ละคร ก็รักมันปักใจ Money My Love 2569 เรื่องนี้เล่าเกี่ยวกับความรักที่ต้องสู้กับเงินตรา ตัวเอกเป็นพวกคนรวยกับคนจนที่มาเจอกันแบบบังเอิญ แล้วเกิดเรื่องวุ่นๆ ตามมา มันสนุกตรงที่ไม่ใช่แค่โรแมนติก แต่มีปมฆาตกรรม เกมธุรกิจ และความสัมพันธ์ซับซ้อนให้ลุ้นตลอด เรื่องราว เริ่มจาก “ตรัย” (เล่นโดยกองทัพ พีค) ลูกชายคนเดียวของ “ตรีทศ” (แซม ยุรนันท์) มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทสินเชื่อยักษ์ใหญ่ ตรัยอยู่ต่างประเทศ แต่รีบกลับไทยทันทีที่รู้ว่าพ่อจะแต่งงานใหม่กับ “ดาริณ” (แคร์ ฉัตรฑริกา) ซึ่งเป็นแฟนเก่าของตัวเอง ช็อกสิ รออะไร ตรัยบุกไปอาละวาดกลางงานแต่ง พ่อลูกทะเลาะกันใหญ่โต ตรีทศบอกว่าทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงิน แม้แต่ความรัก ตรัยโมโหหนีออกมา แล้วถูกชายลึกลับไล่ล่า ดีที่ได้ “ผักบุ้ง” (เก๋ไก๋ ณัฐธิชา) สาวจนแต่ฉลาดและงกเงินสุดๆ มาช่วยไว้ ผักบุ้งรู้ว่าตรัยเป็นใคร เลยให้พักที่บ้านแต่คิดเงินทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าอาหารยันค่าดูแล ตรัยด่าเธอว่าเห็นแก่เงินเหมือนพ่อกับแฟนเก่า แต่ผักบุ้งก็โต้ว่าตรัยเป็นลูกคุณหนูไม่เข้าใจคนจน
อยู่ๆ ไป ทั้งคู่เริ่มสนิทกัน ความรักค่อยๆ ก่อตัว แต่แล้วดราม่ามาเลย ตรีทศถูกฆาตกรรม! ตรัยต้องกลับมาดูแลบริษัท สงสัยคนใกล้ตัวอย่าง ราเชนทร์ (ป๊อป ฐากูร) ลูกบุญธรรมที่ไม่ถูกกันตั้งแต่เด็ก และยังชอบผักบุ้งอีก เปิดศึกชิงนางเอกชัดๆ เลย แถมมี มุกมณี (อุ๋ม อาภาศิริ) หุ้นส่วนบริษัทที่อยากฮุบกิจการ คอยหนุนราเชนทร์ให้ชนะตรัย ตรัยเลยต้องทั้งบริหารบริษัท ทั้งสืบหาฆาตกร
ฝั่งผักบุ้ง ถูกความจนบีบ เลยมาทำงานที่บริษัทเป็นผู้ช่วยราเชนทร์ ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามตรัย ตรัยคิดว่าเธอเห็นแก่เงิน ผักบุ้งก็เห็นตรัยมีดาริณกลับมาเคียงข้าง ทำให้ทั้งคู่ห่างกัน แต่มีเหตุการณ์เฉียดตายจากคนร้าย ทำให้พวกเขาใกล้ชิดและปรับความเข้าใจกันใหม่ ท่ามกลางความสัมพันธ์สี่เส้า ตรัย-ผักบุ้ง-ราเชนทร์-ดาริณ ที่ซับซ้อนสุดๆ ยังมีตัวละครสมทบอย่าง เฮียซ้ง (ติ๊ก กลิ่นสี) ที่หลอกตรัยเรื่องเงิน ยงยุทธ (บิ๊ก ศรุต) ที่สร้างปัญหาให้ผักบุ้งในงานปาร์ตี้ และอีกหลายคนที่ทำให้เรื่องเข้มข้น
เรื่องนี้มันดีตรงที่ผสมหลายรส ทั้งหวาน ดราม่า ตลก และสืบสวน ทำให้ดูเพลินไม่เบื่อ ถ้าคุณชอบละครที่ถกเถียงว่ารักแท้ชนะเงินได้มั้ย ลองดูสิ แล้วจะติดงอมแงม ลุ้นกันว่าตรัยกับผักบุ้งจะลงเอยยังไง สุดท้ายรักจะชนะเงินจริงป่ะ?
เคมีพระ-นางเลย กองทัพ พีค กับ เก๋ไก๋ ณัฐธิชา ประกบคู่กันครั้งแรก แต่เข้าขาแบบสับ เก๋ไก๋เล่นเป็นผักบุ้ง สาวจนงกเงินแต่ฉลาด น่ารักธรรมชาติมาก ดราม่าก็ร้องไห้ได้ซึ้ง ตลกก็ฮาแตก พีคเล่นตรัย คุณหนูหัวรั้นแต่มีพัฒนาการดี ดูแล้วยิ้มตาม เหมือนคู่จริงๆ เลย ทีมนักแสดงสมทบก็เด่น แซม ยุรนันท์ เป็นพ่อเศรษฐีเย็นชาแต่มีมิติ ป๊อป ฐากูร เป็นราเชนทร์ ตัวร้ายแต่มีเสน่ห์ อุ๋ม อาภาศิริ เป็นมุกมณี เล่นร้ายได้แสบ
พล็อตเรื่องดี ผสมโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า และสืบสวนฆาตกรรมแบบลงตัว ดำเนินเรื่องไว ไม่มีฉากยืดเยื้อ อย่างตอนแรกๆ เปิดด้วยดราม่างานแต่ง แล้วตัดไปตลกตอนผักบุ้งคิดเงินตรัย ฮามาก แต่พอเข้าปมฆาตกรรมก็ลุ้นระทึก มี twist นิดๆ ว่าคนร้ายคือใคร ชอบธีมที่ถกว่ารักแท้ชนะเงินได้มั้ย มันสะท้อนสังคมจริงๆ โดยเฉพาะคนจน vs คนรวย
โปรดักชั่นดี ช่อง 3 ทำฉากสวย คฤหาสน์หรู ชุมชนจนสมจริง เพลงประกอบเพราะ อย่างเพลงประกอบหลักฟังแล้วติดหู กำกับโดยนาย สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร ทำออกมาไหลลื่น ดูเพลิน ดูไปกินข้าวไปได้สบาย ไม่เครียดเกิน เรตติ้งตอนแรกๆ สูงถึง 2.5 แล้วก็ยังแรงต่อเนื่อง กระแสในเน็ตฟลิกซ์กับ Ch3Plus ก็ดี คนดูบอกว่าดูย้อนหลังเพลิน ไม่ข้ามฉากมาก
ละคร ก็รักมันปักใจ Money My Love 2569
เบื้องหลังละคร “ก็รักมันปักใจ Money My Love” ช่อง 3 ปี 2569 นักแสดงเล่นจริง เจ็บจริง ฮาจริง มาดูกันว่าละครเรื่องนี้เกิดขึ้นยังไง ทีมงานเป็นใคร และมีโมเมนต์เด็ดอะไรบ้าง
ละครเรื่องนี้เริ่มจากบทประพันธ์โดย “ไม้พาย” นักเขียนนิยายชื่อดังที่ชอบผสมธีมรักกับสังคม แล้วถูกดัดแปลงเป็นบทโทรทัศน์โดย “นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์” และ “ปลายสี” สองมือเขียนเก๋าที่ทำให้เรื่องไหลลื่น มีทั้งดราม่าและฮา กำกับการแสดงโดย “นาย สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร” ผู้กำกับมากประสบการณ์ที่เคยทำละครฮิตหลายเรื่อง เขาบอกในสัมภาษณ์ว่าอยากให้เรื่องนี้สะท้อนสังคมจริงๆ ว่าคนรวยกับคนจนมองเงินต่างกันยังไง
ผลิตโดยค่าย “ชลลัมพี บราเธอร์” ค่ายละครคุณภาพที่ขึ้นชื่อเรื่องโปรดักชั่นอลัง และควบคุมการผลิตโดย “ต้อง จุลวุฒิ ชลลัมพี” ผู้จัดมือทองที่เคยปั้นละครดังมาเพียบ เขาเล่าว่าตอนแคสติ้ง หาคู่นางเอกใหม่ให้กองทัพ พีค ยากมาก แต่พอเจอเก๋ไก๋ ณัฐธิชา ปุ๊บ เคมีปังเลย เพราะเป็นละครเรื่องแรกของเก๋ไก๋ เธอมาจากวงการยูทูบเบอร์ด้วย ทำให้เล่นสดใส ธรรมชาติ
ในกองถ่าย มันวุ่นวายแต่สนุกมาก จากคลิป behind the scenes EP.6 ที่ช่อง 3 ปล่อยมา เห็นกองทัพ พีค กับเก๋ไก๋ ถ่ายฉากโรแมนติกแบบเขินๆ พีคบอกว่า “เล่นกับเก๋ไก๋ง่ายมาก เธอทำให้ผมหัวเราะจริงๆ” ส่วนเก๋ไก๋เล่าว่า “ตอนแรกตื่นเต้น แต่พี่พีคสอนเยอะเลย” มีโมเมนต์ฮาๆ อย่างตอนถ่ายฉากผักบุ้งคิดเงินตรัย เก๋ไก๋หัวเราะค้างไม่ได้ เพราะพีคทำหน้าตลกเกิน มีฉากแอ็กชันจริง เจ็บจริง อย่างตอนตรัยถูกไล่ล่า พีคโดนล้มจริงๆ แต่ทีมงานเซฟดีมาก ไม่มีอุบัติเหตุใหญ่ ป๊อป ฐากูร เล่นราเชนทร์ ตัวร้ายแต่เสน่ห์แรง เขาเมาท์ว่า “ชอบจีบผักบุ้งในเรื่อง แต่เบื้องหลังเก๋ไก๋แกล้งผมตลอด” แซม ยุรนันท์ เล่นพ่อเย็นชา แต่เบื้องหลังใจดี สอนน้องๆ เยอะ อุ๋ม อาภาศิริ เล่นมุกมณีร้ายๆ แต่บอกว่า “สนุกมาก ได้ปล่อยพลังร้ายเต็มที่”
โปรดักชั่นอลังการมาก ถ่ายทำที่คฤหาสน์จริง ชุมชนแออัดจริง เพื่อให้สมจริง เพลงประกอบก็เพราะ มีรายการ “เปิดกองวิก 3” ที่ช่อง 3 ทำ scoop พิเศษ 2 EP เมาท์เบื้องหลังเต็มๆ เห็นทีมนักแสดงก๊วนเพื่อนอย่างแก๊ป จักริน, จ๊ะจ๋า แดนดาว กินหมูกระทะกันหลังถ่าย เหมือนจุดเริ่มต้นมิตรภาพจริงๆ ผู้จัดต้อง จุลวุฒิ บอกว่า “เรื่องนี้ถ่ายนาน 6 เดือน เพราะมีฉากแอ็กชันและดราม่าเยอะ แต่ทุกคนทุ่มเท” และที่ปังคือเคมีคู่ใหม่ พีค-เก๋ไก๋ มาแรงมาก จนแฟนคลับตั้งแฮชแท็ก #PeakKai กันทั่วโซเชียล
นักแสดง
→ กองทัพ พีค รับบท ตรัย

ตรัยเป็นลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐีตรีทศ เจ้าของบริษัทสินเชื่อยักษ์ใหญ่ ชีวิตเขาสบายมาตั้งแต่เกิด แต่หัวใจแตกสลายเมื่อรู้ว่าพ่อกำลังแต่งงานกับดาริณ แฟนเก่าของตัวเอง เขารีบบินกลับไทย บุกอาละวาดกลางงานแต่ง ทะเลาะกับพ่อที่บอกว่าทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงิน ตรัยโมโหหนัก ทิ้งทุกอย่างหนีออกมา แล้วถูกชายลึกลับไล่ล่า ดีที่ได้ผักบุ้ง สาวจนแต่ฉลาดมาช่วย เขาพักที่บ้านเธอ แต่เธอคิดเงินทุกอย่าง ทำให้ตรัยมองเธอว่าเห็นแก่เงินเหมือนพ่อและแฟนเก่า แต่เมื่ออยู่ด้วยกันนานขึ้น ตรัยเรียนรู้ชีวิตคนจนผ่านผักบุ้ง ความรักค่อยๆ ก่อตัว ท่ามกลางความหวาดระแวงว่าเธอจะทรยศเพราะเงินรึเปล่า ปมใหญ่มาถึงเมื่อตรีทศถูกฆาตกรรม ตรัยต้องกลับมาดูแลบริษัท สงสัยราเชนทร์ ลูกบุญธรรมที่ไม่ถูกกันตั้งแต่เด็ก และชอบผักบุ้งจนเปิดศึกชิงหัวใจ แถมมุกมณี หุ้นส่วนเจ้าเล่ห์ที่อยากฮุบกิจการ คอยหนุนราเชนทร์
ตรัยต้องบริหารธุรกิจ สืบหาฆาตกร ท่ามกลางอันตรายเฉียดตายหลายครั้ง ความสัมพันธ์กับผักบุ้งสั่นคลอนเพราะเธอมาทำงานฝั่งตรงข้าม แต่เหตุวิกฤตทำให้พวกเขาใกล้ชิด ปรับความเข้าใจ ตรัยพัฒนาจากลูกคุณหนูโลกสวย เป็นคนเข้มแข็งที่เรียนรู้ว่ารักแท้เหนือกว่าเงิน เขาเผชิญปมครอบครัว ทิ้งแม่ตอนตาย ดาริณคลุ้มคลั่งปฏิเสธความจริง และเข้าใจผิดเรื่องเงิน 30 ล้าน แต่สุดท้ายปกป้องพ่อจากผู้ประท้วง พ่อลูกเข้าใจกันก่อนพ่อโคม่า ตรัยคือตัวแทนคนรวยที่ค้นหาคุณค่าชีวิตนอกเหนือเงินตรา
ฉายา ทายาทหัวใจแตกสลาย
ฉายานี้เหมาะกับตรัยเพราะชีวิตเขาถูกหักหลังจากคนใกล้ชิดตั้งแต่ต้นเรื่อง แฟนเก่าดาริณเลือกเงินมั่นคง แต่งงานกับพ่อ ทำให้หัวใจเขาพังทลาย เขาโมโห ทิ้งทุกอย่างหนี แต่ยังถูกไล่ล่า ยิ่งทำให้หวาดระแวงโลกใบนี้ ตรัยเห็นเงินเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์ เหมือนพ่อที่ซื้อทุกอย่างได้ แต่เมื่อเจอผักบุ้ง เขาเริ่มซ่อมแซมหัวใจผ่านความรักแท้ แต่ปมฆาตกรรมพ่อและศึกธุรกิจทำให้หัวใจแตกสลายซ้ำซาก เขาสงสัยคนรอบตัว สู้กับราเชนทร์และมุกมณี แต่สุดท้ายฉายานี้สะท้อนการเติบโต จากคนหัวใจพัง เป็นคนที่เรียนรู้ว่ารักช่วยเยียวยาได้
ข้อคิด รักแท้ชนะเงินตราเสมอ
ข้อคิดนี้มาจากธีมหลักของตรัยที่พิสูจน์ว่ารักแท้เหนือกว่าเงิน เขาเคยเชื่อว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างจากพ่อ แต่ชีวิตสอนผ่านผักบุ้งว่าความรักจริงไม่ต้องการเงิน เธอช่วยเขาโดยไม่ฟรี แต่หัวใจเธอจริงใจ ตรัยเรียนรู้จากความจนของเธอว่าคุณค่าชีวิตอยู่ที่ความเข้าใจ ไม่ใช่ทรัพย์สิน แม้ถูกหักหลังจากดาริณและพ่อ แต่รักกับผักบุ้งทำให้เขาชนะอุปสรรค ข้อคิดนี้เตือนว่าอย่าปล่อยเงินครอบงำความสัมพันธ์ แต่ให้รักนำทาง
→ เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์ รับบท ผักบุ้ง

ผักบุ้งเป็นสาวรากหญ้าฐานะยากจน แต่ฉลาดหลักแหลมและงกเงินสุดขีด เธอเห็นเงินเป็นพระเจ้าเพราะชีวิตถูกความจนบีบคั้น ต้องทำงานสารพัดหาเงินส่งน้องคะน้าเรียน เรื่องเริ่มเมื่อเธอบังเอิญช่วยตรัย ทายาทมหาเศรษฐีที่ถูกไล่ล่า เธอรู้ว่าตรัยเป็นใคร เลยให้พักที่บ้านไม้เก่าๆ ในชุมชนแออัด แต่คิดเงินทุกอย่าง ค่าอาหาร ค่าดูแล ค่าทุกเม็ด ทำให้ตรัยมองเธอว่าเห็นแก่เงินเหมือนพ่อและแฟนเก่าของเขา แต่ผักบุ้งโต้ว่าตรัยลูกคุณหนูโลกสวย ไม่เข้าใจชีวิตคนจน เธอทำงานหนัก ฉลาดแก้ปัญหา อย่างตอนถูกเฮียซ้งหลอกเรื่องเงิน เธอรีบไปทวงแต่โดนทำร้าย ตรัยมาช่วย ทำให้ทั้งคู่สนิทกัน ความรักค่อยๆ ก่อตัวผ่านการเรียนรู้ชีวิตกันและกัน แต่ผักบุ้งลังเลระหว่างตรัยกับเงินรางวัล 100,000 บาทจากผู้ช่วยพ่อตรัย ปมเดือดขึ้นในงานวันเกิดมิก้า
เธอถูกบังคับกินเค้กตกพื้น ยงยุทธสาดน้ำใส่หน้า อับอายหนัก มุกมณีฟ้องเรียก 20 ล้าน เธอบุกไปเคลียร์ กลายเป็นจุดเปลี่ยน ราเชนทร์จีบหนักแต่เธออึดอัด ตรัยทะเลาะพ่อหนีไป เธอกับสำลีช่วยตรัยจากคนร้ายเสี่ยงตาย ผักบุ้งช่วยชี้ทางให้ตรัยสะสางปมกับดาริณและพ่อ แต่เมื่อตรีทศถูกฆ่า เธอถูกจนบีบ มาทำงานเป็นผู้ช่วยราเชนทร์ ฝั่งตรงข้ามตรัย ทำให้ทั้งคู่ห่างกัน ตรัยคิดเธอเห็นแก่เงิน เธอเห็นตรัยมีดาริณกลับมา แต่เหตุเฉียดตายทำให้ใกล้ชิด ปรับความเข้าใจ ท่ามกลางสี่เส้ารัก เธออธิบายเรื่องเงิน 30 ล้านว่าเป็นเดิมพันคำถามที่พ่อตรัยตอบไม่ได้ ผู้ประท้วงบุก เธอเห็นตรัยปกป้องพ่อ ผักบุ้งคือตัวแทนคนจนที่เข้มแข็ง เรียนรู้ว่ารักแท้เหนือกว่าเงิน
ฉายา สาวงกเงินหัวใจทอง
ฉายานี้เหมาะกับผักบุ้งเพราะเธองกเงินสุดๆ แต่หัวใจดีงาม เธอคิดเงินตรัยทุกอย่างตอนช่วยชีวิต แต่เพราะความจนบีบต้องหาเงินส่งน้อง เธอฉลาดใช้เงินแก้ปัญหา อย่างตอนเงินหายจากเฮียซ้ง เธอรีบไปทวงไม่ยอมแพ้ แต่หัวใจทองแสดงตอนเสี่ยงชีวิตช่วยตรัยจากคนร้าย หรือชี้ทางให้ตรัยสะสางปมครอบครัว เธอลังเลระหว่างเงินรางวัลกับตรัย แต่เลือกหัวใจ แม้มาทำงานฝั่งราเชนทร์เพราะจน แต่ไม่ทรยศรัก ฉายานี้สะท้อนคาแร็คเตอร์สองด้าน งกเงินเพื่อเอาชีวิตรอด แต่หัวใจทองคำทำให้เธอเป็นฮีโร่หญิงที่คนดูรัก
ข้อคิด ความจนไม่ใช่ข้ออ้างในการละทิ้งหัวใจ
ข้อคิดนี้จากผักบุ้งที่แสดงว่าความจนบีบคั้นแต่ไม่ทำให้เธอสูญเสียความดี เธองกเงินเพราะชีวิตจริง แต่ยังช่วยตรัยโดยไม่ฟรี หัวใจเธอจริงใจ เรียนรู้ว่ารักแท้เหนือกว่าเงิน เธอถูกกดดันจากงานวันเกิด อับอายแต่ลุกขึ้นสู้ บุกเคลียร์มุกมณี ข้อคิดเตือนว่าอย่าปล่อยความจนครอบงำจิตใจ แต่ใช้หัวใจนำทาง แม้ยากลำบากแต่ความดีและรักจะช่วยผ่านพ้น เหมือนเธอเลือกตรัยเหนือเงินรางวัล สุดท้ายชนะอุปสรรค
→ ป๊อป ฐากูร การทิพย์ รับบท ราเชนทร์

ราเชนทร์เป็นลูกบุญธรรมที่ตรีทศ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทสินเชื่ออุปการะมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ถูกกับตรัย ลูกชายแท้ๆ ของตรีทศ เพราะรู้สึกถูกแย่งความสนใจและตำแหน่งทายาท เขาเติบโตในคฤหาสน์หรูแต่หัวใจเต็มไปด้วยความอิจฉาและทะเยอทะยาน เรื่องเริ่มเมื่อตรีทศถูกฆาตกรรม ราเชนทร์กลายเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในสายตาตรัย เพราะหวังฮุบกิจการบริษัท เขาได้รับการสนับสนุนจากมุกมณี หุ้นส่วนเจ้าเล่ห์ที่อยากครอบครองทุกอย่าง มุกมณีคอยหนุนให้ราเชนทร์เอาชนะตรัยในเกมธุรกิจและหัวใจ ราเชนทร์ชอบผักบุ้ง สาวจนแต่ฉลาดที่ช่วยชีวิตตรัย เขาจีบเธออย่างหนัก ทำคะแนนแบบออกหน้าออกตา เปิดศึกเป็นศัตรูหัวใจกับตรัยชัดเจน แต่ความพยายามของเขากลับกลายเป็นความกดดัน ทำให้ผักบุ้งรู้สึกอึดอัดใจ เธอมองเขาเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน
ราเชนทร์ทำงานในบริษัทฝั่งตรงข้ามตรัย หลังผักบุ้งมาทำงานเป็นผู้ช่วยเขาเพราะถูกความจนบีบคั้น เขาใช้โอกาสนี้รุกหนัก แต่ยังคงซ่อนปมลึกเกี่ยวกับการตายของตรีทศ ราเชนทร์มีบทบาทในเหตุการณ์วุ่นวายหลายครั้ง อย่างตอนผักบุ้งถูกอับอายในงานวันเกิดมิก้า เขาพยายามปลอบแต่กลายเป็นเพิ่มแรงกดดัน หรือตอนตรัยถูกทำร้าย ราเชนทร์อาจเกี่ยวข้องลึกๆ แต่เรื่องยังคลุมเครือ เขาเป็นตัวร้ายที่มีมิติ เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานจากพื้นหลังถูกอุปการะ แต่ขาดความรักแท้ ทำให้เขาต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ราเชนทร์สะท้อนด้านมืดของสังคมธุรกิจ ที่เงินและอำนาจครอบงำหัวใจ เขาพัฒนาจากเด็กอิจฉาเป็นคู่แข่งตัวฉกาจ ท่ามกลางสี่เส้ารักกับตรัย ผักบุ้ง และดาริณ ลุ้นกันว่าราเชนทร์จะเป็นฆาตกรจริงหรือแค่เหยื่อของความทะเยอทะยาน
ฉายา ศัตรูหัวใจทะเยอทะยาน
ฉายานี้เหมาะกับราเชนทร์เพราะเขาเป็นทั้งศัตรูในธุรกิจและหัวใจของตรัย ด้วยความทะเยอทะยานที่อยากครอบครองทุกอย่าง เขาไม่ถูกกับตรัยตั้งแต่เด็ก เพราะถูกอุปการะแต่รู้สึกด้อยกว่า ลูกบุญธรรมที่หวังตำแหน่งทายาท เมื่อตรีทศตาย เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัย ใช้มุกมณีหนุนหลังฮุบบริษัท ราเชนทร์จีบผักบุ้งหนัก เปิดศึกชิงเธอจากตรัยแบบออกหน้า แต่ทะเยอทะยานนี้ทำให้เขากดดันเธอเกินไป เธออึดอัดไม่ตอบรับ ฉายาสะท้อนคาแร็คเตอร์สองด้าน ศัตรูที่ร้ายกาจแต่มีเสน่ห์ จากพื้นหลังขาดความรัก ทำให้เขาต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง สุดท้ายทะเยอทะยานอาจนำไปสู่จุดจบ
ข้อคิด ทะเยอทะยานโดยขาดหัวใจนำไปสู่ความพินาศ
ข้อคิดนี้จากราเชนทร์ที่แสดงว่าทะเยอทะยานเพื่ออำนาจและเงินโดยปราศจากความรักแท้จะนำไปสู่หายนะ เขาอิจฉาตรัยมาตลอด หวังฮุบบริษัทหลังตรีทศตาย ใช้มุกมณีเป็นพันธมิตร แต่ขาดหัวใจทำให้เขากดดันผักบุ้งในการจีบ จนเธออึดอัด ข้อคิดเตือนว่าอย่าปล่อยทะเยอทะยานครอบงำ ต้องมีหัวใจนำทาง มิเช่นนั้นจะกลายเป็นศัตรูของตัวเอง เหมือนราเชนทร์ที่อาจเป็นฆาตกรหรือเหยื่อของความโลภ สุดท้ายเรียนรู้ว่ารักและความเข้าใจสำคัญกว่าเงินตรา
→ แคร์ ฉัตรฑริกา สิทธิพรม รับบท ดาริณ

ดาริณเป็นหญิงสาวสวยแต่เลือกเส้นทางชีวิตเพื่อความมั่นคงทางการเงิน เธอเคยเป็นแฟนของตรัย ทายาทมหาเศรษฐี แต่ทิ้งเขาไปแต่งงานกับตรีทศ พ่อของตรัย เพราะเห็นว่าเงินและสถานะสำคัญกว่ารักแท้ เรื่องเริ่มต้นด้วยงานแต่งงานที่ตรัยบุกมาอาละวาด เพราะช็อกที่แฟนเก่าทรยศเขาเพื่อเงิน เธอยืนเคียงข้างตรีทศ ยิ้มรับคำสบประมาทจากตรัยที่บอกว่าทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงิน ดาริณสะท้อนภาพผู้หญิงที่ยอมแลกหัวใจกับความสบาย เธอปรากฏตัวตลอดเรื่องเป็นตัวจุดชนวนดราม่า หลังตรีทศถูกฆาตกรรม ดาริณกลับมาใกล้ชิดตรัยอีกครั้ง ทำให้ผักบุ้งเข้าใจผิดว่าตรัยมีเธอเคียงข้าง สร้างความห่างเหินระหว่างตรัยกับผักบุ้ง เธอพยายามง้อตรัย ใช้เสน่ห์และอดีตดึงดูดเขา
แต่เมื่อตรัยเผชิญหน้าเพื่อสะสางปมในใจ ดาริณคลุ้มคลั่งปฏิเสธความจริง เธอไม่ยอมรับว่าตัวเองเห็นแก่เงิน ร้องไห้ hysterically จนตรัยใจสลาย แต่ดีที่ผักบุ้งช่วยชี้ทางให้ตรัยเปลี่ยนความคิด ดาริณมีบทบาทในความสัมพันธ์สี่เส้า ตรัย-ผักบุ้ง-ราเชนทร์-ดาริณ เธอเป็นตัวแทนฝั่งที่เงินครอบงำ ปรากฏในเหตุการณ์เฉียดตายและปมธุรกิจ แต่สุดท้ายเธออาจเรียนรู้ว่าความรักแท้ไม่ซื้อได้ ดาริณพัฒนาจากหญิงสาวทะเยอทะยานเป็นคนที่เผชิญผลจากการเลือกผิด เธอสร้างความซับซ้อนให้เรื่อง โดยเฉพาะตอนตรัยเข้าใจผิดเรื่องเงินและปกป้องพ่อ ดาริณคือตัวละครที่ทำให้คนดูเห็นด้านมืดของสังคม ที่เงินทำลายความสัมพันธ์ เธอสวยแต่เปราะบางภายใน
ฉายา แฟนเก่าหัวใจเงินตรา
ฉายานี้เหมาะกับดาริณเพราะเธอทรยศรักแท้เพื่อเงิน เธอเคยรักตรัยแต่เลือกแต่งงานกับตรีทศ พ่อของเขา เพื่อความมั่นคง หัวใจเธอถูกเงินครอบงำ เห็นสถานะสำคัญกว่ารักจริง ทำให้ตรัยหัวใจสลายบุกอาละวาดงานแต่ง เธอยืนยิ้มรับคำสบประมาท แต่ภายในเปราะบาง เมื่อตรัยเผชิญหน้า เธอคลุ้มคลั่งปฏิเสธว่าตัวเองเห็นแก่เงิน ร้องไห้ hysterically แสดงความขัดแย้งภายใน ฉายาสะท้อนคาแร็คเตอร์สองด้าน สวยงามภายนอกแต่หัวใจถูกเงินบิดเบือน เธอกลับมาใกล้ชิดตรัยหลังตรีทศตาย สร้างดราม่าสี่เส้า แต่สุดท้ายอาจเรียนรู้ว่าหัวใจแท้เหนือกว่าเงิน ฉายานี้ทำให้คนดูเห็นเธอเป็นตัวร้ายที่น่าสงสาร
ข้อคิด การเลือกเงินเหนือรักนำไปสู่ความว่างเปล่า
ข้อคิดนี้จากดาริณที่แสดงว่าการทรยศรักเพื่อเงินจะนำไปสู่ความว่างเปล่าในหัวใจ เธอทิ้งตรัยไปแต่งกับตรีทศเพื่อความมั่นคง แต่สุดท้ายหัวใจแตกสลายเมื่อปมถูกเปิด เธอคลุ้มคลั่งปฏิเสธความจริง แสดงความทุกข์ภายใน ข้อคิดเตือนว่าอย่าปล่อยเงินครอบงำการตัดสินใจ เพราะรักแท้ให้ความสุขที่เงินซื้อไม่ได้ เหมือนดาริณที่กลับมาง้อตรัยแต่สายเกิน สร้างดราม่าห่างเหินระหว่างตรัยกับผักบุ้ง สุดท้ายเรียนรู้ว่าความมั่นคงแท้มาจากหัวใจไม่ใช่เงิน
→ แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี รับบท ตรีทศ

ตรีทศเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการสินเชื่อยักษ์ใหญ่ เย็นชาและเชื่อว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง แม้แต่ความรัก เขาเป็นพ่อของตรัย ลูกชายคนเดียวที่อยู่ต่างประเทศ เรื่องเริ่มเมื่อตรีทศประกาศแต่งงานใหม่กับดาริณ แฟนเก่าของตรัย ทำให้ตรัยรีบบินกลับไทย บุกอาละวาดกลางงานแต่ง ทะเลาะกันรุนแรง ตรีทศยืนยันว่าเงินครอบงำทุกสิ่ง สั่งจับตรัยส่งกลับต่างประเทศ แต่ตรัยหนีได้ ตรีทศมีผู้ช่วยอย่างลีและปรารภ คอยตามหาตรัย ประกาศรางวัล 100,000 บาทให้ผู้พบเจอ เขาอุปการะราเชนทร์ ลูกบุญธรรมที่ไม่ถูกกับตรัย ตรีทศปรากฏในปมครอบครัวลึกๆ เมื่อตรัยเผชิญหน้าเรื่องทิ้งแม่ตอนเสียชีวิต ความจริงเจ็บปวดถูกเปิดเผย ทำให้ทั้งคู่เริ่มเข้าใจกัน ตรีทศมีบทบาทในธุรกิจ ถูกผู้ประท้วงบุกเพราะความโกรธแค้นจากสินเชื่อ เขามีหุ้นส่วนมุกมณีที่หวังฮุบกิจการ คอยสนับสนุนราเชนทร์
ตรีทศถูกฆาตกรรมกลายเป็นจุดพลิกผัน ทำให้ตรัยต้องกลับมาดูแลบริษัท สงสัยราเชนทร์และมุกมณี ก่อนตาย ตรีทศมีเหตุการณ์เข้าใจผิดกับตรัยเรื่องเงิน 30 ล้าน ที่จริงเป็นเดิมพันคำถามสามข้อเกี่ยวกับตรัย ซึ่งเขาตอบไม่ได้เลย แสดงถึงความห่างเหินในครอบครัว แต่เมื่อตรัยปกป้องเขาจากผู้ประท้วง กำแพงใจพังทลาย พ่อลูกเข้าใจกันอีกครั้ง ก่อนที่ตรีทศจะประสบอุบัติเหตุอาการโคม่า ตรีทศคือตัวแทนคนรวยที่เย็นชาแต่มีปมในใจ สะท้อนสังคมที่เงินทำลายความสัมพันธ์ครอบครัว เขาพัฒนาจากพ่อที่ห่างเหินเป็นคนที่เปิดใจก่อนจุดจบ
ฉายา มหาเศรษฐีเย็นชา
ฉายานี้เหมาะกับตรีทศเพราะเขาเย็นชากับลูกชายและมองเงินเหนือทุกอย่าง เขาแต่งงานกับดาริณ แฟนเก่าลูกเพื่อแสดงอำนาจเงินตรา บอกตรัยว่าทุกอย่างซื้อได้ ทำให้ทะเลาะรุนแรง สั่งส่งลูกกลับต่างประเทศ แต่ภายในมีปมเจ็บปวดเรื่องทิ้งภรรยาเก่าตอนเสียชีวิต เมื่อตรัยเผชิญหน้า เขาเปิดเผยความจริง ทำให้เริ่มเข้าใจกัน ฉายาสะท้อนคาแร็คเตอร์สองด้าน เย็นชาภายนอกแต่มีมิติภายใน จากชีวิตมหาเศรษฐีที่เงินครอบงำ แต่สุดท้ายถูกฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุโคม่า ทำให้คนดูเห็นว่าเย็นชานำไปสู่ความโดดเดี่ยว เขาเป็นตัวร้ายที่น่าสงสาร สุดท้ายอาจเรียนรู้ว่ารักครอบครัวเหนือกว่าเงิน
ข้อคิด เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะความรักครอบครัว
ข้อคิดนี้จากตรีทศที่แสดงว่าเงินมากมายแต่ขาดรักครอบครัวจะนำไปสู่ความว่างเปล่า เขาเชื่อเงินซื้อได้ทุกอย่าง แต่งงานกับดาริณเพื่อพิสูจน์ แต่ทะเลาะกับตรัยรุนแรงเพราะห่างเหิน ปมทิ้งแม่ทำให้ลูกเจ็บปวด ข้อคิดเตือนว่าอย่าปล่อยเงินครอบงำความสัมพันธ์ ต้องให้ความสำคัญกับหัวใจ เหมือนตรีทศที่ตอบคำถามเกี่ยวกับลูกไม่ได้ แสดงความห่างเหิน แต่เมื่อตรัยปกป้องจากผู้ประท้วง พ่อลูกเข้าใจกันก่อนโคม่า สุดท้ายเรียนรู้ว่ารักแท้เหนือกว่าเงินตรา
→ อุ๋ม อาภาศิริ นิติพน รับบท มุกมณี

มุกมณีเป็นหุ้นส่วนบริษัทสินเชื่อยักษ์ใหญ่ของตรีทศ หญิงสาวสวยฉลาดแต่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เธอซ่อนความทะเยอทะยานไว้ใต้รอยยิ้มสุภาพและท่าทางเป็นมืออาชีพ เรื่องเริ่มเด่นชัดเมื่อเธอตัดสินใจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผักบุ้งถึง 20 ล้านบาท หลังเหตุการณ์ในงานวันเกิดมิก้า ที่ผักบุ้งถูกบังคับกินเค้กตกพื้นและถูกยงยุทธสาดน้ำใส่หน้า มุกมณีใช้เหตุการณ์นี้เป็นข้ออ้างเพื่อกดดันผักบุ้งและสร้างจุดเปลี่ยนใหญ่ในชีวิตสาวรากหญ้า เธอคอยสนับสนุนราเชนทร์ ลูกบุญธรรมของตรีทศอย่างเต็มที่ ทั้งในศึกธุรกิจและการชิงหัวใจผักบุ้ง เพราะเธอเห็นว่าราเชนทร์คือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการฮุบกิจการทั้งหมดของตรีทศหลังพ่อของตรัยถูกฆาตกรรม มุกมณีปรากฏตัวเป็นตัวเร่งดราม่าเบื้องหลัง คอยวางแผนให้ราเชนทร์เอาชนะตรัยในห้องประชุมบริษัท สร้างความขัดแย้งแนวคิดการทำธุรกิจและผลักดันให้ราเชนทร์เปิดศึกชิงผักบุ้งแบบออกหน้าออกตา
เธอใช้เสน่ห์และไหวพริบในการควบคุมสถานการณ์ ทำให้ตรัยต้องเผชิญอุปสรรคหนักทั้งงานบริหารและความสัมพันธ์กับผักบุ้ง มุกมณีสะท้อนภาพผู้หญิงในโลกธุรกิจที่เงินและอำนาจครอบงำทุกอย่าง เธอไม่เคยยอมแพ้และพร้อมใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แม้จะทำให้ความสัมพันธ์สี่เส้าของตรัย ผักบุ้ง ราเชนทร์และดาริณยิ่งปั่นป่วน แต่ลึกๆ แล้วเธออาจมีปมส่วนตัวที่ยังไม่เปิดเผย ทำให้เธอเป็นตัวร้ายที่มีมิติ ไม่ใช่แค่ร้ายเรียบๆ มุกมณีพัฒนาจากหุ้นส่วนที่ดูสุภาพเป็นผู้หญิงที่ควบคุมเกมเบื้องหลังได้อย่างเหนือชั้น ท่ามกลางเหตุเฉียดตายและการสืบหาฆาตกร เธอคือตัวละครที่ทำให้คนดูลุ้นว่าสุดท้ายจะฮุบสำเร็จหรือถูกเปิดโปง
ฉายา ราชินีหุ้นส่วนเจ้าเล่ห์
ฉายานี้เหมาะกับมุกมณีเพราะเธอครองตำแหน่งหุ้นส่วนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมฮุบอำนาจได้อย่างเยี่ยมยอด เธอฟ้องผักบุ้ง 20 ล้านเพื่อกดดันและสร้างจุดอ่อนให้ฝั่งตรงข้าม พร้อมสนับสนุนราเชนทร์ให้ชนะตรัยทั้งธุรกิจและหัวใจ ราชินีหุ้นส่วนสะท้อนภาพผู้หญิงที่ควบคุมเกมเบื้องหลังด้วยความฉลาดและเสน่ห์ เธอไม่เคยออกหน้าเต็มตัวแต่ผลักดันทุกอย่างให้เกิดตามแผน ทำให้ตรัยและผักบุ้งเดือดร้อนหนัก ฉายานี้แสดงด้านมืดของโลกธุรกิจที่เงินทำให้คนกลายเป็นเจ้าเล่ห์ สุดท้ายอาจนำไปสู่จุดจบของตัวเองเพราะความทะเยอทะยานเกินพอดี
ข้อคิด ความโลภในอำนาจเงินทำลายทุกอย่าง
ข้อคิดนี้จากมุกมณีที่แสดงว่าโลภในอำนาจและเงินตราเกินไปจะนำไปสู่การทรยศและความพินาศ เธอสนับสนุนราเชนทร์เพื่อฮุบบริษัทโดยไม่สนใจความถูกผิด ใช้เหตุการณ์ฟ้องผักบุ้งเป็นเครื่องมือกดดันคนอื่น ข้อคิดเตือนว่าอย่าปล่อยความโลภครอบงำจิตใจ เพราะสุดท้ายจะสูญเสียความสัมพันธ์และอาจถูกเปิดโปง เหมือนมุกมณีที่สร้างดราม่าให้เรื่องปั่นป่วนแต่ตัวเองอาจกลายเป็นผู้แพ้ในเกมที่เธอวางแผน
→ บิ๊ก ศรุต วิจิตรานนท์ รับบท ยงยุทธ

ยงยุทธเป็นลูกคุณหนูจากตระกูลนักธุรกิจที่มีฐานะดี เขามีนิสัยวางโต ก้าวร้าว เจ้าชู้ และชอบแสดงอำนาจเหนือคนที่เขามองว่าสถานะต่ำกว่า ตัวละครนี้สร้างความปั่นป่วนอย่างรุนแรงในงานวันเกิดของมิก้า ซึ่งเป็นงานสังคมชั้นสูง ผักบุ้งถูกบังคับให้กินเค้กที่ตกพื้นเพื่อเป็นการไถ่โทษ ในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดถึงขีดสุด ยงยุทธได้เดินเข้ามาและสาดน้ำเย็นใส่หน้า ผักบุ้ง ต่อหน้าบรรดาแขกผู้มีเกียรติทั้งหมด ทำให้เธออับอายอย่างหนัก ช็อก และถูกทำให้ขายหน้าในที่สาธารณะ เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของผักบุ้ง เพราะหลังจากนั้นมุกมณีได้ใช้เหตุการณ์นี้เป็นข้ออ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเธอสูงถึง 20 ล้านบาท
ยงยุทธไม่ได้ปรากฏตัวแค่ฉากเดียว แต่เขากลายเป็นตัวแทนของกลุ่มคนรวยที่ขาดซึ่งความเห็นอกเห็นใจและชอบกลั่นแกล้งคนด้อยโอกาสเพื่อความสนุกสนานส่วนตัว เขามีบุคลิกเจ้าชู้ ชอบเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงในงานปาร์ตี้ และใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผลเสมอ การกระทำของเขาช่วยขับเน้นธีมหลักของเรื่องเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการใช้อำนาจเงินกดขี่คนอื่นได้อย่างชัดเจน แม้จะเป็นตัวละครสมทบ แต่โมเมนต์สาดน้ำของเขากลายเป็นหนึ่งในฉากที่คนดูพูดถึงมากที่สุดเพราะทั้งดราม่าและสร้างความรู้สึกไม่พอใจแทนผักบุ้งได้ดีมาก ยงยุทธช่วยทำให้เรื่องมีสีสันและเพิ่มความขัดแย้งระหว่างโลกของคนจนกับคนรวยได้อย่างลงตัว เขาเป็นตัวอย่างของคนที่มีเงินแต่ขาดมนุษยธรรม ทำให้คนดูเห็นภาพความไม่เป็นธรรมในสังคมได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและเพิ่มความสมจริงให้กับพล็อตโรแมนติกดราม่าของเรื่อง
ฉายา เจ้าชู้สาดน้ำวางโต
ฉายานี้เหมาะกับยงยุทธอย่างมากเพราะเขามีนิสัยเจ้าชู้แต่เต็มไปด้วยความก้าวร้าวและชอบแสดงอำนาจด้วยการกระทำหยาบคาย การสาดน้ำใส่หน้า ผักบุ้ง ต่อหน้าทุกคนคือภาพจำหลักที่ทำให้คนดูจดจำเขาได้ทันที เขาเป็นลูกคุณหนูที่วางโต คิดว่าตัวเองเหนือกว่าใครและสามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ ฉายานี้สะท้อนภาพลักษณ์ของเขาได้ตรงจุด ทั้งความเจ้าชู้ที่ชอบเข้าไปยุ่งกับงานสังคมและความวางโตที่นำไปสู่การสร้างความอับอายและความเดือดร้อนให้คนอื่น
ข้อคิด การใช้อำนาจกดขี่คนอื่นย่อมนำมาซึ่งผลร้าย
ข้อคิดนี้จากยงยุทธที่แสดงให้เห็นว่าการใช้อำนาจและเงินเพื่อกดขี่หรือสร้างความอับอายให้คนอื่น สุดท้ายอาจนำมาซึ่งผลกระทบที่ไม่คาดคิด การสาดน้ำใส่ผักบุ้งไม่ได้ทำให้เขาดูเก่งกล้า แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าใหญ่ที่กระทบหลายชีวิต ข้อคิดเตือนเราว่าควรเคารพและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นไม่ว่าจะฐานะใด เพราะการกระทำหยาบคายของคนมีอำนาจมักสร้างบาดแผลลึกและอาจนำมาซึ่งการแก้แค้นหรือจุดเปลี่ยนใหญ่หลวงในชีวิต
→ แม็ค ปวิช เวียงนนท์ รับบท รุจน์

รุจน์เป็นผู้ช่วยมือขวาที่ซื่อสัตย์และฉลาดหลักแหลมของตรัยในบริษัทสินเชื่อยักษ์ใหญ่ เขาเป็นคนที่ตรัยไว้ใจมากที่สุดหลังจากกลับมาดูแลธุรกิจแทนพ่อที่ถูกฆาตกรรม รุจน์มีพื้นหลังเป็นคนทำงานหนักที่เติบโตมาจากตำแหน่งเล็กๆ ในบริษัท เขารู้จักโครงสร้างธุรกิจและคนในวงการเป็นอย่างดี ทำให้กลายเป็นที่ปรึกษาสำคัญให้ตรัยในการต่อสู้กับราเชนทร์และมุกมณีที่พยายามฮุบกิจการ รุจน์คอยช่วยจัดการเอกสาร การประชุม และการเจรจากับหุ้นส่วนต่างๆ เขาเป็นคนที่คอยเตือนตรัยเรื่องความสัมพันธ์กับผักบุ้ง ช่วยวิเคราะห์ว่าผักบุ้งไม่ได้เห็นแก่เงินเหมือนที่ตรัยกลัว และคอยให้คำแนะนำแบบเพื่อนแท้เมื่อตรัยสับสนกับดาริณที่กลับมาใกล้ชิดอีกครั้ง ในเหตุการณ์ผู้ประท้วงบุกบริษัท รุจน์เป็นคนที่ยืนเคียงข้างตรัยปกป้องพ่อและช่วยจัดการสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย
เขายังช่วยสืบข้อมูลเบื้องหลังการตายของตรีทศ โดยไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อความปลอดภัย รุจน์มีบุคลิกสุขุม รอบคอบ แต่ก็มีมุมตลกเบาสมองเมื่ออยู่กับตรัย ทำให้บรรยากาศในบริษัทที่เต็มไปด้วยความกดดันผ่อนคลายลง เขาไม่ใช่ตัวร้ายแต่เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยตรัยก้าวผ่านปมครอบครัวและศึกธุรกิจ รุจน์สะท้อนภาพคนทำงานจริงที่ซื่อตรงต่อเจ้านายแต่ก็มีหัวใจเห็นอกเห็นใจคนอื่น เขาปรากฏในหลายฉากสำคัญ เช่น ตอนตรัยเข้าใจผิดเรื่องเงิน 30 ล้าน รุจน์เป็นคนช่วยคลี่คลายความเข้าใจ และตอนมีเหตุเฉียดตาย รุจน์คอยอยู่เบื้องหลังคอยสนับสนุนให้ตรัยกับผักบุ้งใกล้ชิดกันมากขึ้น ตัวละครนี้ช่วยเติมเต็มโลกธุรกิจในเรื่องให้สมจริงยิ่งขึ้น แม้จะเป็นสมทบแต่บทบาทของเขาสำคัญมากในการขับเคลื่อนพล็อตให้ไหลลื่นและทำให้ตรัยมีคนคอยพยุงเมื่อหัวใจสั่นคลอน รุจน์คือตัวอย่างของคนดีในวงการที่เงินไม่สามารถซื้อได้
ฉายา ผู้ช่วยซื่อสัตย์หัวใจดี
ฉายานี้เหมาะกับรุจน์เพราะเขาเป็นผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์ต่อตรัยมาตลอด แม้บริษัทจะวุ่นวายกับการฮุบกิจการจากมุกมณีและราเชนทร์ เขาก็ยืนหยัดเคียงข้างไม่ทิ้งเจ้านาย หัวใจดีของเขาปรากฏชัดตอนช่วยคลี่คลายปมความรักระหว่างตรัยกับผักบุ้งและคอยเตือนไม่ให้ตรัยเข้าใจผิดเรื่องเงิน ฉายานี้สะท้อนภาพคนทำงานที่ซื่อตรงแต่มีมนุษยธรรม สุดท้ายช่วยให้ตรัยชนะอุปสรรคทั้งธุรกิจและหัวใจ
ข้อคิด ความซื่อสัตย์คือทุนที่เงินซื้อไม่ได้
ข้อคิดนี้จากรุจน์ที่แสดงว่าความซื่อสัตย์และความดีในหัวใจสำคัญกว่าตำแหน่งหรือเงินทอง เขายืนเคียงข้างตรัยในยามวิกฤตโดยไม่หวังผลตอบแทน แม้จะเสี่ยงถูกมุกมณีกดดัน ข้อคิดเตือนว่าอย่าปล่อยเงินหรืออำนาจมาทำลายความซื่อตรง เพราะสุดท้ายคนที่ซื่อสัตย์อย่างรุจน์จะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ผ่านพ้นทุกอย่างได้
→ แก๊ป จักริน ภูริพัฒน์ รับบท คะน้า

คะน้าเป็นน้องชายคนเล็กของผักบุ้ง สาวรากหญ้าที่เป็นนางเอกของเรื่อง เขาเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเป็นแรงจูงใจหลักที่ทำให้ผักบุ้งต้องดิ้นรนหาเงินอย่างหนักที่สุดในชีวิต ผักบุ้งทำงานสารพัด รับจ้างทุกอย่างและงกเงินสุดๆ เพราะต้องการเก็บเงินส่งค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษและค่าใช้จ่ายในโรงเรียนให้คะน้าได้เรียนหนังสืออย่างดีที่สุดโดยไม่ขาดตกบกพร่อง คะน้าเป็นเด็กดี ซื่อสัตย์ ตั้งใจเรียนและรู้ดีว่าพี่สาวต้องลำบากขนาดไหนเพื่อเขา เขาจึงพยายามเรียนให้ดีและช่วยงานบ้านทุกอย่างเพื่อเป็นกำลังใจให้ผักบุ้ง หนึ่งในโมเมนต์สำคัญคือตอนที่เงินค่าเทอมซึ่งผักบุ้งเก็บไว้อย่างยากลำบากถูกตรัยเอาไปให้เฮียซ้งเพราะเข้าใจผิด คะน้าไม่รู้เรื่องตรงๆ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งใหญ่ระหว่างตรัยกับผักบุ้ง ตัวละครคะน้าช่วยขับเน้นธีมความจนและความเสียสละของครอบครัวได้อย่างชัดเจน
เขาเป็นตัวแทนของเด็กยากจนที่มีความฝันแต่ต้องพึ่งพาความพยายามของพี่สาว คะน้ามีบทบาทไม่มากนักแต่ทุกครั้งที่ปรากฏจะทำให้คนดูรู้สึกถึงความอบอุ่นและแรงกดดันที่ผักบุ้งต้องเผชิญ เขาเป็นเหตุผลที่ผักบุ้งเลือกทำงานกับราเชนทร์เพราะต้องการเงินด่วนเพื่อค่าเทอมของน้องชาย แม้จะทำให้เธอต้องมาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตรัย คะน้าช่วยเติมเต็มภาพของโลกคนจนให้สมจริงยิ่งขึ้น ทำให้คนดูเข้าใจว่าทำไมผักบุ้งถึงงกเงินและเสียสละขนาดนั้น เขาไม่ใช่ตัวละครหลักแต่เป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนแรงจูงใจของนางเอกได้ดีมากและทำให้เรื่องมีมิติทางอารมณ์ลึกซึ้ง
ฉายา น้องชายค่าเทอมพี่สาวงกเงิน
ฉายานี้เหมาะกับคะน้าเพราะเขาเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผักบุ้งต้องงกเงินและทำงานหนักที่สุดในชีวิต ค่าเทอมของคะน้าเป็นเป้าหมายที่ผักบุ้งเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อให้ได้มาแม้จะลำบากแค่ไหน ฉายานี้สะท้อนภาพน้องชายที่น่ารักแต่สร้างแรงกดดันให้พี่สาวในโลกความจน เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผักบุ้งสู้ชีวิตและเลือกทางที่ถูกต้องในความรัก แม้จะทำให้เกิดดราม่าเรื่องเงินหลายครั้งแต่สุดท้ายก็ช่วยให้ผักบุ้งเติบโตและเห็นคุณค่าของครอบครัวมากขึ้น
ข้อคิด ครอบครัวคือแรงผลักดันที่ทำให้สู้ชีวิต
ข้อคิดนี้จากคะน้าที่แสดงว่าครอบครัวและน้องคือเหตุผลที่ทำให้คนอย่างผักบุ้งสู้ชีวิตได้แม้จะจนแค่ไหน เขาเป็นแรงผลักดันให้พี่สาวทำงานหนัก งกเงินและเสียสละทุกอย่างเพื่ออนาคตที่ดีของน้อง ข้อคิดเตือนว่าครอบครัวคือทุนที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต แม้จะไม่มีเงินมากแต่ความรักและความรับผิดชอบต่อกันจะช่วยให้ผ่านพ้นทุกอุปสรรคได้ เหมือนที่ผักบุ้งเลือกหัวใจแทนเงินเพราะอยากให้คะน้าเห็นตัวอย่างที่ดี
→ จ๊ะจ๋า แดนดาว ยมาภัย รับบท สำลี

สำลีเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผักบุ้ง สาวรากหญ้าที่คอยอยู่เคียงข้างนางเอกมาตลอดเรื่อง เธอมีนิสัยร่าเริง ซื่อตรง และกล้าหาญ ไม่ทิ้งเพื่อนในยามทุกข์ สำลีรู้ดีว่าผักบุ้งต้องดิ้นรนลำบากขนาดไหนเพื่อหาเงินส่งน้องเรียนคะน้า เธอจึงคอยช่วยเหลือผักบุ้งทั้งงานทั้งใจ หนึ่งในโมเมนต์เด่นที่สุดคือตอนที่ตรัยถูกคนร้ายลอบทำร้ายที่โรงเรียนของแม่ เธอกับผักบุ้งบังเอิญผ่านมาเห็นพอดี ทั้งคู่ไม่ลังเลที่จะเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยตรัยทันที แสดงถึงความกล้าหาญและความเป็นเพื่อนแท้ที่ยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อคนที่เพื่อนรัก สำลีคอยเป็นที่ปรึกษาให้ผักบุ้งเรื่องความรักกับตรัย ช่วยให้คำแนะนำเมื่อทั้งคู่ทะเลาะหรือเข้าใจผิดกัน
เธอเป็นคนที่คอยเตือนผักบุ้งไม่ให้ปล่อยให้ความจนบีบคั้นจนละทิ้งหัวใจตัวเอง สำลียังช่วยผักบุ้งในเหตุการณ์งานวันเกิดมิก้าและตอนถูกมุกมณีฟ้อง เธอคอยปลอบโยนและเป็นกำลังใจให้ผักบุ้งลุกขึ้นสู้ ตัวละครสำลีช่วยขับเน้นธีมมิตรภาพและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคมคนจนได้อย่างดี เธอไม่ใช่ตัวละครหลักแต่ทุกครั้งที่ปรากฏจะทำให้เรื่องมีสีสันและความอบอุ่น แม้จะเป็นสมทบแต่บทบาทของเธอช่วยให้ผักบุ้งมีแรงสู้และทำให้คนดูรู้สึกถึงความผูกพันระหว่างเพื่อนสนิทได้ดีมาก สำลีสะท้อนภาพเพื่อนแท้ที่หายากในยุคปัจจุบัน ซื่อสัตย์ กล้าหาญ และพร้อมยืนเคียงข้างกันเสมอ
ฉายา เพื่อนแท้เสี่ยงตายคู่ใจ
ฉายานี้เหมาะกับสำลีอย่างมากเพราะเธอยอมเสี่ยงชีวิตช่วยตรัยร่วมกับผักบุ้งโดยไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเอง เธอเป็นเพื่อนแท้ที่คอยอยู่ข้างผักบุ้งในทุกสถานการณ์ ทั้งดีและร้าย ฉายานี้แสดงถึงความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ในมิตรภาพที่แท้จริงของเธอ
ข้อคิด เพื่อนแท้คือคนที่ยืนข้างเราในยามวิกฤต
ข้อคิดนี้จากสำลีที่แสดงว่ามิตรภาพแท้จริงไม่ใช่แค่ความสุขร่วมกันแต่คือการยืนเคียงข้างกันในยามลำบาก เธอเสี่ยงชีวิตช่วยเพื่อนและคอยให้กำลังใจผักบุ้งตลอดเรื่อง ข้อคิดเตือนว่าเพื่อนที่ดีมีค่ามากและควรทะนุถนอม
→ ซีน ภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี รับบท หนิวหนิว

หนิวหนิวเป็นเพื่อนสนิทของผักบุ้งและสำลี สาวน้อยตัวเล็กน่ารักจากชุมชนเดียวกัน เธอมีนิสัยขี้เล่น ร่าเริง ชอบเม้าท์ ชอบกิน และเป็นคนที่สร้างบรรยากาศสนุกสนานให้กลุ่มเพื่อนเสมอ หนิวหนิวคอยอยู่เคียงข้างผักบุ้งในชีวิตประจำวัน ช่วยงานเล็กช่วยงานน้อย รับจ้างทำอาหารขายหรือช่วยดูแลร้านเล็กๆ ร่วมกับผักบุ้ง เธอรู้ดีถึงความลำบากของผักบุ้งที่ต้องหาเงินส่งน้องคะน้าเรียน จึงคอยเป็นกำลังใจและให้คำแนะนำแบบเพื่อนแท้เมื่อผักบุ้งเครียดเรื่องเงิน เมื่อผักบุ้งช่วยตรัยมาไว้ที่บ้าน หนิวหนิวเป็นคนแรกที่ตื่นเต้นและเม้าท์เรื่องลูกคุณหนูหล่อๆ เข้ามาอยู่บ้านเพื่อน เธอชอบแซวผักบุ้งเรื่องความรักกับตรัยแบบไม่ยั้ง ทำให้มีฉากตลกเบาสมองหลายครั้ง
หนิวหนิวยังช่วยเหลือในเหตุการณ์สำคัญ เช่น ตอนผักบุ้งถูกกดดันจากงานวันเกิดมิก้า หรือตอนมีปัญหากับเฮียซ้ง เธอคอยปลอบและคิดไอเดียแก้ปัญหาให้เพื่อน ตัวละครหนิวหนิวช่วยเติมเต็มโลกของคนจนในเรื่องให้มีชีวิตชีวาและอบอุ่นยิ่งขึ้น เธอไม่ใช่ตัวละครหลักแต่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรื่องมีสีสันและไม่หนักเกินไป ด้วยบุคลิกขี้เล่นของเธอ ทำให้คนดูยิ้มตามเกือบทุกฉากที่เธอปรากฏ หนิวหนิวสะท้อนภาพเพื่อนสาวที่น่ารัก ซื่อตรง และพร้อมช่วยเหลือกันในยามยากของคนชุมชนแออัด เธอช่วยขับเน้นธีมมิตรภาพและความอบอุ่นในครอบครัวขยายของคนจนได้อย่างดี แม้บทจะไม่หนักแต่ทุกครั้งที่ออกมาเธอสามารถขโมยซีนและทำให้คนจำได้
ฉายา สาวขี้เล่นขี้เม้าท์คู่ใจ
ฉายานี้เหมาะกับหนิวหนิวเพราะเธอขี้เล่นและชอบเม้าท์เรื่องตลกๆ ของเพื่อน โดยเฉพาะเรื่องความรักของผักบุ้งกับตรัย เธอสร้างความสนุกและความอบอุ่นให้กลุ่มเพื่อนในชุมชน ฉายานี้สะท้อนบุคลิกสดใสที่ทำให้เรื่องเบาสมองลง
ข้อคิด ความสุขเล็กๆ จากมิตรภาพทำให้ชีวิตสดใส
ข้อคิดนี้จากหนิวหนิวที่แสดงว่ามิตรภาพและความร่าเริงช่วยให้ผ่านชีวิตที่ลำบากได้ เธอคอยสร้างรอยยิ้มให้ผักบุ้งแม้จะจน ข้อคิดเตือนว่าในชีวิตไม่จำเป็นต้องมีเงินมาก แต่มีเพื่อนดีๆ ก็ทำให้โลกสดใสขึ้น
→ แก๊ป ชนกสุดา รักษนาเวศ รับบท มิก้า

มิก้าเป็นสาวสังคมชั้นสูง วัยรุ่นลูกคุณหนูจากตระกูลนักธุรกิจใหญ่ เธอเป็นเจ้าภาพจัดงานวันเกิดปาร์ตี้สุดหรูหราในสถานที่แพงๆ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและคนในวงการธุรกิจ งานที่ควรจะเป็นช่วงเวลาสุขสมบูรณ์กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่ารุนแรงเมื่อเธอระเบิดอารมณ์ใส่ทีมจัดงานอย่างหนักเพราะไม่พอใจกับการจัดงานที่ผิดพลาด มิก้าปะทะคารมกับผักบุ้งดุเดือดจนเกิดความวุ่นวาย เธอโมโหมากพยายามตบผักบุ้งแต่ผักบุ้งหลบทัน ทำให้หน้าเธอจุ่มลงในเค้กวันเกิดก้อนโตเต็มๆ มิก้าโกรธสุดขีดและสั่งบังคับให้ผักบุ้งกินเค้กที่ตกพื้นต่อหน้าทุกคนเพื่อชดใช้ความผิด สร้างความอับอายและช็อกให้ผักบุ้งอย่างมาก เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตผักบุ้ง เพราะหลังจบงาน มุกมณีใช้เหตุการณ์นี้เป็นข้ออ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผักบุ้งสูงถึง 20 ล้านบาท
มิก้าเป็นตัวแทนของคนรวยหยิ่งยโสที่ขาดความเห็นอกเห็นใจ ใช้ฐานะและอำนาจกดขี่คนที่มองว่าสถานะต่ำกว่าโดยไม่คิดถึงผลกระทบ เธอมีบุคลิกเจ้าของงานที่คาดหวังความสมบูรณ์แบบแต่ขาดมนุษยธรรม ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างโลกคนรวยกับคนจนได้ชัดเจน แม้จะปรากฏตัวในฉากเดียวแต่โมเมนต์ของเธอเดือดและสร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อพล็อตเรื่อง มิก้าช่วยขับเน้นธีมความเหลื่อมล้ำทางสังคมและด้านมืดของสังคมสูงได้อย่างดีเยี่ยม เธอไม่ใช่ตัวร้ายหลักแต่เป็นตัวเร่งที่ทำให้ผักบุ้งต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการบุกเคลียร์ปัญหากับมุกมณี มิก้าสะท้อนภาพคนมีเงินที่ใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผลจนสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นโดยไม่จำเป็น ตัวละครนี้ทำให้เรื่องมีสีสันดราม่าและทำให้คนดูสะใจไปกับความพยายามจะร้ายแต่พลาดเป้าของเธอ
ฉายา คุณหนูหน้าจุ่มเค้กอารมณ์ร้อน
ฉายานี้เหมาะกับมิก้าเพราะเธอระเบิดอารมณ์โมโหอย่างรุนแรงในงานวันเกิดของตัวเองจนสร้างความวุ่นวายใหญ่หลวง เธอหยิ่งยโสและไม่ยอมให้ใครขัดใจ ใช้สถานะสังคมสูงกดดันคนอื่นโดยไม่คิดถึงผลกระทบ ฉายานี้สะท้อนภาพสาวรวยวางโตที่จุดชนวนดราม่าให้เรื่องปั่นป่วนและกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของผักบุ้ง
ข้อคิด อารมณ์ชั่ววูบของคนมีอำนาจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
ข้อคิดนี้จากมิก้าที่แสดงว่าคนมีเงินและอำนาจเมื่อโมโหหรือไม่พอใจมักใช้อำนาจกดขี่คนอื่นโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกและผลกระทบระยะยาว การกระทำของเธอทำให้ผักบุ้งเดือดร้อนหนักและกลายเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ในเรื่อง ข้อคิดเตือนว่าไม่ควรปล่อยให้อารมณ์นำหน้าเหตุผลโดยเฉพาะเมื่อเรามีอำนาจเหนือคนอื่น เพราะอาจสร้างบาดแผลและปัญหาใหญ่หลวงโดยไม่จำเป็น
→ ปาล์ม ศุภชัย สุวรรณอ่อน รับบท ลี

ลีเป็นผู้ช่วยมือขวาและคนสนิทที่สุดของตรีทศ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทสินเชื่อยักษ์ใหญ่ เขาทำงานอย่างเงียบขรึมแต่มีประสิทธิภาพสูงมาก ร่วมกับปรารภ เป็นกำลังสำคัญเบื้องหลังของตรีทศ ลีรับผิดชอบงานหลายอย่างทั้งการจัดการธุรกรรมบริษัท การจัดประชุม และการติดต่อประสานงาน เมื่อตรัยทะเลาะกับพ่อและหนีออกจากบ้าน ลีได้รับมอบหมายให้ออกตามหาตรัยอย่างเร่งด่วน เขาและปรารภเป็นคนประกาศเงินรางวัล 100,000 บาท ให้กับผู้ที่พบเห็นหรือนำตัวตรัยกลับมา ลีมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างพ่อกับลูก แม้จะไม่ค่อยแสดงอารมณ์แต่เขาคอยสังเกตและรายงานสถานการณ์ให้ตรีทศทราบเสมอ หลังตรีทศถูกฆาตกรรม ลีกลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของตรัยในการเข้าบริหารบริษัท
เขาช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ ต่อสู้กับแผนการของราเชนทร์และมุกมณีที่ต้องการฮุบกิจการ ลีมีบุคลิกสุขุม รอบคอบ คิดก่อนพูด และซื่อสัตย์ต่อเจ้านายอย่างสูง เขาไม่ใช่คนที่ออกหน้าแต่เป็นคนที่ตรัยและตรีทศไว้ใจที่สุด ลีช่วยขับเน้นภาพของคนทำงานมืออาชีพที่ซื่อตรงในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการทรยศและการแย่งชิงอำนาจ ตัวละครนี้ทำให้เรื่องมีมิติด้านธุรกิจมากขึ้นและช่วยให้ตรัยมีคนคอยพยุงในยามที่ต้องเผชิญทั้งปัญหาครอบครัวและปัญหาบริษัทพร้อมกัน ลีปรากฏตัวในหลายฉากสำคัญที่ต้องใช้ความเยือกเย็นและการตัดสินใจรวดเร็ว เช่น การประกาศรางวัลหาตรัยและการช่วยจัดการผู้ประท้วงที่บุกบริษัท เขาไม่เคยทรยศและคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้คนดูรู้สึกถึงความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพที่หายากในละครแนวนี้
ฉายา ผู้ช่วยมือขวาซื่อสัตย์เงียบขรึม
ฉายานี้เหมาะกับลีมาก เพราะเขาเป็นผู้ช่วยที่ทำงานอย่างเงียบๆ แต่ซื่อสัตย์และมีประสิทธิภาพสูง เขาไม่เคยทรยศเจ้านายแม้สถานการณ์จะยากลำบากแค่ไหน ฉายานี้สะท้อนบุคลิกสุขุม รอบคอบ และความจงรักภักดีที่หายากในวงการธุรกิจ สุดท้ายเขาช่วยให้ทั้งพ่อและลูกผ่านวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อคิด ความซื่อสัตย์เงียบๆ มีค่ามากกว่าคำพูด
ข้อคิดนี้จากลีที่แสดงว่าคนที่ซื่อสัตย์และทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องโอ้อวดมักเป็นกำลังสำคัญที่แท้จริงในยามวิกฤต เขาไม่พูดมากแต่การกระทำของเขาช่วยพยุงทั้งตรีทศและตรัยได้ตลอดเวลา ข้อคิดเตือนว่าในชีวิตการทำงาน ความซื่อสัตย์และความอดทนเงียบๆ มักสร้างความเชื่อถือและคุณค่าที่ยั่งยืนมากกว่าคนที่พูดเก่งแต่ไม่จริงใจ
→ เชน อัฒรุต คงราศรี รับบท ปรารภ

ปรารภเป็นผู้ช่วยมือขวาคนสนิทของตรีทศ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทสินเชื่อยักษ์ใหญ่ เขาทำงานเคียงคู่กับลี รับผิดชอบงานด้านการสื่อสาร การประสานงานภายนอก และการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อตรัยทะเลาะกับพ่อและหนีออกจากบ้าน ปรารภได้รับมอบหมายให้ออกตามหาตรัยทันที เขาเป็นคนประกาศเงินรางวัล 100,000 บาท ผ่านช่องทางต่างๆ ให้ผู้ที่พบเห็นหรือนำตัวตรัยกลับมา โดยทำงานร่วมกับลีอย่างใกล้ชิด ปรารภมีบุคลิกสุขุม มั่นใจ พูดจาเป็นระบบ และมีไหวพริบในการจัดการปัญหา เขาเป็นคนที่ตรีทศไว้ใจให้ดูแลเรื่องสำคัญๆ ทั้งส่วนตัวและธุรกิจ หลังจากตรีทศถูกฆาตกรรม ปรารภยังคงยืนหยัดอยู่ข้างตรัย ช่วยจัดการงานบริษัทต่อเนื่อง ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และคอยรายงานสถานการณ์ให้ตรัยทราบ
เขาเป็นคนที่ช่วยคลี่คลายความเข้าใจผิดหลายครั้ง เช่น ตอนตรัยเข้าใจผิดเรื่องเงิน 30 ล้าน ปรารภเป็นคนอธิบายว่ามันเป็นเดิมพันคำถามสามข้อเกี่ยวกับตัวตรัยที่พ่อตอบไม่ได้ ปรารภยังช่วยจัดการผู้ประท้วงที่บุกบริษัท ทำให้ตรัยมีเวลาปกป้องพ่อและประกาศรับผิดชอบค่าเสียหาย ตัวละครปรารภช่วยขับเน้นภาพของผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์และมีประสิทธิภาพในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการทรยศ เขาไม่ใช่ตัวละครหลักแต่เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้เรื่องไหลลื่นและสมจริงยิ่งขึ้น ปรารภปรากฏในหลายฉากที่ต้องใช้ความเยือกเย็นและการตัดสินใจรวดเร็ว เช่น การประกาศรางวัลหาตรัยและการช่วยจัดการวิกฤตบริษัท เขาไม่เคยทรยศเจ้านายและคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้คนดูรู้สึกถึงความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพที่หายากในละครแนวนี้
ฉายา ผู้ช่วยประกาศรางวัลมืออาชีพ
ฉายานี้เหมาะกับปรารภเพราะเขาเป็นคนประกาศเงินรางวัล 100,000 บาท เพื่อตามหาตรัยอย่างเป็นทางการและรวดเร็ว เขาทำงานอย่างมืออาชีพ ไม่ตื่นตระหนก และจัดการสถานการณ์ได้ดีแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย ฉายานี้สะท้อนภาพผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์ มีไหวพริบ และพร้อมลงมือทำทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง
ข้อคิด ความรับผิดชอบต่อเจ้านายคือความซื่อสัตย์ที่แท้จริง
ข้อคิดนี้จากปรารภที่แสดงว่าคนทำงานที่ดีต้องรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อเจ้านายอย่างแท้จริง เขาทำงานหนักเพื่อตามหาตรัยและช่วยจัดการวิกฤตบริษัทโดยไม่หวังผลตอบแทนพิเศษ ข้อคิดเตือนว่าความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบในหน้าที่จะสร้างความเชื่อถือและความสำเร็จที่ยั่งยืนให้ทั้งตัวเองและองค์กร
→ ลิฟท์ สุพจน์ จันทร์เจริญ รับบท เพชร

เพชรเป็นลูกน้องคนสนิทของเฮียซ้ง เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินของผักบุ้ง เขาเป็นคนทำงานในเงา มีนิสัยเงียบขรึม พูดน้อย แต่ลงมือทำจริงจังและไม่ลังเลเมื่อได้รับคำสั่ง เพชรปรากฏตัวเด่นในช่วงที่ตรัยถูกเฮียซ้งหลอกเรื่องเงินของผักบุ้ง หลังจากตรัยเอาเงินเก็บของผักบุ้งไปจ่ายให้เฮียซ้งเพราะเข้าใจผิด เพชรเป็นคนที่ออกมาขู่และทำร้ายผักบุ้งเมื่อเธอรีบไปทวงเงินคืน ทำให้เกิดฉากต่อสู้และดราม่าที่ตรัยต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือ เพชรมีบทบาทเป็นมือสังหารเงียบๆ ของกลุ่มเฮียซ้ง คอยเก็บหนี้ คุกคาม และจัดการคนที่ไม่ยอมจ่าย เขาไม่ใช่ตัวร้ายหลักแต่เป็นตัวแทนของโลกมืดใต้ดินที่คนจนอย่างผักบุ้งต้องเผชิญเมื่อติดหนี้หรือถูกหลอกเรื่องเงิน
เพชรยังปรากฏในฉากอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการไล่ล่าหรือขู่เข็ญตัวละครหลัก โดยเฉพาะช่วงที่ตรัยถูกไล่ล่าตอนต้นเรื่อง ทำให้คนดูเห็นภาพว่าความยากจนของผักบุ้งไม่ได้มีแค่ความลำบาก แต่ยังมีอันตรายจากคนเลวที่ใช้กำลังและเงินกู้เป็นเครื่องมือ เพชรมีบุคลิกเย็นชา ไม่แสดงอารมณ์มาก แต่การกระทำของเขาสร้างความกดดันและความตึงเครียดให้เรื่องได้ดีมาก เขาไม่ค่อยพูดแต่ทุกครั้งที่ออกมาจะทำให้สถานการณ์เดือดขึ้นทันที เพชรช่วยขับเน้นธีมความเหลื่อมล้ำและอันตรายที่คนจนต้องเผชิญในสังคมไทยสมัยใหม่ แม้บทจะไม่หนักแต่เขาทำให้เรื่องมีมิติด้านดาร์กไซด์และทำให้คนดูรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของชีวิตคนชั้นล่างได้ชัดเจน
ฉายา มือสังหารเงียบขรึมของเฮียซ้ง
ฉายานี้เหมาะกับเพชรเพราะเขาเป็นลูกน้องที่ทำงานในเงามืด คอยเก็บหนี้และจัดการคนที่ไม่ยอมจ่ายให้เฮียซ้งด้วยวิธีรุนแรง เขาพูดน้อย ทำจริง และไม่แสดงอารมณ์ ทำให้ดูน่ากลัวและเย็นชา ฉายานี้สะท้อนภาพมือสังหารเงียบๆ ที่พร้อมลงมือเมื่อได้รับคำสั่ง สร้างความกดดันให้ตัวละครหลักโดยเฉพาะผักบุ้งและตรัย
ข้อคิด โลกมืดใต้ดินเกิดจากความจนและความโลภ
ข้อคิดนี้จากเพชรที่แสดงว่าโลกมืดอย่างเงินกู้นอกระบบและการใช้กำลังขู่เข็ญเกิดขึ้นเพราะคนจนถูกบีบคั้นจนต้องกู้เงิน และคนโลภที่เห็นโอกาสหาผลประโยชน์จากความลำบากของคนอื่น ข้อคิดเตือนว่าถ้าสังคมไม่แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและให้โอกาสคนจนอย่างแท้จริง คนอย่างเพชรและเฮียซ้งก็จะยังคงมีบทบาทและสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นต่อไป
→ ติ๊ก กลิ่นสี รับบท เฮียซ้ง

เฮียซ้งเป็นเจ้าของเงินกู้นอกระบบและแก๊งเก็บหนี้ในย่านชุมชนแออัด เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์ โลภมาก และไม่เลือกวิธีการในการเก็บหนี้ ตัวละครนี้เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง เมื่อตรัยถูกหลอกโดยเฮียซ้งว่าผักบุ้งเบี้ยวเงิน เฮียซ้งใช้โอกาสนี้หลอกให้ตรัยเอาเงินเก็บที่ผักบุ้งสะสมไว้จ่ายค่าเทอมให้น้องคะน้าไปให้เขา ผักบุ้งกลับมาพบว่าเงินหายก็รีบไปทวงคืน แต่กลับถูกลูกน้องอย่างเพชรทำร้าย เฮียซ้งยืนดูอย่างเลือดเย็นและขู่ต่อว่าถ้าไม่จ่ายจะมีเรื่องหนักกว่านี้ ตรัยต้องรีบเข้าไปช่วยผักบุ้ง ทำให้เกิดฉากต่อสู้และดราม่าที่ตรัยกับผักบุ้งสนิทกันมากขึ้น เฮียซ้งยังเป็นตัวแทนของโลกมืดใต้ดินที่คนจนอย่างผักบุ้งต้องเผชิญเมื่อติดหนี้หรือถูกหลอกเรื่องเงิน เขาใช้กำลังและการขู่เข็ญเป็นเครื่องมือหลัก ไม่เคยมีเมตตา และมองคนอื่นเป็นแค่เหยื่อหาเงิน
เฮียซ้งปรากฏตัวในหลายฉากที่เกี่ยวข้องกับความยากจนและอันตรายของชุมชน เช่น การขู่ผักบุ้งซ้ำๆ และการสร้างความกดดันให้เธอต้องหาเงินเพิ่มเพื่อปกป้องน้อง เขาไม่ใช่ตัวร้ายหลักของเรื่อง แต่เป็นตัวเร่งให้เห็นด้านมืดของสังคมที่เงินกู้นอกระบบและแก๊งเก็บหนี้ยังคงมีอิทธิพลเหนือคนชั้นล่าง เฮียซ้งมีบุคลิกหยาบคาย พูดจาดุดัน และหัวเราะเยาะเมื่อเห็นคนอื่นลำบาก ทำให้คนดูรู้สึกสะอิดสะเอียนและโกรธแทนผักบุ้งได้ดีมาก ตัวละครนี้ช่วยขับเน้นธีมความเหลื่อมล้ำและอันตรายที่คนจนต้องเผชิญในชีวิตจริงได้อย่างชัดเจน แม้บทจะไม่ยาวแต่ทุกครั้งที่ออกมาก็สร้างความตึงเครียดและทำให้เรื่องมีมิติด้านสังคมมากขึ้น
ฉายา เจ้าเล่ห์เงินกู้นอกระบบ
ฉายานี้เหมาะกับเฮียซ้งเพราะเขาเป็นเจ้าของเงินกู้นอกระบบที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกคนอื่นให้ติดหนี้และเก็บเงินด้วยวิธีรุนแรง เขาหลอกตรัยเรื่องผักบุ้งเบี้ยวเงินเพื่อเอาเงินเก็บของเธอมา และขู่ทำร้ายเมื่อผักบุ้งไปทวงคืน ฉายานี้สะท้อนภาพคนโลภที่มองคนจนเป็นเหยื่อหาเงิน สร้างความเดือดร้อนและอันตรายให้ชีวิตคนอื่นโดยไม่มีความรู้สึกผิด
ข้อคิด เงินกู้นอกระบบคือกับดักที่ทำลายชีวิตคนจน
ข้อคิดนี้จากเฮียซ้งที่แสดงว่าเงินกู้นอกระบบและแก๊งเก็บหนี้เป็นกับดักใหญ่ที่ทำให้คนจนยิ่งจนลงและตกอยู่ในอันตราย เขาหลอกและขู่คนอื่นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่สนใจผลกระทบ ข้อคิดเตือนว่าถ้าสังคมไม่แก้ปัญหาความยากจนและให้ทางเลือกทางการเงินที่ถูกต้อง คนอย่างเฮียซ้งก็จะยังคงมีอิทธิพลและทำลายชีวิตคนอื่นต่อไป
หลังจากที่ละครก็รักมันปักใจ Money My Love ช่อง 3 ปี 2569 จบแบบลุ้นระทึก ถ้ามีภาค 2 จริงๆ เรื่องราวจะไปต่อยังไง
ซีซั่นแรกจบลงด้วยความหวานปนดราม่า ตรีทศฟื้นจากอาการโคม่า ตรัยกับผักบุ้งคบกันอย่างเป็นทางการ แต่ปมฆาตกรรมยังไม่คลี่คลายเต็มที่ ราเชนทร์กับมุกมณียังลอยนวล และดาริณก็หายตัวไปแบบลึกลับ หลายคนสงสัยว่าจบแล้วจบเลยหรือยัง ถ้ามีภาค 2 ผมเชื่อว่าทีมงานคงไม่ปล่อยให้เรื่องจบง่ายๆ ต้องมี twist ใหญ่ ศึกธุรกิจที่ดุเดือดกว่าเดิม และความรักที่ถูกทดสอบหนักกว่าเดิมแน่นอน มาดูกันว่าภาค 2 เป็นยังไง
หลังจากตรีทศฟื้นตัวได้ไม่นาน เขาก็ประกาศว่าเขาจะถอนตัวจากตำแหน่งประธานบริษัทสินเชื่อชั่วคราว เพื่อให้ตรัยได้พิสูจน์ตัวเองเต็มที่ ตรัยจึงขึ้นเป็น CEO คนใหม่อย่างเป็นทางการ แต่บริษัทกำลังเผชิญวิกฤตใหญ่ เมื่อมีข่าวลือว่ามีกลุ่มทุนต่างชาติกำลังจะเข้ามาซื้อกิจการครั้งใหญ่ และคนที่อยู่เบื้องหลังคือมุกมณีที่หายตัวไปนานหลายเดือน
ในขณะเดียวกัน ผักบุ้งที่ตอนนี้ย้ายมาอยู่กับตรัยอย่างถาวร เริ่มมีชีวิตที่มั่นคงขึ้น แต่เธอก็ยังคงเก็บตัวและระแวงคนรอบข้าง เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกมองว่า “ขึ้นมานั่งเก้าอี้คุณนาย” เพราะเงินของตรัย เธอจึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในชุมชนเดิมของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองยังเป็นผักบุ้งคนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนเพราะเงิน
แต่แล้วดาริณก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ในฐานะแฟนเก่า แต่เป็นคนที่อ้างว่ามีหลักฐานใหม่เกี่ยวกับการตายของตรีทศในอดีต (ที่จริงแล้วไม่ใช่การฆาตกรรม แต่เป็นอุบัติเหตุที่ถูกจัดฉาก) ดาริณบอกว่าตัวเองถูกบังคับให้แต่งงานกับตรีทศ และตอนนี้เธอต้องการความช่วยเหลือจากตรัยเพื่อล้างมลทิน เธออ้างว่ามีคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือราเชนทร์ที่แอบร่วมมือกับกลุ่มทุนต่างชาติ
ราเชนทร์ที่ตอนนี้กลายเป็น CEO บริษัทคู่แข่งที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ ก็เริ่มเปิดศึกกับตรัยอย่างเต็มตัว เขาไม่ยอมแพ้เรื่องผักบุ้ง และยังคงพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับตำแหน่งทายาทมากกว่าตรัย ราเชนทร์ร่วมมือกับมุกมณีที่กลับมาพร้อมแผนการใหญ่ ใช้ข่าวลือและเอกสารปลอมเพื่อทำลายชื่อเสียงบริษัทของตรัย
ส่วนเพชรและเฮียซ้งก็กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เปลี่ยนข้าง กลายเป็นสายให้ข้อมูลลับแก่ตรัย เพราะเฮียซ้งถูกมุกมณีหักหลังและเกือบตาย ทำให้เขาต้องการแก้แค้น ผักบุ้งจึงต้องเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองอีกครั้ง เมื่อเฮียซ้งมาขอโทษและขอให้เธอช่วยเป็นพยานในคดี
ไคลแม็กซ์ของเรื่องคือการเปิดเผยว่าฆาตกรตัวจริงของ “อุบัติเหตุ” ที่ทำให้ตรีทศโคม่า คือคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดที่สุด และเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ตรัยกับผักบุ้งต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดว่าจะใช้ชีวิตแบบไหนต่อไป ระหว่างการเป็นคู่รักธรรมดาที่มีร้านอาหารเล็กๆ ในชุมชน หรือการเป็นคู่รักมหาเศรษฐีที่ต้องเผชิญศึกธุรกิจไม่จบสิ้น

