซื้อหนังสือเสร็จรสิกาก็ขึ้น BTS กลับบ้าน ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถไฟฟ้ารสิกาก็หยิบหนังสือนิยายเล่มนั้นขึ้นมาอ่าน ทันใดนั้น รสิกาก็รู้สึกเหมือนบรรยากาศรอบตัวมีภาพของบ้านเมืองในยุคเดียวกับในหนังสือซ้อนทับขึ้นมาแบบราง ๆ รสิกาคิดว่าตนคงเดินซื้อหนังสืออยู่ในตลาดนัดที่ร้อนอบอ้าวนานเกินไปจนหน้ามืดจึงหยุดอ่านครู่หนึ่ง จนรู้สึกว่าการดีขึ้นก็อ่านต่อ ปรากฏว่าอาการเดิมก็เกิดขึ้นอีก ทำให้รสิกาแปลกใจมากว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตนอยู่นี้มันคืออะไรกันแน่ เมื่อกลับถึงบ้าน รสิกาก็อ่านนิยายต่อ แล้วก็เกิดอาการเดิมซ้ำอีก รสิกาเริ่มชินกับอาการประหลาดแล้วจึงอ่านต่อไปเรื่อย ๆ จนอินกับเนื้อเรื่องในนิยายมากถึงขั้นบอกกับบัว และอำพล ผู้เป็นพ่อและแม่ว่า เนื้อเรื่องในนิยายจะต้องเป็นอดีตชาติของตนกับหม่อมเจ้าดนัยเทพรังสรรค์ พรหมกุล (ท่านชายก้อง) ผู้เป็นพระเอกในนิยายแน่ ๆ

แต่ยิ่งอ่าน รสิกาก็ยิ่งทนไม่ได้เพราะการะเกด นางเอกในนิยายที่รสิกาปักใจเชื่อว่าเป็นอดีตชาติของตนนั้นถูกบุษริน ผู้เป็นแม่เลี้ยง และบุษยาลูกติดสามีเก่าของบุษรินกดขี่ห่มเหง และเอารัดเอาเปรียบทุกทาง การะเกดเป็นคนเรียบร้อยมาก หัวอ่อน ไม่สู้คน และทั้งที่เป็นลูกสาวเจ้าพระยาแต่กลับชอบหมกตัวทำกับข้าว ทำขนมอยู่แต่ในครัว ไม่ยอมออกไปไหนนอกจากไปวัด รสิกาอ่านแล้วก็คิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นการะเกดจะไม่มีวันได้เจอกับท่านชายก้องแน่นอน และตนก็จะไม่ได้พบท่านชายในฝันที่กำลังปลื้มอยู่ด้วยนั่นเอง

รสิกาพยายามเลียนแบบวิธีเดินทางย้อนอดีตแบบหนังเรื่อง Somewhere in time ซึ่งเป็นหนังเก่าที่ รสิกาเคยดูเมื่อ 10 ปีก่อน และประทับใจมาก จนเป็นเหตุให้คลั่งไคล้นิยาย และหนังประเภทนี้มากมาจนถึงปัจจุบัน รสิกาจัดห้องนอนให้เหมือนสมัยรัชกาลที่ 6 ตอนปลาย หาสิ่งของเครื่องใช้สมัยนั้นมาตกแต่งห้อง และพยายามสะกดจิตตัวเองว่าตนคือการะเกด เลียนแบบพระเอกในหนังทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปได้ มีนและโอม เพื่อนสนิทของรสิกาที่ทำงานอยู่บริษัทเดียวกันรู้เรื่องเข้าก็หาว่ารสิกาบ้า ที่มโนตามนิยายเป็นตุเป็นตะขนาดนี้ ทั้งคู่พยายามพูดให้รสิกาเลิกคิดเพ้อเจ้อ แต่รสิกาก็ยืนยันหนักแน่นว่าตนไม่ได้คิดไปเอง และจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเนื้อเรื่องในนิยายนั้นเป็นเรื่องของตนกับท่านชายก้องจริง ๆ

เมื่อวิธีการเดินทางย้อนเวลาแบบหนังเรื่อง Somewhere in time, Back to the future และอีกหลายเรื่องที่รสิกางัดมาใช้ไม่ได้ผล รสิกาจึงไปหาซื้อกระจกแบบในนิยายเรื่องทวิภพมาตั้งไว้ในห้องนอน แล้วนั่งจ้องนอนจ้องทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของท่านชายก้องในกระจกบานนั้น อำพลเห็นรสิกาอินกับนิยายมากเกินไปก็นึกเป็นห่วง กลัวลูกสาวจะเพี้ยน อยากพาไปพบจิตแพทย์ แต่บัวซึ่งเคยเป็นครูบรรณารักษ์ที่คลั่งไคล้การอ่านนิยายไม่แพ้รสิกา กลับมองว่ามันคือความสุขของนักอ่านนิยายสาว ๆ ทั่วไปที่มักจะหลงใหลได้ปลื้มพระเอกในนิยายแล้วจินตนาการไปว่าตนเป็นนางเอกนิยายเรื่องนั้น ๆ อำพลไม่อยากเถียงบัว จึงได้แต่จับตาดูรสิกาอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วง

วันต่อมา รสิกาต้องออกไปพรีเซ็นต์งานที่บริษัทลูกค้ากะทันหัน จึงหยิบหนังสือนิยายที่ยังอ่านไม่จบติดมือไปอ่านต่อบนรถไฟฟ้า BTS ด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขณะที่รสิกาอ่านนิยายอยู่นั้นบรรยากาศรอบตัวของรสิกาก็เปลี่ยนจากยุคปัจจุบัน กลายเป็นสมัยรัชกาลที่ 6 รถไฟฟ้าที่นั่งอยู่ตอนแรกก็กลายเป็นรถราง รสิกาประหลาดใจมาก แต่ก็ดีใจด้วยที่ตนสามารถเดินทางย้อนเวลามาหาท่านชายก้องได้แล้วจริง ๆ รสิการีบลงจากรถรางแล้วไปตามหาท่านชายก้องทันที รสิกาตามหาท่านชายก้องไปทั่วจนมาถึงวังทินวงศ์ ซึ่งกำลังมีงานเลี้ยงวันเกิดของ ม.ร.ว. วิไลเลขา ทินวงศ์ (หญิงแต้ว) แขกเหรื่อในงานเห็นรสิกาก็พากันแตกตื่นตกใจ เพราะรสิกาแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดเข้ารูปกับกางเกงยีนส์ขาด ๆ ตามสมัยนิยม แถมยังพูดจาด้วยภาษาสมัยใหม่ที่ไม่คุ้นหูคนใน พ.ศ. 2466 อีก ก็ยิ่งทำให้คนในงานคิดว่ารสิกาเป็นคนบ้า

หม่อมเจ้ารวีโชติ พ่อของหญิงแต้วให้คนรับใช้ช่วยกันไล่จับรสิกาโยนออกไปนอกงาน รสิกาวิ่งหนีไปชนกับท่านชายก้องที่มาร่วมงานด้วย ท่านชายก้องเห็นหน้ารสิกาก็ตกตะลึง เพราะรสิกาหน้าเหมือนผู้หญิงที่ตนเคยฝันถึงบ่อย ๆ ด้วยเหตุนี้ท่านชายก้องจึงช่วยให้รสิกาหนีออกจากงานเลี้ยงไปได้แบบหวุดหวิด โดยที่ทั้งคู่ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันเลย หลังจากช่วยให้รสิกาหนีออกจากงานเลี้ยงไปได้แล้ว จิตใจของท่านชายก้องก็พะวงอยู่แต่กับรสิกา อยากรู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน สร้างความน้อยใจให้หญิงแต้วมาก จน พีระ ผู้ติดตามและควบตำแหน่งเพื่อนสนิทของท่านชายก้องต้องออกปากเตือนท่านชายก้อง ให้ใส่ใจความรู้สึกของหญิงแต้วบ้าง เพราะถึงแม้ท่านชายก้องจะไม่ได้รักหญิงแต้ว แต่ก็ตกปากรับคำกับผู้ใหญ่ไปแล้วว่าจะยอมหมั้นหมายด้วย จึงควรถนอมน้ำใจหญิงแต้วบ้าง เพราะหญิงแต้วรักท่านชายก้องมากจริง ๆ

ในขณะเดียวกัน ชวาลา (ต้น) ผู้เป็นญาติสนิทของท่านชายก้องก็ดูออกว่าพีระแอบรักหญิงแต้วมานานโดยที่ท่านชายก้องไม่รู้เรื่อง แต่เพราะความเจียมตัวว่าเป็นเพียงลูกมหาดเล็กในวังที่ได้รับการชุบเลี้ยงอย่างดี ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกับท่านชายก้องทุกอย่างเพื่อจะได้ติดตามรับใช้ท่านชายก้องอย่างใกล้ชิด จึงทำให้พีระยอมเก็บงำความรู้สึกของตัวเองมาโดยตลอด ชวาลาเคยบอกให้พีระสารภาพกับท่านชายก้อง เพราะถ้าท่านชายก้องรู้ว่าพีระรักหญิงแต้ว ท่านชายก้องจะต้องสนับสนุนความรักของพีระกับหญิงแต้วแน่นอน แต่พีระไม่อยากสร้างความลำบากใจให้หญิงแต้ว จึงยอมเจ็บเสียเอง

รสิกาหนีออกจากงานวันเกิดของหญิงแต้ว มาจนถึงหน้าบ้านของ เจ้าพระยารามณรงค์เดช ผู้เป็นพ่อของการะเกด ที่หน้าบ้านมีต้นจามจุรีต้นใหญ่เหมือนหน้าบ้านของรสิกาในยุคปัจจุบัน รสิกาจึงรีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความคุ้นเคย ทันใดนั้น จวง บ่าวประจำตัวของการะเกด ที่รอการกลับมาของการะเกดอยู่อย่างใจจดใจจ่อก็เข้ามาทึกทักว่ารสิกาคือคุณหนูการะเกดของตน เพราะรสิกาหน้าตาเหมือนการะเกดราวกับคนเดียวกัน รสิกายอมรับสมอ้างสวมรอยเป็นการะเกดเพราะอยากจะช่วยการะเกดเอาคืนบุษริน และบุษยาอยู่แล้ว

รสิกาถูกจวงพาเข้ามาในห้องนอน ถูกจับเปลี่ยนเสื้อผ้าจากเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขาด ๆ มาเป็นเป็นโจงกระเบนกับผ้าแทบแบบที่การะเกดชอบใช่แทน แต่รสิกาไม่ยอมใส่ แถมยังโวยวายว่าตอนนี้ทางราชการให้มีการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายจากโจงกระเบนมาเป็นนุ่งซิ่นแทนแล้ว ตนไม่ยอมแต่งตัวล้าสมัยเด็ดขาด ทำให้จวงแปลกใจมาก เพราะเมื่อก่อนไม่ว่าจวงจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร การะเกดก็ไม่ยอมนุ่งซิ่นแต่วันนี้กลับโวยวายว่าจะนุ่งเสียเอง จากนั้นรสิกาก็หลอกถามจวงจนรู้ว่าการะเกดถูกบุษรินกับบุษยาใช้ให้ไปซื้อของตั้งแต่เช้าแล้วก็หายเงียบไป จวงร้อนใจมาก ให้คนออกไปตามหาแต่ก็ไม่เจอ จนกระทั่งถึงตอนค่ำที่รสิกาวิ่งเข้ามาในบ้าน จวงจึงดีใจมาก จนไม่สนใจว่าคุณหนูการะเกดของตนไปเอาเสื้อผ้าแปลก ๆ จากไหนมาใส่

รสิกาถามข้อมูลส่วนตัวของการะเกดหลายอย่าง จนจวงรู้สึกว่าการะเกดมีอาการเพี้ยน ๆ พูดจาด้วยภาษาไม่คุ้นหู แถมยังจำเรื่องราวของตัวเองไม่ได้อีกด้วย รสิกากลัวถูกจวงจับได้ว่าตนไม่ใช่การะเกดตัวจริงจึงหยุดถาม แล้วเตรียมตัวจะเข้านอน แต่จู่ ๆ บุษริน ผู้เป็นแม่เลี้ยงของการะเกดและบุษยา ลูกติดสามีเก่าของบุษรินที่เพิ่งกลับจากงานวันเกิดหญิงแต้วก็พรวดพราดเข้ามาในห้อง แล้วถามรสิกาว่าไปอยู่ที่งานวันเกิดของหญิงแต้วได้อย่างไร รสิกาโกหกว่าตนไม่ได้อยู่ในงาน แต่ไปซื้อของตามคำสั่งของบุษรินตั้งแต่เช้าเพิ่งกลับ บุษรินและบุษยาไม่เชื่อ แต่รสิกาก็ใช้ไหวพริบพูดเอาตัวรอดไปได้ สองแม่ลูกรู้สึกแปลกใจมากที่อยู่ ๆ การะเกดที่เคยเรียบร้อย หัวอ่อนก็ลุกขึ้นมาพูดจายอกย้อน เถียงพวกตนฉอด ๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

จวงดีใจมากที่คุณหนูของตนสามารถจัดการบุษริน และบุษยาจนกระเจิงไปได้ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน การะเกดก็คงจะยอมให้สองแม่ลูกดุด่าและไล่ต้อนจนจนมุมไปแล้ว จวงเห็นการะเกดเริ่มสู้คน ไม่ใช่คนหัวอ่อนเรียบร้อยที่ชอบเก็บตัวทำอาหารอยู่แต่ในครัวเหมือนเมื่อก่อน ก็ยุให้การะเกดทวงเครื่องเพชรที่บุษรินยืมไปแล้วไม่ยอมคืนเอากลับมาให้ได้ รสิการับปากว่าจะจัดการให้ เพราะหมั่นไส้สองแม่ลูกตัวแสบตั้งแต่ตอนอ่านนิยายแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น รสิกาเริ่มปฏิบัติการเอาคืนบุษรินกับบุษยาแทนการะเกด โดยการทวงเครื่องเพชรคืนต่อหน้าเจ้าพระยารามณรงค์เดช และชรินทร์ผู้เป็นพี่ชายของการะเกด เจ้าพระยารามณรงค์เดชไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน พอรู้เข้าก็สั่งให้บุษรินคืนเครื่องเพชรให้การะเกด เพราะเครื่องเพชรชุดที่บุษรินยืมไปนั้นเป็นของนวลลออ แม่ของการะเกดที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็ยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับสองแม่ลูกมากขึ้นไปอีก

บุษรินไม่ยอมแพ้ หาเรื่องฟ้องเจ้าพระยารามณรงค์เดชว่าเมื่อคืนนี้เห็นรสิกาอยู่ในงานวันเกิดของหญิงแต้ว เพื่อหวังจะให้การะเกดถูกดุที่ออกไปทำตัวแปลกประหลาดกลางที่สาธารณะ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล แต่รสิกาก็ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จแก้ตัวไปว่าปกติตนอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนและเป็นคนเรียบร้อยมาก จะไปอยู่ในงานเลี้ยงของคนที่ไม่รู้จักได้อย่างไร เจ้าพระยารามณรงค์เดชเชื่อรสิกา เพราะรู้นิสัยการะเกดดีว่าไม่ชอบออกนอกบ้าน และยิ่งเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ของคนที่ไม่รู้จักยิ่งไม่มีทางที่การะเกดจะไปแน่นอน

จากนั้นเจ้าพระยารามณรงค์เดชก็หันไปเล่นงานบุษริน ว่าที่พูดอย่างนี้เป็นเพราะบุษรินกับบุษยาไปงานวันเกิดหญิงแต้วมาใช่หรือไม่ บุษรินที่เกรงอำนาจสามีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ยอมรับตามตรงว่าใช่ ทำให้เจ้าพระยารามณรงค์เดชก็ไม่พอใจมาก เพราะเคยสั่งห้ามไม่ให้บุษรินไปยุ่งกับหม่อมเจ้ารวีโชติและหม่อมประภา เนื่องจากเจ้าพระยารามณรงค์เดชกับหม่อมเจ้ารวีโชติเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน สมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นหนุ่มอยู่นั้นเคยหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน นั่นก็คือนวลลออซึ่งเป็นข้าหลวงคนสนิทของเสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำ แต่นวลลออเลือกที่จะแต่งงานกับเจ้าพระยารามณรงค์เดช หม่อมเจ้ารวีโชติจึงประชดรักด้วยการแต่งงานกับหม่อมประภา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนวลลออทั้งที่ไม่ได้รัก ซึ่งหม่อมประภาก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าหม่อมเจ้ารวีโชติไม่ได้รักตน แต่ก็ยอมแต่งงานด้วยเพราะหม่อมประภารักหม่อมเจ้ารวีโชติมาก และนั่นก็เป็นบาดแผลในใจของหม่อมประภามาตลอด เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้หม่อมเจ้ารวีโชติโกรธแค้นเจ้าพระยารามณรงค์เดชมาก และถึงแม้ว่านวลลออจะเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่คลอดการะเกดได้ไม่นาน แต่หม่อมเจ้ารวีโชติก็ยังผูกใจเจ็บมาจนทุกวันนี้

ทางด้านท่านชายก้องก็ถูกหม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณราย ผู้เป็นแม่เรียกไปพบ หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายบอกว่าตนถูกหม่อมเจ้ารวีโชติ และหม่อมประภา พ่อและแม่ของหญิงแต้วเร่งรัดเรื่องการหมั้นของท่านชายก้องกับหญิงแต้วมาแล้ว แต่ท่านชายก้องยังไม่อยากหมั้น เพราะตอนนี้จิตใจพะวงอยู่แต่กับรสิกา ผู้หญิงที่มีหน้าตาเหมือนนางในฝันของตน จึงตอบบ่ายเบี่ยงไปว่าตนเพิ่งเรียนจบจากอังกฤษ กลับมาก็อยากทำงานรับใช้บ้านเมืองซักระยะก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องการแต่งงาน และตนก็คิดไว้แล้วด้วยว่าจะเข้าทำงานที่กระทรวงธรรมการกับเจ้าคุณพิริยะศักดิ์ ผู้เป็นอาของตนและเป็นพ่อของชวาลา หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายไม่เห็นด้วย แต่ท่านชายก้องก็ดื้อ และอ้างว่าเสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำ ผู้เป็นป้าก็เห็นดีด้วยกับความคิดนี้ของตน ทำให้หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายน้อยใจมากว่าท่านชายก้องไม่รักตน แต่กลับรักและเชื่อฟังป้ามากกว่า

แต่อีกด้านหนึ่ง หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายก็ไม่เคยรู้เลยว่า ท่านชายก้องเองก็แอบน้อยใจมาตลอดว่าแม่ไม่รัก ถึงได้ยกตนให้เสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำเลี้ยงตั้งแต่แรกคลอด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกเหมือนมีกำแพงกั้น ทั้งที่ลึก ๆ แล้วทั้งคู่ต่างรักและเป็นห่วงกันมาก ทางด้านเสด็จพระองค์หญิงตำหนักริมน้ำ เมื่อรู้ว่าท่านชายก้องถูกเร่งรัดเรื่องการหมั้นก็ไม่พอใจ เพราะไม่อยากได้หญิงแต้วมาเป็นหลานสะใภ้ และอีกอย่างเสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำก็รู้ดีว่า ที่หม่อมเจ้ารวีโชติอยากให้หญิงแต้วหมั้นกับท่านชายก้องเร็ว ๆ ก็เพราะกำลังขัดสนเงินทอง แถมหม่อมประภายังติดการพนันงอมแงม ถึงขั้นแอบเปิดบ่อนไพ่ในวังและตั้งตัวเป็นเจ้ามือเสียเองด้วย

อย่างไรก็ตาม เสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำก็คัดค้านได้ไม่เต็มที่นัก เพราะการหมั้นหมายครั้งนี้เป็นคำสัญญาระหว่างพ่อของท่านชายก้อง ผู้เป็นน้องชายแท้ ๆ ของตนกับหม่อมเจ้ารวีโชติ ถึงแม้ว่าพ่อของท่านชายก้องจะเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่หม่อมเจ้ารวีโชติก็ยังยึดถือคำสัญญานั้นไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะหวังสมบัติของท่านชายก้อง การบ่ายเบี่ยงการหมั้นหมายของท่านชายก้อง สร้างความแปลกใจให้กับชวาลาและพีระมาก เพราะที่ผ่านมาท่านชายก้องไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธเลย ท่านชายก้องบอกว่าเมื่อก่อนนั้นตนไม่ได้หมายตาผู้หญิงคนไหนไว้ จึงคิดว่าอาจจะรักหญิงแต้วได้หลังจากที่หมั้นกัน เพราะหญิงแต้วก็เป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมทุกด้าน แต่หลังจากที่ได้เจอกับรสิกาเมื่อคืนนี้แล้วท่านชายก้องก็คิดถึงแต่หน้ารสิกาตลอดเวลา ท่านชายก้องบอกว่าอยากเจอรสิกาอีกซักครั้ง และให้ชวาลากับพีระช่วยตามหาด้วย

ชวาลากับพีระเห็นท่านชายก้องสนใจผู้หญิงที่ทุกคนคิดว่าเป็นคนสติไม่ดีอย่างรสิกามากขนาดนั้น ก็นึกเป็นห่วง ชวาลาแอบคิดว่าช่วงนี้จะต้องคอยจับตาดูท่านชายก้องอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ ในขณะที่พีระก็แอบเป็นห่วงหญิงแต้ว กลัวหญิงแต้วจะเสียใจถ้ารู้ว่าท่านชายก้องไปรักผู้หญิงคนอื่น รสิกากับท่านชายก้องพยายามตามหากันและกัน แต่ก็คลาดกันแบบหวุดหวิดอยู่หลายครั้ง และครั้งหนึ่งที่ท่านชายก้องมาหาชรินทร์ที่บ้าน เพราะชรินทร์เป็นเพื่อนที่เคยเรียนอยู่อังกฤษด้วยกัน ท่านชายก้องเห็นรูปของการะเกดก็จำได้ว่าเป็นผู้หญิงคนที่ตนตามหาก็อยากพบหน้า แต่ถูกบุษรินกับบุษยาขัดขวางจนไม่ได้พบ จากนั้นบุษรินก็นำเรื่องไปบอกหม่อมเจ้ารวีโชติกับหม่อมประภาว่าท่านชายก้องมีท่าทีสนใจการะเกดมากผิดปกติ ทำให้หม่อมเจ้ารวีโชติยิ่งโกรธแค้นที่ลูกสาวของศัตรูกำลังจะมาเป็นมารหัวใจของลูกสาวตนอีกคน

แต่ไม่ว่าจะถูกขัดขวางอย่างไร ในที่สุดพรหมลิขิตก็ทำให้รสิกา และท่านชายก้องก็ได้พบกันจนได้ เมื่อรสิกาไปทำบุญครบรอบวันเสียชีวิตให้นวลลออที่วัด ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำพาท่านชายก้อง ชวาลาและพีระมาทำบุญด้วยเหมือนกัน เสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำรู้ว่าการะเกดเป็นลูกสาวของนวลลออ อดีตข้าหลวงคนสนิทของตนก็นึกเอ็นดูการะเกด และเมื่อเห็นว่าท่านชายก้องมีท่าทีสนใจการะเกดมากก็ยิ่งอยากสนับสนุนให้ทั้งคู่ได้รักกัน ต่อมา รสิการู้ว่าท่านชายก้องเป็นว่าที่คู่หมั้นของหญิงแต้วก็เสียใจ และสับสนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี เพราะถึงแม้ว่าตนจะเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะแย่งคนรักของใคร และยิ่งได้รู้จากพีระว่าหญิงแต้วรักท่านชายก้องมาก รสิกาก็ยิ่งลำบากใจ จากความตั้งใจเดิมที่อยากมาช่วยให้การะเกดได้พบรักกับท่านชายก้อง ก็เกิดลังเลใจเพราะสงสารหญิงแต้ว

วันหนึ่ง รสิกาได้ไปดื่มกาแฟที่ร้านนรสิงห์กับท่านชายก้อง ชวาลาและพีระ โดยให้จวงที่ติดตามไปด้วยนั่งรออยู่ข้างนอก การพบกันครั้งนี้รสิกาได้สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มทั้งสามมาก โดยรสิกาดื่มกาแฟเป็น รู้จักกาแฟชนิดต่าง ๆ เป็นอย่างดี อีกทั้งยังพูดจาฉะฉานกล้าแสดงความคิดเห็นผิดจากผู้หญิงในยุคนี้ที่ไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็น และมักจะทำตัวเป็นช้างเท้าหลังอยู่เสมอ

นอกจากนี้รสิกายังพยายามพูดให้ทุกคนตระหนักถึงสิทธิสตรี และความเท่าเทียมกันของหญิงและชาย ว่าผู้หญิงก็มีความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย เพียงแต่ขาดโอกาสได้แสดงความสามารถเท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้ก็ทำให้ท่านชายก้อง ชวาลาและพีระอึ้งไปตาม ๆ กัน ที่การะเกดมีความคิดก้าวหน้าเกินผู้หญิงในยุคนี้ ทั้งที่เรียนแค่การบ้านการเรือน แถมยังชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านตามที่ชรินทร์เคยเล่าให้ฟังอีกด้วย และที่น่าแปลกไปกว่านั้นก็คือ การะเกดมักจะดัดแปลงเครื่องแต่งกายให้มีความแปลกใหม่และล้ำสมัยอยู่เสมอเมื่อพบกัน จนสาว ๆ คนอื่นมองด้วยความชื่นชอบและอยากจะแต่งตัวตามด้วย

หญิงแต้วรู้เรื่องที่ท่านชายก้องพาการะเกดไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านนรสิงห์ จากเพื่อนสนิทที่แอบริษยาหญิงแต้วอย่างพิมล และวิภาก็เสียใจมาก และเมื่อหม่อมเจ้ารวีโชติกับหม่อมประภารู้เรื่องเข้าก็โกรธมาก หม่อมประภาสั่งให้บุษรินที่ติดหนี้พนันตนอยู่ไปจัดการกับการะเกดให้เลิกยุ่งกับท่านชายก้องอย่างเด็ดขาด ซึ่งบุษรินก็เต็มใจทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะฉวยโอกาสนี้เล่นงานการะเกดด้วย บุษรินนำเรื่องไปฟ้องเจ้าพระยารามณรงค์เดช ว่าการะเกดประพฤติตัวเสื่อมเสียโดยการไปนั่งดื่มกาแฟกับผู้ชายสามคนในที่สาธารณะ และยังไปยุ่งกับว่าที่คู่หมั้นของคนอื่นจนถูกนินทาไปทั่วพระนครแล้ว เจ้าพระยารามณรงค์เดชโกรธมากจึงสั่งกักบริเวณการะเกด ห้ามออกไปนอกบ้านจนกว่าจะได้รับอนุญาต

ในขณะเดียวกัน บุษรินก็ถูกดุเรื่องที่ยังไม่เลิกยุ่งกับหม่อมประภา และถูกดุเรื่องที่ลดจำนวนอาหารในแต่ละมื้อลงเพื่อเจียดเงินไปเล่นการพนันอีกด้วย เจ้าพระยารามณรงค์เดชสั่งให้บุษรินเลิกเล่นการพนันอย่างเด็ดขาด หากไม่เชื่อฟังจะไล่กลับไปอยู่บ้านเดิมที่เยาราช และจะไม่เลี้ยงดูอีกต่อไป บุษรินจำใจต้องรับปากเพื่อเอาตัวรอดไปก่อน ทางด้านท่านชายก้องเมื่อรู้ข่าวว่าการะเกดถูกสั่งห้ามออกจากบ้านจากชรินทร์ก็เป็นห่วงมาก และคิดว่าเป็นความผิดของตนที่เป็นคนชวนการะเกดไปดื่มกาแฟที่ร้านนรสิงห์ ท่านชายก้องอยากไปอธิบายให้เจ้าพระยารามณรงค์เดชเข้าใจว่าการะเกดไม่ได้ทำตัวเสื่อมเสีย ชรินทร์รับปากว่าจะหาโอกาสที่เหมาะสมให้

หลายวันต่อมา รสิกาทนอึดอัดที่ต้องอยู่แต่ในบ้านไม่ไหวจึงแอบหนีออกไปเที่ยวนอกบ้าน และได้เจอกับท่านชายก้องโดยบังเอิญ ในขณะที่ท่านชายก้องอยู่กับหญิงแต้ว ท่านชายก้องดีใจมากที่ได้พบการะเกดถึงกับทิ้งหญิงแต้วไว้กับพีระแล้วพาการะเกดไปคุยกันสองต่อสอง หญิงแต้วเสียใจมากที่ถูกท่านชายก้องทิ้งไปดื้อ ๆ พีระปลอบใจ และพูดเตือนสติหญิงแต้วให้คิดทบทวนดูให้ดีว่าแท้จริงแล้วหญิงแต้วรักท่านชายก้องจริงหรือไม่ หรือแค่รู้สึกว่าต้องรักเพราะเชื่อตามคำพูดที่ผู้ใหญ่พูดกรอกหูมาตั้งแต่เด็ก ว่าต้องหมั้นกับท่านชายก้องเมื่อโตขึ้นเท่านั้น

หญิงแต้วขอบคุณพีระที่ช่วยพูดเตือนสติ และขอบคุณที่ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งทุกวันนี้ พีระจะเป็นคนคอยปลอบใจตนเสมอเวลาถูกท่านชายก้องทำเมินเฉยใส่ พีระพูดเป็นนัยแบบเจียมตัวว่าตนหวังดีกับหญิงแต้วมาก และที่ต้องพูดแรง ๆ และตรง ๆ แบบนี้ก็เพราะไม่อยากให้หญิงแต้วเสียใจไปมากกว่านี้ ทางด้านท่านชายก้องที่ออกมาคุยกับรสิกาตามลำพังก็ได้สารภาพรักกับรสิกา แต่รสิกาไม่รับรักเพราะสงสารหญิงแต้ว ท่านชายก้องจึงรับปากว่าจะไปจัดการยกเลิกการหมั้นหมายกับหญิงแต้วให้เรียบร้อย แล้วจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอการะเกด รสิการู้สึกสับสนมาก เพราะตอนนี้เริ่มรักท่านชายก้องจริง ๆ แล้ว และก็กลัวว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับไปโลกยุคปัจจุบัน ตนจะทำใจได้อย่างไรที่ต้องพลัดพรากจากชายที่รัก

หญิงแต้วกลับมาระบายความในใจกับหม่อมเจ้ารวีโชติ และหม่อมประภาว่าตนรู้สึกเหนื่อยที่ต้องคอยวิ่งตามท่านชายก้องทั้ง ๆ ที่รู้ว่าท่านชายก้องไม่ได้รักตนเลย หญิงแต้วอยากยกเลิกการหมั้น แต่หม่อมเจ้ารวีโชติไม่ยอม เพราะยังหวังสมบัติของท่านชายก้องอยู่ และที่สำคัญ หม่อมเจ้ารวีโชติไม่อยากเสียหน้าที่ต้องเสียท่านชายก้องให้กับการะเกด ลูกสาวของศัตรูอย่างเจ้าพระยารามณรงค์เดช หม่อมประภาพูดเกลี้ยกล่อมให้หญิงแต้วลุกขึ้นมาแย่งชิงท่านชายก้องคืนจากการะเกด ซึ่งหญิงแต้วที่เป็นคนหัวอ่อนอยู่แล้วก็คล้อยตามคำพูดของแม่อย่างว่าง่าย ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่นิสัยของตนเลย

หญิงแต้วพยายามฝืนตัวเองให้เป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่แบบที่รสิกาเป็น แต่ท่านชายก้องก็ยังไม่สนใจ หญิงแต้วจึงเปลี่ยนแผน คิดจะเข้าทางเสด็จพระองค์หญิงตำนักริมน้ำ หวังจะทำให้เสด็จฯ เอ็นดูอย่างที่ท่านเอ็นดูการะเกดแต่ก็ไม่เป็นผล หญิงแต้วท้อใจ และเหนื่อยมากกับการฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเอง พีระเห็นเข้าก็สงสาร จนต้องเข้ามาปลอบใจ พร้อมกับพูดเตือนสติหญิงแต้วอีกครั้งว่าให้กล้าที่จะทำอะไรตามความต้องการของตัวเองบ้าง อย่าเอาแต่ทำตามคำสั่งของคนโน้นคนนี้ เพราะการทำแบบนั้น หญิงแต้วจะไม่มีวันได้พบความสุขที่แท้จริงเลย

หญิงแต้วเก็บคำพูดของพีระมาคิดทบทวนอย่างรอบคอบ แล้วตัดสินใจไปพบท่านชายก้อง และถามตรง ๆ ว่าท่านชายก้องรูสึกอย่างไรกับตนกันแน่ ท่านชายก้องก็ตอบตรง ๆ ว่ารักหญิงแต้วเหมือนน้องสาว ส่วนการะเกดเป็นผู้หญิงที่ท่านชายก้องรักมาก และอยากแต่งงานด้วย หญิงแต้วรับฟังอย่างเข้าใจเพราะทำใจมาแล้ว และบอกว่าตนจะยอมถอย ไม่ใช่เพื่อท่านชายก้อง แต่เพื่อความสุขของตัวเอง เพราะไม่อยากทนทุกข์ทรมานที่ต้องอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้รักตนไปจนชั่วชีวิตแบบหม่อมประภา ท่านชายก้องขอบคุณหญิงแต้วที่เข้าใจ และบอกว่าหากครอบครัวของหญิงแต้วเดือดร้อนเรื่องเงินทองหรือเรื่องอะไรก็ตาม ตนพร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่

หญิงแต้วกลับมาบอกหม่อมเจ้ารวีโชติกับหม่อมประภาว่าได้คุยกับท่านชายก้องแล้วว่าทั้งคู่จะไม่หมั้นกัน หม่อมเจ้ารวีโชติโกรธมาก รีบออกไปพบหม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายทันที เพราะหวังจะให้หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายช่วยบังคับท่านชายก้องให้หมั้นกับหญิงแต้ว แต่หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณรายไม่อยากให้ความสัมพันธ์แม่ลูกแย่ลงกว่านี้อีกแล้ว จึงตอบปฏิเสธ และจะชดเชยความเสียหายให้หม่อมเจ้ารวีโชติมากเท่าที่ต้องการ ซึ่งหม่อมเจ้ารวีโชติก็เรียกร้องเงินทองและที่ดินไปจนสาแก่ใจ ท่านชายก้องรู้เรื่องเข้าก็รู้สึกซาบซึ้งในความรักของแม่มาก และนั่นก็ทำให้ความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกดีขึ้น

หลังจากที่หญิงแต้วตัดใจจากท่านชายก้องได้แล้ว ก็พบว่าแท้จริงแล้วคนที่รักและหวังดีกับตนมาตลอดก็คือพีระ หญิงแต้วตกลงใจรับรักพีระ แต่หม่อมเจ้ารวีโชติและหม่อมประภารังเกียจที่พีระมีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย เป็นแค่ลูกมหาดเล็ก แต่ท่านชายก้องกับชวาลาก็ช่วยเหลือจนพีระกับหญิงแต้วสมหวังได้ในที่สุด หม่อมประภาแค้นการะเกดมากที่แย่งท่านชายก้องไปจากหญิงแต้ว จึงร่วมมือกับบุษรินและบุษยาวางแผนทำร้ายการะเกด แต่ท่านชายก้องไปช่วยไว้ได้ทัน เจ้าพระยารามณรงค์เดชรู้เรื่องเข้าก็โกรธบุษรินและบุษยามาก จึงประกาศตัดขาดกับบุษริน และไล่บุษรินกับบุษยาออกจากบ้านไป เมื่อเหตุการณ์ร้าย ๆ ผ่านไป ท่านชายก้องก็ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอการะเกด ทำให้รสิกาคิดหนัก เพราะไม่รู้ว่าตนจะอยู่ในยุคนี้ได้อีกนานแค่ไหน รสิกาขอเวลาคิดหนึ่งคืนแล้วจะให้คำตอบกับท่านชายก้อง

ทันใดนั้นรสิกาก็ถูกปลุกให้ตื่นจากมโนแล้วกลับมาสู่โลกความเป็นจริง โดยที่ยังไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ กับท่านชายก้อง รสิกาพบว่าตนนั่งอ่านนิยายเพลินจนรถไฟฟ้าวิ่งเลยสถานีที่จะลงมาจนสุดสาย รสิกาเห็นผู้โดยสารคนอื่น ๆ ทยอยกันเดินออกจากขบวนรถไฟฟ้า แต่รสิกากำลังอ่านนิยายติดพันอยู่ จึงคิดจะอ่านต่ออีกหน่อยว่าสุดท้ายแล้วการะเกดจะตอบตกลงแต่งงานกับท่านชายก้องหรือไม่ แต่มีนก็โทรมาขัดจังหวะซะก่อนว่าตอนนี้เลยเวลานัดลูกค้ามานานแล้ว และลูกค้าก็รอนานจนโกรธแล้ว มีนให้ริสการีบมาพรีเซ็นต์งานให้ทันภายใน 15 นาที ไม่งั้นลูกค้าจะไม่รอแล้ว รสิกาฟังแล้วก็รีบวิ่งออกจากขบวนรถไฟฟ้าไปโดยเร็ว โดยที่ยังไม่ได้อ่านต่อว่าในตอนจบของนิยายเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร

รสิการีบวิ่งลงบันไดรถไฟฟ้าแทรกตัวเบียดกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ ไปแบบลืมมารยาทเพราะรีบมาก รสิกาทำหนังสือหลุดมือกระเด็นไปตกตรงเท้าของคณินที่เดินเยื้องอยู่ข้างหน้า คณินเก็บหนังสือแล้วหันมาส่งคืนให้ รสิกาเห็นหน้าคณินก็ตกตะลึงอึ้งไป เพราะคณินมีรูปร่างหน้าตาเหมือนท่านชายก้องในมโนของตนทุกประการ แต่รสิกายังไม่ทันได้พูดอะไร คณินก็ถูกมนุษย์ป้าที่หอบถุงช้อปปิ้งหลายใบเบียดจนเสียหลักเซไปปะทะกับราวบันไดด้านที่ติดกับถนนอย่างแรง จนเผลอทำหนังสือนิยายหลุดมือร่วงลงไปตกใส่หลังรถกระบะขนของที่จอดอยู่ด้านล่างสถานี แล้วก็เหมือนจังหวะนรก พอหนังสือหล่นลงไปปุ๊บ รถกระบะคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไปปั๊บ รสิกาที่หวงหนังสือมากรีบวิ่งลงจากสถานีตามไปเก็บหนังสือทันที

ที่ด้านล่างสถานี รสิกาตามรถกระบะคันนั้นไม่ทัน รสิกาเสียใจมากที่หนังสือหายไปทั้งที่ยังอ่านไม่จบ และค้างคาใจมากว่าตอนจบการะเกดจะตอบตกลงแต่งงานกับท่านชายก้องหรือไม่ คณินที่ตามลงมาทีหลังเห็นรสิกาหน้าจ๋อยก็รู้สึกผิด คณินจะจ่ายเงินค่าเสียหายให้รสิกาไปซื้อหนังสือเล่มใหม่ แต่รสิกาที่เห็นว่าคณินมีรูปร่างหน้าตาเหมือนท่านชายก้องก็รู้สึกถูกชะตาคล้ายว่าจะเป็นรักแรกพบ แต่เก็บอาการไม่แสดงออกมากนัก ทั้งที่ในใจอยากจะร้องกรี๊ดที่เหมือนฝันเป็นจริง ที่อยู่ ๆ พระเอกในนิยายก็ออกมายืนเป็นตัวเป็นตนให้จับต้องได้อยู่ตรงหน้าอย่างนี้ จึงไม่ยอมรับเงิน เพราะกลัวว่าถ้ารับเงินมาแล้วจะไม่ได้เจอกันอีก

รสิกาคิดแผนการอย่างรวดเร็ว โดยขอให้คณินไปซื้อหนังสือเล่มใหม่มาให้ตน เพราะตนจะรีบไปพบลูกค้า รสิกาจัดการแลกเบอร์โทรศัพท์และแอดไลน์เองเสร็จสรรพโดยที่คณินตั้งตัวไม่ทัน แต่คณินก็รับปากว่าจะไปซื้อหนังสือให้เพราะคิดว่าคงหาซื้อได้ง่าย ๆ ตามร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่ปรากฏว่าคณินหาไม่ได้ เพราะมันเป็นหนังสือเก่ามาก แต่ไหน ๆ ก็รับปากรสิกามาแล้ว คณินจึงพยายามตามหาหนังสือให้อย่างสุดความสามารถ เพราะความจริงแล้วคณินก็แอบปิ๊งรสิกาอยู่เหมือนกัน

รสิกากับคณินช่วยกันตามหาหนังสือตามร้านหนังสือเก่าต่าง ๆ แต่ก็ไม่เจอ ทั้งประกาศตามหาในเฟซบุ๊ค ในไอจี ว่าใครเก็บได้ให้เอามาคืนจะมีรางวัลให้อย่างงามแต่ก็ไม่ได้เรื่อง สุดท้ายคณินเลยเสนอให้รสิกาทำคลิปประกาศตามหาหนังสือเลียนแบบกระแสคนดังในโซเชียล รสิกาทำตามคำแนะนำของคณิน โดยแสดงเป็นการะเกดประกาศตามหาท่านชายก้องว่าที่เจ้าบ่าวของตน เพียงแค่ข้ามคืนคลิปของรสิกาก็ดังกระหึ่มไปทั่วโซเชียล และเป็นกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่ดังมาก จากนั้นคนขับรถกระบะขนของก็ติดต่อเอาหนังสือมาคืนให้รสิกา รสิกาดีใจมากที่ได้หนังสือคืน รีบอ่านต่อทันที และในตอนจบของนิยาย การะเกดตอบตกลงแต่งงานกับท่านชายก้อง และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่น

รสิกาขอบคุณคณินที่ช่วยตามหาหนังสือจนเจอ และขอบคุณที่คณินเข้าใจความรู้สึกของคนชอบอ่านนิยายว่าจะหงุดหงิดค้างคาใจมากแค่ไหนที่ไม่ได้อ่านตอนจบ เพราะถ้าเป็นคนอื่นก็อาจจะมองว่ามันเป็นแค่เรื่องไร้สาระก็ได้ คณินตอบไปตรง ๆ ว่าความจริงก็ไม่ค่อยเข้าใจรสิกาเท่าไร แต่ที่ทำไปเพราะอยากหาเรื่องอยู่ใกล้รสิกามากกว่า รสิกาแอบยิ้มเขิน ๆ แล้วบอกว่าต่อไปไม่ว่าจะอ่านนิยายเรื่องอะไรก็ตาม จะมโนหน้าพระเอกเป็นหน้าคณินเท่านั้น แต่คณินขอเป็นพระเอกในชีวิตจริงของรสิกาด้วย รสิกาตอบตกลง เพราะคณินทำให้ตนรู้สึกว่า ผู้ชายดี ๆ ไม่ได้มีแต่ในนิยายเท่านั้น 

บทประพันธ์โดย : ฐิญาดา
บทโทรทัศน์โดย : ปัณชญา
กำกับการแสดงโดย : ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

นักแสดง
ธนิน มนูญศิลป์ รับบท หม่อมเจ้าดนัยเทพรังสรรค์ (ท่านชายก้อง)/คณิน
อามีนา กูล รับบท รสิกา (โรส)/การะเกด
มณีรัตน์ ศรีจรูญ รับบท ม.ร.ว. วิไลเลขา (หญิงแต้ว)
เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ รับบท พีระ
ธนพล พีชะพัฒน์ รับบท ชวาลา (ต้น)
จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบท เจ้าพระยารามณรงค์เดช
นิพัธ เจริญผล รับบท ชรินทร์
สาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภัสสร
สุชาดา พูนพิพัฒน์สุข รับบท คุณตลับ
สกาวใจ พูนสวัสดิ์ รับบท บุษริน
บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข รับบท บุษยา
ตระการ พันธุมเลิศรุจี รับบท หม่อมเจ้ารวีโชติ
สุธิตา เกตานนท์ รับบท หม่อมประภา
ชนานา นุตาคม รับบท หม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณราย
วิมลพรรณ ชาลิจังหาญ รับบท เพียงแข
กิตติพล เกศมณี รับบท เจ้าคุณพิริยะศักดิ์
ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท หญิงประดับดาว
ปริญา แสนเมือง รับบท พิมล
ปุณยวิร์ ปัจจันตโฆษิต รับบท วิภา
เบญจสิริ วัฒนา รับบท จันทร์
กนกกาญจน์ จุลทอง รับบท จวง
นฤมล นิลวรรณ รับบท แช่ม
อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์ รับบท อุ่น
ดวง อัทธเสรี รับบท เย็น
มรกต หทัยสีวงศ์ รับบท ม.ร.ว.เลิศลักษณา (หญิงติ๋ว)
สุทธิพงษ์ วัฒนจัง รับบท เจ้าสัว
สุรินทร คารวุตม์ รับบท สุธี
ปาลิกา สุวรรณรักษ์ รับบท มีน
วรากร ศวัสกร รับบท โอม
สุปราณี เจริญผล รับบท บัว
กษมา นิสสัยพันธุ์ รับบท อำพล
ญาณี ตราโมท รับบท ชายแก่
อัฐพล ปาลกะวงค์ ณ อยุธยา รับบท มิ่ง