ทำไมแกนโลกถึงร้อนกว่าดวงอาทิตย์

ทำไมแกนโลกถึงร้อนกว่าดวงอาทิตย์

พวกเราได้ทำการเดินทางไปในอวกาศไกลนับร้อยนับพันไมล์ แต่กับโลกของเราเองนั้น มันกลับไม่ค่อยได้ถูกขุดคุ้ยอะไรเท่าไหร่ แท้ที่จริงที่แกนกลางโลกมีความลับอันซ่อนเร้นที่แสนน่าอัศจรรย์ซ่อนอยู่

แกนด้านในของโลกเป็นลูกบอลแข็งแข็งพิเศษที่มีรัศมีน้อยกว่าดวงจันทร์เพียง 30% นักวิทยาศาสตร์พบว่ามวลของโลกส่วนใหญ่อยู่ที่ใจกลางของโลกเราเป็นหลัก อุณหภูมิของแกนโลกอยู่ที่ประมาณ 5,230 ° c ในขณะที่จุดหลอมเหลวของเหล็กบริสุทธิ์อยู่ที่ประมาณ 1,540° c ที่แกนกลางจุดหลอมเหลวของมันอยู่ที่ประมาณ 6,000 ° c

timestamps:
แกนโลกหนักมาก 0:20
เหล็กไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร 01:16
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแกนโลกมีขนาดเท่าไหร่ 02:40
มันมีความร้อนแค่ไหนและทำไม? 05:01
ทำไมมันถึงยังมีความแข็งอยู่? 06:05
เหตุใดโลกจึงยังคงเดือดปะทุ 06:25
ผลการศึกษาปี 2015 จากมหาวิทยาลัยเดอแรม 07:35

จัดทำคลิปโดย : ชีวิตสดใส / Bright Side Thai

ข้างใต้โลกมีอะไร ทำไมถึงร้อน?

ประเทศไทยที่ว่าร้อนก็แค่ 40 องศา แต่ทำไมใต้พื้นโลกไม่โดนแดดกลับอุณหภูมิสูงเกือบ 7,000 องศาเซลเซียส
ขอขอบคุณ MinuteEarth
ทำไมแกนโลกถึงร้อน?

แกนของโลกยังร้อนอยู่ได้ เนื่องจากความร้อนดั้งเดิมตั้งแต่สมัยก่อกำเนิดโลก
และการที่แกนโลกยังคงความร้อนจนมาถึงปัจจุบันได้ ก็เพราะแกนกลางโลกมีความกดดันสูงมาก
และยังมีกลไกการบิดตัวของโครงสร้างโลกจากการโคจรรอบดวงอาทิตย์ เรียกว่า gravitational heat
สุดท้าย …. ที่สำคัญมาก ๆ ก็คือ ได้ความร้อนมาจากปฏิกิริยา Nuclear fission ของธาตุกัมมันตรังสี
เช่น Potassium 40 Uranium 238,235 และ Thorium 232 …. 90% ของความร้อนมาจาก
ปฏิกิริยา Nuclear fission นี่แหละ

หากแกนโลกเย็นตัวลง จนกลายเป็นของแข็ง จะเกิดหายนะกับโลกเลยครับ
เพราะเมื่อแกนโลหะเหลวเย็นลงกลายเป็นของแข็ง ภาวะ Dynamo effect
ก็จะหมดไป ทำให้สนามแม่เหล็กของโลกหายไป …. และนี่เองที่จะทำให้
ลมสุริยะ (Solar wind) จะปัดเป่าชั้นบรรยากาศโลกออกไปเรื่อย ๆ จนหมด
และโลกเราจะกลายเป็นสภาพคล้ายดาวอังคารครับ คือเป็นดาวเคราะห์ที่ ตาย
ไม่มีน้ำ ไม่มีสิ่งมีชีวิต

ที่มา : https://pantip.com/topic/37876769

ทำไมความร้อนภายในโลกจึงไม่ลดลงไปเรื่อยๆ ในเมื่อนักวิทยาศาตร์บอกว่า โลกมีมาเป็นหลายล้านปีแล้ว?

*เพราะโลกมีมวลมากพอที่จะรักษาเก็บกักความร้อนภายในโลกได้

*ความร้อนจากใต้ภิภพ ไม่ได้กำลังเย็นตัวลง แต่คงที่ต่างหาก
ความร้อนหลักๆเลย ไม่ได้มาจากธาตุกัมมันตรังสี แต่เกิดจากความกดดันและอัดแน่นของมวลสารเป็นหลัก
เหมือนกับแกนกลางของดาวฤกษ์ ไม่ได้ประกอบจากธาตุอื่นเลย หลักๆมี H He แต่ก็สามารถเกิดความร้อนด้วยตัวเองได้ เพราะเนื่องจากสภาพความกดดันและความหนาแน่นของมวลสารล้วนๆครับ
เพราะมวลสารเมื่อถูกลดปริมาตรลง จะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น เนื่องจากอนุภาคหรือโมเลกุลชนกันถี่มากขึ้นจนเกิดความร้อนขึ้นมา ยิ่งถูกอัดแน่นมากเท่าไหร่ ก็เกิดความร้อนมากขึ้นเท่านั้น
ใครที่เคยเล่นกองทราย หากลองเอามือล้วงเข้าไปในกองทรายลึกๆ จะรู้สึกอุ่น แทนที่จะเย็น เพราะแบบนี้นั่นเองครับ

*สรุปว่า ความร้อน มาจากตัวกำเนิดแรงโน้มถ่วง ที่อยู่ใจกลางโลก อัดมวลสารเข้าด้วยกัน แต่หลักการทรงพลังงาน เมื่อสร้างงาน ก็ต้อง Loss ไปอยู่ดี

*ตอนแรกไม่ได้ตอบ แต่มีความเห็นหลายทางเลยมาสรุปให้
ภายในโลกร้อนขึ้นจากสามปัจจัยหลัก
– ความร้อนเนื่องจากการก่อตัว (การพุ่งชนของวัตถุที่ก่อตัวเป็นโลก”
– ความร้อนเนื่องจากความดันสูง
– ความร้อนจากกัมมันตรังสี
สองปัจจัยแรกสร้างความร้อนให้โลกประมาณ 20% และกัมมันตรังสีเป็นแหล่งความร้อนหลักราว 80%
http://en.wikipedia.org/wiki/Earth#Heat

ความร้อนในโลกกำลังลดลงช้าๆจากการแผ่รังสีความร้อน ค่อนข้างช้าเพราะเรามีเปลือกโลกคอยป้องกัน รวมถึงการไหลเวียนของมวลสารในโลกและเทคโทนิคเพลทด้วย
ทำให้ต้องใช้เวลานานเอามากๆกว่าแกนโลกจะเย็น จากการคำนวณ มันจะนานกว่าอายุระบบสุริยะที่เหลือซะอีกครับ

ที่มา : https://pantip.com/topic/31120208


แก่นโลก

แกนโลก (อังกฤษ: core) เป็นแกนกลางของโลก โดยอยู่ถัดเข้าไปจากเปลือกโลกและเนื้อโลก สามารถแบ่งได้สองส่วนคือ

  1. แกนโลกชั้นนอก มีความหนาตั้งแต่ 2,900–5,100 กิโลเมตร นักธรณีวิทยาเชื่อกันว่าชั้นนี้ประกอบด้วยโลหะเหล็กและนิกเกิลเป็นส่วนใหญ่เป็นส่วนที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กโลก โดยมีสถานะเป็นของเหลวหนืด และมีอุณหภูมิสูงมาก มีอุญหภูมิประมาณ 4,300–6,200 องศาเซลเซียส
  2. แกนโลกชั้นใน ส่วนประกอบของแก่นโลกชั้นในเหมือนกับของชั้นนอกแต่อยู่ในสถานะของแข็ง เนื่องจากมีความดันและอุณหภูมิสูงมาก โดยอาจสูงถึง 6,200–6,400 องศาเซลเซียส

แกนโลก กับ วันสำคัญ 4 วัน ในตำแหน่งของโลก 4 ตำแหน่ง

แกนโลก คือ แกนสมมุติที่ผ่านขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ โลกจะหมุนรอบตัวเองวันละหนึ่งรอบ และโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบละ 1 ปี แกนที่โลกหมุนไม่ได้ตั้งฉากกับระนาบทางโคจร แต่เอียงจากแนวตั้งฉากเป็นมุม 22.5 องศา ทำให้ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ในเดือนมิถุนายนและหันออกในเดือนธันวาคม ขณะที่เดือนมีนาคมและเดือนกันยายนจะหันด้านข้างเข้าหาดวงอาทิตย์ ใน 1 ปี หรือ 365 วัน จึงมีวันสำคัญ 4 วัน ณ ตำแหน่งของโลก 4 ตำแหน่ง ได้แก่

โลก 4 ตำแหน่ง

1. ตำแหน่งที่ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ ตรงกับวันที่ 22 มิถุนายน ในวันนี้ประเทศไทยจะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นเฉียงไปทางเหนือจากทิศตะวันออกมากที่สุด และตกไปทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือ 23.5 องศา ทำให้ดวงอาทิตย์อยู่บนฟ้านานที่สุด วันที่ 22 มิถุนายนจึงเป็นวันที่กลางวันยาวที่สุด ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็ว และตกช้า ทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้าเพื่อแสงสว่างน้อยกว่าวันอื่น ๆ

2. โลกจะหันด้านข้างเข้าหาดวงอาทิตย์ในเดือนกันยายน ซึ่งตรงกับวันที่ 23 กันยายน ประเทศไทยในวันนี้จะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรงจุดทางทิศตะวันออกพอดีและตกตรงจุดทางทิศตะวันตกพอดี เส้นทางขึ้น-ตก ของดวงอาทิตย์ในวันนี้ เรียกว่า เส้นศูนย์สูตรฟ้า นอกจากนี้ ละติจูด หรือตำแหน่งบนผิวโลกยังเป็นตัวแปรที่ทำให้กลางวันยาวกว่ากลางคืน สรุปได้ว่าเมื่อประเทศไทยเคลื่อนมาอยู่ตำแหน่งนี้ ในวันที่ 23 กันยายน ประเทศไทยจะมีเวลากลางวันยาวกว่ากลางคืน 7 นาที

3. ตำแหน่งที่โลกหันขั้วโลกเหนือออกจากดวงอาทิตย์ ตรงกับวันที่ 22 ธันวาคม ประเทศไทยในวันนี้จะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด คือ เฉียงไปทางใต้ 23.5 องศา และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้ 23.5 องศา ดวงอาทิตย์ขึ้นสาย และตกเร็ว กลางวันจึงสั้นขณะที่กลางคืนจะยาว ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย สำหรับไฟฟ้าเพื่อแสงสว่างมากกว่าเดือนอื่น ๆ นอกจากกลางวันจะสั้นแล้ว แสงแดดที่ส่องมายังประเทศในซีกโลกเหนือยังเฉียงทั้งวันทำให้ความร้อนแผ่กระจายเป็นบริเวณกว้างอุณหภูมิต่อพื้นที่จึงต่ำ นี่คือ สาเหตุที่เรียกวันที่ 22 ธันวาคมว่า Winter Solstice

4. ตำแหน่งที่โลกหันด้านข้างเข้าหาดวงอาทิตย์ในเดือนมีนาคม ตรงกับวันที่ 21 มีนาคม เส้นแบ่งกลางวัน และกลางคืนจะผ่านทั้งขั้วโลกเหนือ และขั้วโลก ใต้ กลางวัน และกลางคืนจะยาวเท่ากันทั่วโลก ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงจุดทิศตะวันออกพอดีและตกตรงจุดทิศตะวันตกพอดี แต่เพราะดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่ และการหักเหของแสงเนื่องจากบรรยากาศของโลก รวมทั้ง ละติจูดที่แตกต่างกัน จึงทำให้กลางวันยาวกว่ากลางคืนทั่วโลก

ที่มา : https://web.ku.ac.th/


สารคดีที่คล้ายกันแนะนำ

โลกจะแตกวันไหน?
โลกจะแตกวันไหน? หลายคนคงอยากรู้และตั้งคำถามมานาน วันไหนโลกจะแตก เป็นคำถามที่ไม่มีใครรับรู้ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นมันต้องมีคนเหนือคนหรือบุคคลที่เขาสามารถทำนายล่วงรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันข้างหน้าได้ ซึ่งก็มีบุคคลที่โด่งดังหลายๆท่านที่ทำนายว่าโลกจะแตกก่อนหน้านี้ สุดท้ายก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน โลกจะแตกวันไหน? วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* โลกจะแตกวันไหน? มีทั้งหมด 20 คลิปวีดีโอ 1.โลกจะแตกวันไหน วันไหนที่โลกจะแตก? 2.โลกจะแตกจริงหรือไม่? 3.โลกจะแตกตามคำทำนาย จริงหรือ 4.คำทำนาย ยุคสุดท้าย (วันสิ้นโลก) ที่ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ...
นักดาราศาสตร์ชี้มนุษย์จะได้เจอมนุษย์ต่างดาว ภายในปี 2031
มนุษย์อาจจะได้เจอมนุษย์ต่างดาว ภายในปี 2031 ผมเองไม่อยากจะเชื่อนักหรอกเราจะได้เจอพวกเขา... มนุษย์จะได้เจอมนุษย์ต่างดาวภายในปี 2031 นักดาราศาสตร์ชื่อดังของรัชเซียออกมายืนยันเลยว่าในจักรวาลยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆอยู่ และ มนุษยชาติจะได้เผชิญหน้ากับผู้มาเยือนจากนอกโลกอย่างแน่นอนภายใน 20 ปี ข้างหน้า นักดาราศาสตร์ชี้มนุษย์จะได้เจอมนุษย์ต่างดาว ภายในปี 2031 วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* นักดาราศาสตร์ชี้มนุษย์จะได้เจอมนุษย์ต่างดาว ภายในปี ...
หลุมดำใต้มหาสมุทรแอตแลนติก
หลุมดำที่ว่านี้อยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นน้ำวนขนาดยักษ์ และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอีทีเอช ซูริค และมหาวิทยาลัยไมอามี่ เชื่อว่ามันดูดกลืนน้ำแบบเดียวกับที่หลุมดำในห้วงอวกาศดูดกลืนแสง อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่านี่เป็นแค่น้ำวน หรือเป็นหลุมดำที่ซ่อนตัวอยู่บนโลก ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่อาจกล่าวได้แน่ชัด มหาสมุทรของโลกครอบคลุมกว่า 70% ...
จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา หากดวงอาทิตย์หายไป…
จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา หากดวงอาทิตย์หายไป... สิ่งมีชีวิตบนโลกขับเคลื่อนและดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์คือใจกลางของระบบสุริยะ ซึ่งโลกและดาวเคราะห์อื่นๆโคจรรอบดวงอาทิตย์ทั้งสิ้น แต่จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา ถ้าเกิดดวงอาทิตย์หายไป? จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา หากดวงอาทิตย์หายไป... วีดีโอในเพลย์ลิสต์อาจถูกลบ เลือกคลิปถัดไป* จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา หากดวงอาทิตย์หายไป... มีทั้งหมด 9 คลิปวีดีโอ 1.หากดวงอาทิตย์หายไปจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา โดย POMSTER Freestyle 2.จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา ...
เรื่องของ”โลก” ที่เราไม่รู้มาก่อน
เรื่องของ"โลก" ที่เราไม่รู้มาก่อน โลกเกือบกลมใบนี้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่เมื่อประมาณ 4,540 ล้านปีก่อน ในฐานะดาวเคราะห์ดวงหนึ่งของระบบสุริยะ (Solar system) ที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง โลกมีสารพัดเรื่องราวให้มนุษย์ได้ศึกษาทำความเข้าใจกันอย่างไม่มีวันจบสิ้น หลายๆ เรื่องราว หลายๆ ข้อมูลเป็นสิ่งที่เราอาจไม่เคยรู้หรือแทบจะนึกไม่ถึงมาก่อน แต่ถ้าได้ลองเก็บมานั่งทบทวนดูแล้ว เราจะพบความมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ได้อีกมากเลยทีเดียว เรื่องของ"โลก" ...
Copy link
Powered by Social Snap