ละคร มงกุฎดอกหญ้า 2563 หญิงสาวนักสู้ที่ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัว เรื่องราวของ “แพรว” หญิงสาวผู้มีความฝันอยากเป็นนักร้องลูกทุ่ง แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมและการแก่งแย่งชิงดีในวงการเพลง

ละคร มงกุฎดอกหญ้า 2563 ละครแนวดราม่าสู้ชีวิตผสมผสานกับกลิ่นอายลูกทุ่งที่ใช้ภาษาอีสานในการดำเนินเรื่อง นำเสนอเรื่องราวของความมุ่งมั่น ความรัก และการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของตัวละครหลักท่ามกลางความขัดแย้งและอุปสรรคในชีวิต

เรื่องราวเริ่มต้นจากสองพี่น้อง “แพรว” และ “แพงขวัญ” ที่เดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามาแสวงหาโอกาสในเมืองหลวง ชีวิตของทั้งคู่ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมเมื่อพี่สาวคนกลางเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน โดยผู้ก่อเหตุคือ “ภูริช” ชายหนุ่มจากตระกูลที่มีอิทธิพล การตายของพี่สาวกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของแพรวและแพงขวัญ

แพงขวัญ ต้องรับภาระหาเลี้ยงครอบครัว เธอผันตัวมาเป็นนักร้องในร้านอาหารอีสานชื่อ “อีสานโอแซว” ซึ่งบริหารโดย “แดนดิน” อดีตคนรักเก่าของเธอ การกลับมาเจอกันครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ในอดีตถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความวุ่นวายเมื่อ ภูริช วางแผนยึดร้านอาหารนี้ ซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวอีสานในเมืองหลวง เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

ในขณะเดียวกัน “พายุ” น้องชายของภูริช ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของพี่ชาย เขาตัดสินใจร่วมมือกับ แพรว เพื่อขัดขวางแผนการของภูริช ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องความยุติธรรมและรักษาร้านอาหารเอาไว้ให้เป็นที่พึ่งของชุมชน การต่อสู้ครั้งนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากอำนาจเงินและอิทธิพลของภูริช

ประเด็นหลักของเรื่อง
• การต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แพรวและแพงขวัญต้องเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมจากผู้มีอำนาจ และพยายามทวงคืนความถูกต้องให้ครอบครัว

• ความสัมพันธ์และความรัก ความรักที่ยังไม่จบสิ้นระหว่างแพงขวัญและแดนดิน รวมถึงความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวระหว่างแพรวและพายุ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเรื่อง

• ชีวิตของคนต่างจังหวัดในเมืองใหญ่ ละครสะท้อนภาพชีวิตของคนที่ต้องดิ้นรนในเมืองหลวง พร้อมกับการรักษาคุณค่าและรากเหง้าทางวัฒนธรรม

ละครดำเนินไปด้วยความเข้มข้นของดราม่าและความสนุกจากบทเพลงลูกทุ่ง โดยมีจุดไคลแม็กซ์อยู่ที่การตัดสินใจของตัวละครหลัก เช่น ดินแดนที่ต้องเลือกระหว่างความรักกับหน้าที่ดูแลร้าน และการต่อสู้ของแพรวและพายุที่นำไปสู่บทสรุปว่า พวกเขาจะสามารถเอาชนะนายทุนอย่างภูริช และรักษาความหวังของชุมชนไว้ได้หรือไม่

ต่อไปนี้คือเนื้อหาละคร “มงกุฎดอกหญ้า” ปี 2563 แบบครบถ้วน ซึ่งจะเผยรายละเอียดสำคัญรวมถึงตอนจบของเรื่อง

ละครเริ่มต้นด้วยสองพี่น้อง แพรว (เซียงเซียง-พรสรวง) และ แพงขวัญ (ต่าย-อรทัย) ที่มาจากต่างจังหวัดพร้อมพี่สาวคนกลางเพื่อหาโอกาสในกรุงเทพฯ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อพี่สาวคนกลางถูกรถของ ภูริช (ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม) ทายาทตระกูลใหญ่ชนเสียชีวิต ภูริชใช้เงินและอิทธิพลปิดคดี ทำให้แพรวและแพงขวัญต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและความอยุติธรรมตั้งแต่ต้นเรื่อง

แพงขวัญ ตัดสินใจทำงานเป็นนักร้องลูกทุ่งในร้าน “อีสานโอแซว” ซึ่งบริหารโดย แดนดิน (ไผ่-พงศธร) อดีตคนรักของเธอที่เลิกรากันไปเพราะความเข้าใจผิดในอดีต การกลับมาเจอกันทำให้ทั้งคู่เริ่มสานสัมพันธ์อีกครั้ง แต่ความรักของทั้งสองต้องเผชิญอุปสรรคเมื่อภูริช วางแผนยึดร้านอาหารแห่งนี้เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้ตระกูลของเขา โดยร้านนี้ไม่ใช่แค่ที่ทำกินของแพงขวัญ แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนคนอีสานในเมืองหลวง

ในขณะเดียวกัน แพรว น้องสาวคนเล็กที่มีความมุ่งมั่นและกล้าหาญ ได้พบกับ พายุ (ปีโป้-ณัชพัณณ์) น้องชายของภูริช พายุเป็นคนดีและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพี่ชาย เขาตัดสินใจช่วยแพรวต่อสู้เพื่อปกป้องร้านและชุมชน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ พัฒนาจากพันธมิตรสู่ความรัก ท่ามกลางการต่อสู้กับอำนาจของภูริช

จุดพีคและความขัดแย้ง
การเปิดโปงอดีต แพรวและพายุค้นพบหลักฐานว่าภูริชจงใจปกปิดความจริงเรื่องอุบัติเหตุที่ฆ่าพี่สาวของแพรว และยังมีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆ ความรักที่ทดสอบ แดนดินถูกกดดันจากภูริชให้ยอมจำนน แต่แพงขวัญยืนหยัดเคียงข้างเขา ทำให้ทั้งคู่ต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่

การต่อสู้ครั้งสุดท้าย ชุมชนอีสานรวมพลังกับแพรวและพายุ เพื่อต่อต้านการยึดร้าน โดยมีการประท้วงและเปิดเผยความชั่วของภูริชต่อสาธารณะ

ในตอนท้าย ภูริชเริ่มเสียการควบคุมเมื่อหลักฐานความผิดของเขาถูกนำไปเปิดเผยในศาล โดยพายุกลายเป็นพยานคนสำคัญที่ให้การตีแผ่พี่ชายตัวเอง ภูริชถูกตัดสินจำคุกในข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาและคดีทุจริตอื่นๆ ร้าน “อีสานโอแซว” รอดจากการถูกยึด และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความเข้มแข็งของชุมชน

ด้านความรัก แพงขวัญ และ แดนดิน ปรับความเข้าใจกันได้และตัดสินใจแต่งงาน โดยมีลูกสาวตัวน้อยเป็นพยานรักในตอนจบ ส่วน แพรว และ พายุ ก็เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน โดยพายุเลือกทิ้งอดีตของตระกูลที่เต็มไปด้วยความเลวร้าย แล้วหันมาสร้างอนาคตใหม่กับแพรว

ละครจบลงด้วยฉากที่ทุกคนในชุมชนมาร่วมฉลองที่ร้าน “อีสานโอแซว” พร้อมบทเพลงลูกทุ่งที่แพงขวัญร้อง สื่อถึงชัยชนะของคนตัวเล็กที่ยืนหยัดสู้เพื่อความถูกต้อง และการเริ่มต้นใหม่ของทุกตัวละครด้วยความหวังและความสุข

ช่วงต้นเรื่องที่พี่สาวของแพรวและแพงขวัญต้องตายจากอุบัติเหตุ และภูริชใช้เงินปิดคดี ผู้ชมอาจรู้สึกโกรธแค้นต่อความอยุติธรรม และลุ้นไปกับการต่อสู้ของสองพี่น้องเพื่อทวงความยุติธรรมกลับมา โดยเฉพาะฉากที่พายุหันมาช่วยแพรวเปิดโปงพี่ชายตัวเอง อาจทำให้รู้สึกสะใจที่เห็นตัวร้ายเริ่มพังทลาย

ความสัมพันธ์ระหว่างแพงขวัญและแดนดิน ที่แม้จะเคยเลิกรากัน แต่ก็ยังมีความรักซ่อนอยู่ รวมถึงฉากที่ชุมชนอีสานรวมพลังปกป้องร้าน “อีสานโอแซว” คงทำให้ผู้ชมรู้สึกอบอุ่นหัวใจ และซาบซึ้งกับความสามัคคีของคนตัวเล็กที่ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจใหญ่

ด้วยความที่ละครมีกลิ่นอายลูกทุ่ง และมีนักร้องตัวจริงอย่าง ต่าย อรทัย และ ไผ่ พงศธร มาร่วมแสดง บวกกับฉากร้องเพลงในร้านอาหาร ผู้ชมที่ชื่นชอบเพลงลูกทุ่งจะรู้สึกสนุกและอินไปกับบรรยากาศแบบอีสานแท้ๆ ที่หาได้ยากในละครทั่วไป

ความเลวร้ายของภูริชที่ใช้ทั้งเงินและอิทธิพลกดขี่คนอื่น ทำให้ผู้ชมรู้สึกหงุดหงิดและเครียด โดยเฉพาะตอนที่ตัวละครดีๆ อย่างแพรวและแพงขวัญต้องเจออุปสรรคซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ความรู้สึกนี้ก็นำไปสู่ความโล่งใจเมื่อเรื่องคลี่คลายในตอนจบ

ตอนจบที่ตัวละครหลักชนะอำนาจมืด และได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความรักและความหวัง จะทำให้ผู้ชมรู้สึกประทับใจกับข้อความของละครที่ว่า “ความดีและความสามัคคีสามารถเอาชนะความอยุติธรรมได้” เป็นละครที่ให้พลังบวกและแรงบันดาลใจในการสู้ชีวิต

ผู้ชมส่วนหนึ่งชื่นชอบการแสดงของ ต่าย อรทัย ที่ถ่ายทอดบทแพงขวัญได้สมจริงทั้งการร้องเพลงและดราม่า รวมถึงเคมีระหว่างเธอกับ ไผ่ พงศธร ที่ทำให้คนอินไปกับคู่รักลูกทุ่ง ส่วน เซียงเซียง และ ปีโป้ ก็ได้รับคำชมว่าแสดงเป็นแพรวและพายุได้น่ารักและน่าติดตาม อย่างไรก็ตาม บางคนอาจรู้สึกว่าเนื้อเรื่องบางช่วงยืดเยื้อหรือเดาทางได้ง่าย ซึ่งอาจลดความตื่นเต้นลงบ้าง


ละคร มงกุฎดอกหญ้า 2563

ละคร มงกุฎดอกหญ้า 2563

ละคร มงกุฎดอกหญ้า 2563 EP.1-45ONED

ละคร มงกุฎดอกหญ้า 2563 EP.1-45GMM25Thailand

ซีน ละคร มงกุฎดอกหญ้า 2563

รวมเพลง มงกุฎดอกหญ้า


ละคร มงกุฎดอกหญ้า 2563

เรื่องราวของหญิงสาวนักสู้ ที่ลุกขึ้นมาทวงคืนความเป็นธรรมกลับมาให้ครอบครัว
“มงกุฎดอกหญ้า” ละครที่รวมเอาดารานักร้องจาก “ละคร 1 ทุ่ม ที่มีเรตติ้งสูงที่สุด” ของช่องวัน 31 เอาไว้อย่างคับคั่ง นำแสดงโดย นางเอกดาวรุ่งอย่าง “เซียงเซียง พรสรวง” ประคบคู่กับ “ปีโป้ ณัชพัณณ์” พระเอกหนุ่มหน้าใสขวัญใจคนดู…เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างพี่น้องชาวอีสานสู้ชีวิตกับนายทุนหน้าเลือดที่มุ่งแต่ผลประโยชน์ ทว่าน้องชายของเขากลับเห็นอกเห็นใจและพยายามช่วยเหลือนักร้องสาวและเหล่าพี่น้องอย่างสุดกำลัง กลายเป็นสงครามเคล้าเสียงเพลงของหมู่เฮาที่น่าติดตาม!

เรื่องราวของคนสู้ชีวิต ที่ต้องการเข้ามาแสวงหาโอกาสในเมืองหลวง ดังเช่น แพรว (เซียงเซียง พรสรวง) และ แพงขวัญ (ต่าย อรทัย) หลังจากสูญเสียพี่สาวคนกลางไปอย่างกะทันหัน เพราะถูกภูริช (ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม) ขับรถชนจนเสียชีวิต ทำให้ พายุ (ปีโป้ ณัชพัณณ์) น้องชายของภูริช ต้องเข้ามาช่วยไกลเกลี่ย

และการตายของน้องสาวทำให้แพงขวัญ ต้องมาเป็นนักร้องในร้านอาหาร อีสานโอแซว ของ ดินแดน (ไผ่ พงศธร) อดีตคนรักเก่า และความวุ่นวายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อภูริชต้องการยึดร้านอาหารแหล่งทำมาหากินของชาวอีสาน พายุไม่เห็นด้วยจึงร่วมมือกับแพรวเข้าขัดขวางทุกวิถีทาง งานนี้พวกเขาจะร่วมมือกันเอาชนะนายทุนหน้าเลือดอย่างภูริชได้หรือไม่ ?

“มงกุฎดอกหญ้า” ละครที่รวมเอาดารานักร้องจาก ละครเรตติ้งสูงที่สุดของทางช่องวัน 31 เอาไว้อย่างคับคั่ง กับเรื่องราวของหญิงสาวนักสู้ ที่ลุกขึ้นมาทวงคืนความเป็นธรรมกลับมาให้ครอบครัว
นำแสดงโดย นางเอกดาวรุ่งที่สร้างความประทับใจมาแล้ว จากละครสาวน้อยร้อยล้านวิว อย่าง เซียงเซียง พรสรวง รวยรื่น ประคบคู่กับ ปีโป้ ณัชพัณณ์ ปรมะเจริญโรจน์ พระเอกหนุ่มหน้าใสขวัญใจคนดูจาก ละครไลลาธิดายักษ์
ร่วมด้วยนักร้องลูกทุ่งขวัญใจพ่อแม่พี่น้องอย่าง ต่าย อรทัย, ไผ่ พงศธร, ข้าวทิพย์ ธิดาดิน, เฉลิมพล มาลาคำ, ปริศนา วงศ์ศิริ, อ๋อลี่ ตติยา, ลำเพลิน วงศกร, ตรี ชัยณรงค์ และ เบียร์ พร้อมพงษ์ พร้อมทัพนักแสดงอีกมากมาย อาทิ ดิว อริสรา, ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม, โบวี่ อัฐมา, กอล์ฟ เบญจพล, ต้อม ณหทัย, หยอง ลูกหยี และ แม็คเก้ พงศ์ณริลณ์ พวกเขาจะมารวมตัวกันเพื่อสร้างความสุข และความสนุกสนานผ่านเสียงเพลง

บทโทรทัศน์โดย : บุตรรัตน์ บุตรพรหม
กำกับการแสดงโดย : ตั้ม-บรรเจิด พุทธโศภิษฐ์
ควบคุมการผลิตโดย : ป้อน-นิพนธ์ ผิวเณร

นักแสดง
พรสรวง รวยรื่น รับบท แพรว/ณัชชา
ณัชพัณณ์ ปรมะเจริญโรจน์ รับบท พายุ
ไผ่ พงศธร รับบท แดนดิน
ต่าย อรทัย รับบท แพงขวัญ
ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม รับบท ภูริช
ข้าวทิพย์ ธิดาดิน รับบท กิ่งอ้อ
ตรี ชัยณรงค์ รับบท มนต์ชัย
อัฐมา ชีวนิชพันธ์ รับบท สิรินทร์
อริสรา ทองบริสุทธ์ รับบท มิ้นท์/มินทิรา
เฉลิมพล มาลาคำ รับบท สมัย
ณหทัย พิจิตรา รับบท รมณีย์
เบญจพล เชยอรุณ รับบท ธเนศ
แม็คเก้ พงศ์ณริลณ์ รับบท เชอรี่
ลำเพลิน วงศกร รับบท ลำเพลิน
เบียร์ พร้อมพงษ์ รับบท เบียร์
ปริศนา วงศ์ศิริ รับบท อ่อนศรี
หยอง ลูกหยี รับบท สมหวัง
กรวิชญ์ สารสิน รับบท จิมมี่
เวียง นฤมล รับบท ณัฐลี