สารคดี สุสานโลกล้านปี

 ไดโนเสาร์เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อยู่บนโลกเมื่อ  230 ล้านปีมาแล้ว  และมีวิวัฒนาการเป็นชนิดต่าง   ยุคที่ไดโนเสาร์ครองโลกนั้นเป็นเวลานานมาก  นานกว่ามนุษย์  แต่แล้วอยู่ๆ ไดโนเสาร์ก็สูญพันธุ์ไปอย่างลึกลับเมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน เมื่อไดโนเสาร์ตัวแรกปรากฎตัวเมื่อ 230 ล้านปีก่อน มันเป็นแค่นักล่าตัวเล็กๆที่วิ่งเร็ว ตระกูลไดโนเสาร์ทั้งหมดซึ่งปกครองโลกมาตลอดมา 165 ล้านปีต่อมา กำเนิดจากสัตว์เล็กๆนี้


สารคดี สำรวจโลก สุสานโลกล้านปี

ตามนักสำรวจออกเดินทางค้นหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับที่มาที่ไปของไดโนเสาร์ได้ใน สารคดี สำรวจโลก สุสานโลกล้านปี
สารคดี ยุคสูญพันธ์ไดโนเสาร์
สารคดี ตอน ท่องโลกอาณาจักรไดโนเสาร์
10 เรื่องจริงของ ไดโนเสาร์ (Dinosaur) ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ~ LUPAS
คุณคงรู้จัก ไดโนเสาร์ (Dinosaur) สัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่เคยครองโลกของเรามาแล้วในอดีต และในวันนี้ครับเราจะพาคุณมาพบกับ 10 เรื่องจริงของ ไดโนเสาร์ (Dinosaur) ที่คุณอาจไม่เคยรู้ 10เรื่องจริงไดโนเสาร์ อันดับที่ 10 : การสูญพัยธุ์ของไดโนเสาร์ (Dinosaur) อันดับที่ 9 : คำว่า ไดโนเสาร์ (Dinosaur) อันดับที่ 8 : ไดโนเสาร์ (Dinosaur) ที่ชื่อยาวที่สุด อันดับที่ 7 : เด็กน้อยผู้คนพบไดโนเสาร์ (Dinosaur) อันดับที่ 6 : ประมูลไดโนเสาร์ (Dinosaur) อันดับที่ 5 : ที่สุดแห่งไดโนเสาร์ (Dinosaur) อันดับที่ 4 : ไดโนเสาร์ (Dinosaur) T.Rex มีขนหรือไม่? อันดับที่ 3 : ไดโนเสาร์ (Dinosaur) เอามาทำยา อันดับที่ 2 : เสียงคำรามของไดโนเสาร์ (Dinosaur) อันดับที่ 1 : ฟอสซิลที่สมบรูณ์ที่สุดของไดโนเสาร์ (Dinosaur)
ทฤษฎีใหม่ !!!! หากอุกกาบาตชนโลกช้ากว่านี้ 30 วิ ไดโนเสาร์จะยังไม่สูญพันธุ์
เล่าเรื่อง กำเนิดเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์
10 อันดับ ไดโนเสาร์ที่อันตรายที่สุด น่ากลัวอยู่นะ
เด็กๆ หรือผู้ใหญ่หลายคนคงชอบ เจ้าไดโนเสาร์ตัวใหญ่จากสาระคดีหรือภาพยนต์เรื่องจูราสสิค พาร์ค กันอย่างแน่นอน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ไดโนเสาร์ที่กินเนื้อ ตัวใหญ่ และอันตรายที่สุดมีตัวไหนบ้าง ? ห้ามพลาดชมในวิดีโอนี้กันนะคะ 10.Tarbosaurus Bataar 9.Ankylosaurus 8.Mapusaurus 7.Velociraptor 6.Allosaurus 5.Utahraptor 4.Carcharodontosaurus 3.Giganotosaurus 2.Tyrannosaurus Rex 1.Spinosaurus
10 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่ผู้คนยังเชื่ออยู่
เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินเรื่องราวที่เกี่ยวกับไดโนเสาร์มาบ้างแล้ว เรามักจะเห็นพวกมันจากแบบจำลองต่าง ๆ หรือในภาพยนตร์ ที่ถูกถ่ายทอดด้วยความบันเทิง และเรื่องราวบางอย่างของพวกมันก็น่าศึกษาเป็นอย่างมาก แต่รู้มั้ยคะว่ามีหลายสิ่งเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แล้วก็ทำให้เรื่องราวบางอย่างกลายเป็นข่าวลือไปซะนี่ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูเรื่องราวของเหล่าไดโนเสาร์ ที่ถ้าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ ก็คงอยากจะแก้ข่าวให้มนุษย์อย่างเราเข้าใจพวกเขามากขึ้นนะคะ 10 ไทรเซอร์ราท็อปส์ อาจไม่มีอยู่จริง (Triceratops May Not Exist- Thumbnail) 9 แขนของทีเร็กซ์นั้นแสนจะอ่อนแอเหลือเกิน (The T-Rex Had Weak Arms) 8 มนุษย์จะอยู่ร่วมกับไดโนเสาร์ได้มั้ยนะ (Humans and Dinosaurs Co-existed) 7 ไดโนเสาร์ทุกชนิดมีขนาดใหญ่มหึมา (All Dinosaurs Were Huge) 6 ไดโนเสาร์อาศัยอยู่ในเขตร้อนเท่านั้น (Dinosaur Live In Warm Climates) 5 ไดโนเสาร์คำรามได้ จริงเหรอ? (Dinosaur Roared?) 4 ไดโนเสาร์กินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Dinosaurs Terrorized Mammals) 3 ไดโนเสาร์ทุกชนิดมีชีวิตอยู่ในยุคเดียวกันทั้งหมด (All Dinosaurs Lived At The Same Time) 2 ไดโนเสาร์ไม่ฉลาดจริงเหรอ? (Dinosaurs Were Stupid) 1 ไดโนเสาร์บางตัวแบกน้ำหนักตัวเองไม่ไหว (Some Dinosaurs Couldn’t Carry Their Own Weight)
ประวัติของไดโนเสาร์(History of dinosaurs)
เมื่อหลายล้านปีก่อนโลกได้กำเนิดสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ขึ้นมาบนโลก มี หลายเผ่าหลายพันธุ์สาย ทั้งประเภทกินเนื้อและกินพืชเป็นอาหาร ต่างฝ่ายก็มีหลายเผ่าหลายพันธุ์สาย ทั้งประเภทกินเนื้อและกินพืชเป็นอาหาร ต่างฝ่ายก็ซึ่งต่างก็ได้รับสมญานามว่าเป็นนักล่า โดยเฉาะ ทีแร็กซ์ และแร็พเตอร์ นับว่าเป็นนักล่าในยุคจูลลาสสิค และฝ่ายหาอาหารจากพืชก็จะมีสิ่งป้องกันบางอย่างเพื่อเป็นเกราะคุ้มครองของตน เอง เช่นหนามที่แหลมคม พวกนี้จะไม่ทำอันตรายพวกอื่นก่อนถ้าไม่ถูกรบกวนหรือถูกรุกรานก่อน แต่แล้วสายพันธุ์ของไดโนเสาร์ก็ต้องสิ้นสุดลงเพราะต้องเผชิญกับหายนะอันใหญ่ หลวงของโลกจากกลุ่มหินอุกกาบาตที่เข้าถล่มโลกอย่างบ้าคลั่ง ทำให้สิ่งมีชีวิตต้องจบสิ้นลงไปด้วยเพราะไม่อาจทนความร้อนได้ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเขม่าและควันไฟที่โพยพุ่ง โลกเต็มไปด้วยความมืดมิดไม่มีแสงสว่าง และเป็นเช่นนั้นอยู่หลายปีและโลกเริ่มเย็นขึ้นๆเรื่อยๆ และต่อมาก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เริ่มเข้ายุคใหม่ที่เริ่มก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตยุดใหม่เข้ามาแทนที่สัตว์ใหญ่ ที่เคยครองโลกอยู่คงเหลือแต่ซากเถ้ากระดูกและฟอสซิลให้เห็นมาจนตราบทุก วันนี้ อ่านต่อ

ไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์ (dinosaur) เป็นชื่อเรียกโดยรวมของสัตว์ดึกดำบรรพ์ในอันดับใหญ่ Dinosauria ซึ่งเคยครองระบบนิเวศบนพื้นพิภพ ในมหายุคมีโซโซอิก เป็นเวลานานถึง 165 ล้านปี ก่อนจะสูญพันธุ์ ไปเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลื้อยคลาน แต่อันที่จริงไดโนเสาร์เป็นสัตว์ในอันดับหนึ่งที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างสัตว์เลื้อยคลานและนก

คำว่า ไดโนเสาร์ ในภาษาอังกฤษ dinosaur ถูกตั้งขึ้นโดย เซอร์ ริชาร์ด โอเวน นักบรรพชีวินวิทยา ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นการผสมของคำในภาษากรีกสองคำ คือคำว่า deinos (δεινός) (ใหญ่จนน่าสะพรึงกลัว) และคำว่า sauros (σαύρα) (สัตว์เลื้อยคลาน)

หลายคนเข้าใจผิดว่า ไดโนเสาร์ คือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในมหายุคมีโซโซอิกทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้ว ไดโนเสาร์ คือสัตว์ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่บนพื้นดินเท่านั้น สัตว์บกบางชนิดที่คล้ายไดโนเสาร์ สัตว์น้ำและสัตว์ปีกที่มีลักษณะคล้ายไดโนเสาร์ ไม่ถือว่าเป็นไดโนเสาร์ เป็นเพียงสัตว์ชนิดที่อาศัยอยู่ในยุคเดียวกับไดโนเสาร์เท่านั้น

แม้ว่าไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ไปนานหลายล้านปีแล้ว แต่คำว่าไดโนเสาร์ก็ยังเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะไดโนเสาร์นั้นนับว่าเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยปริศนาและความน่าอัศจรรย์เป็นอันมากนั่นเอง

ประวัติการค้นพบ
มนุษย์ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์มาเป็นเวลานับพันปีแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเศษซากเหล่านี้เป็นของสัตว์ชนิดใด และพากันคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ชาวจีนมีความคิดว่านี่คือกระดูกของมังกร ขณะที่ชาวยุโรปเชื่อว่านี่เป็นสิ่งหลงเหลือของสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ จนกระทั่งเมื่อมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ในปี ค.ศ. 1822 โดย กิเดียน แมนเทล นักธรณีวิทยาชาวอังกฤษ ไดโนเสาร์ชนิดแรกของโลกจึงได้ถูกตั้งชื่อขึ้นว่า อิกัวโนดอน เนื่องจากซากดึกดำบรรพ์นี้มีลักษณะละม้ายคล้ายคลึงกับโครงกระดูกของตัวอิกัวนาในปัจจุบัน

สองปีต่อมา วิลเลียม บักแลนด์ (William Buckland) ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยา ประจำมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ก็ได้เป็นคนแรกที่ตีพิมพ์ข้อเขียนอธิบายเกี่ยวกับไดโนเสาร์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ โดยเป็นไดโนเสาร์ชนิด เมกะโลซอรัส บักแลนดี (Megalosaurus bucklandii) และการศึกษาซากดึกดำบรรรพ์ของสัตว์พวกกิ้งก่า ขนาดใหญ่นี้ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากนักวิทยาศาสตร์ทั้งในยุโรปและอเมริกา

จากนั้นในปี ค.ศ. 1842 เซอร์ ริชาร์ด โอเวน เห็นว่าซากดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ที่ถูกค้นพบมีลักษณะหลายอย่างร่วมกัน จึงได้บัญญัติคำว่า ไดโนเสาร์ เพื่อจัดให้สัตว์เหล่านี้อยู่ในกลุ่มอนุกรมวิธานเดียวกัน นอกจากนี้ เซอร์ริชาร์ด โอเวน ยังได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ขึ้น ที่เซาท์เคนซิงตัน กรุงลอนดอน เพื่อแสดงซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ รวมทั้งหลักฐานทางธรณีวิทยาและชีววิทยาอื่น ๆ ที่ถูกค้นพบ โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งแซกซ์-โคเบิร์ก-โกทา (Prince Albert of Saxe-Coburg-Gotha) พระสวามีของสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร

จากนั้นมา ก็ได้มีการค้นหาซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ในทุกทวีปทั่วโลก (รวมทั้งทวีปแอนตาร์กติกา) ทุกวันนี้มีคณะสำรวจซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์อยู่มากมาย ทำให้มีการค้นพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ประมาณว่ามีการค้นพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่เพิ่มขี้นหนึ่งชนิดในทุกสัปดาห์ โดยทำเลทองในตอนนี้อยู่ที่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะประเทศอาร์เจนตินา และประเทศจีน

ลักษณะทางชีววิทยา
ไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ซึ่งพวกมันมีผิวหนังที่ปกคลุมเป็นเกล็ดเช่นเดียวกับ งู จระเข้ หรือ เต่า กระเพาะอาหารของไดโนเสาร์กินพืช มักมีขนาดใหญ่แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเซลลูโลสของพืชทำให้บางครั้งมันจึงต้องกลืนก้อนหินไปช่วยย่อย ส่วนไดโนเสาร์กินเนื้อจะย่อยอาหาร ได้เร็วกว่า แต่กระนั้น ข้อมุลของไดโนเสาร์ยังไม่ทราบแน่ชัดนัก เนื่องจากไดโนเสาร์สูญพันธ์ไปหมดเหลือเพียงซากดึกดำบรรพ์ ดังนั้น นักบรรพชีวินวิทยาจึงต้องใช้ซากฟอสซิลนี้ในการสันนิษฐานของ ข้อมูลต่าง ๆ พฤติกรรม การล่าเหยื่อ และการดำรงชีวิตของไดโนเสาร์ขึ้นมาซึ่งอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงเท่าไรนัก

วิวัฒนาการ
บรรพบุรุษของไดโนเสาร์คือ อาร์โคซอร์ (archosaur) ซึ่งไดโนเสาร์เริ่มแยกตัวออกมาจากอาร์โคซอร์ในยุค ไทรแอสซิก ไดโนเสาร์ชนิดแรกถือกำเนิดขึ้นราว ๆ 230 ล้านปีที่แล้ว หรือ 20 ล้านปี หลังจากเกิดการสูญพันธุ์เพอร์เมียน-ไทรแอสซิก (Permian-Triassic extinction event|Permian-Triassic extinction) ซึ่งคร่าชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกสมัยนั้นไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

สายพันธุ์ไดโนเสาร์แพร่กระจายอย่างรวดเร็วหลังยุคไทรแอสซิก กล่าวได้ว่าในยุคทองของไดโนเสาร์ (ยุคจูแรสซิก และยุคครีเทเชียส) ทุกสิ่งมีชีวิตบนพื้นพิภพที่มีขนาดใหญ่กว่าหนึ่งเมตรคือไดโนเสาร์ จนกระทั่งเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว การการสูญพันธุ์ครีเทเชียส-เทอร์เทียรี (Cretaceous-Tertiary extinction) ก็ได้กวาดล้างไดโนเสาร์จนสูญพันธุ์ เหลือเพียงไดโนเสาร์บางสายพันธุ์ที่เป็นบรรพบุรุษของนกในปัจจุบัน ยุคต่าง ๆของไดโนเสาร์

มหายุคมีโซโซอิก (Mesaozoic Era) 65-225 ล้านปี ในยุคนี้มี 3 ยุค คือ ยุคไทรแอสซิก ยุคจูแรสซิก และยุคครีเทเชียส ในยุคไทรแอสซิกนี้ สภาพอากาศในขณะนั้นจะมี สภาพร้อนและแล้งมากขึ้นกว่าในอดีต ทำให้ต้นไม้ใหญ่น้อยในเขตร้อนสามารถเจริญเติบโตได้ ดีมาก จนกระทั่ง ไดโนเสาร์ตัวแรกได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้ ไดโนเสาร์กลุ่มแรกที่ได้กำเนิดขึ้นมาจะมีขนาดเล็ก เดิน 2 เท้า และมีลักษณะพิเศษ คือ เท้ามีลักษณะคล้ายกับเท้าของนก ต่อมาในยุคจูแรสซิกนี้จัดว่าเป็นยุคที่เฟื่องฟูเป็นอย่างมาก บรรดาพืชพรรณธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ไดโนเสาร์จำนวนมากขยายพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีร่างกายใหญ่โต ซึ่งส่วนใหญ่จะกินพืชเป็นอาหาร และนกยังได้ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกในยุคนี้อีกด้วย ต่อมาในยุคครีเทเชียสนี้ จัดว่า เป็นยุคที่ไดโนเสาร์นั้นรุ่งเรื่องที่สุด เพราะยุคนี้ไดโนเสาร์ได้มีการพัฒนาพันธุ์ออกมาอย่างมากมาย

ยุคของไดโนเสาร์
ยุคไทรแอสซิก การครอบครองโลกของไดโนเสาร์ในยุคนี้โลกถูกปกคลุมด้วยป่าไม้จำนวนมาก พืชตระกูลที่ใช้สปอร์ในการขยายพันธ์ประสบความสำเร็จและมีวิวัฒนาการถึงขั้นสูงสุด ในป่ายุคไทรแอสซิกช่วงแรกนั้นมีสัตว์ใหญ่ไม่มากนักสัตว์ปีกที่ใหญ่ที่สุดคือแมลงปอยักษ์ที่ปีกกว้างถึง2ฟุตและได้ชื่อว่าเป็นนักล่าเวหาเพียงชนิดเดียวของยุคนี้ เนื่องจากในช่วงปลายของยุคเปอร์เมียนเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตทำให้พวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมาก สูญพันธุ์ไปพวกที่เหลือได้สืบทอดเผ่าพันธุ์มาจนถึงต้นยุคไทรแอสซิกในกลุ่มสัตว์เหล่านี้เจ้าซินนอกนาตัสเป็นสัตว์นักล่าที่น่าเกรงขามที่สุด ในหมู่พวกมันและในช่วงนี้เองไดโนเสาร์ก็ถือกำเนิดขึ้นโดยพวกมันวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานที่เดินด้วยขาหลังอย่างเจ้าธีโคดอนซึ่งถือกันว่าเป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ การสูญพันธ์ครั้งใหญ่ในยุคเปอร์เมียนทำให้พวกมันสามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้อย่างมากมายในช่วงต้นยุคไทรแอสซิกและกลายมาเป็นคู่แข่งของพวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมที่เหลือ ไดโนเสาร์ในยุคแรกเป็นพวกเดินสองขา เช่น พลาทีโอซอร์ ไดโนเสาร์กินพืชคอยาวที่เป็นบรรพบุรุษของพวก ซอโรพอด หรือเจ้าซีโลไฟซิส บรรพบุรุษของพวกกินเนื้อ นักล่าสองขาความสูง 1 เมตร การที่มันสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยสองขาหลังทำให้พวกมันมีความคล่องตัวในการล่าสูงกว่า ซินนอกนาตัส หรืออีรีโทรซูคัสที่ยาวถึง 15 ฟุตซึ่งมีกรามขนาด ใหญ่และแข็งแรงนักล่าเหล่านี้ได้เปรียบซินนอกนาตัสและสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆทำให้พวกนี้ต้องวิวัฒนาการให้มีขนาดเล็กลงเพื่อที่จะหลบหนีพวกไดโนเสาร์ และหลีกทางให้เผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ก้าวมาครองโลกนี้แทนในที่สุด

ยุคจูแรสซิก ไดโนเสาร์ครอบครองโลกได้สำเร็จในตอนปลายยุคไทรแอสซิก จนเมื่อเข้าถึงยุคจูแรสซิกพวกมันก็ขยายเผ่าพันธุ์ไปทั่วโลกในยุคนี้ผืนแผ่นดินถูกปกคลุมด้วยพืชขนาดยักษ์จำพวกสนและเฟิร์น อย่างไรก็ตามได้เริ่มมีพืชดอกปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงกลางของยุคนี้ นับว่าเป็นจุดเริ่มของการขยายพันธุ์รูปแบบใหม่ของพวกพืช ยุคจูแรสซิกนับได้ว่าเป็นยุคที่พวกไดโนเสาร์คอยาวตระกูลซอโรพอด (Sauropod) ขยายเผ่าพันธุ์อย่างกว้างขวาง ไดโนเสาร์ขนาดยักษ์สายพันธุ์ที่รู้จักกันดีก็คือ แบรกคิโอซอรัส (Brachiosaurus) ดิปโพลโดคัส (Diplodocus) และอะแพโทซอรัส (Apatosaurus) หรืออีกชื่อคือบรอนโทซอรัส นอกจากนี้ยังมีชนิดอื่น ๆ อีกมากมายสัตว์ยักษ์เหล่านี้ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่โง่และไม่อาจป้องกันตัวจากสัตว์นักล่าได้ ทว่าในปัจจุบันนักโบราณคดีชีววิทยา (paleontology) เชื่อว่าพวกมันใช้หางที่หนาหนักศัตรูที่มาจู่โจมซึ่งนับว่าเป็นการตอบโต้ที่น่ายำเกรงไม่น้อย เพราะหางที่ยาวและมีน้ำหนักมากนี่เองที่ทำให้พวกมันต้องมีคอยาวเพื่อสร้างสมดุลของสรีระของมัน

ยุคครีเทเชียส ยุคครีเทเชียสเป็นยุคที่ต่อจากยุคจูแรสซิก สัตว์เลื้อยคลานเจริญมากในยุคนี้ ที่สหรัฐอเมริกาก็มีการค้นพบสัตว์ทะเลที่เคยอาศัยอยุ่ในช่วงเดียวกันกับไดโนเสาร์ได้แก่ พวกพลีสิโอซอร์เช่น อีลาสโมซอรัส พวกกิ้งก่าทะเลโมซาซอร์อย่างไฮโนซอรัส และอาเครอนเป็นพวกเต่าอาศัยอยู่ในทะเล บนท้องฟ้าก็มีเคอาร์โคโทรุสซึ่งมีขนาดปีกยาวถึง 15 เมตร บินอยู่มากมายยุคนี้เป็นยุคที่ไดโนเสาร์มีการพัฒนาตัวเองอย่างมาก พวกซอริสเชียนที่กินเนื้อมีตัวขนาดใหญ่ได้แก่ อัลเบอร์โตซอรัส ไทรันโนซอรัสปรากฏในยุคนี้มีลักษณะดังนี้ไทรันโนซอรัสนั้นมีเล็บที่ขาหลังใหญ่โตและมีฟันแหลมยาวประมาณ 13 เซนติเมตร เพื่อใช้จับเหยื่อพวกซอริสเชียนที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหารก็ได้แก่ ออนิโตมิมัสพวกออร์นิธิสเชียนมักจะเป็นพวกกินพืชพวกที่ถูกค้นพบครั้งแรกก็ได้แก่ อิกัวโนดอน แล้วก็พบ ฮิพุชิโรโฟดอน และฮาโดโรซอรัส พวกออร์นิธิสเชียน ได้แก่ ไทรเซอราทอปส์ แองคิโลซอรัส พบเจริญอยู่มากมาย แต่ว่าก่อนจะหมดยุคครีเทเชียส นั้นอากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไดโนเสาร์บางพวกเริ่มตายลงและสูญพันธุ์ หลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้วสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็มีบทบาทขึ้นมาบนโลก

การจัดจำแนก
ไดโนเสาร์ถูกแบ่งออกเป็นสองอันดับใหญ่ ๆ ตามลักษณะโครงสร้างของกระดูกเชิงกราน คือ Saurischia (เรียกไดโนเสาร์ในอันดับนี้ว่า ซอริสเชียน) ซึ่งมีลักษณะกระดูกเชิงกรานแบบสัตว์เลื้อยคลาน มีทั้งพวกกินพืชและกินสัตว์ และ :en:Ornithischia|Ornithischia (เรียกไดโนเสาร์ในอันดับนี้ว่า ออร์นิทิสเชียน) มีกระดูกเชิงกรานแบบนกและเป็นพวกกินพืชทั้งหมด

ไดโนเสาร์สะโพกสัตว์เลื้อยคลาน หรือ ซอริสเชียน (จากภาษากรีก แปลว่าสะโพกสัตว์พวกกิ้งก่า) เป็นไดโนเสาร์ที่คงโครงสร้างของกระดูกเชิงกรานตามบรรพบุรุษ ซอริสเชียนรวมไปถึงไดโนเสาร์เทอโรพอด (theropod) (ไดโนเสาร์กินเนื้อเดินสองขา) และซอโรพอด (sauropod) (ไดโนเสาร์กินพืชคอยาว)
ไดโนเสาร์สะโพกนก หรือ ออร์นิทิสเชียน (จากภาษากรีก แปลว่าสะโพกนก) เป็นไดโนเสาร์อีกอันดับหนึ่ง ส่วนใหญ่เดินสี่ขา และกินพืช

โครงกระดูกของไดโนเสาร์ประเภทพันธุ์ต่าง ๆ

อ้างอิง ไดโนเสาร์


ความคิดเห็น เกี่ยวกับ สารคดี สุสานโลกล้านปี

การพากย์ว่าดาวเคราะห์ที่อยู่ระหว่างดาวพฤหัสกับดาวอังคาร เรียกว่าดาวเคราะห์เฉยๆ จะก่อให้คนที่ไม่รู้เกิดความเข้าใจผิด ตามหลักการเรียกที่ถูกต้อง ตามหลักการเรียกแบบภาษาไทยต้องเรียกว่าดาวเคราะห์น้อย การแปลและพากย์สารคดีควรที่ลดการผิดพลาดให้มากที่สุด เพราะจะทำให้เยาวชนเกิดความเข้าใจผิดไปเรื่อยๆ ซึ่งต่างจากการแปลภาพยนต์ที่แปลผิดไปบ้างก็ไม่มีปัญหา

วิวัฒนาการกำเนิดมนุษย์ยุคไดโนเสาร์เปลื่ยนแปลงเบื้องหลังดึกดำบรรพ์โบราณเพื่อระบบเทคโนโลยีศาสตร์ยุคใหม่จ๊า

ผมว่าน่าจะเกิดแผ่นดินไหวบ่อยและรุนแรงกว่าเดี๋ยวนี้ยุคนับล้านปีก่อนนี้โลกยังไม่นิ่ง

ไม่แปลกถ้ามีดาวหางขนาดใหญ่ชนโลก
แรงอัดเพิ่มมากพอที่จะทำให้
ภูเขาไฟที่มียอดบางกว่าประทุขึ้น
คล้ายๆ บีบลูกโป่งให้แตก
มันก็แตกฝั่งตรงข้ามที่บีบเสมอ

มันก็ทั้งสองสาเหตุนั่นแหละที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ (พอหินอุกกาบาต หรือ ดาวเคราะห์ พุ่งชนโลกในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ภูเขาไฟเกิดระเบิดขึ้น)

ผมคิดว่าภูเขาไฟอาจระเบิดพร้อมกันหลายๆลูกในสมัยที่โลกยังมีความร้อนสูงทำให้แผ่นดินถล่มทลายเมฆหมอกปกคลุมไปหมดนานหลายเดือนจึงทำให้สัตว์ในยุคนั้นตายกันหมด

เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกจนมันไม่สามารถปรับตัวได้มากกว่า…ทั้ง ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว เพราะมันคงไม่ได้สูญพันธุ์พร้อมกันทีเดียวหรอก คงค่อยๆสูญพันธุ์ไปทีละชนิดมากกว่า

เหตุเกิดนานหลายล้านปีแลัวมาหาทีมาของมันผมว่าตงไม่เจอหรอกเพราะพื้นดินพื้นน้ำสลับที่กันมาหลายรอบแล้วร่องรอยคงหมดแล้วครับ

ไดโนเสาร์สูญพันธ์เพราะกินกันทำร้ายกันเองล้างผลาญกันเอง เหมือนกับมนุษย์ยุคปัจจุบันนี้แหละล้างผลาญทำลายล้างกันเอง เพื่อเอาชีวิตรอด

ถ้าอุกกาบากเส้นผ่าศูนย์กลางแค่สิบกิโลเมตรถ้าเทียบกับโลกก็คงจะน้อยนิดมีผลกระทบแน่แต่กึไม่น่าจะทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ใด้นอกจากจะชนไปที่โลกแบบฝนตกคือเยอะมากๆและชนช้ำอยู่เรื่อยๆอีกไม่นานสัตว์โลกทั้งหลายกึต้องสูญพันธัและเริ่มต้นใหม่วนเวียนอยู่นี้เปึนล้านกัปล์ล้านกัลป์อย่างที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสใว้ทั้งจักรวาลและกาแลคชี่กึมีเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปและกึเริ่มต้นอีกอยู่แบบนี้ไม่มีจบสิ้น

สิ่งที่คุณเห็นอาจจะไม่เป็นอย่างที่คุณคิด
คำถามที่ยังฟังในจิตใต้สำนึกของผม ทำไมคนเราถึงคิดว่า
-ไดโนเสาร์คือสัตว์ที่ครองโลก?
– เกิดก่อนมนุษย์หรอ?
-ให้ความสำคัญกับสัตว์ป่านี่รึ?
ผมคิดว่าที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปนั้นอาจเป็นเพราะเหตุสงครามของมนุษย์ในยุคนั้นนะ มนุษย์ในยุคนั้นมีร่างกายใหญ่โตมากๆโดยเฉลี่ยแล้วสูงประมาณ80ศอก(24-25เมตร) มีอายุโดยเฉลี่ย 80,000-35,000ปีของโลกปัจจุบัน หลักฐานประกอบความเชื่อนี้อยู่ในคำภีร์พระไตรปิฏก กล่าวถึงพระวรกายของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น (ลองไปค้นดูในGoogleก็ได้ครับ) หลุมอุกกาบาตก็อาจจะเป็นผลจากสงครามมหาเทพ ที่เคยกล่าวในคัมภีร์พระเวทก็เป็นได้ อนึ่งคือศาสนาพราหมเป็นศาสนาที่มาพร้อมการกำเนิดโลกครับ โลกเกิดขึ้นแตกดับแตกดับ แต่ศาสนาพารหมก็มีทุกยุคทุกสมัยของพระตถาคตฉะนั้นแล
.:. ในปัจจุบันที่โลกมีสงครามก็ไม่มีใครใส่ใจสัตว์เลี้ยงสัตว์ป่าน้อยใหญ่กันจริงไหม😊😊😊

ทำใมใดโนเสาร์ถึงตัวใหญ่มาก ตอบ เพราะยุคที่เกิดสิ่งมีชีวิต การหมุนรอบตัวเองของโลก ช้ากว่าปัจจุบันมาก เมื่อโลกหมุนรอบตัวเองช้าแรงดึงดูดบนพื้นผิวโลกก็ต่ำ สิ่งมีขีวิตที่จะดำรงชีวิตอยู่ใด้จึงต้องมีน้ำหนักในตัวเองมากเพื่อทำให้เกิดแรงกดทับบนพื้นผิว เมื่อเวลาผ่านไปถึงจุดที่โลกหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้นสิ่งมีชีวิตบนโลกจึงลดขนาดลงเพื่อปรับตัว. ปรับน้ำหนักตามแรงดึงดูดบนพื้นผิว เพื่อให้คงอยู่ หรือที่เราเรียกว่า วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต. เป็นคำตอบว่าทำใมสัตว์ สิ่งมีชีวิต มีขนาดเล็กลงในยุคปัจจุบัน เพราะด้วยแรงดึงดูดและการหมุนรอบตัวเองของโลกในปัจจุบันสัตว์ที่มีขนาดใหญ่อย่างใดโนเสาร์ ที่มีน้ำหนักตัวและแรงกดทับบนพื้นผิวมากจะเคลื่อนที่ใด้ช้า นั่นแหละทำให้ใดโนเสาร์วิวัฒนาการ การเปลี่ยนความเร็วในการหมุนรอบตัวเองในแต่ละครั้งของโลกอาจทำให้ใดโนเสาร์บางสายพันธ์ สูญพันธ์ และบางสายพันธ์ก็ปรับตัว เห็นใหมว่า การหมุนรอบตัวเองของโลกสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิต ให้เกิดขึ้นใด้มากมายจริงๆ ^ ^


สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

สารคดี แปลกแต่จริง
สารคดี แปลกแต่จริง  คุณอาจจะคิดว่าไม่มีสิ่งใดทำให้คุณแปลกใจได้อีกแล้ว คุณคิดผิดครับ โลกเต็มไปด้วยเรื่องราวสิ่งที่น่าทึ่ง เรื่องลึกลับเหลือเชื่อที่ทำให้คุณนอนไม่หลับ บางอย่างหาคำตอบได้ บางอย่างมันก็เหนือเหตุผล 1.มิติโลกหลังเที่ยงคืน แปลกแต่จริง 22.มิติโลกหลังเที่ยงคืน แปลกแต่จริง 63.มิติโลกหลังเที่ยงคืน แปลกแต่จริง 84.มิติโลกหลังเที่ยงคืน แปลกแต่จริงตอนที่ 35.มิติโลกหลังเที่ยงคืน ...
สารคดี อาณาจักรของแมลง
ความเจริญนั้นนำมาซึ่งหายนะ แรงกระตุ้นในการขยายตัวทางสังคมทำให้เกิดอาณาจักร มนุษย์นั้นไม่ได้ผูกขาดเพียงชัยชนะ นานมาแล้วก่อนที่มนุษย์จะเรียนรู้การที่จะเอาชนะ แมลงที่อยู่กันเป็นสังคมทั้งมด ผึ้ง ปลวก ตัวต่อ ...
สารคดี ความลับของป่าใหญ่
ความลับของป่าใหญ่ ในป่างูเลื้อยคลานบินได้ นกว่ายนํ้าได้ มดที่กัดเหมือนฉลาม การแก่งแย่งระหว่างสัตว์ในป่า ทำให้เกิดสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ เรากำลังจะเข้าไปดูสิ่งประหลาดที่สัตว์สามารถจะทำได้ เทคโนโลยีที่ลํ้ายุคในด้านกล่องถ่ายภาพ ทำให้เราเห็นสภาพของพวกมัน อย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ในขณะจุดเป็นจุดตายที่การอยู่รอดจะเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา สารคดี ความลับของป่าใหญ่ วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* สารคดี ความลับของป่าใหญ่ มีทั้งหมด 2 ...
สารคดี อัศจรรย์ความจำมนุษย์
เกิดอะไรขึ้น? ในกลไกสมอง เมื่อสมองของมนุษย์เป็นได้มากกว่าที่เราคาดคิด [su_spoiler title="ถ้าเราใช้สมองของเรา 100% ...
สารคดี ดินแดนทรายสองฤดู แดนสวรรค์ของยีราฟ
สารคดี ดินแดนทรายสองฤดู แดนสวรรค์ของยีราฟ อุทยานแห่งชาติแลงคอยส์ มารานฮานส์เป็นอีกหนึ่งโอเอซิสกลางทะเลทรายสุดสวยที่ต้องจดไว้ในลิสต์ ความโดดเด่นที่มีอยู่เพียงหนึ่งเดียวในโลกของที่นี่ก็คือทะเลสาบสีเขียวมรกตท่ามกลางทะเลทรายสีขาวเนียนละเอียด ดูสวยงามแปลกตา มองเผินๆ เหมือนเป็นหาดทรายและทะเลจริงๆ เลยทีเดียว น้ำในโอเอซิสกลางทะเลทรายแห่งนี้จะมีปริมาณมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน กิจกรรมที่ห้ามพลาดก็คือการลงเล่นน้ำที่มีสีใสเหมือนคริสตัลและการเล่นแซนด์บอร์ด การเดินทางเข้าอุทยานแห่งชาติแลงคอยส์ มารานฮานส์ต้องใช้รถยนต์แบบโฟร์วีลไดรฟ์เท่านั้น ...
Copy link
Powered by Social Snap