ละคร กรุงเทพราตรี 2550 ในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสีและความลับที่ซ่อนอยู่ โชคชะตาชีวิตของผู้หญิงกลางคืน ที่เต็มไปด้วยความรัก ความแค้น และการแย่งชิงระหว่างคนรุ่นพ่อแม่ที่ส่งผลกระทบต่อคนรุ่นลูก

ละคร กรุงเทพราตรี 2550 ละครแนวดราม่าชีวิต ที่เล่าถึงชีวิตของ “พิไล” หญิงสาวที่ทำงานเป็นนักร้องไนต์คลับในกรุงเทพฯ ปี พ.ศ. 2490 เธอถูกตัดขาดจากความเป็นเมียและแม่จากเหตุการณ์ที่เธอไม่ได้ก่อ โดยมีปมความรักและความแค้นจากรุ่นพ่อแม่ส่งผลกระทบถึงลูก ๆ ในรุ่นต่อมา

“พิไล” (นันทิดา แก้วบัวสาย) เป็นผู้เข้าประกวดกุลสตรีศรีสยาม แต่ถูก “รัมภา” (จินตหรา สุขพัฒน์) สาวไฮโซที่อิจฉาเธอประจานว่าเป็นนักร้องไนต์คลับ ทำให้พิไลต้องถอนตัวจากการประกวด รัมภาชนะตำแหน่งไปครอง พิไลกลับไปทำงานร้องเพลงต่อ อาศัยอยู่กับ “รุ่ง” (สาวประเภทสอง) และ “ป้อง” (เพื่อนชายที่แอบรักเธอ) คืนหนึ่ง เธอช่วย “ไววิทย์” (นุติ เขมะโยธิน) หนุ่มนักเรียนนอกที่ถูกโจรปล้น และทั้งคู่ตกหลุมรักกัน

ต่อมา ไววิทย์ถูกแม่จับหมั้นกับรัมภา พิไลไปร้องเพลงในงานแต่งของทั้งคู่และช็อกเมื่อรู้ความจริง ไววิทย์หนีจากงานแต่งมาอยู่กับพิไล มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ “อุ้ม” และ “อั้ม” แต่ชีวิตครอบครัวลำบาก พิไลต้องกลับไปร้องเพลงอีกครั้ง “ดล” (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) คู่ควงเก่าของรัมภา ตามตื้อพิไล รัมภาวางแผนให้ดลข่มขืนพิไลและให้ไววิทย์เห็น จนครอบครัวแตกแยก ไววิทย์พาอั้มไปเลี้ยง ส่วนพิไลเลี้ยงอุ้ม และตั้งท้องกับ “ดล” คลอดลูกชายชื่อ “เดช” ซึ่งเธอเกลียดและไม่เคยดูแล

เวลาผ่านไป อุ้มเติบโตเป็นสาวสวย ขยัน ช่วยแม่ร้องเพลงที่ไนต์คลับ เดชเกเรจากปมแม่ไม่รัก ส่วนอั้มที่อยู่กับรัมภากลายเป็นเด็กเอาแต่ใจและอิจฉาอุ้ม ชรัณ (ลูกของดลและผกา) ชอบอุ้ม แต่ถูกกีดกัน เดชรัก ลันดา (ลูกของไววิทย์และรัมภา) แต่ก็ถูกขัดขวางเช่นกัน อั้มพยายามแย่งชรัณจากลันดา ความขัดแย้งทวีคูณเมื่อพิไลรู้ว่าชรัณเป็นลูกของดล เธอสั่งให้อุ้มเลิกกับเขา อุ้มเสียใจและเปลี่ยนตัวเองจนชรัณเข้าใจผิดและจากไป

ดลยังคงคุกคามพิไลและอุ้ม ผกา (เมียของดล) แค้นพิไลจนเผาไนต์คลับและทำร้ายป้องให้พิการ อุ้มวางแผนแก้แค้นดล โดยปลอมตัวเข้าไปทำงานในโรงแรมของเขา เธอปะทะกับอั้มที่ทำงานที่นั่นเพื่อใกล้ชรัณ เดชเข้าไปทำงานในบ่อนของดลและรักกับลันดาแม้ถูกห้าม สุดท้าย อั้มหมั้นชรัณ ดลพยายามล่อลวงอุ้ม แต่เดชช่วยพี่สาวไว้ โดยแจ้งตำรวจจับดล ดลจับเดชเป็นตัวประกันหนี แต่ป้องและเดชพยายามช่วยกัน เดชรับกระสุนแทนป้องและตาย พิไลเผยว่าเดชเป็นลูกของดล ดลช็อกและถูกจับ

รัมภาฆ่าอั้มปิดปากหลังอั้มรู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้จริง แต่กวินช่วยอั้มรอดมาได้ รัมภาและดลถูกจับในข้อหาต่าง ๆ พิไลกลับไปอยู่กับไววิทย์ อุ้มคืนดีกับชรัณ อั้มยอมรับพิไลเป็นแม่และมีกวินคอยปลอบใจ รุ่งและป้องใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ

ละครเรื่องนี้สะท้อนความรัก ความแค้น และโชคชะตาที่พันผูกคนสองรุ่น จากพิไลที่ถูกทำลายชีวิต สู่ลูก ๆ ที่ต้องเผชิญผลกระทบและต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในที่สุด

ข้อคิดที่ได้จากละครเรื่องนี้สอนให้เห็นว่าการกระทำของคนรุ่นหนึ่งสามารถส่งผลกระทบข้ามรุ่นได้ และการยึดติดกับความแค้นมักนำไปสู่ความทุกข์ ในขณะที่การยอมรับความจริงและการให้อภัยสามารถนำไปสู่การปลดปล่อยและความสงบในชีวิตได้ในที่สุด

ผลกระทบของความแค้นและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เรื่องราวสะท้อนให้เห็นว่าความแค้นและการกระทำที่ขาดสติของรุ่นพ่อแม่ เช่น การที่รัมภาประจานพิไล หรือดลข่มขืนพิไล ส่งผลกระทบยาวนานถึงรุ่นลูก ทำให้ลูก ๆ ต้องเผชิญกับความขัดแย้งและความทุกข์ที่ไม่ได้เป็นฝ่ายก่อ

ความอยุติธรรมในสังคม พิไลถูกตัดสินจากสังคมว่าเป็นหญิงขายตัวเพียงเพราะทำงานในไนต์คลับ แม้เธอยืนยันว่าเป็นงานสุจริต แสดงให้เห็นทัศนคติที่ตีตราผู้หญิงในยุคนั้น และความไม่เท่าเทียมที่ยังคงเป็นปัญหา

ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แตกสลาย การที่พิไลถูกแยกจากลูก (อั้ม) และเกลียดเดชโดยไม่บอกเหตุผล รวมถึงไววิทย์ที่ทิ้งครอบครัวไปอยู่กับรัมภา แสดงให้เห็นว่าความลับและการตัดสินใจที่ผิดพลาดสามารถทำลายความผูกพันในครอบครัวได้

พลังของการต่อสู้และการให้อภัย อุ้มที่พยายามแก้แค้นให้แม่ และการที่ตัวละครอย่างอั้มยอมรับความจริงในตอนท้าย แสดงถึงความเข้มแข็งในการเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด และการให้อภัยที่นำไปสู่การเยียวยา

ภาพสะท้อนสังคมไทยยุค พ.ศ. 2490 เรื่องนี้เผยให้เห็นบรรยากาศของกรุงเทพฯ ในอดีต ทั้งชีวิตกลางคืน การประกวดนางงาม และความแตกต่างทางชนชั้นระหว่างพิไล (สาวธรรมดา) กับรัมภา (ไฮโซ) ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมและค่านิยมในสมัยนั้น

โชคชะตาและการชดใช้กรรม ตัวละครอย่างดลและรัมภาได้รับผลกรรมจากการกระทำของตัวเอง เช่น ดลฆ่าลูกชายตัวเองโดยไม่รู้ตัว และรัมภาถูกจับในที่สุด แสดงถึงแนวคิดเรื่อง “กรรมตามสนอง” ที่ฝังรากในวัฒนธรรมไทย

ความรักที่ซับซ้อน ความรักในเรื่องนี้มีทั้งแบบบริสุทธิ์ (พิไล-ไววิทย์, อุ้ม-ชรัณ) และแบบที่ถูกบิดเบือนด้วยความโลภหรือแค้น (รัมภา-ไววิทย์, ดล-พิไล) ทำให้เห็นมิติที่หลากหลายของความสัมพันธ์



ละคร กรุงเทพราตรี 2550

ละคร กรุงเทพราตรี 2550

ละคร กรุงเทพราตรี 2550 EP.1-22 ENDCH3+​​​​

วันเปิดกล้องละคร กรุงเทพฯ ราตรี – นันทิดา, เจนี่, ฉัตรชัย, จารุณี, จินตหรา, จอย รินลณี


ละคร กรุงเทพราตรี 2550

กรุงเทพราตรี โศกนาฏกรรมความรัก จากรุ่นพ่อแม่ นำไปสู่ชะตากรรมแห่งรักของรุ่นลูก… เรื่องราวของผู้หญิงกลางคืนคนหนึ่ง ซึ่งถูกตัดขาดจากความเป็นเมียและแม่ จากกรรมที่เธอไม่ได้ก่อ ความรัก ความแค้น ของคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ คือไฟที่ประทุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อชะตากรรม ชักนำให้ลูก ๆ ของพวกเขา ต้องมาชิงรัก หักสวาทกันเอง

กรุงเทพฯ ปี พ.ศ.2490
พิไล (นันทิดา แก้วบัวสาย) เป็นตัวเก็งที่จะได้รับตำแหน่งกุลสตรีศรีสยาม ท่ามกลางความไม่พอใจของรัมภา (จินตหรา สุขพัฒน์) สาวไฮโซที่เข้าร่วมประกวดเทพีด้วย ก่อนการตัดสินจะมีขึ้น รัมภาได้รู้จากดล (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) คู่ควงของเธอว่า พิไลทำงานเป็นนักร้องไนต์คลับ เธอจึงประจานพิไลกลางเวที แม้ว่าพิไลกล่าวว่าเธอทำงานสุจริต ไม่ได้ขายตัว แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ สุดท้ายเธอจึงต้องออกจากการประกวดทั้งน้ำตา และรัมภาก็คว้าตำแหน่งกุลสตรีศรีสยามไปครอง

พิไลยังคงกลับไปทำงานเป็นนักร้องเหมือนเดิม มีผู้ชายมาติดพันเธอมากมาย แต่พิไลก็ยังไม่ตกลงปลงใจกับใคร เธอเช่าบ้านอาศัยอยู่กับรุ่ง (ไก่ วรายุทธ มิลินทจินดา) สาวประเภทสองที่มีอาชีพตัดเสื้อ กับป้อง (รอน บรรจงสร้าง) เพื่อนชายที่แอบรักพิไลอยู่ แล้วคืนหนึ่ง ไววิทย์ (นุติ เขมะโยธิน) หนุ่มนักเรียนนอกที่เพิ่งเดินทางกลับมาบ้านเกิด ถูกโจรปล้นกลางทาง ป้องและพิไลช่วยเอาไว้ได้ และนำเขามารักษาตัวที่บ้าน ทั้งสองตกหลุมรักกันและตกเป็นของกันและกันในที่สุด

เมื่อไววิทย์หายเป็นปรกติ เขาก็กลับไปบ้าน และแม่ก็จับให้เขาได้หมั้นหมายกับรัมภา พิไลถูกว่าจ้างให้ไปร้องเพลงในงานแต่งของคู่นี้ เธอถึงกับตกใจ เมื่อรู้ว่าเจ้าบ่าวคือไววิทย์และเจ้าสาวคือรัมภา ด้านดลก็เสียอกเสียใจไม่แพ้กัน เพราะเขาเองก็หลงรักรัมภา แต่เมื่อรัมภามีที่หมายใหม่ ก็ถีบหัวเขาส่งอย่างไม่ใยดี แม้ว่าดลจะมีผกา (จารุณี สุขสวัสดิ์) อยู่แล้วก็ตาม

แต่รัมภาก็ต้องรอเก้อ เพราะไววิทย์หายตัวไปนับตั้งแต่คืนส่งตัว ไววิทย์ครองคู่กับพิไลอยู่ 5 ปี จนมีลูกด้วยกันสองคนคือ อุ้ม (อริตา) และอั้ม (อัมพิกา) ไววิทย์เป็นข้าราชการ เงินเดือนจึงไม่มากมายนัก สุดท้ายพิไลจึงต้องกลับไปร้องเพลงเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ดลตามตื้อพิไลอยู่ตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ ดีที่มีป้องคอยดูแลอยู่ ถึงแม้ตอนนี้ดลจะมีผกาเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม รัมภาคิดแผนการณ์ที่จะดึงตัวไววิทย์กลับมาเป็นของตน เธอถึงกับยอมเอาตัวเข้าแลกหากดลทำงานให้สำเร็จ ดลจึงมอมเหล้าพิไล แล้วพาเธอไปขืนใจ รัมภาพาไววิทย์มาเพื่อให้เห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ไววิทย์โกรธจัด เขาคิดจะเอาลูกทั้งสองคนไปด้วย แต่พิไลไม่ยอม สุดท้ายไววิทย์นำอั้ม ลูกสาวคนเล็กไปเลี้ยง ทิ้งให้อุ้ม ลูกสาวคนโตอยู่กับพิไลเพียงลำพัง

โชคร้ายยิ่งไปกว่านั้นเพราะเธอตั้งท้องกับดลขึ้นมา เธอคลอดลูกออกมาเป็นชาย ชื่อว่าเดช พิไลเกลียดชังลูกชายคนนี้มาก เดชไม่เคยได้รับการเอาใจใส่จากแม่เลย โดยที่ไม่รู้ว่าทำไม มีเพียงรุ่งกับป้องเท่านั้น ที่ดูแลเอาใจใส่ ส่วนไววิทย์ก็กลับไปใช้ชีวิตผัวเมียกับรัมภา ทั้งสองมีลูกด้วยกันหนึ่งคนคือ ลันดา รัมภารักลูกคนนี้มาก ผิดกับอั้ม ที่รัมภาพยายามเสี้ยมสอนแต่สิ่งไม่ดีๆ เมื่อเติบโตมาอั้มจึงกลายเป็นเด็กสาวที่เอาแต่ใจตัวเอง ขี้อิจฉา

กรุงเทพฯ ปี พ.ศ.2515
อุ้ม (เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ) เติบโตขึ้นเป็นสาวสวย เรียนเก่ง ขยันขันแข็ง ส่วนเดช (พิเชษฐ์ไชย ผลดี) กลับเกเร ด้วยปมที่แม่ไม่รัก ระหว่างนั้น ไนต์คลับของพิไล ซึ่งพยายามยึดมั่นการร้องเพลงในแนวย้อนยุคเอาไว้อย่างเหนียวแน่น แต่กลับไม่ได้รับความนิยม อุ้มจึงตัดสินใจไปร้องเพลงช่วยแม่ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แม้ว่าพิไลจะไม่อยากให้ลูกสาวทำอาชีพนี้ก็ตาม แต่เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

เมื่อเรียนจบ อุ้มออกหางานทำ จนไปถึงที่โรงแรมซึ่งดลกับผกาเป็นเจ้าของอยู่ ชรัณ (พัชฏะ นามปาน) ลูกชายคนโตเป็นผู้ดูแลกิจการ เขานึกชอบอุ้มตั้งแต่แรกเห็น ส่วนเดชก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ในคณะเดียวกับวิลันดา(จิตตาภา แจ่มปฐม) ทั้งคู่ต่างสนิทสนมกันเพราะเดชเป็นนักดนตรี ส่วนลันดาเป็นนักร้องของมหาวิทยาลัย แต่ทั้งคู่ก็ถูกกีดกัน เมื่อผการู้ว่าเดชเป็นลูกของพิไล และยังยากจน จึงจัดแจงไปพูดคุยกับรัมภาเพื่อนเก่า หวังจะให้ชรัณได้หมั้นหมายกับวิลันดา

ชรัณไปหาอุ้มที่บ้านและตามไปดูเธอร้องเพลงที่ไนต์คลับ แรก ๆ พิไลก็กีดกัน แต่เมื่อเห็นว่าชรัณจริงใจต่อลูกสาวตน จึงไม่ว่ากล่าวอุ้มแต่อย่างใด ในงานวันเกิดครบ 60 ปี ของคุณลาวัลย์ (พิศมัย วิไลศักดิ์) อั้ม (จอย รินลณี) มีโอกาสได้รู้จักกับชรัณ ตามคำแนะนำของกวิน ชายที่หลงรักอั้มอย่างเต็มหัวใจ อั้มเริ่มตีตัวออกห่างกวิน (น็อต วรฤทธิ์) ทันทีที่ได้พบชรัณ เธอต้องการจะแต่งงานกับชรัณให้ได้ แต่เมื่อรู้ว่าชรัณเป็นคู่หมายของวิลันดา เธอก็กราดเกรี้ยวกับน้องสาวหาทางกลั้นแกล้งทุกวิถีทาง ส่วนพิไลก็แอบมาเฝ้าดูความเติบโตของอั้ม ลูกสาวคนเล็กอยู่เสมอ แต่เธอแสดงออกว่ารังเกียจเสียด้วยซ้ำ พิไลจึงได้แต่เสียใจที่ไม่สามารถบอกได้ว่าตนคือแม่

พิไลได้รู้ความจริงว่าชรัณเป็นลูกของผกาและดล จึงสั่งให้อุ้มเลิกคบกับชรัณ ถึงแม้อุ้มจะรักชรัณ แต่ก็ไม่อยากทำให้แม่ผิดหวัง เธอจึงแกล้งร้องเพลง แต่งตัวยั่วยวนผู้ชาย กินเหล้าเมามาย เมื่อชรัณเห็นเข้าก็เข้าใจผิดคิดว่าอุ้มเป็นคนไม่ดี จึงต่อว่าเธอแบบเสียหาย แล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้อุ้มเสียใจอยู่ฝ่ายเดียว ดลยังคงไปเที่ยวที่ไนต์คลับของพิไลเหมือนทุกคืน ยิ่งตอนนี้มีอุ้มเป็นนักร้องสาวที่เขาหมายปองจะได้มาเชยชม ดลก็ยิ่งไปทุกวัน แต่ป้องกับพิไลก็คอยกีดกันอยู่ตลอดเวลา ผกายังแค้นใจพิไลไม่หาย จึงให้คนมาเผาไนต์คลับ แถมดลยังขับรถชนป้องจนพิการ พิไลตามไปด่าว่าดล พอดีที่อุ้มเข้ามาได้ยิน คนทั้งสองโต้เถียงกัน จึงได้รู้ว่าดลนี่เองที่ทำลายชีวิตพิไล เธอเข้าใจแม่ทุกอย่าง และคิดวางแผนแก้แค้นดล อุ้มเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นสาวสวย มาสมัครร้องเพลงในไนต์คลับโรงแรมของดล โดยความช่วยเหลือของรุ่ง แล้วเธอก็ได้เจอกับอั้มที่นี่เอง อั้มมาทำงานเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรง เพราะต้องการจะใกล้ชิดกับชรัณ อุ้มกับอั้มมีเรื่องปะทะคารมกันบ่อย เพราะอุ้มยั่วยวนทั้งชรัณและกวิน ส่วนเดชก็เข้าไปทำงานในบ่อนของดลเพื่อหาเงิน แล้วเขาก็ได้พบวิลันดาบ่อยขึ้น ทั้งสองรักกัน ถึงแม้จะถูกกีดกันก็ตาม

ในที่สุดอั้มก็ได้หมั้นหมายกับชรัณ อุ้มควงคู่มากับดล สร้างความแค้นให้ผกามาก รวมถึงพิไลที่คิดว่าลูกสาวไม่รักดีถึงขนาดตบตีอุ้ม แต่เมื่อรู้ความจริงว่าลูกสาวต้องการจะแก้แค้นก็เริ่มเป็นห่วง เพราะรู้ดีว่าเบื้องหลังของดลนั้นเลวร้ายกว่าที่อุ้มคิด แถมอั้มยังต้องแต่งงานกับชรัณ ลูกชายของคนที่ทำลายชีวิตเธออีก ดลอยากได้ความสาวของอุ้ม จึงให้เดชเป็นคนวางแผนล่อลวงอุ้มมาให้กับตน แต่เดชยังรักพี่สาวจึงไม่ยอมทำตาม และยังแจ้งตำรวจมาจับดลอีก ดลแค้นจัดสั่งให้ลูกน้องตามล่าเดชอย่างไม่คิดชีวิต ดลจับตัวอุ้มไปจนได้ แต่ก่อนที่อุ้มจะตกเป็นของดล เดชก็พาชรัณกับตำรวจมาช่วยอุ้มได้อย่างหวุดหวิด ดลหาทางรอดด้วยการจับเดชเอาไว้เป็นตัวประกันเพื่อหนีตำรวจ เดชจึงตกอยู่ในกำมือดลอย่างไม่คาดคิด ดลขอความช่วยเหลือจากรัมภา ให้เข้าไปเอาเงินในตู้เซฟที่บ้าน สุดท้ายทั้งไววิทย์และอั้มจึงได้รู้ความจริงว่า รัมภาเป็นชู้กับดล ซ้ำร้ายอั้มยังรู้อีกว่า รัมภาเป็นคนฆ่าลาวัลย์ แม่ของไววิทย์ตาย และเธอเองก็ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของรัมภาอีกด้วย รัมภากับวดีจึงฆ่าปิดปากอั้ม แล้วเอาตัวอั้มไปโยนทิ้งน้ำ แต่โชคดีอั้มแค่สลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอจึงรีบไปที่บ้านของกวินทันที กวินจึงเป็นคนที่ช่วยชีวิตอั้มเอาไว้ได้ในที่สุด

รัมภาต้องการฆ่าพิไลเพื่อปิดปาก พอดี รุ่ง ป้อง อุ้ม ช่วยพิไลได้ทัน รัมภาจึงวิ่งหนีความผิดไปอย่างไม่ได้คิดชีวิต แล้วทุกคนก็ตรงมาช่วยเดชที่ท่าเรือ หลังจากสืบรู้ว่า ดลกำลังจะลงเรือหนีตำรวจไป โดยใช้เดชเป็นตัวประกัน ป้องวิ่งเข้าไปช่วยเดช โดยไม่ทันระวังตัว ดลก็ลั่นไกตรงมายังป้อง ด้วยความรักลุงที่เลี้ยงดูตัวเองมา เดชจึงรับกระสุนแทนป้องก่อนที่เดชจะขาดใจตาย พิไลจึงบอกกับเขาว่า พ่อของเดชคือดลนั่นเอง เดชปลื้มใจที่ได้รู้ความจริงก่อนตาย แต่ดลกลับช็อคเมื่อรู้ว่าเดชคือเลือดเนื้อของตน ลูกชายที่ดลเป็นคนหยิบยื่นความตายให้ ดลถูกจับในที่สุด ในงานศพของเดช ดลจึงสารภาพกับไววิทย์ว่า เขาวางยาสลบแล้วปลุกปล้ำพิไล และรัมภาเป็นคนวางแผนทั้งหมด ดลเข้าไปชดใช้กรรมในคุกโดยฝากให้กวินและชรัณดูแลผกาให้ถึงที่สุด รัมภากับวดีถูกตำรวจจับข้อหาฆ่าลาวัลย์ตาย ทั้งสองต้องไปรับกรรมในคุกเช่นเดียวกับดลนั่นเอง

อั้มเสียใจหนักเมื่อรู้ว่า รัมภา ไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของตน ซ้ำร้ายพิไลก็ยังกลายมาเป็นแม่ อุ้มก็เป็นพี่น้องกับเธออีก แต่เธอก็ทำใจได้ในที่สุด โดยมีกวินเป็นคนให้กำลังใจ ชรัณปรับความเข้าใจอุ้มได้โดยดี สุดท้ายรุ่งก็เปิดร้านตัดเสื้อเป็นของตน ป้องก็ใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเด็กกำพร้า คอยช่วยเหลือดูแลเด็ก ๆ ส่วนพิไลก็ได้กลับไปใช้ชีวิตคู่กับไววิทย์ในบั้นปลาย

บทประพันธ์ :รัตนบุตร์
บทโทรทัศน์ :รัตนบุตร์
ผลิตโดย :บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ผู้กำกับ :ชนะ คราประยูร

นักแสดง
พัชฏะ นามปาน รับบทเป็น ชรัณ
เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบทเป็น อุ้ม (อริตา)
ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบทเป็น ดล
นุติ เขมะโยธิน รับบทเป็น ไววิทย์
นันทิดา แก้วบัวสาย รับบทเป็น พิไล
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบทเป็น ผกา
จิตตาภา แจ่มปฐม รับบทเป็น วิลันดา
จินตหรา สุขพัฒน์ รับบทเป็น รัมภา
น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ รับบทเป็น กวิน
จอย รินลณี ศรีเพ็ญ รับบทเป็น อั้ม (วิภาวี)
พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบทเป็น ลาวัลย์
พิเชษฐ์ไชย ผลดี รับบทเป็น เดช
วรายุธ มิลินทจินดา รับบทเป็น รุ่ง
รอน บรรจงสร้าง รับบทเป็น ป้อง