สารคดี การเดินทางระหว่างดวงดาว

สารคดี : ความลับแห่งจักรวาล ตอน การเดินทางระหว่างดวงดาว

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสิ่งที่น่าประหลาดใจ ดาวเคราะห์ที่หมุนรอบเพื่อนบ้านใกล้ที่สุด ที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ ด้วยอุณหภูมิที่นำให้นํ้าอยู่ในสถานะของเหลวได้ เราต้องใช้อะไรบ้าง เพื่อไปสำรวจที่นั้น คำตอบที่คือ ความเร็ว
ระยะห่างในอวกาศ | ความท้าทาย | พลังงาน | การเดินทางระหว่างดวงดาว (Interstellar travel)

โดย Sci Ways

สารคดี การเดินทางระหว่างดวงดาว

การเดินทางระหว่างดวงดาว! โดย nextwider

การเดินทางระหว่างดวงดาว-ข้ามแกแลคซี (Interstellar space travel) ในหนังหรือนิยายไซ-ไฟ มีมากกมายหลากจินตนาการหลายทฤษฎี ซึ่งมักจะอิงเกี่ยวโยงกับหลักการ ของการเดินทางแบบเร็วเหนือแสง(faster-than-light : FTL) (*ทั้งบางทีก็สามารถใช้เดินทางข้ามเวลา แบบย้อนอดีตท่องอนาคต หรือไปยังจักรวาลมิติคู่ขนานลึกลับอื่นๆได้อีกต่างหาก )

ซึ่งแน่ละทั้งหมดเป็นแค่ไอเดียที่ยังไม่มีความเป็นไปได้จริงแต่ประการใด และก็ยังขัดแย้งกับปมใหญ่ในทางหลักวิทยาศาสตร์-ฟิสิกส์ก็คือ ‘แสงเดินทางได้เร็วสุด ไม่มีอะไรเดินทางได้เร็วเหนือแสง’ แต่กระนั้นทฤษฎีนี้ก็ยังเป็นเพียงหลักการฟิสิกส์ที่น่าเชื่อถือ ณ ขณะนี้เท่านั้นแต่อาจไม่ใช่ข้อสรุปฟันธง 100% วงการวิทยาศาสตร์ยังคงพิสูจน์ค้นคว้ากันต่อไป ไม่แน่อนาคตอาจพบวิธีการเดินทางเร็วเหนือแสง หรือมีสสาร-พลังงานอะไรที่ช่วยให้ไวเหนือแสงจริงๆก็ได้ ส่วนตัวอย่างของจินตนาการไซ-ไฟ ซึ่งขอแบ่งพอสังเขปเป็น 5 แบบ ดังนี้

1. เส้นทางพิเศษ Hyperspace-รูหนอน/ประตูมิติ มีหลักการคล้ายคลึงกันก็คือ เป็นการเดินทางผ่านเส้นทางหรือช่องทางพิเศษที่ทำให้เดินทางเร็วเหนือแสงได้ แต่ไม่ใช่เพราะวัตถุหรือเครื่องยนต์วิ่งไวกว่าแสง อาทิ ใน Star Wars หรือ Stargate โดยการนำเอายาน เข้าไปในมิติ Hyperspace หรือ รูหนอน(wormhole) โดยที่ยานยังใช้ความเร็วปกติที่มันเป็น แต่เมื่อบินอยู่ใน Hyperspace ยานก็สามารถไปถึงจุดหมายได้เร็วกว่าบินไปแบบปกติเ โดยยานต้องมีระบบที่เรียกว่า “Hyperdrive” ถึงจะสามารถเข้าสู่เส้นทาง Hyperspace ได้ อุปมาดั่งเอาเรือไปวิ่งในน้ำเชี่ยว การพายเรือหรือเครื่องยนต์เรือไม่ได้วิ่งเร็วกว่าเดิม แต่น้ำพาให้เรือเร็วขึ้นต่างหาก (ส่วนกรณีประตูมิติ ใน Stargate ก็หลักการใกล้เคียงกัน เพียงแต่อาจไม่ได้การเดินทางด้วยยาน แต่คนตัวเปล่าสามารถเดินเข้าไปเลย ผ่านประตูนั้นซึ่งอาจเป็นกลไกระบบพิเศษแบบ Hyperdrive …จึงถือว่าเป็นประเภทเดินทางในผ่านเส้นทางพิเศษ ได้เช่นกัน)

2. การ Warp อย่างใน Stat Trek และ Interstellar นี้เอง อันจะต้องมีเครื่องทำให้เกิดการวาร์ปขึ้นที่เรียกว่า “Warp Drive” หลักการคือเครื่องนี้สามารถการสร้างฟอง Warp ขึ้นมาหุ้มยานจากนั้นก็บิดเบือนห้วงอวกาศข้างหน้าให้เข้ามาเร็วขึ้น และคลายออกไปข้างหลังเมื่อยานบินไป (*กรณีนี้ดูจะเป็นไปได้สูงในความเป็นจริง จึงจะสาธยายโดยละเอียดในบทความนี้ด้านล่างๆต่อไป) … *แต่ใน Star Trek เราจะไม่แสดงภาพการเป็นฟองกลมชัดเจนแบบใน Interstellar แต่โดยหลักการรวมก็คืออย่างเดียวกัน … * และมีบางคนอาจเข้าใจผิดว่า Star Trek เดินทางเข้า Hyperspace แบบเดียวกับ Star Wars ซึ่งๆจริงแล้วโดยหลักการมันคนละวิธีกัน ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ที่แตกต่างสำคัญอีกอย่างก็คือ การวาร์ป สามารถเดินทางข้ามเวลาได้อีกต่างหากถ้าหาก Warp Drive สามารถบิดเบือดอากาศ-มิติเวลา ไปมากรุนแรงยิ่งๆขึ้นไป แต่ใน Hyperspace ทำไม่ได้ เพราะมันแค่เส้นทางด่วนพิเศษเร็วเหนือแสงเท่านั้น ไม่ได้มีการบิดเบือนมิติอวกาศแต่ประการใด เราจึงไม่เห็นการย้อนเวลาใน Star Wars เลย 🙂

3. การ Jump อันนี้เห็นในเรื่อง Event Horizon หรือ Battlestar Galactica ใช้ระบบพิเศษเรียกประมาณว่า “FTL Drive’ จะก่อให้เกิดการพับอวกาศจุดหมายปลายทางให้เข้ามาหาสู่จุดที่ยานอยู่ เป็นการย่อระยะทาง และยานก็ Jump ไปโผล่ยังจุดหมายปลายทางในทันที หลักการก็ใกล้เคียงการบิดเบือนอวกาศแบบ Warp แต่ต่างกันตรง Jump จะพับไม่ได้สร้างฟองแล้วเคลื่อนที่แต่ทะลุเข้าไปเลยแบบเชิงผ่านรูหนอน/ประตูมิติ อย่างรวดเร็ว(ประหนึ่งหลุมดำ) เลยขอแยกออกมาเป็นอีกประเภท

* บางกรณี (อาทิ ในนวนิยายชุด The Foundation โดย Isaac Asimov) การ Jump ก็ถูกนำไปใช้เรียกมีค่าเท่ากับระบบ Hyperdrive อันเป็นระบบเทคโนโลยีพิเศษ ที่ผลักให้ยานเข้าสู่เส้นทางพิเศษทำนอง Hyperspace ดังกล่าวไปแล้ว

4. การเดินทางด้วยจิต-อิทธิฤทธิ์! หรือการหายตัว! สำหรับวิธีแบบนี้อาจดูเป็นเชิงความเชื่อเชิงศาสนา-ลัทธิ หรือตำนานแฟนตาซีโบราณ และปัจจุบันสิ่งที่เรียกว่า จิต ก็ยังเป็นอะไรที่ลี้ลับ ยังคงค้นคว้ากันต่อไป การเดินทางด้วยวิธีนี้ในจินตนาการไซ-ไฟ มักเป็นพลังพิเศษของพวกมนุษย์พิเศษ มนุษย์ต่างดาว หรือพวกมนุษย์กลายพันธุ์บางจำพวก อาทิในหนัง X-Men หรือ Harry Potter (ซึ่งบางทีนอกจากจะย้ายข้ามไปยังสถานที่อื่นๆ หรือระหว่างดวงดาวได้แล้ว ก็ยังสามารถข้ามเวลา-ย้อนเวลา หรือไปอีกมิติอื่นๆได้อีกต่างหาก ทั้งนอกจากตัวเองไปได้แล้ว ยังสามารถพาคนอื่นที่ไม่มีพลังไปได้ด้วย )

5. การใช้เครื่องยนต์พลังงานสูง เร่งเดินทางเร็วกว่าแสงแบบตรงๆ อาทิ ยาน Destiny ในซีรี่ย์ชุด Stargate Universe ใช้วิธีการเร่งเครื่องยนต์จนได้ความเร็วแสง โดยที่ไม่เข้า Hyper Space หรือรูหนอน , ไม่ใช่ฟองวาร์ป , ไม่บีบหรือพับอวกาศใดๆ ทั้งสิ้น ใช้กำลังเครื่องยนต์แรงสูงล้วนๆ (ก็ไม่รู้ว่าเครื่องยนต์ใช้อะไรขับเคลื่อน และต้องใช้พลังงานอะไร ทั้งมีระบบป้องกันการสะเทือนอย่างไร ฯลฯ ทฤษฎีนี้จึงดูจะเป็นไปได้น้อยสุด)

ปล. จริงๆก็ยังมี ไซ-ไฟ อีกหลายเรื่อง ที่ไม่มีรายละเอียดแน่ชัดว่า เดินทางระหว่างดาวได้อย่างไร อาจผสมกันของ 5 ข้อดังกล่าว หรือเทคโนโลยีพิเศษบางอย่างอื่นๆ อาทิ เครื่องเดินทางในเรื่อง Contact ก็ไม่แน่ว่ามันคือ การเดินทางผ่านทำนอง Hyperspace-รูหนอน หรือ ผ่านด้วยจิตด้วยกันแน่! หรือเครื่องทำให้เกิดภาพหลอนไปเอง ?

ความคิดเห็น เกี่ยวกับ สารคดี การเดินทางระหว่างดวงดาว

นักวิทยาศาสตร์ กำลังคิดค้น เกี่ยวกับแรงโน้มโถ่ง ในการที่มนุษย์จะเดินทางไปยังดาวอื่น ภายในเวลาไม่กี่ช.มแรงโน้มถ่วง สามารถบิดเบือนกลไกเวลาได้ ฉะนั้นหากมนุษย์สร้างเครื่องเเรงโน้มถ่วงได้ในอวกาศ มีสิทที่มนุษย์จะเดินทางได้ไวกว่าความเร็วแสง การตกกระทบของอุกกาบาตที่มายังโลก ไวกว่าความเร็วที่มนุษย์เคยคิดค้น

พลังที่จะมาแทนเชื้อเพลิงแบบเดิมๆ คือ 1. พลังงานไฟฟ้าและ 2. พลังงานนิวเคลียร์ 3.พลังงานไนโตรเจน 4.พลังงานอนุภาพความร้อนและแสง (โฟตอน) มันคือพลังงานอนาคตอย่างแท้จริง **ขีดความสามารถมนุษย์โลก ณ ตอนนี้ อยู่แค่ 1 และ 2 3 กับ 4 ยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัย..

ผมว่าอวกาศมันน่าจะเหมือนน้ำ เราดึงมันมาหาเราได้ แทนที่เราจะใช้จรวดไปหามัน ดึงมันมาเหมือนสปริง ถ้าใช้วิธีนี้ เราไปไกลๆได้เลย ถ้าไปจรวด เฉพาะระบบสุริยะเราหมื่นล้านปีก็ไปไม่หมด เคยอ่านเจออวกาศมันบิดงอได้ แสดงว่าเราอาจจะดึงมันมาใกล้ๆได้

อวกาศไม่เหมือนน้ำนะครับ….อวกาศมันคือที่ว่างเเล้วมันจะเหมือนน้ำได้ยังไง! เราไม่สามารถดึงที่ว่างหรือตัดที่ว่างออกได้ เพราะมันว่าง เเต่ที่ว่างสามารถบิดได้โดยการถูกเเทนที่(คุณลองทดลองเอาฟองน้ำล้างรถมางอ ไม่ต้องงอเยอะนะ คุณจะเห็นว่าก่อนที่คุณจะงอฟองน้ำ ฟองน้ำจะเป็นสี่เหลี่ยมที่มีพื้นที่ผิวด้านบนราบ เเละพื้นที่ว่างเหนือฟองน้ำก็เสมือนว่าเป็นพื้นที่ราบเช่นกัน เเต่เมื่องอฟองน้ำขึ้น ฟองน้ำจะเป็นสี่เหลี่ยมที่มีผิวด้านบนโค้ง เเละพื้นที่ว่างเหนือฟองน้ำก็เสมือนว่าเป็นพื้นที่โค้งเว้าไปส่วนหนึ่ง ลองนึกถึงคุณเดินบนเนินเขา เนินนั้นโค้ง เเละพื้นที่ว่างก็โค้งรับด้วยเช่นกัน)เเละถ้าเรางอฟองน้ำมากพอ จนกระทั่งปลายทั้งสองข้างชิดติดกัน เเล้วคุณก็เอาไม้เสียบลูกชิ้นเสียบปลายทั้งสองข้าง เเล้วคุณลองนึกย้อนกลับไปว่า หากฟองน้ำไม่ได้ถูกงอจนชิดติดกัน คุณจะไม่มีทางใช้ไม้เสียบลูกชิ้นเสียบฟองน้ำจากอีกปลายสู่อีกปลายด้วยระยะทางที่สั้นที่สุดได้ เพราะการทำให้ฟองน้ำงอจนชิดติดกัน นั้นก่อให้เกิดระยะทางที่สั้นที่สุด เเละการชิดติดกันจะทำให้เกิดการทับกันของพื้นที่ หรือที่ผมกล่าวมาข้างต้นเมื่อกี้หมายความว่า การชิดติดกันก่อให้เกิดจุดวาปเเบบเฉพาะเจาะจงนั่นเอง พอกับฟองน้ำ มากล่าวถึงอวกาศเเบบจริงๆ ก็จริงอยู่ที่อวกาศสามารถถูกบิดงอจนกระทั่งส่วนหนึ่งกับอีกส่วนหนึ่งโค้งจนชิดติดกัน เเล้วก่อให้เกิดจุดวาป เเต่ว่าการจะทำอย่างนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนงอฟองน้ำล้างรถ เเต่ต้องใช้เเรงดึงดูดของหลุมดำเท่านั้น เเละหลุมดำที่ว่าอาจต้องเป็นหลุมดำมวลยิ่งยวด(กลืนดวงอาทิตย์ได้มากกว่าพันล้านดวงในคราวเดียว) ซึ่งไม่ได้หายากเเต่หาได้โคตรยาก เเละถึงหาได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้ เพราะหลุมดำมวลยิ่งยวดย่อมห่างจากโลกมากกว่า500ปีเเสง ซึ่งไกลโคตรๆ เเละถึงจะไปถึงเเละวาปไปได้สำเร็จ จุดหมายที่เราวาปไปก็ไม่สามารถรู้ได้อาจจะห่างจากโลก1ล้านปีเเสง?

การวาร์ปไงครับ แต่มันก็มีกฎทางฟิสิกส์หลายอย่าง เช่น ถ้าเราทำการบิดเบือนหรือบิดงออวกาศในส่วนไดๆก็ตาม จะทำให้อวกาศเกิดการผิดรูปเนื่องจากในอวกาศไม่ได้ว่างปล่าว แต่มันเต็มไปด้วยสสารและพลังงานต่างๆรวมถึงแรงโน้มถ่วงระหว่างดวงดาวที่คอยดึงดูดกันและกันไว้ คิดง่ายๆครับเหมือนการเอาลูกบอลเล็กๆวางลงไปในอ่างน้ำ การวาร์ปหรือการดึงอวกาศเข้ามาก็เหมือนเราเอาหลอดมาดูดน้ำจากด้านหน้าแล้วปล่อยออกด้านหลัง คิดดูครับถ้ามีลูกบอลเป็นร้อยๆลูกในอ่าง แน่นอนครับเมื่อเราดูดน้ำลูกบอลที่อยู่ใกล้ๆก็จะลอยเข้ามาหาเรา คิดดูครับถ้าลูกบอลลูกนั้นเป็นดาวเคราะห์ หรือดาวฤกษ์ต่างที่อยู่ไกล้ก็รัศมีที่เราทำการดึงหรือบิดงออวกาศอะไรจะเกิดขึ้น อวกาศบิดงอได้ยืดหดได้แต่ดาวต่างๆทำแบบนั้นไม่ได้น่ะครับ ไกนจะเรื่องพลังงานที่ต้องใช้ในการบิดเบือนอวกาศอีก สรุปก็คือระบบขับเคลื่อนแบบต่างๆเพอเฟคหมดครับ แต่มันก็ยังอยู่ใต้กฏฟิสิกส์อยู่ดี เว้นเสียแต่มนุษย์จะบรรลุกฏพวกนี้ได้เสียก่อน…

สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

สารคดี ไขภาพถ่ายปริศนาจากดาวเทียม
สารคดี ไขภาพถ่ายปริศนาจากดาวเทียม  ดวงตาบนท้องฟ้ามองเราจากอวกาศ ดาวเทียมหลายร้อยดวงทำให้เราเห็นโลกแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน วัตถุและปรากฎการที่ท้าทายต่อคำอธิบาย เช่น เกาะเคลื่อนที่ได้ เมืองที่สูญหายไปใต้คลื่น เหตุการณ์ที่น่าพิศวงลึกลับจากอวกาศ มันคืออะไรกันแน่... ความคิดเห็น เกี่ยวกับ สารคดี ไขภาพถ่ายปริศนาจากดาวเทียม สาหร่ายเถ้าแก่น้อยทั้งนั้นเลยที่นาซ่าเจอที่ชายฝั่งเกาหลีใต้ เจงกิสข่าน ตายปี1227 ถ้าขุดตอนนี้ทันอยู่นะ 800ปีพอดี ไม่ได้ไขปริศนาไรสักอย่าง ...
สารคดี วิทยาศาสตร์โลกที่มองไม่เห็น
วิทยาศาสตร์โลกที่มองไม่เห็น เราต่างก็เชื่อว่าดวงตาของเรามองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ชันเจนและครบถ้วน แต่จริงๆแล้วดวงตามนุษย์มองเห็นได้น้อยกว่า 1% ของสิ่งที่มีอยู่จริง นั้นหมายความว่าเราล้อมรอบไปด้วยโลกทั้งหมดที่เรามองไม่เห็น แรงที่ลึกลับ คลื่นแสงที่ซ่อนอยู่และสัตว์ที่มองไม่เห็น สารคดี วิทยาศาสตร์โลกที่มองไม่เห็น วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* สารคดี วิทยาศาสตร์โลกที่มองไม่เห็น มีทั้งหมด 4 คลิปวีดีโอ 1.โลกที่มองไม่เห็น ตอน 1 2.โลกที่มองไม่เห็น ...
สารคดี กำเนิดแสงเหนือ
สารคดี กำเนิดแสงเหนือ อโรรา เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่มีแสงเรืองบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน โดยมักจะขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก โดยบางครั้งจะเรียกว่า แสงเหนือ หรือ แสงใต้ ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิด ปรากฏการก้องเป็นตัวอย่างปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่น่าทึงที่สุดที่เกิดขึ้นในอวกาศที่ใกล้พื้นโลก มันอาจปรากฏจากสิ่งจางๆ เป็นวงนิ่ง แล้วระเบิดออกมาเป็นสีต่าง ๆ พุ่งกระจายภายในเวลาไม่กี่วินาที ...
สารคดี สงครามอวกาศ
จรวดเท่าเสาโทรศัพท์พุ่งลงมาจากอวกาศชั้นนอก และทำลายเป้าหมายต่างๆบนโลก เลเซอร์พลังงานสูงทำลายล้างศัตรูทุกทิศทางในชั่วพริบตา ขีปนาวุธที่เคลื่อนที่เร็วเกือบเท่าแสง จะส่งแรงระเบิดมหาศาลโดยไม่ได้ใช้ระเบิดช่วย มันเริ่มเป็นไปได้ที่จะชนสิ่งต่างๆด้วยพลังงานของลูกระเบิดอะตอม โดยไม่จำเป็นต้องใช้การแผ่รังสีชนิดใดๆ และ นักรบอวกาศจะต้องสู้ตายในศึกที่ดุเดือดและไม่เหมือนใคร นี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันของนิยายวิทยาศาสตร์ แต่มันเป็นอนาคตของสงครามอวกาศในเอกภพแห่งนี้ สารคดี สงครามอวกาศ 1.ท่องจักรวาล 52 สงครามอวกาศ2.ท่องจักรวาล 52 ...
สารคดี อัศจรรย์ความจำมนุษย์
เกิดอะไรขึ้น? ในกลไกสมอง เมื่อสมองของมนุษย์เป็นได้มากกว่าที่เราคาดคิด [su_spoiler title="ถ้าเราใช้สมองของเรา 100% ...
Copy link
Powered by Social Snap