ละคร ฟากฟ้าคีรีดาว 2563 ละครแนวโรแมนติกดราม่า ที่ผสมผสานความบู๊และความสัมพันธ์อันซับซ้อนของตัวละคร โดยมีฉากหลังทั้งในอินเดียและประเทศไทย บทประพันธ์โดย สิริพิรี (ปรียานุช ปานประดับ) บทโทรทัศน์โดย พัญสร และกำกับโดย นพพล โกมารชุน ภายใต้การผลิตของ บริษัท เป่า จิน จง จำกัด ละครเรื่องนี้นำแสดงโดย ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์, อิน สาริน รณเกียรติ, และ น้ำหวาน ภูริตา สุปินชุมภู ร่วมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง ฉัตรชัย เปล่งพานิช, สินจัย เปล่งพานิช, จอนนี่ แอนโฟเน่, และ ปิ่น เก็จมณี
“ฟากฟ้าคีรีดาว” เล่าเรื่องราวความรักสามเส้าที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความแค้น และการต่อสู้เพื่อครอบครองหัวใจของหญิงสาวคนเดียวกัน ระหว่างสองพี่น้องที่มีพื้นเพและชีวิตแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว
• สันธรากาศ เป็นลูกชายของ ราชิสา มหาเศรษฐีชาวอินเดีย เขาเป็นชายหนุ่มหล่อเหลา หัวสูง และมีนิสัยดื้อรั้น ถูกเลี้ยงดูมาให้เชื่อว่าความรักคือความโง่เขลา ชีวิตของเขาพลิกผันเมื่อต้องหนีการตามล่าจากกลุ่มมาเฟียจากหิมาลัยมาซ่อนตัวที่เชียงใหม่ ที่นั่นเขาได้พบกับ ดานิกา หญิงสาวเจ้าของร้านอาหารที่มีเสน่ห์และจิตใจดี เธอกลายเป็นรักแรกและดวงดาวที่ส่องสว่างในชีวิตอันมืดมนของเขา
• คิรี เป็นน้องชายต่างมารดาของสันธรากาศ เกิดจาก พรรำไพ แม่ที่ตกอับและติดเหล้า คิรีเติบโตมาท่ามกลางความยากจนและการถูกดูถูก เขาเป็นคนกตัญญูและขยันขันแข็ง ทำทุกอย่างเพื่อดูแลแม่และหวังพาเธอพ้นจากความทุกข์ คิรีได้พบกับดานิกาเช่นกัน และเกิดความผูกพันเมื่อเธอให้โอกาสเขาทำงานและแสดงความเมตตา ความรักที่เขามีต่อดานิกาค่อยๆ เติบโตขึ้น ท่ามกลางความรู้สึกด้อยค่าและความปรารถนาที่จะพิสูจน์ตัวเอง
• ดานิกา เปรียบเสมือน “ดวงดาวยามเช้า” ที่นำทางทั้งสันธรากาศและคิรี เธอเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของทั้งคู่ แต่ความรักของเธอกลับกลายเป็นชนวนของความขัดแย้ง เมื่อทั้งสองพี่น้องต้องเผชิญหน้ากันเพื่อแย่งชิงหัวใจของเธอ
เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเมื่อสันธรากาศค้นพบความจริงว่า คิรีคือน้องชายต่างมารดาของเขา ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ทำให้เกิดทั้งความรักและความแค้น สันธรากาศพยายามใช้ความดีเพื่อหยุดยั้งคิรีที่เริ่มหลงผิด มัวเมาในกิเลส และต่อต้านทุกคนรอบตัว ขณะที่คิรีเองถูกความโลภและความอิจฉาครอบงำ ต้องการเอาชนะพี่ชายและครอบครองดานิกาให้ได้
ด้านราชิสา ผู้เป็นพ่อ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความขัดแย้ง เขาเป็นคนเด็ดขาดและเผด็จการ เมื่อรู้ว่าลูกชายถูกทำร้าย เขาสั่งกำจัดคิรีทันที สันธรากาศจึงต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ ระหว่างปกป้องน้องชายและคนรัก หรือยอมให้ทุกอย่างพังทลายลง ดานิกาเองก็เผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก เมื่อต้องแต่งงานกับคิรีเพื่อรักษาชีวิตแม่ของเธอ แม้หัวใจจะเจ็บปวดที่ต้องทิ้งสันธรากาศไว้ข้างหลัง
ละครนำเสนอคำถามที่ว่า “ฟากฟ้าจะโอบกอดดวงดาวและขุนเขาไว้ได้นานแค่ไหน” ท่ามกลางการปะทะกันของความรัก ความแค้น และการเสียสละ สันธรากาศต้องสละทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องคนที่เขารัก เรื่องราวจบลงด้วยการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ชี้ชะตาของทั้งสามคน ผสมผสานความดราม่าที่เข้มข้นและฉากบู๊สุดยิ่งใหญ่
ธีมหลักของละคร
ความรักและการเสียสละ ความรักของสันธรากาศและดานิกาเผชิญบททดสอบมากมาย รวมถึงการเสียสละเพื่อคนอื่นความขัดแย้งในครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่เริ่มจากความไม่รู้จัก กลายเป็นทั้งความผูกพันและการต่อสู้
กิเลสและความดี คิรีเป็นตัวอย่างของคนที่ถูกกิเลสครอบงำ ขณะที่สันธรากาศและดานิกาพยายามยึดมั่นในความดี
เนื้อหาของละคร “ฟากฟ้าคีรีดาว” (2563) แบบครบถ้วน ซึ่งรวมถึงจุดสำคัญและตอนจบของเรื่อง
จุดเริ่มต้น
สันธรากาศ (ภณ ณวัสน์) ลูกชายของ ราชิสา (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) มหาเศรษฐีชาวอินเดีย ถูกตามล่าจากกลุ่มมาเฟียที่หิมาลัย เนื่องจากราชิสายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจมืด เขาหนีมาซ่อนตัวที่เชียงใหม่และได้พบกับ ดานิกา (น้ำหวาน ภูริตา) เจ้าของร้านอาหารที่มีจิตใจดี เธอช่วยเหลือเขาโดยไม่รู้ภูมิหลังที่แท้จริง ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เริ่มตกหลุมรักกัน
คิรี (อิน สาริน) ลูกชายของ พรรำไพ (สินจัย เปล่งพานิช) หญิงสาวที่เคยมีความสัมพันธ์ลับกับราชิสา เขาเติบโตในสลัม ชีวิตยากลำบาก และต้องดูแลแม่ที่ติดเหล้า คิรีได้งานที่ร้านของดานิกา และเกิดความรู้สึกดีต่อเธอจากการที่เธอให้โอกาสเขา
ปมความขัดแย้ง
สันธรากาศและคิรีไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพี่น้องกัน คิรีเริ่มอิจฉาสันธรากาศที่ดูมีฐานะและใกล้ชิดกับดานิกา ความรักที่มีต่อดานิกาทำให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูกันโดยไม่รู้ตัว
ราชิสายังคงตามหาสันธรากาศ และเมื่อรู้ว่าลูกชายหนีมาอยู่เมืองไทย เขาก็ส่งคนตามล่า ขณะเดียวกัน พรรำไพเผยความจริงกับคิรีว่าเขาคือลูกของราชิสา คิรีโกรธแค้นที่ถูกทิ้งและเริ่มวางแผนแก้แค้นทั้งพ่อและพี่ชาย
ดานิกาถูกบีบให้แต่งงานกับคิรี เนื่องจากแม่ของเธอ (รับบทโดย ปิ่น เก็จมณี) ถูกกลุ่มมาเฟียจับตัวไปเพื่อข่มขู่ เธอยอมเสียสละความรักที่มีต่อสันธรากาศเพื่อช่วยแม่
จุดพีคของเรื่อง
สันธรากาศรู้ความจริงว่าคิรีคือน้องชาย เขาพยายามปกป้องคิรีจากราชิสาที่สั่งฆ่าคิรีทิ้ง เพราะเห็นว่าเป็นภัยต่อครอบครัว แต่คิรีกลับมองว่าสันธรากาศทรยศเขา ความแค้นของคิรีถึงขีดสุด เขาร่วมมือกับมาเฟียเพื่อกำจัดทั้งสันธรากาศและราชิสา
ดานิกาถูกจับตัวไปอีกครั้งในช่วงท้ายเรื่อง สันธรากาศและคิรีต้องเผชิญหน้ากันในฉากต่อสู้สุดท้ายบนเขาในเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่ชื่อ “คีรีดาว” มีความหมายเชื่อมโยงกับเรื่องราว
ในฉากไคลแม็กซ์ สันธรากาศพยายามเกลี้ยกล่อมคิรีให้กลับตัว แต่คิรีที่ถูกความแค้นครอบงำไม่ยอมฟัง เขายิงสันธรากาศ แต่ดานิกาเข้ามาขวางและได้รับบาดเจ็บแทน สันธรากาศโกรธจัดและต่อสู้กับคิรีจนทั้งคู่ตกลงจากหน้าผา
ราชิสายอมมอบตัวกับตำรวจเพื่อชดใช้กรรมที่ทำมา เขาสูญเสียลูกชายทั้งสองคนและสำนึกผิดที่เป็นต้นตอของโศกนาฏกรรม
ดานิกาได้รับการช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยและรอดชีวิต เธอร้องไห้เสียใจกับการสูญเสียสันธรากาศและคิรี ฉากสุดท้ายแสดงภาพดานิกามองท้องฟ้าที่เชียงใหม่ พร้อมแสงดาวที่ส่องสว่าง เปรียบเสมือนวิญญาณของสันธรากาศที่ยังคอยปกป้องเธอ
“ลุ้นจนนั่งไม่ติด! ฉากบู๊มันมาก โดยเฉพาะตอนท้ายที่สู้กันบนเขา” ละครมีฉากบู๊และการต่อสู้ที่เข้มข้น โดยเฉพาะการหนีการตามล่าของสันธรากาศจากมาเฟีย และการปะทะกันระหว่างสองพี่น้องในฉากท้าย ๆ บนเขา ผู้ชมอาจรู้สึกหัวใจเต้นแรง ลุ้นว่าตัวละครจะรอดหรือไม่ และเรื่องราวจะคลี่คลายอย่างไร
“รักสันธรากาศมาก เขายอมทำทุกอย่างเพื่อดานิกา น้ำตาไหลเลยตอนที่เขาต้องเสียสละ” ความรักระหว่างสันธรากาศและดานิกาเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งการที่ดานิกาต้องยอมแต่งงานกับคิรีเพื่อช่วยแม่ และการที่สันธรากาศยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเธอ ฉากเหล่านี้ชวนให้ผู้ชมรู้สึกซาบซึ้งและเห็นใจ
“คิรีนี่น่าหงุดหงิดสุด ๆ ทำไมถึงเลือกทางผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนราชิสานี่ตัวพ่อของดราม่าเลย” คิรีในฐานะตัวละครที่ถูกกิเลสครอบงำและกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกหงุดหงิดหรือโกรธที่เขาไม่ยอมรับความจริงและทำร้ายคนรอบตัว รวมถึงราชิสาที่เป็นต้นตอของปัญหาด้วยนิสัยเผด็จการ
“ดูจบแล้วเศร้ามาก อยากให้สันธรากาศรอด ทำไมต้องจบแบบนี้ด้วยเนี่ย ร้องไห้เลย” ตอนจบที่เป็นโศกนาฏกรรม สันธรากาศและคิรีตายทั้งคู่ ดานิกาต้องอยู่กับความสูญเสีย ผู้ชมอาจรู้สึกสะเทือนใจและเสียดายที่เรื่องราวไม่จบแบบแฮปปี้
“ภาพสวยมาก โดยเฉพาะฉากบนเขา แล้วนักแสดงเล่นดีทุกคนเลย อินสุด ๆ” ฉากที่ถ่ายทำในอินเดียและเชียงใหม่สวยงามมาก โดยเฉพาะทิวทัศน์บนเขาและแสงดาวในตอนท้าย การแสดงของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่างฉัตรชัย, สินจัย และนักแสดงนำอย่างภณ, อิน, น้ำหวาน ก็ได้รับคำชมว่าสมบทบาท
“ดูแล้วคิดเยอะเลย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความแค้นมันทำลายทุกอย่างจริง ๆ” ละครสะท้อนถึงผลของความแค้น ความโลภ และการขาดการให้อภัย รวมถึงพลังของความรักและการเสียสละ ผู้ชมอาจรู้สึกได้ข้อคิดว่าการยึดติดกับอดีตหรือกิเลสอาจนำไปสู่จุดจบที่ไม่ดี
การผสมผสานระหว่าง ความตื่นเต้น จากฉากแอ็กชัน, ความอิน กับความรักและดราม่า, ความเศร้า จากตอนจบที่ไม่สมหวัง และ ความประทับใจ ในงานภาพและการแสดง อย่างไรก็ตาม บางคนอาจรู้สึกผิดหวังที่เรื่องจบแบบโศกนาฏกรรม ไม่มีแฮปปี้เอ็นดิ้งเหมือนละครทั่วไป
ละคร ฟากฟ้าคีรีดาว 2563
ละคร ฟากฟ้าคีรีดาว 2563
ละคร ฟากฟ้าคีรีดาว 2563
ทุกชีวิตมีดางดาวแห่งความรักนำทาง ดาวปรากฏยามเช้า ละลายใจเหน็บหนาวให้อบอุ่น ดั่งดาวส่องนำความดี ฟากฟ้าคีรีดาว เรื่องราวความรักสามเส้าของชายหนุ่ม 2 คน ที่ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน สันธรากาศ (ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์) ลูกชายนักธุรกิจชาวแคชเมียร์ (รัฐในอินเดีย) กับคีรี (อิน สาริน รณเกียรติ) น้องชายร่วมพ่อเดียวกันของสันธรากาศ ซึ่งลำบากยากจนแต่เป็นคนกตัญญู และสู้ชีวิตอย่างมากจนกระทั่งชะตาพลิกผันได้มาเจอกับหญิงสาว ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเธอทำให้ชีวิตของเขาสดใสมากยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากความแตกต่างทั้งทางสังคม ฐานะจึงทำให้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่ความรักของทั้งคู่จะมีแต่ความราบรื่น พี่น้องทั้งสองคนนี้ ต้องขับเคี่ยวกันเพื่อชนะใจดานิกา (น้ำหวาน ภูริตา สุปินชุมภู) ที่เปรียบเสมือนดวงดาวยามเช้า
ฟ้ากว้างครอบคลุมเขาสูง แต่งแต้มแสงจากดวงดาวยามเช้า สวยราวภาพฝัน แต่ชีวิตไม่ได้งดงามเช่นนี้เสมอ เมื่อวันท้องฟ้าหม่นมืดทะมึน เขาสูงลดลงต่ำเตี้ย ดวงดาวไร้แสงสุกสว่าง เพราะกิเลส ฟ้ากว้าง เขาสูง ดวงดาว ฟาดฟันกระหน่ำใส่กัน หนึ่งชีวิตต้องถูกลบหายไป
สันธรากาศ (ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์) หนุ่มหล่อหัวดื้อ ลูกชายมหาเศรษฐีอินเดีย ราชิสา (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) หนีการตามล่าของกลุ่มมาเฟีย จากหิมาลัยมาซ่อนตัวอยู่ที่เชียงใหม่
สันธรากาศได้พบกับ ดานิกา (ภูริตา สุปินชุมภู) เจ้าของร้านอาหารที่เชิดใส่ความรวยของเขา สันธรากาศพยายามเอาชนะใจจนรู้ว่าดานิกาชอบดูดาว แสงดาวงดงามยามฟ้ามืดเชื่อมหัวใจสันธรากาศให้ใกล้ดานิกา แต่สันธรากาศกลับกลายเป็นคนแพ้ เมื่อดานิกาเลือกเด็กเสิร์ฟผู้อ่อนโยนอย่าง คิรี (สาริน รณเกียรติ) ดานิกาช่วยเหลือคิรีที่มีชีวิตลำบากเพราะแม่ขี้เมาอย่าง พรรำไพ (สินจัย เปล่งพานิช) จนเกิดเป็นความผูกพัน
กิเลสที่อยากครอบครองดานิกา ต้องการอยู่เหนือสันธรากาศ และเอาชนะคำดูถูกของแม่ดานิกา ดารารัตน์ (เก็จมณี วรรธนะสิน) ทำให้ขุนเขาต่ำต้อยอย่างคิรีจนยอมทำทุกอย่างเพื่อผลักตัวเองขึ้นไปแข่งกับฟ้ากว้างอย่างสันธรากาศ คิรีถลำลึกทำงานนอกกฎหมายกับ ศิขริน (จอนนี่ แอนโฟเน) พ่อเลี้ยงดานิกา จนผงาดขึ้นมาร่ำรวยและสู้กับสันธรากาศทุกทาง
สันธรากาศสืบรู้ว่าคิรีกำลังเลือกเส้นทางชีวิตผิด ถึงจะไม่เคยดีต่อกัน แต่เมื่อดานิกาขอร้องให้ช่วยคิรี สันธรากาศก็วางแผนดึงคิรีออกจากคนบาปอย่างศิขริน แต่กลับกลายเป็นปมที่มัดให้ดานิกาต้องแต่งงานกับคิรี ยิ่งเมื่อสันธรากาศได้พบหน้าพรรำไพ เขากลับยอมปล่อยมือจากคนรักเพราะรู้ความจริงว่าคิรีคือน้องชาย
ดานิกายอมแต่งงานกับคิรีทั้งน้ำตาเพื่อรักษาชีวิตแม่ ฟ้ากว้างอย่างสันธรากาศเจ็บปวดที่ไม่อาจโอบอุ้มดวงดาวอย่างดานิกาได้อีก คิรีไม่รู้ตัวว่าศิขรินต้องการฆ่าปิดปาก และเมื่อรู้ว่าลูกชายถูกทำร้าย ราชิสาก็สั่งฆ่าคิรีทันที สันธรากาศต้องสละทุกอย่างแม้ชีวิตเพื่อปกป้องน้องชายและคนรัก ฟากฟ้าจะโอบกอดดวงดาวและขุนเขาไว้ได้นานแค่ไหน
บทประพันธ์โดย : สิริพิรี (ปรียานุช ปานประดับ)
บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ผลิตโดย : ค่าย เป่าจินจง
ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
นักแสดง
ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ รับบท สันธรากาศ
อิน-สาริน รณเกียรติ รับบท คิรี
น้ำหวาน-ภูริตา สุปินชุมภู รับบท ดานิกา
นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ราชิสา
นก-สินจัย เปล่งพานิช รับบท พรรำไพ
จอนนี่ แอนโฟเน รับบท ศิขริน
ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน รับบท ดารารัตน์
โก-โกสินทร์ ราชกรม รับบท สุมิตร
ฝ้าย-นันทนัช โล่ห์สุวรรณ รับบท อิสรีย์
พราว-การัญชิดา คุ้มสุวรรณ รับบท รวงข้าว
แจ๊ค-จักรพันธ์ จันโอ รับบท ดาวลูกไก่
เชน-เตชินท์ ปิ่นชาตรี รับบท กสิณ
ปอม-ภาสกร เครือโสภณ รับบท วินธัย
เพ้นท์-กฤตกานต์ ประสิทธิ์พานิช รับบท พิภพ
แจง-วราพรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท ป้าวงเดือน
เพชร-พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร รับบท แกว่ง
หมู-กลศ อัทธเสรี รับบท ดาเนส
นิกกี้-สิรภพ สมผล รับบท เจิดศักดิ์
ณัฐ-ณัฐดนัย สุขสว่าง รับบท บุดดิน