ละคร มัสยา 2560 เรื่องนี้เป็นรีเมคครั้งที่ 4 จากบทประพันธ์ของพนมเทียน ที่เคยฮิตมาแล้วหลายรอบ เล่าเรื่องความรักข้ามชนชั้น ความขัดแย้งในครอบครัวใหญ่ และการต่อสู้เพื่อหัวใจตัวเองแบบสุดดราม่า แต่ก็มีโมเมนต์หวานๆ ฟินๆ ผสมอยู่ ถ้าชอบละครที่พระนางทะเลาะกันก่อนแล้วค่อยรักกัน เรื่องนี้ตอบโจทย์เลยล่ะ เรื่องเริ่มจากท่าน”ผู้หญิงรัตน์ รัตนมหาศาล” (ดวงตา ตุงคะมณี) คุณย่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งคฤหาสน์รัตนมหาศาล ได้ข่าวว่าศัลย์ ลูกชายคนเล็กที่หนีไปแต่งงานกับสาวใต้เสียชีวิตแล้ว ท่านเลยส่งร้อย “โทลักษณ์ รัตนมหาศาล” (มิกค์ ทองระย้า) นายทหารหนุ่มหล่อลูกชายของน้าสาว ไปรับ “มัสยา” (มุกดา นรินทร์รักษ์) หลานสาวกำพร้ากลับมากรุงเทพฯ มัสยาเป็นสาวใต้เลือดร้อน แข็งแกร่ง ขี่ม้าเก่ง ยิงปืนแม่น แต่ชีวิตในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบของบ้านสูงศักดิ์มันอึดอัดสุดๆ เธอต้องเจอกับการกลั่นแกล้งจาก “ศจี” (รชยา รักกสิกรณ์) ลูกสาวคนรองของท่านผู้หญิง ที่เกลียดศัลย์เพราะเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ แล้วพาลเกลียดมัสยาด้วย ลูกๆ ของศจีอย่าง “พิณทิพย์” (ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ) และ “พงศ์เทพ” (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ก็ตามน้ำ ร่วมมือกันแกล้งมัสยาสารพัด แต่ก็มี “พัณทิพา” (พรสวรรค์ มะทะโจทย์) ลูกสาวอีกคนที่ใจดี เป็นเพื่อนกับมัสยา
ส่วนลักษณ์กับมัสยาเนี่ย ตอนแรกทะเลาะกันดุเดือด ลักษณ์เห็นมัสยาเป็นเด็กป่าเถื่อน แต่พออยู่ด้วยกันนานๆ ความขัดแย้งกลายเป็นความรักแบบไม่รู้ตัว แต่ปัญหาเพียบเลย เพราะลักษณ์มีเพ็ญโฉม (สุภาพร มะลิซ้อน) แฟนเก่าที่ยังตัดไม่ขาด แถมท่านผู้หญิงยังบังคับให้ลักษณ์แต่งงานกับนาถระพี (ช้องมาศ ธนพร) สาวสูงศักดิ์ พี่สาวของนพพร (ชนกันต์ พูนศิริวงศ์) เพื่อนบ้านที่เป็นเพื่อนมัสยา ส่วนมัสยาถูกจับหมั้นกับนพพรซะงั้น ท่านชายสดายุ (อานัส ฬาพานิช) เพื่อนสนิทลักษณ์เป็นคนเดียวที่รู้ความลับ แล้วพยายามช่วยให้ทั้งคู่สมหวัง แต่เพ็ญโฉมกับศจีไม่ยอม วางแผนสารพัดให้ท่านผู้หญิงรู้เรื่อง แล้วกีดกันสุดฤทธิ์ ลักษณ์กับมัสยาทนไม่ไหว แอบคบกัน แล้วสดายุช่วยจัดงานแต่งแบบไม่เป็นทางการ แต่สุดท้ายมัสยาหนีออกจากบ้านก่อนวันหมั้นจริง ลักษณ์ต้องออกตามหา ท่ามกลางความวุ่นวายและดราม่าจากครอบครัว.
ละครเรื่องนี้มันสนุกตรงที่ผสมผสานความรักหวานซึ้งกับดราม่าครอบครัวได้ลงตัว มันผสมโรแมนติกดราม่าได้กลมกล่อม เหมาะกับคนชอบเรื่องรักข้ามชนชั้น แถมนักแสดงเคมีดีเว่อร์
จุดเด่นแรกเลยคือเคมีพระนาง มิกค์ ทองระย้า รับบทลักษณ์ ทหารหล่อเย่อหยิ่ง ตัวสูงใหญ่ ลูบหัวนางเอกทีไรฟินทุกที มุกดา นรินทร์รักษ์ เป็นมัสยา สาวใต้เลือดร้อน น่ารักสดใส ขึ้นแท่นนางเอกเต็มตัวเรื่องนี้ เล่นดีมาก ฉากทะเลาะกันตอนแรกฮา แต่พอรักกันแล้วหวานหยด บางคนบอกว่ามันชวนจิ้นฟินส์สุดๆ เหมือนคู่จริง โดยเฉพาะฉากขี่ม้า ยิงปืน หรือว่ายน้ำที่ลักษณ์อึ้งเห็นมัสยาในชุดว่ายน้ำ
ตัวร้ายก็เด่นนะ ศจี (รชยา) กับเพ็ญโฉม (สุภาพร) เล่นร้ายได้น่าหมั่นไส้ ท่านผู้หญิง (ดวงตา) ก็เล่นบทคุณย่าผู้ยิ่งใหญ่ได้สง่า ท่านชายสดายุ (อานัส) เป็นตัวช่วยที่น่ารัก ช่วยให้เรื่องไม่เครียดเกิน บทละครโดยปณธี เขียนได้ไหลลื่น ไม่ยืดเยื้อ มี 17 ตอน ออกอากาศจันทร์-อังคาร ดูเพลินๆ โปรดักชั่นดี ฉากคฤหาสน์หรู ภาคใต้สวยงาม เรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 แต่บางตอนพุ่งถึง 7-8 ถือว่าดีสำหรับช่อง 7 ในยุคนั้น
แต่จุดด้อยก็มีนะ บางคนบ่นว่าพระเอกโลเล ตัดใจจากแฟนเก่าไม่ขาด นางเอกก็เรียกหาพี่ชาย (ลักษณ์) ตลอด ไม่ค่อยไว้ใจคนอื่น ทำให้ดูอึดอัดช่วงกลางเรื่อง เทียบกับเวอร์ชั่นเก่าๆ อย่างปี 2528 (ศรัณยู-มนฤดี) หรือปี 2543 (แอนดริว-บัวชมพู) บางคนชอบเวอร์เก่ามากกว่า เพราะนางเอกดูเก่งกาจกว่า แต่เวอร์นี้มุกดาเล่นน่ารักแบบเอ็นดู สดใสกว่า ไม่ได้แย่หรอก แค่สไตล์ต่างกัน บางกระทู้ใน Pantip บอกว่าไม่ใช่ม้ามืด แต่เป็นละครฟอร์มดีที่ช่องกล้าชนละครคู่จิ้นช่องอื่นเลย
ละคร มัสยา 2560
เบื้องหลังละครสุดฮิต “มัสยา” ปี 2560 ทางช่อง 7 การผลิต การถ่ายทำ และเรื่องราวสนุกๆ จากกองถ่าย มันเป็นรีเมคจากนิยายพนมเทียนที่ผลิตโดยบริษัทพอดีคำ เอนเตอร์เทนเมนต์ ถ้าคุณสงสัยว่าทำไมเวอร์ชั่นนี้ถึงออกมาฟินขนาดนั้น ตามมาดูเบื้องหลังกันเลย
ละครเรื่องนี้มาจากบทประพันธ์สุดคลาสสิกของพนมเทียน ที่เคยทำมาแล้ว 3 เวอร์ชั่นก่อนหน้า (ปี 2500, 2528, 2543) แต่เวอร์นี้ปรับให้เข้ากับยุคสมัย โดยบทโทรทัศน์จากปณธี (หรือปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์) ที่เขียนให้ไหลลื่น มีดราม่าแต่ไม่ยืดเยื้อ
กำกับการแสดงโดยวลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ ผู้กำกับมือโปรที่เคยทำละครดังหลายเรื่อง ผลิตโดยบริษัทพอดีคำ เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ควบคุมโดยธงชัย ประสงค์สันติ และมณีรัตน์ ประสงค์สันติ คู่สามีภรรยาที่ขึ้นชื่อเรื่องละครฟอร์มดี ช่อง 7 ลงทุนหนักมาก ถ่ายทำทั้งในกรุงเทพฯ และภาคใต้ เพื่อให้ได้บรรยากาศจริงๆ คฤหาสน์รัตนมหาศาลถ่ายที่บ้านเก่าแก่จริงๆ ทำให้ดูหรูหราสมจริง
ส่วนนักแสดง คัดมาแบบปังมาก มิกค์ ทองระย้า รับบทลักษณ์ ทหารหล่อเท่ ที่ต้องฝึกขี่ม้า ยิงปืนจริงๆ เพื่อเข้าฉาก มิกค์บอกในสัมภาษณ์ว่าชอบบทนี้เพราะได้เล่นบทจริงจังแต่มีโมเมนต์หวาน มุกดา นรินทร์รักษ์ นางเอกหน้าใหม่ตอนนั้น ขึ้นแท่นนางเอกเต็มตัวเรื่องแรก เล่นเป็นมัสยาได้น่ารักเลือดร้อนสุดๆ เธอต้องเรียนขี่ม้า ว่ายน้ำ ยิงปืน เพื่อให้สมบท
เบื้องหลังมีคลิปสนุกๆ เยอะ เช่น ฉากมิกค์ถูกมุกดาผลักตกน้ำ มิกค์เปียกโชกแต่หัวเราะงอหาย หรือฉากเต้นรอบกองไฟที่ทั้งคู่เต้นจริงๆ จนเหนื่อยหอบ แต่เคมีดีมาก จิ้นกันตั้งแต่กองถ่ายเลย
ตัวร้ายอย่างสุภาพร มะลิซ้อน (เพ็ญโฉม) มีฉากตบมุกดาแรงๆ เบื้องหลังต้องซ้อมหลายเทคเพื่อไม่ให้เจ็บจริง หรือฉากพิณทิพย์ (ริญญารัตน์) ทำน้ำร้อนลวกมือมัสยา ใช้เอฟเฟกต์แต่ดูสมจริงมาก ดวงตา ตุงคะมณี เล่นท่านผู้หญิงได้สง่ามาก เธอสัมภาษณ์ว่าชอบบทนี้เพราะได้เล่นดราม่าหนักๆ
เบื้องหลังการถ่ายทำมีเรื่องฮาๆ เยอะ เช่น ฉากมัสยาว่ายน้ำที่มิกค์อึ้งเห็นมุกดาในชุดว่ายน้ำ กองถ่ายแซวกันใหญ่ หรือฉากจักรยานชนที่สุภาพรขี่จริงๆ จนเกือบล้ม นักแสดงอย่างอานัส ฬาพานิช (สดายุ) บอกว่าสนุกที่ได้เล่นบทช่วยพระนาง มุกดาเคยไปออกรายการ “คุยกับใคร” เล่าว่าตื่นเต้นมากเพราะเรื่องแรก แต่ทีมงานช่วยเหลือดี
นักแสดง
→ มิกค์ ทองระย้า รับบท ร.ท. ลักษณ์ รัตนมหาศาล

นายทหารม้าหล่อเหลาในเครื่องแบบเนี๊ยบเป๊ะ มาดเคร่งครัด เย่อหยิ่งแบบชนชั้นสูง แต่จริงๆ แล้วมีด้านเฮฮา สนุกสนานกับเพื่อนฝูงและคนใกล้ชิด ลักษณ์เป็นหลานชายคนโตของตระกูลรัตนมหาศาล ลูกชายของคุณหญิงอัครราชเสวี ที่ได้รับมอบหมายให้ไปรับมัสยา หลานสาวกำพร้าจากภาคใต้กลับมาที่คฤหาสน์ ตอนแรกเขามองมัสยาเป็นเด็กป่าเถื่อน ไม่เหมาะกับชีวิตไฮโซ เต็มไปด้วยกฎระเบียบ ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันดุเดือด แต่พออยู่ด้วยกัน ลักษณ์ค่อยๆ เห็นความจริงใจ แข็งแกร่ง และเสน่ห์ของมัสยา จนความขัดแย้งกลายเป็นความรักแบบไม่รู้ตัว
เขามีแฟนเก่าอย่างเพ็ญโฉม แต่สุดท้ายเลือกที่จะซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง แม้จะถูกท่านผู้หญิงรัตน์กีดกัน บังคับให้แต่งงานกับนาถระพี ลักษณ์แสดงออกถึงความกตัญญูต่อครอบครัว แต่ก็หนักแน่นในความรัก ไม่ยอมแพ้อุปสรรคจากแผนร้ายของศจีและเพ็ญโฉม เขาเป็นคนโมโหยาก แต่ถ้าโมโหจริงจังแล้วน่ากลัวมาก ใช้ความเด็ดขาดปราบพยศมัสยาได้ตั้งแต่แรกพบ การพัฒนาตัวละครจากเย่อหยิ่งกลายเป็นอบอุ่น ทำให้ลักษณ์เป็นพระเอกที่สมบูรณ์แบบ ผสมผสานความเท่ของทหารกับหัวใจโรแมนติก มิกค์ถ่ายทอดได้ดีมาก ด้วยรูปร่างสูงใหญ่และการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ตัวละครนี้ติดตราตรึงใจผู้ชม
ฉายา ภูผาแห่งรัตนมหาศาล
ฉายานี้เปรียบลักษณ์เหมือนภูผาที่มั่นคง ยืนหยัดไม่หวั่นไหวต่อพายุ ทหารหนุ่มคนนี้กตัญญูรู้คุณต่อท่านผู้หญิงรัตน์และครอบครัวใหญ่ แม้จะถูกกดดันเรื่องการแต่งงาน แต่เขายังคงรักษาหลักการของตัวเอง ไม่ยอมทรยศหัวใจที่รักมัสยา ภูผาในที่นี้สื่อถึงความหนักแน่น มั่นคงในรักเดียว ไม่โลเลแม้มีเพ็ญโฉมแฟนเก่ามายั่วยวนหรือนาถระพีที่ถูกจับคู่ให้ ลักษณ์แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายที่แท้จริงต้องยืนหยัดเหมือนภูเขาใหญ่ ปกป้องคนรักจากอุปสรรคทั้งครอบครัวและสังคม ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และความอดทนในละคร
ข้อคิด ความมั่นคงในความรักนำมาซึ่งชัยชนะ
จากบทของลักษณ์ เราสามารถเรียนรู้ว่าความรักที่แท้จริงต้องอาศัยความหนักแน่นและซื่อสัตย์ แม้จะเผชิญอุปสรรคจากครอบครัว สังคม หรือคนรอบข้าง ลักษณ์เลือกที่จะต่อสู้เพื่อมัสยา แม้ต้องขัดใจท่านผู้หญิงรัตน์และเสี่ยงกับแผนร้ายต่างๆ แต่สุดท้ายความมั่นคงนี้ทำให้เขาชนะใจทุกคน รวมถึงได้ความรักที่สมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเรายึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดัน ความรักจะแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะทุกอย่าง ทำให้เกิดการยอมรับและความเข้าใจจากคนรอบข้าง
→ มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยา

หญิงสาวกำพร้าจากภาคใต้ เติบโตมากับตาแก่ที่เลี้ยงดูแบบอิสระ ทำให้เธอแข็งแกร่ง กล้าคิดกล้าพูด ไม่ยอมคนง่ายๆ รักศักดิ์ศรีสูง ขี่ม้าเก่ง ยิงปืนแม่น ว่ายน้ำคล่อง เหมือนเด็กป่าเถื่อนในสายตาคนเมือง แต่จริงๆ แล้วเธอมีด้านอ่อนไหว ว้าเหว่เพราะขาดพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก เมื่อถูกพาร้อยโทลักษณ์ไปรับกลับคฤหาสน์รัตนมหาศาล เธอปรับตัวยากกับชีวิตชนชั้นสูงที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบเข้มงวด ต้องเจอการกลั่นแกล้งจากศจีและลูกๆ อย่างพิณทิพย์กับพงศ์เทพ ที่ริษยาเธอเพราะเธอเป็นหลานสาวของศัลย์ ลูกชายที่ท่านผู้หญิงรัตน์รักมาก แต่เธอก็มีมิตรแท้อย่างพัณทิพา เริงใจ น้องสาวลักษณ์ และนพพร เพื่อนบ้านที่ให้กำลังใจ
ตอนแรกมัสยาทะเลาะกับลักษณ์ดุเดือด เห็นเขาเป็นนายทหารเย่อหยิ่ง แต่พออยู่ด้วยกัน เธอค่อยๆ เปิดใจ เห็นความจริงใจของเขา จนความขัดแย้งกลายเป็นรักแท้ เธอถูกบังคับหมั้นกับนพพร แต่หัวใจอยู่กับลักษณ์ ทนไม่ไหวแอบคบกัน ท่ามกลางแผนร้ายจากเพ็ญโฉมแฟนเก่าลักษณ์และศจีที่ใส่ร้ายเธอสารพัด มัสยาเป็นคนเดือดร้อนแต่ซื่อสัตย์ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค กล้าต่อสู้เพื่อความรัก แม้สุดท้ายต้องหนีออกจากบ้านเพราะทนกดดันไม่ได้ การพัฒนาตัวละครจากแก่นแก้วกลายเป็นหญิงสาวที่เข้าใจโลกมากขึ้น ทำให้เธอเป็นนางเอกที่น่าจดจำ มุกดาเล่นได้สดใส น่ารัก แต่แฝงความเข้มแข็ง ทำให้ผู้ชมอินตาม
ฉายา สาวใต้เลือดร้อน
ฉายานี้เหมาะกับมัสยามากเพราะเธอเป็นตัวแทนของหญิงสาวจากภาคใต้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังชีวิต แก่นแก้ว จอมแสบ แต่มีเสน่ห์ดึงดูด เธอไม่ยอมให้ใครมาหยามศักดิ์ศรี กล้าสู้ตอบโต้ทุกครั้งที่ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ว่าจะจากพิณทิพย์ที่หึงหวงนพพรหรือศจีที่เกลียดเธอเพราะอคติจากศัลย์พ่อของเธอ เลือดร้อนในที่นี้ไม่ใช่แค่โมโหง่าย แต่หมายถึงความกล้าหาญ รักอิสระ ที่ทำให้เธอปะทะกับลักษณ์ตั้งแต่แรกพบ แต่สุดท้ายความร้อนแรงนั้นกลายเป็นประกายรักที่ทำให้ทั้งคู่สมหวัง ฉายานี้สะท้อนบุคลิกสดใส เข้มแข็งของมุกดาที่ถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ผู้ชมเห็นว่า ผู้หญิงเลือดร้อนแบบนี้แหละที่น่าหลงใหลเพราะจริงใจและไม่เสแสร้ง
ข้อคิด ความกล้าหาญในการต่อสู้นำมาซึ่งอิสระที่แท้จริง
จากบทของมัสยา เราสามารถเรียนรู้ว่าการกล้าพูดกล้าทำเพื่อปกป้องตัวเองและความรัก คือกุญแจสู่ความสุขที่แท้ เธอไม่ยอมก้มหัวให้กฎระเบียบที่กดทับหรือการกลั่นแกล้งจากครอบครัวใหญ่ แม้จะถูกบังคับหมั้นกับนพพร แต่เธอเลือกหนีออกไปเพื่อตามหาหัวใจตัวเอง สุดท้ายความกล้าหาญนี้ทำให้ท่านผู้หญิงรัตน์เข้าใจและยอมรับ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ไม่ว่าจะจากสังคมหรือครอบครัว แต่กล้าต่อสู้ด้วยความจริงใจ เราจะได้อิสระและความรักที่สมหวัง เหมือนมัสยาที่เปลี่ยนจากเด็กกำพร้าเลือดร้อนกลายเป็นหญิงสาวที่แข็งแกร่งและเป็นที่รัก
→ อานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์

หม่อมเจ้าหนุ่มรูปงามมาดนิ่ง สุภาพบุรุษตัวจริง เจ้าของวังมยุรฤทธิ์ที่หรูหรา เขาเป็นเพื่อนสนิทรักของร้อยโทลักษณ์ ตั้งแต่สมัยเรียนทหารด้วยกัน สดายุมีบุคลิกสุขุม เฉลียวฉลาด พูดจานุ่มนวล แต่แฝงความหลักแหลมที่คอยสังเกตทุกอย่างรอบตัว เขาเป็นคนเดียวที่รู้ความลับความรักระหว่างลักษณ์กับมัสยาตั้งแต่ต้น เพราะเห็นสายตาที่ทั้งคู่มองกัน จึงแอบช่วยเหลือสารพัด ไม่ว่าจะให้คำแนะนำ ชวนมัสยาเข้าบ้านวังเมื่อเธอหนีออกมา ดูแลอย่างดีจนมัสยาละอายใจ หรือแม้แต่จัดการจัดงานแต่งแบบไม่เป็นทางการให้ทั้งคู่ได้มีความสุขกันชั่วคราว
สดายุไม่เคยตัดสินใครจากฐานะ เขาเข้าใจความรู้สึกของมัสยาที่ปรับตัวยากในสังคมไฮโซ และเข้าใจลักษณ์ที่ติดอยู่ระหว่างหน้าที่ครอบครัวกับหัวใจตัวเอง การช่วยเหลือของเขาเงียบๆ แต่มีน้ำหนัก ทำให้พระนางผ่านอุปสรรคจากท่านผู้หญิงรัตน์ ศจี และเพ็ญโฉมมาได้ เขาเป็นตัวละครที่เพิ่มความโรแมนติกให้เรื่อง เพราะคอยผลักดันให้ความรักสมหวัง อานัสเล่นได้เนียนมาก ด้วยลุคเนี๊ยบในชุดสูทหรือเครื่องแบบเจ้าขุนมูลนาย ยิ้มน้อยๆ แต่อบอุ่น ทำให้สดายุกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมรักและเอาใจช่วย แม้จะไม่มีเส้นรักหลัก แต่มีเสน่ห์จากความเป็นสุภาพบุรุษที่แท้จริง
ฉายา กามเทพสูงศักดิ์
ฉายานี้เหมาะกับสดายุสุดๆ เพราะเขาเหมือนเทพแห่งความรักที่คอยจับคู่ให้ลักษณ์กับมัสยา ในฐานะท่านชายเจ้าของวัง เขาใช้สถานะและความฉลาดช่วยผลักดันความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ไม่ว่าจะแอบจัดสถานที่ให้ทั้งคู่พบกัน จัดงานแต่งลับๆ หรือให้ที่พักพิงมัสยาเมื่อหนีออกมา สดายุทำทุกอย่างเงียบๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน แค่เห็นเพื่อนมีความสุข เขาเป็นกามเทพที่ไม่ยิงธนู แต่ใช้คำพูดนุ่มนวลและการกระทำอบอุ่นสะกิดใจทั้งคู่ให้กล้าต่อสู้เพื่อรัก ฉายานี้สะท้อนความใจดีและความเป็นสุภาพบุรุษของอานัสที่ถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นที่รักของผู้ชม
ข้อคิด มิตรภาพแท้คือการช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
จากบทของสดายุ เราสามารถเรียนรู้ว่าความเป็นเพื่อนที่แท้จริงคือการยืนเคียงข้างในยามยาก เขารู้ความลับของลักษณ์แต่ไม่นินทา กลับช่วยผลักดันให้สมหวัง แม้ต้องเสี่ยงขัดใจครอบครัวใหญ่หรือสังคมสูงศักดิ์ การกระทำเงียบๆ ของเขา เช่น ให้ที่พักมัสยา หรือจัดงานแต่งลับ ทำให้พระนางผ่านดราม่าไปได้ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเรามีเพื่อนที่คอยช่วยเหลือแบบไม่หวังผล เราจะผ่านอุปสรรคใดๆ ไปได้ และความดีแบบนี้จะนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน เหมือนสดายุที่ทำให้ความรักของเพื่อนสมหวังและได้รับการยอมรับในที่สุด
→ สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม

สาวสังคมชั้นสูงสวยสง่า แต่งตัวหรูหราเรียบร้อย เหมาะสมกับวงศ์ตระกูลไฮโซ เธอเป็นแฟนเก่าของร้อยโทลักษณ์ที่คบกันมานาน ความสัมพันธ์ดูมั่นคง แต่จริงๆ แล้วเธอมีด้านหวงแหนและริษยาสูง เมื่อลักษณ์เริ่มหันไปสนใจมัสยา สาวใต้เลือดร้อนที่เข้ามาในคฤหาสน์รัตนมหาศาล เพ็ญโฉมรู้สึกถูกหักหลังอย่างหนัก เธอเปลี่ยนจากสาวหวานเป็นตัวร้ายที่วางแผนเชือดนิ่ม เริ่มจากยั่วยวนลักษณ์ให้กลับมา สัญญาว่าจะไม่รักใครอื่น แต่พอไม่สำเร็จก็ร่วมมือกับศจีและคนอื่นๆ ใส่ร้ายมัสยาสารพัด เปิดเผยความลับความรักลับๆ ของพระนางให้ท่านผู้หญิงรัตน์รู้ เพื่อให้ทั้งคู่ถูกกีดกันและลงโทษ
ท่านผู้หญิงเองก็ไม่ชอบเพ็ญโฉมตั้งแต่แรก เพราะเห็นว่าเธอไม่มีอะไรคู่ควรกับหลานชาย เพ็ญโฉมทำทุกอย่างด้วยความแค้นที่ถูกทิ้ง ร้ายแบบนุ่มนวลแต่เจ็บลึก ไม่โฉ่งฉ่างแต่คำพูดและการกระทำกัดกร่อนความรักของลักษณ์กับมัสยา เธอเป็นตัวร้ายที่มาจากความรักที่บิดเบี้ยว สุภาพรเล่นได้ดีมาก ด้วยลุคสวยแพงจากมิสแกรนด์ 2016 ถ่ายทอดสายตาริษยาและรอยยิ้มปลอมได้น่ากลัว ทำให้ผู้ชมหมั่นไส้แต่ก็อินกับความเจ็บปวดของเธอ การพัฒนาตัวละครจากแฟนสาวธรรมดากลายเป็นตัวร้ายหลักเพิ่มความเข้มข้นให้ดราม่า
ฉายา งูพิษในคราบสวยสง่า
ฉายานี้เหมาะกับเพ็ญโฉมสุดๆ เพราะเธอสวยหรูดูเป็นสาวสูงศักดิ์ แต่ซ่อนพิษร้ายไว้ภายใน การวางแผนทำลายมัสยาและความรักของลักษณ์ทำแบบนิ่มๆ เชือดเฉือนด้วยคำพูดและการกระทำที่ดูไร้เดียงสา แต่เจ็บลึกถึงหัวใจ เธอไม่ร้ายแบบโฉ่งฉ่างเหมือนศจี แต่ใช้ความสวยและเสน่ห์ยั่วยวนลักษณ์คืน ร่วมใส่ร้ายแบบเงียบๆ ทำให้พระนางลำบาก งูพิษในที่นี้สื่อถึงความอันตรายที่ซ่อนในรอยยิ้มหวาน สุภาพรถ่ายทอดได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นตัวร้ายที่น่าจดจำในละครรีเมคเรื่องนี้
ข้อคิด ความริษยาทำลายตัวเองมากกว่าคนอื่น
จากบทของเพ็ญโฉม เราสามารถเรียนรู้ว่าความแค้นและริษยาที่แรงกล้าจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง เธอรักลักษณ์มากแต่พอถูกทิ้งก็วางแผนร้ายสารพัดเพื่อเอาคืนมัสยา สุดท้ายไม่เพียงเสียคนรักไปตลอดกาล แต่ยังทำให้ตัวเองดูแย่ในสายตาคนรอบข้างและไม่สมหวังใดๆ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเรายอมปล่อยวางและเดินหน้าต่อ แทนที่จะจมกับความเจ็บปวด เราจะพบความสุขใหม่ เหมือนเพ็ญโฉมที่ถ้าปล่อยได้อาจมีชีวิตที่ดีกว่า แต่ความริษยานำเธอไปสู่ความพ่ายแพ้ในที่สุด
→ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรี พงศ์เทพ

นายทหารหนุ่มรูปงาม ลูกชายคนโตของคุณศจีและหลวงราชบริรักษ์ ในตระกูลรัตนมหาศาล เขามีบุคลิกเจ้าสำราญ ยิ้มง่าย พูดจาหยอกล้อ แต่ลึกๆ แล้วภักดีต่อแม่มาก ตามใจศจีทุกอย่าง เพราะศจีเกลียดมัสยาเข้ากระดูกดำตั้งแต่มัสยาเข้ามาในบ้าน พงศ์เทพเลยร่วมมือกับแม่และน้องสาวพิณทิพย์ กลั่นแกล้งมัสยาสารพัด ตั้งแต่ใส่ร้าย นินทา ไปจนถึงแผนร้ายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อไล่เธอออกจากบ้าน เขาเห็นมัสยาเป็นตัวแปลกปลอมที่มาทำให้ครอบครัววุ่นวายและแย่งความสนใจจากท่านผู้หญิงรัตน์ แต่จริงๆ แล้วพงศ์เทพไม่ใช่คนร้ายโดยธรรมชาติ
ลึกๆ เขาเป็นคนดี มีด้านอ่อนโยนและหลงผิดเพราะโดนแม่เสี้ยมตลอด จนหลายฉากผู้ชมสงสารเขา เช่น ตอนที่เขาพยายามทำดีแต่กลับถูกแม่ดึงไปทางร้าย หรือตอนมีเส้นรักกับเพ็ญโฉมที่ดูเหมือนจะสมหวังแต่สุดท้ายไม่ลงเอย พงศ์เทพเป็นตัวละครที่เพิ่มความขัดแย้งในบ้าน ทำให้ดราม่าครอบครัวเข้มข้น แต่ก็มีมิติที่น่าสงสารเพราะเป็นเหยื่อของความอิจฉาจากแม่ พีรวัศเล่นได้ดีมาก ด้วยลุคหล่อเท่ในเครื่องแบบทหาร สายตาที่ทั้งเจ้าชู้ทั้งสับสน ทำให้ตัวละครนี้ไม่ใช่ตัวร้ายดำสนิท แต่เป็นตัวร้ายเทาที่ผู้ชมอินและเอาใจช่วยในบางโมเมนต์
ฉายา ทหารหล่อผู้หลงผิด
ฉายานี้เหมาะกับพงศ์เทพมาก เพราะเขาเป็นนายทหารรูปงามที่ดูเจ้าสำราญ แต่กลับหลงทางเพราะตามแม่ศจีที่เต็มไปด้วยความริษยา เขาร่วมกลั่นแกล้งมัสยาโดยไม่คิดมาก แค่เพื่อเอาใจแม่ แต่ลึกๆ ไม่ได้ร้ายเท่าศจีหรือพิณทิพย์ หลายฉากแสดงให้เห็นว่าเขาสับสนและมีด้านดีซ่อนอยู่ อยากทำถูกแต่โดนชักจูงจนผิดพลาด ฉายานี้สะท้อนความน่าสงสารของตัวละครที่พีรวัศถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเขาเป็นตัวร้ายที่น่าอภัยและอยากให้มีตอนจบที่ดี
ข้อคิด การตามใจคนใกล้ชิดโดยไม่คิดอาจนำไปสู่ความผิดพลาด
จากบทของพงศ์เทพ เราสามารถเรียนรู้ว่าการภักดีต่อครอบครัวเป็นสิ่งดี แต่ถ้าตามใจแม่หรือคนรอบข้างมากเกินไปโดยไม่ใช้วิจารณญาณ อาจถูกชักจูงไปในทางผิด เขาร่วมแกล้งมัสยาเพราะศจีเสี้ยม จนตัวเองลำบากใจและไม่สมหวังในความรัก ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง เราต้องคิดด้วยตัวเอง แยกแยะถูกผิด แม้จะมาจากคนที่เรารัก เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือของความอิจฉาและเสียโอกาสดีๆ ไป เหมือนพงศ์เทพที่ถ้าฉลาดกว่านี้อาจมีชีวิตที่ดีกว่า
→ ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาล

หญิงสูงศักดิ์เจ้าของคฤหาสน์รัตนมหาศาล วัยชราที่สง่างาม เคร่งครัดในระเบียบมารยาทและศักดิ์ศรีตระกูลอย่างที่สุด เธอรักลูกหลานมาก โดยเฉพาะศัลย์ ลูกชายคนเล็กที่เคยหนีการคลุมถุงชนไปรักสาวใต้ เมื่อรู้ข่าวศัลย์เสียชีวิต เธอเสียใจหนักและรีบส่งร้อยโทลักษณ์ไปรับมัสยา หลานสาวกำพร้ากลับมาเพื่อสืบเชื้อสายตระกูล แต่ตอนแรกเธอมองมัสยาในแง่ลบ เห็นเป็นเด็กป่าเลือดร้อนจากภาคใต้ที่ไม่เหมาะกับชีวิตไฮโซ มีกฎเข้มงวดและสังคมชั้นสูง เธอมีอคติเรื่องฐานะสังคมสูง ไม่ชอบให้คนนอกเข้ามายุ่งวุ่นวายในบ้าน ท่านผู้หญิงเกลียดศจี ลูกสาวคนรองที่ใจร้ายและริษยา แต่ก็ยอมให้อยู่เพราะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข
เมื่อรู้ว่าลักษณ์หลานชายคนโตแอบรักมัสยา เธอโมโหจัด กีดกันความรักสุดฤทธิ์ บังคับให้ลักษณ์แต่งกับนาถระพีและมัสยาหมั้นกับนพพรตามที่เธอเลือก เพราะกลัวเสียหน้าตระกูลและอยากให้หลานแต่งงานสมศักดิ์ แต่ลึกๆ เธอรักหลานทุกคนและกลัวเสียพวกเขาไป การตัดสินใจของเธอมาจากความยึดติดกับประเพณีเก่าแก่ สุดท้ายเมื่อมัสยาหนีออกจากบ้าน เธอเสียใจมาก น้ำตาไหลและเริ่มสำนึก เข้าใจว่าความรักที่แท้จริงสำคัญกว่าฐานะ ดวงตาเล่นได้สง่าผ่าเผย น้ำเสียงน่าเกรงขาม สายตาคมกริบ แต่มีโมเมนต์ดราม่าหนักตอนเสียใจที่ทำให้ผู้ชมอินตาม การพัฒนาตัวละครจากเคร่งครัดกลายเป็นยอมรับทำให้เธอเป็นตัวละครที่มีมิติและขับเคลื่อนดราม่าครอบครัวทั้งเรื่อง
ฉายา ผู้พิทักษ์ศักดิ์ศรีตระกูล
ฉายานี้เหมาะกับท่านผู้หญิงรัตน์มาก เพราะเธอยึดมั่นในฐานะสูงศักดิ์และประเพณีตระกูลรัตนมหาศาลอย่างเหนียวแน่น กีดกันความรักของลักษณ์กับมัสยาเพราะเห็นว่ามัสยาไม่สมศักดิ์ ไม่เหมาะกับหลานชายนายทหาร เธอออกคำสั่งบังคับแต่งงานตามที่เลือกเพื่อรักษาหน้าตาและเชื้อสาย แต่สุดท้ายความยึดติดนี้ทำให้ครอบครัวแตกแยก ฉายานี้สะท้อนความเป็นผู้หญิงยุคเก่าที่ดวงตาถ่ายทอดออกมาได้สง่าและน่าเกรงขาม ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นต้นเหตุดราม่าหลักแต่ก็น่าประทับใจเมื่อยอมเปลี่ยนใจ
ข้อคิด การเปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งความสุขแท้ในครอบครัว
จากบทของท่านผู้หญิงรัตน์ เราสามารถเรียนรู้ว่าการยึดติดกับกฎเก่าและฐานะสังคมมากเกินไปอาจทำให้เสียคนที่รัก เธอตอนแรกกีดกันความรักของลักษณ์กับมัสยาอย่างสุดตัว จนมัสยาหนีไปและเธอเสียใจหนัก แต่เมื่อสำนึกและยอมรับ สุดท้ายครอบครัวกลับมามีความสุข ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง เราต้องเปิดใจให้ความรักที่แท้จริง ไม่ตัดสินจากภายนอก เพื่อไม่ให้เสียโอกาสมีความสุขกับคนใกล้ชิด เหมือนท่านผู้หญิงที่เปลี่ยนจากเคร่งครัดกลายเป็นเข้าใจและได้ครอบครัวสมบูรณ์
→ อังศนา บุรานนท์ รับบท คุณหญิง อัครราชเสวี

คุณหญิงหม้ายสูงศักดิ์ ลูกสะใภ้คนโตของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล แม่ของร้อยโทลักษณ์และเริงใจ เธอมีบุคลิกอ่อนโยน ใจดี สุภาพเรียบร้อย เหมาะสมกับฐานะไฮโซ แต่แฝงความเป็นห่วงลูกชายลูกสาวอย่างลึกซึ้ง หลังจากสามีเสียชีวิต เธอเลี้ยงลูกด้วยความรักและเข้าใจ ไม่เคร่งครัดเท่าท่านผู้หญิงรัตน์ เมื่อลักษณ์ได้รับมอบหมายให้ไปรับมัสยาจากภาคใต้ เธอเป็นคนหนึ่งที่ต้อนรับมัสยาอย่างอบอุ่น ช่วยให้มัสยาปรับตัวกับชีวิตในคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ คุณหญิงพร้อม (ชื่อเล่นของเธอ) มักเป็นที่พึ่งให้มัสยาในช่วงที่ถูกกลั่นแกล้งจากศจีและลูกๆ เพราะเห็นใจมัสยาที่เป็นหลานกำพร้าและเติบโตแบบอิสระ เธอเป็นห่วงลักษณ์มาก
เมื่อรู้ว่าลูกชายแอบรักมัสยา เธอไม่กีดกันแต่ให้คำแนะนำเบาๆ สนับสนุนความสุขของลูก แม้ต้องระวังไม่ให้ขัดใจท่านผู้หญิงรัตน์ที่บังคับแต่งงานตามศักดิ์ คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นตัวละครฝั่งดีที่เพิ่มความสมดุลให้บ้านรัตนมหาศาล คอยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งและให้กำลังใจเริงใจน้องสาวลักษณ์ที่สดใส อังศนาเล่นได้นุ่มนวล สายตาอบอุ่นและรอยยิ้มอ่อนโยน ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นแม่ในอุดมคติที่ผู้ชมรู้สึกผูกพัน แม้บทไม่เด่นเท่าตัวเอกแต่มีมิติความเป็นแม่ที่รักลูกและเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย
ฉายา แม่ผู้เข้าใจหัวใจลูก
ฉายานี้เหมาะกับคุณหญิงอัครราชเสวีมาก เพราะเธอเป็นแม่ที่แตกต่างจากท่านผู้หญิงรัตน์ตรงที่เปิดใจรับความรักของลักษณ์กับมัสยา ไม่ยึดติดฐานะสังคมมากเกินไป เธอเป็นห่วงลูกชายแต่เลือกสนับสนุนความสุข แทนที่จะกีดกันเหมือนคนอื่นในบ้าน ฉายานี้สะท้อนความอ่อนโยนและภูมิปัญญาของเธอที่อังศนาถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้เป็นที่พึ่งในดราม่าครอบครัวและเพิ่มความอบอุ่นให้เรื่อง
ข้อคิด ความเข้าใจจากแม่คือแรงหนุนให้ลูกกล้าตามหัวใจ
จากบทของคุณหญิงอัครราชเสวี เราสามารถเรียนรู้ว่าการเป็นพ่อแม่ที่เข้าใจและสนับสนุนลูกในความรัก จะช่วยให้ลูกกล้าต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง เธอไม่ขัดขวางลักษณ์แต่ให้กำลังใจเบาๆ ท่ามกลางการกีดกันจากท่านผู้หญิงรัตน์ สุดท้ายความเข้าใจนี้ช่วยให้ครอบครัวสมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง การเปิดใจฟังลูกและไม่ยึดติดประเพณีเก่ามากเกินไป จะนำมาซึ่งความสุขของทุกคนในบ้าน เหมือนคุณหญิงที่ทำให้ลักษณ์และมัสยามีที่ยืนในที่สุด
→ รชยา รักกสิกรณ์ รับบท ศจี

ลูกสาวคนรองของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หน้าตาคมกริบแต่งตัวเรียบร้อยแบบไฮโซ แต่ใจเต็มเปี่ยมด้วยความริษยาและอคติ เธอเกลียดศัลย์ ลูกชายคนเล็กของท่านผู้หญิงเข้าไส้ เพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆ จากเมียเอก แต่กลับได้รับความรักจากแม่มากกว่า เมื่อศัลย์เสียชีวิตและมัสยา หลานสาวกำพร้าจากภาคใต้เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ ศจีพาลเกลียดมัสยาทันที มองว่าเป็นตัวแปลกปลอมที่มาทำลายความสงบและแย่งมรดก เธอชักจูงลูกๆ อย่างพิณทิพย์ สาวสวยหยิ่งยโส และพงศ์เทพ หนุ่มเจ้าสำราญ ร่วมกลั่นแกล้งมัสยาสารพัด ตั้งแต่ซุบซิบนินทา ใส่ร้าย ไปจนถึงแผนร้ายที่จะไล่เธอออกจากบ้าน
ศจีเป็นคนฉลาดร้ายแบบนิ่มๆ คำพูดหวานแต่แฝงพิษ จับผิดทุกอย่างในบ้าน เมื่อจับได้ว่าลักษณ์หลานชายแอบรักมัสยา เธอวางแผนใหญ่ให้ท่านผู้หญิงรู้ เพื่อให้ทั้งคู่ถูกกีดกันและลงโทษ ร่วมมือกับเพ็ญโฉมแฟนเก่าลักษณ์ใส่ร้ายเพิ่ม เธอเป็นตัวร้ายที่มาจากความน้อยเนื้อต่ำใจในครอบครัว ทำให้บ้านรัตนมหาศาลวุ่นวายตลอด รชยาเล่นได้น่าหมั่นไส้สุด สายตาเหยียดหยาม รอยยิ้มปลอม และน้ำเสียงเย็นชา ถ่ายทอดความอิจฉาที่ฝังลึกได้ดี ทำให้ศจีกลายเป็นตัวร้ายคลาสสิกที่ผู้ชมอยากตบแต่ก็อินกับความเจ็บปวดซ่อนอยู่ การเป็นตัวร้ายหลักขับเคลื่อนดราม่าทั้งเรื่อง
ฉายา ราชินีริษยาแห่งคฤหาสน์
ฉายานี้เหมาะกับศจีสุดๆ เพราะเธอครองบัลลังก์ความอิจฉาในบ้านรัตนมหาศาล ความเกลียดศัลย์และมัสยาทำให้เธอวางแผนร้ายสารพัด ชักจูงลูกๆ และร่วมมือคนนอกเพื่อทำลายคนที่เธอเห็นเป็นศัตรู ราชินีในที่นี้สื่อถึงความฉลาดร้ายและการควบคุมสถานการณ์แบบเงียบๆ แต่ทรงพลัง รชยาถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นตัวร้ายที่น่าจดจำและเพิ่มความเข้มข้นให้ดราม่าครอบครัว
ข้อคิด ความริษยาทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว
จากบทของศจี เราสามารถเรียนรู้ว่าความอิจฉาที่ฝังลึกจะย้อนกลับมาทำร้ายคนใกล้ชิดและตัวเราเอง เธอเกลียดมัสยาเพราะอคติจากศัลย์ จนชักจูงลูกๆ กลั่นแกล้งและวางแผนกีดกันความรักของลักษณ์ สุดท้ายทำให้บ้านแตกแยกและตัวเองไม่สมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราปล่อยวางความน้อยใจและเปิดใจรับคนใหม่ ความสัมพันธ์ในครอบครัวจะเข้มแข็งขึ้น เหมือนศจีที่ถ้ายอมรับอาจมีชีวิตสงบสุขกว่า แต่ความริษยานำเธอไปสู่ความพ่ายแพ้
→ ธนายง ว่องตระกูล รับบท หลวงราชบริรักษ์

ขุนนางสูงศักดิ์วัยกลางคน สง่างามในชุดไทยหรือสูทเรียบร้อย สามีของคุณศจีและพ่อของร้อยตรีพงศ์เทพกับพิณทิพย์ ในตระกูลรัตนมหาศาล เขามีบุคลิกเงียบขรึม พูดจาน้อย นิ่งๆ แต่เต็มไปด้วยความเคารพต่อท่านผู้หญิงรัตน์ประมุขบ้าน หลวงราชบริรักษ์เป็นคนตามใจภรรยามาก เพราะรู้ว่าศจีมีนิสัยริษยาและอคติฝังลึกต่อมัสยา หลานสาวที่เข้ามาใหม่ เขาไม่ค่อยขัดขวางเมื่อศจีและลูกๆ วางแผนกลั่นแกล้งมัสยา ไม่ว่าจะเป็นการใส่ร้าย นินทา หรือสร้างสถานการณ์ให้มัสยาลำบาก
บางครั้งเขายอมให้เกิดขึ้นเงียบๆ เพื่อรักษาความสงบในบ้านและเอาใจภรรยา ทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของฝั่งที่ทำให้บ้านวุ่นวาย แม้ตัวเขาเองจะไม่ได้ร้ายแรงเท่าศจี แต่การไม่เข้าไปห้ามหรือไกล่เกลี่ยยิ่งทำให้ดราม่าครอบครัวเข้มข้นขึ้น เขาเป็นตัวละครที่สะท้อนผู้ใหญ่ในบ้านสูงศักดิ์ยุคเก่าที่ยึดมั่นศักดิ์ศรีแต่ขาดการตัดสินใจเด็ดขาด ธนายงเล่นได้สมจริง ด้วยประสบการณ์นักแสดงอาวุโส ลุคขุนนางเนี๊ยบ สายตานิ่งแต่แฝงความกดดัน ทำให้ตัวละครนี้เพิ่มมิติให้ครอบครัวศจีดูสมบูรณ์ แม้บทไม่เด่นแต่ช่วยขับเคลื่อนความขัดแย้งในคฤหาสน์ให้ต่อเนื่อง
ฉายา ขุนนางผู้เงียบงัน
ฉายานี้เหมาะกับหลวงราชบริรักษ์มาก เพราะเขาเป็นขุนนางที่พูดน้อย นิ่งสงบ แต่ยอมให้ศจีภรรยาควบคุมสถานการณ์ในบ้าน โดยเฉพาะการกลั่นแกล้งมัสยา เขาไม่ค่อยแทรกแซงหรือห้ามปราม ทำให้ความร้ายของศจีและลูกๆ ดำเนินไปได้ ฉายานี้สะท้อนความเป็นผู้ใหญ่ที่เลือกความสงบเหนือการเผชิญหน้า ธนายงถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้ดูมีมิติแม้บทน้อย
ข้อคิด การนิ่งเฉยต่อความผิดอาจเท่ากับการสนับสนุน
จากบทของหลวงราชบริรักษ์ เราสามารถเรียนรู้ว่าการไม่เข้าไปหยุดยั้งความร้ายหรือความขัดแย้งในครอบครัว แม้เพื่อรักษาความสงบ อาจทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่ เขายอมให้ศจีทำร้ายมัสยาทางอ้อม จนบ้านแตกแยกและดราม่าเพิ่ม ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง เราต้องกล้าพูดหรือตัดสินใจเมื่อเห็นสิ่งผิด เพื่อปกป้องความยุติธรรมและความสัมพันธ์ที่ดี เหมือนหลวงราชบริรักษ์ที่ถ้าขัดขวางศจีบ้าง ครอบครัวอาจไม่วุ่นวายขนาดนั้น
→ ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์

สาวสวยหยิ่งยโส ลูกสาวคนเล็กของคุณศจีและหลวงราชบริรักษ์ ในคฤหาสน์รัตนมหาศาล เธอแต่งตัวหรูหราเรียบร้อยแบบสาวสูงศักดิ์ แต่บุคลิกเต็มไปด้วยความดูถูกคนอื่น โดยเฉพาะมัสยา สาวใต้ที่เข้ามาใหม่ เธอมองมัสยาเป็นเด็กป่าไม่มีมารยาท ไม่สมศักดิ์กับตระกูล พิณทิพย์ตามใจแม่ศจีทุกอย่าง ร่วมกลั่นแกล้งมัสยาสารพัด ตั้งแต่ซุบซิบนินทา ใส่ร้ายให้ท่านผู้หญิงเข้าใจผิด ไปจนถึงแผนร้ายเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทำน้ำร้อนลวกมือมัสยาหรือสร้างสถานการณ์ให้มัสยาอับอาย เธอหึงนพพร เพื่อนบ้านหนุ่มหล่อที่เป็นมิตรกับมัสยา เห็นมัสยาเป็นคู่แข่งทั้งในบ้านและเรื่องหัวใจ
พิณทิพย์เป็นคนพูดจาเหน็บแนม สายตาเหยียดหยาม รอยยิ้มปลอม แต่ลึกๆ แล้วเธอทำตามแม่เพราะกลัวเสียความรักในครอบครัวและอยากรักษาหน้าตาตระกูล เธอไม่ใช่ตัวร้ายดำสนิทแบบศจี แต่เป็นตัวร้ายวัยรุ่นที่หลงผิดตามแม่ ทำให้ผู้ชมหมั่นไส้แต่ก็สงสารในบางโมเมนต์ ริญญารัตน์เล่นได้ดีมาก ด้วยลุคสวยหวานแต่แฝงความร้าย สายตาและการแสดงสีหน้าเหน็บแนมถ่ายทอดความหยิ่งยโสได้น่าหมั่นไส้ ทำให้พิณทิพย์กลายเป็นตัวร้ายรองที่เพิ่มความขัดแย้งในบ้านรัตนมหาศาลและทำให้ดราม่าครอบครัวเข้มข้นขึ้น
ฉายา สาวหยิ่งแห่งรัตนมหาศาล
ฉายานี้เหมาะกับพิณทิพย์มาก เพราะเธอเป็นสาวสวยที่หยิ่งยโสสุดในบ้าน มองคนอื่นต่ำตา โดยเฉพาะมัสยาที่มาจากภาคใต้ เธอร่วมกับแม่ศจีกลั่นแกล้งสารพัดเพื่อรักษาศักดิ์ศรีตระกูลที่เธอคิดว่าเหนือกว่า ฉายานี้สะท้อนความดูถูกและความริษยาที่ริญญารัตน์ถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นตัวร้ายวัยรุ่นที่น่าจดจำในดราม่าครอบครัว
ข้อคิด ความหยิ่งยโสปิดกั้นโอกาสดีๆ ในชีวิต
จากบทของพิณทิพย์ เราสามารถเรียนรู้ว่าการดูถูกคนอื่นจากฐานะหรือรูปลักษณ์อาจทำให้เสียมิตรภาพและโอกาส เธอเกลียดมัสยาและกลั่นแกล้งเพราะเห็นต่ำตา สุดท้ายไม่เพียงทำให้บ้านวุ่นวายแต่ตัวเองก็ไม่สมหวังในความรักกับนพพร ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราลดความหยิ่งและเปิดใจรับคนใหม่ เราจะพบเพื่อนแท้และความสุขมากขึ้น เหมือนพิณทิพย์ที่ถ้ายอมรับมัสยาบ้าง ชีวิตอาจดีกว่านี้
→ พรสวรรค์ มะทะโจทย์ รับบท พัณทิพา

ลูกสาวในตระกูลรัตนมหาศาล สาวสวยเรียบร้อยแบบไฮโซ แต่บุคลิกแตกต่างจากพิณทิพย์และพงศ์เทพตรงที่ใจดี อ่อนโยน และเปิดใจรับคนใหม่ เมื่อมัสยา สาวใต้เลือดร้อนเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบเข้มงวดและการกลั่นแกล้งจากศจีแม่เลี้ยงที่ริษยา พัณทิพาเป็นคนแรกๆ ที่ยื่นมือต้อนรับอย่างจริงใจ ช่วยมัสยาปรับตัวกับชีวิตสังคมชั้นสูง สอนมารยาทเบาๆ ให้กำลังใจเมื่อมัสยาถูกใส่ร้ายหรืออับอาย เธอเป็นมิตรแท้ที่ทำให้มัสยาไม่รู้สึกเหงาโดดเดี่ยวในบ้านใหญ่ มีฉากพูดคุยกันแบบพี่น้อง คอยปกป้องมัสยาจากแผนร้ายของฝั่งศจีโดยไม่โฉ่งฉ่าง แต่ใช้ความนุ่มนวลไกล่เกลี่ย
พัณทิพาเป็นตัวละครที่สะท้อนความดีงามในครอบครัวสูงศักดิ์ ไม่ยึดติดฐานะหรืออคติแบบคนอื่น เธอเข้าใจความรู้สึกของมัสยาที่มาจากพื้นเพต่างกัน และสนับสนุนความรักของลักษณ์กับมัสยาแบบเงียบๆ พรสวรรค์เล่นได้สมจริง ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สายตาอบอุ่น และการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้พัณทิพากลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมรักและรู้สึกโล่งใจทุกครั้งที่ปรากฏ บทของเธออาจไม่เด่นเท่าพระนางหรือตัวร้าย แต่ช่วยสมดุลดราม่า ทำให้เรื่องมีด้านสว่างและเพิ่มความน่าเอ็นดูให้บ้านรัตนมหาศาล
ฉายา มิตรแท้แห่งรัตนมหาศาล
ฉายานี้เหมาะกับพัณทิพามาก เพราะเธอเป็นคนเดียวในบ้านฝั่งลูกหลานที่ยื่นมือให้มัสยาอย่างจริงใจ ท่ามกลางความริษยาและการกลั่นแกล้งจากศจี พิณทิพย์ และพงศ์เทพ เธอช่วยมัสยาปรับตัว ให้กำลังใจ และเป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้มัสยารู้สึกมีเพื่อนในคฤหาสน์ใหญ่ ฉายานี้สะท้อนความใจดีที่พรสวรรค์ถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นแสงสว่างในดราม่าครอบครัว
ข้อคิด ความใจดีเปิดประตูสู่มิตรภาพที่แท้จริง
จากบทของพัณทิพา เราสามารถเรียนรู้ว่าการเปิดใจและยื่นมือช่วยเหลือคนใหม่ โดยไม่ตัดสินจากฐานะหรือพื้นเพ จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์ดีๆ เธอต้อนรับมัสยาอย่างอบอุ่น ท่ามกลางอคติของคนอื่น สุดท้ายทำให้มัสยามีที่ยืนและผ่านอุปสรรคไปได้ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเป็นคนใจดีกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่แตกต่าง เราจะได้มิตรแท้และความสุขที่ยั่งยืน เหมือนพัณทิพาที่ทำให้บ้านมีด้านอบอุ่น
→ พลอยไพลิน ตั้งประภาพร รับบท เริงใจ

น้องสาวแท้ๆ ของร้อยโทลักษณ์ ลูกสาวคนเล็กของคุณหญิงอัครราชเสวี ในคฤหาสน์รัตนมหาศาล เธอมีบุคลิกสดใส ร่าเริง ขี้เล่น น่ารักแบบสาววัยรุ่นที่ไม่เคร่งครัดเหมือนคนอื่นในบ้าน ทำให้กลายเป็นจุดสว่างท่ามกลางดราม่าหนักๆ เมื่อมัสยา สาวใต้เลือดร้อนเข้ามาอยู่ใหม่และเจอการกลั่นแกล้งจากศจี พิณทิพย์ และพงศ์เทพ เริงใจเป็นคนแรกที่ยื่นมือต้อนรับอย่างจริงใจ กลายเป็นเพื่อนสนิท คอยปลอบใจมัสยาเมื่ออึดอัดกับกฎระเบียบหรือถูกใส่ร้าย พูดคุยกันแบบพี่น้อง ให้กำลังใจและช่วยปรับตัวกับชีวิตไฮโซ เธอรู้ความลับความรักระหว่างพี่ชายลักษณ์กับมัสยาตั้งแต่ต้น จึงแอบสนับสนุนแบบเงียบๆ แต่เต็มใจ คอยผลักดันให้ทั้งคู่กล้าต่อสู้เพื่อรัก เพิ่มโมเมนต์ฟินๆ และฮาๆ ให้เรื่องไม่หนักเกินไป
เริงใจเป็นตัวละครที่สะท้อนความบริสุทธิ์และความดีงามของครอบครัวฝั่งดี ไม่มีอคติเรื่องฐานะ เปิดใจรับมัสยาเหมือนพี่สาว พลอยไพลินเล่นได้น่ารักมาก ด้วยรอยยิ้มสดใส สายตาเป็นประกาย และการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้เริงใจกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมรักและรู้สึกผูกพัน บทของเธอช่วยสมดุลดราม่า ทำให้บ้านรัตนมหาศาลมีด้านสนุกสนานและเพิ่มความน่าเอ็นดูให้เรื่องราวโรแมนติก
ฉายา ดอกไม้สดใสแห่งรัตนมหาศาล
ฉายานี้เหมาะกับเริงใจมาก เพราะเธอเหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานท่ามกลางบ้านที่เต็มไปด้วยความเคร่งครัดและริษยา ความร่าเริงและความใจดีของเธอช่วยให้มัสยามีที่ยืน คอยให้กำลังใจและสนับสนุนความรักของพี่ชาย ฉายานี้สะท้อนความน่ารักที่พลอยไพลินถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นจุดพักใจของผู้ชมในดราม่าหนักๆ
ข้อคิด ความสดใสและมิตรภาพช่วยละลายความขัดแย้ง
จากบทของเริงใจ เราสามารถเรียนรู้ว่าการเป็นคนร่าเริงและยื่นมือให้มิตรภาพอย่างจริงใจ จะช่วยให้คนรอบข้างผ่านอุปสรรคไปได้ เธอต้อนรับมัสยาและให้กำลังใจท่ามกลางการกลั่นแกล้ง สุดท้ายทำให้มัสยามีเพื่อนแท้และความรักสมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเป็นคนสดใสและเปิดใจกับคนใหม่ ความดีนั้นจะย้อนกลับมาสร้างความสุขให้ทุกคน เหมือนเริงใจที่ทำให้บ้านมีด้านอบอุ่น
→ บุศรินทร์ วงศ์ลีนนท์ รับบท มรว. ชลทิชา

น้องสาวของท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์ สาวสวยสูงส่งจากตระกูลมยุรฤทธิ์ที่สง่างามและสุภาพเรียบร้อย เธอแต่งตัวหรูหราแบบไฮโซ ปรากฏตัวในฉากสังคมชั้นสูง เช่น งานเลี้ยงหรืองานปาร์ตี้ที่บ้านรัตนมหาศาลหรือวังมยุรฤทธิ์ ทำให้เรื่องราวดูมีระดับและเชื่อมโยงตัวละครหลักเข้าด้วยกัน ชลทิชาเป็นคนสุภาพ นุ่มนวล พูดจาไพเราะ ไม่มีอคติเรื่องฐานะเหมือนคนอื่นในสังคมสูง เธอสนิทกับพี่ชายสดายุและรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับความรักของลักษณ์กับมัสยา จึงแอบช่วยเหลือแบบเงียบๆ เช่น ให้คำแนะนำหรือสร้างโอกาสให้ทั้งคู่พบกันโดยไม่ให้ใครสงสัย
เธอเป็นมิตรกับมัสยาแม้พื้นเพต่างกัน คอยให้กำลังใจและช่วยปรับตัวกับชีวิตไฮโซที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ ในขณะที่ตัวร้ายอย่างเพ็ญโฉมหรือศจีกำลังวางแผนร้าย ชลทิชาเป็นตัวละครฝั่งดีที่เพิ่มความสมดุล ไม่เด่นแต่มีบทบาทเชื่อมโยงเหตุการณ์ บุศรินทร์เล่นได้สง่า น่ารัก ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและลุคเจ้าหญิง ทำให้ชลทิชากลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมรู้สึกอบอุ่นและเอ็นดู การพัฒนาตัวละครจากสาวสังคมธรรมดากลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในความรักของพระนางเพิ่มเสน่ห์ให้เรื่อง
ฉายา เจ้าหญิงสุภาพแห่งมยุรฤทธิ์
ฉายานี้เหมาะกับชลทิชามาก เพราะเธอเป็นหม่อมราชวงศ์หญิงที่สง่างามดั่งเจ้าหญิง แต่สุภาพนุ่มนวล ไม่เย่อหยิ่ง เธอช่วยเหลือพี่ชายสดายุและพระนางแบบเงียบๆ ในสังคมสูงที่เต็มไปด้วยริษยา ฉายานี้สะท้อนความอ่อนโยนและบทบาทเชื่อมโยงที่บุศรินทร์ถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นจุดอบอุ่นในดราม่าหนักๆ
ข้อคิด ความสุภาพเปิดทางสู่การช่วยเหลือที่แท้จริง
จากบทของชลทิชา เราสามารถเรียนรู้ว่าการสุภาพและไม่ตัดสินคนอื่นจะทำให้เราเป็นที่พึ่งได้ในยามยาก เธอช่วยมัสยาและลักษณ์โดยไม่โอ้อวด ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยอคติ สุดท้ายความสุภาพนี้ช่วยให้ความรักสมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเป็นคนสุภาพและเปิดใจ เราจะสร้างมิตรภาพและช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนชลทิชาที่ทำให้เรื่องราวไหลลื่น
→ ชนกันต์ พูนศิริวงศ์ รับบท นพพร

หนุ่มหล่อสูงศักดิ์ เพื่อนบ้านของคฤหาสน์รัตนมหาศาล ลูกชายตระกูลมหศักดิ์ไพศาล พี่สาวคือนาถระพี สาวสง่าที่ถูกบังคับให้ลักษณ์แต่งงานด้วย เขาเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยา หน้าตาหล่อเหลา บุคลิกใสซื่อ จริงใจ ไม่เย่อหยิ่งแบบคนไฮโซทั่วไป เมื่อมัสยาเข้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลและปรับตัวยากกับชีวิตกฎระเบียบเข้มงวด นพพรกลายเป็นมิตรแท้คนแรกๆ ยื่นมือช่วยเหลือ ให้กำลังใจ และพาเธอเที่ยวเล่นเพื่อคลายเครียด ทำให้มัสยาไม่เหงาโดดเดี่ยวท่ามกลางการกลั่นแกล้งจากศจี พิณทิพย์ และพงศ์เทพ เขาแอบชอบมัสยาจริงๆ เพราะเห็นความสดใสและแข็งแกร่ง แต่แสดงออกแบบสุภาพ ไม่ก้าวก่าย
เมื่อถูกท่านผู้หญิงรัตน์บังคับให้หมั้นกับมัสยาเพื่อรักษาศักดิ์ศรีตระกูล เขายอมรับแต่ไม่บังคับเธอ สุดท้ายเมื่อรู้ว่ามัสยารักลักษณ์ เขาเสียใจแต่ยอมถอย ถือเป็นผู้ชายที่ดีและซื่อสัตย์ต่อมิตรภาพ ช่วยให้ทั้งคู่สมหวังแบบเงียบๆ นพพรเป็นตัวละครฝั่งดีที่เพิ่มความโรแมนติก แต่ไม่ร้ายกาจ ชนกันต์เล่นได้น่ารัก ด้วยลุคหล่อใส สายตาอบอุ่นและรอยยิ้มจริงใจ ถ่ายทอดความซื่อตรงออกมาได้ดี ทำให้ผู้ชมเอ็นดูและสงสารในบางโมเมนต์ การพัฒนาตัวละครจากเพื่อนสนิทกลายเป็นผู้เสียสละเพื่อความรักของเพื่อนเพิ่มมิติให้เรื่อง
ฉายา หนุ่มซื่อแห่งบ้านข้างเคียง
ฉายานี้เหมาะกับนพพรสุดๆ เพราะเขาเป็นเพื่อนบ้านหนุ่มหล่อที่ใสซื่อ จริงใจกับมัสยาแบบไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ให้มิตรภาพและกำลังใจโดยไม่หวังผลตอบแทน แม้ชอบเธอแต่ไม่กดดัน เมื่อถูกบังคับหมั้นเขายอมรับแต่ให้เธอตัดสินใจเอง สุดท้ายยอมถอยให้ลักษณ์เพราะเห็นความรักจริงของทั้งคู่ หนุ่มซื่อในที่นี้สื่อถึงความสุภาพและไม่เห็นแก่ตัว ชนกันต์ถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นผู้ชายในอุดมคติที่น่าเอ็นดูและเพิ่มเสน่ห์ให้ดราม่ารัก
ข้อคิด: การยอมรับความจริงในรักนำมาซึ่งมิตรภาพที่ยั่งยืน
จากบทของนพพร เราสามารถเรียนรู้ว่าการกล้ายอมรับว่าความรักไม่สมหวังและถอยออกมา จะช่วยรักษามิตรภาพและนำมาซึ่งความสุขที่แท้ เขาชอบมัสยาแต่เมื่อรู้ว่าเธอรักลักษณ์ เขาเสียใจแต่เลือกสนับสนุน ทำให้ทั้งคู่สมหวังและตัวเขาเองยังคงเป็นเพื่อนแท้ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราไม่ยึดติดและยอมรับความจริง เราจะได้มิตรภาพที่แข็งแกร่งและไม่เสียใจในภายหลัง เหมือนนพพรที่เปลี่ยนจากคู่หมั้นกลายเป็นเพื่อนที่เข้าใจ
→ ช้องมาศ ธนพร รับบท นารถระพี

หญิงสาวสูงศักดิ์จากตระกูลมหศักดิ์ไพศาล พี่สาวของนพพร เพื่อนบ้านหนุ่มหล่อของคฤหาสน์รัตนมหาศาล เธอมีบุคลิกสง่า สุภาพเรียบร้อย แต่งตัวหรูหราเหมาะสมฐานะไฮโซ ปรากฏตัวในฉากสังคมชั้นสูงและงานเลี้ยงที่เชื่อมโยงตัวละคร ท่านผู้หญิงรัตน์เห็นว่าเธอสมศักดิ์ จึงบังคับให้ร้อยโทลักษณ์แต่งงานกับเธอเพื่อรักษาเชื้อสายและหน้าตาตระกูล แต่จริงๆ แล้วนาถระพีเป็นคนใจดี อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่งหรือริษยาแบบเพ็ญโฉม เธอรู้ตัวว่าถูกจับคู่แบบไม่มีหัวใจ แต่ยอมรับสถานการณ์ด้วยความสุภาพ เมื่อรู้ว่าลักษณ์แอบรักมัสยา สาวใต้เลือดร้อนที่ถูกพามาอยู่บ้าน
เธอเสียใจแต่ไม่วางแผนร้ายหรือกีดกัน กลับยอมถอยอย่างมีศักดิ์ศรี ให้ทั้งคู่สมหวังโดยไม่สร้างปัญหาเพิ่ม นาถระพีเป็นตัวละครฝั่งดีที่เพิ่มมิติให้รักสามเส้า ไม่ใช่ตัวร้ายแต่เป็นเหยื่อของประเพณีเก่าแก่ ทำให้ผู้ชมสงสารและชื่นชมความสงบเสงี่ยมของเธอ ช้องมาศเล่นได้สง่า ด้วยสายตาอ่อนโยน รอยยิ้มนุ่มนวล และการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของหญิงสาวสูงส่งที่เข้าใจความรักจริง บทของเธอช่วยขับเคลื่อนดราม่าครอบครัวโดยไม่รุนแรง แต่เพิ่มความลึกซึ้งให้เรื่องราวโรแมนติก
ฉายา สาวสูงศักดิ์ผู้เสียสละ
ฉายานี้เหมาะกับนาถระพีมาก เพราะเธอเป็นหญิงสาวจากตระกูลสูงส่งที่สง่าและสุภาพ แต่เลือกเสียสละความสุขตัวเองเมื่อรู้ว่าลักษณ์รักมัสยาจริง เธอยอมถอยจากตำแหน่งคู่หมั้นโดยไม่สร้างดราม่าเพิ่ม ท่ามกลางการกีดกันจากท่านผู้หญิงรัตน์และแผนร้ายจากเพ็ญโฉม สูงศักดิ์ในที่นี้ไม่ใช่แค่ฐานะ แต่หมายถึงจิตใจที่สูงส่ง ยอมรับความจริงด้วยความสงบ ทำให้ทั้งคู่สมหวัง ช้องมาศถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นแบบอย่างของหญิงสาวที่เข้าใจรักและไม่ยึดติด
ข้อคิด การยอมถอยในรักที่ไม่ใช่คือการเปิดทางสู่ความสุข
จากบทของนาถระพี เราสามารถเรียนรู้ว่าการกล้ายอมรับว่าความรักบางอย่างไม่ใช่ของเรา และถอยออกมาอย่างมีศักดิ์ศรี จะนำมาซึ่งความสงบและโอกาสใหม่ เธอถูกบังคับให้เป็นคู่ลักษณ์แต่เมื่อรู้ความจริง เธอเสียใจแต่เลือกสนับสนุนแบบเงียบๆ ทำให้เรื่องราวจบลงอย่างสวยงาม ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราไม่ยึดติดและยอมปล่อยวาง เราจะไม่ทุกข์และอาจพบรักแท้ในภายหลัง เหมือนนาถระพีที่เปลี่ยนจากคู่หมั้นกลายเป็นผู้เข้าใจและได้รับการเคารพ
→ นฤมล นิลวรรณ รับบท หม่อมช้อย

หญิงวัยกลางคนสุภาพเรียบร้อย ผู้ช่วยงานบ้านในคฤหาสน์รัตนมหาศาล สนิทสนมกับท่านผู้หญิงรัตน์และคนในตระกูล เธอแต่งตัวเรียบง่ายแบบคนรับใช้ผู้ใหญ่ สวมเสื้อผ้าสีสุภาพ แต่บุคลิกอ่อนโยน ยิ้มแย้ม พูดจานุ่มนวล เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา หม่อมช้อยเก่งเรื่องทำอาหารทั้งคาวหวาน เป็นแม่ครัวฝีมือดีที่จำรสมือได้แม้คนอื่นลองแกล้งเอาความดีไป อย่างในฉากที่พัณทิพาชวนเธอช่วยทำขนมให้มัสยาเลี้ยงแขกเมื่อถูกศจีกดดัน หรือตอนทำกับข้าวให้มัสยาเมื่อถูกกลั่นแกล้งให้ทำอาหารเลี้ยงเพื่อนศจี เธอแอบช่วยมัสยา สาวใต้เลือดร้อนที่ปรับตัวยากกับชีวิตไฮโซเต็มไปด้วยกฎระเบียบ โดยไม่หวังผลตอบแทน เพราะเห็นใจเด็กกำพร้าที่ถูกคนในบ้านริษยา
หม่อมช้อยทำงานใกล้ชิดแม่นมผัน คอยดูแลบ้านและช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ทำให้บ้านรัตนมหาศาลมีด้านอบอุ่นท่ามกลางดราม่าครอบครัว เธอภักดีต่อท่านผู้หญิงรัตน์มาก เมื่อมัสยาหนีออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงสั่งให้เธอโทรแจ้งลักษณ์ให้ตามหา เธอเป็นตัวละครรองฝั่งดีที่เพิ่มความสมจริงให้เรื่อง ไม่เด่นแต่ปรากฏในฉากสำคัญเพื่อช่วยเหลือพระนางและแสดงความเมตตาในสังคมสูงศักดิ์ นฤมลเล่นได้สมจริง ด้วยประสบการณ์นักแสดงอาวุโส สายตาอบอุ่นและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้หม่อมช้อยกลายเป็นตัวละครที่น่าประทับใจและช่วยสมดุลดราม่าหนักๆ
ฉายา แม่ครัวใจบุญแห่งคฤหาสน์
ฉายานี้เหมาะกับหม่อมช้อยสุดๆ เพราะเธอเป็นแม่บ้านฝีมือทำอาหารชั้นเลิศที่ใช้ความสามารถช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อย่างตอนช่วยทำขนมให้มัสยาเลี้ยงแขกเพื่อแก้สถานการณ์ที่ถูกศจีกดดัน หรือทำกับข้าวให้พัณทิพาเอาไปอ้างความดีแต่สุดท้ายถูกจับได้เพราะรสมือเอกลักษณ์ ใจบุญในที่นี้สื่อถึงความเมตตาที่เธอมีต่อมัสยา เด็กกำพร้าที่ถูกกลั่นแกล้ง คอยแอบช่วยและให้กำลังใจแบบเงียบๆ นฤมลถ่ายทอดออกมาได้อบอุ่น ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความดีเล็กๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในบ้านใหญ่เต็มไปด้วยริษยาและกฎระเบียบ
ข้อคิด ความช่วยเหลือเล็กๆ จากใจสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ใหญ่
จากบทของหม่อมช้อย เราสามารถเรียนรู้ว่าการยื่นมือช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่หวังผล แม้เป็นเรื่องเล็กอย่างทำอาหารหรือให้คำแนะนำ จะช่วยคลายปัญหาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เธอแอบช่วยมัสยาเมื่อถูกกลั่นแกล้ง สุดท้ายทำให้มัสยาผ่านอุปสรรคและได้รับการยอมรับจากบ้าน ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเป็นคนใจบุญและช่วยเหลือคนรอบข้างด้วยความจริงใจ แม้ไม่เด่นแต่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เหมือนหม่อมช้อยที่ใช้ฝีมือทำอาหารเป็นเครื่องมือสร้างมิตรภาพและสมดุลในครอบครัว
→ วิยะดา อุมารินทร์ รับบท นมผัน

แม่นมเก่าแก่ในคฤหาสน์รัตนมหาศาล หญิงวัยกลางคนสุภาพเรียบร้อย แต่งตัวเรียบง่ายแบบคนรับใช้ผู้ใหญ่ สวมเสื้อผ้าสีสุภาพ ผมมวยเรียบร้อย เธอทำงานใกล้ชิดกับท่านผู้หญิงรัตน์และคนในตระกูล เก่งเรื่องงานบ้านโดยเฉพาะทำอาหารทั้งคาวหวาน เป็นผู้ช่วยแม่ครัวที่จำรสมือได้แม้คนอื่นลองแกล้งเอาความดีไป นมผันภักดีต่อบ้านรัตนมหาศาลมาก คอยดูแลเด็กๆ และช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ทำให้บ้านมีด้านอบอุ่นท่ามกลางดราม่าครอบครัว เมื่อมัสยา สาวใต้เลือดร้อนเข้ามาอยู่ใหม่และปรับตัวยากกับกฎระเบียบเข้มงวด เธอถูกกลั่นแกล้งจากศจีที่ริษยาและลูกๆ พิณทิพย์กับพงศ์เทพ นมผันแอบช่วยมัสยาสารพัด เช่น ตอนศจีแกล้งให้มัสยาทำอาหารเลี้ยงเพื่อน
พัณทิพาชวนเธอและหม่อมช้อยมาทำกับข้าวให้แทน ทำให้ศจีแค้นใจที่เล่นงานไม่ได้เพราะรสมือเอกลักษณ์ถูกจับได้ เธอเป็นที่พึ่งให้มัสยาในช่วงอึดอัด คอยให้กำลังใจและช่วยปรับตัวกับชีวิตไฮโซโดยไม่หวังผลตอบแทน เพราะเห็นใจเด็กกำพร้าที่ถูกคนในบ้านอิจฉา นมผันทำงานคู่กับหม่อมช้อยในครัว คอยดูแลบ้านและแสดงความเมตตาในสังคมสูงศักดิ์ วิยะดาเล่นได้สมจริง ด้วยประสบการณ์นักแสดงอาวุโส สายตาอบอุ่น รอยยิ้มนุ่มนวล และการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความดีเล็กๆ ที่ช่วยสมดุลดราม่าหนักๆ และเพิ่มความน่าประทับใจให้เรื่อง
ฉายา แม่นมเมตตาแห่งรัตนมหาศาล
ฉายานี้เหมาะกับนมผันมาก เพราะเธอเป็นแม่นมเก่าแก่ที่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา คอยช่วยเหลือคนในบ้านโดยเฉพาะมัสยาที่ถูกกลั่นแกล้งจากศจีและลูกๆ เธอแอบทำอาหารให้แทนมัสยาเมื่อถูกศจีสั่งให้ทำเลี้ยงเพื่อน ทำให้แผนร้ายล้มเหลวเพราะรสมือเอกลักษณ์ถูกจับได้ เมตตาในที่นี้ไม่ใช่แค่ช่วยงานบ้าน แต่รวมถึงการให้กำลังใจและปกป้องเด็กกำพร้าอย่างมัสยาจากอคติในครอบครัวใหญ่ วิยะดาถ่ายทอดออกมาได้อบอุ่น ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นจุดพักใจของผู้ชมในดราม่าหนักๆ และสะท้อนความดีที่ซ่อนอยู่ในสังคมสูงศักดิ์
ข้อคิด ความเมตตาจากคนใกล้ชิดช่วยคลายทุกข์ในยามยาก
จากบทของนมผัน เราสามารถเรียนรู้ว่าการแสดงความเมตตาและช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่หวังผล แม้เป็นเรื่องเล็กอย่างทำอาหารหรือให้คำปลอบ จะช่วยให้คนที่ทุกข์ผ่านพ้นไปได้ เธอแอบช่วยมัสยาเมื่อถูกกลั่นแกล้ง สุดท้ายทำให้มัสยามีที่พึ่งและปรับตัวได้ในบ้านใหญ่ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเป็นคนเมตตากับคนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่แตกต่างหรือถูกกดดัน เราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและได้รับความเคารพกลับมา เหมือนนมผันที่ใช้ความดีเล็กๆ สร้างสมดุลในครอบครัวเต็มไปด้วยริษยา
→ ดีใจ ดีดีดี รับบท อาจารย์กนก

ครูสอนมารยาทสังคมชั้นสูง หญิงวัยกลางคนสง่าเรียบร้อย แต่งตัวหรูหราแบบครูไฮโซ ผมมวยเรียบ ใส่แว่นตาและเสื้อสูทสุภาพ เธอถูกท่านผู้หญิงรัตน์จ้างมาสอนมัสยา สาวใต้เลือดร้อนที่ปรับตัวยากกับชีวิตในคฤหาสน์รัตนมหาศาลเต็มไปด้วยกฎระเบียบเข้มงวด อาจารย์กนกสอนมารยาทพื้นฐานทั้งหมด ตั้งแต่การเดินอย่างสง่า การนั่งตัวตรง การพูดจาไพเราะ การใช้ช้อนส้อมในงานเลี้ยง การทักทายแขกผู้ใหญ่ และมารยาทในสังคมชั้นสูง ทำให้มัสยาที่แก่นแก้วและอิสระต้องฝึกฝนอย่างหนัก เกิดฉากฮาๆ และดราม่าเบาๆ เมื่อมัสยาไม่ยอมง่ายๆ เพราะชินกับชีวิตทางใต้ที่ขี่ม้า ยิงปืน ว่ายน้ำแบบสบายๆ
เธอเคร่งครัดในบทเรียนแต่ก็ใจดี ลึกๆ เห็นใจมัสยาที่ถูกกลั่นแกล้งจากศจีและลูกๆ พิณทิพย์กับพงศ์เทพ จึงแอบให้คำแนะนำและกำลังใจแบบเงียบๆ ช่วยให้มัสยาผ่านบททดสอบสังคมได้ เช่น ตอนสอนเต้นรำหรือรับแขก ทำให้มัสยาค่อยๆ พัฒนาและได้รับการยอมรับจากท่านผู้หญิงรัตน์ อาจารย์กนกเป็นตัวละครรองฝั่งดีที่เพิ่มความสมจริงให้เรื่อง สะท้อนการปรับตัวในสังคมสูงศักดิ์ ไม่เด่นแต่ปรากฏในฉากสำคัญเพื่อช่วยพระนางและแสดงบทเรียนชีวิต ดีใจเล่นได้สมบท ด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมแต่แฝงอารมณ์ขัน สายตาคมกริบและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นส่วนผสมระหว่างความเข้มงวดและความเมตตา เพิ่มเสน่ห์ให้ดราม่าครอบครัว
ฉายา ครูมารยาทเคร่งครัด
ฉายานี้เหมาะกับอาจารย์กนกมาก เพราะเธอเป็นครูสอนมารยาทที่เคร่งครัดสุดๆ ในคฤหาสน์รัตนมหาศาล บังคับมัสยาฝึกทุกอย่างให้เป๊ะ ตั้งแต่เดินตัวตรง นั่งสง่า พูดไพเราะ ใช้ช้อนส้อมถูกต้อง เพื่อปรับตัวในสังคมสูง แต่ลึกๆ เธอใจดี เห็นใจมัสยาที่ถูกกลั่นแกล้งจากศจีและลูกๆ จึงแอบช่วยให้ผ่านบทเรียน ทำให้เกิดฉากฮาๆ เมื่อมัสยาเลือดร้อนไม่ยอมง่ายๆ ครูมารยาทในที่นี้ไม่ใช่แค่สอนแต่เป็นสะพานเชื่อมชีวิตเก่ากับใหม่ของมัสยา ดีใจถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มงวดที่นำมาซึ่งการพัฒนาและการยอมรับในสังคม
ข้อคิด มารยาทสังคมคือกุญแจสู่การปรับตัว
จากบทของอาจารย์กนก เราสามารถเรียนรู้ว่าการเรียนรู้มารยาทและปรับตัวกับสังคมใหม่ ไม่ว่าจะต่างชั้นหรือวัฒนธรรม จะช่วยให้เรามีที่ยืนและได้รับการยอมรับ เธอสอนมัสยาที่มาจากภาคใต้ให้เดิน นั่ง พูดจาแบบไฮโซ ท่ามกลางกฎเข้มงวดและการกลั่นแกล้ง สุดท้ายทำให้มัสยาผ่านอุปสรรคและสมหวังในรัก ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเปิดใจเรียนรู้มารยาทและวัฒนธรรมต่าง เราจะเชื่อมสัมพันธ์กับคนอื่นได้ดีขึ้นและไม่โดดเดี่ยว เหมือนอาจารย์กนกที่ใช้บทเรียนเล็กๆ เปลี่ยนมัสยาจากเด็กป่าเป็นหญิงสาวที่สง่า
→ ปรินทร์ วิกรานต์ รับบท เจ้าคุณมหศักดิ์
เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล ขุนนางสูงศักดิ์วัยกลางคน สง่างามในชุดไทยหรือสูทหรูหรา พ่อของนาถระพี สาวสูงส่งที่ถูกบังคับให้ลักษณ์แต่งงานด้วย และนพพร หนุ่มหล่อเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรกับมัสยา เขาเป็นหัวหน้าตระกูลมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนบ้านสนิทกับรัตนมหาศาล มีบุคลิกสุภาพ นุ่มนวล พูดจาไพเราะแฝงภูมิปัญญา ยึดมั่นประเพณีแต่เปิดใจให้คนรุ่นใหม่ เมื่อมัสยา สาวใต้เลือดร้อนเข้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลและถูกกลั่นแกล้งจากศจีที่ริษยา เขาได้เจอมัสยาโดยบังเอิญตอนเธอหนีปีนกำแพงมาบ้านเขา เจ้าคุณถูกอกถูกใจความเฉลียวฉลาดและสดใสของมัสยาทันที ชื่นชมเธออย่างเปิดเผยแม้พื้นเพต่างกัน ไม่มีอคติเรื่องฐานะสังคมเหมือนคนอื่นในวงศ์ไฮโซ
เขาเข้าร่วมงานเลี้ยงและสังคมชั้นสูงหลายครั้ง เช่น งานรับมัสยาที่ท่านผู้หญิงรัตน์จัด สนับสนุนการแต่งงานตามศักดิ์ระหว่างลูกสาวกับลักษณ์ตามคำสั่งท่านผู้หญิง แต่ลึกๆ เข้าใจหัวใจคนรุ่นใหม่ ไม่กีดกันความรักของลักษณ์กับมัสยา ยอมรับสถานการณ์ด้วยความสงบและให้คำแนะนำเบาๆ ช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาแบบผู้ใหญ่ เจ้าคุณเป็นตัวละครฝั่งดีที่เพิ่มความสมดุลให้ดราม่าครอบครัว สะท้อนสังคมสูงศักดิ์ที่เมตตาและเปิดกว้าง ปรินทร์เล่นได้สง่า ด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก สายตาอบอุ่นและการแสดงอาวุโส ถ่ายทอดความเป็นพ่อที่เข้าใจลูกและมิตรภาพข้ามตระกูลออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้ใหญ่ที่ยึดประเพณีแต่ไม่ปิดกั้นความรัก
ฉายา เจ้าคุณใจบุญไพศาล
ฉายานี้เหมาะกับเจ้าคุณมหศักดิ์มาก เพราะเขาเป็นขุนนางใจบุญจากตระกูลไพศาลที่เปิดใจกว้าง ชื่นชมมัสยาที่มาจากพื้นเพต่ำต้อยแต่เฉลียวฉลาด ไม่มีอคติเรื่องฐานะแม้สังคมสูงศักดิ์เต็มไปด้วยกฎระเบียบ เขาให้คำแนะนำและยอมรับเธออย่างจริงใจ ต่างจากศจีที่ริษยา ใจบุญในที่นี้สื่อถึงความเมตตาที่ช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาในบ้านรัตนมหาศาลและสนับสนุนความรักของลักษณ์กับมัสยาแบบเงียบๆ ปรินทร์ถ่ายทอดออกมาได้สง่า ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นแบบอย่างของผู้ใหญ่ที่ใช้สถานะสูงส่งเพื่อสร้างมิตรภาพข้ามชนชั้นและรักษาสมดุลในสังคม
ข้อคิด ความเปิดใจต่อคนต่างพื้นเพนำมาซึ่งมิตรภาพที่แท้
จากบทของเจ้าคุณมหศักดิ์ เราสามารถเรียนรู้ว่าการไม่ตัดสินคนจากฐานะหรือพื้นเพ แต่ชื่นชมความดีและความฉลาด จะสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เขาถูกอกถูกใจมัสยาแม้เธอมาจากภาคใต้และถูกกลั่นแกล้ง สุดท้ายความเปิดใจนี้ช่วยให้บ้านรัตนมหาศาลมีสมดุลและความรักสมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเปิดใจรับคนต่างวัฒนธรรมโดยไม่ยึดติดศักดิ์ศรี เราจะได้มิตรแท้และโอกาสใหม่ เหมือนเจ้าคุณที่เปลี่ยนอคติให้กลายเป็นความเข้าใจและสนับสนุนคนรุ่นใหม่
→ รอง เค้ามูลคดี รับบท หลวงเวชศาสตร์

ขุนนางหมอสูงศักดิ์วัยกลางคน สง่างามในชุดสูทหรือเสื้อเชิ้ตเรียบร้อย ผมหงอกขาวและแว่นตาที่เพิ่มลุคภูมิฐาน เขาเป็นแพทย์ประจำตระกูลรัตนมหาศาล สนิทกับท่านผู้หญิงรัตน์และคนในบ้าน ปรากฏตัวในฉากที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและคำปรึกษา เช่น ตอนท่านผู้หญิงโมโหหนักจนป่วย เขารีบมาดูแลและให้ยารักษา หรือตอนมัสยา สาวใต้เลือดร้อนที่ปรับตัวยากกับชีวิตไฮโซถูกกลั่นแกล้งจากศจีที่ริษยาและลูกๆ พิณทิพย์กับพงศ์เทพจนเครียด เขาแอบให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพและกำลังใจแบบเงียบๆ หลวงเวชศาสตร์ยึดมั่นจรรยาบรรณแพทย์ ซื่อสัตย์และไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะคนสูงศักดิ์อย่างลักษณ์นายทหารหรือมัสยาเด็กกำพร้าจากภาคใต้
เขาให้การรักษาเท่าเทียม ชอบพูดคำคมสั้นๆ เกี่ยวกับชีวิตและสุขภาพเพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาในบ้านใหญ่ที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบเข้มงวดและความขัดแย้งครอบครัว เมื่อลักษณ์กับมัสยาแอบคบกันและถูกกีดกัน เขาได้ยินความลับแต่เก็บไว้ ไม่ยุ่งเกี่ยวแต่แอบช่วยให้ทั้งคู่สมหวังโดยให้คำปรึกษาเรื่องอารมณ์และสุขภาพจิต รองเล่นได้สมบท ด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก สายตาอบอุ่นและการแสดงอาวุโส ถ่ายทอดความเป็นหมอที่เข้าใจมนุษย์ออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้ใหญ่ที่ใช้ความรู้แพทย์สร้างสมดุลให้ดราม่าครอบครัวและเพิ่มมิติการดูแลสุขภาพให้เรื่อง
ฉายา หมอเวชศาสตร์ผู้ซื่อสัตย์
ฉายานี้เหมาะกับหลวงเวชศาสตร์มาก เพราะเขาเป็นแพทย์ประจำบ้านรัตนมหาศาลที่ซื่อตรงต่อจรรยาบรรณ ไม่เลือกปฏิบัติ รักษาทุกคนเท่าเทียม ไม่ว่าจะท่านผู้หญิงรัตน์ที่ป่วยจากความโมโหหรือมัสยาที่เครียดจากถูกกลั่นแกล้ง เขาให้คำปรึกษาและยารักษาแบบไม่เอนเอียง ซื่อสัตย์ในที่นี้ไม่ใช่แค่รักษาแต่รวมถึงเก็บความลับครอบครัว เช่น ความรักของลักษณ์กับมัสยาโดยไม่ยุ่งเกี่ยวแต่แอบช่วยเหลือแบบเงียบๆ รองถ่ายทอดออกมาได้สง่า ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นแบบอย่างของหมอที่ใช้ความรู้และจิตใจช่วยสมดุลดราม่าในสังคมสูงศักดิ์เต็มไปด้วยริษยาและกฎระเบียบ
ข้อคิด การดูแลสุขภาพจิตและกายสำคัญในครอบครัวใหญ่
จากบทของหลวงเวชศาสตร์ เราสามารถเรียนรู้ว่าการให้ความสำคัญกับสุขภาพทั้งกายและใจจะช่วยคลายความขัดแย้งในครอบครัว เขารักษาท่านผู้หญิงรัตน์ที่ป่วยจากโมโหและให้คำปรึกษามัสยาที่เครียดจากถูกกลั่นแกล้ง สุดท้ายช่วยให้บ้านสมดุลและความรักสมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราใส่ใจสุขภาพคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ โดยให้คำปรึกษาแบบซื่อตรง เราจะลดปัญหาและสร้างความเข้าใจ เหมือนหลวงเวชศาสตร์ที่ใช้ความรู้แพทย์เป็นเครื่องมือไกล่เกลี่ยในบ้านเต็มไปด้วยอคติและริษยา
→ ณัฐรินทร์ สุวรรณเลิศ รับบท นพพาศ

หญิงสาวสูงศักดิ์จากตระกูลดี สวยหวานสุภาพเรียบร้อย แต่งตัวหรูหราแบบไฮโซ ปรากฏตัวในฉากงานเลี้ยงและสังคมชั้นสูงที่เชื่อมโยงตัวละครหลักเข้าด้วยกัน เธอเป็นเพื่อนสนิทในวงสังคมกับนาถระพีและคนอื่นๆ ในบ้านรัตนมหาศาล มีบุคลิกอ่อนโยน ใจดี ไม่มีอคติเรื่องฐานะต่างกัน เมื่อมัสยา สาวใต้เลือดร้อนเข้ามาอยู่ใหม่และปรับตัวยากกับชีวิตกฎระเบียบเข้มงวด นพมาศยื่นมือต้อนรับอย่างจริงใจ ให้คำแนะนำเรื่องมารยาทสังคมและช่วยให้มัสยาไม่รู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางการกลั่นแกล้งจากศจีที่ริษยาและลูกๆ พิณทิพย์กับพงศ์เทพ
เธอแอบช่วยเหลือมัสยาแบบเงียบๆ เช่น ในฉากงานเลี้ยงที่มัสยาอับอาย นพมาศคอยพูดคุยและให้กำลังใจ ทำให้มัสยาค่อยๆ พัฒนาและได้รับการยอมรับจากท่านผู้หญิงรัตน์ นพมาศเป็นตัวละครฝั่งดีที่เพิ่มความสมดุลให้ดราม่าครอบครัว สะท้อนหญิงสาวสูงส่งที่เปิดใจให้คนต่างพื้นเพ ไม่เย่อหยิ่งหรือวางแผนร้ายแบบเพ็ญโฉม ณัฐรินทร์เล่นได้น่ารัก ด้วยรอยยิ้มหวาน สายตาอบอุ่นและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นมิตรแท้ที่น่าประทับใจ แม้บทไม่เด่นเท่าตัวหลักแต่ช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวโรแมนติกและเพิ่มเสน่ห์ให้สังคมชั้นสูงในละคร
ฉายา สาวสูงส่งใจงาม
ฉายานี้เหมาะกับนพมาศมาก เพราะเธอเป็นหญิงสาวจากตระกูลสูงส่งที่สวยสง่าแต่ใจดี ไม่มีอคติกับมัสยาที่มาจากพื้นเพต่างกัน เธอช่วยเหลือให้คำแนะนำและกำลังใจแบบเงียบๆ ท่ามกลางสังคมไฮโซที่เต็มไปด้วยริษยาและกฎระเบียบเข้มงวดจากศจี ใจงามในที่นี้สื่อถึงความสุภาพและเปิดใจที่ทำให้มัสยามีที่ยืนและผ่านอุปสรรค ณัฐรินทร์ถ่ายทอดออกมาได้หวานละมุน ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของหญิงสาวสูงศักดิ์ที่ใช้สถานะช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน
ข้อคิด การเปิดใจให้คนต่างพื้นเพสร้างมิตรภาพที่แท้
จากบทของนพมาศ เราสามารถเรียนรู้ว่าการไม่ตัดสินคนจากฐานะหรือพื้นเพ แต่ยื่นมือช่วยเหลือด้วยใจจริง จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เธอต้อนรับมัสยาและให้คำแนะนำท่ามกลางอคติจากคนอื่น สุดท้ายช่วยให้มัสยาปรับตัวและสมหวังในรัก ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเปิดใจรับคนต่างวัฒนธรรมโดยไม่ยึดติดศักดิ์ศรี เราจะได้มิตรแท้และโอกาสใหม่ เหมือนนพมาศที่เปลี่ยนอคติให้กลายเป็นความเข้าใจและสนับสนุนคนรุ่นใหม่
→ สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ รับบท ประจวบ

พนักงานขับรถประจำคฤหาสน์รัตนมหาศาล แต่งตัวเรียบร้อยด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาว เขาทำงานในบ้านมานานหลายปี ภักดีต่อท่านผู้หญิงรัตน์และคนในตระกูลอย่างที่สุด หน้าที่หลักคือขับรถพาลักษณ์ น้องสาวเริงใจ และสมาชิกในบ้านไปไหนมาไหน รวมถึงขับรถไปรับมัสยาจากภาคใต้กลับมากรุงเทพครั้งแรก เมื่อมัสยาอยู่ในบ้านและถูกกลั่นแกล้งจากศจี พิณทิพย์ และพงศ์เทพ ประจวบแอบช่วยเหลือเธอหลายครั้ง เช่น ขับรถพาเธอไปพบลักษณ์ลับๆ พาเธอหนีไปพักเมื่อสถานการณ์ตึงเครียด หรือช่วยปกป้องเธอแบบเงียบๆ
เขาเป็นคนพูดน้อย เงียบขรึม แต่ซื่อสัตย์และมีน้ำใจ มักให้คำแนะนำสั้นๆ แก่มัสยาและลักษณ์โดยไม่ให้ใครรู้ เขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งในบ้าน แต่เมื่อพระนางต้องการความช่วยเหลือ เขาพร้อมเสมอ ประจวบเป็นตัวละครรองฝั่งดีที่เพิ่มความสมจริงและความอบอุ่นให้เรื่อง ช่วยขับเคลื่อนเหตุการณ์เบื้องหลังโดยไม่เด่นเกินไป สันติราษฎร์เล่นได้เนียนมาก ด้วยท่าทางเรียบง่าย สายตาเชื่อถือได้ และการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ประจวบกลายเป็นคนขับรถที่ผู้ชมรู้สึกไว้ใจและเอ็นดู
ฉายา คนขับรถซื่อสัตย์แห่งรัตนมหาศาล
ฉายานี้เหมาะกับประจวบมาก เพราะเขาเป็นพนักงานขับรถที่ภักดี ซื่อตรง และไม่เคยทรยศต่อตระกูล แม้จะเห็นความรักลับๆ ระหว่างลักษณ์กับมัสยา เขาก็เก็บความลับและช่วยเหลือทั้งคู่แบบเงียบๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน ซื่อสัตย์ในที่นี้ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ขับรถ แต่รวมถึงการปกป้องและช่วยเหลือคนที่ถูกกดขี่ในบ้าน เขาเป็นเหมือนเสาหลักที่มั่นคง ช่วยให้พระนางผ่านอุปสรรคไปได้โดยไม่สร้างปัญหาเพิ่ม
ข้อคิด ความซื่อสัตย์ที่เงียบๆ สามารถสร้างความไว้ใจได้มากกว่าคำพูด
จากบทของประจวบ เราสามารถเรียนรู้ว่าการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีและช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ต้องพูดถึง จะทำให้เราเป็นที่พึ่งพาได้ เขาไม่เคยบอกใครว่าเขาช่วยมัสยา แต่การกระทำของเขาทำให้พระนางผ่านช่วงยากลำบากไปได้ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราซื่อสัตย์และช่วยเหลือแบบไม่โอ้อวด ความดีนั้นจะสร้างความไว้ใจและความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว
→ เจตต์ กลิ่นประทุม รับบท นพ. พจน์

แพทย์หนุ่มรูปงามมาดดี สุภาพบุรุษในชุดหมอขาวหรือสูทเรียบร้อย ผมสั้นเนี๊ยบและรอยยิ้มอบอุ่น เขาเป็นหมอที่รู้จักกับเพ็ญโฉม สาวสังคมสูงที่ถูกทิ้งโดยลักษณ์ เมื่อเพ็ญโฉมเจ็บปวดจากความรักที่พังทลาย เธอพยายามเข้าใกล้นพ. พจน์เพื่อลืมหรือทำให้ลักษณ์หึงหวง มีฉากเดท พูดคุย และเพ็ญโฉมใช้เขาเป็นเครื่องมือในแผนร้ายทำลายมัสยาและความรักของลักษณ์ แต่ นพ. พจน์ เป็นคนดี มีจรรยาบรรณแพทย์สูง ไม่เล่นตามเกมร้ายของเพ็ญโฉมมากนัก สุภาพและรักษาระยะห่างอย่างมีมารยาท
เขาปรากฏตัวในฉากรักษาคนในบ้านรัตนมหาศาล เช่น ตอนท่านผู้หญิงป่วยหรือเหตุการณ์สุขภาพอื่นๆ ให้คำปรึกษาแบบเป็นกลาง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งครอบครัวหรือแผนใส่ร้ายมัสยาจากศจี นพ. พจน์เป็นตัวละครที่เพิ่มมิติให้เพ็ญโฉมดูมีด้านพยายามเริ่มต้นใหม่ แต่ก็สะท้อนว่าเขาไม่ใช่คนที่จะถูกใช้ได้ง่าย เจตต์เล่นได้หล่อเท่ สายตาสุภาพและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นหมอในอุดมคติที่ผู้ชมรู้สึกดีและเพิ่มสีสันโรแมนติกให้ฝั่งตัวร้าย
ฉายา หมอหล่อสุภาพบุรุษ
ฉายานี้เหมาะกับนพ. พจน์มาก เพราะเขาเป็นแพทย์หนุ่มรูปงามที่สุภาพและมีมารยาทสูง ไม่เล่นตามแผนร้ายของเพ็ญโฉมที่พยายามใช้เขาแก้แค้นลักษณ์ เขารักษาระยะห่างและจรรยาบรรณแม้ถูกยั่วยวน สุภาพบุรุษในที่นี้สื่อถึงความเป็นกลางและไม่ยุ่งเกี่ยวกับดราม่าครอบครัวรัตนมหาศาล เจตต์ถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นแบบอย่างของผู้ชายดีที่ไม่ตกหลุมพรางความแค้นและเพิ่มเสน่ห์ให้สังคมสูงในละคร
ข้อคิด การรักษาระยะห่างจากเกมร้ายนำมาซึ่งความสงบ
จากบทของนพ. พจน์ เราสามารถเรียนรู้ว่าการไม่เล่นตามความแค้นหรือแผนของคนอื่น แม้ถูกยั่วยวน จะช่วยรักษาชื่อเสียงและความสงบใจตัวเอง เขาถูกเพ็ญโฉมใช้แต่สุภาพและไม่ยุ่ง สุดท้ายไม่เสียหายเหมือนคนอื่น ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเป็นคนมีหลักการและไม่ตกหลุมพรางดราม่า เราจะมีชีวิตที่สงบและได้รับการเคารพมากกว่า
→ พศิน ศรีธรรม รับบท พต. เสถียร
พันตำรวจโท เสถียร ตำรวจหนุ่มมาดเท่ในเครื่องแบบเนี๊ยบ สุภาพและซื่อตรง เขาเป็นเพื่อนหรือผู้ร่วมงานกับร้อยโทลักษณ์ในแวดวงราชการ เมื่อมัสยาหนีออกจากบ้านรัตนมหาศาลหลังถูกบังคับหมั้นกับนพพรและกดดันจากท่านผู้หญิงรัตน์ที่โมโหเรื่องความรักลับๆ ลักษณ์ออกตามหามัสยาวันแล้ววันเล่าในทุกแห่งหน เสถียรช่วยเหลือเต็มที่ในฐานะตำรวจ ใช้ความสามารถสืบสวนหาเบาะแสจากที่ต่างๆ เช่น สถานที่ที่มัสยาอาจไปซ่อนหรือภาคใต้บ้านเกิดของเธอ
เขาเป็นคนพูดน้อยแต่ทำจริง ไม่ถามเหตุผลส่วนตัวมากแต่พร้อมสนับสนุนเพื่อนที่ทุกข์ใจจากอุปสรรคความรัก ท่ามกลางความเสียใจของท่านผู้หญิงที่มัสยาหายตัวไปและแผนร้ายจากศจีกับเพ็ญโฉมที่ยังค้างคา เสถียรเพิ่มความตื่นเต้นและสมจริงให้ตอนจบ ทำให้การตามหาดูเป็นทางการและน่าลุ้น พศินเล่นได้สมจริง ด้วยลุคตำรวจจริงจัง ท่าทางเด็ดขาดและสายตาที่เชื่อถือได้ ถ่ายทอดความเป็นเพื่อนแท้ในเครื่องแบบออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้เป็นผู้ช่วยที่ผู้ชมรู้สึกขอบคุณและเพิ่มมิติให้ฝั่งพระเอกในช่วงไคลแม็กซ์ของเรื่อง
ฉายา ตำรวจผู้ซื่อสัตย์
ฉายานี้เหมาะกับ พต. เสถียร เพราะเขาเป็นตำรวจที่ซื่อตรงและภักดีต่อเพื่อนลักษณ์ ช่วยตามหามัสยาโดยใช้ความสามารถเต็มที่โดยไม่สนใจว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวหรือขัดกับคำสั่งบ้านรัตนมหาศาล ซื่อสัตย์ในที่นี้สื่อถึงการไม่ทรยศมิตรภาพและทำหน้าที่ด้วยใจ แม้ต้องเสี่ยงหรือเหนื่อยกับการสืบหาเบาะแสทั่วแห่ง พศินถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพในเครื่องแบบที่ช่วยให้ความรักของพระนางสมหวัง
ข้อคิด มิตรภาพที่แท้จริงคือการช่วยเหลือโดยไม่ถามเหตุ
จากบทของ พต. เสถียร เราสามารถเรียนรู้ว่ามิตรภาพดีๆ คือการยืนเคียงข้างและช่วยเหลือกันในยามยากโดยไม่ต้องรู้เหตุผลลึก เขาช่วยลักษณ์ตามหามัสยาเต็มที่ สุดท้ายทำให้ทั้งคู่พบกันและสมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเรามีเพื่อนที่พร้อมช่วยโดยไม่ตัดสิน เราจะผ่านวิกฤตใดๆ ไปได้และความสัมพันธ์นั้นจะยั่งยืน
→ ชูษี เชิญยิ้ม รับบท จอน

คนงานหรือคนขับรถในคฤหาสน์รัตนมหาศาล ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม พูดจาเร็ว มุกแป้กแต่ฮา บุคลิกขี้เล่น ชอบแซวคนในบ้านแบบไม่เจ็บตัว ท่ามกลางดราม่าหนักๆ จากความขัดแย้งครอบครัวและความรักของลักษณ์กับมัสยา จอนเป็นตัวละครที่คอยสร้างโมเมนต์ตลกๆ เพื่อให้เรื่องไม่เครียดเกินไป เช่น แซวมัสยาเรื่องปรับตัวกับกฎระเบียบไฮโซ แซวลักษณ์เรื่องความรักลับๆ หรือช่วยปกปิดความลับพระนางแบบงงๆ แต่สุดท้ายสำเร็จ
เขาเป็นคนงานที่ภักดีต่อบ้าน แต่ชอบทำตัวเป็นตัวตลกประจำบ้าน คอยช่วยเหลือมัสยาเมื่อถูกกลั่นแกล้งจากศจี พิณทิพย์ และพงศ์เทพ โดยใช้มุกฮาๆ คลายสถานการณ์ เช่น พาเธอหนีไปพบลักษณ์หรือแกล้งทำเป็นไม่เห็นแผนร้าย จอนไม่ใช่ตัวละครหลักแต่ปรากฏในฉากบ้านหลายครั้ง เพิ่มความสนุกและสมจริงให้ชีวิตคนงานในบ้านสูงศักดิ์ ชูษีเล่นได้ฮาเต็มสูบ ด้วยสำเนียงตลก ท่าทางเกินจริง และมุก improvisation ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้จอนกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมยิ้มตามทุกครั้งที่โผล่มา ช่วยสมดุลดราม่าหนักๆ และทำให้ละครมีด้านเบาสมอง
ฉายา ตลกประจำคฤหาสน์
ฉายานี้เหมาะกับจอนมาก เพราะเขาเป็นคนงานที่เหมือนตัวตลกประจำบ้านรัตนมหาศาล ใช้มุกฮาๆ และท่าทางเกินจริงคลายความตึงเครียดจากดราม่าครอบครัวและความรักพระนาง เขาแซวคนในบ้านแบบไม่เจ็บแต่ขำ แถมช่วยเหลือมัสยาและลักษณ์แบบงงๆ แต่สำเร็จ ชูษีถ่ายทอดออกมาได้เต็มที่ ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นจุดพักใจของผู้ชมในเรื่องที่เต็มไปด้วยริษยาและกฎระเบียบเข้มงวด
ข้อคิด ความฮาช่วยคลายความขัดแย้งในชีวิต
จากบทของจอน เราสามารถเรียนรู้ว่าการใช้ความตลกและมุกเบาๆ สามารถคลายความตึงเครียดในสถานการณ์ยากๆ ได้ เขาสร้างรอยยิ้มท่ามกลางดราม่าหนักๆ ในบ้านรัตนมหาศาล สุดท้ายช่วยให้คนรอบข้างผ่อนคลายและผ่านปัญหาไปได้ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเป็นคนขี้เล่นและใช้ฮาคลายเครียด เราจะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นและไม่จมกับปัญหา เหมือนจอนที่เปลี่ยนบรรยากาศบ้านให้สนุกขึ้น
→ ปิติพนธ์ พรตรีสัตย์ รับบท สมาน

คนงานในคฤหาสน์รัตนมหาศาล แต่งตัวเรียบง่ายด้วยเสื้อผ้าคนงาน ผมสั้นและบุคลิกเงียบขรึม พูดจาน้อยแต่ทำจริง เขาทำงานทั่วไปในบ้าน เช่น ดูแลสวน ขับรถเสริม หรือช่วยงานบ้านต่างๆ ภักดีต่อท่านผู้หญิงรัตน์และตระกูลอย่างสูง เมื่อมัสยาเข้ามาอยู่ใหม่และถูกกลั่นแกล้งจากศจีที่ริษยา พิณทิพย์ และพงศ์เทพ สมานแอบสังเกตทุกอย่างแต่ไม่ยุ่งโดยตรง เขาเป็นคนงานที่เห็นความรักลับๆ ระหว่างลักษณ์กับมัสยา จึงช่วยปกปิดและสนับสนุนแบบไม่ให้ใครรู้ เช่น พาเธอไปพบลักษณ์ลับๆ ช่วยส่งข่าว หรือช่วยตามหาเมื่อมัสยาหนีออกจากบ้านเพราะทนกดดันไม่ไหวจากการบังคับหมั้นกับนพพร
สมานไม่ใช่คนเด่นแต่ปรากฏในฉากบ้านหลายครั้ง เพิ่มความสมจริงให้ชีวิตคนงานในบ้านสูงศักดิ์ที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและดราม่าครอบครัว เขาเป็นตัวละครฝั่งดีที่ช่วยขับเคลื่อนเรื่องเบื้องหลัง ปิติพนธ์เล่นได้เนียน ด้วยท่าทางเรียบง่าย สายตาที่ไว้ใจได้และการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้สมานกลายเป็นคนงานที่ผู้ชมรู้สึกอุ่นใจและเอาใจช่วย
ฉายา คนงานเงียบภักดี
ฉายานี้เหมาะกับสมานมาก เพราะเขาเป็นคนงานที่เงียบขรึมแต่ภักดีสุดๆ ต่อตระกูลรัตนมหาศาล เห็นทุกอย่างในบ้านแต่เก็บความลับและช่วยเหลือมัสยากับลักษณ์แบบไม่โอ้อวด โดยเฉพาะตอนช่วยปกปิดความรักหรือตามหาเมื่อมัสยาหนี ภักดีในที่นี้สื่อถึงความซื่อสัตย์ที่ไม่หวังผลตอบแทน ปิติพนธ์ถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นเสาหลักเงียบๆ ที่ช่วยให้พระนางผ่านอุปสรรคไปได้
ข้อคิด ความภักดีแบบเงียบๆ สร้างความไว้ใจยาวนาน
จากบทของสมาน เราสามารถเรียนรู้ว่าการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีและช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ต้องประกาศ จะทำให้เราเป็นที่พึ่งพาได้ เขาเห็นความรักลับๆ แต่เลือกช่วยปกปิดและสนับสนุน สุดท้ายทำให้พระนางสมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราเป็นคนซื่อสัตย์และช่วยเหลือแบบไม่หวังชื่อเสียง ความดีนั้นจะย้อนกลับมาสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและความไว้ใจจากคนรอบข้าง
→ พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท ฉันท์ วิเชียรชัย

หนุ่มหล่อจากตระกูลดีสูงศักดิ์ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาคมเข้ม แต่งตัวหรูหราเรียบร้อยแบบไฮโซ สุภาพบุรุษมาดดี พูดจาไพเราะและมีเสน่ห์ดึงดูด เขาเป็นคนในวงสังคมชั้นสูงเดียวกับบ้านรัตนมหาศาล ปรากฏตัวในฉากงานเลี้ยงและปาร์ตี้หรู เมื่อเพ็ญโฉมถูกลักษณ์บอกเลิกและเจ็บปวดหนัก เธอพยายามเริ่มต้นใหม่โดยเข้าใกล้ฉันท์ คบหากันแบบเปิดเผย พาไปงานเลี้ยงเพื่อทำให้ลักษณ์หึงหวงและแก้แค้น มีฉากเดทหวานๆ พูดคุยกันดูสนิทสนม ฉันท์ชอบเพ็ญโฉมจริงใจ เพราะเห็นเธอสวยสง่าและเหมาะสมกัน
แต่ไม่รู้หรือรู้แต่ยอมว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือในแผนร้ายของเพ็ญโฉมที่ร่วมกับศจีใส่ร้ายมัสยาและกีดกันความรักของลักษณ์ เขาเป็นคนดี ไม่มีส่วนในแผนร้ายโดยตรง แต่การคบกับเพ็ญโฉมทำให้ดราม่าเพิ่มขึ้น เพราะลักษณ์เห็นแล้วโมโห ฉันท์เป็นตัวละครที่เพิ่มมิติให้เพ็ญโฉมดูพยายามมีชีวิตใหม่ แต่ก็สะท้อนว่าเขาเป็นเหยื่อของความแค้นที่บิดเบี้ยว พัฒนะเล่นได้หล่อเท่ สายตาอบอุ่น รอยยิ้มมีเสน่ห์และการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นหนุ่มในฝันที่ผู้ชมรู้สึกน่าเห็นใจและเพิ่มความเข้มข้นให้ฝั่งตัวร้ายโดยไม่รุนแรงเกินไป
ฉายา หนุ่มหล่อเครื่องมือแก้แค้น
ฉายานี้เหมาะกับฉันท์ วิเชียรชัยมาก เพราะเขาเป็นหนุ่มสังคมสูงหล่อรวยที่ถูกเพ็ญโฉมดึงมาเป็นเครื่องมือทำให้ลักษณ์หึงหลังถูกทิ้ง เขาชอบเพ็ญโฉมจริงแต่ไม่รู้แผนร้ายเต็มๆ พาไปงานเลี้ยงและเดทหวานเพื่อโชว์ให้ลักษณ์เห็นเจ็บ การเป็นเครื่องมือในที่นี้สื่อถึงความน่าเห็นใจที่พัฒนะถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้เพิ่มดราม่าให้เพ็ญโฉมดูมีด้านพยายามแก้แค้นอย่างแยบยลและทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าฉันท์เป็นเหยื่อของเกมรักที่ซับซ้อน
ข้อคิด การรีบรักคนที่เพิ่งอกหักอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ
จากบทของฉันท์ วิเชียรชัย เราสามารถเรียนรู้ว่าการเข้าใกล้คนที่เพิ่งผิดหวังจากรักเก่ามากเกินไป อาจทำให้เรา เข้าแผนแก้แค้นโดยไม่รู้ตัว เขาชอบเพ็ญโฉมและยอมคบแต่สุดท้ายถูกใช้ทำให้ลักษณ์หึง สร้างดราม่าเพิ่มโดยไม่สมหวัง ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง ถ้าเราคบใครควรดูให้ดีว่าเขาพร้อมจริงหรือยัง และอย่ารีบรุกเพื่อไม่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเกมแค้นที่ย้อนทำร้ายตัวเอง
→ กันตพงศ์ เจริญสุข รับบท อ๊อด
เด็กงานหนุ่มรุ่นเยาว์ในคฤหาสน์รัตนมหาศาล อยู่กลุ่มกับอู๊ดและอ๋อย เด็กงานอีกสองคนที่สนิทกันมาก เขามีบุคลิกขี้เล่น ซนๆ พูดจาเร็ว มุกแป้กแต่ฮา บุคลิกสดใสแบบวัยรุ่นที่ไม่เคร่งครัด เมื่อมัสยา สาวใต้เลือดร้อนเข้ามาอยู่ใหม่และปรับตัวยากกับกฎระเบียบเข้มงวด อ๊อดกับกลุ่มเพื่อนกลายเป็นมิตรแท้คนสำคัญ คอยช่วยเหลือมัสยาสารพัด เช่น ช่วยทำภารกิจในบ้าน ช่วยปกปิดความรักลับๆ กับลักษณ์ พาเธอไปพบกันแบบลับๆ หรือช่วยคลายสถานการณ์เมื่อถูกกลั่นแกล้งจากศจี พิณทิพย์ และพงศ์เทพ พวกเขาสร้างโมเมนต์ฮาๆ
ท่ามกลางดราม่าหนักๆ ทำให้บ้านใหญ่มีด้านสนุกสนานและอบอุ่น อ๊อดเป็นคนงานที่ภักดีแต่ชอบแซวเล่น คอยให้กำลังใจมัสยาแบบเด็กๆ แต่จริงใจ ช่วยให้เธอไม่เหงาโดดเดี่ยวในบ้านเต็มไปด้วยริษยา กันตพงศ์เล่นได้น่ารัก ด้วยท่าทางซนๆ สายตาเป็นประกายและมุก improvisation ที่สดใส ทำให้อ๊อดกับกลุ่มกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมยิ้มตามและรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่โผล่มา แม้บทไม่เด่นแต่ช่วยสมดุลดราม่าครอบครัวและเพิ่มเสน่ห์ให้ชีวิตคนงานในบ้านสูงศักดิ์
ฉายา เด็กงานจอมซนแห่งรัตนมหาศาล
ฉายานี้เหมาะกับอ๊อดมาก เพราะเขาเป็นเด็กงานรุ่นเยาว์ที่ซนและขี้เล่นสุดในกลุ่มกับอู๊ดและอ๋อย ใช้ความสดใสและมุกฮาๆ ช่วยมัสยาปรับตัวและปกปิดความรักกับลักษณ์แบบเด็กๆ แต่สำเร็จ จอมซนในที่นี้สื่อถึงความน่ารักที่คลายเครียดในบ้านเต็มไปด้วยดราม่า กันตพงศ์ถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กับกลุ่มกลายเป็นจุดสนุกที่ผู้ชมรอคอยและเพิ่มมิตรภาพให้มัสยาในสังคมสูงศักดิ์
ข้อคิด มิตรภาพจากคนเล็กๆ สามารถช่วยใหญ่ได้
จากบทของอ๊อด เราสามารถเรียนรู้ว่ามิตรภาพจากคนรุ่นเยาว์หรือคนงานธรรมดา สามารถเป็นกำลังใจและช่วยเหลือในช่วงยากได้มหาศาล เขากับกลุ่มช่วยมัสยาและลักษณ์แบบไม่หวังผล สุดท้ายทำให้พระนางผ่านอุปสรรคไปได้ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง อย่ามองข้ามคนเล็กคนน้อย เพราะความจริงใจจากพวกเขาอาจเป็นพลังที่เปลี่ยนสถานการณ์และสร้างความสุขให้คนรอบข้าง
→ ชญานิน เต่าวิเศษ รับบท อู๊ด

เด็กงานหนุ่มรุ่นเยาว์ในคฤหาสน์รัตนมหาศาล อยู่กลุ่มกับอ๊อดและอ๋อย เด็กงานอีกสองคนที่สนิทกันมาก เขามีบุคลิกขี้เล่น ซุกซน พูดจาเร็ว มุกแป้กแต่ฮา บุคลิกสดใสแบบวัยรุ่นที่ไม่เคร่งครัด เมื่อมัสยา สาวใต้เลือดร้อนเข้ามาอยู่ใหม่และปรับตัวยากกับกฎระเบียบเข้มงวด อู๊ดกับกลุ่มเพื่อนกลายเป็นมิตรแท้คนสำคัญ คอยช่วยเหลือมัสยาสารพัด เช่น ช่วยทำภารกิจในบ้าน ช่วยปกปิดความรักลับๆ กับลักษณ์ พาเธอไปพบกันแบบลับๆ หรือช่วยคลายสถานการณ์เมื่อถูกกลั่นแกล้งจากศจี พิณทิพย์ และพงศ์เทพ พวกเขาสร้างโมเมนต์ฮาๆ
ท่ามกลางดราม่าหนักๆ ทำให้บ้านใหญ่มีด้านสนุกสนานและอบอุ่น อู๊ดเป็นคนงานที่ภักดีแต่ชอบแซวเล่น คอยให้กำลังใจมัสยาแบบเด็กๆ แต่จริงใจ ช่วยให้เธอไม่เหงาโดดเดี่ยวในบ้านเต็มไปด้วยริษยา ชญานินเล่นได้น่ารัก ด้วยท่าทางซนๆ สายตาเป็นประกายและมุก improvisation ที่สดใส ทำให้อู๊ดกับกลุ่มกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมยิ้มตามและรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่โผล่มา แม้บทไม่เด่นแต่ช่วยสมดุลดราม่าครอบครัวและเพิ่มเสน่ห์ให้ชีวิตคนงานในบ้านสูงศักดิ์
ฉายา เด็กงานซนประจำแก๊งค์
ฉายานี้เหมาะกับอู๊ดมาก เพราะเขาเป็นเด็กงานรุ่นเยาว์ที่ซนและขี้เล่นในกลุ่มกับอ๊อดและอ๋อย ใช้ความสดใสและมุกฮาๆ ช่วยมัสยาปรับตัวและปกปิดความรักกับลักษณ์แบบเด็กๆ แต่สำเร็จ ซนประจำแก๊งค์ในที่นี้สื่อถึงความน่ารักที่คลายเครียดในบ้านเต็มไปด้วยดราม่า ชญานินถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กับกลุ่มกลายเป็นจุดสนุกที่ผู้ชมรอคอยและเพิ่มมิตรภาพให้มัสยาในสังคมสูงศักดิ์
ข้อคิด มิตรภาพจากกลุ่มเพื่อนเล็กๆ สามารถเป็นกำลังใจใหญ่
จากบทของอู๊ด เราสามารถเรียนรู้ว่ามิตรภาพจากกลุ่มเพื่อนรุ่นเยาว์หรือคนงานธรรมดา สามารถเป็นกำลังใจและช่วยเหลือในช่วงยากได้มหาศาล เขากับแก๊งค์ช่วยมัสยาและลักษณ์แบบไม่หวังผล สุดท้ายทำให้พระนางผ่านอุปสรรคไปได้ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง อย่ามองข้ามกลุ่มเพื่อนเล็กๆ เพราะความจริงใจจากพวกเขาอาจเป็นพลังที่เปลี่ยนสถานการณ์และสร้างความสุขให้คนรอบข้าง
→ ชนัญญา เลิศวัฒนามงคล รับบท อ๋อย

เด็กงานสาวรุ่นเยาว์ในคฤหาสน์รัตนมหาศาล อยู่กลุ่มกับอ๊อดและอู๊ด เด็กงานอีกสองคนที่สนิทกันมาก เธอมีบุคลิกขี้เล่น ซุกซน พูดจาเร็ว มุกแป้กแต่ฮา บุคลิกสดใสแบบวัยรุ่นสาวที่ไม่เคร่งครัด เมื่อมัสยา สาวใต้เลือดร้อนเข้ามาอยู่ใหม่และปรับตัวยากกับกฎระเบียบเข้มงวด อ๋อยกับกลุ่มเพื่อนกลายเป็นมิตรแท้คนสำคัญ คอยช่วยเหลือมัสยาสารพัด เช่น ช่วยทำภารกิจในบ้าน ช่วยปกปิดความรักลับๆ กับลักษณ์ พาเธอไปพบกันแบบลับๆ หรือช่วยคลายสถานการณ์เมื่อถูกกลั่นแกล้งจากศจี พิณทิพย์ และพงศ์เทพ พวกเขาสร้างโมเมนต์ฮาๆ
ท่ามกลางดราม่าหนักๆ ทำให้บ้านใหญ่มีด้านสนุกสนานและอบอุ่น อ๋อยเป็นคนงานที่ภักดีแต่ชอบแซวเล่น คอยให้กำลังใจมัสยาแบบสาวๆ แต่จริงใจ ช่วยให้เธอไม่เหงาโดดเดี่ยวในบ้านเต็มไปด้วยริษยา ชนัญญาเล่นได้น่ารัก ด้วยท่าทางซนๆ สายตาเป็นประกายและมุก improvisation ที่สดใส ทำให้อ๋อยกับกลุ่มกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมยิ้มตามและรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่โผล่มา แม้บทไม่เด่นแต่ช่วยสมดุลดราม่าครอบครัวและเพิ่มเสน่ห์ให้ชีวิตคนงานในบ้านสูงศักดิ์
ฉายา เด็กงานสาวจอมซนแห่งรัตนมหาศาล
ฉายานี้เหมาะกับอ๋อยมาก เพราะเธอเป็นเด็กงานสาวรุ่นเยาว์ที่ซนและขี้เล่นในกลุ่มกับอ๊อดและอู๊ด ใช้ความสดใสและมุกฮาๆ ช่วยมัสยาปรับตัวและปกปิดความรักกับลักษณ์แบบเด็กๆ แต่สำเร็จ จอมซนในที่นี้สื่อถึงความน่ารักที่คลายเครียดในบ้านเต็มไปด้วยดราม่า ชนัญญาถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้ตัวละครนี้กับกลุ่มกลายเป็นจุดสนุกที่ผู้ชมรอคอยและเพิ่มมิตรภาพให้มัสยาในสังคมสูงศักดิ์
ข้อคิด มิตรภาพจากกลุ่มเพื่อนสาวเล็กๆ สามารถเป็นกำลังใจใหญ่
จากบทของอ๋อย เราสามารถเรียนรู้ว่ามิตรภาพจากกลุ่มเพื่อนสาวรุ่นเยาว์หรือคนงานธรรมดา สามารถเป็นกำลังใจและช่วยเหลือในช่วงยากได้มหาศาล เธอกับแก๊งค์ช่วยมัสยาและลักษณ์แบบไม่หวังผล สุดท้ายทำให้พระนางผ่านอุปสรรคไปได้ ข้อคิดนี้สอนว่า ในชีวิตจริง อย่ามองข้ามกลุ่มเพื่อนสาวเล็กๆ เพราะความจริงใจจากพวกเธออาจเป็นพลังที่เปลี่ยนสถานการณ์และสร้างความสุขให้คนรอบข้าง
หลายปีหลังจากความรักของร้อยโทลักษณ์และมัสยาเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้สำเร็จ ละครเรื่อง “มัสยา” เวอร์ชั่นปี 2560 ได้จบลงด้วยตอนจบที่แสนหวานและสมหวัง แต่ถ้าละครเรื่องนี้มีภาคต่อล่ะ? จะเป็นอย่างไร ถ้าผู้สร้างตัดสินใจสานต่อเรื่องราวของคู่พระนางที่หลายคนหลงรัก โดยขยับไทม์ไลน์ไปข้างหน้า 10-15 ปี เพื่อเล่าเรื่องชีวิตครอบครัว ความรักที่เติบโต และดราม่าใหม่ๆ ที่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิกของบ้านสูงศักดิ์
ในภาค 2 เรื่องราวเริ่มต้นด้วยชีวิตครอบครัวที่ดูเหมือนสมบูรณ์แบบของลักษณ์และมัสยา ลักษณ์เลื่อนยศเป็นนายพลเต็มตัว ยังคงหล่อเท่และมั่นคง ขณะที่มัสยาเปลี่ยนจากสาวใต้เลือดร้อนเป็นคุณนายสง่างาม แต่ยังคงความแก่นแก้วและจริงใจไว้ พวกเขามีลูกด้วยกันสองคน ลูกสาวคนโตชื่อ “มะลิ” ที่ดื้อรั้นและชอบขี่ม้าเหมือนแม่ และลูกชายคนเล็กชื่อ “รัตน์” ที่ฉลาดหลักแหลมแต่ซุกซน ท่านผู้หญิงรัตน์ยังคงเป็นประมุขบ้านรัตนมหาศาล วัยชราแต่ยังคงสง่าและเข้มงวด ส่วนเริงใจ น้องสาวลักษณ์ แต่งงานแล้วและมีครอบครัวของตัวเอง แต่ยังคงเป็นที่ปรึกษาให้มัสยาเสมอ
อย่างไรก็ตาม ความสงบสุขถูกสั่นคลอนเมื่อ “เพ็ญโฉม” อดีตแฟนเก่าของลักษณ์ที่เคยวางแผนร้าย กลับมาอีกครั้ง หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน เพ็ญโฉมแต่งงานกับฉันท์ วิเชียรชัย ชายสูงศักดิ์ที่เคยถูกเธอใช้เป็นเครื่องมือ แต่ชีวิตคู่ไม่ราบรื่น เธอกลับมาพร้อมลูกสาววัยรุ่นที่สวยหยิ่งและริษยามัสยาไม่ต่างจากแม่ เพ็ญโฉมแอบวางแผนแก้แค้นด้วยการยุยงให้ลูกสาวเข้าใกล้ลูกชายของลักษณ์กับมัสยา เพื่อทำลายความสุขครอบครัว ขณะเดียวกัน ศจีและพิณทิพย์ที่ยังคงอาฆาตเก่า ก็ร่วมมือกันอีกครั้ง โดยใช้เรื่องมรดกและธุรกิจตระกูลเป็นข้ออ้างกีดกันมัสยา
ดราม่าหลักเกิดจากลูกสาวของลักษณ์กับมัสยา “มะลิ” ที่ดื้อเหมือนแม่ ตกหลุมรักหนุ่มจากพื้นเพธรรมดา ทำให้ท่านผู้หญิงรัตน์เกิดอคติซ้ำรอยอดีต ลักษณ์และมัสยาต้องร่วมมือกันปกป้องความรักของลูกสาว ขณะที่ตัวเองต้องเผชิญวิกฤตความสัมพันธ์จากอดีตที่ตามหลอกหลอน ท่านชายสดายุและนพพรกลับมามีบทบาทช่วยเหลืออีกครั้ง พร้อมตัวละครใหม่ๆ ที่เพิ่มสีสัน เช่น ลูกหลานรุ่นใหม่ที่นำความทันสมัยมาปะทะประเพณีเก่าแก่

