สารคดี ตอน กาลเวลา

ท่องจักรวาล ตอน กาลเวลา
ท่องจักรวาล - กาลเวลา
สารคดี ท่องจักรวาล ตอน ท่องกาลเวลา
สุดยอดสารคดี ท่องจักรวาล ตอน ท่องกาลเวลา
ท่องจักรวาล - กาลเวลา
ไขปริศนาจักรวาล ตอน การเดินทางข้ามเวลา การย้อนเวลา โลกคู่ขนาน และความขัดแย้งของเวลา

สารคดี ตอน กาลเวลา

ปริศนาหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ ได้ถกเถียงกัน และค้นหาคำตอบมาตลอดเป็นระยะเวลานาน ก็คือ มนุษย์เนี่ยสามารถเดินทางท่องกาลเวลาได้จริงหรือไม่? แล้สถ้าหากเราท่องกาลเวลาได้จริงๆ
แล้วเนี่ย เครื่องมืออะไรล่ะ ที่จะนำเราทุกคนย้อนเวลากลับไปอดีตหรือก้าวกระโดดไปยังโลกอนาคต ซึ่งเราจะสำรวจความเป็นไปได้พร้อมกับค้นหาคำตอบ ว่าทำไมการเดินทางข้ามเวลาไปสู่
อนาคตถึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกแห่งทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ ในอดีตกฎทางฟิสิกส์ไม่ได้บอกเรานะว่า มันเป็นไปไม่ได้แต่ผลลัพธ์ที่น่าพิศวงของการเดินทางย้อนอดีต แล้วก็
เปลี่ยนแปลงอนาคตจะนำไปสู่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง

อดีตและอนาคต ที่สุดของจุดหมายการท่องเที่ยว แต่เราจะไปถึงได้หรือไม่ อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีหรือทศวรรษ เมื่อคุณเดินทางข้ามเวลา สิ่งแปลกๆก็เริ่มเกิดขึ้น เราอาจคิดถึง การวาปสิ่งของ
เราสามารถไปหาตัวเราเองในอดีตได้ เราจะได้โดดข้ามไปในอนาคต เรามาศึกษาความเป็นไปได้

ความคิดเห็น เกี่ยวกับ สารคดี ตอน กาลเวลา

การเดินทางข้ามเวลาหรือย้อนเวลาเป็นไปได้ ในคลิปนี้เขาเฉลยไว้แล้ว

ในพระไตรปิฎก แม้จะมีเรื่องเหนือจินตนาการ อย่างนรก สวรรค์ เปรต อสุรกาย ภพ หรือแม้แต่ สัตว์ในดาวดวงอื่น ……
…แต่ปรากฏว่า ไม่มีเรื่องการย้อนเวลา
ดังนั้น เวลา มีแต่จะไปข้างหน้าอย่างเดียว อย่างที่พูดไว้ตอนต้นคลิป..

การย้อนอดีตจะต้องเร็วกว่าแสง สิ่งที่เร็วกว่าแสงคือจิต จิต​เท่านั้น จิต​เร็ว​กว่าแสงเป็นล้านๆเท่า

อดีตมันย้อนไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติของมัน
มันก็เป็นเช่นนั้นเอง

เป็นไปไม่ได้ …ไม่งั้นคนในอนาคต ก้อข้ามมาหาเราแล้ว

เวลาในอนาคต กับเวลาในอดีตคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่การที่เราจะย้อนหรือข้ามเวลาจากปัจจุบันไม่มีทางทำได้หรือเป็นไปได้ ถ้าสมมุติว่าทำได้จริงปัจจุบันเราคงไม่อยู่กันแบบนี้หรอก อย่าว่าสมมุติเลย คิดแค่ว่าไม่มีทางเป็นไปได้

เราไม่สามารถย้อนเวลาได้ ที่เราทำคือย้อนสถานการณ์ หรือข้ามเวลาในขณะที่เราย้อนไป เหตุการในเวลานั้นย้อนกลับ แต่เวลาในตัวคุณดำเนินต่อกล่าวคือ ขณะย้อนเวลากลับไป ชีวิตคุณแก่ขึ้นตามเวลาปกติการย้อยเวลาจริงคือการย้อนทุกสิ่งอย่าง แม้แต่ตัวคุณเองกล่าวคือ เมื่อคุณย้อนเวลา ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจะย้อนกลับ เวลาชีวิตคุณจะลดลง คุณจะเด็กลงหากทำเช่นนั้น คุณจะไม่มีทางจดจำเหตุการณ์ต่างๆได้เลย รวมถึงคนอื่นๆด้วย สิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วจะหายไป อนาคตอาจเปลี่ยนแปลงเวลา ไม่ใช่นาฬิกา แต่คือการดำเนินไปของทุกสิ่งอย่าง

ณ ปัจจุบันยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนนิยามกาลเวลาได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการจัดการกับกาลเวลานั้นยังไม่สามรถจะทำได้ในอนาคตอันใกล้นี้
กาลเวลาและอวกาศ
ยังมีความลึกลับอยู่อีกมาก
มันยังมีเรื่องราวให้ค้นคว้าอีกมาก

จากการค้นคว้าส่วนตัว การท่องไปในอนาคตนั้นเป็นไปตามทฤษฎีของ ไอสไตน์ นั่นคือ ทำให้
เราเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง ทำให้อะตอมของเรามีการสั่น หรือเดินทางช้ามาก ๆ ทำให้ทุกส่วนของอวัยวะหรือร่างกายเรา เดินช้าลง(แก่ช้า)
แต่การเดินทางไปในอดีตนั้น เราสามารถทำได้เพียง การเดินทางให้เร็วกว่าแสงไปอยู่ห่างจากโลกซัก 200 ปีแสง แล้วใช้กล้องที่มีกำลังขยายสูง ส่องมายังโลก เราจะเห็น การเริ่มต้นของกรุงรัตนโกสิน ได้

มันไม่ไช่การท่องเวลาแต่มันคือการข้ามเวลา คือโลกก็ยังเดินทางรอบโลกปกติตามวงโคจรของมันแต่เราต่างกากที่เดินทางไกลด้วยความเร็วสูงเข่น้ราเดินทาง1ปีด้วยความเร็วแสง365ปีโลกมนุษย์เมื่อเรากลับมาโลกก็ผ่านมาแล้ว700กว่าปี.เดินทางแบบดาวเคราะซิครับเร็วๆความไหญ่โตก็ทำไห้เร็ว้ป็งนช้าเช่นดาวพฤหัสเดินทาง740ล้านกม/ชมแต่มันไหญ่โตเมื่อมองไปก็เหมือนเคลื่อนที่ช้าๆ

การที่เราจะย้อนเวลา มันเป็นไปได้น้อยมากๆ ซึ้งเราย้อนเวลาไปเปลี่ยนอดีต มันจะมีผลกะทบ ในทุกๆด้าน
มันมีหนังเรื่องนึงที่ชื่อว่า สตาร์เทค 1 ที่มีช่วงตอนที่ สปอกในอนาคต ได้เข้ามาในหลุมดำ ทำให้เขา ย้อนเวลา ไปในอดีต ผมเคยได้ยินว่า หลุมดำ เมื่อเข้าไป แล้วจะไม่สามารถกลับออกมาได้
ผมว่า ดวงดาวที่ถูกดูดเข้าไป มันอาจจะ ไปโผล่ ในหลุมดำ ในกาแล็กซี่ ที่ห่าง แสนๆล้านปีแสง

กาลเวลา หรือ เวลา(ของนาฬิกา) เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์สมมติขึ้นเพื่อบอกให้รู้ว่า อะไรหรือสิ่งใด เกิดก่อนหลังเมื่อใด เป็นเพียงมาตรวัดชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับมาตรชั่ง ตวง วัดต่างๆที่บอกให้รู้ถึงน้ำหนัก ปริมาณ ระยะทาง(ตามลำดับ) แต่การเปลี่ยนแปลงของวัตถุ(ตามคุณสมบัติของวัตถุนั้นๆ) ไม่ว่าจะเป็นสสารหรือพลังงาน ต่างหากที่เกิดขึ้นและมีอยู่จริง ฉะนั้นถึงแม้ว่ามนุษย์จะสามารถสร้างและโดยสารยานพาหนะที่มีความเร็วเท่าแสงได้ ก็มิได้หมายความว่าจะเดินทางไปในอนาคตหรืออดีตได้เลย เช่น ในวันนี้ 7-10-19 เราเดินทางด้วยความเร็วแสงไปนาน 10 ปี(เวลาปกติ)แล้วก็หยุดการเดินทางลง(7-10-29) เราจะพบว่าสิ่งต่างๆแก่ลงไป 10 ปีในขณะที่เราไม่แก่ลงไปเลย (เพราะตามทฤษฎ๊วิชาการในปัจจุบัน อนุภาคแสงหรือสิ่งที่มีความเร็วเท่าแสงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง) นั่นก็คือสิ่งต่างๆอื่นๆเปลี่ยนแปลงไปตามปกติตามคุณสมบัติของเขาในระยะเวลา 10 ปีแต่เรากลับไม่รู้สึกว่านานเลยเพราะเราไม่มีความเปลี่ยนแปลงนั่นเอง หาใช่การเดินทางไปในอนาคตไม่

ชาวพุทธหลายคนเชื่อว่าการทำสมาธิในระดับนึงทำให้จิตเร็วกว่าแสง(แสงเดินทางประมาณ 280000 กม./วินาที) แต่แท้จริงไม่ใช่นะ.ความเร็วเป็นเรื่องของวัตถุที่มีมวล.จิตวิญญาณเป็นรูปแบบหนึ่งที่ไม่ใช่มวล ไม่ใช่สสาร ไม่ใช่พลังงาน(ยังวัดค่าไม่ได้จากเทคโนโลยีปัจจุบัน) จิตไม่กินเวลา ไม่กินระยะทางเพราะ…แค่คิดก็ถึงแล้ว

สิ่งที่เร็วกว่าแสงคือจิตครับ
และจิตเป็นวิทยาศาสตร์ระดับควอนตั้ม
พระพุทธศาศนาได้สอนไว้

ถ้าให้ผมคิดนะ ทฤษฎีที่น่าจะยอมรับได้มากที่สุด ผมว่าการย้อนเวลามันอาจเป็นไปได้ โดยไม่มีปัญหาความขัดแย้งของ Time Paradox นั่นคือ การย้อนเวลานั้นไม่ใช่การย้อนเวลาจริงๆ แต่เป็นการเดินทางไปยังจักรวาลคู่ขนานในปริภูมิเวลาในอดีต ซึ่งไม่ใช่จักรวาลของเรา ต่อให้เราไปฆ่าปู่ของเรา หรือเอาแม่เป็นเมียก็จะไม่เกิดอะไรขึ้นกับเรา แต่จะส่งผลกับจักรวาลนั้นๆ
ตัวเราในจักรวาลของเราจะหายไป แต่จะมีเราสองคนในจักรวาลคู่ขนานแทน
สรุปคือ เราไม่ได้ย้อนเวลาจริงๆ แต่เราแค่ข้ามไปยังจักรวาลคู่ขนานซึ่งอยู่อีกมิตินึงนั่นเอง

การเดินทางข้ามเวลาไปอนาคตก็คือ การนอน

จักรวาลที่เราอยู่คือทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงเวลา นั่นอาจจะหมายความว่า นอกจากรวาลนั้นไม่มีอะไรเลย แม้กระทั่งเวลา นั่นอาจหมายความว่า เราไม่สามารถเดินทางไปดูการกำเนิดของจักรวาลและก่อนกำเนิดจักรวาลตั้งแต่แรกได้ เพราะข้างนอกนั่น ไม่มีเวลา และประตูมิติเวลา จะสร้างรูหนอนเพื่อเดินทางไปดูก่อนตอนกำเนิดจักรวาล และก่อนกำเนิดจักรวาลได้อย่างไร

เวลาไม่มีอยุ่จริง จิตมนุษย์ สมมติขึ้นมา ระวังโดนประสาทสัมผัสตัวเองหลอก ไม่อยากให้ใช้คำว่าเวาลา มันต้องใช้ คำว่า การเปลี่ยนแปลงของ สิ่งนึงสัมพัทธ์กับอีกสิ่งนึง ในกรอบอ้างอิงนั้นๆ ดังนั้น ทุกๆ แรง ทุกๆอนุภาค พลังงาน ทุกอย่างที่วัดได้ทางฟิสิกส์ มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ซึ่งต้องวัดได้ด้วยการเปรียบเทียบ สรุปได้เลยว่า เวลาไม่มีจริง จบ

ผมเคยอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์ Interstellar ครับ เขาบอกว่าเรา่สามารถย้อนเวลาได้ โดยการใช้รูหนอนและหลุมดำช่วย คือ รูหนอนอีกฟากหนึ่งต้องอยู่ใกล้หลุมดำ ทำให้เวลาช้าลงกว่าอีกฟาก เราต้อง เข้าไปในรูหนอน ไปสู่รูหนอนที่ใกล้หลุมดำ แล้วเราก็กลับเข้ามายังรูหนอนที่เรามา เราจะเห็นตัวเราเองที่กำลังเข้าสู่รูหนอนครับ

โลกต่างมิติมีจริง แต่โลกคู่ขนานไม่มีจริง เพราะแต่ละมิติย่อมมีเหตุการณ์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง และจึ่งไม่สามารถเรียกว่าโลกคู่ขนานได้
อดีตเรากลับไปแก้ไขไม่ได้ อนาคตเราเดินทางไปได้ด้วยการย่นระยะเวลาลง และตัวเราก็จะไปอยู่ในอนาคต และกลับมาอดีตอีกไม่ได้

เวลาในอดีตไม่มีอยู่จริง เวลาในอนาคตไม่มีอยู่จริง เวลามีเพียงปัจจุบันเท่านั้น ถ้าเอาเวลาไปคำนวนสุดท้ายจะทำให้ไม่สามารถหาค่าที่ถูกต้องได้ เพราะมันเป็นเพียงลำดับเหตุกราณ์ ยกตัวอย่าง เมล็ดพืชงอกแล้วแตกใบกลายเป็นต้นออกดอกเป็นผลจนแตกไปล้วนอยู่จุดเดียวของเหตุกราณ์ทั้งสิ้น

ถ้าเราย้อนเวลาได้จริงๆนะ ถ้าเราย้อนเวลาไปยุคหิน แล้วเอาของในยุกเราไปให้ใช้ เช่น ขวานเหล็ก ‘ เครื่องใช้ไฟฟ้าในยุคเราไปให้อะ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นละครับ ประวัติศาสตร์ก็ผิดเพี้ยนไปหมดเลย แล้วในเมื่อของในยุคเรากลายเป็นของในยุคหิน และคนในยุคหินก็จะพัฒนาของที่เราให้ไปเรื่อยๆ และตอนเรากลับมาปัจจุบัน เราจะเห็นเหมือนว่าเราอยู่ในโลกอนาคต

ผมคิดว่าการเดินทางข้ามเวลามันไม่ใช่สิ่งที่จะมีทางเกิดขึ้นได้จริง เริ่มจากตอนประถมที่ผมได้เรียนเรื่องดวงตานั่นก็คือการที่เรามองเห็นภาพได้นั้นเกิดจากการที่แสงเดินทางไปกระทบวัตถุแล้วสะท้อนเข้ามาในตาเรา ผมก็สงสัยว่ายังงั้นแล้วถ้าแสงมันไม่ได้กระทบตาเราและไม่มีอะไรบังอยุ่มันก็จะเดินทางไปเรื่อยเรื่อยหรอก็แปลว่าเราสามารถวิ่งลัดไปดูภาพในอดีตได้อ่ะดิ แล้าก็ส่งผลให้อยากรู้ว่าเราต้องเร็วเท่าไหร่ถึงจะเร็วกว่าแสง ทั้งหมดนี้คือเรื่องเมื่อตอนเด็ก จนเมื่อโตมาได้รับรู้ทฤษฎีที่ไอสไตน์บอกว่าถ้าเดินทางเร็วสัมพัธกับแสงออกไปจากโลกและเดินทางกลับมาเวลาของคนเดินทางจะเดินไปช้ากว่าที่โลก เมื่อได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกฯผมก็ย้อนนึกถึงสิ่งที่ผมในตอนเด็กและสงสัยว่าไอสไตน์สับสนหรือเปล่าระหว่างการย้อนเวลากลับการได้เห็นภาพในอดีต

ผมมีความคิดหนึ่งเกี่ยวกับมิติคู่ขนาน
1.คือการคู่ขนานเวลาเเต่ไม่ใช่โลกรูปเเบบเดียวกันตัวอย่างเช่นโดเรม่อนมูฟวี่จะเห็นว่าการดำเนินของเวลาจะคู่ขนานกันเเต่ไม่ใช่โลกเเบบเดียวกันในเรื่องโลกที่ขนานกันไปคือโลกเวทกับโลกปกติซึ้งในโลกอื่นที่ขนานกันไปอาจจะเป็นโลกที่มีตัวเราอยู่หรือไม่ก็ได้(จะมีใครเข้าใจบ้างมั้ยเนี้ย)
2.การกระทำที่ไม่ขนานเวลากันคือการที่เราอาจจะหยิบหรือกระโดดไม่ว่าเราจะทำอะไรตัวเราที่อยู่ในอีกห้วงเวลาหนึ่งก็จะทำเเต่ทำช้ากว่าซึ้งตัวเราในอีกมิติหนึ่งหรืออาจจะอีกล้านมิติอาจจะทำกันถ้านั้นเป็นตัวเราในอีกเลาหนึ่งหรือก็คือห้วงมิติเวลาที่เป็นอดีต
3.ผมจะไม่พูดว่าเวลาที่ผมพิมคอมเม้นนี้เป็นปัจจุบันเพราะใครจะไปรู้ว่าตอนไหนคือปัจจุบันงั้นถ้าตัวผมในอดีตในอีกเวลาหนึ่งหรือจะเป็นตัวผมในอีกล้านเวลาก็จะคิดว่าสิ่งที่กระทำอยู่ตอนนั้นคือปัจจุบันถ้าเป็นอย่างงั้นก็จะมีปัจจุบันหลายปัจจุบันเข้าไปอีก
จากสิ่งนี้ที่ผมคิดมันจะถูกย่อยเหลือเเค่อดีตเเละอนาคตเพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าปัจจุบันจริงๆคือช่วงไหน
หวังว่า3สิ่งที่ผมคิดนี้น่าจะให้สาระนิดหน่อยนะ

กาลเวลาและอวกาศนั้นไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง เช่นเมื่อปริภูมิเวลาและกาลอวกาศที่เคลื่อนที่ไปอยู่ใกล้กับหลุดดำกาลอวกาศจะบิดโค้งและแยกออกจากกันกาลอวกาศจะลู่ลงไปในแนวดิ่งตามแรงดึงดูดของหลุมดำและปริภูมิเวลาก็จะโค้งงอลงไปเป็นลักษณะรูปกรวยโดยปริภูมิเวลาและกาลอวกาศจะดิ่งลงไปเรื่อยๆดึงเอาปริภูมิเวลาและกาลอวกาศพุ่งลงไปด้านล่างด้วยแรงฉุดมหาศาลนั้นจะทำให้สายใยกาลอวกาศและปริภูมิเวลายึดออกและขยายจนเกิดเป็นช่องของกาลอวกาศและเวลามากมายในขอบข้างของหลุมดำนั้น ถ้าเราต้องการที่เราจะข้ามเวลาไปข้างหน้าเราจำเป็นต้องพุ่งดิ่งลงไปตามปริภูมิเวลาและกาลอวกาศและต้องพุ่งออกไปตามปล่องกาลเวลาที่ยึดออกตามขอบของหลุมดำนั้นเพื่อข้ามไปอีกด้านหนึ่งของขอบปากปล่องหลุมดำนั้นและไปยังขอบอีกด้านของมันซึ่งดูแล้วมันยากที่เราจะดิ่งผ่านมันลงไปได้แต่มันมีทางเป็นไปได้อยู่ในทางทฤษฎี คือมีอนุภาคชนิดหนึ่งที่สามารถพุ่งผ่านทุกๆอย่างในเอกภพได้โดยไม่มีสิ่งไหนขวางกันมันได้ก็คืออนุภาคนิวทริโน (Neutrino)ซึ่งจริงๆแล้วนิวทริโนมันก็คืออนุภาคประกอบที่ย่อยลงจากอิเล็กตรอนในอัตราพันล้านส่วนนั่นเองอิเล็กตรอนนั้นไม่สามารถเดินทางผ่านปากหลุมดำได้เพราะว่ามันเป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าแบบเข้มซึ่งจะไปกระทบกับอนุภาคอื่นๆที่มีแรงแม่เหล็กไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ อนุภาคนิทริโน นั้นเป็นเลปตอน นิวทริโนไม่มีประจุไฟฟ้า จึงไม่ถูกกระทบโดยแรงแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะกระทำต่อทุกอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า และการที่มันเป็นเลปตอน จึงไม่ถูกกระทบโดยอันตรกิริยาอย่างเข้ม นิวทริโนจึงถูกกระทบได้โดย อันตรกิริยาอย่างอ่อน และ แรงโน้มถ่วง เท่านั้น แรงอย่างอ่อนเป็นปฏิสัมพันธ์ที่มีระยะทำการสั้นมาก และแรงโน้มถ่วงก็อ่อนแออย่างสุดขั้วในระยะทางระดับอนุภาค ดังนั้นนิวทริโนโดยทั่วไปจึงสามารถเคลื่อนผ่านสสารทั่วไปได้โดยไม่ถูกขวางกั้นและไม่สามารถตรวจจับได้ ดันนั้นหากเราสามารถสร้างเครื่องแปรมวลสารจากเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ให้สลายอนุภาคของร่างกายเราให้เป็นอนุภาค นิวทริโน แล้วส่งมันผ่านออกไปด้วยแรงโน้มถ่วงแบบอ่อนให้มันเดินทางเข้าไปในปล่องของหลุมดำและเมื่อถึงขอบหรือระยะที่กำหนดก็พุ่งออกไปตามช่องกาลอวกาศและเวลาที่ยึดอยู่นั้นโดยเมื่อข้ามเข้าไปจนทะลุขอบพนังของหลุมดำแล้วก็ให้มันประกอบกันขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยการกำหนดตำแหน่งให้มันไปอยู่ในตำแหน่งเดิมของมันเราก็จะข้ามเวลาได้แล้วครับ

ผมว่าธรรมชาติคงไม่ยอมให้เราทำอะไรได้ การเดินทางไปในอดีต เรื่องในอดีตคือเรื่องที่ผ่านมาแล้วและถูกจัดการไว้อย่างดี ก็จะกลายเป็นหนังม้วนนึง เราคงทำได้เพียงหยิบม้วนหนังมาดู แต่เข้าไปในหนังไม่ได้ เส้นกั้นที่ว่า คงไม่พ้น เรื่องเวลา ดังนั้นดูอดีตดูได้ เรื่องอนาคตละ คิดง่ายๆ ทุกๆ 1 วินาทีของเราเราต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง และจะมีผลลัพธ์ตามมาหลายคำตอบ และเมื่อได้เลือกแล้วเราก็ต้องมีให้เลือกต่างๆ อีกตลอดเวลา เช่น ตอนนี้ผมหิว มี แอปเปิ้ลวางตรงหน้า วินาทีนั้นผมต้องมีทางเลือกหลักๆ คือ กิน กับ ไม่กิน เห็นไหมมีทางเลือกแล้วสองทาง พอผมเลือกกิน ก็จะมีทางเกิดขึ้นอีกว่ากินแล้วเกิดไรอีกบ้าง แล้วทางที่เลือกไม่กินละ ก็คงมี 2 เหตุการณ์ คือ เหตุการณ์ยังคงอยู่ แต่อยู่ในโลกคู่ขนาน ไม่ก็ทางที่สอง เมื่อเลือกทางใดทางหนึ่ง อีกทางต้องสลายหายไป ไม่เช่นนั้น เส้นทางอนาคตคงมีเยอะแยะมากมายไปหมด แต่ผมคิดว่า คงเป็นทางที่สลายหายไปมากกว่า เพราะถ้าไม่สลายหายไป หากมันยังคงอยู่ แล้วถ้าเราจะย้อนอดีตมา เราจะรู้ได้ไงว่าอดีตที่ย้อนมา เป็นของจริงไม่ใช่ของคู่ขนาน หรือโลกของเราเองจริงๆ แสดงว่าเครื่องมือเดินทางย้อนเวลา คงต้องมีความมั่นคงเที่ยงตรงสุดๆ มิฉะนั้น เครื่องเดินทาง อาจจะไปทำลายกำแพงของโลกคู่ขนานแล้วเข้าไปโลกคู่ขนานแน่ๆ ทางตรงข้าม ธรรมชาติคงไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นคงต้องสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งสุดๆ เพื่อไม่ให้โลกแต่ละอันยุ่งกันแน่นอน และหากเราต้องการยุ่ง ก็คงต้องมีเครื่องมือที่ทรงพลังมากที่จะทำลายกำแพงของธรรมชาตินี้ลงแน่นอน
.
.
ตามความคิดผม ย้อนอดีต ย้อนได้และเห็นได้อย่างเที่ยงแท้แน่นอน แต่คงไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ เหมือนเราดูหนังแต่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งกับหนังได้ ถ้าจะเข้าไปยุ่งได้ ก็คงต้องไปยุ่งตอนที่เขาถ่ายหนังกันแหละ อนาคต ก็คงดูได้แต่คงมีหลายๆ ทางมากๆ ถึงมากที่สุด เพราะทุกวิเราต้องเลือก หลังเลือกก็มีทางใหม่ให้เลือก ดังนั้นถ้าเราจะไปอนาคตเราคงไปได้ทีละแค่วิๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะเราต้องเลือกๆๆๆๆๆๆ เพื่อจะไปดูอนาคตของเราที่มีเพียงเส้นเดียวที่แท้ทรู คือเราต้องเร่งเวลาแล้วเลือกๆๆๆๆๆๆ สรุปคือ เราต้องหยุดเวลา และในขณะนั้นต้องดึงเวลาอนาคตมาดู ว่าวินาทีข้างหน้าเกิดไรแล้วเราน่าจะเลือกอะไร แล้วเลือกแล้วดึงๆๆๆ เลือกๆๆๆๆ งี้ไปเรื่อยๆ ในขณะที่เวลาจริงเราต้องยื้อหรือหยุดไว้ เหมือนกับ อเวนเจอร์ อินฟินิตี้วอร์ ที่หมอแปลกไล่ดูอนาคต ใช่ครับ แบบนั้นเลย คือเรานั่งไทมแมชชีนไป เราก็เจอหลายล้านๆๆๆๆ ผลลัพธ์น่าดู แต่เราไม่รู้ว่าอันไหนคืออันจริง จนกว่าเราจะเลือกๆๆๆๆ ทำๆๆๆ เพื่อไปถึงเส้นนั้นๆ สรุปคือไปดูแล้วเลือกเอาละกันว่าอยากเป้นอันไหน แล้วค่อยๆ ไล่ย้อนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กลับมา แล้วเอามาทำในปัจจุบันทีละขั้น นั่นเอง และเมื่อเราไปอนาคต เท่ากับเราอยู่นอกมิติกาลเวลาแล้วหยุดไว้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ เราก็เข้าไปยุ่ง สรุปว่า ณ เวลาที่เราออกจากมิติหยุดนิ่ง แล้วเข้าไปยุ่งในมิติที่กำลังเดิน แล้วจะย้อนกลับมาปัจจุบันก็คงไม่ได้อีกเพราะเราไปยุ่งตอนเวลาเดินแล้วเท่ากับอนาคตที่เราไปยุ่ง ก็จะกลายเป็นปัจจุบันของเราแล้ว จะย้อนไปเวลาที่จากมา ก็กลายเป็นอดีตไปอีกยุ่งไม่ได้ละ
.
****นี่ละครับธรรมชาติกำแพงมันหนามันแน่น ผมก็เคยสงสัยว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเห็นอดีต ท่านเห็นอนาคต ทำไมมีบางชาติท่านไม่เข้าไปแก้อดีตของตนละ ไม่ใช่ว่าท่านไม่อยากไปแก้ หรือจริงๆ แล้วท่านทรงรู้กฎธรรมชาติข้อนี้ดีว่าเข้าไปดูได้แต่เข้าไปยุ่งไม่ได้มีกำแพงกั้นอยู่ ไม่ได้ลบหลู่นะ แค่ทัศนคติครับ

ผมคิดอย่างนี้นะ แสงเมื่อมาตกกระทบวัตถุใด ก็จะสะท้อนออกจากวัตถุนั้น แล้วแสงสะท้อนนั้นก็มาเข้าตาของเรา เราจึงมองเห็นวัตถุนั้นได้ ทีนี้ลองคิดซิว่า แสงที่สะออกออกจากวัตถุต่าง ๆ ก็ยังคงสะท้อนออกไปเรื่อย ๆ ถ้าสมมุติว่าเราสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง เราจะไปดักรอแสงสะท้อนนั้น เมื่อแสงสะท้อนนั้นเข้าตาเรา เราก็จะเห็นวัตถุนั้น เราก็จะเห็นเหตุการณ์ในอดีตได้ แต่เราไม่สามารถไปจับต้องวัตถุนั้น ๆ เพราะมันเป็นเพียงภาพอดีตเท่านั้น เป็นแนวคิดของผมนะ ต้องรอให้มีการคิดยานเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสงซะก่อน อาจจะได้เห็นอย่างผมว่าก็เป็นได้

การเดินทางข้ามเวลา ไปอนาคตผมว่าทำได้ แต่ยากมาก ส่วนการเดินทางไปอดีต ผมว่า เหมือนกับเราดูหนังที่เขาถ่ายทำเสร็จแล้วแหละครับ คือ อดีต มันไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย เราย้อนกลับไป ก็ทำได้แค่ดู เพราะมันอยู่อีกมิติหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยเหมือนจะเข้าไปอยู่ในหนัง มันทำไม่ได้ ซึ่งมิติที่ว่าคือ มิติของเวลา เลยทำให้เราเข้าไปแทรกแซง ไม่ได้ เหมือนกับพระอรหันต์ ที่ถามว่าทำไมท่านระลึกชาติได้ แต่ทำไมท่านไม่ย้อนกลับไปในอดีตละ เพราะพวกท่านรู้ดีว่า ทำไม่ได้มากไปกว่าแค่การย้อนกลับไปดู ไม่สามารถฝืนธรรมชาติได้ ไม่อย่างนั้น ท่านโมคคัลลานะ คงย้อนกลับไปแล้วเลือกที่จะไม่ฆ่าพ่อแม่ในอดีตแล้ว
.
ส่วนการเดินทางไปในอนาคตนั้น ทำได้ยาก เพราะเหมือนเราเดินทางไปทางแบบ วันเวย์ แล้วไปเจอทางแยก เราต้องเลือกสักทาง และเมื่อเราเลือกทางแล้ว เราก็ต้องเดินตามทางนั้นไป เจอทางแยกอีก เราก็ต้องเลือกอีก ซึ่งทางเลือกนั้น มันเกิดขึ้นทุกๆ วินาที จะมีทางให้เราเลือกทำ และเมื่อเราทำลงไปก็จะมีผลของการทำนั้น และเราก็ต้องเดินทางไปตามทางเลือกนั้น เช่น คุณนึกอยากตบหัวเพื่อน ก็มีทางให้เลือกคือ ตบ กับไม่ตบ ถ้าเลือกตบ คุณก็อาจจะเจ็บตัวเพราะเพื่อนเอาคืน หรือเพื่อนอาจจะไปแจ้งครู หรือเพื่อนอาจจะไปบอกเพื่อนพาเพื่อนมาแก้แค้น หรือเขากลับไปฟ้องแม่ หรือเขาพาพี่มากระทืบเรา สรุปคือเราอาจจะโดนอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเลือกไม่ตบหัวเพื่อนละ เราก็ไม่เจ็บตัว ดังนั้น อนาคตจึงมีมากมายหลายล้านๆ แบบ ตามทุกๆ วินาทีที่เราลงมือทำลงไป ดังนั้นเราจะเดินทางไปอนาคต ทำได้ยากมากๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่า เราเดินไปในอนาคตที่ถูกจริงไหม ใช่อนาคตแท้ๆ เราหรือเปล่า ในขณะที่มันคืออนาคตที่เกิดขึ้นจริงๆ นะ ถ้าจะไปอนาคต 1 วัน 1 นาที มี 60 วิ ดังนั้น 1 ชั่วโมง จะมี 3600 วินาที ดังนั้น 1 วัน จะมี 80000+ วินาที แสดงว่า แค่หนึ่งวัน ก็จะมีอนาคตที่น่าจะเกิดขึ้นได้ถึง 80000+ กว่าแบบ แล้วถ้าจะไป 10 ปีข้างหน้าละ จะมีกี่ล้านแบบ ดังนั้นถ้าเราจะไปอนาคต เราต้องเข้าไปในมิติของเวลา เพื่อหยุดและเลือกในแต่ละวิ ซึ่ง มันก็เท่าๆ กับเวลาจริงอยู่ดี ถ้าอยากทำให้มันไปเร็วละ ก็ต้องหาวิธียืดเวลาออก แล้วเดินทางบนเวลาที่ยืดนั้น แล้วเลือกๆ ไปเรื่อยๆ อย่าลืมว่า อนาคตเราคนเดียวก็กี่ล้านๆแบบ แล้วถ้าเป็นคนทั้งโลกละ จะมีกี่แบบกัน ที่พุดว่าทั้งลูกเพราะ คนๆ นึงอาจจะส่งผลกับอนาคตโดยรวมของคนอื่นๆ เช่น ผู้นำประเทศประกาศสงครามโลกละ เดือดร้อนทั้งโลก ดังนั้นการไปอนาคต จึงทำได้ยากมากๆ มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากๆ ถึงมากสุดๆ โลกอนาคต เขาก็ย้อนไปดูอดีตได้แค่ในไทม์ไลน์ เขาเท่านั้น มาไทม์ไลน์เราไม่ได้ ดังนั้นแสดงว่า ไทม์ไลน์เรา ที่ไม่มีคัยย้อนกลับมาอาจจะเป็นเพราะอนาคตเราอาจจะพินาศก่อนจะได้พบเจอหนทางกลับมาได้ ไม่เหมือนไทม์ไลน์อื่นๆ
.
ยาวมาก ขออภัยตามความคิดนะครับ มิได้ลบหลู่ทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด

ผมเรียนฟิสิกส์ที่สวีเดน เป็นหนังสือเรียนเลย ครับ เห็นเขาบอกว่าสูตรทฤษฎีการไปอนาคตสามารถทำได้ โดยการพิสูท มาแล้วที่ส่งนักอวกาศเคลื่อนที่แบบคงที่ในความเร็ว60%ของแสงไปดาวไหนนี่แหล่ะแล้วก็กลับมาในเวลากี่ปีจำไม่ได้ แต่เขาเด็กลงไปสามปีจากการพิสูทของการแพทย์ แต่ถ้าจะไปอนาคต ร้อยสองร้อยปีมันต้องยานที่เร็วกว่านี้ หรือใช้เวลานานกว่านี้ ถือว่าเป็นก้าวเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ สักวันหน้าจะทำกันได้ แต่ย้อนกลับเวลานั้นไม่ได้มีการพิสูท แต่ไอน์สไตบอกว่าต้องเร็วกว่าแสง ซึ่งไม่มีใครทำได้.

เวลามันไม่มีอยู่จริง สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนแปลง หากแต่อาจมีอย่างสามารถ ชะลอการเปลี่ยนแปลงให้ช้าลงได้ สิ่งนั้นอาจเรียกว่ามิติ เปรียบเหมือนการแช่เนื้อไว้ในตู้เย็น และเปรียบว่าความเย็นคือมิติ เนื้อมันจึงเน่าช้าลง ไม่ใช่เนื้อนั้นเดินทางไปอนาคตได้ และเนื้อนั้นก็ไม่สามารถย้อนไปอดีตได้ เพราะสิ่งต่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เพียงแต่เนื้อสามารถหายไปอยู่ที่ไกล แล้วมองดูแสงสะท้อนของตัวเองในอดีต เหมือนดูวีดีโอ แต่เนื้อนั้นไม่สามารถมองเห็นอนาคตได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้น จึงไม่มีแสงสะท้อนให้ไปมองได้

เป็นไปไม่ได้คับ เพราะ มี 4 ข้อนี้อยู่ ความคิดเห็นของผมนะ
1.ถ้าย้อนกลับไปอดีตแล้วแก้ไขข้อผิดพลาด เมื่อกลับมาปัจจุบัน ก็จะดีขึ้นช้ะป่ะ แต่ถ้าเราย้อนกลับ ได้หมดทุกคนทั้งโลกล่ะ มันจะมีแต่คนดี เเล้ว เวรกรรม ผิดชอบชั่วดี มันจะเกิดขึ้นมาทำเชี่ยไร
2.การที่เราเดินหน้าไปในอนาคต มันก็จะได้รู้ช้ะป่ะ แต่นักวิทยาศาสตร์เขาคิดไว้เเล้ว ถ้าว่าเรารู้ว่าอนาคตเป็นยังไง ยังไงการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดมันก็ขึ้นกับปัจจุบัน ถ้าคุณรู้ว่าอนาคตมันมีดี แต่กลับมาปันจุบันคุณกลับทำไม่ดี สุดท้ายอนาคตมันก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจุบัน
3.หลักการวิจัย ถ้าคุณคิดจะย้อนเวลาหรือ จะไปในอนาคต ก็ตามหากคุณทำได้ มันจะเสียทุกอย่างเพื่อแลกกับคุณไปในเวลานั้นๆ เช่น ครอบครัว เพื่อน พี่น้อง จะหายไปจากคุณ
4.การย้อนเวลากลับไปเเล้วจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ช้ะป่ะ ถ้าลองคิดนะ คนที่ย้อนเวลากลับไปอาจใช้เวลามากๆ จนกลับมาปัจจุบันเพื่อนก็ตายกันหมดเเล้ว 555 มันซับซ้อนมากอ่ะ ผมว่าไม่มีทางที่จะข้ามเวลาได้หรอก


สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

สารคดี วิทยาศาสตร์โลกที่มองไม่เห็น
วิทยาศาสตร์โลกที่มองไม่เห็น เราต่างก็เชื่อว่าดวงตาของเรามองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ชันเจนและครบถ้วน แต่จริงๆแล้วดวงตามนุษย์มองเห็นได้น้อยกว่า 1% ของสิ่งที่มีอยู่จริง นั้นหมายความว่าเราล้อมรอบไปด้วยโลกทั้งหมดที่เรามองไม่เห็น แรงที่ลึกลับ คลื่นแสงที่ซ่อนอยู่และสัตว์ที่มองไม่เห็น สารคดี วิทยาศาสตร์โลกที่มองไม่เห็น วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* สารคดี วิทยาศาสตร์โลกที่มองไม่เห็น มีทั้งหมด 4 คลิปวีดีโอ 1.โลกที่มองไม่เห็น ตอน 1 2.โลกที่มองไม่เห็น ...
สารคดี พระเจ้าจากต่างดาว
การรายงานเกี่ยวกับ ยานอวกาศลึกลับ มีมาหลายร้อยปีแล้ว ภาพโบราณต่างๆ ในภาพดูคล้ายวัถตุทรงกลม ทรงเหมือนท่อ อยู่บนท้องฟ้าเหนือเมืองของพวกเขา ภาพถ่ายยานอวกาศต่างๆถูกพบเห็นบ่อยมากยิ่งขึ้น การค้นพบ Oumuamua นักวิทยาศาสตร์ ได้กล่าวว่า วัตถุที่ลอยอยู่ในระบบสุริยะจักรวาลของเราตอนนี้ มันอาจจะเป็นยานอวกาศก็ได้ แล้วถ้าเป็นจริง ...
สารคดี ความร้อนใต้พิภพ
สารคดี ความร้อนใต้พิภพ พลังงานความร้อนใต้พิภพ หมายถึง พลังงานความร้อนตามธรรมชาติที่ได้จากแหล่งความร้อนที่ถูกกักเก็บอยู่ภายใต้ผิวโลก การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ มีข้อดีคือ ไม่ก่อมลพิษหรือปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา พลังงานนี้เงียบและน่าเชื่อถืออย่างที่สุด โรงงานไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพผลิตพลังงานประมาณร้อยละ 90 ตลอดเวลาเมื่อเทียบกับร้อยละ 65-75 ของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่มีข้อเสียคือ อาจจะมีผลกระทบได้เช่นเดียวกับการใช้พลังงานชนิดอื่น ...
สารคดี วิศวะกรรมรถไฟเหาะ
รถไฟเหาะเครื่องเล่นยอดนิยมในสวนสนุกทั่วโลก สิ่งที่อยู่เบื้องหลังกลไกลการทำงานของรถไฟเหาะนั้นจะเป็นอย่างไรติดตามได้ใน สารคดี สำรวจโลก วิศวะกรรมรถไฟเหาะ [su_spoiler title="ฟิสิกส์ในสวนสนุก ฟิสิกส์ของรถไฟเหาะ ...
สารคดี สงครามอวกาศ
จรวดเท่าเสาโทรศัพท์พุ่งลงมาจากอวกาศชั้นนอก และทำลายเป้าหมายต่างๆบนโลก เลเซอร์พลังงานสูงทำลายล้างศัตรูทุกทิศทางในชั่วพริบตา ขีปนาวุธที่เคลื่อนที่เร็วเกือบเท่าแสง จะส่งแรงระเบิดมหาศาลโดยไม่ได้ใช้ระเบิดช่วย มันเริ่มเป็นไปได้ที่จะชนสิ่งต่างๆด้วยพลังงานของลูกระเบิดอะตอม โดยไม่จำเป็นต้องใช้การแผ่รังสีชนิดใดๆ และ นักรบอวกาศจะต้องสู้ตายในศึกที่ดุเดือดและไม่เหมือนใคร นี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันของนิยายวิทยาศาสตร์ แต่มันเป็นอนาคตของสงครามอวกาศในเอกภพแห่งนี้ สารคดี สงครามอวกาศ 1.ท่องจักรวาล 52 สงครามอวกาศ2.ท่องจักรวาล 52 ...
Copy link
Powered by Social Snap