ละคร ดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง 2541 (EP.1-67 ตอนจบ) จันทรานคร เกิดทุกข์เข็ญข้าวยากหมากแพง แห้งแล้ง ประชาชนอดอยาก องค์เหนือหัวจันทราทิตย์ฝันว่ามีโครงกระดูกยักษ์มาบอกว่า ถ้าจะช่วยบ้านเมืองได้ต้องไปตามหาดาบเจ็ดสี

จันทรานคร นครที่เคยอุดมรุ่งเรืองมาแสนนาน เกิดแห้งแล้งวิปริตดุจต้องอาถรรพณ์ ในคืนหนึ่งเหนือหัวจันทราทิตย์ (เบญ เบญจมินทร์) สุบินเห็นอสูรย์ร่างกระดูกบอกวิธีแก้ไข โดยให้ไปตามหาดาบ 7 สี รุ่งขึ้น…ความทราบถึงพระโอรสคู่แฝดผู้เป็นความหวังของราชวงศ์ ต่างรีบอาสาสรุปด้วยวิธีจับไม้สั้นไม้ยาว เจ้าชายไกรเดชผู้พี่ชนะ (ฟิวส์-กิตติวงศ์) และออกเดินทางไป แต่ลับหายไร้วี่แวว เจ้าชายเพชราผู้น้อง (ฟิวส์-กิตติวงศ์)ทูลขอติดตาม เหนือหัวจันทราทิตย์ทรงอนุญาต ทั้งที่ทรงวิตกว่าจะเป็นอย่างไร หากดาบ 7 สี เป็นเพียงตำนานเล่าขานเจ้าชายเพชรา (ฟิวส์-กิตติวงศ์) และหัวหมู่แก้ว (จัตวา) ทหารคนสนิทเดินทางผ่านป่าใหญ่ อันเป็นที่สถิตบำเพเพ็ญพรตของ 5 มหาฤษีดัดตนทรงฤทธิ์อันมีนามว่า โอม สุ จิ ปุ ลิ ได้ร่วมกันผนึกกำลังพลังหลอมไม้เท้าวิเศษขึ้น สามารถพูดได้เป็นพหูสูตแปลงเป็นม้าบิน และอาวุธทวนคู่กายโดยใช้ชื่อของฤาษี โอม-สุ-จิ-ปุ-ลิ เป็นคาถากำกับ ส่วนเจ้าแก้วได้ลูกอมวิเศษ อมแล้วสามารถยืดหดตัวได้

พระอินทร์พานางเกษณีที่เป็นมนุษย์ไปอยู่ด้วยที่เมืองสวรรค์ และได้ให้กำเนิดธิดาชื่อ ยอพระกลิ่น และได้นำไปใส่ไว้ที่ปล้องไม้ไผ่ในเมืองมนุษย์ จนยอพระกลิ่นเติบโตขึ้นก็ได้พบกับมณีพิชัยจึงได้แต่งานกัน แต่พระมารดามารดาไม่โปรดยอพระกลิ่น จึงหาวิธีต่างๆ นานา มาแกล้ง ครั้งหนึ่งเคยใส่ร้ายยอพระกลิ่นว่าเป็น ภูติผีปีศาจ มากินแมว สุดท้ายพระอินทร์ผู้เป็นพ่อจึงลงมาช่วยคลี่คลายปัญหา จนในที่สุดยอพระกลิ่นและมณีพิชัยจึงได้ครองรักกันอย่างมีความสุข

ยอพระกลิ่น” เป็นธิดาของพระอินทร์และเจ้าหญิงชาวมนุษย์นางหนึ่ง ด้วยความที่พระอินทร์ไม่สามารถเลี้ยงดูพระธิดาได้จึงนำนางไปฝากไว้ในต้นไผ่ต้นใหญ่ในป่าบนโลก เวลาผ่านไปยอพระกลิ่นเติบโตเป็นสาว (ที่ได้ชื่อว่ายอพระกลิ่นเพราะนางมีกลิ่นกายหอมมาก) ก็ได้พบกับ “มณีพิชัย” เจ้าชายเมืองหนึ่ง ซึ่งบังเอิญเดินทางเข้าป่ามาแล้วพบต้นไผ่ต้นใหญ่จึงโค่นลง เมื่อมณีพิชัยพบยอพระกลิ่นที่มีกลิ่นกายหอมหวลจึงนำนางกลับเมืองและเเต่งตั้งให้นางเป็นมเหสี แต่พระนางจันทรพระมารดาของมณีพิชัย ไม่ชอบหน้ายอพระกลิ่น และอยากให้โอรสได้อภิเษกสมรสกับธิดาเจ้ากรุงจีนที่มั่งคั่งมากกว่า พระนางจึงวางแผนใส่ร้ายป้ายสียอพระกลิ่นว่านางเป็นกระสือกินแมวในราชวัง นางจึงต้องโทษประหาร เคราะห์ดีที่พระอินทร์ทรงลงมาช่วยธิดาไว้ได้ทันแล้วเสกให้นางกลายเป็นพราหมณ์หนุ่มมีเวทย์มนตร์แก่กล้า

ละคร พิกุลทอง 2545 (EP.1-30 ตอนจบ) END วันหนึ่งนางพิกุลทองเกิดร้อนรุ่มกลุ้มอุรา จึงได้ลาท้าวสัณนุราชไปเล่นน้ำกับพระพี่เลี้ยงในลำธาร ท้าวสัณนุราชจึงให้วางตาข่ายและทุ่นไว้รอบท่าน้ำ เพราะโหรทำนายว่านางจะต้องพลัดพรากจากเมือง

เจ้าหญิงพิกุลทอง เป็นธิดาของ ท้าวสัณนุราช กับพระมเหสีคือ นางพิกุลจันทรา ผู้ครองเมืองสรรพบุรี เมื่อย่างเข้าวัยสาว ความงามของนางเป็นที่เลื่องลือว่ายากที่จะหาผู้หญิงคนใดเสมอเหมือนได้ ซึ่งนอกจากเวลาพูดกับใครจะมีดอกพิกุลทองร่วงจากปากแล้ว ยังมีเส้นผมที่หอมอีกด้วย
วันหนึ่งนางพิกุลทองเกิดร้อนรุ่มกลุ้มอุรา จึงได้ลาท้าวสัณนุราชไปเล่นน้ำกับพระพี่เลี้ยงในลำธาร ท้าวสัณนุราชจึงให้วางตาข่ายและทุ่นไว้รอบท่าน้ำ เพราะโหรทำนายว่านางจะต้องพลัดพรากจากเมือง

ละคร ลูกที่ถูกลืม 2541 (EP.1-27 ตอนจบ) END เรื่องราวความรักของเจ้าใบ้ ซึ่งเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และสมหวัง ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่ทั้งคู่ก็ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความรักจนชนะในที่สุด

เรื่องราวเจ้าใบ้ ที่กำพร้าแม่ตั้งแต่เกิด มิหนำซ้ำพ่อก็รังเกียจ มีชีวิตที่ลำบาก ไม่มีแม้แต่ที่กินที่นอน เจ้าใบ้ต้องทำงานหนัก แล้วแต่คนจะใช้ ถูกคนด่าตี แม้กระทั่งความรักหญิงหมายมั่นคงได้แต่ฝัน ทำได้แต่ดูเงาหัว รู้ตัวดี เจ้าใบ้ คงได้แต่ฝันร่ำไป

ละคร ขวานฟ้าหน้าดำ 2541 (EP.1-39 ตอนจบ) END เทพที่ทำผิดกฎสวรรค์ จึงถูกพระอินทร์ใช้ให้พระอาทิตย์ไปปราบ และสาปให้เกิดบนโลกมนุษย์เพื่อให้ทำความดีชดใช้กรรมชั่วที่ก่อ โดยยังคงมีใบหน้าดำไหม้ติดตัวเพื่อชดใช้กรรม)

“สุทธาเทพ” เทวดาชั้นผู้น้อยซึ่งทำหน้าที่ล้างเท้าให้แก่บรรดาเทวดาผู้มาเข้าเฝ้าพระอิศวรและถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำ พระอิศวรจึงได้ประทานขวานฟ้าให้สุทธาเทพใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว ทว่าสุทธาเทพกลับใช้อาวุธดังกล่าวเพื่อล้างแค้นและข่มเหงรังแกเทวดาองค์อื่นที่ไม่ยอมสยบต่อตนเอง พระอินทร์ในฐานะผู้ดูแลสรวงสวรรค์จึงใช้ให้พระอาทิตย์ไปปราบสุทธาเทพจนสุทธาเทพพ่ายแพ้และได้รับแผลไหม้เกรียมที่ใบหน้า จากนั้นพระอินทร์จึงสาปซ้ำให้สุทธาเทพจุติลงไปเกิดบนโลกมนุษย์โดยที่ยังคงมีใบหน้าดำไหม้ติดตัวเพื่อชดใช้กรรม ต่อเมื่อทำความดีจนเป็นที่ประจักษ์แล้วเท่านั้นจึงจะกลับมามีใบหน้าปกติตามเดิมและได้ขวานฟ้ากลับคืนไปเป็นสิทธิ์ของตนเองโดยสมบูรณ์

ละคร นางพญาไพร 2542 (EP.1-32 ตอนจบ) END หญิงสาวผู้อาศัยอยู่ในป่าท่ามกลางเหล่าสัตว์และดวงจันทร์เป็นเพื่อน วันหนึ่งได้พบเจอองค์ชายที่ผจญภัยปราบมารร้ายอยู่ในป่า พบเจอครั้งแรกทั้งคู่ไม่ถูกกันยิ่งหนัก

เรื่องราวของ มณีจันทร์ ธิดาของ พระยาสุริยวงศ์ เจ้าเมืองจันทบุรี กับ หม่อมจันทร์ ผู้มีนิสัยร่าเริง ชอบผจญภัย วันหนึ่ง มณีจันทร์ได้ช่วยชีวิต องค์ชายรัชชานนท์ พระราชโอรสของ พระเจ้ากรุงธนบุรี จากโจรป่า ทำให้ทั้งสองตกหลุมรักกัน

ละคร ลักษณวงศ์ 2542 (EP.1-24 ตอนจบ) END ถึงแม้ว่าจะต้องพลัดพรากจากกัน แต่ความรักของทั้งสองก็ยังคงอยู่ และในที่สุดทั้งสองก็ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ท้าวพรหมทัต มีมเหสี ชื่อ สุวรรณอำภา และมีพระราชโอรส ชื่อ ลักษณวงศ์ ทรงพามเหสีพร้อมด้วยพระราชโอรสเสด็จประพาสป่า ได้พบนางยักษ์แปลงเป็นสาวสวยทำเล่ห์กลจนท้าวพรหมทัตลุ่มหลง ต่อมาจึงสั่ง ประหาร มเหสี และพระโอรส แต่เพชฌฆาตสงสารจึงปล่อยไป นางสุวรรณอำภาถูกพระยายักษ์พาตัวไป ฤๅษีนำลักษณวงศ์ไปเลี้ยงคู่กับนางทิพย์เกสร เมื่อโตขึ้นเรียนวิชาจนสำเร็จและได้นางทิพย์เกสรเป็นชายา ได้ฝากนางไว้กับฤๅษี ออกตามหามารดาจนพบและ กู้บ้านเมืองได้ และได้นางยี่สุ่น เป็นชายา นางทิพย์เกสรปลอมเป็นพราหมณ์ติดตามมาพบพระลักษณวงศ์ ด้วยความน้อยใจ จึงไม่แสดงตนให้พระลักษณวงศ์รู้ นางยี่สุ่นริษยาที่สามี ใส่ใจพราหมณ์มากจึงวางอุบาย กำจัดพราหมณ์เกสร ในที่สุดพราหมณ์ถูกประหาร ร่างของนางจึงกายเป็นหญิง ลักษณวงศ์เสียใจมากต่อมา พระลักษณวงศ์ได้นำโอรสน้อยไปเลี้ยงดู ตั้งชื่อให้ว่า เกสรสุริยวงศ์ จนถึงวันเผาศพนางทิพเกสร วิญญาณของ ฤๅษีมหาเมฆ พระอาจารย์ของพระลักษณวงศ์และนางทิพเกสรได้ลงมาเปิดโกศนำศพของนางทิพเกสรไปทำพิธีชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น นางจันทรังสี เมื่อพระลักษณวงศ์พบว่า ศพของนางทิพเกสรหายไป ก็ให้โหราจารย์ทำนายดู โหราจารย์ก็ทำนายว่า มีผู้นำศพของนางทิพเกสรไปทำพิธีชุบชีวิต ทำให้พระลักษณวงศ์ดีใจมาก และคิดจะออกไปตามหานางทิพเกสรเมื่อเกสรสุริยวงศ์โตแล้ว ซึ่งกว่าจะตามหานางทิพเกสรพบก็ผ่านเรื่องราวอีกมากมาย จนเรื่องราวจบลงอย่างมีความสุข

ละคร เทพศิลป์ อินทรจักร 2542 (EP.1-36 ตอนจบ) END เทพศิลป์และอินทรจักร น้องชายฝาแฝดที่เกิดจากดอกบัวหลวงบนสวรรค์ลงมาปราบยักษ์

ท้าวจตุรพักตร์ พญายักษ์ผู้ครองเมืองกลางหาว ได้บังอาจเหิมเกริมบุกแดนสวรรค์ ทำลายวิมานของเหล่าเทวดานางฟ้าจนได้รับความเดือดร้อนไปทั่ว พระสยมภูวญาณผู้เป็นใหญ่จึงได้ส่งให้เทพบุตรตนหนึ่ง พร้อมด้วยจักรแก้วจุติลงไปยังโลกมนุษย์เพื่อปราบท้าวจตุรพักตร์และวงศ์วานยักษ์ให้สิ้นไป นอกจากนี้ ยังได้ส่งให้เทพบุตรจำนวนหนึ่ง จุติตามลงไปเพื่อเป็นทหารเอกช่วยทำศึกกับท้าวจตุรพักตร์ด้วย

ละคร หลวิชัยคาวี 2543 (EP.1-20 ตอนจบ) END ลูกเสือซาบซึ้งบุญคุณที่แม่โคให้ตนดื่มน้ำนมยามหิวโหย จึงตั้งสัจจะว่าจะดูแลแม่โคและรักลูกโคเหมือนน้องแท้ๆ แต่แม่เสือกลับฆ่าแม่โคและจะกินโคน้อยลูกเสือจำเป็นต้องจำใจปลิดชีพแม่เสือ ต่อมาลูกเสือและโคน้อยเดินทางมาพบพระฤาษีที่เห็นใจทั้งสอง จึงชุบให้เป็นมนุษย์นาม หลวิชัยและคาวี เมื่อร่ำเรียนวิชาจนกล้าแกร่งก็ออกเดินทางเพื่อใช้ความรู้ช่วยเหลือผู้คน

ลูกโคและลูกเสือเกิดมีความผูกพันกัน วันนึงได้ผ่านอาศรมของพระฤาษี พระฤาษีเห็นลูกเสือกับลูกโคเดินมาด้วยกันด้วยอาการรักใคร่ผิดวิสัยก็ประหลาดใจ เรียกไปถามจนได้ความทุกประการ พระฤาษีมีเมตตาจึงตั้งพิธีชุบสัตว์ทั้งสองให้เป็นมนุษย์ ลูกเสือให้นามว่า พหลวิชัยหรือหลวิชัย ส่วนลูกโคให้นามว่า คาวี แล้วสั่งสอนวิชาให้ เมื่อทั้งสองมีอายุพอสมควรแล้ว หลวิชัยกับคาวีก็ขอลาพระฤาษีไปเผชิญโชค พระฤาษีได้ชุบพระขรรค์วิเศษที่บรรจุหัวใจของหลวิชัยกับคาวีมอบให้คนละเล่ม มอบให้ดูแลรักษาเมื่อทั้งสองเดินทางมาถึง จันทบูรนคร สามารถปราบยักษ์ที่คอยทำร้ายชาวเมืองได้ หลวิชัยได้อภิเษกสมรสกับ นางสุรสุดา พระธิดาของพระเจ้ามคธ คาวีเดินทางไปจนถึงรมยนคร เห็นกลองใบใหญ่เมื่อผ่าออกดูพบ นางจันทร์ผมหอม หรือ นางจันทร์สุดา หรือ นางจันทรวรา (ซึ่งมีผมหอม) พระธิดาของท้าวมัททราชและนางแก้วเกสร คาวีประหารนกอินทรีใหญ่ที่มากินชาวเมืองรมยนครได้อภิเษกสมรสกับนางจันทร์ผมหอม

ละคร เพชรรุ้งไฟ 2543 (EP.1-32 ตอนจบ) END ละครพื้นบ้าน เพชรรุ้งไฟ ถือเป็นละครพื้นบ้านอมตะอีกเรื่องหนึ่ง ที่ยังคงเป็นที่จดจำและชื่นชอบของแฟนละครจนถึงทุกวันนี้

เพชรรุ้งไฟ เป็นแหวนวิเศษจากสวรรค์ ด้วยอานุภาพอัศจรรย์มีอิทธิฤทธิ์ทำลายบรรลัยกัลป์ สะท้านทั่วสามโลก ปราบอธรรม เพื่อช่วยดับทุกข์เข็ญของมนุษย์ ผู้ที่ได้ครอบครองต้องเป็นผู้ที่ทำดีมีศีลธรรม