ละคร สูตรรักนักการโรงแรม Hotel Stars 2563 ภายใต้แสงไฟระยิบระยับของโรงแรม LP Paradise ที่ใครต่อใครต่างฝันถึง ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่พักผ่อน แต่มันคือสนามรบของหนุ่มสาว 10 ชีวิตที่พกพาความฝันมาจากทั่วประเทศ สู่โครงการ Hotel Stars รุ่น 3 จากคนแปลกหน้าสู่เพื่อนร่วมงาน… และจากเพื่อนร่วมงานสู่คู่แข่งที่ต้องแย่งชิงโอกาสเพียง 2 ที่นั่งเพื่อความเป็นหนึ่ง ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ฉาบไว้ด้วยความอิจฉา มิตรภาพที่ถูกทดสอบด้วยการหักหลัง และความรักต้องห้ามที่เริ่มผลิบานในแผนกอันวุ่นวาย เมื่อ “หัวใจ” ดันเต้นไม่เป็นจังหวะในขณะที่ “หน้าที่” กำลังค้ำคอ พวกเขาจะเลือกอะไรระหว่างมิตรภาพที่สวยงามหรือชัยชนะที่รออยู่ปลายทาง

ละคร สูตรรักนักการโรงแรม Hotel Stars 2563 นักศึกษาฝึกงานที่ต้องแข่งกันดุเดือดในโรงแรมหรู มันไม่ใช่แค่ดราม่าธรรมดา แต่มีทั้งมิตรภาพ ความรัก และการหักหลังแบบเบาๆ ที่ทำให้ดูเพลินมาก เรื่องราวเริ่มจากโครงการ Hotel Stars รุ่นที่ 3 ของโรงแรม LP Paradise โรงแรมในฝันของใครหลายคน ที่คัดนักศึกษาจากทั่วประเทศมาแค่ 10 คน เพื่อฝึกงานใน 3 แผนกใหญ่: แม่บ้าน (สุดหิน), ครัว (สุดโหด), และต้อนรับ (สุดเนี้ยบ) พวกเขาต้องแข่งกันเพื่อเป็น 2 คนสุดท้ายที่ได้เป็นพนักงานประจำ ได้เงินเดือนดีๆ สวัสดิการเด็ดๆ แถมไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือนเต็ม นักศึกษาทั้ง 10 คนนี้มีพื้นหลังต่างกันสุดๆ ทำให้เกิดดราม่าตั้งแต่วันแรก

เนื้อเรื่องวุ่นวายตั้งแต่เริ่ม วาเลนมาช้า หญิงสงสัย โทนเครียดเรื่องเงินเพราะแม่ป่วย ต้องฟอกไตด่วน 35,000 บาท เต้ยโกรธโทนเพราะเรื่องตับห่านเสียหายและคลิปอู้งาน อัครสนิทกับส้มป่อยแต่ถอยเพราะกลัวดราม่า เต้ยเลยพยายามแทรกเข้าหาส้มป่อยเพื่อผลประโยชน์ หญิงจับตาวาเลนตลอดเพราะกลัวขวางทาง นุกกับพงศ์ทะเลาะเพราะอดีตเก่าๆ พวกเขาต้องหมุนเวียนแผนก ทำภารกิจพิเศษ ท่ามกลางหัวหน้าแผนกโหดๆ อย่างเชฟแมน (เบนซ์-จิรโรจน์ ศรุณานิธิโรจน์), คุณตอง (จุ๊บแจง-วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ), และมด (ปุ้ย-อรัญญา ประทุมทอง) มีทั้งดราม่าความรักแบบวาย (จิ้นคู่ชาย-ชาย) มิตรภาพที่อาจกลายเป็นศัตรู และการแข่งขันที่ทำให้ทุกคนเติบโต

สารบัญละคร

เรื่องนี้มันสนุกตรงที่ผสมความจริงของวงการโรงแรมเข้ากับชีวิตวัยรุ่น ทำให้ดูแล้วทั้งฮา ทั้งเครียด ทั้งฟิน ถ้าใครชอบซีรีส์แบบแข่งขันผสมโรแมนติก เรื่องนี้ตอบโจทย์เลย

เนื้อเรื่องสนุก วุ่นวายแต่ไม่หนักเกินไป เรื่องราวนักศึกษาฝึกงาน 10 คนแข่งกันในโรงแรมหรู มันแสดงให้เห็นความโหดของงานแต่ละแผนกแบบจริงจัง เช่น ครัวที่ต้องทำอาหารด่วนๆ แม่บ้านที่ต้องสะอาดเป๊ะ และต้อนรับที่ต้องยิ้มตลอด บทละครน่ารัก ดูบันเทิง มีทั้งฮา ดราม่า เศร้า และโรแมนติกครบรส เหมือนซีรีส์เกาหลีใสๆ แต่ไทยแท้ๆ นักแสดงนำจาก SBFIVE อย่างบาส เต้ ตี๋ คอปเตอร์ คิมม่อน เล่นดีมาก ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ได้น่ารัก ทำให้จิ้นคู่ชาย-ชายได้สนุก (มีหลายคู่เลยนะ) ส่วนนักแสดงหญิงอย่างออมและพลอยใสก็เด่น เพิ่มความสมดุลให้เรื่อง ภาพถ่ายสวย คุณภาพการผลิตดี ไม่แพ้ซีรีส์ต่างประเทศ


ละคร สูตรรักนักการโรงแรม 2563

ละคร สูตรรักนักการโรงแรม 2563

เบื้องหลังของละคร “สูตรรักนักการโรงแรม Hotel Stars” (2562 ช่อง 3) จากค่าย Nawalart Nimit กับ BeCi ที่ผลิตเรื่องนี้ กำกับโดย ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง ผลิตโดยบริษัท บีอีซีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท ณวลาร์ท นิมิต จำกัด ควบคุมโดย ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม (ผู้จัดเป๊ป) มาดูกันว่าถ่ายทำยังไง

เบื้องหลังซีรีส์นี้มันเหมือนปาร์ตี้ใหญ่เลย เพราะเป็นการรวมตัว SBFIVE หลังจาก “เดือนเกี้ยวเดือน” ที่ทำให้พวกเขาดังเปรี้ยง ถ่ายทำในโรงแรมจริงๆ เพื่อความสมจริง แล้วนักแสดงต้องฝึกงานโรงแรมจริงก่อนถ่ายด้วย โหดแต่สนุก

เริ่มจากถ่ายทำทีเซอร์และเทรลเลอร์ (จากคลิป YouTube ของ NL CHANNEL) นักแสดงทั้ง 5 คน SBFIVE บอกว่าตื่นเต้นมากที่ได้กลับมาร่วมงานกัน บาส (เต้ย) บอก “สนุกเหมือนเล่นกับเพื่อน” เต้ (โทน) เล่าว่าต้องเล่นบทจนแต่จริงจัง ยากแต่ท้าทาย ตี๋ (อัคร) ชอบบทคนดีเพราะตรงตัว คิมม่อน (คิน) ฮาๆ บอก “ได้เล่นเกมจริงในเรื่อง” คอปเตอร์ (พงศ์) เล่าว่าต้องฝึกใช้เส้นแบบตัวร้ายแต่ไม่ร้ายจริง

การถ่ายทำใช้เวลา 2-3 เดือน ถ่ายในโรงแรม LP Paradise (ชื่อสมมติ แต่ถ่ายจริงที่โรงแรมในกรุงเทพฯ) มีฉากครัวที่นักแสดงต้องเรียนทำอาหารกับเชฟจริง เชฟแมน (เบนซ์ จิรโรจน์) สอนพวกบาสทำฟัวกรา แต่เบื้องหลังฮาเพราะบาสทำเละจริงๆ ฉากชนกันของเต้ยกับโทน ถ่ายหลายเทคเพราะต้องโดนรถทับตับห่าน (ของปลอม) แล้วโทน (เต้) ต้องเล่นเครียดจริงเพราะบทแม่ป่วย

นักแสดงหญิงอย่างพลอยใส (หญิง) บอกในสัมภาษณ์ว่า “ต้องใช้เสน่ห์จริงๆ แต่เบื้องหลังสนุกมาก” ออม (นุก) เล่าว่าต้องทะเลาะกับคอปเตอร์จริงแต่ off-screen เป็นเพื่อนกัน กรีน (วาเลน) มาสายในเรื่อง แต่เบื้องหลังตรงเวลาเวอร์ มีคลิปเบื้องหลัง EP.1 ที่พวกเขาสัมภาษณ์ความในใจ SBFIVE บอก “ดีใจที่ได้รวมตัวอีก หลังจาก 2Moons” ผู้กำกับศฐาณพงศ์บอก “อยากให้เรื่องนี้สะท้อนชีวิตฝึกงานจริงๆ ในโรงแรม”

นักแสดง

→ บาส-สุรเดช พินิวัตร์ รับบท เต้ย

hq720
บาส-สุรเดช พินิวัตร์

เต้ยเป็นลูกคุณหนูจากครอบครัวร่ำรวยที่เข้ามาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ด้วยทัศนคติแบบสบายๆ ชอบใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่างแทนที่จะลงมือทำเอง เขาเป็นคนขี้เกียจสุดๆ มักอู้งานไปเล่นเกมในเวลางาน จนทำให้เกิดปัญหากับเพื่อนๆ ในกลุ่มนักศึกษาฝึกงานทั้ง 10 คน เช่น ตอนที่เขาพยายามซื้อใจเชฟแมน หัวหน้าแผนกครัว ด้วยการให้พ่อซื้อฟัวกรา หรือตับห่านราคาแพงมาทดลองเมนูใหม่ แต่ดันเดินชนกับโทน เพื่อนฝึกงานอีกคน ทำให้ของเสียหายเละเทะ เต้ยไม่ยอมรับผิดง่ายๆ กลับยืนกรานว่าโทนซึ่งมาจากครอบครัวยากจนไม่มีทางหาเงินชดใช้ได้ สร้างความขัดแย้งใหญ่โต

นอกจากนี้ เต้ยยังรู้จักหญิง เพื่อนฝึกงานสาวทะเยอทะยานเพราะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน และเขาชอบใช้คอนเน็กชั่นส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์ เช่น ตอนที่อิจฉาอัครที่สนิทกับส้มป่อย ลูกสาวเจ้าของโรงแรม จึงพยายามแทรกตัวเข้าหาเธอเพื่อเลื่อนสถานะเป็นแฟน เพราะคิดว่าถ้าได้แบบนั้นอะไรๆ ก็ง่ายขึ้น เต้ยเข้าใจผิดเรื่องคลิปที่หนึ่งแอบถ่ายเขานอนหลับในเวลางาน แล้วส่งให้คุณตอง หัวหน้า ทำให้เขาโกรธโทนและอยากเอาคืน

แต่ตลอดเรื่อง เต้ยค่อยๆ เติบโตจากเด็กเอาแต่ใจ เรียนรู้มิตรภาพและความรับผิดชอบผ่านการแข่งขันดุเดือดเพื่อชิงตำแหน่งนักศึกษาดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน บาสเล่นบทนี้ได้สมจริงมาก ทำให้เต้ยดูน่ารักแม้จะน่ารำคาญในตอนแรก สร้างเสน่ห์ให้ตัวละครมีมิติลึกซึ้ง

ฉายาของเต้ยคือ ลูกคุณหนูเงินหนา
ฉายานี้สะท้อนถึงบุคลิกของเขาในเรื่องที่ชอบใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่างแทนที่จะพยายามด้วยตัวเอง เช่น ตอนที่เขาพยายามซื้อใจเชฟแมนด้วยฟัวกราราคาแพงที่พ่อซื้อให้ แต่กลับสร้างปัญหาใหญ่เมื่อชนกับโทน ทำให้ของเสียหายและนำไปสู่ความขัดแย้ง ฉายานี้ยังแสดงถึงความอิจฉาและการใช้คอนเน็กชั่น เช่น การพยายามเข้าหาส้มป่อยเพราะรู้ว่าเธอเป็นลูกสาวเจ้าของโรงแรม คิดว่าถ้าได้สนิทจะทำให้การแข่งขันง่ายขึ้น แต่สุดท้ายฉายานี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เต้ยเรียนรู้ว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากเงินอย่างเดียว แต่ต้องมาจากความพยายามและมิตรภาพ ทำให้ตัวละครมีพัฒนาการจากเด็กเอาแต่ใจกลายเป็นคนที่เข้าใจเพื่อนๆ มากขึ้น บาสถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้สนุก ทำให้ผู้ชมทั้งหมั่นไส้และเอ็นดู

ข้อคิดจากตัวละครเต้ยคือ เงินซื้อได้ทุกอย่างยกเว้นมิตรภาพแท้จริง
ข้อคิดนี้สอนว่าการใช้เงินแก้ปัญหาแบบเต้ยในตอนแรก เช่น การซื้อฟัวกราเพื่อซื้อใจเชฟแมน หรือพยายามใช้คอนเน็กชั่นเข้าหาส้มป่อยเพราะอิจฉาอัคร อาจดูเป็นทางลัดแต่สุดท้ายนำไปสู่ความขัดแย้ง เช่น การเข้าใจผิดกับโทนเรื่องคลิปอู้งาน ทำให้เต้ยต้องเผชิญปัญหาที่เงินแก้ไม่ได้ แต่ผ่านการฝึกงานและแข่งขันในโรงแรม LP Paradise เต้ยค่อยๆ เรียนรู้ว่ามิตรภาพและความรับผิดชอบสำคัญกว่าเงิน ทำให้เขาพัฒนาจากคนขี้เกียจกลายเป็นคนที่เข้าใจเพื่อนๆ และช่วยเหลือกัน ข้อคิดนี้เหมาะกับวัยรุ่นที่อาจคิดว่าเงินคือคำตอบ แต่จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ที่จริงใจต่างหากที่ทำให้ชีวิตสมบูรณ์

→ เต้-ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์ รับบท โทน

17e8e110 bfb0 11ec 8eff 316a49d6958a webp original
เต้-ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์

โทนเป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ที่มีอายุมากกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่ม 10 คน เพราะต้องทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนไปด้วย มาจากครอบครัวยากจน มีปัญหาทางการเงินหนักหน่วง และต้องดูแลแม่ที่ป่วยเป็นโรคไตขั้นรุนแรง ทำให้เขาหวังพึ่งโครงการนี้มากเพื่อเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น โทนเป็นคนจริงจัง ขยัน และอดทน แต่ชีวิตพลิกผันตั้งแต่ต้นเรื่อง เมื่อเดินชนกับเต้ย เพื่อนฝึกงานลูกคุณหนู ทำให้ฟัวกรา หรือตับห่านราคาแพงที่เต้ยจะเอาไปให้เชฟแมนเสียหายเละเทะ โทนตกใจและยอมรับผิด อยากชดใช้เงินให้เต้ยแม้ไม่รู้ว่าของนั้นแพงแค่ไหน แต่เต้ยปฏิเสธเพราะคิดว่าโทนจนเกินกว่าจะหาเงินได้ สร้างความเครียดให้โทนซ้ำสอง

เพราะในเวลาเดียวกันโรงพยาบาลโทรแจ้งว่าแม่ต้องฟอกไตด่วน ใช้เงิน 35,000 บาท โทนจึงต้องหาทางออกท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดเพื่อชิงตำแหน่งนักศึกษาดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน นอกจากนี้ โทนยังสังเกตเห็นพนักงานโรงแรมเมาท์มอยเรื่องส้มป่อย ลูกสาวเจ้าของโรงแรม จึงบอกอัคร เพื่อนที่สนิทกับเธอเพื่อป้องกันข้อครหา โทนเป็นตัวละครที่มีมิติลึกซึ้ง จากคนเงียบขรึมกลายเป็นคนที่เรียนรู้มิตรภาพผ่านความขัดแย้งกับเต้ยและคนอื่นๆ เต้เล่นบทนี้ได้น่าประทับใจ ทำให้ผู้ชมเห็นถึงความกดดันและความหวังของคนสู้ชีวิต

ฉายาของโทนคือ ผู้พิทักษ์ครอบครัว
ฉายานี้สะท้อนถึงบุคลิกของเขาในเรื่องที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลแม่ที่ป่วยไตขั้นรุนแรง แม้ตัวเองจะอายุมากกว่าเพื่อนและต้องทำงานหาเงินเรียนไปด้วย เช่น ตอนที่โรงพยาบาลโทรแจ้งค่ารักษา 35,000 บาท ทำให้โทนเครียดหนักแต่ยังกัดฟันสู้ในโครงการฝึกงาน ฉายานี้ยังแสดงถึงความรับผิดชอบสูง เช่น การยอมชดใช้เงินให้เต้ยหลังอุบัติเหตุชนกัน แม้จะไม่รู้ราคาของฟัวกรา ฉายานี้กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้โทนเติบโต จากคนแบกภาระคนเดียวกลายเป็นคนที่ได้รับมิตรภาพจากเพื่อนๆ ในการแข่งขัน เต้ถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้อบอุ่น ทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยและเห็นคุณค่าของความกตัญญู

ข้อคิดจากตัวละครโทนคือ ความอดทนนำพาสู่ความสำเร็จ
ข้อคิดนี้สอนว่าการเผชิญปัญหาแบบโทน เช่น ความจน ปัญหาครอบครัว และอุบัติเหตุกับเต้ยที่ทำให้ต้องหาเงินชดใช้ อาจดูหนักหน่วงแต่ถ้าอดทนและจริงจังเหมือนโทนที่หวังพึ่งโครงการ Hotel Stars เพื่อเปลี่ยนชีวิต จะนำไปสู่การเติบโต เช่น การเรียนรู้มิตรภาพกับอัครและคนอื่นๆ ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดในโรงแรม LP Paradise ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่กำลังท้อ เพราะแสดงว่าความพยายามและความรับผิดชอบต่อครอบครัวจะทำให้ผ่านอุปสรรคได้ ทำให้ชีวิตสมดุลและประสบความสำเร็จในที่สุด

→ ตี๋-ธนพล จารุจิตรานนท์ รับบท อัคร

ตี๋-ธนพล จารุจิตรานนท์

อัครเป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ที่มีบุคลิกสุภาพเรียบร้อยและซื่อสัตย์ เขาเป็นคนดีที่ไม่ชอบเอาเปรียบใคร เริ่มเรื่องด้วยการเก็บกระเป๋าสตางค์ของคุณส้มป่อย ลูกสาวของเจ้าของโรงแรม คุณอบเชย ได้โดยบังเอิญ คิดว่าเธอเป็นแค่ลูกค้าธรรมดา ทำให้ส้มป่อยประทับใจในความซื่อสัตย์ จึงซื้อขนมมาฝากและทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความรู้สึกดีๆ แต่พออัครรู้ความจริงจากโทน เพื่อนฝึกงานที่ได้ยินพนักงานเมาท์มอย ว่าส้มป่อยเป็นลูกสาวเจ้าของโรงแรม เขาก็รีบวางตัวเหินห่าง ไม่สนิทสนมเหมือนเดิม เพราะกลัวคนอื่นจะครหาว่าเขาอยากใกล้ชิดเพื่อหวังผลประโยชน์

แม้ในใจจะอยากใกล้ชิดเธอแค่ไหนก็ตาม การกระทำนี้สร้างความขัดแย้งภายในใจเขา ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดกับนักศึกษาฝึกงานอีก 9 คน เพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน อัครอยู่แผนกแม่บ้านเดียวกับเต้ย ซึ่งเต้ยอิจฉาเรื่องสนิทกับส้มป่อย จึงพยายามแทรกเข้าหาเธอเพื่อผลประโยชน์ ทำให้อัครต้องเผชิญดราม่าความรักและมิตรภาพ อัครเป็นตัวละครที่มีมิติลึกซึ้ง จากคนสุภาพกลายเป็นคนที่เรียนรู้การยืนหยัดในหลักการผ่านความสัมพันธ์ที่อีรุงตุงนัง ตี๋เล่นบทนี้ได้อบอุ่น ทำให้ผู้ชมเห็นถึงความขัดแย้งระหว่างหัวใจและศีลธรรม

ฉายาของอัครคือ หนุ่มสุภาพบุรุษ
ฉายานี้สะท้อนถึงบุคลิกของเขาในเรื่องที่ซื่อสัตย์และสุภาพเสมอ เช่น ตอนที่เก็บกระเป๋าสตางค์ส้มป่อยได้แล้วคืนให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้เธอประทับใจและสนิทกัน แต่พอรู้ว่าเธอเป็นลูกสาวเจ้าของโรงแรม อัครก็ถอยห่างเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา แสดงถึงความเป็นสุภาพบุรุษที่ยึดหลักศีลธรรมเหนือความรู้สึกส่วนตัว ฉายานี้ยังปรากฏในความสัมพันธ์กับเพื่อนฝึกงาน เช่น การปรึกษากับเต้ยเรื่องปัญหา แต่ไม่ยอมใช้เส้นสายเพื่อชิงดีชิงเด่น ฉายานี้กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้อัครเติบโต จากคนเงียบๆ กลายเป็นคนที่ได้รับความเคารพจากทุกคน ตี๋ถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้น่าประทับใจ ทำให้ผู้ชมเอ็นดูและเห็นคุณค่าของความซื่อตรง

ข้อคิดจากตัวละครอัครคือ ความซื่อสัตย์นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
ข้อคิดนี้สอนว่าการยึดหลักศีลธรรมแบบอัคร เช่น การถอยห่างจากส้มป่อยเพราะกลัวข้อครหาว่าหวังผลประโยชน์ แม้ใจจะชอบเธอ อาจดูเสียโอกาสแต่สุดท้ายนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ เช่น การเรียนรู้ที่จะเปิดใจหลังจากผ่านดราม่าการแข่งขันในโรงแรม LP Paradise ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่กำลังลังเลระหว่างผลประโยชน์และความถูกต้อง เพราะแสดงว่าความซื่อสัตย์จะทำให้ได้รับมิตรภาพและความรักที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ชั่วคราว ทำให้ชีวิตสมดุลและเต็มเปี่ยมด้วยความเคารพจากผู้อื่น

→ คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา รับบท คิน

47d2cc80 e57e 11ec 96a7 59d63ed17c5e original
คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา

คินเป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ที่มีบุคลิกห้าวๆ ฮาๆ และชอบสร้างเสียงหัวเราะให้กลุ่มเพื่อนๆ เขาเป็นคนร่าเริง ชอบหารายได้เสริมระหว่างฝึกงาน ทำให้กลายเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ในหมู่นักศึกษาฝึกงานทั้ง 10 คน คินอยู่แผนกต้อนรับเดียวกับหญิง วาเลน และหนึ่ง ซึ่งเป็นแผนกที่ต้องยิ้มรับแขกตลอดเวลา แต่คินนำความสนุกมาสู่ทีมด้วยมุกตลกและทัศนคติบวก แม้ในสถานการณ์ดุเดือดของการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน

คินไม่ใช่คนทะเยอทะยานมากนัก แต่เขาชอบช่วยเหลือเพื่อนๆ เช่น การให้กำลังใจโทนที่เครียดเรื่องครอบครัว หรือแซวเต้ยที่ขี้เกียจเพื่อคลายบรรยากาศ คินยังมีด้านจริงจังเมื่อต้องทำหน้าที่ เช่น การต้อนรับแขกวีไอพีหรือหมุนเวียนแผนกอื่นๆ ทำให้เกิดโมเมนต์ฮาๆ อย่างการทำพลาดแต่แก้ไขด้วยไหวพริบ ความห้าวของเขาทำให้เกิดจิ้นคู่ชายชายกับตัวละครอื่นๆ เพิ่มเสน่ห์ให้เรื่อง คิมม่อนเล่นบทนี้ได้เป็นธรรมชาติ ทำให้คินดูเป็นเพื่อนแท้ที่ทุกคนอยากมี ตัวละครนี้มีมิติลึกซึ้ง จากคนสนุกสนานกลายเป็นคนที่เรียนรู้ความรับผิดชอบผ่านมิตรภาพและอุปสรรคในโรงแรม

ฉายาของคินคือ หนุ่มห้าวฮาแตก
ฉายานี้สะท้อนถึงบุคลิกของเขาในเรื่องที่ร่าเริงและชอบสร้างเสียงหัวเราะให้กลุ่ม เช่น ตอนที่แซวเพื่อนๆ ในแผนกต้อนรับเพื่อคลายเครียดจากการแข่งขันดุเดือด หรือการหารายได้เสริมด้วยไอเดียแปลกๆ ที่ทำให้เกิดโมเมนต์ฮาๆ ฉายานี้ยังแสดงถึงความห้าวที่ทำให้คินเป็นตัวเชื่อมมิตรภาพ เช่น การให้กำลังใจโทนหรือช่วยหญิงแก้ปัญหา ฉายานี้กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้คินเติบโต จากคนสนุกอย่างเดียวกลายเป็นคนที่เข้าใจความจริงจังของชีวิต คิมม่อนถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้สนุกสนาน ทำให้ผู้ชมหัวเราะและเอ็นดูตัวละครนี้มากขึ้น

ข้อคิดจากตัวละครคินคือ ความสนุกสนานช่วยคลายเครียดในชีวิต
ข้อคิดนี้สอนว่าการมีทัศนคติบวกแบบคิน เช่น การใช้มุกตลกในแผนกต้อนรับเพื่อลดความตึงเครียดจากการแข่งขันในโรงแรม LP Paradise อาจดูเล็กน้อยแต่ช่วยให้ผ่านอุปสรรคได้ เช่น การช่วยเพื่อนๆ อย่างโทนที่เครียดเรื่องเงินหรือเต้ยที่อิจฉา ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่กำลังเผชิญแรงกดดัน เพราะแสดงว่าความร่าเริงและมิตรภาพจะทำให้ชีวิตสมดุล ไม่ใช่แค่จริงจังอย่างเดียว ทำให้เกิดพลังบวกและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

→ คอปเตอร์-ภานุวัฒน์ เกิดทองทวี รับบท พงศ์

57da88d0 6072 11eb 803e b53f0424d477 original
คอปเตอร์-ภานุวัฒน์ เกิดทองทวี

พงศ์เป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ที่มีบุคลิกทะเยอทะยานและชอบใช้คอนเน็กชั่นเพื่อก้าวหน้า เขาเป็นคนที่มักอาศัยความรู้จักกับรุ่นพี่หรือเส้นสายเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบในการแข่งขันดุเดือดกับนักศึกษาอีก 9 คน เพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน พงศ์เคยเป็นเพื่อนสมัยมัธยมกับนุก เพื่อนฝึกงานสาวจริงจัง แต่เคยแย่งโควตาสอบชิงทุนจากเธอ ทำให้เกิดความบาดหมาง นุกไม่ชอบขี้หน้าพงศ์เพราะเห็นว่าเขาชอบทำตัวใช้ Connection รู้จักรุ่นพี่เป็นบันไดให้ตัวเองก้าวขึ้นไปมากขึ้นเท่าไร นุกก็ยิ่งอยากทำให้พงศ์รู้สำนึก

พงศ์จึงกลายเป็นตัวสร้างดราม่าในกลุ่ม เช่น การใช้เส้นเพื่อได้งานง่ายๆ หรือทะเลาะกับนุกเรื่องอดีต แต่ตลอดเรื่อง พงศ์ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงจากคนเห็นแก่ตัวกลายเป็นคนที่เข้าใจความยุติธรรมและมิตรภาพ ผ่านการหมุนเวียนแผนกต่างๆ ในโรงแรม เช่น แผนกแม่บ้าน ครัว และต้อนรับ ทำให้เขาเรียนรู้ว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากเส้นสายอย่างเดียว คอปเตอร์เล่นบทนี้ได้สมจริง ทำให้พงศ์ดูน่าหมั่นไส้ในตอนแรกแต่สุดท้ายผู้ชมเอาใจช่วยให้เขาเติบโต ตัวละครนี้มีมิติลึกซึ้ง จากคนใช้ทางลัดกลายเป็นคนที่ยอมรับความพยายามของตัวเองและผู้อื่น

ฉายาของพงศ์คือ นักปีนบันไดเส้นสาย
ฉายานี้สะท้อนถึงบุคลิกของเขาในเรื่องที่ชอบใช้คอนเน็กชั่นกับรุ่นพี่เพื่อก้าวหน้า เช่น การอาศัยเส้นเพื่อได้งานง่ายๆ ในการฝึกงาน ทำให้เกิดความขัดแย้งกับนุกที่เคยโดนแย่งทุนสมัยมัธยม ฉายานี้ยังแสดงถึงความทะเยอทะยานที่อาจดูเห็นแก่ตัว เช่น การพยายามใช้ Connection เพื่อชิงดีชิงเด่นในการแข่งขัน แต่ฉายานี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้พงศ์เรียนรู้ว่าบันไดเส้นสายอาจไม่ยั่งยืน ทำให้เขาเติบโตจากคนใช้ทางลัดกลายเป็นคนที่เข้าใจความยุติธรรม คอปเตอร์ถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้น่าจดจำ ทำให้ผู้ชมเห็นทั้งด้านลบและด้านพัฒนาการของตัวละคร

ข้อคิดจากตัวละครพงศ์คือ ความสำเร็จที่แท้จริงมาจากความพยายามไม่ใช่เส้นสาย
ข้อคิดนี้สอนว่าการใช้คอนเน็กชั่นแบบพงศ์ในตอนแรก เช่น การแย่งทุนจากนุกหรืออาศัยรุ่นพี่เพื่อก้าวหน้า อาจดูเป็นทางลัดแต่สุดท้ายนำไปสู่ความขัดแย้งและไม่ยั่งยืน เช่น การทะเลาะกับนุกที่อยากให้พงศ์รู้สำนึก แต่ผ่านการฝึกงานในโรงแรม LP Paradise พงศ์ค่อยๆ เรียนรู้ว่าความพยายามและมิตรภาพสำคัญกว่า ทำให้เขาเปลี่ยนจากคนทะเยอทะยานเห็นแก่ตัวกลายเป็นคนที่ยอมรับความยุติธรรม ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่กำลังหาทางลัด เพราะแสดงว่าความสำเร็จจากความพยายามจะทำให้ชีวิตสมดุลและได้รับการเคารพจากผู้อื่น

→ กรีน-พงศธร ผดุงเกียรติวงศ์ รับบท วาเลน

กรีน-พงศธร ผดุงเกียรติวงศ์

วาเลนเป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ที่จบใหม่จากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ทำให้เขาพูดภาษาอังกฤษคล่องปากราวกับเจ้าของภาษาและเก่งในการต้อนรับแขกต่างชาติเป็นพิเศษ เขาเป็นคนอัธยาศัยดี มองโลกในแง่ดี เป็นมิตรกับทุกคนในกลุ่มนักศึกษาฝึกงาน 10 คน แต่สร้างดราม่าตั้งแต่วันแรกด้วยการรายงานตัวช้า ซึ่งทำให้หญิง เพื่อนฝึกงานสาวทะเยอทะยาน หมั่นไส้และพุ่งเป้าว่าเขาเป็นเด็กเส้นใหญ่ วาเลนอยู่แผนกต้อนรับเดียวกับหญิง คิน และหนึ่ง ซึ่งเป็นแผนกที่ต้องยิ้มรับแขกตลอดเวลา เขาใช้ทักษะภาษาและความสุภาพช่วยงานได้ดีมาก แม้จะถูกหญิงจับตามองตลอดเพราะกลัวเขาจะใช้เส้นขวางทางชนะการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน

วาเลนมีปมส่วนตัวเรื่องการปรับตัวหลังกลับจากต่างประเทศ แต่เขาไม่แก้ตัวมากนัก แค่พิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานจริงจังและช่วยเหลือเพื่อนๆ อย่างเงียบๆ ตลอดเรื่อง ความสัมพันธ์กับหญิงค่อยๆ เปลี่ยนจากความสงสัยและหมั่นไส้กลายเป็นความเข้าใจและโรแมนติก วาเลนเรียนรู้ที่จะเปิดใจและยืนหยัดด้วยทักษะของตัวเอง ท่ามกลางการหมุนเวียนแผนกและภารกิจโหดๆ ในโรงแรม กรีนเล่นบทนี้ได้เย็นชาแต่มีเสน่ห์ ทำให้วาเลนกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมอยากรู้ backstory มากขึ้น ตัวละครนี้มีมิติลึกซึ้ง จากหนุ่มลึกลับที่ถูกเข้าใจผิดกลายเป็นคนที่สร้างมิตรภาพและความรักที่อบอุ่น

ฉายาของวาเลนคือ หนุ่มลึกลับจากต่างแดน
ฉายานี้สะท้อนถึงการที่เขาจบจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและพูดภาษาอังกฤษคล่อง ทำให้ถูกหญิงสงสัยว่าใช้เส้นใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่มาสาย ฉายานี้ยังแสดงถึงความอัธยาศัยดีและมองโลกบวกที่ซ่อนอยู่ใต้บุคลิกเงียบๆ เช่น การเก่งต้อนรับแขกต่างชาติและการช่วยเหลือเพื่อนๆ ในแผนกต้อนรับ ฉายานี้กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้วาเลนเติบโต จากคนถูกจับตามองกลายเป็นคนที่พิสูจน์ตัวเองได้ด้วยผลงานจริง กรีนถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้น่าค้นหา ทำให้ผู้ชมทั้งสงสัยและเอ็นดูตัวละครนี้มากขึ้น

ข้อคิดจากตัวละครวาเลนคือ การพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำดีกว่าคำพูด
ข้อคิดนี้สอนว่าการถูกเข้าใจผิดแบบวาเลน เช่น ถูกหญิงคิดว่าเด็กเส้นเพราะมาสายวันแรก อาจดูเสียเปรียบแต่ถ้าพิสูจน์ด้วยทักษะและความพยายามเหมือนเขาที่ใช้ภาษาอังกฤษคล่องช่วยงานต้อนรับแขกต่างชาติ จะนำไปสู่การได้รับการยอมรับ เช่น การเปลี่ยนความสัมพันธ์กับหญิงจากศัตรูเป็นมิตรภาพและความรัก ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่กำลังถูกตัดสินจากภายนอก เพราะแสดงว่าความสม่ำเสมอและการกระทำจริงจังจะทำให้ผ่านอุปสรรคได้ ทำให้ชีวิตสมดุลและสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงยิ่งขึ้น

→ ปลื้ม-ณัชคุณ ธีรกิจโกศล รับบท หนึ่ง

1943035128
ปลื้ม-ณัชคุณ ธีรกิจโกศล

หนึ่งเป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ที่มีบุคลิกเงียบขรึม มุ่งมั่น เชื่อมั่นในตัวเองสูง และมีหุ่นนักกีฬาฟิตเนสพร้อมหน้าตาหล่อเหลา เขาเป็นนักศึกษาชั้นปี 4 จากมหาวิทยาลัยรัฐภาคตะวันออก มีความฝันชัดเจนอยากเป็นผู้บริหารโรงแรมในอนาคต จึงเข้าร่วมโครงการนี้ด้วยความตั้งใจเต็มที่ หนึ่งอยู่แผนกต้อนรับเดียวกับหญิง วาเลน และคิน ซึ่งเป็นแผนกที่ต้องสุภาพยิ้มรับแขกตลอดเวลา แต่ด้านในเขาชอบสังเกตการณ์คนอื่นอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะการใช้กล้องถ่ายคลิปบันทึกพฤติกรรมเพื่อนๆ ในเวลางาน อย่างตอนที่เขาแอบถ่ายคลิปเต้ยที่นอนหลับอู้งาน แล้วส่งตรงให้คุณตอง หัวหน้าแผนก ทำให้เกิดดราม่าใหญ่โตเมื่อเต้ยเข้าใจผิดว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของโทนและอยากเอาคืนโทนอย่างหนัก

การกระทำนี้สร้างความขัดแย้งในกลุ่มนักศึกษาฝึกงาน 10 คนและยิ่งทำให้การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน ดุเดือดขึ้นไปอีก หนึ่งไม่ใช่คนร้ายแต่เป็นคนที่คิดว่าการรายงานตรงๆ จะช่วยให้ทุกคนรับผิดชอบมากขึ้น ทว่าผลลัพธ์กลับนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความบาดหมาง ตลอดเรื่อง หนึ่งค่อยๆ เรียนรู้จากผลกระทบของการกระทำตัวเอง ผ่านการหมุนเวียนแผนกต่างๆ และมิตรภาพกับเพื่อนๆ ทำให้เขาพัฒนาจากหนุ่มเงียบที่ชอบแทรกแซงกลายเป็นคนที่เข้าใจการสื่อสารที่เหมาะสมมากขึ้น ปลื้มเล่นบทนี้ได้เย็นชาแต่มีเสน่ห์ ทำให้หนึ่งกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมทั้งสงสัยและเข้าใจในที่สุด ตัวละครนี้มีมิติลึกซึ้ง จากหนุ่มทะเยอทะยานที่แอบสังเกตการณ์กลายเป็นคนที่เติบโตผ่านบทเรียนชีวิตในโรงแรม

ฉายาของหนึ่งคือ หนุ่มแอบถ่ายดราม่า
ฉายานี้สะท้อนถึงการที่เขาชอบแอบสังเกตและถ่ายคลิปบันทึกพฤติกรรมของเพื่อนๆ โดยเฉพาะตอนที่ส่งคลิปเต้ยอู้งานให้คุณตอง ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่และดราม่าในกลุ่ม ฉายานี้ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ใต้บุคลิกเงียบๆ เช่น การใช้การสังเกตการณ์เพื่อพิสูจน์ตัวเองในการแข่งขัน แต่สุดท้ายมันกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้หนึ่งเรียนรู้ว่าการแทรกแซงแบบแอบๆ อาจสร้างปัญหามากกว่าช่วยเหลือ ฉายานี้ทำให้หนึ่งดูน่าค้นหาและมีเสน่ห์แบบลึกลับ ปลื้มถ่ายทอดออกมาได้ดีจนผู้ชมทั้งหมั่นไส้และเอ็นดูไปพร้อมกัน

ข้อคิดจากตัวละครหนึ่งคือ การแทรกแซงต้องคิดถึงผลกระทบก่อน
ข้อคิดนี้สอนว่าการรายงานหรือสังเกตการณ์แบบหนึ่ง เช่น การแอบถ่ายคลิปเต้ยแล้วส่งหัวหน้าเพื่อให้ทุกคนรับผิดชอบ อาจดูถูกต้องแต่ถ้าไม่พิจารณาผลกระทบอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความบาดหมาง เช่น ดราม่าระหว่างเต้ยกับโทนในโรงแรม LP Paradise แต่เมื่อหนึ่งได้เรียนรู้ผ่านการแข่งขัน เขาก็เข้าใจว่าการสื่อสารตรงๆ กับเพื่อนจะดีกว่าการแอบกระทำ ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่ชอบช่วยเหลือหรือรายงาน แต่ลืมคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น เพราะแสดงว่าความตั้งใจดีต้องมาพร้อมความระมัดระวัง จะทำให้มิตรภาพแน่นแฟ้นและชีวิตสมดุลยิ่งขึ้น

→ เต้-กรัณ ดรัลพงศ์ รับบท เค

1sivckP0
เต้-กรัณ ดรัลพงศ์

เคเป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ที่มีบุคลิกใจเย็น พูดน้อย และหน้าหวาน เขาเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐภาคตะวันออก มีนิสัยไม่ค่อยพูดเก่งไม่คล่องแต่เป็นคนคล่องตัวและใช้งานง่ายมาก ทำให้เพื่อนๆ ในกลุ่มนักศึกษาฝึกงาน 10 คนชอบทำงานด้วย เขาไม่ใช่คนทะเยอทะยานสุดโต่งหรือสร้างดราม่าแต่คอยช่วยเหลือเพื่อนๆ เงียบๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น การช่วยงานในแผนกแม่บ้านกับอัครและโทน โดยรับผิดชอบภารกิจทำความสะอาดห้องน้ำและห้องพักภายในเวลาจำกัด หรือการคอยสังเกตและให้กำลังใจเพื่อนๆ

ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดเพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน เคมักเป็นคนที่คอยประสานงานหรือช่วยงานหนักๆ โดยไม่บ่น ทำให้เขากลายเป็นกำลังใจสำคัญของกลุ่ม แม้จะไม่ใช่ตัวเด่นแต่บทบาทของเขาช่วยให้เรื่องราวสมดุลและอบอุ่นขึ้น ตลอดเรื่องเขาหมุนเวียนฝึกงานในแผนกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน ครัว หรือต้อนรับ และทำหน้าที่ได้อย่างสม่ำเสมอ ตัวละครนี้มีพัฒนาการเล็กน้อยจากการเรียนรู้ที่จะเปิดใจสื่อสารมากขึ้นกับเพื่อนๆ เต้เล่นบทนี้ได้ดี ทำให้เคกลายเป็นตัวละครที่น่าเอ็นดูและเป็นที่พึ่งพิงของกลุ่มในยามที่ทุกคนเครียดกับการแข่งขันและดราม่าต่างๆ

ฉายาของเคคือ หนุ่มใจเย็นหน้าหวาน
ฉายานี้สะท้อนถึงบุคลิกของเขาในเรื่องที่หน้าตาหล่อเหลาแต่มีนิสัยใจเย็น พูดน้อยและไม่ก่อกวนใคร ถึงจะพูดไม่คล่องแต่เขาทำงานได้ดีและคล่องตัว ทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจเมื่อทำงานด้วย ฉายานี้ยังแสดงถึงความเป็นคนใช้งานง่ายและช่วยเหลือเพื่อนๆ อย่างสม่ำเสมอในระหว่างการฝึกงานที่ดุเดือด ฉายานี้ทำให้เคกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมเอ็นดูแบบเงียบๆ เพราะเขาเป็นเหมือนเพื่อนแท้ที่คอยอยู่ข้างๆ โดยไม่ต้องพูดมาก เต้ถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้ดีจนคนดูรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เคปรากฏตัว

ข้อคิดจากตัวละครเคคือ ความใจเย็นคือพลังที่แท้จริง
ข้อคิดนี้สอนว่าการเป็นคนพูดน้อยแต่ทำจริงแบบเคอาจดูไม่เด่นแต่ช่วยให้ผ่านการแข่งขันและดราม่าในโรงแรม LP Paradise ได้อย่างสงบ เช่น การช่วยเหลือเพื่อนโดยไม่ก่อปัญหาเพิ่ม ทำให้กลุ่มมีคนคอยประคอง ผ่านการฝึกงานเคสอนให้เห็นว่าความอดทนและความรับผิดชอบเงียบๆ สามารถสร้างความแตกต่างและมิตรภาพที่ยั่งยืน ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่คิดว่าตัวเองไม่เด่นพอ เพราะแสดงว่าความพยายามและน้ำใจที่เงียบๆ จะทำให้ชีวิตและความสัมพันธ์ดีขึ้นในระยะยาว

→ พลอยใส-ธัญลักษณ์ โชคธนเดช รับบท หญิง

bb7f8763 55ce 4bd6 a9bb 3cd4f6a9079b
พลอยใส-ธัญลักษณ์ โชคธนเดช

หญิงเป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ที่มีบุคลิกสาวสวย มั่นใจ ทะเยอทะยานสูงและไม่ยอมให้ใครมาขวางทาง เธออยากเป็นนักศึกษาดีเด่นเพื่อชิงตำแหน่งพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน จึงใช้ทุกวิธีเพื่อก้าวหน้า หญิงโปรยเสน่ห์ใส่วุฒิฝ่ายทรัพยากรบุคคลจนสามารถเปลี่ยนตัวกับนุกมาอยู่แผนกต้อนรับสมใจ แม้ถูกคัดค้านแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่ออยู่ในแผนกต้อนรับกับวาเลน คิน และหนึ่ง เธอเฝ้าจับตามองวาเลนมาตลอดเพราะคิดว่าเขาเป็นเด็กเส้นใหญ่ที่จะขวางทางเธอ

หญิงรู้จักเต้ยดีเพราะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันและรู้ว่าเต้ยชอบใช้เงินแก้ปัญหาและขี้เกียจอู้งาน เธอคอยสังเกตและใช้เสน่ห์เพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขันดุเดือดกับนักศึกษาอีก 9 คน ตลอดเรื่อง หญิงพัฒนาจากสาวทะเยอทะยานที่เห็นแก่ตัว กลายเป็นคนที่เรียนรู้มิตรภาพและเปิดใจกับความรัก โดยเฉพาะกับวาเลนที่จากหมั่นไส้กลายเป็นความรู้สึกพิเศษ พลอยใสเล่นบทนี้ได้ดีมาก ทำให้หญิงดูมีชีวิตชีวาและมีมิติลึกซึ้ง จากคนใช้เสน่ห์เกินไปกลายเป็นสาวที่เข้าใจเพื่อนและความรักที่แท้จริง

ฉายาของหญิงคือ สาวทะเยอทะยานจอมเสน่ห์
ฉายานี้สะท้อนถึงการที่เธอใช้เสน่ห์กับวุฒิเพื่อย้ายแผนกต้อนรับและจับตามองวาเลนเพราะกลัวขวางทาง ฉายานี้ยังแสดงถึงความทะเยอทะยานที่ทำให้เธอเป็นตัวสร้างดราม่าในกลุ่มแต่สุดท้ายกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เธอเรียนรู้ว่าความสำเร็จต้องมาพร้อมความจริงใจ ฉายานี้ทำให้หญิงดูน่าจดจำและมีเสน่ห์แบบผู้หญิงเข้มแข็ง พลอยใสถ่ายทอดออกมาได้ดีจนผู้ชมทั้งหมั่นไส้และเอ็นดูไปพร้อมกัน

ข้อคิดจากตัวละครหญิงคือ ความทะเยอทะยานต้องมาพร้อมความจริงใจ
ข้อคิดนี้สอนว่าการใช้เสน่ห์และทะเยอทะยานแบบหญิงอาจได้ผลชั่วคราวแต่ถ้าไม่ซื่อสัตย์อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง เช่น การจับตามองวาเลนและย้ายแผนกด้วยเส้น แต่ผ่านการแข่งขันในโรงแรม LP Paradise หญิงเรียนรู้ว่ามิตรภาพและความรักที่แท้จริงสำคัญกว่า ทำให้เธอเติบโตจากสาวเห็นแก่ตัวกลายเป็นคนที่เปิดใจ ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่ทะเยอทะยานเพราะแสดงว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนมาจากความจริงใจและมิตรภาพ

→ ออม-นรวรรณ เศรษฐรัตนพงศ์ รับบท นุก

qfv94w8o4y9colBaSRx9 o
ออม-นรวรรณ เศรษฐรัตนพงศ์

นุกเป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 ของโรงแรม LP Paradise ที่มีบุคลิกจริงจัง เอาจริงเอาจัง และมีแพสชั่นเกี่ยวกับการโรงแรมสูงมาก เธอต้องการชนะโครงการเพื่อพิสูจน์ตัวเองและเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น นุกเคยเป็นเพื่อนสมัยมัธยมกับพงศ์ แต่เคยโดนพงศ์แย่งโควตาสอบชิงทุน ทำให้เธอไม่ชอบขี้หน้าพงศ์และยิ่งเห็นพงศ์ใช้คอนเน็กชั่นกับรุ่นพี่เป็นบันไดก้าวหน้าเท่าไร นุกก็ยิ่งอยากทำให้เขารู้สำนึก เธอไม่ชอบใช้เส้นสายหรือเงิน แต่ใช้ความขยัน ความรู้จริง และความตั้งใจเต็มที่ในการฝึกงาน หมุนเวียนแผนกแม่บ้าน ครัว และต้อนรับกับเพื่อนอีก 9 คน ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดเพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน

นุกเป็นคนที่คอยตั้งมาตรฐานสูงให้กลุ่ม เช่น การทำงานละเอียดทุกภารกิจและไม่ยอมให้ใครอู้งาน นอกจากนี้เธอยังคอยสังเกตและให้คำแนะนำเพื่อนๆ อย่างตรงไปตรงมา ตลอดเรื่อง นุกค่อยๆ เรียนรู้การให้อภัยอดีตกับพงศ์ ผ่านการทำงานร่วมกันและดราม่าที่เกิดขึ้น ทำให้เธอพัฒนาจากสาวที่เก็บความแค้นกลายเป็นคนที่เข้าใจมิตรภาพและการเติบโตด้วยกัน ออมเล่นบทนี้ได้สมจริงมาก ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความมุ่งมั่นและความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ในความจริงจังของนุก ตัวละครนี้มีมิติลึกซึ้งและเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ชอบทำงานด้วยแพสชั่น

ฉายาของนุกคือ สาวจริงจังแพสชั่นโรงแรม
ฉายานี้สะท้อนถึงบุคลิกของเธอที่เอาจริงเอาจังและมีแพสชั่นสูงเกี่ยวกับการโรงแรม เช่น การตั้งใจทำงานเต็มที่ทุกแผนกเพื่อชนะโครงการและพิสูจน์ตัวเองเหนือพงศ์ที่เคยแย่งทุน ฉายานี้ยังแสดงถึงความไม่ยอมแพ้และการใช้ความขยันแทนเส้นสาย ทำให้เธอเป็นตัวอย่างของคนที่ทำงานด้วยหัวใจ ฉายานี้กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้ นุกเติบโตจากสาวเก็บแค้นกลายเป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆ ออมถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้ดีจนผู้ชมรู้สึกถึงพลังบวกและแรงบันดาลใจ

ข้อคิดจากตัวละครนุกคือ แพสชั่นที่จริงจังจะพาไปสู่ชัยชนะที่ยั่งยืน
ข้อคิดนี้สอนว่าการทุ่มเทแบบนุก เช่น การทำงานหนักเพื่อเอาชนะอดีตกับพงศ์และพิสูจน์ตัวเองในโรงแรม LP Paradise อาจดูเหนื่อยแต่จะนำไปสู่การเติบโตที่แท้จริง เช่น การเรียนรู้ให้อภัยและสร้างมิตรภาพกับเพื่อนๆ ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่มีความฝันเพราะแสดงว่าความตั้งใจและแพสชั่นจะช่วยให้ผ่านการแข่งขันและอุปสรรคได้ ทำให้ชีวิตสมดุลและประสบความสำเร็จอย่างมีความสุข

→ เบนซ์-จิรโรจน์ ศรุณานิธิโรจน์ รับบท เชฟแมน

45721b07 08c7 4af8 b4df d4cca2f79efe
เบนซ์-จิรโรจน์ ศรุณานิธิโรจน์

เชฟแมนเป็นหัวหน้าแผนกครัวของโรงแรม LP Paradise ที่มีบุคลิกเข้มงวด โปรเฟสชันนัล และรักในงานครัวสุดใจ เขาคือคนที่กำหนดมาตรฐานสูงสำหรับนักศึกษาฝึกงาน 10 คนในโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาหมุนเวียนมาฝึกในแผนกครัว เขาจะกดดันทุกคนให้ทำอาหารได้ถูกต้อง รวดเร็ว และมีคุณภาพ เช่น การสอนเทคนิคการทำเมนูใหม่ๆ การตรวจเช็คความสะอาด และการทดสอบความอดทนในช่วงเวลาที่เร่งด่วน เชฟแมนอยากได้ฟัวกรา หรือตับห่านคุณภาพสูงมาทดลองเมนูใหม่ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าใหญ่เมื่อเต้ยพยายามเอามาให้เพื่อซื้อใจเขาแต่ดันเสียหายเพราะชนกับโทน เชฟแมนไม่ใช่คนรับสินบนง่ายๆ

เขาเน้นที่ความขยันและความสามารถจริงๆ จึงคอยสังเกตและให้โอกาสนักศึกษาที่พยายามจริงจัง แม้จะดุแต่เขาก็ยุติธรรมและคอยสอนบทเรียนชีวิตเรื่องการทำงานเป็นทีมและความรับผิดชอบ ตลอดเรื่อง เชฟแมนกลายเป็นผู้ฝึกสอนที่สำคัญที่สุดคนหนึ่ง เพราะเขาช่วยให้นักศึกษาฝึกงานอย่างโทน เต้ย และคนอื่นๆ เติบโตจากการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน เบนซ์เล่นบทนี้ได้คมและมีพลัง ทำให้เชฟแมนดูน่าเกรงขามแต่ก็อบอุ่นในบางโมเมนต์ ตัวละครนี้มีมิติลึกซึ้งจากเชฟโหดกลายเป็น mentor ที่ทุกคนนับถือ

ฉายาของเชฟแมนคือ เชฟโหดผู้พิทักษ์มาตรฐาน
ฉายานี้สะท้อนถึงการที่เขากดดันนักศึกษาฝึกงานให้ทำตามมาตรฐานสูงของโรงแรมหรู เช่น การตรวจงานละเอียดและไม่ยอมรับความผิดพลาดในแผนกครัว แต่ภายใต้ความโหดคือหัวใจที่อยากพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้เก่งจริง ฉายานี้ยังแสดงถึงความรักในอาชีพที่ทำให้เขาเป็นแบบอย่าง เช่น การทดลองเมนูใหม่ด้วยฟัวกราที่เขาต้องการ ฉายานี้กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้เชฟแมนเป็นตัวละครที่ผู้ชมทั้งกลัวและเคารพ เบนซ์ถ่ายทอดออกมาได้ดีจนทุกคนจำได้

ข้อคิดจากตัวละครเชฟแมนคือ ความเข้มงวดสร้างคนเก่ง
ข้อคิดนี้สอนว่าการกดดันแบบเชฟแมนอาจดูโหดในตอนแรกแต่สุดท้ายช่วยให้นักศึกษาฝึกงานอย่างเต้ย โทน และคนอื่นๆ พัฒนาตัวเอง เช่น การเรียนรู้จากความผิดพลาดเรื่องฟัวกราและการทำงานเป็นทีมในโรงแรม LP Paradise ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่กำลังถูกฝึกหรือเป็นผู้ฝึก เพราะแสดงว่าความเข้มงวดที่มาจากความหวังดีจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนและคนที่มีคุณภาพ

→ จุ๊บแจง-วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ รับบท ตอง

Jubjang
จุ๊บแจง-วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ

ตองเป็นหัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลของโรงแรม LP Paradise ที่รับผิดชอบดูแลโครงการ Hotel Stars รุ่น 3 โดยตรง เธอมีบุคลิกเข้มงวด ตรงไปตรงมา และเน้นกฎระเบียบสูงสุด เธอคอยตรวจสอบพฤติกรรมของนักศึกษาฝึกงาน 10 คนอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการรายงานตัว การทำงานในแผนกต่างๆ หรือการปฏิบัติตามเวลา เธอรับคลิปจากหนึ่งที่แอบถ่ายเต้ยนอนหลับอู้งานในเวลางานแล้วส่งตรงให้ ทำให้เกิดดราม่าใหญ่โตเมื่อเต้ยเข้าใจผิดคิดว่าโทนเป็นคนฟ้องและอยากเอาคืนอย่างหนัก ตองตรวจสอบเรื่องราวด้วยความเป็นธรรมและไม่ลำเอียง

เธอคอยกำกับดูแลการแข่งขันดุเดือดเพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน โดยเน้นความรับผิดชอบ ความสุจริต และการทำงานเป็นทีม แม้จะดุแต่ตองก็ให้โอกาสนักศึกษาที่แก้ไขตัวเองได้ เช่น การเตือนและสอนบทเรียนเรื่องวินัยในที่ทำงาน เธอปรากฏตัวในโมเมนต์สำคัญเพื่อตัดสินและให้คำแนะนำ ทำให้กลายเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ที่คอยฝึกฝนคนรุ่นใหม่ให้เก่งจริง จุ๊บแจงเล่นบทนี้ได้คมและมีพลัง ทำให้ตองดูน่าเกรงขามแต่ก็อบอุ่นในบางจังหวะ ตัวละครนี้มีมิติลึกซึ้งจากหัวหน้าดุกลายเป็น mentor ที่ทุกคนนับถือและเรียนรู้จากเธอตลอดการฝึกงาน

ฉายาของตองคือ หัวหน้าดุผู้รักษาวินัย
ฉายานี้สะท้อนถึงการที่เธอเข้มงวดกับกฎระเบียบและพฤติกรรมนักศึกษา เช่น การรับคลิปจากหนึ่งแล้วตรวจสอบเรื่องอู้งานของเต้ย ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดแต่ก็ช่วยรักษามาตรฐานของโรงแรม ฉายานี้ยังแสดงถึงความยุติธรรมที่ทำให้เธอเป็นคนที่นักศึกษาทั้งเกรงกลัวและเคารพ ฉายานี้กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้ตองเติบโตเป็นตัวละครที่ผู้ชมทั้งหวาดหวั่นและเข้าใจ เพราะเธอไม่ใช่คนร้ายแต่เป็นผู้ปกป้องวินัยของโครงการ Hotel Stars จุ๊บแจงถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้ดีจนทุกคนจำได้

ข้อคิดจากตัวละครตองคือ ความเข้มงวดสร้างวินัยที่ยั่งยืน
ข้อคิดนี้สอนว่าการกำกับดูแลแบบตองอาจดูดุในตอนแรกแต่สุดท้ายช่วยให้นักศึกษาฝึกงานอย่างเต้ย โทน และคนอื่นๆ เรียนรู้ความรับผิดชอบ เช่น การตรวจสอบคลิปอู้งานที่นำไปสู่บทเรียนใหญ่ในโรงแรม LP Paradise ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่เป็นหัวหน้าหรือกำลังถูกกำกับ เพราะแสดงว่าความเข้มงวดที่มาจากความหวังดีจะนำไปสู่การเติบโตและมาตรฐานการทำงานที่ดีในระยะยาว

→ ปุ้ย-อรัญญา ประทุมทอง รับบท มด

pui6
ปุ้ย-อรัญญา ประทุมทอง

มดเป็นหัวหน้าแผนกแม่บ้านของโรงแรม LP Paradise ที่มีบุคลิกเข้มงวดแต่เปี่ยมด้วยความเมตตา เธอรับผิดชอบดูแลนักศึกษาฝึกงานที่หมุนเวียนมาฝึกในแผนกนี้ โดยเฉพาะอัคร โทน และเค ซึ่งต้องทำความสะอาดห้องพัก ห้องน้ำ และพื้นที่ส่วนกลางให้ได้มาตรฐานสูงสุดภายในเวลาจำกัด มดคอยตรวจงานอย่างละเอียด ชี้จุดผิดพลาดแบบตรงไปตรงมา และสอนเทคนิคการทำงานให้เร็วและสะอาด เช่น การจัดเตียง การเปลี่ยนผ้าปูที่นอน และการดูแลความเรียบร้อยของห้องวีไอพี เธอเน้นวินัย ความรับผิดชอบ และการทำงานเป็นทีม เพราะแผนกแม่บ้านเป็นแผนกที่เหนื่อยและมองไม่เห็นแต่สำคัญที่สุด

เธอปรากฏตัวในโมเมนต์ที่นักศึกษาต้องเผชิญความกดดัน เช่น การช่วยโทนที่เครียดเรื่องเงินและครอบครัวโดยให้คำแนะนำแบบผู้ใหญ่ หรือการเตือนเต้ยที่ชอบอู้งานให้รับผิดชอบตัวเอง มดไม่ใช่คนดุเกินเหตุแต่ใช้ความเข้มงวดเพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้เก่งจริง ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดเพื่อชิงตำแหน่งดีเด่น 2 คนสุดท้าย ที่จะได้เป็นพนักงานประจำและไปดูงานต่างประเทศ 1 เดือน ปุ้ยเล่นบทนี้ได้สมจริงมาก ทำให้มดดูเป็นแม่พี่เลี้ยงที่ทุกคนเคารพและรู้สึกอบอุ่น ตัวละครนี้มีมิติลึกซึ้งจากหัวหน้าเข้มงวดกลายเป็น mentor ที่คอยประคองเด็กฝึกงานให้ผ่านอุปสรรค

ฉายาของมดคือ หัวหน้าแม่บ้านใจดีแต่เข้ม
ฉายานี้สะท้อนถึงบุคลิกของเธอที่ดูแลนักศึกษาด้วยความเมตตาแต่ไม่ยอมให้งานหลุดมาตรฐาน เช่น การสอนเทคนิคทำความสะอาดห้องให้โทนและอัครแบบละเอียด หรือการเตือนเมื่อเห็นความผิดพลาด ฉายานี้ยังแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจปัญหาของเด็กฝึกงาน เช่น การให้กำลังใจโทนเรื่องครอบครัว ฉายานี้ทำให้มดกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมทั้งเกรงใจและเอ็นดู เพราะเธอเป็นเหมือนแม่ที่คอยสอนและปกป้องไปพร้อมกัน ปุ้ยถ่ายทอดฉายานี้ออกมาได้ดีจนทุกคนจำภาพหัวหน้าแผนกแม่บ้านคนนี้ได้ชัดเจน

ข้อคิดจากตัวละครมดคือ ความเข้มงวดที่มาจากความห่วงใยจะสร้างคนที่ดี
ข้อคิดนี้สอนว่าการกำกับดูแลแบบมดอาจดูดุในตอนแรกแต่สุดท้ายช่วยให้นักศึกษาฝึกงานอย่างโทน อัคร และเค พัฒนาทักษะและวินัย เช่น การเรียนรู้การทำงานละเอียดและรับผิดชอบในแผนกแม่บ้านของโรงแรม LP Paradise ข้อคิดนี้เหมาะกับคนที่เป็นหัวหน้าหรือกำลังถูกสอน เพราะแสดงว่าความเข้มงวดที่จริงใจจะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนและความเคารพจากลูกน้อง


ถ้า Hotel Stars สูตรรักนักการโรงแรม มีภาค 2 ขึ้นจริง เนื้อเรื่องจะเป็นยังไง หลังจากที่ภาคแรกจบด้วยการแข่งขันดุเดือดในโรงแรม LP Paradise แล้วมีผู้ชนะสองคนได้งานประจำและไปดูงานต่างประเทศ  มาดูกันเลยว่าภาค 2 จะวุ่นวายขนาดไหน

หลังจากผ่านการฝึกงานสุดโหดในภาคแรก โทนกับอัคร คือสองคนที่ได้เป็นนักศึกษาดีเด่นและกลายเป็นพนักงานประจำของโรงแรม LP Paradise อย่างเป็นทางการ ทั้งคู่ได้ไปดูงานที่โรงแรมหรูในยุโรป 1 เดือนเต็ม ซึ่งทำให้ชีวิตพวกเขาพลิกผันครั้งใหญ่ แต่เมื่อกลับมา โรงแรม LP Paradise ต้องเผชิญวิกฤตใหญ่ โรงแรมคู่แข่งระดับโลกชื่อ Paradise Elite เปิดสาขาใหม่ใกล้กันแค่ถนนเดียวกัน พร้อมโปรโมชั่นสุดโหด ลดราคาห้องพัก 50% และดึงเชฟมิชลินสตาร์มาประจำ ทำให้ยอดจองของ LP Paradise ตกฮวบ ทางผู้บริหารใหญ่ คุณอบเชย จึงประกาศโครงการใหม่ทันที ชื่อ Hotel Stars รุ่นพิเศษ หรือ Hotel Stars All-Stars โดยเชิญนักศึกษาดีเด่นรุ่นเก่า 10 คนทั้งหมดกลับมาร่วมทีมพิเศษชั่วคราว 6 เดือน เพื่อช่วยโรงแรมฟื้นตัวและแข่งขันกับคู่แข่ง

โทนที่ตอนนี้เป็นพนักงานประจำแผนกต้อนรับ ต้องกลับมาเจอกับเต้ยที่ตอนนี้ถูกพ่อส่งมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม (เพราะเต้ยยังไม่ค่อยเก่งแต่พ่ออยากให้เรียนรู้จริงจัง) เต้ยยังคงขี้เกียจเหมือนเดิมแต่เริ่มเปลี่ยนเพราะบทเรียนจากภาคแรก อัครกลับมาทำงานแผนกแม่บ้านแต่ต้องเผชิญดราม่าใหม่เมื่อส้มป่อย ลูกสาวเจ้าของโรงแรม ประกาศหมั้นกับลูกชายเจ้าของ Paradise Elite เพื่อรวมธุรกิจ ทำให้อัครต้องเลือกระหว่างความรักกับความซื่อสัตย์ต่อโรงแรม หญิงกับวาเลนที่ตอนนี้คบกันจริงจัง กลับมาเป็นคู่จิ้นหลัก แต่หญิงถูกดึงไปช่วยแผนกการตลาดของคู่แข่ง ทำให้เกิดความขัดแย้งในความสัมพันธ์ นุกกับพงศ์ที่คืนดีกันแล้ว ต้องร่วมงานกันอีกครั้งในโปรเจกต์พิเศษ แต่พงศ์ยังแอบใช้เส้นสายเก่าทำให้เกิดดราม่าเก่าๆ ผุดขึ้นมา คิน หนึ่ง และเค กลับมาเสริมทัพแบบฮาๆ คินเปิดช่องทางหารายได้เสริมด้วยการไลฟ์ขายของที่โรงแรม หนึ่งกลายเป็นคนดูแลกล้องวงจรปิดและกลายเป็นสายลับเงียบๆ ของตอง ส่วนเคยังคงเป็นหนุ่มใจเย็นที่คอยประคองทุกคน

ดราม่าหลักคือการแข่งขันระหว่าง LP Paradise กับ Paradise Elite ที่กลายเป็นสงครามโรงแรมเต็มตัว มีการจัดอีเวนต์ใหญ่ เช่น งานแต่งงานระดับประเทศ งานอาหารการกิน และการประกวดเชฟรุ่นใหม่ ซึ่งทั้งสองฝั่งส่งทีมมาปะทะกัน มีการทรยศเล็กๆ จากคนใน มีความรักสามเส้าใหม่ๆ และมีบทสรุปที่ทุกคนต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งไหนระหว่างมิตรภาพ ความรัก และความภักดีต่อโรงแรมเดิม ภาค 2 จะเข้มข้นกว่าเดิม มีทั้งดราม่าครอบครัว การเติบโตในสายอาชีพ และโมเมนต์ฟินจากคู่จิ้นเดิมที่พัฒนาไปอีกขั้น