หลุมดำใต้มหาสมุทรแอตแลนติก

หลุมดำที่ว่านี้อยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นน้ำวนขนาดยักษ์ และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอีทีเอช ซูริค และมหาวิทยาลัยไมอามี่ เชื่อว่ามันดูดกลืนน้ำแบบเดียวกับที่หลุมดำในห้วงอวกาศดูดกลืนแสง อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่านี่เป็นแค่น้ำวน หรือเป็นหลุมดำที่ซ่อนตัวอยู่บนโลก ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่อาจกล่าวได้แน่ชัด

พบหลุมดำใต้มหาสมุทรแอตแลนติก
มหาสมุทรของโลกครอบคลุมกว่า 70% ของพื้นผิวโลก ซึ่งประกอบด้วยน้ำถึง 97% และเต็มไปด้วยความลึกลับ เช่นกระแสน้ำสีแดงสด เสียงที่แปลกๆ หรือสัตว์หน้าตาประหลาด ซึ่งแฝงตัวอยู่ในห้วงลึกของมหาสมุทร แต่หนึ่งในเรื่องลึกลับที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ในมหาสมุทรแอตแลนติกมีหลุมดำอยู่จริงใช่หรือไม่? หลุมดำนั้นมีแรงดึงดูดมหาศาล ซึ่งถ้าสิ่งใดถูกดึงเข้าใกล้ ก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้ แม้แต่แสงก็ไม่สามารถหลุดออกจากหลุมดำได้ มหาสมุทร “หลุมดำ” ดูเหมือนจะทรงพลังเท่ากับญาติของมันในอวกาศ แต่พวกมันทำอะไรบ้างล่ะ?
กระแสน้ำวนที่ทรงพลังที่สุดในโลกลึกขนาดไหน
ลองนึกภาพว่าคุณไปพักร้อน และคุณตัดสินใจหลีกหนีผู้คนมากมาย และไปผจญภัยในสถานที่เงียบสงบของภูมิทัศน์หุบเขาแห่งสแกนดิเนเวีย อะไรจะดียิ่งกว่าการล่องเรือสักเที่ยวไปตามลำธารอย่างเงียบๆ แล้วชมทิวทัศน์ล่ะ? ไม่มีอะไรบอกถึงอันตราย ที่กำลังย่างกรายเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว ไม่ว่าคุณจะพายเร็วแค่ไหน ความพยายามทั้งหมดของคุณคือพาเรือให้กลับมาอยู่ในการควบคุม ผืนน้ำรอบตัวคุณมีชีวิตขึ้นมา ไม่ใช่พื้นผิวสงบราบเรียบอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นฟองอากาศน้ำวน สิ่งที่แย่ยิ่งกว่านั้น คือกำลังลากคุณตรงเข้าไปในปากของอสูรกายขนาดใหญ่ผู้หิวโหยในตำนาน! และมันก็มีชื่อว่า ซอลต์สตรอมเมิน เมลสตรอม
หลุมดำใต้ทะเล
6 อันดับ หลุมลึกลับทางธรรมชาติ

แม้เราจะมองไม่สามารถมองเห็นมันได้ แต่หลุมดำก็เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงและน่ากลัวมากเสียด้วย เพราะมันมีพลังมากพอที่จะดูดกลืนทุกสิ่งที่เข้าไปอยู่ในรัศมี ชนิดที่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหนก็ไม่สามารถหลุดรอดไปได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำหรือแสง ซึ่งตอนนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่านอกจากบนอวกาศแล้ว บนโลกของเราก็มีหลุมดำอยู่ด้วย

เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์พบวังน้ำวนพลังงานมหาศาลซ่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก มีพลังและมีรูปแบบเดียวกับหลุมดำที่อยู่ในห้วงอวกาศ

รายงานระบุว่า หลุมดำที่ว่านี้อยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นน้ำวนขนาดยักษ์ ประมาณ 150 กิโลเมตรและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอีทีเอช ซูริค และมหาวิทยาลัยไมอามี่ เชื่อว่ามันดูดกลืนน้ำแบบเดียวกับที่หลุมดำในห้วงอวกาศดูดกลืนแสง อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่านี่เป็นแค่น้ำวน หรือเป็นหลุมดำที่ซ่อนตัวอยู่บนโลก ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่อาจกล่าวได้แน่ชัด

ส่วนทางด้าน จอร์จ ฮอลเลอร์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัอีทีเอช ซูริค ได้ทำการวิเคราะห์น้ำวนปริศนานี้ด้วยโมเดลทางคณิตศาสตร์ ผ่านการจับตามองด้วยภาพจากดาวเทียม ทำให้พบสิ่งที่น่าตกใจ ซึ่งก็คือการที่แสงแดดไม่ส่องไปในบริเวณนี้ แต่กลับเบนกลับสู่ทิศเดิม กลายเป็นวงโคจรของแสง

นอกจากนี้ จากการที่น้ำวนปริศนานี้ทำงานเหมือนกับหลุมดำ คือดูดกลืนทุกสิ่ง รวมทั้งทำให้เกิดความผิดปกติของแสง คล้ายคลึงกับปรากฏการณ์ที่ไอสไตน์ตั้งชื่อว่า โฟตอน สเฟียร์ ที่มักเกิดบริเวณหลุมดำ สอดคล้องกับกลศาสตร์ของไหลและอิทธิผลแรงโน้มถ่วง กลายเป็นศาสตร์ทางคณิตศาสตร์เทียบเท่าโฟตอนทรงกลมรอบหลุมดำในจักรวาลวิทยา ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายให้ความสนใจกับมันเป็นพิเศษ และตั้งใจจะศึกษาต่อไป เพื่อค้นหาว่ามันคือน้ำวนธรรมดาหรือหลุมดำกันแน่ รวมทั้งศึกษาหาสาเหตุ เผื่อเป็นแนวทางในการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับธรรมชาติเพิ่มเติม

Mathematically speaking, ocean eddies are counterparts to the black holes in space. Illustration: G. Haller / ETH Zurich

 

ที่มา : หลุมดำในมหาสมุทรแอตแลนติค


สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

งงมั้ย? ชาวโลกแบนเชื่อว่าออสเตรเลียไม่มีอยู่จริง
งงมั้ย? ชาวโลกแบนเชื่อว่าออสเตรเลียไม่มีอยู่จริง ชาวโลกแบนเชื่อว่าออสเตรเลียไม่มีอยู่จริง ถึงแม้ว่าจะมีการพิสูตรกันมาอย่างยาวนานเป็นเวลานาน 100 ปี แล้วว่า โลกที่เราอาศัยอยู่นี้มีลักษณะเป็นทรงกลม แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่าโลกของเราแบนราบ พวกเขาเหล่านี้ถูก เรียกว่า Earth Flaters หรือชาวโลกแบน ที่รวมตัวกันอยู่ในชุมชนต่างๆที่มีความเชื่อแบบเดียวกัน และแสดงความคิดเห็นกัน ...
สายพันธุ์มนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปอย่างลึกลับ
สายพันธุ์มนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปอย่างลึกลับ จำนวนประชากรมนุษย์ ในยุคปัจจุบันมีมากถึง 7600 ล้านคน และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆที่ถือเป็นจุดสูงสุดในวิวัฒนานการของมนุษย์ ซึ่งหากจะมองถึงความรุ่งโรจน์ของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน เราต้องมองย้อนหลับไปสู่จุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการ และในจุดเริ่มต้นนี้เองทำให้เรารู้ว่ามนุษย์ไม่ได้มีแค่สายพันธุ์เดียวในโลกใบนี้ แต่อะไรที่ทำให้มนุษย์สายพันธุ์อื่นสูญพันธุ์ไปอย่างลึกลับล่ะ สายพันธุ์มนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปอย่างลึกลับ ความคิดเห็น เกี่ยวกับ สายพันธุ์มนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปอย่างลึกลับ -เห็นได้ชัดว่า พระเจ้าไม่ได้สร้างอดัมกับอีฟ ^^ --ใช่ครับ ถ้าพระเจ้ากับผีมีจริง ทำไมเราไม่เคยเห็นผีมนุษย์ถ้ำ --เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลครับส่วนมากเชื่อทฤษฎีวิวัฒนาการ(มาจากลิง)แต่บางคนก็เชื่อทฤษฎีรังสรรค์นิยม(พระเจ้าสร้าง)… --เเต่สำหรับผมการจะเลือกเชื่ออะไร ...
มนุษย์ต่างดาว สร้างเรา จริงหรือ?
มนุษย์ต่างดาว สร้างเรา จริงหรือ? ที่จริงแล้วสิ่งที่เราควรจะถามตัวเองนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่คำถามที่ว่า เรามีชีวิตอยู่โดยลำพังหรือเปล่า แต่คำถามที่น่าจะถามมากกว่า ก็คือ ถ้าหากถามว่าเราไม่ได้อยู่เพียงลำพังและยังไงต่อล่ะทีนี้ ถ้าเกิดว่าความจริงแล้วมนุษย์ต่างดาวเองได้มีอิทธิพลต่ออดีตปัจจุบันและอนาคตของเรา ถ้าเกิดบอกว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในฐานะสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์หนึ่งล่ะ มีคนไม่น้อยที่คิดว่าสถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวแต่ก็มีคนอีกไม่น้อยเช่นกัน ที่หวังให้เรื่องที่แสนที่จะเหลือเชื่อเช่นนี้เป็นเรื่องจริง มนุษย์ต่างดาว สร้างเรา จริงหรือ? ความคิดเห็น เกี่ยวกับ ...
สารคดี ต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิต
สารคดี ต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิต ชีวิตบนโลกเริ่มต้นขึ้นมานานแล้ว แต่ว่ามันเริ่มได้อย่างไร แล้วทำไมต้องเป็นที่โลก บางคนเชื่อว่ามาจากอุตกาบาต บางคนบอกว่ามันเริ่มจากบึงร้อนๆในโลกยุคแรก ปี 1953 นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งทำให้โลกสะเทือน เมือเขาเสนอคำตอบที่ว่า การจากซุปดึกดำบรรพ์ แต่ทฤษฎีต่างๆนั้นมันจะถูกหรือเปล่า? สารคดี ต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิต สารคดี ต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิต (17) 1.สารคดี ...
ค้นพบวิธีสังเคราะห์ด้วยแสงแบบใหม่
พบวิธีสังเคราะห์ด้วยแสงแบบใหม่ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่ให้พลังงานกับพืชและแบคทีเรีย ตามที่เราได้เข้าใจนั้น อาจไม่ได้มีวิธีเดียวเท่านั้น เมื่อทีมนักชีวเคมีของอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน (ICL) ในสหราชอาณาจักรพบว่า แบคทีเรียบางชนิด เช่น จุลชีพจำพวกไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) สามารถใช้รังสีอินฟราเรดที่ตามองไม่เห็นในการสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ค้นพบวิธีสังเคราะห์ด้วยแสงแบบใหม่ ความคิดเห็น เกี่ยวกับ ค้นพบวิธีสังเคราะห์ด้วยแสงแบบใหม่ -มนุษย์เราพัฒนาเร็วจริงๆ ...
Copy link
Powered by Social Snap