ละคร ผู้พิทักษ์รักเธอ 2549 ละครแนวโรแมนติกคอมเมดี้แอ็คชั่น ผลิตโดยบริษัท เอ็กแซ็กท์ และ ซีเนริโอ จำกัด บทประพันธ์และบทโทรทัศน์โดย เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์ ร่วมกับ ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ กำกับการแสดงโดย สุชีวิน แนวสูง นำแสดงโดย ชาคริต แย้มนาม, อคัมย์สิริ สุวรรณศุข และ ลูกนก สุภาพร ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
เรื่องราวของ “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ผสมผสานความรัก ความตื่นเต้น และอารมณ์ขันอย่างลงตัว ตัวละครหลักคือ “โบ้” ชายหนุ่มที่มีบุคลิกบ้าระห่ำ กล้าได้กล้าเสีย และมีฝีมือในการต่อสู้ เขาเป็นอดีตทหารหรือผู้ที่มีทักษะพิเศษบางอย่าง ซึ่งทำให้เขาได้รับมอบหมายให้ปกป้อง “ลูกโซ่” หญิงสาวที่ตกอยู่ในอันตรายจากเหตุการณ์บางอย่าง (อาจเกี่ยวข้องกับการทรยศหรือความขัดแย้งในครอบครัว/กลุ่มอาชญากร)
จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดจากเหตุการณ์ที่โซ่ตกเป็นเป้าหมายของศัตรู โดยมี หล่อลาก (ตัวละครร้ายหลัก) ที่เผยในภายหลังว่าเป็นน้องชายผู้ทรยศ ซึ่งวางแผนฆ่าพี่ชายของตัวเองเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง โบ้เข้าไปพัวพันกับสถานการณ์นี้โดยบังเอิญหรือได้รับการว่าจ้าง และต้องใช้ทั้งความสามารถและไหวพริบเพื่อปกป้องโซ่จากอันตรายที่รายล้อม
ตลอดทั้งเรื่อง โบ้และลูกโซ่ต้องเผชิญกับสถานการณ์สุดระทึก เช่น การต่อสู้ การหลบหนี และการถูกไล่ล่า ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็ค่อยๆ พัฒนาจากความไม่ลงรอยกันในตอนแรก (ตามสไตล์คอมเมดี้) สู่ความผูกพันและความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความโกลาหล ด้านหล่อลาก เมื่อจนมุมจากการถูกเปิดโปง ก็จับโซ่เป็นตัวประกันเพื่อต่อรอง ทำให้โบ้ต้องใช้ความกล้าหาญและความบ้าระห่ำเข้าไปช่วยเหลือเธอในฉากไคลแม็กซ์
ใจความสำคัญของละคร
ละครเน้นการเล่าเรื่องที่สนุกสนานด้วยฉากแอ็กชั่นที่ตื่นเต้น การปะทะกันทั้งทางกายและอารมณ์ของตัวละคร รวมถึงมุกตลกที่สอดแทรกเข้ามาเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ปิดท้ายด้วยการพิสูจน์ว่าโบ้ไม่เพียงแค่ปกป้องชีวิตของโซ่ได้ แต่ยังพิทักษ์หัวใจของเธอไว้ด้วย
ละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้นจากเคมีที่เข้ากันของคู่พระนาง และการผสมผสานแนวที่หลากหลายทำให้เข้าถึงผู้ชมได้กว้างขวาง
ละคร “ผู้พิทักษ์รักเธอ” (พ.ศ. 2549) มีเนื้อหาที่สนุกครบรสทั้งแอ็กชั่น โรแมนติก และคอมเมดี้ ต่อไปนี้คือเนื้อเรื่องแบบคร่าวๆ โดยไม่ระบุรายละเอียดทุกตอน แต่จะเล่าถึงจุดสำคัญและตอนจบ เพื่อให้เห็นภาพรวมของเรื่อง
จุดเริ่มต้น
โบ้ (ชาคริต แย้มนาม) เป็นชายหนุ่มที่มีทักษะการต่อสู้ระดับสูง บุคลิกกวนๆ แต่จริงจังเมื่อถึงเวลาคับขัน เขาได้รับภารกิจให้ปกป้อง ลูกโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) หญิงสาวที่ดูเหมือนจะเรียบร้อยแต่จริงๆ แล้วมีนิสัยเข้มแข็งและฉลาด ลูกโซ่ตกอยู่ในอันตรายเพราะความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวหรือกลุ่มอิทธิพลมืด ซึ่งนำโดย หล่อลาก ตัวร้ายหลักที่ภายหลังเปิดเผยว่าเป็นน้องชายของพี่ชายโซ่ และมีแผนการชั่วร้ายเพื่อแย่งชิงอำนาจหรือทรัพย์สิน
ในตอนแรก โบ้และลูกโซ่ไม่ถูกชะตากันเลย โบ้เห็นลูกโซ่เป็นภาระ ส่วนลูกโซ่ก็มองว่าโบ้หยาบคายและไม่น่าไว้ใจ แต่เมื่อทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับการตามล่าจากลูกน้องของหล่อลาก ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป
เหตุการณ์สำคัญ
การหนีตายและการต่อสู้ โบ้พาลูกโซ่หนีจากการตามล่าหลายครั้ง มีฉากแอ็กชั่นที่โบ้โชว์ฝีมือต่อสู้แบบเท่ๆ และใช้ไหวพริบหลอกศัตรู ระหว่างนี้ทั้งคู่เริ่มเห็นความดีของกันและกัน เช่น โบ้ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อลูกโซ่ ส่วนลูกโซ่ก็ช่วยโบ้ในสถานการณ์คับขัน
ความลับของหล่อลาก เปิดเผยว่าหล่อลากทรยศพี่ชายของตัวเอง (อาจเป็นพี่ชายของลูกโซ่ด้วย) เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เขาวางแผนกำจัดทุกคนที่ขวางทาง รวมถึงลูกโซ่ที่อาจรู้ความจริงหรือเป็นกุญแจสำคัญในแผนของเขา
ความรักที่ก่อตัว ท่ามกลางความวุ่นวาย โบ้และลูกโซ่เริ่มมีใจให้กัน มีฉากโรแมนติกสลับกับมุกตลก เช่น โบ้แกล้งลูกโซ่แล้วโดนลูกโซ่เอาคืน ทำให้เกิดโมเมนต์น่ารักๆ
ไคลแม็กซ์และตอนจบ
ในช่วงท้าย หล่อลากรู้ว่าแผนของตัวเองกำลังจะล่ม เขาจึงจับลูกโซ่เป็นตัวประกันเพื่อบีบให้โบ้ยอมจำนน ฉากนี้เป็นจุดพีคที่โบ้ต้องบุกเดี่ยวเข้าไปช่วยลูกโซ่ โดยใช้ทั้งฝีมือการต่อสู้และความกล้า มีการปะทะกับลูกน้องของหล่อลากอย่างดุเดือด สุดท้ายโบ้สามารถช่วยลูกโซ่ได้สำเร็จ และหล่อลากถูกจัดการ (อาจตายหรือถูกจับ ขึ้นอยู่กับบทสรุปของละคร)
หลังจากทุกอย่างคลี่คลาย โบ้และลูกโซ่สารภาพความรู้สึกต่อกัน กลายเป็นคู่รักอย่างสมบูรณ์แบบ ละครจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง โดยอาจมีฉากตลกปิดท้ายที่โบ้ยังคงกวนลูกโซ่ แต่ลูกโซ่ก็ยอมรับในตัวตนของเขา
บรรยากาศและจุดเด่น
ละครเรื่องนี้เน้นความสนุกแบบครบรส ฉากแอ็กชั่นตื่นเต้น การพัฒนาความสัมพันธ์ของโบ้และลูกโซ่ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากคู่กัดเป็นคู่รัก และตัวร้ายอย่างหล่อลากที่เพิ่มความเข้มข้นให้เรื่องราว แฟนๆ ชื่นชอบเคมีของชาคริตและอคัมย์สิริ รวมถึงความสมดุลระหว่างดราม่าและคอมเมดี้
สนุก ลุ้นระทึก และตื่นเต้น ละครมีฉากต่อสู้และการไล่ล่าที่เข้มข้น โบ้ (ชาคริต แย้มนาม) โชว์ความเท่ด้วยทักษะการต่อสู้และไหวพริบ ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ลุ้นไปกับการเอาชีวิตรอดของตัวละคร ฉากไคลแม็กซ์ที่โบ้บุกไปช่วยลูกโซ่จากหล่อลากจะทำให้หัวใจเต้นแรง และรู้สึกสะใจเมื่อตัวร้ายพ่ายแพ้
ฟิน อบอุ่นหัวใจ และยิ้มตาม ความสัมพันธ์ระหว่างโบ้และลูกโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) ที่เริ่มจากความไม่ลงรอยกัน กลายเป็นความรักท่ามกลางสถานการณ์สุดโกลาหล มันให้ความรู้สึกแบบ “ศัตรูกลายเป็นที่รัก” ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่คนดูยุคนั้นชื่นชอบ โมเมนต์หวานๆ สลับกับการแกล้งกันของทั้งคู่ทำให้คนดูรู้สึกจิกหมอนและเอาใจช่วยให้ทั้งสองลงเอยกัน
ขำ ผ่อนคลาย และเพลิดเพลิน โบ้เป็นตัวละครที่กวนๆ และมีมุกตลกตามสไตล์ชาคริต ซึ่งผสมผสานกับสถานการณ์ตึงเครียดได้อย่างลงตัว ทำให้ละครไม่หนักเกินไป ผู้ชมคงได้หัวเราะกับความป่วนของโบ้และการโต้กลับของลูกโซ่ เป็นการพักอารมณ์จากฉากดราม่าหรือแอ็กชั่น
อิ่มใจ สบายใจ และแฮปปี้ การที่โบ้ช่วยลูกโซ่ได้สำเร็จ ตัวร้ายอย่างหล่อลากได้รับบทลงโทษ และคู่พระนางลงเอยกันแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง มันให้ความรู้สึกสมหวังและจบแบบครบรสตามสไตล์ละครไทยยุค 2000s ผู้ชมส่วนใหญ่คงรู้สึกว่า “คุ้มค่าที่ดู” เพราะได้ทั้งความสนุกและความสุขในตอนท้าย
คิดถึงสมัยก่อนและอบอุ่น ถ้าคุณดูในยุคปัจจุบัน (เช่น ปี 2025) ละครเรื่องนี้อาจพาคุณย้อนไปนึกถึงบรรยากาศละครไทยยุค 2549 ที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัว ทั้งการแสดงที่เป็นธรรมชาติ สไตล์การเล่าเรื่องที่ไม่ซับซ้อน และนักแสดงที่เป็นขวัญใจยุคนั้นอย่างชาคริตและอคัมย์สิริ
“ละคร ผู้พิทักษ์รักเธอ” จะให้ความรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะอารมณ์ ตื่นเต้นกับแอ็กชั่น ฟินกับความรัก ขำกับมุกตลก และโล่งใจกับตอนจบ เป็นละครที่ดูง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ เหมาะกับการพักผ่อนและเสพความบันเทิงแบบเต็มอิ่ม ถ้าคุณชอบละครที่ผสมหลายรสชาติและมีคู่พระนางที่เคมีดี เรื่องนี้คงทำให้คุณประทับใจไม่น้อย
ละคร ผู้พิทักษ์รักเธอ 2549
ละคร ผู้พิทักษ์รักเธอ 2549 EP.1-24 ตอนจบoneคลาสสิก
ซีน ละคร ผู้พิทักษ์รักเธอ 2549
ละคร ผู้พิทักษ์รักเธอ 2549
โบ้ ถูกหน่วยงามเพ่งเล็งเพราะใช้ความรุนแรงในการจับกุมคนร้าย ทั้งๆ ที่ความตั้งใจของโบ้คือการขจัดคนชั่วตามหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ที่ดี โบ้จึงมียศแค่หมวดเพราะความบุ่มบ่าม หัวแข็ง หัวดื้อ และปากหมา แล้วโอกาสของโบ้ก็มาถึงเมื่อได้รับมอบหมายให้ตามจับกุมมือระเบิดคนหนึ่ง โบ้ติดตามความเคลื่อนไหวของมือระเบิดจนรู้วาอยู่ในกรุงเทพฯ จึงสะกดรอยตามไปถึงสวนลุมไนท์พลาซ่าที่กำลังมีงานคอนเสิร์ต โบ้เห็นมือระเบิดหายไปหลังเวทีขณะที่วงดนตรีลูกทุ่งสาวดาวรุ่ง ลูกโซ่ จิราภา กำลังทำการแสดง แต่โบ้ไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจตามเข้าไปและพบว่ากระเป๋าเป้ใบหนึ่งมีระเบิดซ่อนอยู่
แต่ ดอกรัก พ่อของโซ่และเป็นเจ้าของวงมาเห็นเลยเข้าใจผิดคิดว่าโบ้เป็นคนร้ายมาวางระเบิด ดอกรักจึงพยายามจะจับโบ้ซึ่งกว่าจะอธิบายกันรู้เรื่องระเบิดเวลาก็จวนจะทำงานแล้ว โบ้และดอกรักรีบหนีเอาตัวรอดพร้อมกับตะโกนให้ทุกคนออกไปจากเวทีให้เร็วที่สุด ทั้งคณะจึงพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง
และอีกไม่กี่วินาทีระเบิดก็ปะทุขึ้นมาอย่างสนั่นหวั่นไหว ทั้งเวทีและข้าวของแหลกเหลวไม่มีชิ้นดีเช่นเดียวกับอนาคตของโบ้ ที่นอกจากจะไม่ได้เลื่อนยศอย่างที่หวังแล้วโบ้ยังถูกย้ายไปเป็นตำรวจจราจรอีก ทำให้ สิตา แฟนสาวที่ร่ำรวยและโด่งดังในวงสังคมรู้สึกผิดหวังในตัวโบ้มาก ด้วยความโกรธโบ้จึงตามไปเอาเรื่องดอกรักที่โรงพยาบาล แล้วโบ้ก็ได้เจอกับโซ่และ ตุ๊กติ๊ก ผู้จัดการของโซ่
เมื่อโบ้เจอดอกรักก็เปิดฉากต่อว่าทันทีว่าดอกรักเข้าขัดขวางการปฏิบัติงานจนทำให้เขาจับมือระเบิดไม่ได้ โซ่จึงสวนกลับว่าโบ้เป็นตำรวจแท้ๆ แต่กลับไม่มีฝีมือ พอทำพลาดก็มาพาลใส่คนอื่น ทั้งคู่ระเบิดอารมณ์ใส่กันอย่างรุนแรงถึงขั้นสาปส่งว่าอย่าได้เจอหน้ากันอีกเลย
เมื่อโบ้ต้องมาทำหน้าที่ตำรวจจราจร โบ้ก็จับพวกฝ่าฝืนกฎอย่างไม่ไว้หน้าใครจนทำให้รถติดยาวเป็นกิโล โบ้จึงโดนหัวหน้าเรียกตัวและสั่งย้ายไปเป็นเทศกิจ ครั้งนี้โบ้ฉุนขาดจึงตัดสินใจลาออกทันที แล้วโบ้ก็กลายเป็นคนตกงานเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งลำพังแค่เงินเดือนโบ้ก็ไม่ค่อยจะมีกินอยู่แล้ว ยิ่งมาเตะฝุ่นแบบนี้โบ้ยิ่งแทบจะกัดก้อนเกลือกินเลยทีเดียว
ขณะเดียวกันโซ่กับดอกรักก็กำลังมีปัญหากับ เสี่ยอ่าง เจ้าของค่ายเทปที่โซ่เคยเซ็นสัญญาด้วย แต่โดนเสี่ยอ่างเอารัดเอาเปรียบสารพัด เมื่อหมดสัญญาโซ่จึงไม่ต่อสัญญา ทำให้เสี่ยอ่างเสียผลประโยชน์มหาศาล เสี่ยอ่างเลยเล่นสกปรกด้วยการให้ข่าวทำลายโซ่ว่าเนรคุณลืมบุญคุณคน ดอกรักจึงคิดว่าการที่เวทีถูกวางระเบิดนั้นน่าจะเป็นฝีมือของเสี่ยอ่าง แต่ตำรวจยังหาหลักฐานมัดตัวไม่ได้ ดอกรักจึงคิดจะจ้างบอดี้การ์ดมาคุ้มครอง ประกอบกับดอกรักรู้ว่าโบ้ลาออกจากงานเพราะเขาเป็นต้นเหตุ
จึงให้ หล่อลาก น้องชายไปชวนโบ้มาทำงาน โบ้กลับเชิดใส่แต่เมื่อโดนบรรดาเจ้าหนี้ตามทวงทั้งเช้า กลางวัน เย็น โบ้จึงจำใจไปหาดอกรัก แต่เมื่อรู้ว่าดอกรักจะจ้างเขามาเป็นบอดี้การ์ดโบ้รีบปฏิเสธทันที เพราะตำรวจที่ภาคภูมิใจในเลือดสีกากีอย่างเขาไม่คิดจะเดินตามหลังใครเด็ดขาด แต่เมื่อโดนโซ่ดูถูกแถมยังทำท่ารังเกียจที่จะมีโบ้เข้ามาอยู่ในวง ด้วยความหมั่นไส้โบ้จึงตกลงทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้ดอกรักทันทีด้วยเงินค่าจ้างก้อนโต
จากนั้นมาโบ้ก็ติดตามดอกรักออกทัวร์คอนเสิร์ตตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งใจจริงแล้วโบ้ไม่ชอบงานนี้เลยต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทำเพราะไม่มีทางเลือก และด้วยใจที่มีอคติโบ้กับโซ่จึงมักจะมีเหตุให้ต้องปะทะคารมกันอยู่เรื่อยๆ โดยไม่มีใครยอมใคร แต่ดูเหมือนว่ากลับทำให้ทั้งคู่แอบมีใจให้แก่กันโดยไม่รู้ตัว แม้ต่างฝ่ายต่างก็มีคนรักอยู่แล้ว โดยโบ้มีสิตาในขณะที่โซ่มี อัฐ หนุ่มเพลย์บอยที่ดอกรักไม่ค่อยชอบขี้หน้านัก
ตั้งแต่โบ้เริ่มทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้ดอกรัก ทั้งเขาและดอกรักมักจะประสบเหตุการณ์ร้ายๆ อยู่เสมอ ซึ่งแรกๆ ก็ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุแต่หลังๆ เหตุการณ์กลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนโบ้เริ่มสังเกตและได้รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมดอกรักถึงจ้างเขามาเป็นบอดี้การ์ด นั่นเป็นเพราะดอกรักรู้ว่ากำลังมีคนปองร้ายและด้วยสัญชาตญาณของตำรวจโบ้มุ่งเป้าไปที่เสี่ยอ่างทันที โดยพยายามให้ จ่าห้อย อดีตตำรวจคู่หูคอยสืบหาหลักฐาน แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าจนสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น
เมื่อดอกรักถูกลอบยิงอย่างจับมือใครดมไม่ได้ แต่ครั้งนี้ดอกรักรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดเพราะฝีมือโบ้ โบ้จึงตัดสินใจให้ดอกรักงดการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต เพราะจ่าห้อยสืบข่าวมาได้ว่าเสี่ยอ่างวางแผนจะส่งคนมาอุ้มดอกรักที่เวทีคอนเสิร์ต แต่ข่าวกลับออกมาว่าสาเหตุที่โซ่หยุดเดินสายเพราะมีอะไรกับบอดี้การ์ดหนุ่มจนตั้งท้อง โซ่จึงต้องออกมาแถลงข่าวว่าไม่ได้ท้อง แต่เป็นเพราะป่วยและต้องการเวลาพักผ่อน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้โบ้กับโซ่แอบเห็นใจกันและกัน แต่ทั้งคู่ต่างก็เลือกที่จะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจเพราะแก่ใจดีว่าต่างคนก็มีคนรักของตัวเอง
แต่แล้วเรื่องราวกลับเลวร้ายไปกันใหญ่เมื่อัฐและสิตาตามมาหึงหวงถึงบ้านดอกรัก ซึ่งอัฐมีเรื่องชกต่อยกับโบ้ส่วนสิตาก็ด่าโซ่ว่าเป็นผู้หญิงแพศยาทำให้โซ่สติแตกขับรถหนีไป โบ้รีบกระโดดขึ้นรถตามไปทันทีทั้งคู่ได้โอกาสปรับความเข้าใจกัน แล้วสุดท้ายก็สวมกอดกันด้วยความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างโหยหา แต่ดอกรักเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีจึงโกรธโบ้มาก หล่อลากได้ทีจึงใส่ไฟซ้ำว่าโบ้คิดจะรวบหัวรวบหางโซ่เลยกุข่าวว่าจะมีคนมาอุ้มดอกรัก จนทำให้ต้องงดทัวร์คอนเสิร์ตและทำให้ทุกคนในวงเดือดร้อนกันไปหมด
ดอกรักจึงตัดสินใจจัดเดินสายต่อโดยไม่ฟังคำทัดทานของโบ้ ซ้ำยังคาดโทษโบ้ว่าให้มุ่งแต่ทำงานอย่ามายุ่งกับโซ่เด็ดขาด และในงานเดินสายคืนแรกคนของเสี่ยอ่างมาที่เวทีหวังจะอุ้มโซ่ เมื่อโบ้เห็นเข้าจึงวิ่งขึ้นไปสั่งเลิกการแสดงแล้วตามไปจับคนร้าย แต่คนร้ายหนีไปได้โบ้จึงไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าสิ่งที่เขาเตือนเป็นเรื่องจริง งานนี้ดอกรักโกรธมากจึงต่อว่าโบ้ที่เป็นต้นเหตุทำให้คอนเสิร์ตเสียหายนับแสน ที่สำคัญยังทำให้ องุ่นศรี คนเก่าแก่ในวงเกิดหกล้มได้รับบาดเจ็บอีก ดอกรักจึงยิ่งโกรธโบ้มากถึงขั้นมีปากเสียงกันอย่างรุงแรง จนโบ้ตัดสินใจลาออกท่ามกลางความผิดหวังของโซ่ ที่แอบหวังอยู่ในใจว่าโบ้น่าจะอยู่และสู้ต่อเพื่อพิสูจน์ความจริง
เมื่อโบ้ลาออกไปหล่อลากก็เปิดเผยธาตุแท้ทันทีโดยวางแผนฆ่าดอกรักเพื่อหวังจะฮุบวง แต่ในขณะที่กำลังจะลงมือนั้นดอกรักกลับบอกหล่อลากว่าเขาตัดสินใจวางมือจากวง และขอยกวงให้หล่อลากเป็นคนดูแลแทน หล่อลากดีใจมากจึงล้มเลิกแผนการฆ่า และตั้งแต่หล่อลากเข้ามาดูแลวงก็แอบขึ้นค่าตัวโซ่และยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง
ส่วนโบ้นั้นชีวิตก็ตกต่ำจนต้องมาทำงานเป็นพนักงานในมินิมาร์ท แต่โลกกลมกว่าที่คิดเพราะโบ้บังเอิญเห็นเสี่ยอ่างที่คอนโดใกล้ๆ มินิมาร์ท และได้รู้ว่าเสี่ยอ่างนัดพบกลุ่มคนน่าสงสัย โบ้จึงตามไปสืบหาเบาะแสโดยมีจ่าห้อยเป็นผู้ช่วย ด้านดอกรักก็คิดหาทางแก้ปัญหาเรื่องความบาดหมางกับเสี่ยอ่าง ด้วยการยอมเจรจายอมให้โซ่กลับมาเซ็นสัญญากับเสี่ยอ่างอีกครั้ง แต่เซ็นแค่ปีต่อปีเท่านั้นโดยเสี่ยอ่างจะได้ผลประโยชน์แค่ 20% แต่โบ้สืบมาได้ว่าเสี่ยอ่างคิดไม่ซื่อหวังจะจับโซ่เซ็นสัญญาทาสไปตลอดชีวิต
ซึ่งก่อนวันที่ดอกรักจะพาโซ่ไปเซ็นสัญญาโบ้ส่งจ่าห้อยให้ไปเตือนดอกรักว่าเสี่ยอ่างคิดไม่ซื่อ แต่ดอกรักไม่อยู่จ่าห้อยเลยฝากหล่อลากให้ไปเตือนแทน โดยมี แก้วตา นักร้องอีกคนในวงที่แอบได้ยิน แต่ขณะที่หล่อลากจะเตือนดอกรักนั้นกลับถูกดอกรักต่อว่าเรื่องรับงานมากเกินไป จนทำให้ทุกคนในวงหมดสภาพไปตามๆ กัน โดยเฉพาะแก้วตาที่ถึงกับต้องหามส่งโรงพยาบาล ดอกรักจึงขู่ว่าจะยึดวงคืนถ้าหล่อลากไม่เชื่อฟัง หล่อลากเลยคิดจะกำจัดดอกรักอีกครั้งโดยใช้อัฐเป็นเครื่องมือ เพราะรู้ว่าอัฐกำลังร้อนเงินเพราะติดหนี้พนันจนโดนขู่ฆ่า
หล่อลากจึงยื่นข้อเสนอให้อัฐเป็นคนลงมือฆ่าดอกรักเพื่อแลกกับเงิน 1 ล้านเพื่อเอาไปใช้หนี้ โดยให้อัฐลงมือในวันที่ดอกรักพาโซ่ไปเซ็นสัญญากับเสี่ยอ่าง และในวันที่ดอกรักพาโซ่ไปเซ็นสัญญาตุ๊กติ๊กก็ไปเยี่ยมแก้วตาที่โรงพยาบาลพอดี จึงได้รู้จักแก้วตาว่าจ่าห้อยฝากมาเตือนดอกรักผ่านหล่อลาก ว่าห้ามดอกรักพาโซ่ไปเซ็นสัญญากับเสี่ยอ่างเพราะจะโดนหักหลัง ตุ๊กติ๊กจึงรีบโทรบอกโบ้ทันทีโบ้รีบตามไปช่วย ขณะเดียวกันก็เป็นเวลาที่ดอกรักกับโซ่ถูกเสี่ยอ่างบังคับให้เซ็นสัญญาเสร็จพอดี แล้วโบ้กับจ่าห้อยก็บุกเข้าไปช่วยโดยโบ้พาโซ่หนีไป ส่วนดอกรักหนีไปกับจ่าห้อยอีกทาง เสี่ยอ่างไม่ยอมแพ้วิ่งตามดอกรักไปจนมุม เสี่ยอ่างยกปืนขึ้นขู่ดอกรัก
ขณะเดียวกันอัฐที่แอบซุ่มอยู่ก็ลั่นไกยิงมาที่ดอกรัก แต่ด้วยความตื่นเต้นกระสุนพลาดเป้าไปโดนไหล่แทน หลังสิ้นเสียงปืนตำรวจกรูเข้ามาจับเสี่ยอ่างทันที อัฐเลยชิงหนีไปได้แบบหวุดหวิด แต่หลังการสอบสวนของตำรวจพบว่าทั้งวิถีกระสุนและกล้องวงจรปิดยืนยันได้ว่าเสี่ยอ่างไม่ได้เป็นคนยิง แต่มือปืนที่แท้จริงคืออัฐ อัฐจึงรีบโทรขอเงินค่าจ้างจากหล่อลากเพื่อหนีข้ามประเทศ โดยขู่ว่าถ้าหล่อลากไม่ช่วยอัฐจะแฉว่าหล่อลากคือผู้บงการเรื่องทั้งหมด หล่อลากจึงนัดเอาเงินไปให้อัฐโดยวางแผนฆ่าปิดปาก แต่อัฐหนีรอดไปได้ก่อนจะตัดสินใจติดต่อโซ่เพื่อบอกความจริงว่าใครคือผู้บงการ โดยมีข้อแม้ว่าโซ่ต้องเอาเงิน 1 ล้านมาแลก หลังจากเหตุการณ์นี้ดอกรักจึงกลับไปขอร้องให้โบ้กลับมาเป็นบอดี้การ์ดให้เขาอีกครั้ง
เพราะคิดว่าคนอย่างอัฐไม่น่าคิดฆ่าเขาได้ และแน่ใจว่าจะต้องมีคนบงการอยู่เบื้องหลังแน่นอน ประกอบกับดอกรักรู้ว่าหล่อลากแอบขึ้นค่าตัวโซ่ แถมยังยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเลยให้โบ้กับจ่าห้อยคอยตามดูพฤติกรรมหล่อลากไม่ให้คลาดสายตา ด้านโซ่ด้วยความที่อยากรู้ความจริงจึงแอบไปหาอัฐ โดยมีโบ้สะกดรอยตามไปและทำให้โบ้เข้าใจผิดว่าโซ่คิดจะช่วยอัฐหนี ด้วยความโมโหบวกกับความหึงโบ้จึงโผล่ออกมาหวังจะจับอัฐให้ได้ อัฐตกใจมากแต่ก็หนีไปได้โดยที่ยังไม่ได้บอกความจริงกับโซ่
และในเย็นวันนั้นก็มีข่าวอัฐถูกฆ่าตายทำให้โซ่ยิ่งโกรธโบ้มากขึ้นที่ทำให้เธอพลาดโอกาสที่จะรู้ความจริง โดยโบ้เองก็รู้สึกผิดมากเช่นกันและสัญญาว่าจะสืบหาฆาตกรตัวจริงให้ได้ หลังการตายของอัฐตำรวจปิดคดีว่าอัฐคือผู้ร้ายที่วางแผนฆ่าดอกรัก และถูกฆ่าโดยนักเลงที่บ่ส่งมาฆ่าล้างหนี้ แต่โบ้และดอกรักไม่ปักใจเชื่อดอกรักจึงให้โบ้คอยจับตาดูหล่อลากทุกฝีเก้า แต่เมื่อหล่อลากรู้ตัวจึงคิดจะกำจัดโบ้ในงานคอนเสิร์ต โดยหลอกใช้โซ่เป็นเครื่องมือเพื่อล่อโบ้ไปที่เวที
คอนเสิร์ตอีกแห่งหนึ่ง แล้วโบ้ก็ถูกล้อมยิงอย่างหนักโบ้กัดฟันสู้ยิบตา แล้วรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดจึงรีบไปบอกความจริงกับทุกคนว่าหล่อลากเป็นน้องทรพีคิดฆ่าพี่ชายตัวเอง ทุกคนในคณะตกใจมากโดยเฉพาะดอกรัก แต่เมื่อหล่อลากจนตรอกจึงจับโซ่ไปเป็นตัวประกันเพื่อต่อรอง โบจึงรีบตามไปช่วยโซ่ทันที ความบ้าระห่ำแบบเกินพิกัดของโบ้จะสามารถพิทักษ์ชีวิตโซ่ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ในละคร ผู้พิทักษ์รักเธอ
ผลิตโดยบริษัท เอ็กแซ็กท์ และ ซีเนริโอ จำกัด
บทประพันธ์โดย เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์
บทโทรทัศน์โดย เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์, ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์
กำกับการแสดงโดย สุชีวิน แนวสูง
นักแสดง
→ ชาคริต แย้มนาม รับบทเป็น โบ้
เป็นตัวละครที่มีมิติและเสน่ห์เฉพาะตัว สะท้อนสไตล์การแสดงของชาคริตในยุคนั้นที่ผสมทั้งความเท่ ความกวน และความอบอุ่นได้อย่างลงตัว
บุคลิกกวนๆ และปากร้าย โบ้เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา มักมีมุกกวนๆ และแซวคนรอบตัว โดยเฉพาะโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งในช่วงแรก เขามีความมั่นใจในตัวเองสูง บางครั้งดูเหมือนเย่อหยิ่ง แต่จริงๆ แล้วเป็นการแสดงออกที่ซ่อนความจริงใจไว้
ฝีมือการต่อสู้และความกล้าหาญ โบ้เป็นคนที่มีทักษะการต่อสู้ระดับสูง (อาจมีพื้นเพเป็นอดีตทหารหรือนักสู้) ทำให้เขามีความมั่นใจในการรับมือสถานการณ์อันตราย เขากล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องโซ่ แสดงให้เห็นถึงความเป็น “ผู้พิทักษ์” ตามชื่อเรื่อง
หัวใจอบอุ่นและซื่อสัตย์ แม้ภายนอกจะดูบ้าระห่ำและไม่แคร์ใคร แต่โบ้มีความจงรักภักดีและห่วงใยคนที่เขารัก โดยเฉพาะเมื่อเริ่มผูกพันกับโซ่ เขาค่อยๆ เผยด้านที่อ่อนโยนออกมา ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้โซ่ (และคนดู) เริ่มตกหลุมรัก
ความขี้เล่นผสมความเท่ โบ้มีสไตล์ที่ผสมระหว่างความขี้เล่นกับความเท่ตามแบบฉบับชาคริต เช่น การยิ้มแบบกวนๆ หรือการใช้ไหวพริบแก้สถานการณ์ บางฉากอาจมีการแกล้งโซ่เพื่อหยอกล้อ แต่เมื่อถึงเวลาจริงจัง เขาจะเปลี่ยนเป็นโหมดฮีโร่ทันที
การพัฒนาคาแร็กเตอร์ ในตอนแรก โบ้ดูเหมือนรับงานปกป้องโซ่แค่เพราะหน้าที่หรือเงิน แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป เขาเริ่มทำทุกอย่างจากใจจริง ความสัมพันธ์กับโซ่เปลี่ยนจากความไม่ถูกชะตา (คู่กัด) ไปสู่ความรักที่ลึกซึ้ง ซึ่งสะท้อนผ่านการกระทำมากกว่าคำพูด
โบ้เป็นตัวละครที่ครบเครื่อง ทั้งแกร่ง ทั้งตลก และทั้งน่ารักในแบบที่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งจะเป็นได้ ชาคริต แย้มนาม นำเสนอโบ้ในแบบที่ทำให้คนดูรู้สึกเอ็นดูและชื่นชอบ โดยเฉพาะการแสดงที่เป็นธรรมชาติและเคมีที่เข้ากับอคัมย์สิริ สุวรรณศุข เขาคือ “พระเอกสายบู๊” ที่มีทั้งความดิบและความโรแมนติก ทำให้โบ้กลายเป็นคาแร็กเตอร์ที่จดจำได้ในละครเรื่องนี้
→ อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบทเป็น จิราภา (ลูกโซ่)
เป็นตัวละครนางเอกที่มีความน่าสนใจและมีพัฒนาการชัดเจน สะท้อนสไตล์นางเอกยุค 2000s ที่ทั้งสวย ฉลาด และเข้มแข็ง
บุคลิกเรียบร้อยแต่แฝงความเข้มแข็ง ลูกโซ่ในตอนแรกดูเหมือนเป็นหญิงสาวเรียบร้อย อ่อนหวาน และเปราะบางตามแบบฉบับนางเอกละครไทย แต่เมื่อเผชิญสถานการณ์คับขัน เธอจะแสดงด้านที่เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวออกมา เธอไม่ใช่แค่คนที่รอให้โบ้ปกป้อง แต่มีไหวพริบและความกล้าที่ช่วยตัวเองและโบ้ในบางสถานการณ์
ความฉลาดและมีเหตุผล ลูกโซ่เป็นคนที่มีความคิดรอบคอบ ไม่วู่วาม เธอมักจะเป็นคนที่ตั้งคำถามหรือหาทางออกเมื่อตกอยู่ในอันตราย แสดงถึงความฉลาดที่เข้ากันได้ดีกับความบ้าระห่ำของโบ้ ในบางฉาก เธออาจเป็นคนที่เตือนสติโบ้ หรือช่วยวางแผนเพื่อให้ทั้งคู่รอดพ้นจากศัตรู
ความขัดแย้งกับโบ้ในช่วงแรก ลูกโซ่และโบ้เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอยกัน เธอมองว่าโบ้หยาบคายและกวนประสาท ส่วนโบ้ก็เห็นเธอเป็นภาระ ทำให้เกิดการปะทะคารมณ์ที่ทั้งตลกและน่ารัก ความขัดแย้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่ค่อยๆ เรียนรู้และเข้าใจกันมากขึ้น
ความอ่อนโยนและหัวใจที่มั่นคง ลูกโซ่มีด้านที่อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความรัก โดยเฉพาะเมื่อเธอเริ่มผูกพันกับโบ้ เธอแสดงความห่วงใยผ่านการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้คนดูรู้สึกอบอุ่น เธอมีความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง และเมื่อตกหลุมรักโบ้ เธอก็ยอมรับมันอย่างตรงไปตรงมา
การพัฒนาคาแร็กเตอร์ จากหญิงสาวที่ดูเหมือนจะพึ่งพาคนอื่น ลูกโซ่เติบโตเป็นคนที่มีความมั่นใจและกล้าต่อสู้เพื่อความถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อเผชิญหน้ากับหล่อลาก ตัวร้ายที่อาจเชื่อมโยงกับอดีตหรือครอบครัวของเธอ ความสัมพันธ์กับโบ้เปลี่ยนจากความระแวงเป็นความไว้วางใจ และสุดท้ายกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้ง ซึ่งอคัมย์สิรินำเสนอได้อย่างน่าประทับใจ
ลูกโซ่เป็นนางเอกที่ไม่ใช่แค่สวยและอ่อนแอ แต่มีทั้งความเข้มแข็ง ฉลาด และเสน่ห์ที่ทำให้โบ้ (และคนดู) ตกหลุมรัก อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์นี้ด้วยการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ผสมความหวานและความแกร่งได้อย่างลงตัว เคมีของเธอกับชาคริต แย้มนาม ทำให้คู่พระนางคู่นี้กลายเป็นที่จดจำ โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากคู่กัดสู่คู่รักที่สมบูรณ์แบบ
→ ลูกนก สุภาพร รับบทเป็น แก้วตา
เป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในเรื่อง โดยลูกนก สุภาพร ซึ่งเป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดังที่ผันตัวมาแสดงละคร นำเสนอคาแร็กเตอร์นี้ในแบบที่แตกต่างจากภาพลักษณ์นักร้องของเธอ ด้วยการรับบทที่เน้นความเข้มข้นและมีมิติ
บุคลิกเด่นชัดและมีเสน่ห์แบบลูกทุ่ง แก้วตาเป็นตัวละครที่มีความเป็นสาวบ้านๆ ผสมผสานกับความแกร่งและความมั่นใจ ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของลูกนก สุภาพร ที่มีพื้นเพจากลูกทุ่ง เธออาจมีท่าทางและคำพูดที่ดูตรงไปตรงมา เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เธอมีทั้งความน่ารักและความขี้เล่นในแบบที่เป็นธรรมชาติ ทำให้คนดูรู้สึกเข้าถึงได้ง่าย
ตัวละครที่มีความขัดแย้งในใจ แก้วตาเป็นตัวละครที่มีบทบาทในฐานะตัวร้ายหรือตัวละครที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ (ตามที่ระบุในบางแหล่งว่าเธอรับบทร้ายในเรื่องนี้) เธออาจเริ่มต้นด้วยความอิจฉาหรือความไม่พอใจต่อโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) หรือมีเป้าหมายที่ขัดแย้งกับตัวเอก ความขัดแย้งนี้ทำให้เธอต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก ซึ่งลูกนกถ่ายทอดออกมาด้วยการแสดงที่ดึงอารมณ์คนดูได้ดี
ความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก แก้วตาจะมีปฏิสัมพันธ์ที่เข้มข้นกับโบ้ (ชาคริต แย้มนาม) และโซ่ โดยเป็นตัวละครที่เข้ามาแทรกแซงความรักของทั้งคู่ หรือมีส่วนในแผนการของตัวร้ายอย่างหล่อลาก เธอมีด้านที่ดูเหมือนเป็นศัตรูในตอนแรก แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป อาจเผยให้เห็นเหตุผลหรือความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ ซึ่งทำให้คนดูเริ่มเข้าใจเธอมากขึ้น
ความสามารถในการดึงดูดคนดู ลูกนก สุภาพร นำความเป็นตัวเองมาใส่ในตัวละครนี้ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะน้ำเสียงและสำเนียงที่เป็นเอกลักษณ์จากความเป็นนักร้องลูกทุ่ง ซึ่งอาจถูกใช้ในฉากที่ต้องแสดงอารมณ์หรือพูดจาโน้มน้าวแก้วตามีทั้งความดื้อรั้นและความเปราะบาง ทำให้เธอเป็นตัวละครที่ไม่แบนราบ แต่มีเลเยอร์ให้คนดูได้ติดตาม
แก้วตาเป็นตัวละครที่ผสมผสานความสนุก ความดราม่า และความซับซ้อนเข้าไว้ด้วยกัน ลูกนก สุภาพร ถ่ายทอดบทนี้ด้วยสไตล์ที่เป็นธรรมชาติและมีพลัง โดยเฉพาะการแสดงที่เน้นอารมณ์และบุคลิกที่เด่นชัด เธออาจไม่ใช่ตัวเอก แต่เป็นตัวละครที่ช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวให้เข้มข้นขึ้น และสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมในแบบที่แตกต่างจากคู่พระนาง
→ พิศาล อัครเศรณี รับบทเป็น ดอกรัก บานแฉ่ง
เป็นตัวละครที่มีความสำคัญในเรื่อง โดยพิศาล อัครเศรณี หรือ “อาเปี๊ยก” นักแสดงและผู้กำกับมากฝีมือที่มีฉายา “พระเอกซาดิสต์” ได้นำเสนอบทนี้ด้วยสไตล์การแสดงที่เข้มข้นและมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของเขา
บุคลิกเข้มข้นและดุดัน ดอกรัก บานแฉ่ง เป็นตัวละครที่มีความแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว สะท้อนความเป็น “ชายชาติทหาร” หรือบุคคลที่มีอำนาจและความรับผิดชอบสูง เขามีลักษณะที่ดูน่าเกรงขาม ซึ่งพิศาลถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและท่าทางที่มั่นใจ
คาแร็กเตอร์นี้อาจมีด้านที่ดูดิบเถื่อนเล็กน้อย ซึ่งเป็นจุดเด่นที่พิศาลมักใส่ในบทบาทของเขา ทำให้ตัวละครมีเสน่ห์แบบผู้ชายสายบู๊
ความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก ดอกรัก บานแฉ่ง จะเป็นตัวละครที่มีบทบาทเชื่อมโยงกับโบ้ (ชาคริต แย้มนาม) และโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) เป็นพ่อของโซ่ หรือผู้ที่มีส่วนสำคัญในอดีตของครอบครัว ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งหรือปมในเรื่องเขาอาจเป็นคนที่ดูเหมือนเข้มงวดหรือเย็นชาในตอนแรก แต่ลึกๆ แล้วมีความห่วงใยและเหตุผลที่ซ่อนอยู่ ซึ่งพิศาลมักเล่นบทแบบนี้ได้อย่างน่าประทับใจ
ความซับซ้อนทางอารมณ์ แม้จะดูแข็งกระด้าง แต่ดอกรัก บานแฉ่ง มีมิติที่ลึกซึ้ง เช่น ความรักต่อครอบครัวหรือความเสียสละที่เขาไม่เคยพูดออกมา แต่แสดงผ่านการกระทำ ซึ่งเป็นจุดที่พิศาลถนัดในการถ่ายทอดอารมณ์โดยไม่ต้องใช้คำพูดมาก ตัวละครนี้อาจมีฉากที่ต้องเผชิญหน้ากับตัวร้ายอย่างหล่อลาก หรือมีส่วนในการปกป้องโซ่ ทำให้เห็นด้านที่ทั้งเข้มแข็งและเปราะบาง
ชื่อที่สะท้อนตัวตน ชื่อ “ดอกรัก บานแฉ่ง” บ่งบอกถึงความขัดแย้งในตัวละคร “ดอกรัก” อาจหมายถึงความรักที่เบ่งบาน แต่ “บานแฉ่ง” บ่งบอกถึงความแตกหักหรือความไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจสะท้อนปมในชีวิตของเขาที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวหรือความรักที่ไม่ลงตัว พิศาลน่าจะใช้ชื่อนี้ในการสร้างสีสันให้ตัวละคร โดยอาจมีฉากที่เขาแสดงอารมณ์รุนแรงหรือตัดสินใจเด็ดขาดตามสไตล์ของเขา
ดอกรัก บานแฉ่ง เป็นตัวละครที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง ความดราม่า และความอบอุ่นในแบบที่พิศาล อัครเศรณี ถนัด เขาไม่ใช่แค่ตัวประกอบธรรมดา แต่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวให้เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในละครแนวแอ็กชั่น-โรแมนติกอย่าง “ผู้พิทักษ์รักเธอ” การแสดงของพิศาลทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตชีวาและน่าจดจำ ด้วยน้ำเสียงที่ดึงดูดและการแสดงที่เต็มไปด้วยพลัง
→ ธงธง มกจ๊ก รับบทเป็น ตุ๊กติ๊ก
เป็นตัวละครที่เพิ่มสีสันและความสนุกให้กับเรื่องราว ด้วยฝีมือการแสดงตลกของธงธง ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงไทยจากการเป็นนักแสดงตลกและพิธีกรที่มีสไตล์กวนๆ และเป็นธรรมชาติ
บุคลิกขี้เล่นและกวนประสาท ตุ๊กติ๊กเป็นตัวละครที่มีความขี้เล่นและมักจะพูดจาในแบบที่ชวนให้คนรอบตัวหมั่นไส้หรือขำขัน ด้วยสำเนียงและลีลาการพูดที่เป็นเอกลักษณ์ของธงธง เขาจะเป็นตัวละครที่สร้างสถานการณ์วุ่นวายหรือเข้าไปยุ่งกับตัวละครหลักอย่างโบ้ (ชาคริต แย้มนาม) และโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) ในแบบที่ทั้งน่ารักและน่ารำคาญ
บทบาทตัวประกอบที่เสริมอารมณ์ขัน ตุ๊กติ๊กไม่ใช่ตัวละครหลัก แต่เป็นตัวประกอบที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากฉากแอ็กชั่นและดราม่าในเรื่อง เขามักจะโผล่มาในจังหวะที่ต้องการมุกตลกเพื่อให้คนดูได้พักหายใจ ด้วยความที่ละคร “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ผสมแนวคอมเมดี้ ตุ๊กติ๊กจะมีส่วนในการสร้างโมเมนต์ขำๆ เช่น การเข้าใจผิด หรือการพูดแทรกในสถานการณ์ที่ไม่ควร
ความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น ตุ๊กติ๊กเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของโบ้ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับโซ่ในแง่ที่ช่วยเหลือ (แบบงงๆ) หรือสร้างความปั่นป่วนให้ทั้งคู่ เขาจะมีปฏิสัมพันธ์ที่ตลกกับโบ้ โดยอาจโดนโบ้แกล้งกลับหรือถูกดุบ่อยๆ ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของตัวละครตลกในละครไทยยุคนั้น
ความเป็นธรรมชาติและเสน่ห์ของธงธง ธงธง มกจ๊ก นำความเป็นตัวเองมาใส่ในตัวละครนี้เต็มที่ เช่น การพูดจาแบบไม่ตั้งใจจริงจังเกินไป และการแสดงท่าทางที่ดูเกินจริงแต่ลงตัว ทำให้ตุ๊กติ๊กกลายเป็นตัวละครที่คนดูจำได้ ชื่อ “ตุ๊กติ๊ก” เองก็บ่งบอกถึงความน่ารักปนเปิ่น ซึ่งเข้ากับสไตล์การแสดงของธงธงที่มักรับบทตัวละครแนวนี้
ตุ๊กติ๊กเป็นตัวละครที่เข้ามาเติมเต็มความครบรสของ “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ในฐานะตัวแทนของอารมณ์ขัน ด้วยฝีมือของธงธง มกจ๊ก ที่ถนัดบทตลกและการแสดงแบบไม่ต้องพยายามมาก เขาทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตชีวาและกลายเป็นจุดพักสายตาจากความเข้มข้นของเนื้อเรื่องหลัก แม้จะไม่ใช่ตัวละครที่ขับเคลื่อนเรื่อง แต่ตุ๊กติ๊กจะเป็นที่จดจำในหมู่แฟนละครจากความน่ารักและความป่วนในแบบฉบับของธงธง
→ ยิ่งยง ยอดบัวงาม รับบทเป็น เสี่ยอ่าง
เป็นตัวละครที่เพิ่มมิติความสนุกและสีสันให้กับเรื่องราว ด้วยฝีมือการแสดงของยิ่งยง นักร้องลูกทุ่งชื่อดังที่มีบุคลิกเป็นเอกลักษณ์และประสบการณ์ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน
บุคลิกเจ้าสำอางและตลกขบขัน เสี่ยอ่างเป็นตัวละครที่มีความเจ้าสำอางและดูแลตัวเองเป็นพิเศษตามชื่อ “เสี่ย” ที่มักจะสื่อถึงความร่ำรวยและการใช้ชีวิตแบบมีสไตล์ แต่ในแบบของยิ่งยงจะผสมความตลกเข้าไป ทำให้ตัวละครนี้ดูไม่จริงจังเกินไป
เขามักจะมีท่าทางหรือคำพูดที่เกินจริง (over the top) ซึ่งเป็นสไตล์ที่ยิ่งยงถนัดจากการเป็นนักร้องลูกทุ่งและนักแสดงตลก สร้างรอยยิ้มให้คนดูได้ตลอด
บทบาทตัวประกอบที่เด่น เสี่ยอ่างจะเป็นตัวละครที่เข้ามาเสริมเรื่องราวของโบ้ (ชาคริต แย้มนาม) และโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) อาจเป็นเจ้าของสถานที่สำคัญในเรื่อง (เช่น ร้านอาหารหรือสถานบันเทิง) หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ตัวเอกต้องเผชิญ แม้จะไม่ใช่ตัวหลัก แต่ด้วยบุคลิกที่ชัดเจนและการแสดงที่เป็นธรรมชาติของยิ่งยง เสี่ยอ่างกลายเป็นตัวละครที่คนดูจดจำได้ง่าย
เสน่ห์จากยิ่งยง ยอดบัวงาม ยิ่งยงนำความเป็นลูกทุ่งและความเป็นกันเองมาใส่ในตัวละครนี้ ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงการพูดหรือท่าทางที่ดูเป็น “เสี่ยบ้านนอก” ซึ่งเข้ากับคอนเซปต์คอมเมดี้ของละคร การแสดงของเขามักจะมีความเป็นธรรมชาติและไม่ฝืน ทำให้เสี่ยอ่างดูเป็นตัวละครที่สมจริงในแบบที่เกินจริง (paradoxical charm) ซึ่งเป็นจุดเด่นของยิ่งยงในบทบาทตลก
เสี่ยอ่างเป็นตัวละครที่เข้ามาเติมเต็มความครบรสของ “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ในฐานะตัวละครที่สร้างเสียงหัวเราะและความบันเทิง ด้วยฝีมือของยิ่งยง ยอดบัวงาม ที่ผสมผสานความเป็นนักร้องลูกทุ่งและนักแสดงตลกเข้าไว้ด้วยกัน เขาทำให้เสี่ยอ่างกลายเป็นจุดเด่นเล็กๆ ที่ช่วยให้เรื่องราวมีชีวิตชีวามากขึ้น แม้จะไม่ใช่ตัวละครที่ขับเคลื่อนหลัก แต่ก็เป็นที่จดจำในหมู่ผู้ชมจากความน่ารักและความป่วนในแบบฉบับของเขา
→ กริช หิรัญพฤกษ์ รับบทเป็น อัฐ
เป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในเรื่อง โดยกริช หิรัญพฤกษ์ ซึ่งเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นจากผลงานทั้งละครและภาพยนตร์ นำเสนอคาแร็กเตอร์นี้ด้วยสไตล์การแสดงที่เข้มข้นและมีเสน่ห์
บุคลิกแข็งแกร่งและลึกลับ อัฐจะเป็นตัวละครที่มีความเข้มแข็งและบุคลิกที่ดูน่าเกรงขาม อาจมีด้านที่ลึกลับหรือซ่อนปมบางอย่างในอดีต ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ตัวละครนี้มีความน่าสนใจ ด้วยสไตล์การแสดงของกริช ที่มักรับบทที่มีความดุดันและมีมิติ อัฐอาจเป็นคนที่มีความเด็ดเดี่ยวและตัดสินใจอย่างเฉียบขาดในสถานการณ์คับขัน
ความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก อัฐเป็นตัวละครที่เชื่อมโยงกับโบ้ (ชาคริต แย้มนาม) และโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) โดยอาจเป็นพันธมิตรหรือศัตรูในบางช่วงของเรื่อง มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้องกับปมหลัก เช่น เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มตัวร้ายที่นำโดยหล่อลาก หรือเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของโซ่
บทบาทในแอ็กชั่นและดราม่า ในละครแนวแอ็กชั่น-โรแมนติกอย่าง “ผู้พิทักษ์รักเธอ” อัฐจะมีส่วนร่วมในฉากต่อสู้หรือการปะทะที่เข้มข้น ซึ่งกริชถนัดการแสดงฉากบู๊ที่มีพลังและสมจริง นอกจากนี้ เขาอาจมีด้านดราม่าที่แสดงถึงความขัดแย้งภายในใจ เช่น การต้องเลือกข้างระหว่างความถูกต้องหรือผลประโยชน์ส่วนตัว
เสน่ห์และพลังการแสดงของกริช กริช หิรัญพฤกษ์ ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงที่ดึงดูดสายตา ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและน้ำเสียงที่ทรงพลัง ทำให้อัฐเป็นตัวละครที่มีออร่าและน่าจดจำ แม้ว่าจะไม่ใช่ตัวเอก เขาจะนำเสนออัฐในแบบที่ทั้งเท่และมีเลเยอร์ทางอารมณ์ ทำให้คนดูรู้สึกผูกพันหรืออยากติดตามการกระทำของตัวละครนี้
อัฐเป็นตัวละครที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง ความลึกลับ และความดึงดูดใจเข้าไว้ด้วยกัน กริช หิรัญพฤกษ์ ถ่ายทอดบทนี้ด้วยการแสดงที่เต็มไปด้วยพลังและเสน่ห์ตามแบบฉบับของเขา ซึ่งจะทำให้อัฐกลายเป็นตัวละครที่เด่นในเรื่อง “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ไม่ว่าจะในฐานะตัวร้าย ตัวช่วย หรือตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในปมของเรื่อง เขาคือส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นและความสนุกให้กับละครเรื่องนี้
→ ชนกวนันท์ รักชีพ รับบทเป็น สิตา
เป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในเรื่อง โดยชนกวนันท์ นักแสดงที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นจากผลงานละครหลายเรื่อง นำเสนอคาแร็กเตอร์นี้ด้วยสไตล์การแสดงที่ทั้งสวยสง่าและมีมิติ
บุคลิกสง่างามและฉลาด สิตาจะเป็นตัวละครที่มีความสง่างามและมีเสน่ห์ตามแบบฉบับนางรองหรือตัวละครหญิงที่มีความสำคัญ เธออาจดูอ่อนหวานจากภายนอก แต่มีความฉลาดและเข้มแข็งซ่อนอยู่ ด้วยสไตล์ของชนกวนันท์ ที่มักรับบทที่มีความเป็นผู้หญิงสมัยใหม่และมีไหวพริบ สิตาคงเป็นคนที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี
ความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก สิตามีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับโบ้ (ชาคริต แย้มนาม) และโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) เช่น เป็นเพื่อนสนิทของโซ่ หรืออาจเป็นตัวละครที่เข้ามาแทรกแซงความรักของทั้งคู่ในฐานะนางรอง อีกทางหนึ่ง เธออาจเป็นคนที่มีส่วนในปมดราม่าของเรื่อง เช่น เป็นญาติหรือคนที่รู้ความลับเกี่ยวกับครอบครัวของโซ่ หรือมีความเกี่ยวข้องกับตัวร้ายอย่างหล่อลาก
บทบาทที่ผสมทั้งดราม่าและอารมณ์ สิตาจะมีฉากที่ต้องแสดงอารมณ์เข้มข้น เช่น การเผชิญหน้ากับความสูญเสีย ความรักที่ไม่สมหวัง หรือการตัดสินใจที่ยากลำบาก ซึ่งชนกวนันท์ถนัดในการถ่ายทอดอารมณ์แบบนี้ เธออาจมีส่วนช่วยเหลือโบ้และโซ่ในสถานการณ์คับขัน หรือเป็นตัวละครที่สร้างความขัดแย้งเพื่อให้เรื่องราวเข้มข้นขึ้น
เสน่ห์และความน่าจดจำ ชนกวนันท์ รักชีพ มีภาพลักษณ์ที่สวยหวานและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ทำให้สิตาเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์และดึงดูดสายตาคนดูได้ดี ชื่อ “สิตา” ซึ่งมีความหมายดี (ในภาษาไทยแปลว่า “ผู้บริสุทธิ์” หรือ “ผู้มีจิตใจดี”) อาจสะท้อนถึงด้านที่อ่อนโยนของเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีด้านที่ซ่อนความแข็งแกร่งหรือความเจ็บปวดไว้
สิตาเป็นตัวละครที่ผสมผสานความสวยงาม ความฉลาด และความลึกซึ้งทางอารมณ์เข้าไว้ด้วยกัน ชนกวนันท์ รักชีพ ถ่ายทอดบทนี้ด้วยการแสดงที่ทั้งนุ่มนวลและทรงพลัง ทำให้สิตากลายเป็นตัวละครที่เสริมความสมบูรณ์ให้กับ “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ไม่ว่าเธอจะเป็นตัวละครที่สนับสนุนตัวเอก หรือมีส่วนในปมดราม่าของเรื่อง เธอก็จะเป็นที่จดจำในฐานะตัวละครหญิงที่มีมิติและมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเรื่องราว
→ ปฏิญญา วิบูลย์นันท์ รับบทเป็น จ่าห้อย
เป็นตัวละครที่เพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับเรื่องราว โดยปฏิญญา ซึ่งเป็นนักแสดงที่มีประสบการณ์ในวงการบันเทิงไทยและมักรับบทที่หลากหลาย น่าจะนำเสนอคาแร็กเตอร์นี้ด้วยสไตล์ที่ทั้งเข้มข้นและมีเอกลักษณ์
บุคลิกเข้มแข็งและมีความเป็นทหาร ชื่อ “จ่าห้อย” บ่งบอกถึงตัวละครที่มีพื้นเพหรือบทบาทเกี่ยวข้องกับการเป็นทหารหรือตำรวจ เขาจะมีบุคลิกที่แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว และมีระเบียบวินัยตามแบบฉบับของ “จ่า” เขาอาจมีท่าทางที่ดูน่าเกรงขาม และพูดจาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ซึ่งปฏิญญาน่าจะถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริง
ความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก จ่าห้อยเป็นพันธมิตรของโบ้ (ชาคริต แย้มนาม) โดยเคยร่วมงานกันในอดีต (เช่น เป็นเพื่อนทหารหรือตำรวจด้วยกัน) หรือเข้ามาช่วยเหลือโบ้และโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) ในสถานการณ์คับขัน อีกทางหนึ่ง เขาเป็นตัวละครที่อยู่ในฝั่งตรงข้ามในช่วงแรก ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมิตรเมื่อเรื่องราวคลี่คลาย ซึ่งเป็นพัฒนาการที่พบได้บ่อยในละครแนวแอ็กชั่น
บทบาทในฉากแอ็กชั่น ในละครที่มีกลิ่นอายแอ็กชั่นอย่าง “ผู้พิทักษ์รักเธอ” จ่าห้อยจะมีส่วนร่วมในฉากต่อสู้หรือการปะทะกับตัวร้าย เช่น กลุ่มของหล่อลาก เขาเป็นคนที่มีทักษะการต่อสู้หรือใช้อาวุธได้ดี ปฏิญญา วิบูลย์นันท์ ซึ่งมีประสบการณ์ในบทบาทที่ต้องใช้พลังและความดุดัน จะทำให้จ่าห้อยเป็นตัวละครที่ดูน่าเชื่อถือในฉากบู๊
ความลึกซึ้งหรือปมในตัวละคร แม้จะเป็นตัวละครรอง แต่จ่าห้อยอาจมีปมส่วนตัวที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวหลัก เช่น ความภักดีต่อหน้าที่ ความเสียสละ หรือความสัมพันธ์ในอดีตกับตัวละครอื่น ซึ่งปฏิญญาสามารถถ่ายทอดอารมณ์เหล่านี้ออกมาได้ดี ชื่อ “ห้อย” อาจบ่งบอกถึงอะไรที่ “ค้างคา” หรือ “ยังไม่จบ” ในชีวิตของเขา ซึ่งอาจถูกเปิดเผยในบางช่วงของละคร
จ่าห้อยเป็นตัวละครที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง ความน่าเกรงขาม และความมีมิติเข้าไว้ด้วยกัน ปฏิญญา วิบูลย์นันท์ จะนำเสนอบทนี้ด้วยการแสดงที่ทั้งจริงจังและมีพลัง ทำให้จ่าห้อยกลายเป็นตัวละครที่ช่วยเสริมความเข้มข้นให้กับ “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวช่วยของพระเอกหรือมีบทบาทที่ซับซ้อนกว่านั้น เขาก็น่าจะเป็นที่จดจำในฐานะตัวละครที่มีส่วนขับเคลื่อนเรื่องราวในแบบของตัวเอง
→ ดี๋ ดอกมะดัน รับบทเป็น หล่อลาก บานแฉ่ง
เป็นตัวละครที่มีความสำคัญในฐานะตัวร้ายหลักของเรื่อง ด้วยฝีมือการแสดงของดี๋ ดอกมะดัน นักแสดงตลกชื่อดังที่มีเอกลักษณ์จากน้ำเสียงแหลมและบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร ตัวละครนี้ถูกถ่ายทอดออกมาให้ทั้งน่ากลัวและมีสีสันตามสไตล์ของเขา
บุคลิกโหดเหี้ยมและเจ้าเล่ห์ หล่อลาก บานแฉ่ง เป็นตัวร้ายที่มีความโหดร้ายและเจ้าเล่ห์ เขาเป็นน้องชายที่ทรยศพี่ชายของตัวเอง (อาจเป็นพี่ชายของโซ่) เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น อำนาจหรือทรัพย์สิน เขามีความทะเยอทะยานและไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางแผนการ ทำให้เขาดูเป็นตัวละครที่ทั้งน่ากลัวและน่าเกลียดชังในสายตาคนดู
ความตลกปนดราม่า แม้จะเป็นตัวร้าย แต่ด้วยสไตล์การแสดงของดี๋ ดอกมะดัน หล่อลาก บานแฉ่ง มีความตลกขบขันแทรกอยู่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงแหลมที่เป็นเอกลักษณ์ หรือท่าทางที่เกินจริง ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดของบทลง และทำให้ตัวละครนี้มีความน่าจดจำ ความตลกนี้ผสมผสานกับความร้ายกาจได้อย่างลงตัว สร้างมิติที่ไม่เหมือนตัวร้ายทั่วไปในละครไทยยุคนั้น
ความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก หล่อลากเป็นศัตรูตัวฉกาจของโบ้ (ชาคริต แย้มนาม) และโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังการตามล่าและสร้างความวุ่นวายในชีวิตของทั้งคู่ ในตอนท้าย เขาจับโซ่เป็นตัวประกันเพื่อต่อสู้กับโบ้ ซึ่งเป็นจุดไคลแม็กซ์ที่แสดงถึงความร้ายกาจและความจนตรอกของเขา
ชื่อที่สะท้อนตัวตน ชื่อ “หล่อลาก บานแฉ่ง” มีความหมายที่แฝงนัย “หล่อลาก” อาจบ่งบอกถึงความหล่อที่ฉาบฉวยหรือการลากคนอื่นลงไปในความชั่วร้าย ส่วน “บานแฉ่ง” สื่อถึงความแตกหักหรือความพังทลายของตัวเขาเองเมื่อแผนล้มเหลว ดี๋ ดอกมะดัน น่าจะใช้ชื่อนี้ในการใส่ลูกเล่นตลกเข้าไปในบทบาท ทำให้ตัวละครนี้มีทั้งความน่ากลัวและน่าขันในเวลาเดียวกัน
หล่อลาก บานแฉ่ง เป็นตัวร้ายที่ผสมผสานความโหดเหี้ยม ความเจ้าเล่ห์ และความตลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ดี๋ ดอกมะดัน ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์นี้ด้วยการแสดงที่เต็มไปด้วยพลังและเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะน้ำเสียงแหลมที่เป็นจุดเด่นของเขา ทำให้หล่อลากไม่ใช่แค่ตัวร้ายธรรมดา แต่เป็นตัวร้ายที่มีสีสันและสร้างความประทับใจให้ผู้ชม เขาคือส่วนสำคัญที่ทำให้ “ผู้พิทักษ์รักเธอ” มีความเข้มข้นและสนุกครบรส
→ น้อย โพธิ์งาม รับบทเป็น ป้าองุ่นศรี
เป็นตัวละครที่เพิ่มสีสันและความสนุกให้กับเรื่องราว ด้วยฝีมือการแสดงของน้อย โพธิ์งาม นักแสดงตลกหญิงชื่อดังที่มีเอกลักษณ์จากบุคลิกขี้เล่นและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ
บุคลิกขี้เล่นและปากจัด ป้าองุ่นศรีจะเป็นตัวละครที่มีความขี้เล่นและพูดจาตรงไปตรงมาในแบบที่ชวนขำ เธออาจมีลักษณะเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี ซึ่งเป็นสไตล์ที่น้อย โพธิ์งาม ถนัดจากการเป็นนักแสดงตลก เธอมักจะพูดแทรกหรือแซวตัวละครอื่นๆ เช่น โบ้ (ชาคริต แย้มนาม) หรือโซ่ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) ในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้เกิดโมเมนต์ตลกในเรื่อง
บทบาทตัวประกอบที่สร้างสีสัน ป้าองุ่นศรีไม่ใช่ตัวละครหลัก แต่เป็นตัวประกอบที่ช่วยเสริมอารมณ์ขันและผ่อนคลายความตึงเครียดจากฉากแอ็กชั่นและดราม่าในละคร เธออาจปรากฏตัวในฉากชีวิตประจำวันหรือสถานการณ์ที่ตัวเอกต้องเผชิญ ด้วยความที่ “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ผสมแนวคอมเมดี้ ป้าองุ่นศรีจะมีส่วนในการสร้างความบันเทิงผ่านมุกตลกหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
ความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น ป้าองุ่นศรีเป็นคนในชุมชนหรือญาติห่างๆ ของโซ่ หรือเป็นคนที่รู้จักโบ้มาก่อน เธอน่าจะมีบทบาทเป็น “ป้าข้างบ้าน” หรือ “คนในหมู่บ้าน” ที่ชอบยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่น เธออาจมีฉากที่ต้องเผชิญหน้ากับโบ้แบบขำๆ เช่น ถูกโบ้แกล้ง หรือแซวโบ้กลับ ซึ่งเป็นการแสดงเคมีที่เข้ากันได้ดีกับความกวนของโบ้
เสน่ห์จากน้อย โพธิ์งาม น้อย โพธิ์งาม นำความเป็นตัวเองมาใส่ในป้าองุ่นศรีอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ การพูดจาแบบชาวบ้านที่ดูจริงใจ หรือท่าทางที่เกินจริงแต่ลงตัว ทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตชีวา ชื่อ “องุ่นศรี” อาจบ่งบอกถึงความเป็นคนธรรมดาที่มีอะไรพิเศษซ่อนอยู่ ซึ่งน้อยน่าจะใช้จุดนี้ในการสร้างเสน่ห์ให้ตัวละคร
ป้าองุ่นศรีเป็นตัวละครที่เข้ามาเติมเต็มความสนุกและความครบรสของ “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ในฐานะตัวแทนของอารมณ์ขัน ด้วยฝีมือของน้อย โพธิ์งาม ที่มีประสบการณ์ในบทตลกและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ เธอทำให้ป้าองุ่นศรีกลายเป็นตัวละครที่คนดูจดจำได้จากความน่ารัก ความปากจัด และความเป็นกันเอง แม้จะไม่ใช่ตัวละครที่ขับเคลื่อนเรื่องราวหลัก แต่ก็มีส่วนช่วยให้ละครมีชีวิตชีวาและน่าติดตามมากขึ้น
→ แจ๊ส ชวนชื่น รับบทเป็น ยอดชาย
เป็นตัวละครที่มีบุคลิกสนุกสนาน ร่าเริง และอาจมีมุมที่ดูซื่อ ๆ หรือกวน ๆ ในแบบฉบับของแจ๊ส ซึ่งเขามักจะใส่ลูกเล่นและมุกตลกเข้าไปในบทบาทเพื่อสร้างสีสันให้กับเรื่องราว แต่ในขณะเดียวกัน ตัวละครนี้ก็มีส่วนสำคัญในเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องหรือช่วยเหลือผู้อื่นตามชื่อเรื่อง “ผู้พิทักษ์รักเธอ” ทำให้ยอดชายไม่ใช่แค่ตัวละครตลกธรรมดา แต่ยังมีความลึกและความหมายในบทบาทด้วย
→ จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม รับบทเป็น เปิ้ล
มีบทบาทเป็นตัวสร้างสีสันให้กับเรื่องราว ด้วยบุคลิกที่อาจจะดูซื่อ ๆ กวน ๆ หรือมีความเปิ่น ๆ ปนความน่ารักตามสไตล์ของจั๊กกะบุ๋ม ซึ่งในช่วงนั้นเขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากการแสดงตลกในรายการต่าง ๆ และละครซิตคอม ตัวละครเปิ้ลจึงน่าจะถูกใช้เพื่อคลายความตึงเครียดจากเส้นเรื่องหลักที่มีความเข้มข้น และช่วยเชื่อมโยงอารมณ์ของผู้ชมให้เข้าถึงความสนุกของละครได้มากขึ้น
เปิ้ลอาจมีส่วนร่วมในสถานการณ์ที่ต้องช่วยเหลือตัวละครหลัก หรือเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในแบบที่สร้างเสียงหัวเราะ โดยอาจมีการแสดงท่าทางหรือมุกตลกที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น การพูดจาแบบกวน ๆ หรือการเลียนแบบที่จั๊กกะบุ๋มถนัด
นักแสดงรับเชิญ
ไมค์ ภิรมย์พร
ต่าย อรทัย
พี สะเดิด
อำพล จันทะน้อย (พล The Star 3)
วิศิษฐ์ ยุตติยงค์
อรรถพล เทศทะวงศ์ รับบทเป็น พมด
ด.ช.ณคินทร์ มาโนชวงศ์ รับบทเป็น จอม
ด.ญ.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี รับบทเป็น ม่านแก้ว