ละคร กลลวงทวงหนี้รัก 2562 เรื่องราวมันเกี่ยวกับการแก้แค้น ทวงหนี้ และความรักที่พลิกผัน เรื่องเริ่มจากนางเอกชื่อสรียา หรือ “หวาน” (เล่นโดยเม นิศาชล ต้วมสูงเนิน) สาวสวยฉลาด การศึกษาดี แต่ชีวิตพลิกผันเพราะพ่อตาย โรงงานเสื้อผ้าล้มละลาย เหลือเงินก้อนสุดท้าย 10 ล้านบาท หวานมีคู่หมั้นชื่อรณชัย หรือ “ชัย” (เล่นโดยกิก ดนัย จารุจินดา) ที่คอยช่วยเหลือ แต่จริงๆ แล้วชัยมันตัวร้ายเลยแหละ มันหลอกเอาเงินหวานไป แล้วหายตัวไปเพราะไปจีบน้องสาวเศรษฐีคนใหม่ชื่อปรียามล หรือ “มล” (เล่นโดยน้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัย) จากครอบครัวเจ้าของโรงงานธรรมรัตน์ใหญ่โต
หวานรู้เรื่องชัยจะแต่งงานกับมล ก็เลยวางแผนปลอมตัวเข้าไปทำงานในโรงงานของครอบครัวมล เป็นสาวโรงงานแผนกเย็บผ้า เพื่อทวงเงินคืน ที่โรงงานมีดราม่าเยอะเลย หัวหน้าจินดา (นาตยา จันทร์รุ่ง) กับลูกน้องสำลี (ธงธง ม๊กจ๊ก) คอยกลั่นแกล้งหวานเพราะอิจฉา แต่หวานเก่งงานเย็บผ้าเลยอยู่รอด ได้เพื่อนดีอย่างนิศา (แพน ภิญญดา ภิญากมลชาติ) และกำไล (แดนดาว พฤกษ์พยุง)
พระเอกอัศวิน หรือ “วิน” (เล่นโดยอ้วน รังสิต ศิรนานนท์) พี่ชายของมล เป็นผู้บริหารโรงงาน มาเจอหวานแบบบังเอิญหลายครั้ง ตั้งแต่ชนกาแฟหกใส่กันที่โรงพยาบาล ไปจนถึงช่วยหวานจากฆ่าตัวตาย (แต่จริงๆ หวานแค่เศร้า) วินสงสัยหวานว่ามาทำงานที่นี่ทำไม เลยคอยจับผิด แต่ก็ช่วยหวานจากพวกกลั่นแกล้งบ่อยๆ
ในครอบครัวมลมีดราม่าอีกเพียบ ประวิช (เอ็ม อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ลูกชายเจ้าของโรงงาน มีเมียน้อยชื่อประภา (สโรชา วาทิตตพันธ์) และลูกชื่อต้น ประวิชแต่งงานกับมยุรี (อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์) ที่หึงหวงมาก มยุรีไล่ประภาออก แต่ไม่รู้เรื่องลูก นิศาเป็นน้องประภา คอยช่วยดูแล วินสนิทกับนิศาเพราะช่วยดูแลหลาน
ชัยแต่งงานกับมล หวานพยายามทวงเงินแต่ชัยหลอกไปเรื่อย หวานดักเจอชัยหลายครั้ง แต่ชัยหนี วินเริ่มชอบหวาน แต่มีกรกนก (โจอี้ อรวิภา กนกทีสวัสดิ์) คู่หมั้นของวินที่อิจฉาหวาน คอยหาเรื่อง กรกนกแอบฟังเรื่องราว แล้วไปบอกมยุรีเรื่องประภา ทำให้ประภาที่ป่วยมะเร็งถูกทำร้าย ล้มป่วยหนักจนตาย มยุรีสำนึกผิด ยอมรับต้นเป็นลูกบุญธรรม
ละครเรื่องนี้มันสอนเรื่องความรัก ความแค้น และการให้อภัยนะ ดูแล้วอินมาก ใครชอบดราม่าครอบครัวใหญ่ๆ ต้องชอบแน่ๆ
ละครเรื่องนี้ได้คะแนนดีจากผู้ชมหลายคนเลย บนพันทิปมีคนให้ 8-9/10 บอกว่าสนุกมาก แนวโรแมนติกดราม่าปนคอมเมดี้ลงตัว พล็อตเรื่องทวงหนี้แก้แค้น แต่ไม่หนักเกินไป มีความฟินของคู่พระนาง พี่อ้วน รังสิต กับเม นิศาชล เคมีดีมาก ดูแล้วจิ้นสุดๆ บทเขียนดี ไม่ยืดยาด เปิดใจกันเร็ว ไม่ลากดราม่าไร้สาระ ผู้ชมชอบที่บทสนุก นักแสดงเล่นดีทุกคน โดยเฉพาะตัวร้ายอย่างกิก ดนัย เล่นชัยได้น่าโมโหจริงๆ ทำให้คนดูแค้นแทนหวาน อ๋อม สกาวใจ เป็นมยุรีก็หึงหวงได้ถึงใจ ธงธง เป็นสำลีกลั่นแกล้งฮาๆ แต่ก็สมจริง
จุดเด่นคือดราม่าครอบครัวใหญ่ มีความลับเยอะ เช่นเรื่องประวิชมีเมียน้อย ทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อ ฉากงานเลี้ยงโรงงาน งานแต่ง ก็สนุก มีการร้องเพลงแข่งอะไรแบบนั้น ผู้ชมบอกว่าดูแล้วฟินมาก โดยเฉพาะตอนพระเอกช่วยนางเอกบ่อยๆ แล้วเริ่มรักกัน เมย์ นิศาชล ตีบทแตก ดราม่าถึงใจ สมกับเป็นนางเอกแกร่งแต่เปราะบาง หลายคนชอบที่เรื่องสอนให้อภัยและความรักแท้ เรตติ้งก็ดีนะ อยู่ในระดับกลางๆ สำหรับละครเย็น แต่คนดูติดตามเยอะ
ละคร กลลวงทวงหนี้รัก 2562
เบื้องหลังละคร “กลลวงทวงหนี้รัก” ปี 2562 ช่อง 3 เรื่องราวการถ่ายทำ นักแสดง และทีมงานที่สนุกมาก ละครเรื่องนี้ผลิตโดยค่าย Step Power Three ซึ่งเป็นค่ายของอุ๊ พัชนี จารุจินดา ลูกสาวคนเก่งของแม่กอบสุข จารุจินดาเลยครับ บทประพันธ์จากโสภี พรรณราย บทโทรทัศน์โดยแดนดาว (ที่จริงคืออ.ศัลยาในบางเครดิต) กำกับโดยณรงค์ จารุจินดา มันเป็นละครเย็นที่ถ่ายทำกันแบบเข้มข้น
มันเริ่มจากเปิดกองวิก 3 เมื่อมกราคม 2562 ที่ช่อง 3 จัดให้สัมภาษณ์นักแสดงและผู้จัดเลยครับ ผู้จัดอุ๊ พัชนี บอกว่าละครเรื่องนี้เป็นการจับคู่พระนางครั้งแรกของอ้วน รังสิต กับเมย์ นิศาชล เคมีเข้ากันมาก แม้จะเป็นครั้งแรกแต่เล่นเข้าขา อ้วนเล่นเป็นวิน ผู้บริหารหนุ่มมาดนิ่ง แต่ในกองถ่ายอ้วนฮามาก ชอบแกล้งเพื่อนๆ เมย์เล่นหวาน สาวแกร่งที่ปลอมตัวทวงหนี้ เมย์บอกว่าบทนี้ท้าทายเพราะต้องเล่นดราม่าเยอะ แต่สนุกเพราะได้ใส่ชุดสาวโรงงานจริงๆ ถ่ายทำในโรงงานเสื้อผ้าจริงที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้บรรยากาศสมจริงมาก
กิก ดนัย เล่นชัยตัวร้าย บอกว่าบทนี้เลวสุดๆ แต่สนุกเพราะได้เล่นกลลวงเยอะ น้องแพน ภิญญดา (นิศา) และหน่อง ธนา (วิทิต) ก็มาร่วมสัมฯ บอกว่ากองถ่ายอบอุ่น เหมือนครอบครัว เพราะผู้จัดอุ๊ดูแลดีมาก มีอาหารอร่อยทุกวัน
ส่วนเพลงประกอบก็เด็ดน ร้องโดยศิลปินยุคนั้น ทำให้ละครยิ่งอิน การโปรโมทก็แรงมาก ช่อง 3 จัดเปิดกองให้สื่อมาดูเบื้องหลัง มีคลิปตัวอย่างฉากดราม่า อย่างฉากหวานดักชัย หรือวินช่วยหวานจากรถชน ถ่ายทำยากเพราะต้องเซ็ตฉากโรงงานใหญ่ มีสตันท์ช่วยในฉากแอ็คชั่นเบาๆ
นักแสดงอย่างโจอี้ อรวิภา (กรกนก) บอกว่าบทอิจฉาแต่ในกองทุกคนสนิทกันมาก อ๋อม สกาวใจ (มยุรี) เล่นหึงหวงได้ถึงใจเพราะบทดี ทีมงานบอกว่าถ่ายทำราว 4-5 เดือน ก่อนออนแอร์ กำกับณรงค์ จารุจินดา เน้นอารมณ์จริง ทำให้ฉากร้องไห้หรือทะเลาะต้องเทคหลายรอบ แต่ผลออกมาดี เรตติ้งเฉลี่ยโอเคสำหรับละครเย็น ประมาณ 2-3% แต่คนดูติดตามเยอะเพราะพล็อตน่าติดตาม
นักแสดง
→ รังสิต ศิรนานนท์ รับบท อัศวิน

ผู้บริหารโรงงานธรรมรัตน์ที่ดูแลกิจการครอบครัวด้วยความรับผิดชอบสูง เขาเป็นพี่ชายของปรียามล สาวสวยที่ถูกหลอกโดยรณชัย อัศวินมีบุคลิกนิ่งขรึมแต่ใจดี เด็ดขาดเวลาจัดการปัญหาในโรงงาน เช่นตอนที่เขาช่วยสรียาหรือหวานจากพวกกลั่นแกล้งอย่างจินดาและสำลี เขาเจอหวานแบบบังเอิญหลายครั้ง ตั้งแต่ชนกาแฟหกใส่กันที่โรงพยาบาล ไปจนถึงช่วยเธอจากริมสะพานที่คิดว่าเธอจะฆ่าตัวตาย แต่จริงๆ แล้วหวานแค่เศร้า อัศวินสงสัยหวานว่ามาทำงานที่โรงงานทำไม เพราะเธอสวยและเก่งเกินกว่าจะเป็นสาวโรงงานธรรมดา เขาคอยจับผิดแต่ก็ปกป้องเธอตลอด เช่นตอนที่สำลีให้หวานจ่ายค่าปรับเสื้อเสีย เขาเข้ามาแก้ตัวและเรียกเธอไปคุยส่วนตัวเพื่อถามเหตุผล
อัศวินมีคู่หมั้นชื่อกรกนกที่ถูกบังคับจากแม่สุนันท์ แต่เขาไม่สนใจเธอเพราะเริ่มชอบหวาน เขาช่วยเหลือครอบครัวลับๆ อย่างดูแลประภาและต้น หลานชายที่เป็นลูกของประวิชพี่เขย อัศวินสนิทกับนิศาน้องสาวประภาเพราะต้องแวะไปดูแลบ่อยๆ ทำให้นิศาแอบปลื้มเขา แต่สุดท้ายเขารักหวานจริงจัง ถึงขนาดตามหวานกับชัยไปถึงบ้านและช่วยเธอจากรถชนของมล เขาเสนอจ่ายหนี้แทนชัยแต่หวานไม่ยอมเพราะอยากให้ชัยรับผิดชอบ ในตอนจบเขาน้อยใจที่หวานไม่รักเท่าแต่สุดท้ายปรับความเข้าใจและรักกัน อัศวินเป็นตัวแทนของผู้ชายที่ซื่อสัตย์และปกป้องคนที่รัก ทำให้เรื่องราวเข้มข้นและโรแมนติก
ฉายา “ฮีโร่เงียบโรงงาน”
เพราะอัศวินชอบช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่โอ้อวด เขาเป็นผู้บริหารที่ไม่ใช่แค่สั่งงานแต่ลงมือจริง เช่นตอนที่เขาช่วยหวานจากพวกสำลีและจินดาโดยบอกว่าลืมว่าหวานลางาน หรือตอนที่เขาขับรถตามชัยกับหวานเพื่อดูแลความปลอดภัยโดยไม่บอกใคร เขายังดูแลหลานต้นและประภาที่ป่วยมะเร็งแบบเงียบๆ ทำให้ครอบครัวมลกานต์วิทย์พึ่งพาเขาได้เสมอ ฉายานี้เหมาะเพราะเขาช่วยคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน เหมือนฮีโร่ที่ทำงานเบื้องหลังในโรงงานใหญ่ ทำให้คนดูเห็นด้านอบอุ่นและเด็ดขาดของเขา สุดท้ายเขาก็ได้หัวใจหวานเพราะความดีแบบเงียบๆ นี้แหละ
ข้อคิด “ความซื่อสัตย์นำพาความรักที่แท้จริง”
จากบทบาทอัศวินที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกและหน้าที่ เขาไม่ยอมแต่งงานกับกรกนกเพราะไม่รัก แม้แม่จะบังคับ และเลือกปกป้องหวานแม้สงสัยเธอตอนแรก ข้อคิดนี้สอนว่าการซื่อสัตย์กับตัวเองและคนอื่นจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เช่นตอนที่เขาขอโทษหวานหลังเข้าใจผิดเรื่องประภา ทำให้หวานเปิดใจรักเขา ในชีวิตจริง ความซื่อสัตย์ช่วยสร้างความไว้วางใจ เหมือนอัศวินที่ช่วยครอบครัวและโรงงานโดยไม่โกง ทำให้ทุกคนเคารพเขาและเรื่องจบดี
→ นิศาชล ต้วมสูงเนิน รับบท สรียา

นางเอกที่ชื่อเล่นว่าหวาน สาวสวยฉลาดที่มีการศึกษาดี แต่ชีวิตพลิกผันหลังพ่อเสียชีวิตและโรงงานเสื้อผ้าครอบครัวล้มละลาย เธอถูกคู่หมั้นรณชัยโกงเงินก้อนสุดท้ายสิบล้านบาทที่พ่อทิ้งไว้ ทำให้เธอต้องปกปิดแม่วนิดาที่ป่วยหนักเพื่อไม่ให้ช็อก สรียาเปลี่ยนจากสาวสังคมมาเป็นสาวโรงงานแผนกเย็บผ้าในโรงงานธรรมรัตน์ของครอบครัวปรียามล เพื่อปลอมตัวเข้าใกล้ชัยและทวงหนี้คืน เธอเก่งงานเย็บผ้าจนผู้จัดการรับเข้าแม้หน้าตาสวยเกินไป แต่ถูกกลั่นแกล้งจากหัวหน้าจินดาและสำลีเพราะอิจฉา สรียาเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ คอยหลบเลี่ยงแต่ก็สู้กลับเมื่อจำเป็น เช่นตอนที่เธอวิ่งไล่ชัยเพื่อทวงเงินหรือดักรอหน้าบ้านมล
เธอได้เพื่อนอย่างนิศาและกำไลที่ช่วยเหลือ ทำให้เธอรอดจากปัญหาในโรงงาน สรียาเจออัศวินพี่ชายมลแบบบังเอิญหลายครั้ง ตั้งแต่เขาชนกาแฟหกใส่เธอที่โรงพยาบาล ไปจนถึงช่วยเธอจากริมสะพานที่เขานึกว่าเธอคิดสั้น แต่จริงๆ เธอแค่เศร้า เธอเกลียดอัศวินตอนแรกแต่ค่อยๆ เปิดใจเพราะเขาช่วยเธอจากพวกกลั่นแกล้งและตามหาความจริงเรื่องชัย สรียายังรู้ความลับครอบครัวอย่างเรื่องประวิชกับประภาแต่เก็บไว้ เธอแข็งข้อกับพวกสำลีหลังคิดว่าจะได้เงินคืน แต่สุดท้ายถูกมลขับรถชนเพราะรู้เรื่องโกง ทำให้เธอต้องเผชิญดราม่าหนัก สรียาเป็นตัวแทนสาวแกร่งที่แก้แค้นด้วยสติปัญญา ไม่ใช่ความรุนแรง ทำให้เรื่องราวเข้มข้นและคนดูเชียร์เธอตลอด
ฉายา “นักสู้เงียบในโรงงาน”
เพราะสรียาใช้ความฉลาดและอดทนต่อสู้แบบไม่โอ้อวด เธอปลอมตัวเป็นสาวเย็บผ้าธรรมดาเพื่อทวงหนี้จากชัยโดยไม่ให้ใครรู้แผน เช่นตอนที่เธอทำงานเก่งจนหัวหน้าอิจฉาแต่เธอหลบเลี่ยงการทะเลาะและใช้โอกาสดักเจอชัยแทน เธอยังโกหกแม่เรื่องโรงงานใหม่เพื่อปกป้องสุขภาพแม่ ทำให้เธอเป็นนักสู้ที่เงียบแต่เด็ดขาด ฉายานี้เหมาะเพราะเธอไม่ใช่คนดราม่าดังแต่แก้ปัญหาด้วยสมอง เช่นตอนที่เธอใช้ความรู้จากเพื่อนนิศาเพื่อเข้าใกล้ความลับครอบครัว สุดท้ายเธอได้เงินคืนและรักแท้เพราะความอดทนนี้แหละ
ข้อคิด “ความอดทนนำไปสู่ชัยชนะ”
จากบทบาทสรียาที่อดทนกับความสูญเสียและการถูกโกง เธอไม่ยอมแพ้แต่ใช้สติวางแผนทวงหนี้แทนการแก้แค้นรุนแรง เช่นตอนที่เธอทำงานโรงงานแม้ถูกกลั่นแกล้งเพื่อใกล้ชัย ข้อคิดนี้สอนว่าการอดทนและฉลาดจะนำไปสู่ผลลัพธ์ดีกว่า เช่นในชีวิตจริง ความอดทนช่วยให้ผ่านอุปสรรค เหมือนสรียาที่สุดท้ายได้เงินคืน ได้งานใหม่ และรักกับอัศวินเพราะไม่รีบร้อน ทำให้คนดูเห็นว่าความอดทนสร้างโอกาสใหม่ๆ
→ ภิญญดา ภิญากมลชาติ รับบท นิศา

เพื่อนสนิทของสรียาหรือหวาน ที่ทำงานในโรงงานธรรมรัตน์ เธอเป็นน้องสาวของประภา คนรักลับของประวิช ลูกชายเจ้าของโรงงาน ทำให้เธอรู้ความลับครอบครัวมากมายแต่เก็บไว้เงียบ นิศาใจดี ช่วยเหลือหวานตั้งแต่วันแรกที่หวานมาสมัครงาน เช่นตอนที่สำลีขัดขาหวานให้ล้ม นิศารับไว้และห้ามไม่ให้มีเรื่องกับพวกจินดาเพราะรู้ว่าเป็นคนของมยุรีภรรยาประวิช เธอชวนหวานไปบ้านเพื่อดูแลต้นหลานชายที่เป็นลูกประภา ทำให้หวานรู้เรื่องความสัมพันธ์ลับของประวิช นิศาแอบปลื้มอัศวินหรือวินพี่ชายปรียามลเพราะวินคอยดูแลประภากับต้นแทนประวิชที่โดนมยุรีคุม เธอรายงานเรื่องด่วนผ่านวินเสมอ ทำให้สนิทกันแต่ไม่สมหวังเพราะวินชอบหวาน
นิศาเป็นเพื่อนต่างแผนกที่ช่วยหวานหลีกเลี่ยงปัญหาในโรงงาน เช่นเตือนเรื่องพวกกลั่นแกล้งและช่วยปะติดปะต่อเรื่องประภา เธอกลุ้มใจตอนประภาป่วยมะเร็งและปรึกษาหวาน ทำให้หวานแอบบอกประวิช ประภาถึงยอมหาหหมอ นิศาเป็นตัวละครที่ซื่อสัตย์และคอยให้กำลังใจเพื่อน เช่นตอนที่หวานโกหกแม่เรื่องโรงงาน นิศาเข้าใจและช่วยปกปิด เธอยังสนิทกับวิทิตพี่ชายกรกนกที่มาหาเธอตอนหลัง ทำให้เรื่องจบด้วยคู่รักใหม่ นิศาเป็นตัวแทนมิตรภาพแท้ที่ทำให้เรื่องราวอบอุ่นท่ามกลางดราม่าเข้มข้น
ฉายา “เพื่อนแท้เงียบๆ”
เพราะนิศาชอบช่วยเหลือแบบไม่โอ้อวด เธอเป็นคนที่คอยปกป้องหวานจากพวกกลั่นแกล้งในโรงงานโดยไม่ต้องการเครดิต เช่นตอนที่เธอห้ามหวานทะเลาะกับสำลีและจินดาเพราะรู้เบื้องหลังว่าเป็นคนของมยุรี เธอยังดูแลความลับครอบครัวอย่างเรื่องประภาและต้นโดยรายงานให้วินแบบเงียบๆ ทำให้ทุกอย่างราบรื่น ฉายานี้เหมาะเพราะเธอไม่ใช่คนเด่นแต่เป็นกำลังสำคัญ เช่นตอนที่เธอชวนหวานไปบ้านและช่วยปะติดเรื่องประวิช ทำให้หวานเข้าใจสถานการณ์ สุดท้ายเธอได้คู่กับวิทิตเพราะความดีแบบเงียบๆ นี้แหละ
ข้อคิด “มิตรภาพแท้ช่วยผ่านอุปสรรค”
จากบทบาทนิศาที่คอยช่วยหวานโดยไม่หวังผลตอบแทน เธอเป็นเพื่อนที่เข้าใจและปกป้องหวานจากดราม่าโรงงาน เช่นตอนที่เธอช่วยรับหวานล้มและเตือนเรื่องพวกกลั่นแกล้ง ข้อคิดนี้สอนว่ามิตรภาพจริงใจจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เช่นในชีวิตจริง เพื่อนแท้ช่วยให้ผ่านช่วงยากลำบาก เหมือนนิศาที่ปรึกษาหวานเรื่องประภาและให้กำลังใจตอนหวานถูกโกง ทำให้หวานเข้มแข็งและเรื่องจบดี
→ ดนัย จารุจินดา รับบท รณชัย

ตัวร้ายหลักที่ชื่อเล่นว่าชัย คู่หมั้นทรยศของสรียาหรือหวานที่หลอกเอาเงินก้อนสุดท้ายสิบล้านบาทไปหลังพ่อหวานตายและโรงงานล้มละลาย เขาเริ่มจากทำตัวเป็นแฟนดีคอยอยู่เคียงข้างหวานให้คำปรึกษาเรื่องทำโรงงานเสื้อผ้าใหม่ ลาออกจากงานมาช่วยและซื้อแหวนเพชรให้ แต่จริงๆ แล้วชัยเป็นคนโลภเห็นแก่ตัว หลังช่วยปรียามลหรือมลจากโจรกระชากกระเป๋าและได้รู้จักครอบครัวรวยเจ้าของโรงงานธรรมรัตน์ เขาก็หันไปจีบมลเพื่อหวังเงินทอง แม่กาญจนาที่ไม่ชอบหวานก็สนับสนุนให้เลิกกับหวานเด็ดขาด ชัยหลอกหวานโอนเงินซื้อตึกทำโรงงานแต่เอาเงินไปจริงๆ แล้วหายตัวย้ายบ้านไปกับแม่
เขาพยายามพิชิตใจมลด้วยของขวัญแพงอย่างกระเป๋าใบละล้านในงานวันเกิดมลและพามลหาแม่ตัวเองเพื่อทำคะแนน ชัยแก้ตัวเก่งตอนหวานวิ่งไล่ทวงเงินและขอมลแต่งงานด้วยดอกไม้ที่ซื้อระหว่างนั้น เขาเข้าไปสู่ขอมลและยอมทำงานโรงงานเพื่อแต่งงานรวย หลังแต่งชัยยืมเงินมลอ้างลงทุนแต่จริงๆ ใช้หมด เมื่อหวานดักทวงเขาหลอกว่าจะคืนทยอยเพราะยังรักแต่ต้องแต่งเพราะแม่บังคับ ชัยหนีปัญหาเสมอ เช่นหลบเข้าห้องน้ำตอนเห็นวินกับกรกนกที่ร้านอาหาร สุดท้ายถูกเปิดโปงเรื่องโกง มลทะเลาะและหย่า ชัยขโมยเงินเซฟหนีไป แม่ขายบ้านคืนเงินบางส่วนให้หวาน ชัยเป็นตัวแทนคนเห็นแก่ตัวที่หลอกลวงเพื่อความสบาย ทำให้เรื่องราวเข้มข้นและคนดูแค้นแทนหวาน
ฉายา “นักหลอกเสน่ห์ร้าย”
เพราะรณชัยใช้เสน่ห์และคำพูดหวานหลอกคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง เช่นตอนที่เขาทำตัวเป็นฮีโร่ช่วยมลจากโจรแล้วใช้โอกาสนั้นเข้าใกล้ครอบครัวรวย หรือหลอกหวานโอนเงินด้วยคำพูดว่าจะซื้อตึกแต่เอาเงินไปจริงๆ เขาแก้ตัวเก่งตอนหวานทวงเงินโดยบอกว่ายังรักแต่แม่บังคับแต่งมล ฉายานี้เหมาะเพราะเขาเสน่ห์ร้ายที่ทำร้ายคนอื่น เช่นยืมเงินมลหลังแต่งงานอ้างลงทุนแต่ใช้หมด สุดท้ายถูกเปิดโปงเพราะความโลภ ทำให้เขาหนีและชดใช้กรรม
ข้อคิด “ความโลภนำพาหายนะ”
จากบทบาทรณชัยที่โลภเงินทองจนโกงหวานและหลอกมลเพื่อแต่งงานรวย เขาเสียทุกอย่างเพราะเห็นแก่ตัว เช่นหลังถูกเปิดโปงเขาขโมยเงินหนีแต่แม่ต้องขายบ้านคืนเงิน ข้อคิดนี้สอนว่าความโลภทำให้สูญเสียความไว้วางใจและชีวิตปกติ เช่นในชีวิตจริง ความโลภนำไปสู่ปัญหา เหมือนชัยที่เริ่มจากคู่หมั้นดีแต่จบด้วยการถูกทิ้งและชดใช้ ทำให้คนดูเห็นว่าความซื่อสัตย์สำคัญกว่าเงินทอง
→ ธนา ฉัตรบริรักษ์ รับบท วิทิต

พี่ชายของกรกนกที่มาจากครอบครัวร่ำรวย มีบุคลิกสุภาพอ่อนโยนแต่เด็ดขาดเมื่อปกป้องน้องสาว เขาปรากฏตัวครั้งแรกตอนที่สุนันท์ชวนบ้านกรกนกมาที่โรงงานเพื่อสานสัมพันธ์สองครอบครัว วิทิตเห็นกรกนกดูถูกสรียาหรือหวานที่เป็นสาวโรงงานจึงรีบขอโทษแทนและแสดงทีท่าสนใจหวานทันทีเพราะความสวยและฉลาดของเธอ เขาพยายามชวนหวานไปกินข้าวโดยหาข้ออ้างต่างๆ แม้หวานจะปฏิเสธเพราะมัวแต่คิดเรื่องทวงหนี้จากรณชัย วิทิตตามหวานไปดูสถานการณ์เพราะสงสัยและอยากใกล้ชิด เขาช่วยหวานจากพวกจินดาและสำลีที่แกล้งสาดน้ำขัดขาในงานแต่งมลกับชัย ทำให้หวานประทับใจแต่ยังไม่เปิดใจเพราะมุ่งมั่นแก้แค้น
วิทิตเป็นคนใจกว้างไม่ถือสาเรื่องฐานะหวานและพยายามเข้าใกล้เธอหลายครั้ง เช่นกลับมาโรงงานเพื่อพาเธอออกไปทานข้าวอีก แต่อัศวินหรือวินเห็นแล้วสงสัยตามไปสังเกต วิทิตยังสนับสนุนน้องสาวกรกนกที่อยากแต่งกับวินแต่สุดท้ายเข้าใจเมื่อวินชอบหวาน เขาหันไปสนใจนิศาเพื่อนหวานที่น่ารักและใจดี ทำให้เรื่องจบด้วยคู่รักใหม่ระหว่างวิทิตกับนิศา วิทิตเป็นตัวละครที่เพิ่มมิติโรแมนติกแบบสำรองแต่ไม่ยอมแพ้ ทำให้เรื่องราวมีความหวานปนดราม่าและคนดูเห็นด้านสุภาพบุรุษของเขา
ฉายา “สุภาพบุรุษผู้ตามหา”
เพราะวิทิตชอบตามหาและปกป้องคนที่เขาสนใจแบบสุภาพไม่ก้าวร้าว เช่นตอนที่เขาตามหวานไปกินข้าวโดยหาข้ออ้างและช่วยเธอจากพวกกลั่นแกล้งในงานแต่งโดยไม่หวังผลตอบแทน เขายังขอโทษแทนกรกนกที่น้องดูถูกหวานแสดงถึงความเป็นสุภาพบุรุษที่รับผิดชอบครอบครัว ฉายานี้เหมาะเพราะเขาตามหาความรักจริงจังแต่ไม่บังคับ เช่นหันไปสนใจนิศาเมื่อหวานไม่ตอบรับ ทำให้เขาเป็นตัวอย่างผู้ชายที่ตามหาความรักด้วยความสุภาพ สุดท้ายเขาพบนิศาและจบอย่างมีความสุข
ข้อคิด “ความสุภาพนำพาความรักที่เหมาะสม”
จากบทบาทวิทิตที่สุภาพและไม่ยอมแพ้แต่เคารพความรู้สึกคนอื่น เช่นตอนที่เขาขอโทษหวานแทนกรกนกและชวนเธอไปกินข้าวโดยไม่กดดัน ข้อคิดนี้สอนว่าการสุภาพจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่เหมาะสม เช่นในชีวิตจริง ความสุภาพช่วยสร้างความประทับใจ เหมือนวิทิตที่แม้ไม่สมหวังกับหวานแต่หันไปคบนิศาได้อย่างลงตัว ทำให้คนดูเห็นว่าความสุภาพเปิดโอกาสใหม่ๆ
→ อรวิภา กนกทีสวัสดิ์ รับบท กรกนก

คู่หมั้นที่ถูกบังคับของอัศวินหรือวิน ลูกสาวจากครอบครัวร่ำรวยที่แม่วลัยและสุนันท์อยากให้แต่งงานกันเพื่อสานสัมพันธ์สองตระกูล เธอมีบุคลิกอิจฉาและหึงหวงสูงมากตั้งแต่เห็นวินสนิทกับสาวโรงงานคนใหม่คือหวาน กรกนกจำหวานได้ทันทีตอนมาที่โรงงานและมองหวานด้วยสายตาดูถูกว่าเป็นแค่สาวโรงงานที่ทำท่าหยิ่ง กรกนกบ่นกับมยุรีเรื่องวินไม่สนใจเธอ มยุรีปลอบว่าแต่งงานแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น กรกนกกลัววินจะหลงหวานจึงคอยจับผิดและแอบฟังการสนทนา เช่นตอนที่วินกับหวานคุยเรื่องชัยโกงเงินและเรื่องประวิชกับประภา กรกนกเอาเรื่องไปบอกมยุรีทำให้ประภาถูกทำร้ายจนป่วยหนักและเสียชีวิต เธอยังนำเรื่องชัยโกงเงินสิบล้านไปบอกมล ทำให้มลโมโหทะเลาะกับชัยและขับรถจะชนหวาน
กรกนกทำให้ชัยโกรธหวานโดยวางแผนเปิดโปงทุกอย่าง เธอเสียใจและโกรธวินมากตอนวินปฏิเสธแต่งงานกับเธอแม้จะขัดใจแม่สุนันท์เพราะวินชอบหวาน กรกนกเป็นตัวละครที่ขับเคลื่อนดราม่าหลายจุด เช่นทำให้บ้านมลกานต์วิทย์แตกแยกและหวานถูกไล่ออกชั่วคราว เธอไม่เคยยอมแพ้และคอยหาทางทำให้วินหันกลับมาแต่สุดท้ายต้องเผชิญความจริงว่าวินรักหวานจริงๆ กรกนกเป็นตัวแทนหญิงสาวที่ถูกบังคับเรื่องแต่งงานและปล่อยให้ความหึงหวงครอบงำจนทำลายตัวเองและคนรอบข้าง ทำให้เรื่องราวเข้มข้นและคนดูโมโหแทนหวานตลอด
ฉายา “นางหึงโรงงาน”
เพราะกรกนกหึงหวงวินจนถึงขั้นแอบฟังและนำเรื่องลับไปบอกคนอื่นเพื่อทำลายหวาน เช่นตอนที่เธอเอาเรื่องประวิชกับประภาไปบอกมยุรีและเรื่องชัยโกงเงินไปบอกมล เธอคอยจับผิดหวานทุกครั้งที่เห็นวินช่วยหวานและมองหวานด้วยสายตาดูถูกว่าเป็นแค่สาวโรงงาน ฉายานี้เหมาะเพราะเธอสร้างดราม่าในโรงงานใหญ่โตโดยไม่หยุด เช่นตอนที่เธอบ่นกับมยุรีและวางแผนให้ชัยโกรธหวาน สุดท้ายความหึงของเธอทำให้วินปฏิเสธแต่งงานและเธอต้องเสียใจหนัก
ข้อคิด “ความหึงหวงทำลายตัวเอง”
จากบทบาทกรกนกที่ปล่อยให้ความหึงครอบงำจนไปเปิดโปงความลับและทำร้ายคนอื่น เช่นทำให้ประภาตายและมลทะเลาะกับชัยจนหย่า ข้อคิดนี้สอนว่าความหึงหวงที่เกินเลยจะนำไปสู่การสูญเสียทุกอย่าง เช่นในชีวิตจริง การหึงโดยไม่ควบคุมทำลายความสัมพันธ์และตัวเรา เหมือนกรกนกที่เริ่มจากอยากแต่งกับวินแต่จบด้วยการถูกปฏิเสธและสร้างศัตรูมากมาย ทำให้คนดูเห็นว่าความเข้าใจและปล่อยวางสำคัญกว่า
→ น้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัย รับบท ปรียามล

ลูกสาวคนเล็กของครอบครัวมลกานต์วิทย์ เจ้าของโรงงานธรรมรัตน์ใหญ่โต เธอเป็นน้องสาวของอัศวิน มีบุคลิกอ่อนโยน ใจดีและเชื่อคนง่าย เธอตกหลุมรักรณชัยหรือชัยตั้งแต่ชัยช่วยเธอจากโจรกระชากกระเป๋าและถูกแทงเล็กน้อย ชัยใช้เสน่ห์และทำตัวเป็นฮีโร่ทำให้เธอประทับใจอย่างมาก มลยืนยันพาชัยไปโรงพยาบาลและเลี้ยงขอบคุณจนชัยได้เข้าใกล้ครอบครัว พ่อแม่มลประทับใจชัยเพราะเขาบอกว่าจะทำโรงงานเสื้อผ้าเล็กๆ เหมือนกัน มลยอมให้ชัยเข้าไปสู่ขอและแต่งงานอย่างใหญ่โตแม้พ่อจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่แม่สุนันท์สนับสนุน เธอให้ชัยทำงานในโรงงานและยื่นเงินหนึ่งล้านบาทให้ชัยอ้างลงทุนแต่จริงๆ ชัยเอาไปใช้หมด มลเป็นคนที่ถูกหลอกทั้งเงินทั้งใจ
เธอโมโหหนักเมื่อกรกนกนำเรื่องชัยโกงเงินสิบล้านของหวานมาเล่า ทำให้เธอทะเลาะกับชัยลั่นและตัดสินใจหย่า มลขับรถพยายามชนหวานด้วยความโกรธแต่ถูกอัศวินช่วยไว้ เธอเป็นตัวละครที่เปลี่ยนจากสาวหวานอ่อนโยนมาเป็นคนเด็ดขาดเมื่อรู้ความจริง เธอยังไม่เคยรู้เรื่องลับในบ้านมาก่อนจนกระทั่งกรกนกเปิดโปงเรื่องประวิชกับประภา มลเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างครอบครัวรวยกับดราม่าทวงหนี้ของหวาน ทำให้เรื่องราวเข้มข้น เธอเป็นตัวแทนหญิงสาวสมัยใหม่ที่ถูกหักหลังแต่เรียนรู้ที่จะยืนหยัดและปล่อยวาง
ฉายา “เจ้าสาวผู้ถูกหลอก”
เพราะมลถูกชัยหลอกทั้งเงินทั้งใจตั้งแต่แรก เธอเชื่อในเสน่ห์และคำพูดหวานของชัยจนยอมแต่งงานใหญ่โตและให้เงินเขาทุกอย่าง เช่นตอนที่ชัยขอมลแต่งด้วยช่อดอกไม้และเธอประกาศกับพ่อแม่ทันที เธอไม่รู้ว่าชัยโกงเงินหวานจนกระทั่งกรกนกนำเรื่องมาเล่า ฉายานี้เหมาะเพราะเธอถูกหักหลังซ้ำซ้อนทั้งจากชัยและความไว้วางใจตัวเอง เช่นตอนที่เธอโมโหและขับรถชนหวานแต่สุดท้ายต้องหย่าและเผชิญความจริง สุดท้ายเธอเรียนรู้และปล่อยวางทำให้ครอบครัวสงบลง
ข้อคิด “ความเชื่อใจผิดคนทำลายหัวใจ”
จากบทบาทมลที่เชื่อชัยแบบไม่ตรวจสอบเพราะตกหลุมรัก ทำให้เธอเสียเงินเสียใจและเกือบทำร้ายหวาน ข้อคิดนี้สอนว่าการเชื่อใจคนผิดจะนำไปสู่ความเจ็บปวด เช่นในชีวิตจริง การรีบเชื่อโดยไม่ดูเบื้องหลังทำให้เสียทุกอย่าง เหมือนมลที่เริ่มจากสาวรวยมีความสุขแต่จบด้วยการหย่าและต้องเผชิญดราม่า ทำให้คนดูเห็นว่าการระมัดระวังและฟังเสียงหัวใจจริงๆ สำคัญกว่า
→ อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ประวิช

ลูกชายคนโตของครอบครัวมลกานต์วิทย์ พี่ชายของอัศวินและปรียามล เขาถูกบังคับให้แต่งงานกับมยุรีเพราะเหตุผลทางธุรกิจ แม้ภายนอกจะดูเป็นสามีที่ยอมทุกอย่างให้ภรรยาหึงหวง แต่เขากลับมีชีวิตคู่ลับกับประภา สาวโรงงานเก่าที่เขาเคยทำงานด้วย ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันชื่อต้น ประวิชแอบไปหาประภาและลูกบ่อยๆ เพราะที่นั่นคือที่ที่เขารู้สึกมีความสุขและเป็นตัวของตัวเองจริงๆ เขาต้องใช้ชีวิตแบบสองหน้า ถูกมยุรีคุมเข้มจนต้องให้อัศวินช่วยดูแลประภาและต้นแทน เมื่อเรื่องแตกเพราะกรกนกนำไปบอกมยุรี ทำให้มยุรีโกรธและไปทำร้ายประภาจนเธอซึ่งป่วยมะเร็งอยู่แล้วล้มป่วยหนักและเสียชีวิต
ประวิชเสียใจมากแต่ก็ไม่กล้าตัดสินใจชัดเจนตั้งแต่แรก เขาเป็นตัวละครที่แสดงถึงผู้ชายขี้ขลาด อ่อนแอต่อความต้องการส่วนตัว และสร้างความเจ็บปวดให้คนรอบข้างหลายคน สุดท้ายมยุรีสำนึกผิดและยอมรับต้นเป็นลูกบุญธรรม ประวิชจึงต้องเผชิญผลกรรมจากการเลือกทางชีวิตที่ผิดพลาดของตัวเอง เขาเป็นตัวแทนของผู้ชายที่ใช้ชีวิตสองหน้าในสังคม ทำให้เรื่องราวเต็มไปด้วยดราม่าครอบครัวที่หนักหน่วงและสะท้อนปัญหาจริงในชีวิต
ฉายา “ชายสองชีวิต”
เพราะประวิชมีชีวิตคู่สองแบบอย่างชัดเจน ทั้งสามีของมยุรีในบ้านใหญ่และคนรักของประภาในบ้านเล็ก เขาใช้ชีวิตแบบปกปิดความลับมานาน โดยแอบไปหาเมียน้อยและลูกขณะที่อยู่กับมยุรีก็ต้องทำตัวยอมทุกอย่างเพื่อความสงบ ฉายานี้เหมาะสมมากเพราะเขามีสองหัวใจและสองครอบครัวที่ต้องคอยรักษาความลับจนสุดท้ายเรื่องก็แตกเพราะความหึงหวงของคนอื่น สุดท้ายเขาต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่
ข้อคิด “การนอกใจนำมาซึ่งความพินาศ”
จากบทบาทประวิชที่เลือกมีสองชีวิตแทนการซื่อสัตย์กับคนที่แต่งงานด้วย ทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อประภา ลูก และมยุรี ข้อคิดนี้สอนว่าการโกหกและนอกใจจะนำมาซึ่งหายนะในที่สุด แม้จะพยายามปกปิดแค่ไหนก็ตาม เพราะความจริงมักเปิดเผยเสมอ ในชีวิตจริง ความซื่อสัตย์คือพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดี หากขาดสิ่งนี้ ครอบครัวและคนรอบข้างจะต้องเจ็บปวดหนักเหมือนที่เกิดขึ้นกับประวิช
→ สโรชา วาทิตตพันธ์ รับบท ประภา

เมียน้อยของประวิช ลูกชายคนโตของเจ้าของโรงงานธรรมรัตน์ เธอเคยเป็นสาวโรงงานที่ทำงานกับประวิชและตกหลุมรักกันก่อนที่ประวิชจะถูกบังคับให้แต่งงานกับมยุรี ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันคนหนึ่งชื่อต้น ประภาต้องเลี้ยงลูกคนเดียวหลังถูกมยุรีรู้เรื่องและไล่ออกจากโรงงาน เธอใช้ชีวิตอย่างลำบากแต่ยังคงรักประวิชและยอมเป็นเมียน้อยเงียบๆ เพราะหวังว่าจะได้อยู่กับคนรักและลูก แม้ประวิชจะมาเยี่ยมได้ไม่บ่อยเพราะถูกมยุรีหึงหวงและคุมเข้ม ประภาเป็นคนอ่อนโยน ใจดี และเสียสละมาก เธอไม่เคยเรียกร้องสิทธิใดๆ เพียงอยากให้ลูกมีพ่อ
แต่วันหนึ่งกรกนกแอบฟังเรื่องราวแล้วนำไปบอกมยุรี ทำให้มยุรีโกรธจัดและบุกไปทำร้ายเธอที่บ้าน ประภาที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอยู่แล้วยิ่งอาการทรุดหนักลงจนต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตในที่สุดก่อนตายเธอได้รับการอโหสิกรรมจากมยุรีที่สำนึกผิดและยอมรับต้นเป็นลูกบุญธรรม ประภาเป็นตัวละครที่สะท้อนถึงผู้หญิงที่เลือกทางรักผิดและต้องจ่ายราคาด้วยชีวิต เธอทำให้คนดูเห็นถึงความเจ็บปวดของการเป็นเมียน้อยและความรักที่ไม่สมบูรณ์
ฉายา “เมียน้อยผู้ทรมาน”
เพราะประภาต้องทนทุกข์ทั้งกายและใจมาตลอด เธอถูกไล่ออก ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ถูกหึงหวงจากภรรยาหลวง และสุดท้ายต้องจากโลกนี้ไปอย่างไม่สมหวัง ฉายานี้เหมาะสมมากเพราะเธอใช้ชีวิตในเงามืดของความรัก ไม่เคยได้รับสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ยังคงรักและเสียสละให้ประวิชและลูกจนวินาทีสุดท้าย
ข้อคิด “ความรักที่ผิดทางนำมาซึ่งความเจ็บปวด”
จากชีวิตของประภาที่เลือกเป็นเมียน้อยแม้รู้ว่าประวิชมีภรรยาแล้ว เธอต้องเผชิญความลำบาก การถูกทำร้าย และการจากลา ข้อคิดนี้สอนว่าความรักที่ไม่ถูกต้องและไม่สมบูรณ์มักนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานให้กับตัวเราและคนรอบข้าง เช่นในชีวิตจริง การเลือกความสัมพันธ์แบบลับๆ มักจบลงด้วยน้ำตาและการสูญเสีย เหมือนประภาที่แม้จะรักจริงแต่ต้องจ่ายราคาแพงที่สุด
→ สกาวใจ พูนสวัสดิ์ รับบท มยุรี

ภรรยาของประวิช ลูกสะใภ้คนสำคัญของครอบครัวมลกานต์วิทย์ เจ้าของโรงงานธรรมรัตน์ใหญ่โต เธอมีบุคลิกหึงหวงและหวงแหนสามีอย่างรุนแรงสุดขีด คุมประวิชทุกย่างก้าว ไม่ให้มองผู้หญิงอื่นแม้แต่นิดเดียว แม้ประวิชจะยอมทุกอย่างเพื่อความสงบแต่เธอยังไม่พอใจ เธอรู้เรื่องประภาเมียน้อยของสามีตั้งแต่ก่อนแต่งงานและรีบไล่ประภาออกจากโรงงานทันทีเพื่อกำจัดภัยคุกคาม แต่เธอไม่เคยรู้เรื่องที่ประภาตั้งท้องและมีลูกชายชื่อต้นกับประวิช มยุรีเป็นคนดุร้ายและเด็ดขาดเมื่อรู้สึกถูกหักหลัง เธอคอยฟังรายงานจากกรกนกและจินดาเกี่ยวกับเรื่องในโรงงานตลอดเวลา เมื่อกรกนกแอบฟังการสนทนาของวินกับหวานแล้วนำเรื่องประวิชกับประภามาเล่า
มยุรีโมโหสุดขีดและรีบบุกไปที่บ้านประภาเพื่อทำร้ายเธอโดยไม่รู้ว่าประภาป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอยู่แล้ว ทำให้ประภาอาการทรุดหนักจนเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตในที่สุด หลังประภาตาย มยุรีถึงสำนึกผิดอย่างหนัก เธออโหสิกรรมขอโทษประภาและยอมรับเด็กชายต้นเป็นลูกบุญธรรมของตัวเอง มยุรีจึงเปลี่ยนจากคนหึงร้ายมาเป็นคนที่มีเมตตา เธอเป็นตัวละครที่ขับเคลื่อนดราม่าครอบครัวและโรงงานทั้งเรื่อง ทำให้คนดูทั้งโมโหและสงสารในเวลาเดียวกัน
ฉายา “นางหึงมรณะ”
เพราะมยุรีหึงหวงประวิชจนถึงขั้นควบคุมชีวิตเขาแบบไม่ให้มีช่องว่างใดๆ และเมื่อรู้เรื่องลับก็ลงมืออย่างรุนแรงทันที เธอสร้างความหวาดกลัวให้คนรอบข้างในโรงงานและบ้านใหญ่ ฉายานี้เหมาะสมเพราะเธอกลายเป็นเหมือนมารเมื่อความหึงครอบงำ จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมของประภา แต่สุดท้ายเธอก็กลับมาเป็นมนุษย์เมื่อสำนึกผิดและยอมรับลูกบุญธรรม
ข้อคิด “ความหึงหวงเกินเลยทำลายทุกอย่าง”
จากบทบาทมยุรีที่ปล่อยให้ความหึงครอบงำจนไปทำร้ายประภาจนเสียชีวิต แม้เธอจะไม่รู้ว่าประภาป่วยหนัก ข้อคิดนี้สอนว่าความหึงหวงหากไม่ควบคุมจะนำไปสู่การทำลายล้างตัวเองและคนอื่นอย่างหนักหน่วง ในชีวิตจริงความหึงหวงแบบไม่มีความเหมาะสมมักทำลายความสัมพันธ์และสร้างบาดแผลที่รักษาไม่ได้ เหมือนมยุรีที่เกือบทำลายครอบครัวตัวเองจนหมดแต่สุดท้ายการสำนึกผิดช่วยเยียวยาและทำให้เธอได้เริ่มต้นใหม่
→ สาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท สุนันท์

แม่ของอัศวินและปรียามล เธอเป็นคุณนายบ้านที่มีบุคลิกเข้มงวด ดื้อรั้น และชอบควบคุมทุกอย่างในครอบครัว เธอเชื่อว่าตัวเองรู้ดีที่สุดและมักวางแผนชีวิตให้ลูกๆ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งงาน สุนันท์อยากให้อัศวินแต่งงานกับกรกนกเพื่อเชื่อมสัมพันธ์สองตระกูล และสนับสนุนการแต่งงานของมลกับรณชัยอย่างเต็มที่ แม้พ่อของมลจะไม่ค่อยเห็นด้วย เธอสั่งการและบังคับอัศวินให้ดูแลกรกนกอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ชวนบ้านกรกนกมาที่โรงงานเพื่อผลักดันให้สองคนใกล้กันมากขึ้น
เมื่อเรื่องชัยโกงเงินหวานและความลับของประวิชกับประภาแตก เธอต้องเผชิญความวุ่นวายหนักและผิดหวังครั้งใหญ่เพราะแผนที่วางไว้พังทลาย สุนันท์ยังคอยไกล่เกลี่ยและสั่งการภายในบ้านใหญ่ ทำให้เธอเป็นตัวละครที่ขับเคลื่อนดราม่าครอบครัวและโรงงานได้อย่างมีพลัง เธอสะท้อนภาพคุณแม่ผู้ใหญ่บ้านดั้งเดิมที่มองลูกเป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์และความมั่งคั่งของครอบครัว ทำให้เกิดความขัดแย้งและแรงกดดันภายในบ้านตลอดเรื่อง
ฉายา “คุณนายผู้จัดชีวิต”
เพราะสุนันท์ชอบวางแผนและบังคับชีวิตคู่ของลูกๆ ตามที่เธอต้องการ เธอผลักดันการแต่งงานของทั้งอัศวินกับกรกนกและมลกับชัยอย่างหนักหน่วง ถึงขั้นสั่งการและจัดแจงทุกอย่างให้เกิดขึ้น ฉายานี้เหมาะเพราะเธอเหมือนผู้กำกับใหญ่ในบ้านที่อยากควบคุมทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ครอบครัว
ข้อคิด “การบังคับลูกมากเกินไปอาจนำไปสู่ผลตรงข้าม”
จากบทบาทสุนันท์ที่พยายามจัดชีวิตให้ลูกแต่สุดท้ายลูกๆ ก็เลือกทางเดินของตัวเองและสร้างดราม่าใหญ่โต ข้อคิดนี้สอนว่าพ่อแม่ควรให้ลูกมีอิสระในการตัดสินใจชีวิตคู่มากขึ้น เพราะการบังคับอาจทำให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งภายในครอบครัว
→ อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รับบท ธรรมรัตน์

เจ้าของโรงงานธรรมรัตน์ใหญ่โตและหัวหน้าครอบครัวมลกานต์วิทย์ เขาเป็นพ่อของอัศวินและปรียามล มีบุคลิกเงียบขรึม มีเหตุผลและใจเย็นมากที่สุดในบ้าน เขาไม่ใช่คนพูดมากแต่ทุกคำพูดมีน้ำหนักและมักเป็นคนตัดสินใจสุดท้ายในเรื่องธุรกิจโรงงาน เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับการแต่งงานของมลกับรณชัยเพราะรู้สึกว่าชัยมีนิสัยไม่น่าไว้ใจและมาจากพื้นฐานที่ต่างกัน แต่สุดท้ายเขาก็ยอมตามสุนันท์ภรรยาที่ผลักดันหนักหน่วงเพื่อความสงบในบ้าน ธรรมรัตน์คอยเฝ้ามองและไกล่เกลี่ยดราม่าภายในครอบครัวอย่างเงียบๆ เช่นตอนที่เรื่องความลับของประวิชกับประภาตกแตกและตอนที่มลทะเลาะกับชัยจนหย่า
เขาเป็นคนที่คอยเตือนลูกๆ ให้คิดให้รอบคอบและรักษาภาพลักษณ์ของโรงงานและครอบครัวเสมอ แม้จะถูกสุนันท์ครอบงำในเรื่องส่วนตัวแต่ในธุรกิจเขายังคงเป็นผู้ควบคุมหลักที่มั่นคง เขาสะท้อนภาพพ่อบ้านผู้มีอำนาจแต่เลือกใช้ความสงบและเหตุผลมากกว่าอารมณ์ ทำให้เขากลายเป็นหลักยึดเหนี่ยวของทุกคนในบ้านเมื่อเกิดวิกฤตใหญ่ๆ ธรรมรัตน์เป็นตัวละครที่เพิ่มความสมดุลให้กับดราม่าครอบครัวที่วุ่นวายและทำให้คนดูรู้สึกถึงความอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ที่แท้จริง
ฉายา “พ่อผู้มีเหตุผล”
เพราะธรรมรัตน์เป็นคนที่คิดก่อนพูดและใช้เหตุผลนำหน้าอารมณ์เสมอ เขาไม่เห็นด้วยกับชัยแต่ไม่ห้ามแรงเพราะอยากรักษาความสงบในบ้านและยังคอยเตือนมลให้ระวังตัว เขาไกล่เกลี่ยเรื่องราวภายในครอบครัวอย่างเงียบๆ โดยไม่สร้างความขัดแย้งเพิ่ม ฉายานี้เหมาะสมเพราะเขาคือคนที่คอยชั่งน้ำหนักทุกอย่างให้ลงตัวที่สุดในบ้านใหญ่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรงจากสุนันท์และมยุรี
ข้อคิด “เหตุผลดีกว่าอารมณ์ในการตัดสินใจ”
จากบทบาทธรรมรัตน์ที่เลือกใช้เหตุผลแทนการตามอารมณ์ภรรยาแม้สุดท้ายจะยอมตามแต่เขาก็เตือนลูกๆ อยู่เสมอ ข้อคิดนี้สอนว่าการตัดสินใจด้วยเหตุผลจะช่วยลดปัญหาและรักษาความสงบได้ดีกว่า เช่นในชีวิตจริงพ่อแม่ที่ใช้เหตุผลจะช่วยให้ลูกๆ มีทางเลือกที่ดีและครอบครัวไม่แตกแยกหนัก เหมือนธรรมรัตน์ที่แม้แผนแต่งงานจะพังแต่เขาก็ยังเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้ทุกคนผ่านดราม่าไปได้
→ สุปราณี เจริญผล รับบท วนิดา

แม่ของสรียา หรือหวาน เธอเพิ่งสูญเสียสามี นายบันดาล ทำให้เธอเศร้าโศกหนักจนทำอะไรไม่ได้ งานศพเป็นไปอย่างเงียบเหงาและหวานต้องจัดการทุกอย่างคนเดียว วนิดาป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาลและผ่าตัดเนื้องอก เธอใจดี อ่อนโยน และรักลูกมาก อยากเห็นหวานแต่งงานกับรณชัยหรือชัยโดยเร็วเพื่อความมั่นคง เธอคอยให้กำลังใจลูกเสมอแม้จะป่วยและต้องนอนโรงพยาบาล หวานต้องโกหกเรื่องโรงงานใหม่และชัยหายไปเพื่อไม่ให้แม่ช็อกและกระทบกระเทือนจิตใจ วนิดาสังหรณ์ใจว่ามีบางอย่างผิดปกติแต่เธอไม่กดดัน เพียงปลอบและให้กำลังใจหวานตลอด
ต่อมาเธอเจอกาญจนาแม่ของชัยโดยบังเอิญและรู้ความจริงว่าชัยโกงเงินสิบล้านของหวานไป เธอถามหวานตรงๆ และสนับสนุนให้ลูกสาวทวงหนี้คืนอย่างถึงที่สุด แม้ตัวเธอจะอ่อนแอทางร่างกายแต่เธอเป็นเสาหลักทางใจให้หวานในช่วงชีวิตที่ลำบากที่สุด วนิดาเป็นตัวละครที่สะท้อนภาพแม่ไทยแท้ๆ ที่รักลูกมากกว่าตัวเองและยอมเสียสละเพื่อลูกเสมอ ทำให้เรื่องราวมีทั้งความเศร้าและความอบอุ่นท่ามกลางดราม่า
ฉายา “แม่ผู้ถูกปกป้องด้วยความรัก”
เพราะวนิดาเป็นแม่ที่อ่อนโยนและใจดีมาก แต่ลูกสาวต้องปกปิดความจริงเพื่อปกป้องเธอจากความเจ็บปวด เธอถูกหวานโกหกเรื่องชัยโกงเงินและโรงงานล้มเพื่อไม่ให้ช็อกแต่เธอยังคอยให้กำลังใจลูกเสมอ ฉายานี้เหมาะเพราะเธอคือแรงใจสำคัญที่ทำให้หวานเข้มแข็ง แม้จะไม่รู้ความจริงทั้งหมดแต่ความรักจากแม่ก็ช่วยให้หวานสู้ต่อไปได้ตลอดเรื่อง
ข้อคิด “ความรักของแม่คือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”
จากบทบาทวนิดาที่แม้ป่วย เศร้าโศกและถูกปกปิดความจริงแต่ยังคอยให้กำลังใจลูกเสมอโดยไม่กดดัน ข้อคิดนี้สอนว่าแม่ที่รักลูกจริงจะเป็นพลังให้ลูกผ่านทุกอุปสรรคได้ แม้ตัวเองจะอ่อนแอ เช่นในชีวิตจริง การมีแม่คอยปลอบและเชื่อใจลูกจะช่วยให้เรากล้าสู้และไม่ยอมแพ้ เหมือนวนิดาที่ทำให้หวานเข้มแข็งพอที่จะทวงหนี้และเริ่มชีวิตใหม่ได้
→ ไปรมา รัชตะ รับบท กาญจนา

แม่ของรณชัยหรือชัย เธอเป็นคนโลภเงินทองมาก ไม่ชอบสรียาหรือหวานตั้งแต่แรกเพราะหวานต้องเริ่มธุรกิจใหม่จากศูนย์และไม่มีฐานะร่ำรวยเหมือนเดิม กาญจนาเห็นว่าหวานไม่เหมาะสมกับลูกชายจึงคอยกดดันชัยให้เลิกกับหวานเด็ดขาด เมื่อชัยได้รู้จักปรียามลหรือมลจากครอบครัวเจ้าของโรงงานธรรมรัตน์ใหญ่โต กาญจนาปลื้มมลมากและผลักดันให้ลูกชายจีบมลเต็มที่ เธอสนับสนุนชัยให้หลอกหวานโอนเงินสิบล้านบาทเพื่อซื้อตึกทำโรงงานแต่จริงๆ แล้วเอาเงินไปใช้กับมลและตัวเอง เมื่อชัยย้ายบ้านไปอยู่กับมล
กาญจนาก็ย้ายตามและทำตัวสบายใจกับชีวิตใหม่ที่ร่ำรวย เธอปลาบปลื้มมลออกหน้าออกตาแม้มลจะอึดอัดแต่ก็ยอมเพราะเห็นแก่ชัย เมื่อเรื่องชัยโกงเงินหวานแตกและมลหย่า กาญจนาต้องขายบ้านที่ซื้อใหม่เพื่อคืนเงินบางส่วนให้หวาน เธอเป็นตัวละครที่เห็นแก่ตัวสุดขีด ใช้ลูกเป็นเครื่องมือหาความมั่งคั่งและไม่เคยสำนึกผิดจริงจัง ทำให้เธอกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดดราม่าหนักทั้งฝั่งหวานและฝั่งมล เธอสะท้อนภาพแม่ที่มองลูกเป็นหนทางสู่ความร่ำรวยมากกว่าความสุขของลูกเอง
ฉายา “แม่โลภเงินลูก”
เพราะกาญจนาโลภเงินจนถึงขั้นผลักดันให้ชัยโกงหวานและหันไปจีบมลเพื่อหวังชีวิตสบาย เธอไม่ชอบหวานเพราะไม่มีฐานะและยอมให้ลูกทรยศคนรักเดิมเพื่อเงินทองจากครอบครัวมล ฉายานี้เหมาะสมเพราะเธอมองลูกเป็นเครื่องมือหาความมั่งคั่งมากกว่าความสุขและความซื่อสัตย์ สุดท้ายเมื่อทุกอย่างพังเธอก็ต้องขายบ้านคืนเงินแต่ก็ยังไม่เคยสำนึกผิดเต็มที่
ข้อคิด “ความโลภของพ่อแม่ทำลายอนาคตลูก”
จากบทบาทกาญจนาที่ผลักดันให้ชัยโกงเงินและทรยศหวานเพื่อหวังความร่ำรวยจากมล ทำให้ลูกชายต้องหนีและเสียทุกอย่างในที่สุด ข้อคิดนี้สอนว่าความโลภของพ่อแม่ที่มองลูกเป็นหนทางหาเงินจะนำมาซึ่งหายนะให้ทั้งครอบครัวและตัวลูกเอง ในชีวิตจริงการสอนลูกให้ซื่อสัตย์และมีคุณธรรมสำคัญกว่าการผลักดันให้ได้เงินทองโดยไม่เลือกวิธี เพราะสุดท้ายความโลภจะทำลายความสัมพันธ์และชื่อเสียง เหมือนกาญจนาที่ทำให้ชัยกลายเป็นตัวร้ายและครอบครัวแตกสลาย
→ วาสนา พูนผล รับบท วลัย

แม่ของกรกนก เธอเป็นคุณแม่จากครอบครัวร่ำรวยที่สนิทสนมกับสุนันท์แม่ของอัศวินและปรียามล เธอผลักดันให้ลูกสาวกรกนกแต่งงานกับอัศวินอย่างหนักหน่วงเพราะเห็นว่าเป็นการเชื่อมสัมพันธ์สองตระกูลใหญ่และจะทำให้สถานะทางสังคมมั่นคงขึ้น วลัยมีบุคลิกมุ่งมั่น ดื้อรั้น และชอบวางแผนชีวิตให้ลูก เธอสนับสนุนกรกนกให้คอยตามติดอัศวินและพยายามทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน เมื่อสุนันท์ชวนบ้านเธอมาที่โรงงานเพื่อสานสัมพันธ์ วลัยก็รีบพาลูกสาวไปด้วยและยินดีมากที่เห็นกรกนกได้เข้าใกล้อัศวิน เธอปลอบลูกสาวทุกครั้งที่กรกนกกลัวว่าวินจะไม่ชอบและยืนยันว่ากรกนกต้องได้แต่งงานกับวินให้ได้ แม้จะเห็นว่าวินไม่สนใจลูกสาวมากนัก
วลัยยังคอยให้กำลังใจกรกนกและบอกว่าพอแต่งงานแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น เธอเป็นตัวละครที่สะท้อนภาพแม่ที่มองการแต่งงานเป็นเครื่องมือสร้างฐานะและภาพลักษณ์มากกว่าความสุขของลูก ทำให้เกิดแรงกดดันให้กรกนกหึงหวงและทำเรื่องร้ายแรงหลายครั้ง วลัยไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกจริงๆ ของลูกแต่ยึดติดกับแผนที่วางไว้ สุดท้ายเมื่อวินปฏิเสธแต่งงานกับกรกนกอย่างชัดเจน วลัยก็ต้องยอมรับความจริงแต่ยังคงเป็นแม่ที่หวังดีในแบบของตัวเอง เธอเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดราม่าครอบครัวเข้มข้นขึ้น
ฉายา “แม่วางแผนแต่งงาน”
เพราะวลัยทุ่มเทแรงกายแรงใจในการวางแผนให้กรกนกแต่งงานกับอัศวิน เธอยืนยันกับลูกสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้องได้แต่งงานให้ได้และคอยปลอบใจทุกครั้งที่กรกนกกังวล ฉายานี้เหมาะสมเพราะเธอมองการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตของลูกสาวและพยายามผลักดันทุกทางแม้จะเห็นว่าวินไม่ตอบรับความรู้สึกของกรกนก
ข้อคิด “การวางแผนชีวิตให้ลูกมากเกินไปอาจทำให้ลูกทุกข์”
จากบทบาทวลัยที่ผลักดันกรกนกให้แต่งงานกับวินโดยไม่สนใจความรู้สึกจริงๆ ของลูก ทำให้กรกนกต้องหึงหวงและทำเรื่องร้ายแรงจนสร้างปัญหาใหญ่ ข้อคิดนี้สอนว่าพ่อแม่ควรฟังความต้องการของลูกมากกว่าการยึดติดกับแผนส่วนตัว เพราะการบังคับอาจนำไปสู่ความทุกข์และความขัดแย้ง ในชีวิตจริงการให้ลูกเลือกทางเดินของตัวเองจะทำให้ลูกมีความสุขมากกว่าและลดปัญหาที่เกิดจากแรงกดดัน
→ นาตยา จันทร์รุ่ง รับบท จินดา

หัวหน้าแผนกเย็บผ้าในโรงงานธรรมรัตน์ เธอมีบุคลิกเย่อหยิ่ง อิจฉา และชอบใช้อำนาจกดขี่ลูกน้อง โดยเฉพาะคนที่สวยและเก่งกว่าตัวเอง เมื่อสรียาหรือหวานสมัครเข้ามาเป็นสาวโรงงาน จินดาเห็นหน้าตาหวานสวยและฝีมือเย็บผ้าดีเยี่ยมก็ไม่พอใจทันที เธอคิดว่าหวานสวยเกินไปสำหรับการเป็นสาวโรงงานและกลัวว่าหวานจะแย่งซีนหรือได้ใจผู้บริหาร เธอจึงรีบข่มและกดดันหวานให้อยู่ในอำนาจตัวเอง โดยมีสำลีลูกน้องคนสนิทคอยช่วยกลั่นแกล้ง เช่นขัดขาหวานให้ล้ม ฟ้องเรื่องเล็กน้อยให้หวานถูกปรับเงิน และรายงานทุกความเคลื่อนไหวของหวานให้มยุรีภรรยาลูกเจ้าของโรงงาน
จินดาเป็นคนของมยุรีโดยตรงจึงกล้าใช้อำนาจเต็มที่ เธอเคยขู่หวานว่าจะไล่ออกหลายครั้งถ้าหวานมีเรื่องอีก และคอยจับผิดทุกอย่างเพื่อหาโอกาสกำจัดหวานออกจากโรงงาน เมื่อหวานเริ่มแข็งข้อและมีวินช่วยเหลือ จินดายิ่งโมโหและพยายามหาทางแก้แค้น เช่นตอนที่เธอกับสำลีสาดน้ำและขัดขาหวานในงานแต่งมล จินดาเป็นตัวละครที่สะท้อนภาพหัวหน้าที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดเพราะความอิจฉา ทำให้เกิดดราม่าในที่ทำงานและเพิ่มความกดดันให้หวานตลอดเรื่อง เธอเป็นตัวร้ายรองที่คนดูโมโหและอยากเห็นเธอโดนลงโทษ
ฉายา “หัวหน้าอิจฉาสาวสวย”
เพราะจินดาอิจฉาหวานทั้งหน้าตาและฝีมืองานจนถึงขั้นกลั่นแกล้งแบบเป็นระบบ เธอเห็นหวานสวยและเก่งก็รีบกดดันทันที รายงานทุกอย่างให้มยุรีและหาทางไล่หวานออกจากโรงงาน ฉายานี้เหมาะสมเพราะความอิจฉาของเธอคือแรงผลักดันหลักที่ทำให้เกิดปัญหาในแผนกเย็บผ้าและสร้างความเดือดให้คนดูทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว
ข้อคิด “ความอิจฉาทำลายความเป็นมืออาชีพ”
จากบทบาทจินดาที่ปล่อยให้ความอิจฉาครอบงำจนใช้อำนาจในทางที่ผิดและกลั่นแกล้งลูกน้องแทนที่จะพัฒนางาน ข้อคิดนี้สอนว่าความอิจฉาในที่ทำงานจะทำให้เสียทั้งชื่อเสียงและประสิทธิภาพการทำงาน ในชีวิตจริงหัวหน้าที่อิจฉาลูกน้องเก่งๆ มักสร้างบรรยากาศ พิษและสูญเสียคนดีๆ เหมือนจินดาที่สุดท้ายก็ไม่สามารถกำจัดหวานได้และยังทำให้ตัวเองดูแย่ลงไปอีก
→ ธงธง ม๊กจ๊ก รับบท สำลี

ลูกน้องคนสนิทของจินดา หัวหน้าแผนกเย็บผ้าในโรงงานธรรมรัตน์ เธอมีบุคลิกขี้ขลาดแต่ชอบอวดอำนาจตามหัวหน้า ชอบกลั่นแกล้งคนอื่นเพื่อเอาใจจินดาและหวังเลื่อนขั้น เธออิจฉาหวานตั้งแต่วันแรกที่หวานเข้ามาทำงานเพราะหวานทั้งสวยทั้งเก่งงานเย็บผ้า สำลีจึงรีบลงมือทันที เช่นขัดขาหวานให้ล้มในวันแรกทำงาน ฟ้องจินดาเรื่องเล็กน้อยเพื่อให้หวานถูกปรับเงิน และคอยจับผิดทุกการกระทำของหวานเพื่อหาโอกาสไล่ออก เธอชอบตะคอกเรียกหวานและให้ทำงานแทนตัวเองบ่อยๆ เมื่อหวานทำงานไม่มีผิดพลาดสำลียิ่งโมโหและพยายามหาทางให้หวานจ่ายค่าปรับให้ได้ เช่นตอนที่หวานทำเสื้อเสียเพราะถูกตะคอกจนตกใจ
สำลีก็รีบโทษหวานทันที เธอร่วมมือกับจินดาแกล้งหวานในงานแต่งมลกับชัย เช่นสาดน้ำและขัดขาหวาน แต่สุดท้ายก็โดนกำไลแกล้งราดน้ำมันจักรให้ลื่นล้ม ถ่วงเวลาไม่ให้ฟ้องมยุรีได้ทัน สำลีเป็นตัวละครที่สะท้อนภาพลูกน้องที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมและอำนาจเล็กๆ น้อยๆ ในการกลั่นแกล้งคนอื่นเพื่อความอยู่รอดในองค์กร ทำให้เกิดดราม่าในที่ทำงานและเพิ่มความกดดันให้หวานตลอดเรื่อง เธอเป็นตัวร้ายรองที่คนดูอยากเห็นโดนลงโทษและทำให้เรื่องสนุกด้วยความน่ารำคาญแบบถึงใจ
ฉายา “ลูกมือขวาอิจฉา”
เพราะสำลีเป็นมือขวาของจินดาที่คอยช่วยกลั่นแกล้งหวานทุกทางเพื่อเอาใจหัวหน้าและหวังเลื่อนตำแหน่ง เธออิจฉาหวานทั้งหน้าตาและฝีมืองานจนลงมือทันที ไม่ว่าจะขัดขา ฟ้องเรื่องเล็กน้อย หรือพยายามให้หวานจ่ายค่าปรับ ฉายานี้เหมาะสมเพราะเธอคือคนที่คอยตามหัวหน้าแบบติดหนึบและสร้างปัญหาให้หวานแบบไม่ยั้งมือ ทำให้คนดูโมโหทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว
ข้อคิด “การอิจฉาและเลียแข้งเลียขาไม่นำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน”
จากบทบาทสำลีที่ใช้อิจฉาและการเอาใจหัวหน้าในการกลั่นแกล้งหวานแทนที่จะพัฒนาตัวเอง ข้อคิดนี้สอนว่าการอิจฉาคนอื่นและพึ่งพาการเลียแข้งเลียขาในที่ทำงานจะทำให้เสียทั้งชื่อเสียงและโอกาสจริงๆ ในชีวิตจริงคนที่ทำงานด้วยความสามารถและซื่อสัตย์จะก้าวหน้าได้ไกลกว่า เหมือนสำลีที่สุดท้ายก็ไม่สามารถกำจัดหวานได้และยังทำให้ตัวเองดูแย่ลงไปอีก
→ แดนดาว พฤกษ์พยุง รับบท กำไล

เพื่อนสาวโรงงานแผนกเย็บผ้าในโรงงานธรรมรัตน์ เธอเป็นคนใจดี ร่าเริง ขี้เล่น และซื่อสัตย์มาก เธอเป็นคนแรกที่ยื่นมือช่วยสรียาหรือหวานตั้งแต่วันแรกที่หวานเข้ามาทำงาน เมื่อสำลีขัดขาหวานให้ล้ม กำไลก็รีบวิ่งมาช่วยรับและเตือนไม่ให้มีเรื่องกับจินดาและสำลีเพราะรู้ว่าเป็นคนของมยุรี เธอคอยให้กำลังใจหวานตลอดเวลาและช่วยปกป้องจากพวกกลั่นแกล้ง เช่นตอนที่จินดากับสำลีขู่จะฟ้องมยุรีให้ไล่หวานออก กำไลแกล้งราดน้ำมันจักรพื้นระหว่างทางให้ทั้งคู่ลื่นล้มเพื่อถ่วงเวลา จนวินเดินผ่านมาช่วยได้ทัน เธอเป็นคนที่รู้เรื่องราวในโรงงานดีและคอยเล่าให้หวานฟัง เช่นตอนที่เล่าว่าปรียามลกำลังจะแต่งงานกับฮีโร่ที่ช่วยจากขโมย ทำให้หวานรู้ว่าคนนั้นคือชัย
กำไลยังเป็นเพื่อนที่ทำให้หวานยิ้มได้ในวันที่เหนื่อยล้าและช่วยให้หวานไม่โดดเดี่ยวในโรงงานใหญ่ เธอไม่เคยทรยศหรืออิจฉาหวานแม้หวานจะสวยและเก่งกว่า แต่กลับยินดีและช่วยเหลือเต็มที่ สุดท้ายกำไลเป็นตัวแทนมิตรภาพแท้ในที่ทำงานที่ทำให้เรื่องราวมีทั้งความเดือดและความอบอุ่น เธอช่วยให้หวานผ่านช่วงเวลายากลำบากและเป็นกำลังใจสำคัญจนหวานได้ทวงหนี้คืนและพบรักใหม่
ฉายา “เพื่อนโรงงานตัวป่วน”
เพราะกำไลชอบใช้ไหวพริบและความขี้เล่นในการช่วยหวานแบบไม่ให้ใครจับได้ เช่นตอนที่เธอราดน้ำมันจักรให้จินดากับสำลีล้มเพื่อถ่วงเวลาไม่ให้ฟ้องมยุรีได้ทัน เธอเป็นคนที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดกลายเป็นตลกและช่วยหวานรอดพ้นปัญหาได้หลายครั้ง ฉายานี้เหมาะสมเพราะเธอไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดาแต่เป็นเพื่อนที่กล้าหาญและฉลาดในการแก้ปัญหาแบบเงียบๆ ทำให้คนดูรักและขำทุกครั้งที่เธอโผล่มา
ข้อคิด “เพื่อนแท้คือคนที่ช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน”
จากบทบาทกำไลที่คอยช่วยหวานทุกวิกฤตโดยไม่เคยอิจฉาหรือทรยศ แม้หวานจะสวยและเก่งกว่า เธอใช้ไหวพริบปกป้องหวานจากพวกกลั่นแกล้งและให้กำลังใจเสมอ ข้อคิดนี้สอนว่าเพื่อนแท้ไม่ใช่คนที่คอยชมหรืออยู่ด้วยในวันที่ดี แต่เป็นคนที่ยืนข้างเราในวันที่แย่ที่สุดและช่วยเหลือโดยไม่หวังอะไรตอบแทน ในชีวิตจริงการมีเพื่อนแบบนี้จะทำให้เราผ่านช่วงเวลายากลำบากได้ง่ายขึ้น เหมือนกำไลที่ทำให้หวานไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและมีแรงสู้ต่อไป
หลังจากที่กลลวงทวงหนี้รัก ปี 2562 จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง หวานได้เงินคืน ได้รักกับวิน มลหย่าชัย ประภาจากไปแต่ต้นได้ครอบครัวใหม่ ทุกอย่างลงตัว แต่ถ้าช่อง 3 ตัดสินใจทำภาค 2 ล่ะ จะเป็นยังไง
เนื้อเรื่องภาคสองเริ่มต้น 3 ปีหลังจากภาคแรก หวานกับอัศวินแต่งงานกันแล้วและกลายเป็นคู่หูบริหารโรงงานธรรมรัตน์ร่วมกัน หวานพัฒนาตัวเองจนเป็นที่ยอมรับในวงการแฟชั่น มีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองภายใต้ชื่อ “หวานวิถี” ที่เน้นงาน handmade คุณภาพสูง ขณะที่วินยังคงเป็นผู้บริหารหลัก คอยสนับสนุนให้หวานเติบโต แต่ความสงบนี้อยู่ได้ไม่นาน เมื่อรณชัยหรือชัยที่เคยหนีไปต่างจังหวัด ถูกจับได้ว่ากลับมาเมืองไทยแบบลับๆ พร้อมกับแผนการใหม่ เขาเปลี่ยนชื่อและหน้าตา ใช้ชื่อใหม่ว่า “ชัช” ปลอมตัวเป็นนักลงทุนหนุ่มรูปงาม เข้ามาเสนอดีลใหญ่ให้โรงงานธรรมรัตร์ โดยอ้างว่าจะนำเทคโนโลยีการผลิตเสื้อผ้าอัตโนมัติจากต่างประเทศเข้ามา ชัยหวังแก้แค้นทั้งหวานและมลที่เคยทำให้เขาตกต่ำ
มลในภาคสองกลายเป็นหญิงแกร่งหลังหย่ากับชัย เธอเรียนต่อด้านธุรกิจและกลับมาช่วยบริหารโรงงานเต็มตัว แต่ยังมีปมในใจเรื่องถูกหลอก เธอเริ่มสงสัยในตัวชัชคนใหม่เพราะบางท่าทางคุ้นตา ขณะที่กรกนกที่เคยเลวร้าย กลับกลับมาด้วยความสำนึกผิด เธอเสียใจที่เคยทำร้ายหวานและประภา จึงพยายามไถ่บาปด้วยการช่วยเหลือโรงงานจากเงื้อมมือชัย วิทิตกับนิศาแต่งงานกันแล้วและมีลูกเล็ก ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่รักที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือหวานในยามวิกฤต
ดราม่าพุ่งสูงเมื่อชัยวางแผนล้มโรงงานโดยการโกงสัญญาและปล่อยข่าวลือเรื่องคุณภาพสินค้าต่ำ ทำให้หุ้นส่วนถอนตัว หวานต้องเผชิญทั้งปัญหาธุรกิจและปมในใจเก่าเมื่อรู้ว่าคนร้ายคือชัยคนเดิม วินกับหวานต้องร่วมมือกันเปิดโปงชัย ขณะที่มยุรีซึ่งสำนึกผิดแล้ว กลายเป็นคนช่วยให้เรื่องความลับเก่าของประวิชไม่ถูกขุดขึ้นมาอีก ประวิชเองก็พยายามไถ่บาปด้วยการปกป้องครอบครัว มลพบรักใหม่กับนักออกแบบหนุ่มที่เข้ามาช่วยพัฒนาแบรนด์ แต่ต้องเผชิญบททดสอบเมื่อชัยพยายามหลอกเธออีกรอบ
ภาคสองจะเน้นธีมการให้อภัย การไถ่บาป และการต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่รัก หวานกับวินต้องผ่านบททดสอบความรักอีกครั้ง ขณะที่ตัวละครเกือบทุกคนได้โอกาสแก้ตัวจากความผิดพลาดในอดีต จบลงด้วยชัยถูกจับได้และต้องชดใช้กรรมเต็มที่ โรงงานรอดพ้นวิกฤต และทุกคนเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นใหม่ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์มากขึ้น

