กำไลขวัญหล้า สิ่งของลํ้าค่าที่ผู้ใดได้ครอบครองจะได้พบคู่ครองและขึ้นครองบัลลังก์ แต่เธอต้องเลือกระหว่างเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ หรือใช้ชีวิตกับคนที่เธอรัก

ละคร ขวัญหล้า 2567 ละครแนวโรแมนติกคราม่า พีเรียด การค้นหาตัวตน รักแท้ และชะตากรรม เรื่องราวของ “ปานแก้ว” เด็กสาวผู้อาภัพที่ถูกป้าขายเพื่อใช้หนี้ ได้พบกับชายสูงอายุผู้น่าสงสาร ที่มอบภารกิจสำคัญให้กับเธอ นั่นคือการตามหาเจ้าของ “กำไลขวัญหล้า” ตัวจริง ! ปานแก้วได้รับการช่วยเหลือจาก “สูรย์” หนุ่มแปลกหน้าที่มีความลับเรื่องชาติกำเนิด จากความใกล้ชิด ก่อเกิดเป็นความรัก ที่จะพาพวกเขาก้าวผ่านอุปสรรคจนพบกับรักแท้

แค่มองตาก็เหมือนว่ามันคุ้นเคยกัน ปานแก้ว ค่อยๆ ค้นพบความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเธอ และความลับเบื้องหลังกำไลขวัญหล้า เธอต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเส้นทางชีวิตแบบไหน ระหว่างการเป็น “ขวัญหล้า” เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ หรือใช้ชีวิตเรียบง่ายกับคนที่เธอรัก


ละคร ขวัญหล้า 2567

ละคร ขวัญหล้า 2567

ละคร ขวัญหล้า 2567 EP.1-14CH7

ละคร ขวัญหล้า 2567 EP.1-14CH7+

ซีน ละคร ขวัญหล้า 2567

ไปกับเธอ Ost.ขวัญหล้า | ลูกตาล ชลธิชาศ์ [Official MV]

ละคร ขวัญหล้า 2567

เจ้าหล้า หรือ สูรย์ (เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์) เป็นลูกชาย เจ้าแสนฟ้า (พงษ์ประยูร ราชอาภัย) ซึ่งถูก เจ้าแสนเมือง (ฐปนัท สัตยานุรักษ์) ผู้เป็นอา จับตัวไปเพื่อบังคับให้บอกที่ซ่อนของคทาทองคำ เพราะผู้ที่จะปกครองผาหลวงได้นั้นต้องมีคทาทองคำเป็นเครื่องหมายแสดงอำนาจและเกียรติยศอย่างถูกต้อง เจ้าแสนฟ้าให้ คำปัน (กรุงนคร โชติไสว) ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ พาเจ้าหล้าหนีการไล่ล่าจากคนของเจ้าแสนเมือง โดยมี ฟองฟ้า (ศิตา ชุติภาวรกานต์) หนีตามมาด้วย พ่อของฟองฟ้าเอาชีวิตเข้าแลก และขอร้องให้เจ้าหล้าช่วยดูแลฟองฟ้า ฟองฟ้าจึงสำคัญตัวว่าเธอคือคู่หมั้นของเจ้าหล้ามาโดยตลอด

แก้ว หรือ ปานแก้ว ในวัย 8 ขวบ ที่วิ่งหนี พวง (ประถมาภรณ์ รัตนภักดี) ป้าใจร้าย เข้ามาในป่า แล้วพบกลุ่มเจ้าหล้าที่กำลังหนีคนของเจ้าแสนเมือง แก้วจึงช่วยหาเรือให้ทั้งหมดข้ามฝั่งไปได้ เจ้าหล้าจึงกระตุกกระดุมทองที่เสื้อส่งให้แก้วเป็นสินน้ำใจ และหวังว่าสักวันจะได้พบกับแก้ว เด็กที่มีน้ำใจคนนี้อีกครั้ง จากนั้นพวงก็ตามมาเจอแก้ว แล้วจับตัวแก้วพาไปทำงานใช้หนี้ พ่อนายฝางคำ (รชชงค์ บุนนาค) และ แม่นายสารภี (มุกดา มีเพียร) ที่ไร่ฝางคำ

ขณะที่แก้วอยู่ที่ไร่ฝางคำ ได้พบกับชายสูงอายุที่ถูกขังอยู่ในห้องมืด มีเพียงช่องลมด้านบนไว้สำหรับส่งข้าวน้ำได้ ชายสูงอายุห้ามแก้วบอกใคร แก้วจึงทำได้แค่แอบส่งอาหารให้ด้วยความสงสาร จน แก้ว (คริษฐา สังสะโอภาส) อายุได้ 15 ย่าง 16 ปี แม่นายสารภีบอกแก้วว่าป้าพวงเอาเงินมาใช้หนี้แล้ว และจะให้แก้วไปอยู่กับ คุณนายทองเย็น (ปิยะดา เพ็ญจินดา) ที่กรุงเทพฯ แต่ก่อนที่พวงจะมารับ แก้วได้แอบไปพบชายสูงอายุเป็นครั้งสุดท้าย ชายสูงอายุขอร้องให้แก้วช่วยไปขุดเอากำไลที่ฝังไว้ และให้แก้วสวมติดมือไว้ เพื่อมอบให้คนที่เรียกแก้วว่าขวัญหล้า และห้ามแก้วบอกเรื่องนี้กับใคร

เมื่อแก้วมาอยู่ที่บ้านคุณนายทองเย็น แก้วสวมกำไลติดตัวตลอดเวลา หวังว่าจะมีใครสักคนเรียกเธอว่าขวัญหล้า และช่วยพาเธอออกไปจากบ้านของคุณนายทองเย็น ขณะที่ ทรงวิทย์ (พสธร ทรงถาวรทวี) ที่แอบรักแก้วอยู่ ได้จังหวะบุกเข้าไปหาแก้วถึงในห้อง แก้วตกใจกระโดดหนีทรงวิทย์ออกมาทางหน้าต่าง แต่แก้วไม่รู้ตัวว่ากำไลขวัญหล้าตกอยู่ในห้อง
ด้าน บัวเรียว (ลักษิกา สมบูรณ์) ที่เดินทางมาพร้อมกับแก้ว เข้ามาเห็นรีบเก็บกำไลขึ้นมาใส่ด้วยความดีใจ ส่วนแก้วที่กระโดดหนีออกมา ได้ตกลงมาหาสูรย์ที่กำลังเดินผ่านมาแถวนั้นพอดี ทั้งสองจำกันไม่ได้ เพราะเวลาผ่านไปหลายปี สูรย์ช่วยแก้วไว้ และพาแก้วมาพักอยู่ที่บ้าน

เมื่อฟองฟ้าได้พบแก้วก็เกลียดแก้วทันที ฟองฟ้าเกลียดผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้สูรย์ เกลียดทุกอย่างที่สูรย์รัก เพราะเธอต้องการให้สูรย์รักเธอคนเดียว สูรย์จะให้แก้วเรียนหนังสือกับ คุณปิยะนาถ (อภิสรา วงศ์ทัศนีโย) แก้วขอร้องสูรย์ว่าขอเปลี่ยนชื่อ และให้บอกทุกคนว่าเธอชื่อ ขวัญแก้ว เพราะกลัวว่าจะมีคนรู้จักชื่อปานแก้วที่อยู่บ้านคุณนายทองเย็น แก้วไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเธอมาจากที่นั่นซึ่งเป็นสถานที่ไม่ดี

สูรย์ได้พบบัวเรียวที่สวมกำไลขวัญหล้า ทำให้สูรย์เข้าใจผิดเรียกบัวเรียวว่า ขวัญหล้า แต่บัวเรียวไม่ได้สนใจ ทางด้านแก้วเมื่อรู้ว่ากำไลหายไปก็ให้ เปรม (จารุศิริ ภูวนัย) คนที่คอยช่วยเหลือแก้วตอนที่อยู่บ้านทองเย็น ช่วยค้นหาจนแย่งกำไลคืนมาจากบัวเรียวได้ บัวเรียวมีโอกาสพบสูรย์อีกครั้ง บัวเรียวจึงบอกสูรย์ว่าชื่อขวัญหล้า สูรย์ดีใจเพราะเคยเห็นบัวเรียวใส่กำไลขวัญหล้า ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะพาไปหาคทาทอง

บทประพันธ์โดย : บุษยมาส
บทโทรทัศน์โดย : วรพันธ์ รวี
กำกับการแสดงโดย : สยม สังวริบุตร, ประทุม มิตรภักดี
ผลิตโดย : บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

นักแสดง
เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ รับบท สูรย์
คริษฐา สังสะโอภาส รับบท ปานแก้ว
ฐณธรณ์ ธัญญกรกุล รับบท มโน
สุพิชฌาย์ ศรีสวัสดิ์ รับบท ทิพย์
อภิสรา วงศ์ทัศนีโย รับบท ปิยะนาถ
ศิตา ชุติภาวรกานต์ รับบท ฟองฟ้า
พสธร ทรงถาวรทวี รับบท ทรงวิทย์
ปิยะดา เพ็ญจินดา รับบท ทองเย็น
ฐปนัท สัตยานุรักษ์ รับบท เจ้าแสนเมือง
พงษ์ประยูร ราชอาภัย รับบท เจ้าแสนฟ้า
ประถมาภรณ์ รัตนภักดี รับบท พวง
มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์ รับบท น้อย/เหมือนวาด
วรพรต ชะเอม รับบท ภาส นภา
พิมพ์ศิริ คชหิรัญ รับบท เปลว
จารุศิริ ภูวนัย รับบท เปรม
ลัลลดา แก้วยอดครู รับบท ไฉไล
วิไลลักษณ์ ไวงาน รับบท แม่เฒ่าบุญยืน
ฐณัฐอร ศรีจันทร์สง่า รับบท แพรว
ภากร รอดขำปิยเศรษฐ์ รับบท อินทร อิทธิเดช
จิรภัทร พานเงิน รับบท หนานคำ
ลักษิกา สมบูรณ์ รับบท บัวเรียว
ภัสวณันท์ สิงห์ทิพย์ รับบท แจ่มจิต
กรุงนคร โชติไสว รับบท คำปัน
หาญณรงค์ กัสสุมาโส รับบท บุญมี
ตรียุทธ อาชวกุล รับบท เทิด
สุระ มูรธานนท์ รับบท เลียง
รชชงค์ บุนนาค รับบท พ่อนายฝางคำ อิทธิเดช
มุกดา มีเพียร รับบท แม่นายสารภี อิทธิเดช
นันทวัฒน์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา รับบท หมอบุญวงศ์
กัณฑ์เอนก คุ้มแพรวพรรณ รับบท ทิว