ละคร เรือนร่มงิ้ว 2564 เป็นละครที่ผสมผสานระหว่างความรักต้องห้าม การแก้แค้น และเรื่องผีวิญญาณอาฆาต เหมือนเอาความดราม่าพีเรียดมาผสมกับหนังสยองขวัญ สร้างจากนวนิยายของนักเขียนชื่อภาคินัย ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลอนสะพรึง เรื่องราวแบ่งเป็นสองช่วงเวลา คืออดีตกับปัจจุบันที่เชื่อมโยงกันผ่านเรือนเก่าแก่ชื่อ “เรือนร่มงิ้ว” ซึ่งเป็นเรือนใหญ่โตสวยงามแต่เต็มไปด้วยความลึกลับและคำสาป ในช่วงอดีต ปี พ.ศ. 2483 มีตัวเอกคือ “มาลัย” (เล่นโดยพิงกี้ สาวิกา) สาวอาภัพที่ชีวิตพลิกผัน ได้แต่งงานกับ “หลวงวิศาล” (อั๋น วิทยา) ข้าราชการหนุ่มหล่อ ลูกพระยาเจ้าของเรือนร่มงิ้ว แต่ปรากฏว่าหลวงวิศาลเป็นเกย์ ไม่เคยหลับนอนกับมาลัยเลย เพราะเขารักผู้ชาย แล้วเขายังอยากได้มรดกจากพ่อ เลยบังคับให้ “เดช” (กอล์ฟ อนุวัฒน์) บ่าวคนสนิทที่เป็นคู่นอนของเขา ไปมีอะไรกับมาลัยเพื่อให้มีลูกสืบสกุลอะ มันดราม่าตั้งแต่ตรงนี้แล้ว
ทีนี้ เดชกับมาลัยดันตกหลุมรักกันจริงๆ ซะงั้น จากที่ฝืนใจตอนแรกกลายเป็นรักแท้ แต่หลวงวิศาลโกรธมาก เมื่อมาลัยไม่ท้อง ก็หันไปให้ “รำเพย” (ฝ้าย เวฬุรีย์) เมียน้อยมาทำหน้าที่แทน บังคับเดชไปนอนกับรำเพยอีก รำเพยท้องจริงๆ แล้วขึ้นมาวางอำนาจในเรือน ระรานมาลัยสารพัด มาลัยทุกข์ใจมาก คิดว่าเดชทรยศเพราะเห็นเดชกับรำเพย แล้วยังมีเรื่องยาพิษเข้ามา เดชวางยาหลวงวิศาลให้อัมพาตเพื่อปกป้องมาลัย แต่มาลัยเข้าใจผิด คิดว่าเดชเป็นคนร้าย สุดท้ายมาลัยโดนวางยาพิษ เรือนถูกไฟไหม้ มาลัยตายคาเรือน แล้ววิญญาณเธอก็เฝ้ารอแก้แค้นคนที่ทำร้ายเธอ
ตัดมาปัจจุบัน “ไม้” (มาร์ค อภิวิชญ์) ลูกชายของสิงห์กับทับทิม (เจ้าของโรงสีที่ตายลึกลับในเรือน) มาสืบเรื่องพ่อแม่ตายยังไง แล้วเจอผีมาลัยที่พาเขาย้อนอดีต เห็นกรรมเก่าที่พ่อแม่เขาเคยทำกับมาลัย ไม้ต้องเจอเรื่องสยองมากมาย เช่น ผีสิงร่าง งูพิษ โจรบุก และปมความลับในเรือน มีตัวละครสมทบอย่างเรไร (เทียน อัจฉรี) ที่ช่วยไม้ บุหงา (แอริน ยุกตะทัต) เพื่อนมาลัยที่เจอเรื่องร้าย และพิจิตร (เพชร กรุณพล) พี่ชายหลวงวิศาลที่คอยช่วยเหลือ เรื่องมันซับซ้อนด้วยความรักสามเส้า การหักหลัง การแก้แค้น และฉากหลอนๆ ใต้ต้นงิ้วที่เป็นสัญลักษณ์ของเรื่อง
“เรือนร่มงิ้ว” เป็นละครที่เล่นกับอารมณ์คนดูสุดๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องผี แต่สะท้อนสังคมเรื่องเพศสภาพ การกดขี่ และกรรมตามสนอง ถ้าใครชอบละครไทยแนวนี้ ลองหาดูย้อนหลังนะ รับรองติดใจ แต่เตือนก่อนว่ามีฉากดราม่าแรงๆ และหลอนพอสมควรเลยล่ะ
เรื่องมันแหวกแนวมากสำหรับละครไทย เพราะตีแผ่ชีวิตชายรักชายแบบตรงๆ ครั้งแรกๆ เลย อย่างหลวงวิศาลที่เป็นเกย์แต่ต้องปกปิดเพื่อมรดก มันสะท้อนสังคมสมัยก่อนได้ดี แล้วยังมีฉากเลิฟซีนเดือดๆ ดุๆ ที่สมคำร่ำลือ คนดูบอกว่าดูแล้วอึ้งเลย นักแสดงเล่นดีมาก โดยเฉพาะอั๋น วิทยา ในบทหลวงวิศาล คนชมกันกระจายว่าถ่ายทอดความเจ็บปวดได้สุดๆ กอล์ฟ อนุวัฒน์ กับพิงกี้ สาวิกา ก็เคมีดี รักกันแบบต้องห้ามแต่ดูจริงใจ เพชร กรุณพล ในบทพิจิตรก็เล่นเนียน สมกับเป็นพี่ชายที่คอยช่วยเหลือ ฝ้าย เวฬุรีย์ เป็นรำเพยก็ร้ายได้ใจ คนดูเกลียดจริงอะไรจริง
ส่วนบรรยากาศละคร มันหลอนดี เรือนร่มงิ้วเซ็ตติ้งสวยแต่ชวนขนลุก ฉากผีมาลัยออกมาหลอนๆ ใต้ต้นงิ้ว หรือตอนย้อนอดีต มันทำได้น่ากลัวแต่ไม่เวอร์เกิน ทีมกำกับอย่างหนึ่ง-ชัชวาล ศาสวัตกลูน คุมโทนได้ดี ดราม่าเข้มข้น หักมุมไม่หยุด โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายที่เรตติ้งพุ่งสูงถึง 1.820-1.993 เลย คนดูบอกว่าติดหนึบ ดูแล้วอยากรู้ตอนต่อไปตลอด อย่างใน Pantip ก็มีกระทู้รีวิวตอนจบว่าหักมุมดี คุณพระกับรัญจวนกลายเป็นคนดีจริงๆ มั้ยอะ 555 แล้วยังมีคลิปโปรโมทใน YouTube ที่บอกว่ามาแรงฉุดไม่อยู่
แต่ก็มีติบ้างนะ เช่นบางคนบอกตอนจบมันยืดไปหน่อย เดชโดนยิงแต่ยืนคุยได้นานสองนาน มันไม่สมจริง หรือบางฉากดราม่าแรงเกิน อาจไม่เหมาะกับเด็กๆ แต่รวมๆ แล้วคะแนนรีวิวดีมาก ได้เสนอชื่อชิงรางวัลนาฏราชด้วย สาขาละครยอดเยี่ยมและบทโทรทัศน์
“เรือนร่มงิ้ว” เป็นละครที่คุ้มค่าดู ถ้าชอบแนวผีผสมดราม่าแบบไทยๆ ลองหาย้อนหลังใน YouTube ช่อง 8 ดูนะ รับรองสนุก
ละคร เรือนร่มงิ้ว 2564
ละคร เรือนร่มงิ้ว 2564 EP.1-27 ตอนจบThai Ch8
ละคร เรือนร่มงิ้ว 2564 EP.1-41 ตอนจบTRUEID
ซีน ละคร เรือนร่มงิ้ว 2564
เบื้องหลังกองถ่ายละคร “เรือนร่มงิ้ว” ปี 2564 ช่อง 8 มันไม่ใช่แค่ดราม่าหน้าจอ แต่เบื้องหลังก็สนุก ฮา และเหนื่อยไม่แพ้กัน ละครเรื่องนี้ผลิตโดยบริษัท มอนทาจ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ผู้จัดคือต่าย-นัฐฐพนธ์ ลียะวณิช บทประพันธ์จากภาคินัย บทโทรทัศน์โดยวรรณศร ควบคุมโดยฝนพรำ และกำกับโดยหนึ่ง-ชัชวาล ศาสวัตกลูน เรามาดูกันว่าทีมงานกับนักแสดงเจออะไรบ้าง
การถ่ายทำยกกองไปหลายที่มาก เพื่อให้บรรยากาศพีเรียดปี 2483 ออกมาสมจริง เช่น ฉากหัวหินที่วิศาลพามาลัยไปเที่ยว แต่จริงๆ เป็นแผนให้เดชกับมาลัยมีอะไรกัน ทีมงานถ่ายไกลถึงทะเลหัวหิน เป็นซีนใหญ่เลย แล้วยังมีฉากบ้านเรือนไทยสายน้ำ สำหรับตอนออกอากาศวันพุธที่ 19 พ.ค. 2564 ทีมงานยกกองไปถ่ายที่นั่นเพื่อให้ดูโบราณแท้ๆ นักแสดงอย่างอั๋น วิทยา กับกอล์ฟ อนุวัฒน์ ต้องเล่นฉากเลิฟซีนชายรักชายแบบจริงจัง จูบนัวไม่กั๊ก กอล์ฟบอกในสัมภาษณ์ว่าปังกว่าที่คิด กระแสดีมากเพราะเป็นบทชายรักชายในละครพีเรียดครั้งแรก แต่เบื้องหลังฮาๆ เยอะ เช่น ใน TikTok นักแสดงแกงกัน ฟิลเตอร์ตลกๆ จนกองครึกครื้นดึกๆ
ส่วนเอฟเฟกต์ผีมาลัยนี่สุดยอดเลย พิงกี้ สาวิกา ต้องแต่งหน้าผีหน้าตาสยดสยอง ดอกงิ้วสีแดงเป็นสัญลักษณ์หลอน ทีมเอฟเฟกต์ทำออกมาให้คนดูเห็นแล้วขนลุกตามๆ กัน อย่างฉากผีสิงร่างสิงห์ฆ่าทับทิม แล้วแขวนคอใต้ต้นงิ้ว มันยากมากเพราะต้องผสม CGI กับการแสดงจริง แล้วยังมีฉากพีคอย่างวิศาลโดนวางยา ทีมงานถ่ายแบบละเอียด กอล์ฟเล่นบทเดชที่วางยาเพราะรักมาลัย พิงกี้จับได้แล้วดราม่าเข้ม นักแสดงบอกว่าต้องเล่นบทยาก โดยเฉพาะฝ้าย เวฬุรีย์ เป็นรำเพยร้ายๆ แต่เบื้องหลังสนุก อย่างฉากตบกันกับพิงกี้ ต้องซ้อมหลายเทคเพื่อไม่ให้เจ็บจริง
การบวงสรวงก็ใหญ่โต ปี 2564 ก่อนถ่าย มีข่าวว่าจะเปลี่ยนนักแสดง แต่สุดท้ายพิงกี้ยังเล่นบทผีมาลัยได้ดีมาก แล้วกระแสออนไลน์ปัง จนช่อง 8 ปล่อยคลิปเบื้องหลังใน YouTube เช่น ดึกๆ ครึกครื้นทั้งกอง EP3 หรือฉากพังประตูหึงโหดของนน ชานนทร์ เป็นแสง ทีมงานเหนื่อยแต่สนุก เพราะต้องถ่ายฉากสยองกลางคืนบ่อยๆ
มันคือความทุ่มเทที่ทำให้ละครเรื่องนี้กลายเป็นตำนานช่อง 8 ถ้าใครอยากดูคลิปเบื้องหลังจริงๆ ไป search ใน YouTube ช่อง 8 เลย มีเพียบ
นักแสดง
→ พิ้งค์กี้ สาวิกา ไชยเดช รับบท คุณมาลัย

หญิงสาวอาภัพที่ชีวิตพลิกผันจากความยากจนสู่การแต่งงานกับหลวงวิศาลข้าราชการหนุ่มรูปงามเจ้าของเรือนร่มงิ้วใหญ่โต เธอเริ่มต้นด้วยความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีแต่ต้องเผชิญความจริงว่าสามีเป็นชายรักชายและบังคับให้เธอมีลูกกับเดชบ่าวสนิทเพื่อรับมรดกจากพ่อของเขา มาลัยเป็นตัวแทนของผู้หญิงที่ถูกสังคมกดทับเธอซื่อสัตย์ทำหน้าที่ภรรยาอย่างดีแต่ต้องฝืนใจในความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติ ความรักที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเดชกลายเป็นจุดเปลี่ยนจากความทุกข์สู่ความหวังแต่ก็นำมาซึ่งการหักหลังและความเข้าใจผิดเมื่อเธอคิดว่าเดชทรยศเธอเพราะไปนอนกับรำเพยเมียน้อยตามคำสั่งวิศาล
เธอต้องเจอการระรานจากรำเพยการวางยาพิษและไฟไหม้เรือนที่พรากชีวิตเธอไปสุดท้ายกลายเป็นวิญญาณอาฆาตเฝ้าเรือนรอแก้แค้นคนที่ทำร้ายเธอ ในยุคปัจจุบันเธอปรากฏตัวพาไม้ย้อนอดีตเพื่อเปิดเผยกรรมเก่าแสดงให้เห็นถึงความแค้นที่ไม่จางหาย พิงกี้เล่นบทนี้ได้อย่างลึกซึ้งถ่ายทอดความเศร้าความรักและความโกรธแค้นผ่านสายตาและการแสดงที่ทำให้คนดูรู้สึกอินตามเธอเป็นตัวละครที่สะท้อนสังคมเรื่องเพศสภาพการกดขี่และกรรมตามสนองทำให้เรื่องราวเข้มข้นและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของคุณมาลัยคือ วิญญาณแค้นร่มงิ้ว
ฉายานี้มาจากการที่เธอตายคาเรือนร่มงิ้วและกลายเป็นผีเฝ้าที่แห่งนั้นรอวันทวงคืนความยุติธรรม เธอไม่ใช่แค่ผีหลอนธรรมดาแต่เป็นสัญลักษณ์ของความทุกข์ทรมานจากความรักที่ถูกบิดเบือนและการหักหลังจากคนใกล้ชิด ทุกครั้งที่ปรากฏตัวเธอพาคนดูย้อนไปเห็นอดีตอันเจ็บปวดเช่นตอนที่ถูกวางยาพิษและเข้าใจผิดว่าเดชเป็นคนทำหรือตอนที่ถูกไฟคลอกตายใต้ต้นงิ้ว ฉายานี้ทำให้เธอเป็นตัวละครที่น่ากลัวแต่ก็สงสารเพราะเธอไม่ได้ทำผิดอะไรแต่ต้องแบกรับชะตากรรมจากกรรมของคนอื่น พิงกี้ถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแต่งหน้าผีที่น่ากลัวและการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ทำให้คนดูรู้สึกถึงความอาฆาตที่สะสมมานาน
ข้อคิดจากคุณมาลัยคือ กรรมตามสนองเสมอ
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านชีวิตของเธอที่ถูกทำร้ายแต่สุดท้ายวิญญาณเธอกลับมาล้างแค้นคนที่เกี่ยวข้องเช่นสิงห์และทับทิมที่บุกยึดเรือนและถูกเธอสิงฆ่า ข้อคิดนี้เตือนว่าการกระทำชั่วร้ายไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็จะย้อนกลับมาหาตัวเองเหมือนที่วิศาลและรำเพยต้องเจอผลกรรมจากแผนการของตัวเอง มันสอนให้เราคิดก่อนทำเพราะความแค้นอาจไม่จบสิ้นและส่งผลกระทบถึงคนรุ่นหลังอย่างไม้ที่ต้องมาสืบหาความจริง ข้อคิดนี้ทำให้ละครไม่ใช่แค่เรื่องหลอนแต่เป็นบทเรียนชีวิตเกี่ยวกับความยุติธรรมและการให้อภัย
→ กอล์ฟ อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา รับบท เดช

บ่าวรับใช้สนิทของหลวงวิศาลที่เรือนร่มงิ้วเขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำภักดีและแอบรักวิศาลแบบลึกซึ้งในฐานะคู่นอนลับๆแต่ชีวิตเขาพลิกผันเมื่อวิศาลบังคับให้เขาไปมีอะไรกับมาลัยภรรยาของวิศาลเพื่อให้มีทายาทสืบสกุลและรับมรดกจากเจ้าคุณพ่อ เดชเริ่มต้นด้วยความฝืนใจเพราะรักวิศาลแต่ค่อยๆตกหลุมรักมาลัยอย่างแท้จริงจากความอ่อนโยนและความทุกข์ของเธอเขาแอบเก็บกระทงที่มาลัยลอยทุกปีสะท้อนความรักเงียบๆที่ซ่อนไว้มานาน บทบาทของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งภายในระหว่างบุญคุณต่อวิศาลความรักต่อมาลัยและหน้าที่ที่ถูกบังคับเมื่อวิศาลหันไปให้รำเพยเมียน้อยแทน
เดชต้องฝืนใจไปนอนกับรำเพยโดยใช้ผงร้อยสวาทแต่ใจเขายังผูกพันกับมาลัยนำไปสู่ความเข้าใจผิดและการหักหลัง เดชวางยาวิศาลให้อัมพาตเพื่อปกป้องมาลัยแต่ถูกมาลัยเข้าใจผิดคิดว่าเขาทรยศสุดท้ายเขาต้องเจอชะตากรรมเศร้าจากยาพิษและไฟไหม้เรือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของโศกนาฏกรรม ในยุคปัจจุบันเดชปรากฏในรูปแบบที่เชื่อมโยงกับไม้ผ่านวิญญาณมาลัยแสดงให้เห็นว่าความรักและกรรมของเขายังตามหลอกหลอน กอล์ฟเล่นบทนี้ได้อย่างมีมิติถ่ายทอดความเจ็บปวดความรักและความโกรธผ่านสายตาและการกระทำทำให้เดชเป็นตัวละครที่คนดูทั้งรักทั้งสงสารสะท้อนธีมเรื่องเพศสภาพการกดขี่และผลของการถูกบังคับในสังคมสมัยก่อน
ฉายาของเดชคือ บ่าวรักต้องห้าม
ฉายานี้มาจากสถานะของเขาในฐานะบ่าวที่ถูกดึงเข้าไปในความรักสามเส้าที่ซับซ้อนเขาไม่ใช่แค่ผู้รับใช้แต่เป็นคนรักลับของวิศาลและต่อมากลายเป็นคนรักแท้ของมาลัยแต่ทุกความสัมพันธ์ล้วนต้องห้ามเพราะสังคมและหน้าที่ ฉายานี้เน้นความทุกข์ทรมานจากการถูกบังคับให้ทำตามคำสั่งวิศาลเช่นตอนที่ต้องไปนอนกับมาลัยและรำเพยแต่ใจเขาผูกพันจริงจังนำไปสู่การหักมุมอย่างตอนที่เขาวางยาวิศาลเพื่อปกป้องมาลัยแต่ถูกเข้าใจผิด กอล์ฟถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งภายในทำให้คนดูรู้สึกถึงความรักที่ถูกห้ามปรามและผลกระทบที่ตามมา
ข้อคิดจากเดชคือ ความรักแท้ต้องมากับความกล้าหาญ
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านการกระทำของเขาที่เลือกปกป้องมาลัยแม้ต้องทรยศวิศาลคนที่เขาเคยรักและมีบุญคุณมันสอนว่าความรักที่แท้จริงต้องกล้าตัดสินใจแม้จะเจ็บปวดเช่นตอนที่เดชยอมวางยาวิศาลเพื่อช่วยมาลัยแต่สุดท้ายนำไปสู่ความเข้าใจผิดและชะตากรรมเศร้า ข้อคิดนี้เตือนให้เราคิดถึงการเลือกทางที่ถูกต้องแทนการยอมตามแรงกดดันจากสังคมหรือบุญคุณเพราะการขาดความกล้าหาญอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่แก้ไขไม่ได้เหมือนที่เดชต้องเสียทุกอย่างในที่สุด
→ อั๋น วิทยา วสุไกรไพศาล รับบท คุณหลวงวิศาล

ข้าราชการหนุ่มรูปงามลูกพระยาเจ้าของเรือนร่มงิ้วใหญ่โตมั่งคั่งเขาเป็นชายรักชายที่ปกปิดตัวตนเพราะสังคมสมัยก่อนไม่ยอมรับนำไปสู่ความขัดแย้งภายในลึกซึ้ง วิศาลแต่งงานกับมาลัยเพื่อรักษาภาพลักษณ์และรับมรดกจากเจ้าคุณพ่อแต่ไม่เคยหลับนอนกับเธอเพราะรักเพศเดียวกันเขาบังคับเดชบ่าวสนิทที่เป็นคู่นอนลับๆไปมีอะไรกับมาลัยเพื่อให้มีทายาทสืบสกุลสะท้อนความเห็นแก่ตัวและความหึงหวงที่รุนแรง เมื่อเดชกับมาลัยรักกันจริงวิศาลโกรธแค้นหันไปให้รำเพยเมียน้อยทำหน้าที่แทนและบังคับเดชไปนอนกับรำเพยอีกนำไปสู่การหักหลังและแผนชั่วร้าย
วิศาลย้อนคิดถึงอดีตที่เคยรักฤทธิ์คนรักแรกแต่ถูกพ่อสั่งฆ่าทำให้เขากลายเป็นคนเย็นชาและโหดร้ายเช่นตอนที่เขาข่มขืนเฟื้องเพื่อคาดคั้นความลับหรือตอนที่โดนวางยาพิษกลายเป็นอัมพาตแต่ยังคงแค้นเคืองไม่ยอมอโหสิกรรมให้มาลัย บทบาทของเขาเป็นตัวร้ายที่คนดูทั้งเกลียดทั้งสงสารเพราะมาจากบาดแผลในวัยเด็กและแรงกดดันจากสังคม อั๋นเล่นบทนี้ได้อย่างมีมิติถ่ายทอดความเจ็บปวดความรักที่บิดเบือนและความโกรธผ่านสายตาและการกระทำทำให้วิศาลเป็นตัวละครที่ขับเคลื่อนเรื่องราวให้เข้มข้นสะท้อนธีมเรื่องเพศสภาพการกดขี่และผลกรรมที่ตามสนองตลอดทั้งละคร
ฉายาของคุณหลวงวิศาลคือ หลวงหึงโหดรักเพศเดียว
ฉายานี้มาจากนิสัยหึงหวงที่รุนแรงและความโหดร้ายในการปกปิดตัวตนว่าเป็นชายรักชายเขาไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องเดชคนรักลับๆแต่กลับบังคับเดชไปนอนกับมาลัยและรำเพยเพื่อแผนมรดกนำไปสู่ความขัดแย้งและการหักหลัง ฉายานี้เน้นความเจ็บปวดภายในที่กลายเป็นความชั่วร้ายเช่นตอนที่เขาร้องไห้เมาเพราะปวดใจเห็นเดชกับคนอื่นหรือตอนที่เดือดดาลทุ่มไหเหล้าและลงโทษมาลัย อั๋นถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัดแย้งทำให้คนดูรู้สึกถึงความหึงที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมและผลกระทบต่อคนรอบข้าง
ข้อคิดจากคุณหลวงวิศาลคือ การปกปิดตัวตนนำไปสู่ความทุกข์ทรมาน
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านชีวิตของเขาที่ถูกสังคมกดดันให้ปกปิดความเป็นชายรักชายนำไปสู่แผนการชั่วร้ายและความหึงหวงที่ทำลายทุกคนรอบตัวเช่นการบังคับเดชและมาลัยให้มีลูกหรือการข่มขืนเฟื้องเพื่อรักษาความลับ ข้อคิดนี้เตือนว่าการไม่ยอมรับตัวเองและยอมตามแรงกดดันจากสังคมอาจนำไปสู่การกระทำผิดที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองเหมือนที่วิศาลกลายเป็นอัมพาตและตายอย่างโดดเดี่ยวมันสอนให้เรายอมรับตัวตนเพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่แก้ไขไม่ได้
→ ฝ้าย เวฬุรีย์ ดิษยบุตร รับบท รำเพย

เมียน้อยทะเยอทะยานที่เรือนร่มงิ้วเธอเป็นหญิงสาวเจ้าเล่ห์ที่ใช้เสน่ห์และแผนการเพื่อขึ้นสู่อำนาจในเรือนใหญ่โตนี้ รำเพยเริ่มต้นด้วยการเป็นเมียน้อยของหลวงวิศาลแต่ไม่พอใจกับสถานะนั้นเธอจึงวางแผนกลั่นแกล้งมาลัยภรรยาหลวงเพื่อแย่งชิงทุกอย่างเช่นตอนที่สั่งแจ่มปล่อยงูในห้องมาลัยหรือราดน้ำเปียกชุดมาลัยเพื่อไม่ให้ออกงาน เมื่อวิศาลหันมาให้เธอทำหน้าที่มีลูกแทนมาลัยรำเพยยอมรับอย่างยินดีเพราะแอบหลงเดชรูปร่างกำยำเธอใช้ผงร้อยสวาทเพื่อให้เดชยอมนอนด้วยจนตั้งท้องแล้วขึ้นมาวางอำนาจระรานมาลัยสารพัดเช่นด่าหยามและเป่าหูให้เข้าใจผิดว่าเดชทรยศ
รำเพยเป็นตัวแทนของความอิจฉาริษยาที่นำไปสู่การหักหลังและความชั่วร้ายเธอเมาอาละวาดทุ่มไหเหล้าต่อหน้าวิศาลและถูกมัดสงบสติแต่ยังไม่หยุดแผนชั่วเช่นตอนที่แอบฟังเรื่องยาพิษแล้วค้นห้องเดชเพื่อยืมมือจัดการวิศาลแต่ถูกจับได้และโดนกรอกยาพิษคืน บทบาทของเธอขับเคลื่อนเรื่องราวให้เข้มข้นด้วยการต่อสู้แย่งชิงและการตบตีกับมาลัยหรือบุหงา ฝ้ายเล่นบทนี้ได้อย่างร้ายกาจถ่ายทอดความทะเยอทะยานและความเจ็บปวดภายในผ่านสีหน้าและน้ำเสียงทำให้รำเพยเป็นตัวละครที่คนดูทั้งเกลียดทั้งสะใจเมื่อโดนเล่นงานสะท้อนธีมเรื่องการแย่งชิงอำนาจและผลกรรมที่ตามสนองในสังคมพีเรียด
ฉายาของรำเพยคือ เมียน้อยร้ายทะเยอทะยาน
ฉายานี้มาจากนิสัยเจ้าเล่ห์และความทะเยอทะยานที่อยากครองเรือนร่มงิ้วแทนมาลัยเธอไม่ใช่แค่เมียน้อยธรรมดาแต่เป็นผู้วางแผนชั่วร้ายเพื่อแย่งชิงทุกอย่างเช่นตอนที่ยิ้มในใจเมื่อวิศาลบอกให้มีลูกกับเดชเพราะแอบหลงรูปร่างเขาและใช้ผงร้อยสวาทเพื่อให้ได้ตามต้องการ ฉายานี้เน้นความอิจฉาที่นำไปสู่การระรานเช่นถากถางมาลัยตอนบุหงาเจ็บสาหัสหรือจิกหัวตบมาลัยที่ท่าน้ำแต่ถูกตบกลับ ฝ้ายถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจและสะใจทำให้คนดูรู้สึกถึงความทะเยอทะยานที่นำไปสู่จุดจบเศร้าและผลกระทบต่อคนรอบข้าง
ข้อคิดจากรำเพยคือ ความอิจฉานำไปสู่การทำลายตัวเอง
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านชีวิตของเธอที่อิจฉามาลัยจนวางแผนชั่วร้ายแต่สุดท้ายย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองเช่นตอนที่เมาอาละวาดแล้วถูกมัดหรือตอนที่พยายามวางยาวิศาลแต่ถูกกรอกยาพิษคืน ข้อคิดนี้เตือนว่าการริษยาและแย่งชิงโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมอาจนำไปสู่จุดจบที่โดดเดี่ยวและทรมานเหมือนที่รำเพยต้องเจอผลกรรมจากแผนการของตัวเองมันสอนให้เราคิดถึงการยอมรับสถานะและไม่ทำร้ายผู้อื่นเพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่แก้ไขไม่ได้
→ เจี๊ยบ ชมพูนุช ปิยธรรมชัย รับบท เฟื้อง

หญิงสาวผู้ซื่อสัตย์และกล้าหาญในเรือนร่มงิ้วเธอเป็นตัวละครที่คอยช่วยเหลือมาลัยอย่างลับๆในยุคอดีตโดยวางแผนแอบพามาลัยหนีจากแผนชั่วร้ายของวิศาลและเดชรู้ทันพาเธอหนีแต่เฟื้องถูกวิศาลจับพิรุธได้นำไปสู่เหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อวิศาลขอผงร้อยสวาทจากรำเพยเพื่อใช้คาดคั้นความลับจากเฟื้องเธอไม่ยอมบอกจึงถูกวิศาลข่มขืนตบตีและทำร้ายอย่างโหดร้ายเพื่อให้รู้สึกตายทั้งเป็นเฟื้องโกรธแค้นถึงขั้นสาปแช่งวิศาลว่าต้องตายอย่างโดดเดี่ยวและทรมานสะท้อนความเจ็บปวดที่ถูกกดขี่จากอำนาจในเรือน
ในยุคปัจจุบันเฟื้องกลายเป็นแม่ของเรไรหญิงสาวที่ช่วยไม้สืบเรื่องเรือนร่มงิ้วเธอเป็นแม่ที่ปกป้องลูกสาวอย่างเข้มงวดต่อว่าและตบตีเรไรเมื่อรู้ว่าไม้เข้ามาเกี่ยวข้องเพราะกลัวกรรมเก่าจะย้อนกลับมาพยายามไล่ไม้ให้พ้นจากชีวิตครอบครัวเพื่อปกป้องลูกจากคำสาปและความหลอนของผีมาลัย บทบาทของเฟื้องเป็นตัวแทนของผู้หญิงที่ถูกสังคมและอำนาจชายกดทับแต่ยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อคนที่รักเจี๊ยบเล่นบทนี้ได้อย่างลึกซึ้งถ่ายทอดความเจ็บปวดความโกรธและความเป็นแม่ผ่านสายตาและการกระทำทำให้เฟื้องเป็นตัวละครที่คนดูทั้งสงสารและชื่นชมสะท้อนธีมเรื่องการถูกทำร้ายกรรมตามสนองและความเข้มแข็งของผู้หญิงในสังคมพีเรียด
ฉายาของเฟื้องคือ แม่ผู้สาปแช่งกรรมเก่า
ฉายานี้มาจากเหตุการณ์ในอดีตที่เธอถูกวิศาลทำร้ายอย่างรุนแรงจนโกรธแค้นสาปแช่งให้เขาตายอย่างทรมานและโดดเดี่ยวซึ่งกลายเป็นคำทำนายที่ตามหลอกหลอนเรื่องราวทั้งหมด ในปัจจุบันเธอยังคงแบกรับบาดแผลนั้นโดยปกป้องเรไรลูกสาวจากความลับดำมืดของเรือนร่มงิ้ว ฉายานี้เน้นความเข้มแข็งที่ซ่อนความเจ็บปวดเช่นตอนที่ต่อว่าเรไรและไล่ไม้เพื่อไม่ให้กรรมเก่าย้อนกลับมา เจี๊ยบถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัดแย้งทำให้คนดูรู้สึกถึงความแค้นที่สะสมและผลกระทบที่ส่งต่อถึงรุ่นลูก
ข้อคิดจากเฟื้องคือ การปกป้องคนที่รักต้องมากับความกล้าหาญแม้เจ็บปวด
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านการกระทำของเธอที่ยอมเสี่ยงช่วยมาลัยหนีในอดีตแต่ต้องเจอการทำร้ายจากวิศาลจนสาปแช่งและแบกรับบาดแผลไปตลอดชีวิต ในปัจจุบันเธอยังคงปกป้องเรไรด้วยการต่อสู้และไล่ไม้เพื่อไม่ให้ลูกเจอกรรมเก่า ข้อคิดนี้เตือนว่าการยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและคนที่รักอาจนำมาซึ่งความทรมานแต่ก็เป็นการต่อสู้ที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่ใหญ่กว่า
→ มาร์ค อภิวิชญ์ จักษ์ตรีมงคล รับบท ไม้

ชายหนุ่มทายาทโรงสีใหญ่ลูกชายของสิงห์และทับทิมที่สูญเสียพ่อแม่จากการตายลึกลับในเรือนร่มงิ้วเขาเป็นคนกล้าหาญไม่ย่อท้อต่อคำเตือนเรื่องความน่ากลัวและผีสิงของเรือนนั้นไม้บุกเข้าเรือนเพื่อสืบหาความจริงเจอเรไรหญิงสาวถูกโจรฉุดเขาช่วยแต่เกือบเสียชีวิตหมวดราชย์มาช่วยและชี้ทางให้เข้าเรือนจนเจอผีมาลัยที่พาเขาย้อนอดีตเห็นกรรมเก่าที่พ่อแม่เคยก่อกับมาลัย ไม้ต้องเผชิญเหตุการณ์สยองและอันตรายเช่นถูกกล้าหัวหน้าโจรดักตีหัวสลบจับมัดที่เรือนแต่ผีมาลัยแก้มัดให้เขาแล้วพาย้อนดูเรื่องราวอดีตอีกครั้ง
ในระหว่างสืบเขาเจอพิจิตรที่เล่าเรื่องราวทั้งหมดและขอให้ช่วยสืบเมืองทายาทของวิศาลเขาไปบ้านบุหงาเพื่อช่วยแต่บุหงาคลั่งบีบคอเขาเกือบตายไม้ยังคงมุ่งมั่นต่อสู้กับโจรและเปิดเผยความลับมีเคมีโรแมนติกกับเรไรเช่นตอนเจอหิ่งห้อยมองตากันเกือบจูบแต่เรไรดึงสติ บทบาทของเขาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เผชิญหน้ากับกรรมเก่าเพื่อหาความยุติธรรมมาร์คเล่นบทนี้ได้อย่างมีเสน่ห์ถ่ายทอดความกล้าหาญความสงสัยและความโรแมนติกผ่านสายตาและการกระทำทำให้ไม้เป็นตัวละครที่คนดูเอาใจช่วยสะท้อนธีมเรื่องกรรมตามสนองการสืบหาความจริงและความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางความหลอนตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของไม้คือ ทายาทผู้เผชิญกรรมเก่า
ฉายานี้มาจากสถานะของเขาในฐานะลูกชายสิงห์และทับทิมที่บุกเรือนร่มงิ้วเพื่อสืบการตายของพ่อแม่แต่ต้องเผชิญวิญญาณมาลัยและกรรมเก่าที่พ่อแม่เคยก่อเขาไม่ใช่แค่ทายาทธรรมดาแต่เป็นผู้ที่ถูกพาไปเห็นอดีตอันมืดมิดเพื่อเปิดเผยความจริง ฉายานี้เน้นความกล้าหาญในการต่อสู้กับความหลอนและอันตรายเช่นตอนถูกโจรจับมัดหรือบุหงาคลั่งบีบคอ มาร์คถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทำให้คนดูรู้สึกถึงการเผชิญหน้ากับอดีตที่นำไปสู่ความยุติธรรมและผลกระทบที่ส่งต่อรุ่นลูก
ข้อคิดจากไม้คือ การสืบหาความจริงต้องอาศัยความกล้าหาญ
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านการกระทำของเขาที่ไม่ย่อท้อบุกเรือนร่มงิ้วแม้รู้ว่าหลอนและอันตรายเพื่อหาสาเหตุการตายของพ่อแม่แม้ต้องเจอผีมาลัยโจรดักทำร้ายและบุหงาคลั่งแต่เขายังคงมุ่งมั่นสืบต่อ ข้อคิดนี้เตือนว่าความจริงอาจซ่อนความเจ็บปวดและกรรมเก่าแต่การเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญจะนำไปสู่ความยุติธรรมและการปลดปล่อยเหมือนที่ไม้ช่วยเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดมันสอนให้เรากล้าตัดสินใจหาความจริงเพื่อไม่ให้กรรมตามสนองต่อไป
→ เทียน อัจฉรี บัวเขียว รับบท เรไร

หญิงสาวกล้าหาญลูกสาวของเฟื้องในยุคปัจจุบันเธอเป็นคนที่สั่งไม้ให้มาเอาของแต่ระหว่างทางไม้เจอพวกกล้าหัวหน้าโจรดักทำร้ายเรไรตกใจมากออกตามหาและบอกเฟื้องเพื่อให้แจ้งหมวดราชย์ช่วยอีกแรงเธอถูกโจรฉุดและไม้เข้าไปช่วยแต่เกือบเสียชีวิตด้วยกันเรไรเป็นตัวละครที่เชื่อมโยงไม้เข้ากับความลับของเรือนร่มงิ้วเธอช่วยไม้สืบเรื่องราวและเผชิญอันตรายจากโจรที่จับไม้ผูกไว้ที่เรือนแต่ผีมาลัยช่วยไว้ ในระหว่างการสืบเธอมีเคมีโรแมนติกกับไม้เช่นตอนเจอหิ่งห้อยทั้งคู่มองตากันจนเกือบจูบแต่เรไรดึงสติและรีบกลับบ้านเพราะกลัวแม่รู้ เรไรต้องเจอเฟื้องแม่ดักรอต่อว่าและตบตีเพราะเฟื้องกลัวกรรมเก่าจากอดีตจะย้อนมาหาลูกสาวเรไรเสียใจที่แม่ไม่เคยฟังแต่ยังคงยืนหยัดช่วยไม้ต่อสู้กับความหลอนและเปิดเผยความจริง
บทบาทของเธอเป็นตัวแทนของหญิงสาวรุ่นใหม่ที่กล้าต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันตรายเทียนเล่นบทนี้ได้อย่างมีเสน่ห์ถ่ายทอดความกล้าหาญความอ่อนโยนและความขัดแย้งภายในผ่านสายตาและการกระทำทำให้เรไรเป็นตัวละครที่คนดูเอาใจช่วยและเพิ่มสีสันโรแมนติกให้เรื่องราวเข้มข้นสะท้อนธีมเรื่องความรักการปกป้องและการเผชิญหน้ากับกรรมเก่าตลอดทั้งละคร
ฉายาของเรไรคือ สาวกล้าหาญเคียงข้างความจริง
ฉายานี้มาจากนิสัยที่กล้าช่วยไม้สืบเรื่องเรือนร่มงิ้วแม้รู้ว่าอันตรายและมีผีสิงเธอไม่ใช่แค่หญิงสาวธรรมดาแต่เป็นผู้ที่ออกตามหาไม้เมื่อถูกโจรทำร้ายและยืนหยัดเคียงข้างเขาในการเปิดเผยกรรมเก่า ฉายานี้เน้นความโรแมนติกที่เกิดขึ้นเช่นตอนเกือบจูบกับไม้ท่ามกลางหิ่งห้อยแต่ต้องดึงสติเพราะความกดดันจากแม่ เทียนถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอารมณ์อ่อนไหวทำให้คนดูรู้สึกถึงความกล้าที่นำไปสู่ความรักและความยุติธรรม
ข้อคิดจากเรไรคือ ความกล้าหาญในการช่วยเหลือผู้อื่นนำไปสู่ความจริงและความรัก
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านการกระทำของเธอที่ออกตามหาและช่วยไม้แม้เสี่ยงอันตรายจากโจรและกรรมเก่าของเรือนร่มงิ้วแม้ถูกแม่ต่อว่าแต่เธอยังคงยืนหยัดเคียงข้างไม้จนเกิดเคมีโรแมนติก ข้อคิดนี้เตือนว่าการกล้าตัดสินใจช่วยคนอื่นอาจเจออุปสรรคจากครอบครัวหรือความกลัวแต่สุดท้ายจะนำไปสู่การเปิดเผยความจริงและความสัมพันธ์ที่แท้จริงเหมือนที่เรไรช่วยไม้สืบเรื่องจนเรื่องราวคลี่คลาย
→ นน ชานนท์ ทิพกนก รับบท แสง

ชายหนุ่มที่แอบรักหลวงวิศาลอย่างลึกซึ้งและหึงหวงรุนแรงเขาเป็นตัวละครที่เคยใกล้ชิดวิศาลในอดีตแต่ถูกปฏิเสธนำไปสู่ความเจ็บปวดที่สะสมจนกลายเป็นแผนการเป่าหูและสร้างความแตกแยกในเรือนร่มงิ้ว แสงพาวิศาลมาแอบดูเดชกับรำเพยแล้วคิดแผนให้แสงเป่าหูรำเพยว่าเดชแอบเป็นชู้กับมาลัยจนรำเพยปรี๊ดแตกไปจิกหัวตบมาลัยที่ท่าน้ำนำไปสู่การต่อสู้และความเข้าใจผิดเพิ่มขึ้น เมื่อรู้ข่าววิศาลป่วยอัมพาตจากพิจิตรและรัญจวนแสงรีบไปหาด้วยความเป็นห่วงแต่ถูกก่ำและอวนขวางรำเพยออกมาต่อว่าแสงแฉความชั่วของรำเพยจนตบกันแสงตบกลับแสดงความเดือดดาล วิศาลได้ยินเสียงแสงร้องเรียกเดชและมาลัยออกมาแสงตกใจมากที่เห็นมาลัยยังมีชีวิตชี้หน้าหาว่าทุกคนร่วมมือทำร้ายวิศาลเดชถึงขั้นยิงขู่เพื่อปกป้อง
ในอดีตแสงเคยอยู่ในสภาพยับเยินคุกเข่าบอกรักวิศาลต่อหน้าแต่วิศาลอายเดชต้องรีบแก้ต่างให้สะท้อนความรักที่ไม่สมหวังและความหึงที่ตามมา บทบาทของเขาเป็นตัวแทนของความรักที่บิดเบือนจากความเจ็บปวดนำไปสู่การทำร้ายคนรอบข้างนนเล่นบทนี้ได้อย่างมีมิติถ่ายทอดความหึงหวงความเสียใจและความคลั่งผ่านสีหน้าและการกระทำทำให้แสงเป็นตัวละครที่เพิ่มความเข้มข้นให้ธีมรักต้องห้ามชายรักชายและผลกระทบจากความรักที่ไม่ได้รับการตอบแทนตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของแสงคือ คนรักเก่าหึงคลั่ง
ฉายานี้มาจากความรักที่เขามีต่อวิศาลอย่างลึกซึ้งแต่ไม่สมหวังนำไปสู่ความหึงหวงที่รุนแรงและการคลั่งในแผนการเป่าหูสร้างความวุ่นวายเขาไม่ใช่แค่คนรักเก่าธรรมดาแต่เป็นผู้ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อใกล้ชิดวิศาลแม้ต้องสร้างความแตกแยก ฉายานี้เน้นความเจ็บปวดที่กลายเป็นความโกรธเช่นตอนคุกเข่าบอกรักในสภาพยับเยินหรือตอนรีบไปหาวิศาลป่วยแต่ถูกขวางจนตบกับรำเพย นนถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัดแย้งทำให้คนดูรู้สึกถึงความหึงที่นำไปสู่การทำลายความสัมพันธ์รอบตัว
ข้อคิดจากแสงคือ ความรักที่ไม่สมหวังต้องเรียนรู้การปล่อยวาง
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านชีวิตของเขาที่แอบรักวิศาลแต่ถูกปฏิเสธนำไปสู่ความหึงหวงและแผนชั่วที่ย้อนกลับมาทำร้ายทุกคนรวมถึงตัวเองเช่นตอนเป่าหูรำเพยจนเกิดการต่อสู้หรือตอนไปหาวิศาลแต่ถูกขวางจนวุ่นวาย ข้อคิดนี้เตือนว่าการยึดติดกับความรักที่ไม่ได้รับการตอบแทนอาจกลายเป็นความคลั่งที่ทำลายตัวเองและคนรอบข้างมันสอนให้เรายอมรับความจริงและปล่อยวางเพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่ใหญ่กว่า
→ ปู นริสา พรหมสุภา รับบท อิ่ม

บ่าวสาวในเรือนร่มงิ้วที่ซื่อสัตย์และใจดีเธอเป็นคนงานในเรือนที่คอยดูแลงานบ้านและช่วยเหลือตัวละครหลักโดยเฉพาะมาลัยในช่วงที่ชีวิตมาลัยเต็มไปด้วยความทุกข์จากแผนการของวิศาลและการกลั่นแกล้งของรำเพย อิ่มเป็นตัวละครที่สังเกตเห็นความผิดปกติในเรือนเช่นความสัมพันธ์ลับๆระหว่างวิศาลกับเดชหรือการวางแผนชั่วร้ายของรำเพยแต่เธอเลือกที่จะเงียบและช่วยเหลือมาลัยอย่างลับๆเช่นนำข่าวสารหรือช่วยเรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันเพื่อให้มาลัยมีกำลังใจ เธอต้องเผชิญความวุ่นวายในเรือนเช่นตอนที่บ้านแตกจากรำเพยเมาอาละวาดหรือตอนที่มีการต่อสู้และวางยาพิษอิ่มคอยอยู่เบื้องหลังช่วยเก็บกวาดและดูแลบ่าวคนอื่นๆให้สงบ
ในบางฉากเธออาจถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับแผนกลั่นแกล้งแต่ยังคงรักษาความดีและความภักดีต่อนายจ้าง บทบาทของเธอเป็นตัวแทนของคนงานชั้นล่างในสังคมพีเรียดที่ต้องอดทนและเลือกข้างความถูกต้องอย่างเงียบๆปู่นริสาเล่นบทนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติถ่ายทอดความอ่อนโยนความซื่อสัตย์และความอดทนผ่านสีหน้าและการกระทำเล็กๆทำให้อิ่มเป็นตัวละครที่คนดูรู้สึกอบอุ่นและสมจริงเพิ่มความลึกให้ชีวิตในเรือนร่มงิ้วที่เต็มไปด้วยความมืดมิดสะท้อนธีมเรื่องความดีที่อยู่เบื้องหลังและการอยู่รอดในสังคมที่มีการกดขี่ตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของอิ่มคือ บ่าวผู้เงียบดี
ฉายานี้มาจากนิสัยที่เธอเลือกเงียบแต่ทำความดีอย่างสม่ำเสมอในเรือนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและแผนชั่วเธอไม่ใช่ตัวละครที่เด่นแต่เป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือมาลัยและรักษาความสงบในเรือนอย่างลับๆ ฉายานี้เน้นความอดทนที่ซ่อนความเข้มแข็งเช่นตอนที่เห็นความทุกข์ของมาลัยแต่เลือกช่วยแบบไม่ให้ตัวเองเด่นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ปู่นริสาถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนทำให้คนดูรู้สึกถึงความดีที่เงียบแต่ยั่งยืนและผลกระทบที่ช่วยให้ตัวละครหลักผ่านพ้นวิกฤต
ข้อคิดจากอิ่มคือ ความดีที่เงียบๆมักนำไปสู่ความสงบในใจ
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านชีวิตของเธอที่เลือกทำดีอย่างเงียบๆในเรือนที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งแทนที่จะเข้าไปวุ่นวายหรือเลือกข้างชั่วเพื่อผลประโยชน์แม้ต้องอดทนกับความวุ่นวายรอบตัว ข้อคิดนี้เตือนว่าการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนอาจไม่เด่นแต่ช่วยรักษาความสงบภายในและสนับสนุนคนดีรอบข้างให้ผ่านพ้นปัญหาเหมือนที่อิ่มช่วยมาลัยอย่างลับๆมันสอนให้เราอดทนและเลือกความถูกต้องในสถานการณ์ยากลำบากเพื่อความสงบสุขในที่สุด
→ แมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา รับบท ก่ำ

บ่าวอาวุโสในเรือนร่มงิ้วที่ภักดีต่อหลวงวิศาลอย่างสุดโต่งเขาเป็นสามีของอวนและมีลูกชายที่เป็นจุดอ่อนในชีวิตครอบครัวก่ำเป็นคนงานที่คอยดูแลความเรียบร้อยในเรือนแต่ยอมทำตามคำสั่งชั่วร้ายของวิศาลโดยไม่ลังเลเช่นตอนที่วิศาลสั่งให้ไปตามหามาลัยที่หนีออกไปและจัดการฆ่าเสียเพราะรู้ว่ามาลัยซ่อนตัวที่เรือนพี่ชายก่ำทำตามทันทีสะท้อนความภักดีที่บอดใบ้ต่อนายจ้าง เขาและอวนต่อว่าเดชอย่างรุนแรงเมื่อเดชหยิบยาผิดเกือบทำให้ลูกชายตายนำไปสู่ความขัดแย้งในครัวเรือนแต่จริงๆแล้วเป็นส่วนหนึ่งของแผนยาพิษที่เดชวางไว้ ก่ำยังขวางแสงไม่ให้เข้าไปหาวิศาลตอนป่วยร่วมกับอวนและรำเพยแสดงความปกป้องนายอย่างดุร้ายในบางฉากก่ำยิ้มผยองตอนดักรอเดชกับเรื่องยาพิษคิดว่าเข้าตามแผนแต่ไม่รู้ว่าเป็นแผนของเดชเอง
บทบาทของเขาเป็นตัวแทนของบ่าวชั้นล่างที่ยอมทำชั่วเพื่อความอยู่รอดและบุญคุณจากนายจ้างในสังคมพีเรียดแมนเล่นบทนี้ได้อย่างสมจริงถ่ายทอดความดุความภักดีและความเป็นพ่อผ่านสีหน้าและน้ำเสียงทำให้ก่ำเป็นตัวละครที่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ความมืดมิดในเรือนร่มงิ้วและสะท้อนธีมเรื่องความภักดีที่ผิดทางการกดขี่ชั้นและผลกรรมที่ตามสนองคนตัวเล็กตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของก่ำคือ บ่าวภักดีมือสังหาร
ฉายานี้มาจากความยอมทำตามคำสั่งวิศาลแม้เป็นเรื่องชั่วร้ายเช่นการตามฆ่ามาลัยตามคำสั่งโดยไม่ถามเหตุผลเขาไม่ใช่แค่บ่าวธรรมดาแต่เป็นมือขวาที่จัดการเรื่องสกปรกเพื่อปกป้องนายและเรือน ฉายานี้เน้นความโหดที่ซ่อนใต้ความภักดีเช่นตอนขวางแสงอย่างดุร้ายหรือต่อว่าคนในเรือนเพื่อรักษาความลับ แมนถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความดุและความกลัวผลกรรมทำให้คนดูรู้สึกถึงความภักดีที่นำไปสู่การทำชั่วและจุดจบที่ตามมา
ข้อคิดจากก่ำคือ ความภักดีที่บอดใบ้นำไปสู่ความชั่วและกรรมสนอง
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านชีวิตของเขาที่ทำตามวิศาลทุกอย่างแม้ผิดศีลธรรมเช่นตามฆ่ามาลัยหรือปกป้องความลับชั่วแต่สุดท้ายกรรมเก่าย้อนกลับมาทำร้ายครอบครัวและเรือนทั้งหมด ข้อคิดนี้เตือนว่าการภักดีโดยไม่มีเหตุผลหรือยอมทำชั่วเพื่อนายจ้างอาจนำไปสู่จุดจบที่ตัวเองและคนใกล้ชิดต้องรับผลมันสอนให้เราคิดก่อนทำตามคำสั่งและเลือกข้างความถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงกรรมที่ตามสนอง
→ นุ่น รมิดา ประภาสโนบล รับบท อวน

ภรรยาของก่ำบ่าวอาวุโสในเรือนร่มงิ้วเธอเป็นหญิงสาวที่ภักดีต่อนายจ้างและครอบครัวอย่างสุดตัวคอยช่วยก่ำดูแลความเรียบร้อยในเรือนและปกป้องหลวงวิศาลจากคนนอกเช่นตอนที่ร่วมกับก่ำขวางแสงไม่ให้เข้าไปหาวิศาลตอนป่วยหรือต่อว่าเดชอย่างรุนแรงเรื่องหยิบยาผิดเกือบทำให้ลูกชายตายสะท้อนความเป็นแม่ที่ปกป้องลูกและความภักดีที่บอดใบ้ต่อนาย อวนต้องเผชิญความวุ่นวายในเรือนเช่นการเมาอาละวาดของรำเพยหรือแผนยาพิษที่ซ่อนเร้นแต่เธอยังคงยืนหยัดเคียงข้างสามีทำตามคำสั่งวิศาล
ในยุคปัจจุบันนุ่นเล่นบททับทิมภรรยาของสิงห์เจ้าของโรงสีที่ไม่ลดละบุกเรือนร่มงิ้วเพื่อยึดครองแม้ทับทิมพยายามห้ามเพราะกลัวผีมาลัยแต่สุดท้ายทั้งคู่เจอวิญญาณอาฆาตทับทิมถูกสิงฆ่าตายก่อนสิงห์ถูกแขวนคอใต้ต้นงิ้ว บทบาทของเธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงชั้นล่างที่ตามสามีและรับผลกรรมจากความโลภหรือความภักดีผิดทางนุ่นเล่นบทนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติถ่ายทอดความเป็นภรรยาที่อดทนความกลัวและความดื้อรั้นผ่านสีหน้าและการกระทำทำให้อวนและทับทิมเป็นตัวละครที่เพิ่มความลึกให้ธีมกรรมตามสนองการกดขี่ชั้นและความสัมพันธ์ครอบครัวในสังคมพีเรียดตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของอวนคือ ภรรยาบ่าวผู้ตามกรรมสามี
ฉายานี้มาจากการที่เธอเคียงข้างก่ำทำตามคำสั่งวิศาลและปกป้องเรือนอย่างสุดตัวแต่ในยุคปัจจุบันกลายเป็นทับทิมที่ตามสิงห์บุกเรือนจนเจอจุดจบจากวิญญาณมาลัย เธอไม่ใช่แค่ภรรยาธรรมดาแต่เป็นผู้ที่รับผลจากความภักดีและความโลภของสามี ฉายานี้เน้นความอดทนที่นำไปสู่กรรมเก่าเช่นตอนขวางคนนอกหรือต่อว่าในเรือนเพื่อรักษาความลับ นุ่นถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความกลัวและความยอมตามทำให้คนดูรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ส่งผลกรรมต่อกัน
ข้อคิดจากอวนคือ การตามผู้อื่นโดยไม่คิดอาจนำกรรมสนอง
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านชีวิตของเธอที่ตามก่ำทำตามวิศาลและในปัจจุบันตามสิงห์บุกเรือนจนตายอย่างลึกลับจากวิญญาณอาฆาตแม้พยายามห้ามแต่สุดท้ายรับผลร่วมกัน ข้อคิดนี้เตือนว่าการยอมตามสามีหรือนายจ้างโดยไม่ใช้เหตุผลอาจนำไปสู่จุดจบที่ตัวเองและครอบครัวต้องรับมันสอนให้เราคิดอิสระและเลือกทางที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงกรรมที่ย้อนกลับมา
→ รุ้ง รุ้งลาวัณย์ โทนะหงษา รับบท แจ่ม

บ่าวสาวผู้ภักดีต่อรำเพยเมียน้อยทะเยอทะยานเธอเป็นมือขวาที่คอยช่วยรำเพยวางแผนกลั่นแกล้งมาลัยภรรยาหลวงเพื่อให้รำเพยขึ้นมามีอำนาจในเรือนร่มงิ้วแจ่มเริ่มต้นด้วยการทำตามคำสั่งอย่างไม่ลังเลเช่นตอนที่รำเพยสั่งให้เอางูไปปล่อยในห้องมาลัยเพื่อขู่แต่ระหว่างทางเจอบุหงาขวางจนตบตีกันบ้านพังหรือตอนที่กำลังเทน้ำทิ้งแต่สะดุดราดเปียกชุดสวยของมาลัยไม่ให้ไปออกงานกับวิศาลซึ่งจริงๆเป็นแผนตบตาที่รำเพยสั่งมารำเพยยังมาตบแจ่มเพื่อให้ดูเหมือนแจ่มผิดจริงๆแจ่มต้องเจอความเมาของรำเพยที่อาละวาดบ้านแตกเธอพยายามห้ามแต่ไม่ฟังเพราะรำเพยประชดเดชที่ไม่ห่วงลูกในท้อง
แจ่มเป็นตัวละครที่สะท้อนบ่าวชั้นล่างที่ต้องยอมตามนายเพื่อความอยู่รอดแม้รู้ว่าผิดแต่ก็กลัวอำนาจรำเพยในบางฉากเธอแสดงความกลัวและความลังเลเช่นตอนถูกใช้เป็นเครื่องมือแต่ยังคงทำตามเพื่อรักษาตำแหน่งในเรือนบทบาทของเธอเพิ่มความตึงเครียดให้ฝั่งร้ายและแสดงด้านมืดของการกดขี่ในเรือนรุ้งเล่นบทนี้ได้อย่างน่าเชื่อถ่ายทอดความกลัวความยอมจำนนและความเป็นบ่าวผ่านสีหน้าและการกระทำเล็กๆทำให้แจ่มเป็นตัวละครที่คนดูทั้งเกลียดทั้งสงสารสะท้อนธีมเรื่องการตามนายชั่วผลกระทบต่อคนตัวเล็กและความอยู่รอดในสังคมที่มีการแบ่งชั้นตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของแจ่มคือ บ่าวมือกลั่นแกล้ง
ฉายานี้มาจากการที่เธอเป็นมือขวาของรำเพยคอยช่วยทำแผนชั่วเพื่อระรานมาลัยเช่นปล่อยงูหรือราดน้ำเปียกชุดแต่ทุกครั้งมักถูกใช้ตบตาและรับเคราะห์แทนนาย เธอไม่ใช่คนร้ายหลักแต่เป็นผู้ปฏิบัติที่ยอมทำตามเพื่อความอยู่รอดในเรือน ฉายานี้เน้นความยอมจำนนที่ซ่อนความกลัวเช่นตอนพยายามห้ามรำเพยเมาแต่ไม่กล้าขัดมาก รุ้งถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความลังเลทำให้คนดูรู้สึกถึงการเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่ความวุ่นวายและผลกระทบต่อตัวเอง
ข้อคิดจากแจ่มคือ การตามคนชั่วโดยไม่คิดนำไปสู่ความเดือดร้อนตัวเอง
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านชีวิตของเธอที่ยอมช่วยรำเพยกลั่นแกล้งมาลัยเพื่อรักษาตำแหน่งแต่สุดท้ายต้องเจอความวุ่นวายและถูกใช้เป็นเครื่องมือรับเคราะห์เช่นถูกตบตบตาหรืออยู่ในเหตุการณ์บ้านแตก ข้อคิดนี้เตือนว่าการยอมทำชั่วตามนายเพื่อผลประโยชน์เล็กๆอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองและไม่นำไปสู่ความสุขที่แท้จริงมันสอนให้เรากล้าขัดขืนความผิดและเลือกข้างความถูกต้องเพื่อความสงบในชีวิต
→ เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท คุณพระพิจิตร

พี่ชายของหลวงวิศาลที่เข้าใจและยอมรับน้องชายอย่างแท้จริงในสังคมสมัยก่อนที่ไม่ยอมรับชายรักชายเขาเป็นขุนนางใจดีที่คอยอยู่เคียงข้างวิศาลตั้งแต่วัยรุ่นตอนที่วิศาลถูกเจ้าคุณพ่อทุบตีและสั่งซ้อมฤทธิ์คนรักแรกจนตายพิจิตรปลอบน้องบอกว่าไม่ว่าน้องจะเป็นอะไรก็รับได้และอยู่เคียงข้างเสมอสะท้อนความรักในครอบครัวที่ไม่มีเงื่อนไข ในยุคปัจจุบันพิจิตรยังคงเป็นผู้รู้ความลับทั้งหมดของเรือนร่มงิ้วเขาเจอไม้และเรไรโดยบังเอิญไม้ตะลึงเพราะเหมือนรู้จักพิจิตรเรียกสติให้เรไรทำความเคารพพิจิตรถามและรู้ว่าไม้เกี่ยวข้องกับเรือนจึงเล่าเรื่องราวอดีตทั้งหมดให้ฟังรวมถึงความลับของวิศาลและขอให้ไม้ช่วยสืบเรื่องเมืองทายาทของวิศาลเพื่อคลี่คลายปมกรรมเก่า
เขายังให้ข่าวเรื่องป่วยของวิศาลกับคนอื่นและคอยสนับสนุนการสืบความจริงบทบาทของเขาเป็นตัวแทนของคนดีในครอบครัวที่ยืนหยัดต่อสู้กับความลับดำมืดและช่วยเหลือคนรุ่นหลังเปิดเผยความยุติธรรมเพชรเล่นบทนี้ได้อย่างอบอุ่นถ่ายทอดความเข้าใจความเมตตาและความเข้มแข็งผ่านสายตาและน้ำเสียงทำให้พิจิตรเป็นตัวละครที่คนดูรู้สึกอบอุ่นและชื่นชมสะท้อนธีมเรื่องการยอมรับตัวตนความรักครอบครัวและการส่งต่อความจริงเพื่อปลดปล่อยกรรมเก่าตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของคุณพระพิจิตรคือ พี่ชายผู้ยอมรับทุกอย่าง
ฉายานี้มาจากการที่เขายอมรับและสนับสนุนวิศาลน้องชายที่เป็นชายรักชายในยุคที่สังคมไม่ยอมรับโดยไม่ตัดสินและคอยปลอบในช่วงวิกฤตเช่นตอนวิศาลเสียใจจากฤทธิ์ตาย ในปัจจุบันเขายังคงเล่าความจริงทั้งหมดให้ไม้ฟังเพื่อช่วยคลี่คลายปมเรือนร่มงิ้ว ฉายานี้เน้นความเมตตาที่ซ่อนความเข้มแข็งในการปกป้องครอบครัวจากความลับดำมืด เพชรถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นทำให้คนดูรู้สึกถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและผลกระทบที่ช่วยเยียวยาคนรุ่นหลัง
ข้อคิดจากคุณพระพิจิตรคือ การยอมรับตัวตนคนในครอบครัวนำไปสู่ความเข้มแข็ง
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านการกระทำของเขาที่รับวิศาลได้ทุกอย่างแม้สังคมกดทับและคอยปลอบในช่วงวิกฤตนำไปสู่การช่วยเหลือคนรุ่นหลังอย่างไม้เปิดเผยความจริง ในปัจจุบันเขายังคงสนับสนุนการสืบเพื่อคลี่คลายกรรมเก่า ข้อคิดนี้เตือนว่าความรักครอบครัวที่แท้จริงต้องยอมรับความต่างเพื่อให้ทุกคนเข้มแข็งและหลุดพ้นจากความทุกข์ที่สะสมมันสอนให้เราสนับสนุนคนใกล้ชิดโดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อความสงบสุขร่วมกัน
→ พิม พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ รับบท คุณรัญจวน

ภรรยาของคุณพระพิจิตรขุนนางใจดีเธอเป็นหญิงสาวผู้เมตตาและเข้าใจสถานการณ์ในเรือนร่มงิ้วอย่างลึกซึ้งคอยสนับสนุนสามีในการช่วยเหลือคนอื่นรัญจวนเป็นตัวละครที่ปรากฏในช่วงดราม่าเข้มข้นเช่นตอนที่บุหงาเพื่อนสนิทของมาลัยหายตัวไปและถูกพบในสภาพบาดเจ็บสาหัสอาจนอนเป็นผักตลอดชีวิตมาลัยเสียใจร้องไห้ในห้องรัญจวนเข้ามาปลอบใจอย่างอ่อนโยนแสดงความเห็นอกเห็นใจและให้กำลังใจมาลัยที่ถูกกดขี่จากรำเพยและแผนชั่วของวิศาล ในฉากสำคัญรัญจวนได้ทีสะใจเงียบๆเมื่อรำเพยถูกมาลัยสติหลุดถีบตกบันไดแล้วตามลงมาตบจิกหัวกระแทกพื้นหลังจากรำเพยถากถางมาลัยสารพัดรัญจวนยิ้มในใจเพราะเห็นว่ารำเพยสมน้ำหน้าและฤทธิ์เดชของมาลัยที่ระเบิดออกมา
เธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงฝั่งดีที่ไม่พูดมากแต่แสดงออกผ่านการกระทำและสีหน้าคอยอยู่เคียงข้างพิจิตรในการรู้ความลับเรือนและช่วยคนรุ่นหลังอย่างไม้เปิดเผยความจริงรัญจวนไม่ค่อยมีบทเด่นแต่ทุกครั้งที่ปรากฏจะเพิ่มความสมดุลให้เรื่องโดยสนับสนุนความยุติธรรมและความเมตตาพิมเล่นบทนี้ได้อย่างนุ่มนวลถ่ายทอดความใจดีความเข้าใจและความสะใจผ่านสายตาและรอยยิ้มทำให้รัญจวนเป็นตัวละครที่คนดูรู้สึกสบายใจและเอาใจช่วยสะท้อนธีมเรื่องการอยู่ฝั่งถูกต้องความเห็นอกเห็นใจและความสุขใจจากการเห็นคนชั่วได้รับผลกรรมตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของคุณรัญจวนคือ ภรรยาผู้สะใจเงียบ
ฉายานี้มาจากการที่เธอไม่พูดมากแต่แสดงความสะใจชัดเจนตอนรำเพยถูกมาลัยจัดการหลังถากถางมาลัยอย่างรุนแรงเธอยิ้มในใจเพราะเห็นว่าคนชั่วสมควรได้รับผลตอบแทน ในขณะที่คอยปลอบมาลัยอย่างอ่อนโยนแสดงความเมตตาต่อฝั่งถูกกดขี่ ฉายานี้เน้นความนุ่มนวลที่ซ่อนความยุติธรรมเช่นตอนเข้ามาปลอบมาลัยที่เสียใจเรื่องบุหงา พิมถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและรอยยิ้มลึกๆทำให้คนดูรู้สึกถึงความสะใจที่เงียบแต่ทรงพลังและผลกระทบที่ช่วยสมดุลความดราม่าในเรือน
ข้อคิดจากคุณรัญจวนคือ การอยู่ฝั่งถูกต้องนำไปสู่ความสุขใจ
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านการกระทำของเธอที่เลือกสนับสนุนมาลัยและพิจิตรในเรื่องความยุติธรรมแม้ไม่พูดมากแต่คอยปลอบใจและสะใจตอนคนชั่วอย่างรำเพยได้รับผลตอบแทน ข้อคิดนี้เตือนว่าการยืนหยัดข้างความดีและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นโดยไม่ต้องดังอาจนำไปสู่ความสงบภายในและความสุขที่แท้จริงเหมือนที่รัญจวนยิ้มสะใจเงียบๆมันสอนให้เราเลือกข้างถูกต้องเพื่อความสบายใจในระยะยาว
→ แอริน สิรีภรณ์ ยุกตะทัต รับบท คุณบุหงา

เพื่อนสนิทผู้ภักดีและกล้าหาญของมาลัยในเรือนร่มงิ้วเธอเป็นหญิงสาวที่คอยปกป้องมาลัยจากความทุกข์และการกลั่นแกล้งของรำเพยเมียน้อยทะเยอทะยานบุหงาเริ่มต้นด้วยการขวางรำเพยที่ใช้แจ่มปล่อยงูในห้องมาลัยนำไปสู่การประชันหน้าและตบตีกันจนบ้านพังยับเยินสะท้อนความกล้าหาญที่ไม่ยอมให้เพื่อนถูกเอารัดเอาเปรียบ เมื่อมาลัยบอกความจริงว่าวิศาลบังคับให้มีอะไรกับเดชบุหงาโกรธมากเข้าไปต่อว่าวิศาลตรงๆจนวิศาลโมโหลงที่มาลัยแต่บุหงายังคงอยู่เคียงข้างให้คำปรึกษาและกำลังใจมาลัยที่กำลังสับสน ในฉากเศร้าบุหงาหายตัวไปรุ่งเช้าตำรวจแจ้งว่าพบร่างเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสอาจนอนเป็นผักตลอดชีวิตมาลัยเสียใจมากรัญจวนมาปลอบแต่รำเพยถากถางบุหงาสมน้ำหน้าทำให้มาลัยสติหลุดถีบรำเพยตกบันไดแล้วตบจิกหัว
ในยุคปัจจุบันบุหงายังคงปรากฏในสภาพป่วยหนักไม้เรไรและราชย์ไปบ้านเธอไม้เห็นบุหงาแล้วนึกถึงอดีตพยายามบอกว่าจะช่วยแต่บุหงาคลั่งขึ้นมาบีบคอไม้เกือบตายสะท้อนบาดแผลจากอดีตที่ยังหลอกหลอน บทบาทของเธอเป็นตัวแทนของมิตรภาพแท้ที่ยอมเสี่ยงเพื่อเพื่อนแต่ต้องเจอชะตากรรมร้ายจากแผนชั่วในเรือนแอรินเล่นบทนี้ได้อย่างเข้มข้นถ่ายทอดความกล้าหาญความภักดีและความเจ็บปวดผ่านสายตาและการกระทำทำให้บุหงาเป็นตัวละครที่คนดูทั้งรักทั้งสงสารสะท้อนธีมเรื่องมิตรภาพการปกป้องและผลกระทบจากกรรมชั่วที่ส่งถึงคนบริสุทธิ์ตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของคุณบุหงาคือ เพื่อนซี้ผู้กล้าปกป้อง
ฉายานี้มาจากนิสัยที่เธอกล้าหาญคอยปกป้องมาลัยจากรำเพยและแผนชั่วในเรือนไม่ว่าจะขวางการปล่อยงูหรือตบตีกับรำเพยเพื่อปกป้องเพื่อนเธอไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดาแต่เป็นผู้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อมิตรภาพ ฉายานี้เน้นความภักดีที่นำไปสู่ชะตากรรมเศร้าเช่นตอนหายตัวและถูกพบบาดเจ็บสาหัสหรือตอนคลั่งบีบคอไม้ในปัจจุบัน แอรินถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวทำให้คนดูรู้สึกถึงความกล้าที่นำไปสู่ความสูญเสียและผลกระทบต่อคนรอบข้าง
ข้อคิดจากคุณบุหงาคือ มิตรภาพแท้ต้องมากับความเสี่ยงแต่คุ้มค่า
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านการกระทำของเธอที่กล้าปกป้องมาลัยแม้เสี่ยงถูกทำร้ายจากรำเพยและแผนชั่วในเรือนนำไปสู่การหายตัวและบาดเจ็บสาหัสแต่ความภักดีนั้นให้กำลังใจมาลัย ข้อคิดนี้เตือนว่าการยืนเคียงข้างเพื่อนในยามยากอาจนำมาซึ่งความทุกข์แต่ก็สร้างความผูกพันที่แท้จริงและช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตเหมือนที่บุหงาช่วยมาลัยมันสอนให้เราเลือกมิตรภาพที่จริงใจและยอมเสี่ยงเพื่อกันและกัน
→ ฟ้าใส อรจิรา แก้วสว่าง รับบท กะทิ

บ่าวสาวน้อยในเรือนร่มงิ้วที่สดใสและซื่อสัตย์เธอเป็นหญิงสาวรุ่นเยาว์ที่คอยช่วยงานบ้านและดูแลนายจ้างอย่างขยันขันแข็งโดยเฉพาะในช่วงที่เรือนเต็มไปด้วยความวุ่นวายจากแผนชั่วและความขัดแย้งกะทิเริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ช่วยในครัวและงานเล็กๆน้อยๆแต่คอยสังเกตเห็นเหตุการณ์ดราม่ารอบตัวเช่นตอนที่รำเพยอาละวาดเมาเธอช่วยแจ่มห้ามแต่ไม่กล้าขัดมากเพราะกลัวอำนาจเมียน้อยหรือตอนที่มาลัยถูกระรานกะทิแอบนำอาหารหรือของใช้ให้มาลัยเพื่อให้กำลังใจสะท้อนความใจดีที่ซ่อนในตัวบ่าวชั้นล่าง กะทิต้องเผชิญความหลอนในเรือนเช่นเห็นผีมาลัยแต่เลือกเงียบเพื่อไม่ให้บ้านวุ่นวายยิ่งขึ้นเธอเป็นส่วนหนึ่งของบ่าวที่ถูกดึงเข้าแผนกลั่นแกล้งเล็กๆแต่ยังคงรักษาความบริสุทธิ์และไม่ยอมทำชั่วเต็มตัวในบางฉากเธอแสดงความกลัวและความอยากรู้อยากเห็นเช่นตอนแอบฟังความลับเรื่องยาพิษแต่ไม่กล้าบอกใคร
บทบาทของเธอเป็นตัวแทนของคนรุ่นเยาว์ที่ต้องอยู่รอดในสังคมกดขี่โดยใช้ความสดใสและความซื่อสัตย์เป็นเกราะป้องกันฟ้าใสเล่นบทนี้ได้อย่างมีเสน่ห์ถ่ายทอดความน่ารักความกลัวและความใจดีผ่านสีหน้าและการกระทำทำให้กะทิเป็นตัวละครที่คนดูรู้สึกสดชื่นและเอ็นดูเพิ่มสีสันให้ธีมเรื่องการอยู่รอดของคนตัวเล็กการเห็นอกเห็นใจและความบริสุทธิ์ที่ยังหลงเหลือในเรือนที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของกะทิคือ บ่าวน้อยสดใสในความมืด
ฉายานี้มาจากนิสัยที่เธอสดใสและใจดีท่ามกลางความมืดมิดของเรือนร่มงิ้วที่เต็มไปด้วยแผนชั่วและวิญญาณอาฆาตเธอไม่ใช่บ่าวที่ร้ายแต่เป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆเพื่อให้บรรยากาศในเรือนไม่มืดมนเกินไป ฉายานี้เน้นความบริสุทธิ์ที่ซ่อนความกลัวเช่นตอนช่วยงานบ้านอย่างขยันแต่แอบเห็นเหตุการณ์หลอนและเลือกเงียบ ฟ้าใสถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความสดชื่นทำให้คนดูรู้สึกถึงแสงสว่างเล็กๆที่นำไปสู่ความหวังและผลกระทบต่อตัวละครหลัก
ข้อคิดจากกะทิคือ ความสดใสและใจดีช่วยให้อยู่รอดในสถานการณ์ยาก
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านชีวิตของเธอที่ใช้ความสดใสและการช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆเพื่อผ่านพ้นความมืดมิดในเรือนแม้ต้องเห็นแผนชั่วและความหลอนแต่ยังคงรักษาความซื่อสัตย์ ข้อคิดนี้เตือนว่าการรักษาความดีและมองโลกในแง่บวกอาจเป็นเกราะป้องกันจากความชั่วร้ายรอบตัวเหมือนที่กะทิช่วยมาลัยอย่างเงียบๆมันสอนให้เรายึดมั่นในความสดใสเพื่อความเข้มแข็งภายในแม้สถานการณ์รอบตัวมืดมน
→ เบนซ์ พิสิฐพล นิธิพงษ์วัฒนา รับบท กล้า

หัวหน้าโจรผู้ดุร้ายและทะเยอทะยานที่คอยก่อกวนในพื้นที่รอบเรือนร่มงิ้วเขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำที่นำกลุ่มโจรทำร้ายคนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวกล้าเริ่มต้นด้วยการดักทำร้ายไม้ทายาทโรงสีที่มาสืบเรื่องเรือนเขาตีหัวไม้สลบเตรียมนำลงเรือแต่ไม้ฟื้นต่อสู้จนสลบอีกชาวบ้านเห็นวิ่งไปบอกเรไรเรไรตกใจออกตามหาและแจ้งหมวดราชย์ช่วยพวกกล้าจับไม้มัดไว้ที่เรือนร่มงิ้วเพื่อขู่แต่ผีมาลัยแก้มัดให้ไม้หนีได้สะท้อนว่ากล้าเป็นตัวขัดขวางการสืบความจริงและเพิ่มอันตรายให้เรื่องราว ในฉากอื่นกล้าฉุดเรไรหญิงสาวที่ช่วยไม้แต่ไม้เข้าไปช่วยเกือบเสียชีวิตหมวดราชย์มาช่วยทันนำไปสู่การต่อสู้และการเปิดเผยแผนชั่ว
กล้าเป็นตัวแทนของคนนอกเรือนที่ใช้ความรุนแรงเพื่อแย่งชิงและแก้แค้นส่วนตัวอาจเกี่ยวข้องกับกรรมเก่าจากอดีตที่ส่งผลถึงปัจจุบันเขายังปรากฏในเหตุการณ์ที่ทำให้ไม้และเรไรใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านอันตรายที่สร้างขึ้นบทบาทของเขาเพิ่มความตื่นเต้นและความหลอนให้ยุคปัจจุบันโดยเชื่อมโยงกับวิญญาณอาฆาตเบนซ์เล่นบทนี้ได้อย่างดุเดือดถ่ายทอดความโหดความทะเยอทะยานและความเป็นหัวหน้ากลุ่มผ่านสายตาและการกระทำทำให้กล้าเป็นตัวละครที่คนดูเกลียดและตื่นเต้นสะท้อนธีมเรื่องความรุนแรงการตามล้างแค้นและผลกระทบจากกรรมเก่าที่ตามหลอกหลอนคนรุ่นหลังตลอดทั้งเรื่อง
ฉายาของกล้าคือ หัวหน้าโจรดักทำร้าย
ฉายานี้มาจากนิสัยที่เขานำกลุ่มดักทำร้ายไม้และเรไรเพื่อขู่และแย่งชิงเขาตีหัวไม้สลบสองครั้งและเตรียมนำลงเรือแต่ถูกขัดขวางโดยชาวบ้านและผีมาลัย เธอไม่ใช่โจรธรรมดาแต่เป็นผู้ที่สร้างอันตรายเพื่อผลประโยชน์และแก้แค้น ฉายานี้เน้นความดุร้ายที่ซ่อนแผนลึกเช่นตอนฉุดเรไรเพื่อล่อไม้ เบนซ์ถ่ายทอดฉายานี้ผ่านการแสดงที่เต็มไปด้วยความโหดทำให้คนดูรู้สึกถึงความตึงเครียดที่นำไปสู่การต่อสู้และผลกระทบต่อตัวละครหลัก
ข้อคิดจากกล้าคือ ความรุนแรงและการแย่งชิงนำไปสู่จุดจบที่ย่อยยับ
ข้อคิดนี้สะท้อนผ่านการกระทำของเขาที่ดักทำร้ายเพื่อผลประโยชน์แต่สุดท้ายถูกขัดขวางโดยพลังเหนือธรรมชาติและตำรวจนำไปสู่การพ่ายแพ้ ข้อคิดนี้เตือนว่าการใช้ความรุนแรงและทะเยอทะยานโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองและกลุ่มมันสอนให้เราคิดถึงการอยู่ร่วมสังคมอย่างสงบและหลีกเลี่ยงการแก้แค้นด้วยความรุนแรงเพื่อความสุขที่ยั่งยืน
ละครเรื่องเรือนร่มงิ้ว ถ้ามีภาค 2 มันจะเป็นยังไงนะเพราะภาคแรกจบด้วยการคลี่คลายกรรมเก่าแต่ยังเหลือปมหลอนๆให้เล่นต่อได้
เนื้อเรื่องภาค 2 จะต่อจากจุดจบภาคแรกที่ไม้และเรไรคลี่คลายคำสาปวิญญาณมาลัยแต่กรรมเก่ายังตามหลอกหลอนคนรุ่นหลานหลายปีผ่านไปไม้กับเรไรแต่งงานกันมีลูกสาวชื่อมาลินที่เกิดมาเหมือนมาลัยมากทั้งรูปร่างและนิสัยสดใสแต่มาลินเริ่มเห็นวิญญาณแปลกๆในบ้านใหม่ที่สร้างใกล้เรือนร่มงิ้วเก่าซึ่งตอนนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลอนแต่ถูกปิดเพราะเหตุการณ์ประหลาด
มาลินถูกวิญญาณเดชที่ยังไม่สงบเพราะรู้สึกผิดต่อมาลัยดึงเข้าไปในอดีตใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดเผยคือเรื่องราวของฤทธิ์คนรักแรกวิศาลที่ถูกฆ่าแต่จริงๆแล้วฤทธิ์ไม่ตายแต่ซ่อนตัวเปลี่ยนชื่อกลายเป็นบรรพบุรุษของตัวร้ายใหม่ชื่อฤทธิ์ลูกที่กลับมาแก้แค้นตระกูลวิศาลผ่านมาลิน ฤทธิ์ลูกเป็นนักธุรกิจรวยลึกลับที่ซื้อที่ดินรอบเรือนร่มงิ้วเพื่อสร้างรีสอร์ทแต่แผนจริงคือปลุกวิญญาณชั่วร้ายให้กลับมาหลอกหลอนไม้และครอบครัวเพื่อล้างแค้นกรรมเก่าที่พ่อเขาถูกทำร้าย
ไม้ต้องกลับมาสืบอีกครั้งร่วมกับราชย์ที่ตอนนี้เป็นสารวัตรใหญ่และพิจิตรรุ่นแก่ที่ให้คำแนะนำจากเตียงป่วยเรไรกลายเป็นแม่ที่ปกป้องลูกสาวอย่างเข้มงวดเหมือนเฟื้องแต่ต้องเผชิญผีรำเพยที่กลับมาหลอกให้มาลินเข้าใจผิดคิดว่าแม่ทรยศพ่อ มีฉากดราม่าเข้มข้นอย่างมาลินถูกผีหลอกให้ไปใต้ต้นงิ้วเจอภาพอดีตใหม่ที่วิศาลเคยซ่อนสมบัติมรดกจริงๆที่เป็นสาเหตุให้ฤทธิ์ลูกตามล่าและผีบุหงาที่กลายเป็นผีดีคอยช่วยมาลินจากอันตราย
ภาคนี้เพิ่มตัวละครใหม่อย่างแฟนหนุ่มมาลินที่เหมือนเดชรุ่นใหม่แต่ซ่อนความลับเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ลูกนำไปสู่รักสามเส้าที่ผสมความหลอนและการหักมุมว่าสมบัติมรดกคือคำสาปที่ผูกวิญญาณทุกคนไว้สุดท้ายไม้ต้องเผชิญวิญญาณวิศาลที่กลับมาขออโหสิกรรมเพื่อปลดปล่อยทุกคน

