ละคร ตะกรุดโทน 2562 เป็นเรื่องราวที่เกิดในยุคปี 2505 ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว ปมปริศนาที่ชวนติดตามแบบหยุดไม่ได้เลยล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของวัตถุมงคลโบราณอย่าง “ตะกรุดโทน” ที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความโลภและการไล่ล่า เรื่องราวเริ่มต้นที่ปี พ.ศ. 2505 ในกรุงเทพฯ มีการขนย้ายนักโทษจากเรือนจำกลางไปยังเรือนจำที่นครราชสีมา ซึ่งเป็นคุกที่ปลอดภัยสุดๆ นักโทษที่ถูกย้ายมีแต่พวกคดีหนักๆ นะ เช่น มะฮาแว (ไพศาล ขุนหนู), อุสมาน (วีระยุทธ นานช้า), และไข่นุ้ย (อธิบดี พันตาวงศ์) พวกนี้เป็นแก๊งปล้นฆ่าจากพัทลุง ส่วนสยุมภู (หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล) ดูเหมือนนักโทษฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐ แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นตำรวจปลอมตัวมาคุ้มกัน และแทน ปากน้ำโพ (ธนากร ศรีบรรจง) นักโทษคดีเล็กๆ ที่ติดรถมาด้วย
ระหว่างทาง ขบวนรถโดนกลุ่มชายฉกรรจ์บุกโจมตีเพื่อชิงตัวมะฮาแวพวกนั้น เกิดยิงกันวุ่นวาย สยุมภูเปิดตัวว่าเป็นตำรวจ ยิงมะฮาแวแต่ไม่ตายเพราะมะฮาแวหนังเหนียวจากไสยเวทย์พัทลุง มะฮาแวสวนกลับ ยิงสยุมภูตกเหว แทนใช้โอกาสหนีเข้าป่าไป
ป่าดงพญาไฟนี่โหดมาก สัตว์ร้าย ไข้ป่าเพียบ แต่มีชุมโจรของเสือสัก (บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) อยู่ พวกเสือฝ้าย (ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง), เสือเคียว (ฉัตรมงคล บำเพ็ญ), เสือแคน (จรัล งามดี) ล้วนหนังเหนียวจากของขลัง เนตรทราย (ปภาดา กลิ่นสุมาลย์) ลูกสาวเสือสัก เจอสยุมภูบาดเจ็บ เลยช่วยพามารักษาในชุม เสือสักคิดว่าสยุมภูเป็นนักโทษหนีคุกเลยยอมให้อยู่
ฝั่งตำรวจ ผู้การประเสริฐ (ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) กับสารวัตรดำเกิง (สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ) ตั้งหน่วยไล่ล่ามะฮาแวและเสือสัก เสือสักจริงๆ เป็นโจรโรบินฮูด ปล้นรวยช่วยจน ชาวบ้านรักมาก นวลพรรณ (กมลรัตน์ ทานนท์) ลูกผู้การ กับผ่องพรรณ (น้ำทิพย์ เสียมทอง) ภรรยา มาเที่ยวด้วย เบญจรงค์ (อิทธิกร สาธุธรรม) ลูกนายตัน (สุรวุท ไหมกัน) นายธนาคารใหญ่ ชอบนวลพรรณ นายตันมีลูกน้องอย่างสำอาง (สุทธิ์คุณ วันทานุ) ยันต์มหาอุตม์ และอาจารย์ไพรวัลย์ (วินัย ไกรบุตร) จอมขมังเวทย์ พวกนี้ต้องการเหล็กไหลและตะกรุดโทนเพื่อคงกระพัน
แทนหนีป่า เจอพระธุดงค์กับกร (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) พระช่วยชีวิต มอบมีดเทพศาสตราและงากำจัด ทำให้แทนหนังเหนียว แทนไปทำงานกับชุนเซ้ง (ศักราช ฤกษ์ธารงค์) เจอหมวยลี่ (รัญดภา มันตะลัมพะ) ลูกสาว แล้วรักกัน
สยุมภูในชุมเสือ เจอตะกรุดโทน กลายเป็นคงกระพัน มะฮาแวพวกหนีไปกบดานกับสิน (พิภัชพงษ์ มากลั่น) จริงๆ ถูกนายตันใส่ร้ายเรื่องทองเถื่อน นายตันจ้างพวกเขาขนทอง แต่หักหลัง ตำรวจจับ ทองหายครึ่ง นายตันคิดว่ามะฮาแวซ่อน
ความรักสยุมภูกับเนตรทรายเกิดเร็ว แต่สยุมภูต้องทำหน้าที่ เป็นสายให้ตำรวจบุกชุม เสือฝ้ายพวกแปรพักตร์ไปอยู่กับนายตัน เสือสักถูกจับ เนตรทรายแค้นสยุมภู รวบรวมคนช่วยพ่อ แทนพวกโดนใส่ร้ายปล้นธนาคาร มะฮาแวพวกสู้ทวงความยุติธรรม สยุมภูช่วยเสือสัก คืนเหล็กไหล ทั้งหมดรวมกันสู้สงครามคงกระพัน
“ตะกรุดโทน” เป็นละครที่ผสมผสานบู๊ ดราม่า ความรัก และไสยศาสตร์ได้ลงตัวมาก มันชวนให้คิดถึงคุณธรรมและความเชื่อ
ละครเรื่องนี้บู๊สนุกมาก ฉากยิงกัน ต่อสู้ด้วยของขลัง มันส์แบบไม่ยั้ง โดยเฉพาะสงครามคงกระพันตอนจบ ฟ้าดินสะเทือน ของขลังปะทะกัน CG ทำดีเกินคาดสำหรับละครไทยยุคนั้น นักแสดงนำอย่างหัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ในบทสยุมภู เท่สุดๆ เล่นบทตำรวจปลอมตัวได้น่าเชื่อ ปภาดา กลิ่นสุมาลย์ เป็นเนตรทราย สาวแกร่งแต่มีมุมอ่อนโยน เคมีเข้ากันดี ธนากร ศรีบรรจง กับรัญดภา มันตะลัมพะ คู่แทนกับหมวยลี่ ก็น่ารักสดใส ช่วยเบรกความหนักของเรื่องได้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เป็นเสือสัก คาริสม่าเต็มเปี่ยม วินัย ไกรบุตร เป็นอาจารย์ไพรวัลย์ ร้ายแบบขมังเวทย์ สุดยอดเลย
เนื้อเรื่องก็ครบรส ดราม่า ความรัก การหักหลัง ปมไสยศาสตร์อย่างตะกรุดโทนและเหล็กไหล ทำให้ชวนติดตาม ไม่น่าเบื่อ แถมสอดแทรกคุณธรรมว่าธรรมะชนะอธรรม ความดีคือของขลังที่แท้จริง เรตติ้งก็ดีนะ ตอนออกอากาศเฉลี่ยสูง ได้อันดับ 4 ของละครหลังข่าวช่อง 7 ปี 62 แม้ตอนจบจะมาช้า เรตติ้งตอนจบไม่พีคเท่าไหร่ แต่เฉลี่ยก็ยังแรง มีตอนที่เรตติ้งพุ่งถึง 7.624 ซึ่งเป็นสูงสุดประจำสัปดาห์เลย และในกทม. สูงสุด 6.0 แฟนๆ ชอบตรงบู๊หนักแต่มีรักหน่อยๆ ด้วย
ละคร ตะกรุดโทน 2562
ละคร ตะกรุดโทน 2562 EP.1-16 ตอนจบCH7+
ฉากเด็ดละคร ตะกรุดโทน 2562
เพลงประกอบละคร ตะกรุดโทน เพลงเคยฮักกันรึเปล่า Ost.ตะกรุดโทน | รัตน์นรี เลิศพิมพกา [Official MV]
เพลงประกอบละคร ตะกรุดโทน ตะกรุดโทน Ost.ตะกรุดโทน | สุธีรัชต์ ชาญนุกูล [Official MV]
เบื้องหลังการถ่ายทำ ละครเรื่องนี้ปี 2562 จากช่อง 7HD มันไม่ใช่แค่สนุกหน้าจอ แต่เบื้องหลังก็โหด มันส์ สนุกไม่แพ้กันอะ มีคิวบู๊ CG ของขลัง นักแสดงเล่นจริงเจ็บจริง
ผลิตโดยบริษัท โคลิเซี่ยม อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นค่ายที่ขึ้นชื่อเรื่องละครบู๊แอคชั่นเลย บทประพันธ์โดย มิสเตอร์เค ที่เขียนเรื่องไสยศาสตร์ของขลังได้น่าติดตามมาก บทโทรทัศน์โดย ภูมิแผ่นดิน ที่ปรับให้เข้ากับจอทีวี กำกับการแสดงโดย ทองก้อน ศรีทับทิม ผู้กำกับมือฉมังที่เคยทำละครบู๊หลายเรื่อง และควบคุมการผลิตโดย พรพิมล มั่นฤทัย ที่ดูแลทุกอย่างให้เป๊ะ
การถ่ายทำนี่โหดมากเลย เพราะเรื่องนี้มีฉากป่าดงพญาไฟเยอะ ถ่ายทำในป่าจริงๆ ที่นครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียง นักแสดงอย่างเข้ม หัสวีร์ (สยุมภู) ต้องเล่นคิวบู๊เยอะมาก มีฉากยิงกัน ตกเหว ขี่ม้า เนย ปภาดา (เนตรทราย) ก็ต้องสู้กับเสือฝ้าย (ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง) แบบตัวต่อตัว บู๊จริงๆ ไม่ใช้สแตนด์อินจากคลิปเบื้องหลังใน Facebook ของ Coliseum Entertainment เห็นเลยว่านักแสดงเหนื่อยแต่สนุก มีฉากเนตรทรายสู้เสือฝ้ายที่ถ่ายกันหลายเทค เพราะต้องทำให้ดูสมจริง
ส่วนโหน ธนากร (แทน) กับพลอย รัญดภา (หมวยลี่) คู่นี้เบื้องหลังน่ารักมาก มีฉากโรแมนติกผสมบู๊ พลอยบอกในสัมภาษณ์ว่าต้องฝึกจีบโหนแบบหยิ่งๆ สนุกดี เบน สันติราษฎร์ (สารวัตรดำเกิง) กับโน้ต วัชรบูล (กร) ก็มีฉากขี่ม้าคู่ใจ ถ่ายกับเข้มและเนย อรรครัฐ (บุญรอด) ด้วย จากวิดีโอใน Dailymotion และ YouTube Ch7HD เห็นเลยว่าทีมงานใช้ม้าจริงๆ ต้องระวังความปลอดภัย
ไฮไลต์คือฉากสงครามคงกระพันตอนจบ CG ของขลัง ตะกรุดโทน เหล็กไหล ทำดีมากสำหรับละครไทยยุคนั้น ทีมงานใช้เทคนิคพิเศษผสมคิวบู๊จริง มีปืนผาหน้าไม้ มีด ยันต์ อาจารย์ไพรวัลย์ (วินัย ไกรบุตร) กับนายตัน (สุรวุท ไหมกัน) ถ่ายฉากขมังเวทย์กันหนัก นักแสดงต้องแต่งตัวเต็มยศ มีรอยสักยันต์ปลอมๆ เต็มตัว
จากรายการ “สดๆ บทไม่มี ตีสนิท” ใน YouTube Ch7HD นักแสดงมาเล่าเบื้องหลังกันสนุกมาก เข้มบอกว่าต้องฝึกยิงปืนจริงเพื่อเข้าฉาก โน้ตก็เล่าว่าฉากป่าต้องทนยุงกัด พลอยกับเนยสนิทกันมากเพราะถ่ายด้วยกันเยอะ ทีมงาน Coliseum ยังมีช่อง YouTube Coliseum Intergroup อัปเดตเบื้องหลังทุก EP เลย สนุกมาก ละครออกอากาศครั้งแรก 2 พ.ย. 2562 ทุกศุกร์-อาทิตย์ 20.30 น. เรตติ้งดีมากเพราะบู๊เดือด และรีรันล่าสุดปี 2568 ทุกจันทร์-พฤหัส 18.00 น. ตามข่าวจาก Ch7.com
นักแสดง
→ หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล รับบท สยุมภู

อดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ผันตัวมาเป็นตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ยึดมั่นในความยุติธรรมอย่างสุดตัว ในเรื่อง เขาปลอมตัวเป็นนักโทษเพื่อคุ้มกันขบวนขนย้ายนักโทษจากกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมา แต่โดนโจมตีจากกลุ่มโจร ทำให้บาดเจ็บสาหัสและตกลงเหว เนตรทราย ลูกสาวเสือสัก เจอและช่วยชีวิตไว้ ทำให้สยุมภูเข้าไปอยู่ในชุมโจรเสือสัก ซึ่งเป็นกลุ่มโจรโรบินฮูดที่ช่วยคนจน เขาต้องปกปิดตัวตนว่าเป็นตำรวจ และที่นี่เองเขาได้พบตะกรุดโทน วัตถุมงคลโบราณที่ทำให้เขาคงกระพันชาตรี สามารถต่อสู้กับพวกหนังเหนียวได้ สยุมภูมีความขัดแย้งภายในใจ เพราะตกหลุมรักเนตรทรายอย่างรวดเร็ว แต่ต้องทำหน้าที่เป็นสายให้ผู้การประเสริฐและสารวัตรดำเกิง บุกจับเสือสัก ทำให้เนตรทรายแค้นและไล่ล่าเขา
สยุมภูเป็นตัวละครที่แสดงถึงความกล้าหาญ ความซื่อสัตย์ และการเสียสละ เขาร่วมมือกับแทน อดีตนักโทษหนุ่ม ที่ได้รับมีดเทพศาสตราและงากำจัด ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นพันธมิตรต่อสู้กับนายตัน นายธนาคารโลภมากที่อยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายมะฮาแวและพวก เพื่อชิงทองเถื่อนและของขลัง สยุมภูต้องเผชิญอันตรายมากมาย ทั้งการยิงต่อสู้ การทรยศจากเสือฝ้าย เสือเคียว เสือแคน ที่แปรพักตร์ไปอยู่กับนายตัน และการต่อสู้ในสงครามคงกระพันตอนจบ ที่ของขลังปะทะกันดุเดือด สุดท้ายเขาช่วยเสือสัก พิสูจน์ความจริง และกลับเข้ารับราชการ สยุมภูเป็นสัญลักษณ์ของฮีโร่ที่ไม่ยอมแพ้ต่อความชั่ว แม้ต้องเดิมพันด้วยชีวิตและความรัก
ฉายาของสยุมภูคือ “นักรบผู้พิทักษ์ตะกรุด”
เพราะเขาเป็นผู้ที่ได้รับพลังจากตะกรุดโทน ศรีสุทโธโสฬส ของขลังสูงสุดที่ทำให้เขาคงกระพันขึ้นมา จากเดิมที่เป็นตำรวจธรรมดา สยุมภูกลายเป็นนักรบที่ต่อสู้กับพวกขมังเวทย์และหนังเหนียว อย่างมะฮาแวที่อาบน้ำว่านพัทลุง หรืออาจารย์ไพรวัลย์จอมเดียรัจฉานวิชา ฉายานี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของเขา จากทหารหน่วยรบที่เก่งเรื่องการต่อสู้แบบปกติ มาเป็นผู้พิทักษ์ที่ผสานไสยศาสตร์เข้ากับหน้าที่ เขาใช้พลังนี้ปกป้องคนดีอย่างเสือสัก และต่อกรกับฝ่ายอธรรมอย่างนายตันที่ต้องการครอบครองเหล็กไหลและตะกรุดเพื่อความโลภ ในฉากสงครามใหญ่ สยุมภูนำทีมสู้แบบกล้าหาญบ้าบิ่น ทำให้ฉายานี้เหมาะสมที่สุดกับบทบาทของเขา ที่ไม่ใช่แค่นักรบ แต่ยังเป็นผู้รักษาความศรัทธาในของขลังและความดี
ข้อคิดจากสยุมภูคือ “ความดีคือพลังคงกระพันที่แท้จริง”
เพราะในเรื่อง แม้สยุมภูจะมีตะกรุดโทนทำให้หนังเหนียว แต่สิ่งที่ทำให้เขาชนะคือความซื่อสัตย์และความยุติธรรม เขาเลือกทำหน้าที่แม้ต้องเสียความรักจากเนตรทรายชั่วคราว และช่วยเหลือคนบริสุทธิ์อย่างมะฮาแวที่ถูกใส่ร้าย ข้อคิดนี้สอนว่า ของขลังหรือพลังภายนอกเป็นแค่เครื่องมือ แต่ความดีในใจต่างหากที่ทำให้เรายืนหยัดได้ แม้ร่างกายจะสลาย ความดีก็ยังคงอยู่ เฉกเช่นตะกรุดโทนที่เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธา ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในหลักธรรม ไม่โลภหรือหักหลังผู้อื่น เหมือนนายตันที่แพ้เพราะความชั่ว สุดท้ายสยุมภูกลับสู่ราชการและได้ความรักคืน สอนว่า ความดีนำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืน
→ ปภาดา กลิ่นสุมาลย์ รับบท เนตรทราย

ลูกสาวของเสือสัก โจรโรบินฮูดที่ซ่อนตัวในป่าดงพญาไฟ เธอเติบโตในชุมโจรที่เต็มไปด้วยอันตราย ทำให้เป็นสาวแกร่ง กล้าหาญ และซื่อสัตย์ต่อครอบครัว ในเรื่อง เธอเจอสยุมภู ตำรวจปลอมตัวที่บาดเจ็บสาหัสหลังถูกยิงตกลงเหว เธอช่วยชีวิตเขา พามารักษาในชุมโจร โดยมีบุญรอด มะไฟ และตาชื้น ช่วยดูแล เสือสักพ่อของเธอคิดว่าสยุมภูเป็นนักโทษหนีคุกเลยยอมให้อยู่ เนตรทรายตกหลุมรักสยุมภูอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางป่าเขาและชีวิตโจรที่ต้องต่อสู้กับตำรวจอย่างผู้การประเสริฐและสารวัตรดำเกิง ที่ไล่ล่าเสือสักมานานเกือบยี่สิบปี แต่เนตรทรายไม่รู้ว่าสยุมภูเป็นตำรวจแฝงตัว เมื่อสยุมภูทำหน้าที่ เป็นสายให้ตำรวจบุกชุมโจร เสือสักถูกจับ เนตรทรายแค้นใจมาก
เพราะความรักกลายเป็นการหักหลัง เธอรวบรวมผู้คนในชุมโจรไล่ล่าสยุมภู และพยายามช่วยพ่อให้พ้นจากการถูกสังหาร เนตรทรายแสดงถึงความเข้มแข็งทางอารมณ์ เธอต่อสู้เคียงข้างพ่อและพวกเสือฝ้าย เสือเคียว เสือแคน ที่บางส่วนทรยศไปอยู่กับนายตัน นายธนาคารโลภมากที่ต้องการตะกรุดโทนและเหล็กไหล ในสงครามคงกระพันตอนจบ เธอร่วมสู้กับฝ่ายธรรมะ ต่อกรกับอาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเบญจรงค์ ฝ่ายอธรรม สุดท้ายเมื่อความจริงเปิดเผย นายตันเป็นตัวร้าย เธอให้อภัยสยุมภู และพ่อยกเธอให้เขา เสือสักบวชธุดงค์ เนตรทรายเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่เข้มแข็งแต่มีหัวใจอ่อนโยน ยึดมั่นในความรักและครอบครัว แม้ต้องเผชิญความสูญเสียและการทรยศ
ฉายาของเนตรทรายคือ “สาวแกร่งแห่งดงพญาไฟ”
เพราะเธอเติบโตในป่าทึบที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและไข้ป่า ทำให้มีทักษะการต่อสู้และเอาชีวิตรอดสูง เธอช่วยสยุมภูจากความตาย และกลายเป็นกำลังสำคัญในชุมโจร ฉายานี้สะท้อนถึงความกล้าหาญของเธอที่ไม่กลัวอันตราย เมื่อพ่อถูกจับ เธอรวบรวมคนไล่ล่าสยุมภูและต่อสู้เพื่อช่วยเสือสักจากนายตันและพวกขมังเวทย์ เนตรทรายใช้ไหวพริบและความแกร่งปกป้องคนที่รัก ท่ามกลางสงครามของขลังที่ฟ้าดินสะเทือน ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเธอที่เป็นทั้งนักรบและผู้หญิงที่มีหัวใจ
ข้อคิดจากเนตรทรายคือ “ความรักที่แท้จริงต้องผ่านการทดสอบ”
เพราะในเรื่อง ความรักของเธอกับสยุมภูเกิดเร็วแต่ต้องเผชิญการหักหลัง เมื่อรู้ว่าเขาเป็นตำรวจ เธอแค้นและไล่ล่า แต่สุดท้ายให้อภัยเมื่อเห็นความจริง ข้อคิดนี้สอนว่า ความรักไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่ต้องผ่านอุปสรรคเพื่อพิสูจน์ความแน่นอน เหมือนเนตรทรายที่ยึดมั่นในครอบครัวและความยุติธรรม แม้หัวใจเจ็บปวด ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยเรียนรู้ที่จะให้อภัยและเข้าใจอีกฝ่าย เมื่อผ่านพ้น ความรักจะแข็งแกร่งขึ้น สุดท้ายเธอได้อยู่กับสยุมภู สอนว่าความอดทนนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน
→ ธนากร ศรีบรรจง รับบท แทน ปากน้ำโพ

อดีตนักโทษคดีลักเล็กขโมยน้อยจากปากน้ำโพ ที่ติดรถขนย้ายนักโทษจากกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมาโดยบังเอิญ เขาเป็นคนธรรมดาที่ไม่ค่อยมีพลังพิเศษ แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อขบวนรถถูกโจรบุกชิงตัวมะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย แทนใช้โอกาสชุลมุนหนีเข้าป่าดงพญาไฟ ที่เต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์ร้ายและไข้ป่า เขาเกือบตายแต่เจอพระธุดงค์และกร กระบือบิน พระช่วยชีวิตและมอบมีดเทพศาสตราและงากำจัด ทำให้แทนกลายเป็นคนคงกระพันชาตรี มีอาวุธที่ทะลวงหนังเหนียวของพวกขมังเวทย์ได้ แทนเดินทางออกจากป่า ไปทำงานกับชุนเซ้ง เจ้าของบริษัทขนส่งสินค้า ที่นี่เขาเจอหมวยลี่ ลูกสาวชุนเซ้ง ที่ชอบเขาและจีบอย่างออกนอกหน้า แต่แทนทำหยิ่ง สุดท้ายทั้งคู่รักกันอย่างหวานชื่น
ท่ามกลางชีวิตปกติที่ถูกดึงกลับสู่ความวุ่นวาย เมื่อแทน กร ชุนเซ้ง และหมวยลี่ ถูกใส่ร้ายเป็นผู้ต้องหาปล้นรถขนเงินของธนาคารนายตัน เพราะโดนซ้อนแผนโดยไม่รู้เรื่อง แทนตัดสินใจสู้เพื่อทวงความยุติธรรม ร่วมมือกับสยุมภู มะฮาแว และเสือสัก ในสงครามคงกระพันตอนจบ เขาใช้มีดเทพศาสตราเผชิญหน้ากับนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง เบญจรงค์ และเสือฝ้าย ฝ่ายอธรรม สุดท้ายแทนพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม เพราะเขาเป็นแพะในคดี กลับไปอยู่ปากน้ำโพกับหมวยลี่ เปิดบริษัทขนส่งสินค้าทางน้ำและทางบก แทนเป็นสัญลักษณ์ของคนธรรมดาที่ได้รับโอกาสพลิกชีวิต ยึดมั่นในความดี และต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แม้เริ่มจากจุดต่ำสุด
ฉายาของแทนคือ “นักรบมีดเทพจากปากน้ำโพ”
เพราะเขาได้รับมีดเทพศาสตราและงากำจัดจากพระธุดงค์ ทำให้กลายเป็นนักรบที่สามารถทะลวงหนังเหนียวของศัตรูได้ ฉายานี้สะท้อนถึงต้นกำเนิดจากปากน้ำโพ ชายหนุ่มธรรมดาที่พลิกผันสู่ฮีโร่ เขาใช้มีดนี้ต่อสู้ในสงครามคงกระพัน ช่วยสยุมภูและเสือสักจากนายตันและพวกขมังเวทย์ แทนแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่มาจากของขลังผสานกับหัวใจบริสุทธิ์ ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เริ่มจากนักโทษแต่จบด้วยผู้ชนะ
ข้อคิดจากแทนคือ “คนธรรมดาก็พลิกชีวิตได้ด้วยความซื่อสัตย์”
เพราะในเรื่อง แทนเริ่มจากนักโทษคดีเล็ก แต่ได้รับของขลังเพราะความดีในใจ เขาไม่โลภแต่เลือกสู้เพื่อความยุติธรรม เมื่อถูกใส่ร้ายปล้นธนาคาร ข้อคิดนี้สอนว่า แม้ชีวิตต่ำต้อย แต่ความซื่อสัตย์นำมาซึ่งโอกาส เหมือนแทนที่ได้รับมีดเทพและรักจากหมวยลี่ ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในหลักดี ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค สุดท้ายแทนเปิดบริษัทและได้ชีวิตใหม่ สอนว่าความซื่อสัตย์นำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืน
→ รัญดภา มันตะลัมพะ รับบท หมวยลี่

ลูกสาวของชุนเซ้ง เจ้าของบริษัทรับขนส่งสินค้าที่มีฐานะมั่งคั่ง เธอเป็นสาวสดใส ร่าเริง และกล้าแสดงออก โดยเฉพาะเรื่องความรัก ในเรื่อง เธอปรากฏตัวเมื่อแทน ปากน้ำโพ อดีตนักโทษที่หนีเข้าป่าดงพญาไฟและได้รับมีดเทพศาสตรากับงากำจัดจากพระธุดงค์ มาทำงานกับพ่อของเธอ หมวยลี่ชอบแทนตั้งแต่แรกเห็น และจีบเขาอย่างตรงไปตรงมา ไม่เกรงใจใคร แม้แทนจะทำหยิ่งและเย็นชา แต่เธอไม่ยอมแพ้ พยายามใกล้ชิดและแสดงความห่วงใย จนในที่สุดทั้งคู่ตกหลุมรักกันอย่างหวานชื่น ท่ามกลางชีวิตปกติที่ถูกดึงสู่ความวุ่นวาย เมื่อหมวยลี่ ชุนเซ้ง แทน และกร ถูกใส่ร้ายเป็นผู้ต้องหาคดีปล้นรถขนเงินของธนาคารนายตัน เพราะโดนซ้อนแผนโดยไม่รู้เรื่อง
เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อทวงความยุติธรรม ร่วมกับแทนที่ใช้พลังคงกระพันสู้เคียงข้างสยุมภู มะฮาแว และเสือสัก ในสงครามคงกระพันตอนจบ เธอแสดงถึงความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ในความสดใส ช่วยเหลือคนรักและครอบครัวท่ามกลางอันตรายจากนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเบญจรงค์ ฝ่ายอธรรม สุดท้ายเมื่อความจริงเปิดเผย นายตันเป็นตัวร้าย เธอได้รับความยุติธรรม พ้นผิดจากคดี และกลับไปอยู่ปากน้ำโพกับแทน เปิดบริษัทขนส่งสินค้าทางน้ำและทางบก หมวยลี่เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่สดใสแต่เข้มแข็ง ยึดมั่นในความรักและไม่กลัวอุปสรรค แม้ต้องเผชิญการทรยศและสงครามของขลังที่ฟ้าดินสะเทือน
ฉายาของหมวยลี่คือ “สาวสดใสนักจีบแห่งบริษัทขนส่ง”
เพราะเธอเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทที่ร่าเริงและกล้าแสดงความรัก จีบแทนอย่างออกนอกหน้าแม้เขาจะหยิ่ง ฉายานี้สะท้อนถึงบุคลิกสดใสที่เพิ่มสีสันให้เรื่องราวท่ามกลางบู๊เดือดและไสยศาสตร์ เธอไม่ใช่แค่คู่รักแต่ยังช่วยแทนสู้เมื่อถูกใส่ร้ายปล้นธนาคาร แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่ซ่อนในความน่ารัก ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเธอที่ผสมโรแมนติกเข้ากับการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
ข้อคิดจากหมวยลี่คือ “ความกล้าในความรักนำมาซึ่งความสุข”
เพราะในเรื่อง เธอจีบแทนอย่างตรงไปตรงมา แม้ถูกปฏิเสธแต่ไม่ยอมแพ้ จนได้รักแท้ ข้อคิดนี้สอนว่า การแสดงออกอย่างกล้าหาญในความรู้สึกนำมาซึ่งโอกาส เมื่อเผชิญอุปสรรคอย่างคดีใส่ร้าย เธอยังยืนเคียงข้างคนรัก ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยกล้าเปิดใจและไม่กลัวการถูกปฏิเสธ เพราะความพยายามนำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง สุดท้ายเธอได้ชีวิตใหม่กับแทน สอนว่าความกล้าในรักนำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืน
→ วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท กร

ชายหนุ่มลึกลับที่อาศัยอยู่ในป่าดงพญาไฟ ร่วมกับพระธุดงค์ เขาเป็นคนเงียบขรึมแต่มีทักษะการต่อสู้และเอาชีวิตรอดสูง จากชีวิตที่เคยผ่านความยากลำบาก ในเรื่อง เขาปรากฏตัวเมื่อแทน ปากน้ำโพ หนีเข้าป่าหลังขบวนขนนักโทษถูกบุกโจมตี แทนเกือบตายจากไข้ป่า แต่พระธุดงค์ช่วยชีวิตและมอบมีดเทพศาสตรากับงากำจัดให้แทน กรอยู่เคียงข้างในเหตุการณ์นั้น กลายเป็นเพื่อนและพันธมิตรที่ช่วยแทนหลบหนีและปรับตัว กรมีชื่อเล่นกระบือบินที่สะท้อนถึงความว่องไวและแข็งแกร่งเหมือนกระบือแต่เคลื่อนไหวดั่งบินได้ เขาร่วมเดินทางกับแทนไปทำงานที่บริษัทขนส่งของชุนเซ้ง ที่นี่กรช่วยแทนจัดการปัญหา และเมื่อแทนตกหลุมรักหมวยลี่ ลูกสาวชุนเซ้ง กรก็คอยสนับสนุน
ท่ามกลางชีวิตปกติที่ถูกดึงสู่ความวุ่นวาย เมื่อกร แทน ชุนเซ้ง และหมวยลี่ ถูกใส่ร้ายเป็นผู้ต้องหาปล้นรถขนเงินของธนาคารนายตัน เพราะโดนซ้อนแผนโดยไม่รู้เรื่อง กรตัดสินใจสู้เพื่อทวงความยุติธรรม ร่วมมือกับสยุมภู มะฮาแว และเสือสัก ในสงครามคงกระพันตอนจบ เขาใช้ทักษะต่อสู้เผชิญหน้ากับนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง เบญจรงค์ และเสือฝ้าย ฝ่ายอธรรม สุดท้ายกรช่วยพิสูจน์ความจริง ได้รับความยุติธรรม และกลับสู่ชีวิตปกติ กรเป็นสัญลักษณ์ของเพื่อนแท้ที่เงียบแต่ภักดี ยึดมั่นในมิตรภาพและความดี แม้ต้องเผชิญอันตรายจากของขลังและการทรยศ
ฉายาของกรคือ “กระบือบินผู้พิทักษ์ป่า”
เพราะชื่อเล่นกระบือบินสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและว่องไว เขาอาศัยในป่าดงพญาไฟที่เต็มไปด้วยอันตราย ช่วยแทนจากไข้ป่าและร่วมต่อสู้ ฉายานี้เหมาะสมเพราะกรปกป้องเพื่อนและความยุติธรรมเหมือนผู้พิทักษ์ป่า ใช้ทักษะเอาชีวิตรอดเผชิญพวกหนังเหนียวอย่างมะฮาแวและอาจารย์ไพรวัลย์ ในสงครามคงกระพัน เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วช่วยสยุมภูและเสือสักจากนายตัน แสดงถึงความภักดีที่ซ่อนในความเงียบ ทำให้ฉายานี้เหมาะกับบทบาทของเขาที่เป็นพันธมิตรลึกลับแต่ทรงพลัง
ข้อคิดจากกรคือ “มิตรภาพแท้คือพลังที่ช่วยพลิกผันชีวิต”
เพราะในเรื่อง กรช่วยแทนจากจุดต่ำสุดในป่า กลายเป็นเพื่อนที่คอยสนับสนุนจนชนะคดีใส่ร้าย ข้อคิดนี้สอนว่า เพื่อนแท้ไม่ต้องพูดมากแต่ยืนเคียงข้างในยามยาก เมื่อเผชิญสงครามของขลัง กรใช้ทักษะปกป้องกลุ่ม ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยสร้างมิตรภาพที่ภักดี ไม่ทิ้งกันในอุปสรรค เพราะพลังจากเพื่อนนำมาซึ่งชัยชนะ เหมือนกรที่ช่วยแทนเปิดบริษัทใหม่ สอนว่ามิตรภาพนำมาซึ่งความสำเร็จที่ยั่งยืน
→ สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ รับบท สารวัตรดำเกิง

ตำรวจมือดีที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้การประเสริฐ เขาเป็นคนจริงจัง เด็ดเดี่ยว และยึดมั่นในหน้าที่อย่างสุดตัว ในเรื่อง เขารีบเดินทางมาตั้งหน่วยเฉพาะกิจไล่ล่าพวกมะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย หลังเหตุแหกคุกในดงพญาไฟ นอกจากนี้ยังไล่ล่าเสือสัก โจรที่ทางการตามจับมานานเกือบยี่สิบปี โดยไม่รู้ว่าเสือสักจริงๆ เป็นโรบินฮูดที่ปล้นรวยช่วยจน สารวัตรดำเกิงร่วมกับผู้การประเสริฐนำกำลังตำรวจบุกชุมเสือตามสายลับจากสยุมภู ตำรวจปลอมตัวที่แฝงตัวในชุม เขาเป็นตัวแทนของฝ่ายกฎหมายที่ทำตามคำสั่ง แต่ต้องเผชิญความขัดแย้งเมื่อความจริงเปิดเผยว่านายตัน นายธนาคารโลภมาก เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายมะฮาแวเรื่องทองเถื่อน และแบล็กเมล์ผู้การประเสริฐ
สารวัตรดำเกิงมีบทต่อสู้ในสงครามคงกระพันตอนจบ เผชิญหน้ากับของขลังอย่างตะกรุดโทน เหล็กไหล ยันต์มหาอุตม์ และเดรัจฉานวิชาของอาจารย์ไพรวัลย์ เขาใช้ความกล้าหาญและทักษะตำรวจสู้เคียงข้างฝ่ายธรรมะอย่างสยุมภู เสือสัก แทน และมะฮาแว สุดท้ายเมื่อนายตัน สำอาง เบญจรงค์ และเสือฝ้ายที่ทรยศแพ้ สารวัตรดำเกิงยอมรับความจริงและช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้คนดี สารวัตรดำเกิงเป็นสัญลักษณ์ของตำรวจที่ยึดหลักกฎหมาย แต่เรียนรู้ที่จะแยกแยะความยุติธรรมแท้จริงท่ามกลางความโลภและไสยศาสตร์ที่ฟ้าดินสะเทือน
ฉายาของสารวัตรดำเกิงคือ “นักล่าหน่วยเฉพาะกิจ”
เพราะเขาเป็นหัวหน้าหน่วยที่รีบตั้งขึ้นเพื่อไล่ล่ามะฮาแวและเสือสักในป่าดงพญาไฟ ฉายานี้สะท้อนถึงความเด็ดเดี่ยวและความเร็วในการปฏิบัติการ เขานำกำลังบุกชุมโจรและต่อสู้กับพวกหนังเหนียวอย่างเสือฝ้าย เสือเคียว เสือแคน ที่บางส่วนทรยศไปอยู่กับนายตัน ในสงครามคงกระพัน เขาใช้ทักษะตำรวจเผชิญของขลังดุเดือด ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เป็นนักล่าที่ไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายปรับตัวเข้ากับความยุติธรรม
ข้อคิดจากสารวัตรดำเกิงคือ “หน้าที่ต้องผสานกับความยุติธรรม”
เพราะในเรื่อง เขาทำตามคำสั่งไล่จับเสือสักและมะฮาแว แต่เมื่อรู้ว่านายตันเป็นตัวร้ายและผู้การถูกแบล็กเมล์ เขาเลือกยืนฝ่ายถูก ข้อคิดนี้สอนว่า การทำหน้าที่อย่างตายตัวอาจผิดพลาด แต่ต้องใช้ดุลยพินิจแยกดีชั่ว ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยไม่ทำตามคำสั่ง blindly แต่พิจารณาความถูกต้อง สุดท้ายเขาช่วยฝ่ายธรรมะชนะ สอนว่าความยุติธรรมที่แท้นำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืน
→ กมลรัตน์ ทานนท์ รับบท นวลพรรณ

ลูกสาวคนสวยของผู้การประเสริฐและผ่องพรรณ เธอเป็นสาวเรียบร้อย อ่อนหวาน มีฐานะดี และเติบโตในครอบครัวตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ในเรื่อง เธอเดินทางมาพักผ่อนกับพ่อแม่ที่เขตป่าดงพญาไฟ เพื่อหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง ท่ามกลางเหตุการณ์ไล่ล่าพวกมะฮาแวและเสือสัก นวลพรรณกลายเป็นจุดสนใจของเบญจรงค์ ลูกชายนายตัน นายธนาคารใหญ่ที่โลภมากและอยู่เบื้องหลังความชั่วร้าย เบญจรงค์รักใคร่ชอบพอเธออย่างออกนอกหน้า พยายามใกล้ชิดและแสดงความเอาใจใส่ แต่หัวใจของนวลพรรณไม่ได้ตอบสนอง เพราะเธอเป็นคนยึดมั่นในความถูกต้องและศีลธรรม เมื่อเรื่องราวคลี่คลาย
ความจริงเปิดเผยว่านายตันใส่ร้ายมะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย เรื่องทองเถื่อนเพื่อปกปิดความโลภ มะฮาแวที่เคยถูกมองเป็นโจรร้าย พิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้สำเร็จ ด้วยการต่อสู้ในสงครามคงกระพันที่ดุเดือด ปะทะของขลังอย่างตะกรุดโทน เหล็กไหล และยันต์มหาอุตม์ นวลพรรณเห็นความดีและความกล้าหาญของมะฮาแว จึงตกหลุมรักเขาและกลายเป็นรักแท้ สุดท้ายทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข นวลพรรณเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่เลือกความรักจากคุณธรรม ไม่ใช่ฐานะหรือรูปลักษณ์ภายนอก เธอเพิ่มมิติโรแมนติกให้เรื่องราวที่เต็มไปด้วยบู๊ไสยศาสตร์และการหักหลัง
ฉายาของนวลพรรณคือ “สาวงามผู้เลือกหัวใจบริสุทธิ์”
เพราะเธอเป็นสาวสวยเรียบร้อยที่ปฏิเสธเบญจรงค์ ลูกนายธนาคารร่ำรวย แต่เลือกมะฮาแว อดีตนักโทษที่ถูกใส่ร้ายแต่มีหัวใจดี ฉายานี้สะท้อนถึงความมั่นคงในหลักการของเธอ ท่ามกลางความโลภของนายตันและลูกน้องอย่างสำอางกับอาจารย์ไพรวัลย์ เธอรอคอยความจริงจนมะฮาแวพิสูจน์ตัวเองในสงครามคงกระพัน ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเธอที่เป็นผู้หญิงที่ยึดคุณธรรมนำทางความรัก
ข้อคิดจากนวลพรรณคือ “ความรักแท้มาจากความจริงใจและคุณธรรม”
เพราะในเรื่อง เธอไม่เลือกเบญจรงค์ที่มีฐานะ แต่รอมะฮาแวที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยการสู้เพื่อความยุติธรรม ข้อคิดนี้สอนว่า ความรักที่ยั่งยืนต้องสร้างบนความซื่อสัตย์ ไม่ใช่เงินทองหรือรูปลักษณ์ เมื่อนายตันแพ้เพราะความโลภ เธอได้รักแท้ ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยมองลึกถึงจิตใจคน ไม่ตัดสินจากภายนอก สุดท้ายนวลพรรณมีความสุขกับมะฮาแว สอนว่าคุณธรรมนำมาซึ่งความรักที่มั่นคง
→ ไพศาล ขุนหนู รับบท มะฮาแว

หัวหน้ากลุ่มนักโทษคดีอุกฉกรรจ์จากพัทลุง ร่วมกับอุสมานและไข่นุ้ย เขาเป็นคนดุดัน แข็งกร้าว และหนังเหนียวสุดๆ จากไสยเวทย์สายพัทลุงที่อาบน้ำว่าน ในเรื่อง เขาถูกขนย้ายจากคุกกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมา แต่ขบวนรถโดนบุกชิงตัวโดยกลุ่มนายตัน มะฮาแวหนีรอดและกบดานกับสินที่แก่งคอย จริงๆ แล้วมะฮาแวกับพวกถูกนายตัน นายธนาคารโลภมาก จ้างขนทองเถื่อนลอบนำเข้า แต่หักหลังใส่ร้ายว่าปล้นฆ่า ทองหายครึ่งหนึ่ง นายตันจึงพยายามจับตัวมาคาดคั้น มะฮาแวถูกมองเป็นโจรร้ายที่ตำรวจอย่างสยุมภู ผู้การประเสริฐ และสารวัตรดำเกิง ไล่ล่า แต่เขายึดมั่นในความซื่อสัตย์และตัดสินใจสู้ทวงความเป็นธรรม
เมื่อถูกใส่ร้ายเพิ่ม มะฮาแวร่วมมือกับสยุมภู เสือสัก แทน และกร ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพัน ปะทะนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง เบญจรงค์ และเสือฝ้ายที่ทรยศ เขาใช้ความหนังเหนียวและความกล้าหาญบ้าบิ่นต่อสู้กับของขลังอย่างตะกรุดโทน เหล็กไหล และยันต์มหาอุตม์ สุดท้ายพิสูจน์ความจริงได้ กลับมาบริสุทธิ์ และพบรักแท้กับนวลพรรณ ลูกสาวผู้การประเสริฐ มะฮาแวเป็นสัญลักษณ์ของคนที่ถูกตัดสินผิดแต่สู้เพื่อความยุติธรรม แสดงถึงการเปลี่ยนจากตัวร้ายในสายตาคนอื่นสู่ฮีโร่จากความดีในใจ
ฉายาของมะฮาแวคือ “จอมหนังเหนียวพัทลุง”
เพราะเขามาจากพัทลุงและมีไสยเวทย์อาบน้ำว่านทำให้หนังเหนียว กระสุนไม่เข้าแม้สยุมภูยิงตรงๆ ในตอนแหกคุก ฉายานี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางกายที่มาจากเวทย์สายใต้ เขาใช้พลังนี้สู้ในสงครามคงกระพัน ต่อกรกับพวกขมังเวทย์อย่างอาจารย์ไพรวัลย์และสำอาง ท่ามกลางฟ้าดินสะเทือน แต่สุดท้ายหนังเหนียวแพ้ความดี ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เริ่มจากโจรร้ายแต่จบด้วยผู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์
ข้อคิดจากมะฮาแวคือ “ความจริงและความซื่อสัตย์นำมาซึ่งการไถ่บาป”
เพราะในเรื่อง เขาถูกใส่ร้ายเป็นโจรปล้นฆ่าแต่เลือกสู้แทนหนี ข้อคิดนี้สอนว่า แม้ถูกมองผิดแต่ยึดความดี ความจริงจะเปิดเผย เมื่อร่วมสงครามกับฝ่ายธรรมะ เขาพิสูจน์ตัวเองและได้ชีวิตใหม่กับนวลพรรณ ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยไม่ยอมแพ้ต่อการถูกกล่าวหา แต่สู้ด้วยหลักดี สุดท้ายมะฮาแวบริสุทธิ์ สอนว่าความซื่อสัตย์เปลี่ยนชะตาชีวิตได้
→ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ รับบท เสือสัก

หัวหน้าโจรในชุมเสือที่ซ่อนตัวในป่าดงพญาไฟ เขาเป็นคนดีที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโจรร้าย ทางการไล่จับมานานเกือบยี่สิบปีแต่จับไม่ได้ เพราะเสือสักปล้นคนรวยช่วยคนจน ปราบคนโกง ชาวบ้านจึงรักและปกป้องเขา ลูกสาวคือเนตรทราย ลูกน้องหลักอย่างเสือฝ้าย เสือเคียว เสือแคน ล้วนคงกระพันจากของขลังอย่างเขี้ยวเสือและหนังหน้าผากเสือ ในเรื่อง หลังเหตุแหกคุก เนตรทรายเจอสยุมภูบาดเจ็บ เสือสักยอมให้อยู่เพราะคิดว่าเป็นนักโทษหนีคุก เขาดูแลสยุมภูอย่างพ่อดูแลลูก โดยมีบุญรอด มะไฟ และตาชื้น ช่วย แต่ไม่รู้ว่าสยุมภูเป็นตำรวจปลอมตัว
เมื่อสยุมภูเป็นสายให้ผู้การประเสริฐและสารวัตรดำเกิงบุกชุม เสือฝ้ายพวกทรยศไปอยู่กับนายตัน เสือสักถูกจับและเกือบถูกสังหาร แต่สยุมภูช่วยไว้ เขาร่วมสู้ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพัน ปะทะนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง เบญจรงค์ และเสือฝ้าย ฝ่ายอธรรม ที่ต้องการตะกรุดโทนและเหล็กไหล สุดท้ายความจริงเปิดเผย นายตันเป็นตัวร้ายตัวจริง เสือสักพ้นมลทิน ยกเนตรทรายให้สยุมภู และออกบวชธุดงค์ไปทั่วอีสาน เสือสักเป็นสัญลักษณ์ของฮีโร่โรบินฮูดไทย มีคาริสม่า ความยุติธรรม และความเสียสละ แม้ชีวิตโจรแต่หัวใจบริสุทธิ์
ฉายาของเสือสักคือ “โรบินฮูดแห่งดงพญาไฟ”
เพราะเขาเป็นโจรที่ปล้นคนรวยช่วยคนจน ชาวบ้านรักและยกย่องเหมือนฮีโร่ ฉายานี้สะท้อนถึงชีวิตในป่าทึบที่ปกป้องคนดีและปราบคนชั่ว ทางการไล่จับแต่จับไม่ได้เพราะประชาชนช่วย เขาดูแลชุมโจรอย่างพ่อปกป้องลูก ในสงครามคงกระพัน เขานำทีมสู้เคียงข้างสยุมภูและแทนจากนายตัน ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เป็นโจรแต่มีหัวใจธรรมะ
ข้อคิดจากเสือสักคือ “ความดีทำให้คนรัก แม้ถูกมองเป็นโจร”
เพราะในเรื่อง เขาถูกไล่จับแต่ชาวบ้านปกป้องเพราะช่วยเหลือคนจน ข้อคิดนี้สอนว่า การกระทำดีนำมาซึ่งความเคารพและการสนับสนุน เมื่อถูกจับเพราะทรยศ เขายังเสียสละและพ้นมลทิน ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดความดีเป็นหลัก ไม่สนใจคำครหา สุดท้ายเสือสักบวชธุดงค์ สอนว่าความดีนำมาซึ่งความสงบและการยกย่องที่ยั่งยืน
→ วินัย ไกรบุตร รับบท อาจารย์ไพรวัลย์

จอมขมังเวทย์ตัวฉกาจ ลูกน้องคนสนิทของนายตัน นายธนาคารใหญ่ที่เต็มเปี่ยมด้วยความโลภ เขาสะสมเดรัจฉานวิชาไว้เต็มร่างกาย รอยสักยันต์และอาคมชั่วร้ายปกคลุมทั่วตัว ทำให้คงกระพันและมีพลังเวทย์สูง ในเรื่อง เขาร่วมกับนายตัน สำอาง และเบญจรงค์ วางแผนชิงเหล็กไหลกับตะกรุดโทน วัตถุมงคลโบราณที่ทรงพลัง เพื่อความคงกระพันชาตรี เขาอยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายมะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย เรื่องทองเถื่อน และช่วยนายตันแบล็กเมล์ผู้การประเสริฐ เมื่อเสือฝ้าย เสือเคียว เสือแคน ทรยศจากชุมเสือสัก อาจารย์ไพรวัลย์รับพวกเข้ามาเสริมทัพฝ่ายอธรรม
เขาเป็นตัวแทนความชั่วที่ใช้ไสยศาสตร์สายดำ ต่อสู้ด้วยอาคมเดรัจฉานที่โหดร้าย ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพันตอนจบ เขาบุกโรมรันปะทะฝ่ายธรรมะอย่างสยุมภู เสือสัก แทน มะฮาแว และเนตรทราย ใช้เวทย์มนต์เรียกพลังฟ้าดินสะเทือน แต่สุดท้ายแพ้เพราะอธรรมไม่อาจชนะธรรมะ ความชั่วร้ายของเขาทำให้ตัวละครอื่นต้องรวมพลังสู้ อาจารย์ไพรวัลย์เป็นสัญลักษณ์ของความโลภที่ใช้เวทย์ชั่วเป็นเครื่องมือ นำมาซึ่งความหายนะ แม้พลังสูงแต่ขาดคุณธรรม
ฉายาของอาจารย์ไพรวัลย์คือ “จอมเดรัจฉานวิชา”
เพราะเขาสะสมวิชาชั่วร้ายเดรัจฉานไว้เต็มตัว รอยสักยันต์ปกคลุมร่างกาย ทำให้มีพลังเวทย์ดำสูง ฉายานี้สะท้อนถึงความร้ายกาจที่ใช้ไสยศาสตร์สายต่ำต่อสู้ ช่วยนายตันชิงของขลังและใส่ร้ายคนดี ในสงครามคงกระพัน เขาโหมอาคมบ้าคลั่งปะทะตะกรุดโทนและมีดเทพศาสตรา แต่เดรัจฉานวิชาแพ้ความศรัทธา ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เป็นตัวร้ายเวทย์มนต์ชั้นยอดแต่จบด้วยความพินาศ
ข้อคิดจากอาจารย์ไพรวัลย์คือ “วิชาชั่วและความโลภนำมาซึ่งความพินาศ”
เพราะในเรื่อง เขาใช้เดรัจฉานวิชาช่วยนายตันแต่สุดท้ายแพ้ฝ่ายธรรมะ ข้อคิดนี้สอนว่า พลังภายนอกอย่างเวทย์มนต์ชั่วไม่อาจยั่งยืนเมื่อขาดคุณธรรม เมื่อโหมอาคมในสงคราม เขาพ่ายเพราะอธรรม ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยหลีกเลี่ยงทางลัดชั่วร้ายและความโลภ เพราะนำมาซึ่งหายนะ สุดท้ายฝ่ายเขาพ่าย สอนว่าความดีและศรัทธาเท่านั้นที่ชนะอย่างแท้จริง
→ สุรวุท ไหมกัน รับบท นายตัน
นายธนาคารใหญ่ที่มีฐานะร่ำรวยแต่เต็มเปี่ยมด้วยความโลภและความชั่วร้าย เขาเป็นตัวร้ายเบื้องหลังที่วางแผนทุกอย่างเพื่อครอบครองของขลังอย่างเหล็กไหลและตะกรุดโทน เพื่อความคงกระพันชาตรี ในเรื่อง เขาจ้างมะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย ขนทองเถื่อนลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่หักหลังใส่ร้ายว่าพวกเขาปล้นฆ่า สั่งให้ผู้การประเสริฐล้อมจับ ทองหายครึ่งหนึ่ง เขาจึงคิดว่ามะฮาแวซ่อนและพยายามจับตัวมาคาดคั้น นายตันมีลูกชายคือเบญจรงค์ที่ชอบนวลพรรณ ลูกสาวผู้การ และมีลูกน้องคนสนิทอย่างสำอางที่คงกระพันด้วยยันต์มหาอุตม์ กับอาจารย์ไพรวัลย์จอมเดรัจฉานวิชา
เขาแบล็กเมล์ผู้การประเสริฐเพื่อให้เป็นพวก และรับเสือฝ้าย เสือเคียว เสือแคน ที่ทรยศจากชุมเสือสักมาเสริมทัพ เมื่อความโลภพุ่งพล่าน นายตันบุกโรมรันในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพัน ปะทะฝ่ายธรรมะอย่างสยุมภู เสือสัก แทน มะฮาแว และเนตรทราย ที่รวมพลังใช้ตะกรุดโทน มีดเทพศาสตรา และความศรัทธา สุดท้ายความจริงเปิดเผย เขาเป็นผู้หักเหลี่ยมปล้นทองเองและอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง นายตันเป็นสัญลักษณ์ของความโลภที่ใช้เงิน อำนาจ และเวทย์ชั่วเป็นเครื่องมือ นำมาซึ่งความหายนะของตัวเองและพวกพ้อง
ฉายาของนายตันคือ “นายธนาคารโลภมาร”
เพราะเขาเป็นนายธนาคารที่มีเงินทองมากแต่โลภไม่รู้จักพอ ใช้ความร่ำรวยหักหลังและใส่ร้ายคนอื่นเพื่อชิงของขลัง ฉายานี้สะท้อนถึงด้านมืดที่ซ่อนใต้ภาพลักษณ์นักธุรกิจ เขาแบล็กเมล์ผู้การและรับโจรทรยศมาเสริมทัพ ในสงครามคงกระพัน เขาโหมพลังอธรรมปะทะฝ่ายดี แต่โลภมารแพ้ธรรมะ ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เป็นตัวร้ายจากความโลภที่นำมาซึ่งจุดจบ
ข้อคิดจากนายตันคือ “ความโลภคือรากเหง้าของความพินาศ”
เพราะในเรื่อง เขาโลภทองและของขลังจนหักหลังทุกคน สุดท้ายแพ้ในสงครามและความจริงเปิดเผย ข้อคิดนี้สอนว่า ความโลภทำให้ตาบอด มองไม่เห็นคุณธรรมและนำมาซึ่งการทรยศตัวเอง เมื่อใช้เงินและเวทย์ชั่ว เขาพ่ายต่อความศรัทธา ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยรู้จักพอและยึดความดี เพราะความโลภนำมาซึ่งหายนะ สุดท้ายนายตันพ่าย สอนว่าความพอเพียงนำมาซึ่งความสงบที่ยั่งยืน
→ ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล รับบท ผู้การประเสริฐ

ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีลูกสาวนวลพรรณและภรรยาผ่องพรรณ เขาเป็นคนเคร่งครัด ยึดมั่นกฎหมาย และมีชื่อเสียงในวงการ ในเรื่อง เขารีบเดินทางมาตั้งหน่วยเฉพาะกิจไล่ล่าพวกมะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย หลังเหตุแหกคุกในดงพญาไฟ นอกจากนี้ยังไล่ล่าเสือสัก โจรที่ทางการตามจับมานานเกือบยี่สิบปี โดยไม่รู้ว่าเสือสักเป็นโรบินฮูดที่ช่วยคนจน ผู้การร่วมกับสารวัตรดำเกิงนำกำลังบุกชุมเสือตามสายลับจากสยุมภู แต่จริงๆ แล้วเขาถูกนายตัน นายธนาคารโลภมาก แบล็กเมล์ด้วยจุดอ่อนส่วนตัว ทำให้จำใจต้องเป็นพวกนายตัน หักหลังฝ่ายธรรมะชั่วคราว สั่งล้อมจับและพยายามสังหารเสือสัก
ผู้การเดินทางมาพักผ่อนกับครอบครัว แต่กลายเป็นเครื่องมือของนายตันที่ใช้ลูกสาวนวลพรรณเป็นเหยื่อล่อเบญจรงค์ เมื่อเรื่องราวคลี่คลายในสงครามคงกระพัน ความจริงเปิดเผยว่านายตันอยู่เบื้องหลังการหักเหลี่ยมปล้นทองเถื่อน ผู้การตัดสินใจกลับตัว ยืนเคียงข้างฝ่ายดีอย่างสยุมภู เสือสัก และมะฮาแว ช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์และต่อสู้กับอาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเสือฝ้ายที่ทรยศ ผู้การประเสริฐเป็นสัญลักษณ์ของคนดีที่มีจุดอ่อน ถูกความโลภรอบตัวบังคับ แต่สุดท้ายเลือกความยุติธรรมเมื่อเห็นความจริง
ฉายาของผู้การประเสริฐคือ “ผู้การจำใจอธรรม”
เพราะเขาถูกนายตันแบล็กเมล์ด้วยจุดอ่อน ทำให้ต้องทำตามคำสั่งชั่วคราว สั่งบุกชุมเสือและไล่ล่าคนดีอย่างเสือสัก ฉายานี้สะท้อนถึงความขัดแย้งภายในที่ต้องจำใจเป็นพวกอธรรมเพื่อปกป้องครอบครัว แต่เมื่อความจริงเปิดเผย เขากลับตัวสู้เคียงข้างธรรมะ ในสงครามคงกระพัน เขาเผชิญของขลังดุเดือดแต่เลือกถูก ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เริ่มจากผู้บังคับบัญชาที่สับสนแต่จบด้วยความยุติธรรม
ข้อคิดจากผู้การประเสริฐคือ “จุดอ่อนอาจทำให้หลงทาง แต่ความจริงนำกลับสู่ทางดี”
เพราะในเรื่อง เขาถูกแบล็กเมล์จนจำใจช่วยนายตัน แต่เมื่อเห็นความชั่วจริง เขาเลือกกลับตัว ข้อคิดนี้สอนว่า ทุกคนมีจุดอ่อนที่อาจถูกใช้ แต่การเผชิญความจริงและเลือกคุณธรรมนำมาซึ่งการไถ่บาป ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยไม่ยอมให้จุดอ่อนครอบงำ แต่ใช้สติพิจารณาถูกผิด สุดท้ายเขาช่วยฝ่ายธรรมะชนะ สอนว่าการกลับตัวทันนำมาซึ่งความสงบที่ยั่งยืน
→ น้ำทิพย์ เสียมทอง รับบท ผ่องพรรณ

ภรรยาของผู้การประเสริฐและแม่ของนวลพรรณ เธอเป็นผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนโยน มีฐานะดี และรักครอบครัวอย่างสุดหัวใจ ในเรื่อง เธอเดินทางมาพักผ่อนกับสามีและลูกสาวที่เขตป่าดงพญาไฟ เพื่อหนีความวุ่นวายในเมืองหลวงและใช้เวลาครอบครัว แต่กลับถูกดึงเข้าสู่เหตุการณ์ใหญ่จากความโลภของนายตัน นายธนาคารที่แบล็กเมล์สามีเธอ ผ่องพรรณแสดงถึงความห่วงใยลูกสาวเมื่อนวลพรรณถูกเบญจรงค์ ลูกนายตัน ตามจีบ และเธอคอยสนับสนุนผู้การประเสริฐในช่วงที่เขาถูกบังคับให้จำใจเป็นพวกอธรรม
เธอไม่ใช่ตัวละครที่บู๊หรือมีของขลัง แต่เป็นจุดยึดเหนี่ยวทางอารมณ์ของครอบครัว ท่ามกลางการไล่ล่ามะฮาแว เสือสัก และสงครามคงกระพันที่ดุเดือด ผ่องพรรณแสดงความเข้มแข็งเงียบๆ เมื่อครอบครัวเผชิญอันตรายจากอาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเสือฝ้ายที่ทรยศ สุดท้ายเมื่อความจริงเปิดเผย นายตันแพ้และผู้การกลับตัว เธอได้อยู่กับครอบครัวอย่างสงบสุข ผ่องพรรณเป็นสัญลักษณ์ของภรรยาและแม่ที่ยืนหยัดเคียงข้างครอบครัว แม้ไม่เด่นแต่เพิ่มความอบอุ่นให้เรื่องราวที่เต็มไปด้วยบู๊ไสยศาสตร์และการหักหลัง
ฉายาของผ่องพรรณคือ “แม่บ้านผู้ยืนหยัดเคียงสามี”
เพราะเธอเป็นภรรยาที่คอยสนับสนุนผู้การประเสริฐแม้เขาถูกแบล็กเมล์จากนายตัน ฉายานี้สะท้อนถึงความเข้มแข็งที่ซ่อนในความอ่อนโยน เธอห่วงใยลูกสาวนวลพรรณและครอบครัวท่ามกลางความวุ่นวายในป่าดงพญาไฟ เมื่อสามีจำใจทำผิด เธอไม่ทิ้งแต่รอความจริง ในสงครามคงกระพัน เธอเป็นกำลังใจเงียบๆ ให้ครอบครัวรอดพ้น ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเธอที่เป็นจุดยึดเหนี่ยวในช่วงวิกฤต
ข้อคิดจากผ่องพรรณคือ “ความรักครอบครัวคือพลังที่ช่วยผ่านพ้นวิกฤต”
เพราะในเรื่อง เธอคอยเคียงข้างสามีและลูกแม้เผชิญการทรยศและอันตรายจากนายตัน ข้อคิดนี้สอนว่า ความรักที่มั่นคงในครอบครัวนำมาซึ่งความเข้มแข็ง เมื่อผู้การถูกบังคับ เธอไม่ทิ้งแต่รอให้เขากลับตัว ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยืนหยัดเคียงข้างคนที่รักในยามยาก เพราะความรักนำมาซึ่งการฟันฝ่าวิกฤต สุดท้ายครอบครัวเธอสงบสุข สอนว่าความอดทนในรักครอบครัวนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน
→ ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง รับบท เสือฝ้าย

เสือฝ้ายเป็นลูกน้องคนสนิทในชุมเสือสัก หัวหน้าโจรโรบินฮูดแห่งป่าดงพญาไฟ เขาคงกระพันชาตรีจากเขี้ยวเสือและหนังหน้าผากเสือ ทำให้แข็งแกร่งและกล้าหาญในสายตาชาวชุม ในเรื่อง เขาอยู่เคียงข้างเสือสัก เสือเคียว และเสือแคน ช่วยปกป้องชุมจากตำรวจอย่างผู้การประเสริฐและสารวัตรดำเกิง ที่ไล่ล่ามานานเกือบยี่สิบปี เสือฝ้ายดูเหมือนคนซื่อสัตย์และภักดีต่อพ่อใหญ่เสือสัก แต่จริงๆ แล้วมีความโลภซ่อนอยู่ เมื่อนายตัน นายธนาคารโลภมาก เสนอผลประโยชน์หลายอย่าง รวมส่วนแบ่งจากทองเถื่อนที่หายไป เสือฝ้ายตัดสินใจแปรพักตร์ ร่วมกับเสือเคียวและเสือแคน ทรยศชุมเสือสัก ไปอยู่ฝ่ายอธรรมเพื่อเงินทองและอำนาจ
เขาช่วยนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเบญจรงค์ วางแผนชิงตะกรุดโทนและเหล็กไหล การทรยศนี้ทำให้เสือสักถูกจับและชุมแตกสลาย เสือฝ้ายกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ใช้ความคงกระพันสายอำมหิตต่อสู้ ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพันตอนจบ เขาบุกโรมรันปะทะฝ่ายธรรมะอย่างสยุมภู เสือสัก แทน มะฮาแว และเนตรทราย อย่างบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายพ่ายแพ้เพราะอธรรมไม่อาจชนะ เสือฝ้ายเป็นสัญลักษณ์ของการทรยศเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แสดงถึงด้านมืดของมนุษย์ที่โลภจนสูญเสียความภักดีและจุดจบอันน่าเศร้า
ฉายาของเสือฝ้ายคือ “เสือทรยศคงกระพัน”
เพราะเขาเริ่มจากลูกน้องคงกระพันด้วยเขี้ยวเสือและหนังหน้าผากเสือ แต่ทรยศเสือสักไปอยู่กับนายตันเพื่อผลประโยชน์ ฉายานี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางกายที่ผสมกับความอำมหิตหลังเปลี่ยนข้าง เขาใช้พลังนี้ช่วยฝ่ายอธรรมบุกชุมและต่อสู้ในสงครามคงกระพัน แต่ทรยศนำมาซึ่งจุดจบ ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เริ่มจากคนดีในชุมแต่จบด้วยตัวร้ายที่แพ้ความยุติธรรม
ข้อคิดจากเสือฝ้ายคือ “การทรยศเพื่อโลภนำมาซึ่งความพินาศ”
เพราะในเรื่อง เขาแปรพักตร์จากเสือสักเพื่อเงินทองจากนายตัน แต่สุดท้ายพ่ายในสงครามและสูญเสียทุกอย่าง ข้อคิดนี้สอนว่า ความโลภทำให้ตาบอด มองไม่เห็นความภักดีและมิตรภาพ เมื่อทรยศชุม เขากลายเป็นศัตรูและแพ้ฝ่ายธรรมะ ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในความซื่อสัตย์และไม่โลภผลประโยชน์ชั่วคราว เพราะนำมาซึ่งหายนะ สุดท้ายเสือฝ้ายพ่าย สอนว่าความภักดีนำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืน
→ ฉัตรมงคล บำเพ็ญ รับบท เสือเคียว

ลูกน้องคนสำคัญในชุมเสือสัก หัวหน้าโจรโรบินฮูดที่ซ่อนตัวในป่าดงพญาไฟ เขาคงกระพันชาตรีจากของขลัง ทำให้กล้าหาญและแข็งแกร่งในสายตาชาวชุม ในเรื่อง เขาอยู่เคียงข้างเสือสัก เสือฝ้าย และเสือแคน ช่วยปกป้องชุมจากทางการที่ไล่ล่ามานานเกือบยี่สิบปี โดยมีเนตรทราย บุญรอด มะไฟ และตาชื้น เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ เสือเคียวดูเหมือนคนซื่อสัตย์และพร้อมสู้เพื่อพ่อใหญ่เสือสัก แต่จริงๆ แล้วมีความโลภแฝงอยู่ เมื่อนายตัน นายธนาคารโลภมาก เสนอผลประโยชน์มากมาย รวมส่วนแบ่งทองเถื่อนและอำนาจ เสือเคียวตัดสินใจแปรพักตร์ ร่วมกับเสือฝ้ายและเสือแคน ทรยศชุมเสือสัก ไปอยู่ฝ่ายอธรรม
การทรยศนี้ทำให้ชุมแตกสลาย เสือสักถูกจับ และเนตรทรายแค้นใจ เขาช่วยนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเบญจรงค์ วางแผนชิงตะกรุดโทนและเหล็กไหล เสือเคียวกลายเป็นนักรบสายอำมหิตที่ใช้ความคงกระพันต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพันตอนจบ เขาบุกโรมรันปะทะฝ่ายธรรมะอย่างสยุมภู เสือสัก แทน มะฮาแว และกร อย่างดุเดือด แต่สุดท้ายพ่ายแพ้เพราะอธรรมไม่อาจชนะธรรมะ เสือเคียวเป็นสัญลักษณ์ของการทรยศเพื่อความโลภ แสดงถึงด้านมืดที่นำมาซึ่งจุดจบอันน่าเศร้า แม้เริ่มจากคนดีในชุม
ฉายาของเสือเคียวคือ “เสือทรยศสายเคียว”
เพราะเขาคงกระพันและทรยศเสือสักไปอยู่กับนายตันเพื่อผลประโยชน์ ฉายานี้สะท้อนถึงความโหดร้ายที่เพิ่มขึ้นหลังเปลี่ยนข้าง เหมือนเคียวที่ฟันศัตรูอย่างไม่ปราณี เขาใช้พลังนี้ช่วยฝ่ายอธรรมบุกชุมและต่อสู้ในสงครามคงกระพัน แต่การทรยศนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เริ่มจากลูกน้องภักดีแต่จบด้วยตัวร้ายที่สูญเสียทุกอย่าง
ข้อคิดจากเสือเคียวคือ “ความโลภทำให้สูญเสียความภักดีและจุดยืน”
เพราะในเรื่อง เขาแปรพักตร์จากเสือสักเพื่อเงินทองจากนายตัน แต่สุดท้ายพ่ายในสงครามและไร้ที่ยืน ข้อคิดนี้สอนว่า ความโลภบังตา ทำให้ทิ้งมิตรภาพและหลักการ เมื่อทรยศชุม เขากลายเป็นศัตรูและแพ้ฝ่ายดี ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในความซื่อสัตย์และไม่โลภสิ่งชั่วคราว เพราะนำมาซึ่งความสูญเสีย สุดท้ายเสือเคียวพ่าย สอนว่าความภักดีนำมาซึ่งเกียรติยศที่ยั่งยืน
→ จรัล งามดี รับบท เสือแคน

ลูกน้องคนสนิทในชุมเสือสัก หัวหน้าโจรโรบินฮูดแห่งป่าดงพญาไฟ เขาคงกระพันชาตรีจากของขลัง ทำให้แข็งแกร่งและพร้อมสู้ในสายตาชาวชุม ในเรื่อง เขาอยู่เคียงข้างเสือสัก เสือฝ้าย และเสือเคียว ช่วยปกป้องชุมจากตำรวจที่ไล่ล่ามานานเกือบยี่สิบปี โดยมีเนตรทราย บุญรอด มะไฟ และตาชื้น เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มใหญ่ เสือแคนดูเหมือนคนภักดีและซื่อสัตย์ต่อพ่อใหญ่เสือสัก แต่จริงๆ แล้วมีความโลภซ่อนลึก เมื่อนายตัน นายธนาคารโลภมาก เสนอผลประโยชน์หลายอย่าง รวมส่วนแบ่งจากทองเถื่อนที่หายไป เสือแคนตัดสินใจแปรพักตร์ ร่วมกับเสือฝ้ายและเสือเคียว ทรยศชุมเสือสัก ไปอยู่ฝ่ายอธรรมเพื่อเงินทองและอำนาจ
การทรยศนี้ทำให้ชุมแตกสลาย เสือสักถูกจับ และเนตรทรายรวบรวมคนไล่ล่า เขาช่วยนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเบญจรงค์ วางแผนชิงตะกรุดโทนและเหล็กไหล เสือแคนกลายเป็นนักรบสายอำมหิตที่ใช้ความคงกระพันต่อสู้อย่างดุเดือด ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพันตอนจบ เขาบุกโรมรันปะทะฝ่ายธรรมะอย่างสยุมภู เสือสัก แทน มะฮาแว และกร อย่างบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายพ่ายแพ้เพราะอธรรมไม่อาจชนะธรรมะ เสือแคนเป็นสัญลักษณ์ของการทรยศเพื่อความโลภ แสดงถึงด้านมืดที่นำมาซึ่งจุดจบอันน่าเศร้า แม้เริ่มจากคนดีในชุม
ฉายาของเสือแคนคือ “เสือทรยศสายแคน”
เพราะเขาคงกระพันและทรยศเสือสักไปอยู่กับนายตันเพื่อผลประโยชน์ ฉายานี้สะท้อนถึงความโหดร้ายที่เพิ่มขึ้นหลังเปลี่ยนข้าง เหมือนแคนที่ดังกังวานแต่ฟังแล้วขมขื่น เขาใช้พลังนี้ช่วยฝ่ายอธรรมบุกชุมและต่อสู้ในสงครามคงกระพัน แต่การทรยศนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เริ่มจากลูกน้องภักดีแต่จบด้วยตัวร้ายที่สูญเสียทุกอย่าง
ข้อคิดจากเสือแคนคือ “ความโลภทำให้สูญเสียมิตรภาพและเกียรติ”
เพราะในเรื่อง เขาแปรพักตร์จากเสือสักเพื่อเงินทองจากนายตัน แต่สุดท้ายพ่ายในสงครามและไร้ที่ยืน ข้อคิดนี้สอนว่า ความโลภบังตา ทำให้ทิ้งความภักดีและหลักการ เมื่อทรยศชุม เขากลายเป็นศัตรูและแพ้ฝ่ายดี ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในความซื่อสัตย์และไม่โลภสิ่งชั่วคราว เพราะนำมาซึ่งความสูญเสีย สุดท้ายเสือแคนพ่าย สอนว่าความภักดีนำมาซึ่งเกียรติยศที่ยั่งยืน
→ ศักราช ฤกษ์ธารงค์ รับบท ซุนเซ็ง

เจ้าของบริษัทรับขนส่งสินค้ามีฐานะมั่งคั่งและซื่อสัตย์ในธุรกิจ เขาเป็นพ่อของหมวยลี่ สาวสดใสที่ตกหลุมรักแทน ปากน้ำโพ ในเรื่อง ชุนเซ้งปรากฏตัวเมื่อแทน อดีตนักโทษที่หนีเข้าป่าดงพญาไฟและได้รับมีดเทพศาสตรากับงากำจัดจากพระธุดงค์ มาทำงานกับบริษัทของเขา ชุนเซ้งให้โอกาสแทนปรับตัวและทำงานอย่างซื่อสัตย์ โดยมีกร กระบือบิน คอยช่วยเหลือ เขาเป็นคนใจดี รักลูกสาว และสนับสนุนความรักของหมวยลี่กับแทน แม้แทนจะทำหยิ่งแต่ชุนเซ้งเห็นความดีในตัวเขา ท่ามกลางชีวิตธุรกิจปกติที่ถูกดึงสู่ความวุ่นวาย
เมื่อชุนเซ้ง แทน กร และหมวยลี่ ถูกใส่ร้ายเป็นผู้ต้องหาคดีปล้นรถขนเงินของธนาคารนายตัน เพราะโดนซ้อนแผนโดยไม่รู้เรื่อง ชุนเซ้งตัดสินใจสู้เพื่อทวงความยุติธรรม ร่วมกับแทนที่ใช้พลังคงกระพันต่อกรกับนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเบญจรงค์ ในสงครามคงกระพันตอนจบ เขาแสดงถึงความเข้มแข็งของพ่อที่ปกป้องครอบครัวและธุรกิจ สุดท้ายเมื่อความจริงเปิดเผย นายตันแพ้ ชุนเซ้งได้รับความบริสุทธิ์คืน ชุนเซ้งเป็นสัญลักษณ์ของนักธุรกิจที่ซื่อสัตย์ ยืนหยัดเคียงข้างคนดี แม้ต้องเผชิญอันตรายจากความโลภรอบตัว
ฉายาของชุนเซ้งคือ “เจ้าพ่อขนส่งผู้ซื่อสัตย์”
เพราะเขาเป็นเจ้าของบริษัทขนส่งที่ให้โอกาสคนอย่างแทนและยึดหลักซื่อสัตย์ในธุรกิจ ฉายานี้สะท้อนถึงความใจกว้างที่รับคนจากพื้นเพต่ำต้อยแต่เห็นความดี เขาสนับสนุนลูกสาวและลูกน้องสู้เมื่อถูกใส่ร้ายปล้นธนาคาร ในสงครามคงกระพัน เขายืนหยัดเคียงข้างฝ่ายธรรมะจากนายตัน ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เป็นนักธุรกิจดีที่ปกป้องครอบครัวและความยุติธรรม
ข้อคิดจากชุนเซ้งคือ “ความซื่อสัตย์ในธุรกิจนำมาซึ่งความยุติธรรม”
เพราะในเรื่อง เขาให้โอกาสแทนและสู้เมื่อถูกใส่ร้าย แต่สุดท้ายชนะเพราะยึดหลักดี ข้อคิดนี้สอนว่า การทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์นำมาซึ่งการสนับสนุนและชัยชนะ เมื่อเผชิญแผนชั่วจากนายตัน เขาไม่ยอมแพ้ ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในหลักซื่อสัตย์ ไม่โลภทางลัด เพราะนำมาซึ่งชื่อเสียงและความสงบ สุดท้ายชุนเซ้งได้ชีวิตปกติ สอนว่าความซื่อสัตย์นำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืน
→ วีระยุทธ นานช้า รับบท อุสมาน

สมาชิกแก๊งนักโทษคดีอุกฉกรรจ์จากพัทลุง ร่วมกับมะฮาแวและไข่นุ้ย เขาเป็นคนดุดัน แข็งกร้าว และหนังเหนียวจากไสยเวทย์สายพัทลุงที่อาบน้ำว่าน ในเรื่อง เขาถูกขนย้ายจากคุกกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมา แต่ขบวนรถโดนบุกชิงตัวโดยกลุ่มนายตัน อุสมานหนีรอดและกบดานกับสินที่แก่งคอย ร่วมกับมะฮาแวและไข่นุ้ย จริงๆ แล้วอุสมานกับพวกถูกนายตันจ้างขนทองเถื่อนแต่หักหลังใส่ร้ายว่าปล้นฆ่า ทองหายครึ่งหนึ่ง เขาจึงถูกไล่ล่าจากตำรวจอย่างสยุมภู ผู้การประเสริฐ และสารวัตรดำเกิง อุสมานยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อพี่ใหญ่ ยะฮาแว และตัดสินใจสู้ทวงความเป็นธรรม
เมื่อถูกใส่ร้ายเพิ่ม เขาร่วมมือกับมะฮาแว สยุมภู เสือสัก และแทน ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพัน ปะทะนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง เบญจรงค์ และเสือฝ้ายที่ทรยศ เขาใช้ความหนังเหนียวและความกล้าหาญต่อสู้กับของขลังอย่างตะกรุดโทนและมีดเทพศาสตรา สุดท้ายพิสูจน์ความจริงได้ กลับมาบริสุทธิ์ อุสมานเป็นสัญลักษณ์ของลูกน้องที่ภักดี สู้เคียงข้างพี่น้องแม้ถูกมองเป็นโจรร้าย แสดงถึงความดีที่ซ่อนในคนถูกใส่ร้าย
ฉายาของอุสมานคือ “เสือใต้หนังเหนียว”
เพราะเขามาจากพัทลุงและมีไสยเวทย์อาบน้ำว่านทำให้หนังเหนียว กระสุนไม่เข้า ฉายานี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งสายใต้ที่สู้เคียงข้างมะฮาแว เขาใช้พลังนี้หนีการไล่ล่าและต่อสู้ในสงครามคงกระพัน ต่อกรกับพวกขมังเวทย์อย่างอาจารย์ไพรวัลย์ แต่หนังเหนียวแพ้ความยุติธรรม ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เริ่มจากนักโทษแต่จบด้วยผู้บริสุทธิ์จากความภักดี
ข้อคิดจากอุสมานคือ “ความภักดีต่อพี่น้องนำมาซึ่งความยุติธรรม”
เพราะในเรื่อง เขาถูกใส่ร้ายแต่เลือกสู้เคียงข้างมะฮาแวแทนหนี ข้อคิดนี้สอนว่า ความซื่อสัตย์และมิตรภาพนำมาซึ่งการพิสูจน์ตัวเอง เมื่อร่วมสงครามกับฝ่ายธรรมะ เขาพิสูจน์บริสุทธิ์ ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในความภักดี ไม่ทิ้งกันในยามยาก เพราะนำมาซึ่งชัยชนะ สุดท้ายอุสมานบริสุทธิ์ สอนว่าความภักดีเปลี่ยนชะตาชีวิตได้
→ อธิบดี พันตาวงศ์ รับบท ไข่นุ้ย

สมาชิกแก๊งนักโทษคดีอุกฉกรรจ์จากพัทลุง ร่วมกับมะฮาแวและอุสมาน เขาเป็นคนดุดัน แข็งกร้าว และหนังเหนียวจากไสยเวทย์สายพัทลุงที่อาบน้ำว่าน ในเรื่อง เขาถูกขนย้ายจากคุกกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมา แต่ขบวนรถโดนบุกชิงตัวโดยกลุ่มนายตัน ไข่นุ้ยหนีรอดและกบดานกับสินที่แก่งคอย ร่วมกับมะฮาแวและอุสมาน จริงๆ แล้วไข่นุ้ยกับพวกถูกนายตันจ้างขนทองเถื่อนแต่หักหลังใส่ร้ายว่าปล้นฆ่า ทองหายครึ่งหนึ่ง เขาจึงถูกไล่ล่าจากตำรวจอย่างสยุมภู ผู้การประเสริฐ และสารวัตรดำเกิง ไข่นุ้ยยึดมั่นในความภักดีต่อพี่ใหญ่ ยะฮาแว และตัดสินใจสู้ทวงความเป็นธรรม
เมื่อถูกใส่ร้ายเพิ่ม เขาร่วมมือกับมะฮาแว สยุมภู เสือสัก และแทน ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพัน ปะทะนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง เบญจรงค์ และเสือฝ้ายที่ทรยศ เขาใช้ความหนังเหนียวและความกล้าหาญต่อสู้กับของขลังอย่างตะกรุดโทนและมีดเทพศาสตรา สุดท้ายพิสูจน์ความจริงได้ กลับมาบริสุทธิ์ ไข่นุ้ยเป็นสัญลักษณ์ของลูกน้องที่ภักดี สู้เคียงข้างพี่น้องแม้ถูกมองเป็นโจรร้าย แสดงถึงความดีที่ซ่อนในคนถูกใส่ร้าย
ฉายาของไข่นุ้ยคือ “เสือพัทลุงหนังเหนียว”
เพราะเขามาจากพัทลุงและมีไสยเวทย์อาบน้ำว่านทำให้หนังเหนียว กระสุนไม่เข้า ฉายานี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งสายใต้ที่สู้เคียงข้างมะฮาแว เขาใช้พลังนี้หนีการไล่ล่าและต่อสู้ในสงครามคงกระพัน ต่อกรกับพวกขมังเวทย์อย่างอาจารย์ไพรวัลย์ แต่หนังเหนียวแพ้ความยุติธรรม ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เริ่มจากนักโทษแต่จบด้วยผู้บริสุทธิ์จากความภักดี
ข้อคิดจากไข่นุ้ยคือ “ความภักดีต่อพี่น้องนำมาซึ่งการไถ่บาป”
เพราะในเรื่อง เขาถูกใส่ร้ายแต่เลือกสู้เคียงข้างมะฮาแวแทนหนี ข้อคิดนี้สอนว่า ความซื่อสัตย์และมิตรภาพนำมาซึ่งการพิสูจน์ตัวเอง เมื่อร่วมสงครามกับฝ่ายธรรมะ เขาพิสูจน์บริสุทธิ์ ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในความภักดี ไม่ทิ้งกันในยามยาก เพราะนำมาซึ่งชัยชนะ สุดท้ายไข่นุ้ยบริสุทธิ์ สอนว่าความภักดีเปลี่ยนชะตาชีวิตได้
→ อิทธิกร สาธุธรรม รับบท เบญจรงค์

ลูกชายคนเดียวของนายตัน นายธนาคารใหญ่ที่เต็มเปี่ยมด้วยความโลภ เขาเป็นหนุ่มฐานะดี รูปหล่อ แต่ถูกเลี้ยงมาในทางผิดเพราะตามพ่อทำชั่ว ในเรื่อง เบญจรงค์เดินทางมาพักผ่อนกับนายตันที่เขตป่าดงพญาไฟ และตกหลุมรักนวลพรรณ ลูกสาวผู้การประเสริฐตั้งแต่แรกเห็น เขาพยายามใกล้ชิดและแสดงความเอาใจใส่ แต่จริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของแผนพ่อที่ใช้เขาเป็นเหยื่อล่อครอบครัวผู้การเพื่อแบล็กเมล์ เบญจรงค์ช่วยนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ และสำอาง วางแผนชิงเหล็กไหลกับตะกรุดโทน เพื่อความคงกระพัน
เมื่อเสือฝ้าย เสือเคียว เสือแคน ทรยศจากชุมเสือสัก เบญจรงค์ร่วมเสริมทัพฝ่ายอธรรม เขาเป็นตัวแทนความโลภรุ่นใหม่ที่ใช้ฐานะและรูปลักษณ์ปกปิดความชั่ว ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพันตอนจบ เบญจรงค์บุกโรมรันปะทะฝ่ายธรรมะอย่างสยุมภู เสือสัก แทน มะฮาแว และเนตรทราย อย่างอำมหิต แต่สุดท้ายพ่ายแพ้เพราะอธรรมไม่อาจชนะ เบญจรงค์เป็นสัญลักษณ์ของลูกที่ตามทางผิดเพราะพ่อ นำมาซึ่งจุดจบอันน่าเศร้า แม้เริ่มจากหนุ่มหล่อที่มีโอกาสดี
ฉายาของเบญจรงค์คือ “ลูกนายธนาคารผู้หลงทาง”
เพราะเขาเป็นลูกนายตันที่ร่ำรวยแต่หลงตามความโลภของพ่อ ใช้ฐานะจีบนวลพรรณเพื่อแผนชั่ว ฉายานี้สะท้อนถึงความหลงผิดที่ซ่อนใต้ภาพลักษณ์หนุ่มหล่อ เขาช่วยพ่อชิงของขลังและต่อสู้ในสงครามคงกระพัน แต่ความหลงทางนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เริ่มจากคนมีโอกาสแต่จบด้วยตัวร้ายที่สูญเสียทุกอย่าง
ข้อคิดจากเบญจรงค์คือ “การตามทางผิดของพ่อนำมาซึ่งความหายนะ”
เพราะในเรื่อง เขาหลงตามนายตันทำชั่วเพื่อเงินและของขลัง แต่สุดท้ายพ่ายในสงครามและสูญเสีย ข้อคิดนี้สอนว่า การเลี้ยงลูกในทางโลภทำให้ตาบอดมองไม่เห็นคุณธรรม เมื่อใช้ฐานะช่วยแผนชั่ว เขาแพ้ฝ่ายดี ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยเลือกทางเดินเอง ไม่ตามความผิดของครอบครัว เพราะนำมาซึ่งจุดจบ สุดท้ายเบญจรงค์พ่าย สอนว่าการเลือกดีนำมาซึ่งชีวิตที่ยั่งยืน
→ สุทธิ์คุณ วันทานุ รับบท สำอาง

ลูกน้องคนสนิทและมือขวาของนายตัน นายธนาคารใหญ่ที่เต็มเปี่ยมด้วยความโลภ เขาคงกระพันชาตรีจากยันต์มหาอุตม์ที่สักเต็มตัว ทำให้แข็งแกร่งและกล้าหาญในสายตาฝ่ายอธรรม ในเรื่อง สำอางร่วมกับนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ และเบญจรงค์ วางแผนชิงเหล็กไหลกับตะกรุดโทน วัตถุมงคลโบราณที่ทรงพลัง เพื่อความคงกระพัน เขาอยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายมะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย เรื่องทองเถื่อน และช่วยนายตันแบล็กเมล์ผู้การประเสริฐ เมื่อเสือฝ้าย เสือเคียว เสือแคน ทรยศจากชุมเสือสัก สำอางรับพวกเข้ามาเสริมทัพ
เขาเป็นตัวแทนความชั่วที่ใช้พลังยันต์ต่อสู้อย่างอำมหิต ในสงครามมหากาพย์แห่งคงกระพันตอนจบ สำอางบุกโรมรันปะทะฝ่ายธรรมะอย่างสยุมภู เสือสัก แทน มะฮาแว และเนตรทราย ใช้ยันต์มหาอุตม์โหมพลังฟ้าดินสะเทือน แต่สุดท้ายพ่ายแพ้เพราะอธรรมไม่อาจชนะธรรมะ ความคงกระพันของเขาทำให้ตัวละครฝ่ายดีต้องรวมพลังสู้ สำอางเป็นสัญลักษณ์ของความโลภที่ใช้เวทย์ชั่วเป็นเครื่องมือ นำมาซึ่งความหายนะของตัวเองและพวกพ้อง แม้พลังสูงแต่ขาดคุณธรรม
ฉายาของสำอางคือ “ยันต์มหาอุตม์ผู้คงกระพัน”
เพราะเขาสักยันต์มหาอุตม์เต็มตัว ทำให้หนังเหนียวและมีพลังสูงในฝ่ายอธรรม ฉายานี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งที่มาจากเวทย์ชั่ว ช่วยนายตันชิงของขลังและใส่ร้ายคนดี เขาใช้ยันต์นี้ต่อสู้ดุเดือดในสงครามคงกระพัน ปะทะตะกรุดโทนและมีดเทพศาสตรา แต่ยันต์ชั่วแพ้ความศรัทธา ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เป็นตัวร้ายคงกระพันแต่จบด้วยความพินาศ
ข้อคิดจากสำอางคือ “พลังชั่วและยันต์อุตม์ไม่อาจชนะธรรมะ”
เพราะในเรื่อง เขาใช้ยันต์มหาอุตม์ช่วยนายตันแต่สุดท้ายแพ้ฝ่ายธรรมะ ข้อคิดนี้สอนว่า พลังภายนอกอย่างเวทย์ชั่วไม่อาจยั่งยืนเมื่อขาดคุณธรรม เมื่อโหมยันต์ในสงคราม เขาพ่ายเพราะอธรรม ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยหลีกเลี่ยงทางลัดชั่วร้ายและความโลภ เพราะนำมาซึ่งหายนะ สุดท้ายฝ่ายเขาพ่าย สอนว่าความดีและศรัทธาเท่านั้นที่ชนะอย่างแท้จริง
→ อรรครัฐ ฉั่วศิริสุขสกุล รับบท บุญรอด
คนในชุมเสือสัก หัวหน้าโจรโรบินฮูดที่ซ่อนตัวในป่าดงพญาไฟ เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ภักดี และคอยดูแลชาวชุมอย่างใกล้ชิด ร่วมกับมะไฟและตาชื้น ในเรื่อง บุญรอดปรากฏตัวเมื่อเนตรทราย ลูกสาวเสือสัก เจอสยุมภูบาดเจ็บสาหัสหลังถูกยิงตกลงเหว เขาร่วมกับมะไฟและตาชื้น ช่วยรักษาและดูแลสยุมภูอย่างดี โดยไม่รู้ว่าสยุมภูเป็นตำรวจปลอมตัว เสือสักยอมให้สยุมภูอยู่เพราะคิดว่าเป็นนักโทษหนีคุก บุญรอดแสดงถึงความเป็นพี่น้องในชุมที่ช่วยเหลือกันและกัน ท่ามกลางอันตรายจากสัตว์ร้าย ไข้ป่า และการไล่ล่าจากตำรวจอย่างผู้การประเสริฐและสารวัตรดำเกิง
เมื่อสยุมภูเป็นสายลับบุกชุมและเสือฝ้ายพวกทรยศ บุญรอดยืนหยัดฝ่ายดี ร่วมกับเนตรทรายรวบรวมคนไล่ล่าสยุมภูชั่วคราวเพื่อช่วยเสือสัก แต่สุดท้ายเมื่อความจริงเปิดเผย นายตันเป็นตัวร้าย เขาร่วมฝ่ายธรรมะในสงครามคงกระพัน ปะทะอาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเสือฝ้ายที่ทรยศ บุญรอดเป็นสัญลักษณ์ของคนในชุมที่ภักดี ไม่ทรยศ และคอยดูแลกัน แม้ชีวิตในป่าจะโหดร้าย แต่หัวใจอบอุ่นและยึดมั่นในความดี
ฉายาของบุญรอดคือ “ผู้ดูแลชุมเสือผู้ภักดี”
เพราะเขาคอยช่วยรักษาและดูแลคนในชุม โดยเฉพาะสยุมภูเมื่อบาดเจ็บ ร่วมกับมะไฟและตาชื้น ฉายานี้สะท้อนถึงความซื่อสัตย์ที่ยืนหยัดเคียงข้างเสือสักและเนตรทราย แม้ชุมถูกบุกและทรยศ เขาไม่เปลี่ยนข้างแต่ช่วยรวบรวมคนสู้เพื่อความยุติธรรม ในสงครามคงกระพัน เขาเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายดีที่ปกป้องชุมจากนายตัน ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เป็นคนรองแต่เพิ่มความอบอุ่นและความภักดีให้เรื่องราว
ข้อคิดจากบุญรอดคือ “ความภักดีและการช่วยเหลือกันนำมาซึ่งความอยู่รอด”
เพราะในเรื่อง เขาดูแลสยุมภูและยืนหยัดในชุมแม้เผชิญทรยศและอันตราย ข้อคิดนี้สอนว่า การซื่อสัตย์ต่อกลุ่มและช่วยเหลือกันนำมาซึ่งพลัง เมื่อชุมแตกสลาย เขาร่วมเนตรทรายสู้คืน ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในมิตรภาพและช่วยเหลือคนรอบตัว เพราะนำมาซึ่งการฟันฝ่าวิกฤต สุดท้ายฝ่ายเขาชนะ สอนว่าความภักดีนำมาซึ่งความสงบที่ยั่งยืน
→ ญาณิศา คำเนียม รับบท มะไฟ

สาวในชุมเสือสัก หัวหน้าโจรโรบินฮูดที่ซ่อนตัวในป่าดงพญาไฟ เธอเป็นคนซื่อสัตย์ ใจดี และคอยดูแลชาวชุมอย่างใกล้ชิด ร่วมกับบุญรอดและตาชื้น ในเรื่อง มะไฟปรากฏตัวเมื่อเนตรทราย ลูกสาวเสือสัก เจอสยุมภูบาดเจ็บสาหัสหลังถูกยิงตกลงเหว เธอร่วมกับบุญรอดและตาชื้น ช่วยรักษาและดูแลสยุมภูอย่างดี โดยไม่รู้ว่าสยุมภูเป็นตำรวจปลอมตัว เสือสักยอมให้สยุมภูอยู่เพราะคิดว่าเป็นนักโทษหนีคุก มะไฟแสดงถึงความเป็นพี่น้องในชุมที่ช่วยเหลือกันและกัน ท่ามกลางอันตรายจากสัตว์ร้าย ไข้ป่า และการไล่ล่าจากตำรวจอย่างผู้การประเสริฐและสารวัตรดำเกิง
เมื่อสยุมภูเป็นสายลับบุกชุมและเสือฝ้ายพวกทรยศ มะไฟยืนหยัดฝ่ายดี ร่วมกับเนตรทรายรวบรวมคนไล่ล่าสยุมภูชั่วคราวเพื่อช่วยเสือสัก แต่สุดท้ายเมื่อความจริงเปิดเผย นายตันเป็นตัวร้าย เธอร่วมฝ่ายธรรมะในสงครามคงกระพัน ปะทะอาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเสือฝ้ายที่ทรยศ มะไฟเป็นสัญลักษณ์ของสาวชุมที่ภักดี ไม่ทรยศ และคอยดูแลกัน แม้ชีวิตในป่าจะโหดร้าย แต่หัวใจอบอุ่นและยึดมั่นในความดี
ฉายาของมะไฟคือ “สาวดูแลชุมเสือผู้ใจดี”
เพราะเธอคอยช่วยรักษาและดูแลคนในชุม โดยเฉพาะสยุมภูเมื่อบาดเจ็บ ร่วมกับบุญรอดและตาชื้น ฉายานี้สะท้อนถึงความใจดีที่ยืนหยัดเคียงข้างเสือสักและเนตรทราย แม้ชุมถูกบุกและทรยศ เธอไม่เปลี่ยนข้างแต่ช่วยรวบรวมคนสู้เพื่อความยุติธรรม ในสงครามคงกระพัน เธอเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายดีที่ปกป้องชุมจากนายตัน ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเธอที่เป็นคนรองแต่เพิ่มความอบอุ่นและความภักดีให้เรื่องราว
ข้อคิดจากมะไฟคือ “ความใจดีและการช่วยเหลือกันนำมาซึ่งความเข้มแข็ง”
เพราะในเรื่อง เธอดูแลสยุมภูและยืนหยัดในชุมแม้เผชิญทรยศและอันตราย ข้อคิดนี้สอนว่า การซื่อสัตย์ต่อกลุ่มและช่วยเหลือกันนำมาซึ่งพลัง เมื่อชุมแตกสลาย เธอร่วมเนตรทรายสู้คืน ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยยึดมั่นในมิตรภาพและช่วยเหลือคนรอบตัว เพราะนำมาซึ่งการฟันฝ่าวิกฤต สุดท้ายฝ่ายเธอชนะ สอนว่าความใจดีนำมาซึ่งความสงบที่ยั่งยืน
→ วัชรชัย สุนทรศิ รับบท ตาชื้น
ผู้สูงอายุในชุมเสือสัก หัวหน้าโจรโรบินฮูดที่ซ่อนตัวในป่าดงพญาไฟ เขาเป็นคนแก่ที่มีประสบการณ์ชีวิตสูง ซื่อสัตย์ ใจดี และคอยดูแลชาวชุมอย่างใกล้ชิด ร่วมกับบุญรอดและมะไฟ ในเรื่อง ตาชื้นปรากฏตัวเมื่อเนตรทราย ลูกสาวเสือสัก เจอสยุมภูบาดเจ็บสาหัสหลังถูกยิงตกลงเหว เขาร่วมกับบุญรอดและมะไฟ ช่วยรักษาและดูแลสยุมภูอย่างดี โดยใช้ความรู้สมุนไพรและประสบการณ์ในป่าที่เต็มไปด้วยอันตราย เสือสักยอมให้สยุมภูอยู่เพราะคิดว่าเป็นนักโทษหนีคุก ตาชื้นแสดงถึงความเป็นปู่ย่าตายายในชุมที่ช่วยเหลือกันและกัน ท่ามกลางสัตว์ร้าย ไข้ป่า และการไล่ล่าจากตำรวจอย่างผู้การประเสริฐและสารวัตรดำเกิง
เมื่อสยุมภูเป็นสายลับบุกชุมและเสือฝ้ายพวกทรยศ ตาชื้นยืนหยัดฝ่ายดี ร่วมกับเนตรทรายรวบรวมคนไล่ล่าสยุมภูชั่วคราวเพื่อช่วยเสือสัก แต่สุดท้ายเมื่อความจริงเปิดเผย นายตันเป็นตัวร้าย เขาร่วมฝ่ายธรรมะในสงครามคงกระพัน ปะทะอาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเสือฝ้ายที่ทรยศ ตาชื้นเป็นสัญลักษณ์ของผู้สูงอายุในชุมที่ภักดี ไม่ทรยศ และคอยดูแลกัน แม้ชีวิตในป่าจะโหดร้าย แต่หัวใจอบอุ่นและยึดมั่นในความดี
ฉายาของตาชื้นคือ “ตาแก่ผู้รักษาชุมเสือ”
เพราะเขาเป็นผู้สูงอายุที่ใช้ความรู้สมุนไพรและประสบการณ์ช่วยรักษาคนในชุม โดยเฉพาะสยุมภูเมื่อบาดเจ็บ ร่วมกับบุญรอดและมะไฟ ฉายานี้สะท้อนถึงความใจดีและความภักดีที่ยืนหยัดเคียงข้างเสือสักและเนตรทราย แม้ชุมถูกบุกและทรยศ เขาไม่เปลี่ยนข้างแต่ช่วยรวบรวมคนสู้เพื่อความยุติธรรม ในสงครามคงกระพัน เขาเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายดีที่ปกป้องชุมจากนายตัน ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เป็นคนรองแต่เพิ่มความอบอุ่นและความภักดีให้เรื่องราว
ข้อคิดจากตาชื้นคือ “ประสบการณ์ผู้สูงอายุคือพลังที่ช่วยปกป้องชุมชน”
เพราะในเรื่อง เขาใช้ความรู้รักษาสยุมภูและยืนหยัดในชุมแม้เผชิญทรยศและอันตราย ข้อคิดนี้สอนว่า การฟังและเคารพผู้สูงอายุนำมาซึ่งพลังและความเข้มแข็ง เมื่อชุมแตกสลาย เขาร่วมเนตรทรายสู้คืน ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยเคารพและเรียนรู้จากผู้สูงอายุ เพราะนำมาซึ่งการฟันฝ่าวิกฤต สุดท้ายฝ่ายเขาชนะ สอนว่าประสบการณ์นำมาซึ่งความสงบที่ยั่งยืน
→ พิภัชพงษ์ มากลั่น รับบท สิน
เพื่อนนักโทษเก่าที่ซื่อสัตย์และใจดี เขาเป็นคนที่ให้ที่พักพิงแก่แก๊งมะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย เมื่อหนีรอดจากการบุกชิงตัวขบวนขนนักโทษในดงพญาไฟ ในเรื่อง สินอาศัยอยู่ที่แก่งคอย และเปิดบ้านให้มะฮาแวกับพวกมากบดานหลังเหตุแหกคุก เขาเป็นคนที่รู้จักมะฮาแวมาตั้งแต่สมัยนักโทษด้วยกัน และไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือเพื่อนในยามยาก แม้จะรู้ว่าพวกเขาถูกไล่ล่าจากตำรวจอย่างผู้การประเสริฐและสารวัตรดำเกิง สินแสดงถึงความเป็นเพื่อนแท้ที่ไม่ทิ้งกัน ท่ามกลางปมใส่ร้ายจากนายตัน นายธนาคารโลภมากที่หักหลังเรื่องทองเถื่อน
สินคอยให้คำปรึกษาและที่หลบภัย ช่วยให้มะฮาแวพวกวางแผนทวงความยุติธรรม เมื่อเรื่องราวคลี่คลายและแก๊งมะฮาแวตัดสินใจสู้ สินเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนเบื้องหลัง ร่วมฝ่ายธรรมะต่อกรกับนายตัน อาจารย์ไพรวัลย์ สำอาง และเสือฝ้ายที่ทรยศ ในสงครามคงกระพันตอนจบ สินอาจไม่ได้บู๊เด่นแต่เป็นจุดยึดเหนี่ยวที่ทำให้แก๊งพัทลุงมีที่พักใจ สุดท้ายเมื่อความจริงเปิดเผย มะฮาแวกับพวกบริสุทธิ์ สินเป็นสัญลักษณ์ของเพื่อนเก่าที่ภักดี ไม่เห็นแก่ตัว และยืนหยัดเคียงข้างในช่วงวิกฤต แม้บทไม่มากแต่เพิ่มมิติความเป็นมนุษย์ให้แก๊งที่ถูกมองเป็นโจร
ฉายาของสินคือ “เพื่อนกบดานผู้ซื่อสัตย์”
เพราะเขาเป็นเพื่อนเก่าที่เปิดบ้านที่แก่งคอยให้มะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย หนีภัยหลังแหกคุก ฉายานี้สะท้อนถึงความใจดีที่ไม่ทิ้งเพื่อนแม้เสี่ยงอันตรายจากตำรวจและนายตัน เขาให้ที่หลบภัยและสนับสนุนแก๊งพัทลุงสู้ทวงความยุติธรรม ในสงครามคงกระพัน เขาเป็นเบื้องหลังที่ช่วยให้ฝ่ายดีมีกำลังใจ ทำให้ฉายานี้เหมาะสมกับบทบาทของเขาที่เป็นคนรองแต่เพิ่มความภักดีและมิตรภาพให้เรื่องราว
ข้อคิดจากสินคือ “มิตรภาพเก่านำมาซึ่งที่พักพิงในยามยาก”
เพราะในเรื่อง เขาให้ที่กบดานและช่วยมะฮาแวพวกเมื่อถูกใส่ร้ายและไล่ล่า ข้อคิดนี้สอนว่า ความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนเก่านำมาซึ่งการสนับสนุนที่แท้จริง เมื่อแก๊งพัทลุงไม่มีที่ไป สินไม่ลังเลเปิดบ้าน ในชีวิตจริง เราสามารถนำไปใช้โดยรักษามิตรภาพเก่าและช่วยเหลือกันในวิกฤต เพราะนำมาซึ่งความเข้มแข็ง สุดท้ายแก๊งเขาบริสุทธิ์ สอนว่ามิตรภาพนำมาซึ่งความยุติธรรมที่ยั่งยืน
หลายปีหลังจากสงครามคงกระพันครั้งยิ่งใหญ่ที่ธรรมะเอาชนะอธรรม ทุกคนในเรื่องราวต่างใช้ชีวิตอย่างสงบสุข สยุมภูกับเนตรทรายแต่งงานกันและมีลูกชายตัวน้อย แทนกับหมวยลี่ขยายบริษัทขนส่งจนร่ำรวย มะฮาแวกับนวลพรรณสร้างครอบครัวอบอุ่นในต่างจังหวัด ส่วนเสือสักหลังจากธุดงค์อยู่นานก็กลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายในป่าเก่า แต่ความสงบนี้กำลังถูกคุกคามจากปมใหม่ที่เชื่อมโยงกับอดีต
เรื่องราวภาค 2 เริ่มต้นเมื่อมีการขุดพบ “เหล็กไหลมหามงคล” วัตถุโบราณที่ว่ากันว่ามีพลังสูงกว่าตะกรุดโทนเสียอีก สามารถบันดาลโชคและคงกระพันได้อย่างสมบูรณ์ แต่ถ้าตกอยู่ในมือคนชั่วจะกลายเป็นอาวุธร้ายทำลายล้างได้มหาศาล เหล็กไหลชิ้นนี้ถูกค้นพบโดยกลุ่มนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงนำโดย “ธนา” ลูกชายลับของนายตันที่รอดชีวิตจากภาคแรกและแอบซ่อนตัวมาตลอด ธนาเติบโตมาด้วยความแค้นที่พ่อถูกทำลาย จึงรวบรวมลูกน้องใหม่ที่มีขมังเวทย์สายเขมรและยันต์ล้านนา รวมถึงจอมเวทย์สาวสวยชื่อ “มณีจันทร์” ที่มีเดรัจฉานวิชาสูงส่งกว่าอาจารย์ไพรวัลย์
ธนาเริ่มแผนโดยลอบเข้าไปในชุมเสือสักเก่าเพื่อหาเบาะแสตะกรุดโทนเดิม ทำให้เสือสักที่กลับมาอยู่ป่าต้องออกมาปกป้องลูกหลานเก่า สยุมภูที่ตอนนี้เป็นนายตำรวจใหญ่ถูกเรียกตัวกลับมาสืบคดีลึกลับที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนักโบราณคดี แทนกับหมวยลี่ที่ธุรกิจกำลังรุ่งเรืองถูกดึงเข้ามาเพราะรถขนส่งของบริษัทถูกใช้เป็นเครื่องมือลักลอบขนเหล็กไหล มะฮาแวกับอุสมาน ไข่นุ้ย ที่ใช้ชีวิตสงบก็ถูกตามล่าอีกครั้งเพราะธนาคิดว่าพวกเขารู้ความลับของพ่อ
ทุกคนต้องกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง สยุมภูใช้ตะกรุดโทนเก่า แทนใช้มีดเทพศาสตรา มะฮาแวใช้ไสยพัทลุง เสือสักใช้ประสบการณ์ป่าและความศรัทธา ความรักเก่าก็ถูกทดสอบเมื่อมณีจันทร์พยายามยั่วยวนสยุมภู และธนาพยายามแก้แค้นด้วยการลักพาตัวลูกชายของสยุมภูกับเนตรทราย สงครามครั้งใหม่นี้เข้มข้นกว่าเดิม เพราะศัตรูใช้เวทย์ผสมเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีฉากต่อสู้ในป่าลึก เมืองใหญ่ และแม้แต่ในถ้ำโบราณที่เก็บเหล็กไหล
สุดท้ายธรรมะยังคงชนะ ธนาและมณีจันทร์พ่ายแพ้เพราะความโลภและแค้น เหล็กไหลถูกทำลายเพื่อไม่ให้ตกในมือคนผิด ทุกคนกลับสู่ชีวิตสงบแต่เข้มแข็งขึ้น ลูกหลานรุ่นใหม่ได้รับการสอนเรื่องคุณธรรมและความเชื่อที่ถูกต้อง

