ละคร หงส์ในกรงกา 2566 ละครไทยแนวดราม่าเข้มข้น หญิงสาวคนหนึ่งที่ชีวิตเหมือนถูกโยนลงไปในกรงนกเต็มไปด้วยกาใจร้าย แต่เธอคือหงส์ตัวจริงที่ต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เน้นธีมครอบครัวมหาเศรษฐี ความละโมบ การพลัดพราก และความรักแบบโรแมนติกผสมดราม่า เรื่องราวเต็มไปด้วยพลิกผันที่ทำให้คุณลุ้นจนเหนื่อย เรื่องเริ่มจาก “ส้มพอ” (พีพี พัชญา) สาวน้อยจากเชียงใหม่ที่เติบโตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยวชื่อ “นงนุช” (แอ้ม ศิรประภา) ชีวิตยากจนแต่เรียบง่าย ต้องทนกับป้าพอลล่า (โก้ ธีรศักดิ์) เจ้าของบ้านเช่าปากร้าย แต่ยังมีพงศธร (ปราบ ยุทธพิชัย) เพื่อนแม่ที่แอบรักนงนุช คอยช่วยเหลือให้ขายอาหารหน้าร้านกาแฟฟรีๆ ส้มพอมีเพื่อนสนิทอย่างมะเหงก (ด.ช.ฉันท์ชนก ทรงศิลป์) เด็กวัด และพอส้ม (ด.ญ.พิชามญชุ์ สมเลิศ) เด็กกำพร้าที่พงศธรเลี้ยงดู
วันหนึ่ง ส้มพอไปส่งอาหารที่รีสอร์ตสิงหปุระ แล้วเจอ “กุมภา” (เบน สันติราษฎร์) ผู้บริหารหนุ่มที่เข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นโจร แต่ “กิ่งกนก” (พรสวรรค์ มะทะโจทย์) ผู้จัดการรีสอร์ตที่เอ็นดูส้มพอมาตั้งแต่เด็ก มาช่วยเคลียร์ ส้มพอช่วยกุมภาดูแลแขก VIP และพาเที่ยวดอยสุเทพ จนกุมภาเกือบตกเขาแต่ส้มพอช่วยไว้
แล้วเรื่องใหญ่เกิดขึ้น “ธนชาติ” (เอิร์ธ ณัฐนันท์) ลูกชายคนเล็กของ “กมลา” (ดวงตา ตุงคะมณี) มหาเศรษฐีเจ้าของเครือสิงคหบดีรักษ์ ประสบอุบัติเหตุรถตกเขา เพราะแอบรู้ความลับว่ากมลาและพจนีย์ (พรนภา เทพทินกร) ภรรยาลูกชายคนโตที่ตายไปแล้ว ร่วมกันใส่ร้ายนงนุชว่าตั้งท้องกับชู้และขโมยเงินหนี ธนชาติมารับภรรยาและลูก (นงนุชกับส้มพอ) แต่รถตก ส้มพอช่วยกุมภาตามหาแต่ไม่เจอศพ
ต่อมา มีมือปืนยิงส้มพอ พงศธรช่วยไว้จนเจ็บ กมลาเชื่อว่าธนชาติตายแล้ว สั่งกุมภาตามหานงนุชกับส้มพอ ส้มพอเข้าใจผิดว่าพ่อยังอยู่ เลยไปกรุงเทพฯ กับมะเหงก กุมภาติดต่อรณรงค์ (แอมป์ พีรวัศ) ตำรวจเพื่อนสนิทช่วยหา แต่ภัคพร (แพม สุชานุช) น้องสาวกุมภาไม่ชอบเพราะแอบรักรณรงค์
ส้มพอรู้ความจริงจากกมลาว่าธนชาติคือพ่อแต่ตายแล้ว เสียใจมาก กมลาขอให้อยู่เพราะไม่ชอบเอมมิกา (ไอซ์ ณธษา) ลูกสาวพจนีย์ที่เอาแต่เที่ยว ต่างจากตุลเทพ (ปรมิณ ศิระวนาดร) พี่ชายที่ตายตามธนชาติไม่นาน พจนีย์เกลียดกมลา เลยใช้วิจิตร (ศรุฒ สุวรรณภักดี) และอติเดช (ธีร์ วณิชนันทธาดา) เพลย์บอยหลอกเอมมิกา มาทำร้ายส้มพอสารพัด เช่น ลอบยิง ผลักตกบันได วางเพลิงเอกสารประมูลโครงการ APEC
ส้มพอพิสูจน์ตัวเองด้วยความดี ชนะใจทุกคน แต่ยิ่งเด่นยิ่งอันตราย พจนีย์ผลักกมลาตกบันไดแล้วใส่ร้ายส้มพอ ชีวิตส้มพอเต็มไปด้วยดราม่า แต่มีกุมภาคอยช่วย จนเกิดความรัก ธนชาติจริงๆ ไม่ตายแต่ความจำเสื่อม อยู่กับนงนุชและพงศธร สุดท้ายฟื้นความจำ กลับมาช่วยเปิดโปงพจนีย์ที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง รวมถึงฆ่าตุลเทพ พจนีย์ถูกจับ เอมมิกาเสียสติ กุมภาและส้มพอลงเอยกัน รณรงค์แต่งกับภัคพร ครอบครัวรวมกันอย่างมีความสุข
“หงส์ในกรงกา” เป็นละครที่ผสมดราม่าครอบครัว การหักหลัง และโรแมนติกได้ลงตัวมาก ทำให้คุณเห็นว่าชีวิตแม้ต่ำต้อยแต่ถ้าสู้ก็ชนะได้
เนื้อเรื่องเด็ดมาก มันเล่าเรื่องส้มพอ สาวยากจนที่กลายเป็นทายาทมหาเศรษฐี แต่ต้องเจออุปสรรคจากย่าและญาติใจร้าย ดราม่ามาเต็ม ทั้งลอบฆ่า ใส่ร้าย ตรวจ DNA ปลอม โครงการประมูล APEC วางเพลิง ฯลฯ ทำให้ลุ้นทุกตอน ตอนจบพีคสุด ลุ้นว่าพจนีย์จะถูกจับยังไง ธนชาติพ่อที่คิดว่าตายแต่จริงๆ ความจำเสื่อม กลับมาช่วยเปิดโปง เรตติ้งสูงเพราะแบบนี้แหละ โดนใจแฟนละครที่ชอบแนวสู้ชีวิต
นักแสดงเล่นดีทุกคน เบน สันติราษฎร์ เป็นกุมภา ผู้บริหารสุภาพบุรุษ คอยช่วยนางเอก เคมีกับพีพี พัชญาเด้งมาก ดูแล้วฟิน พีพีเล่นส้มพอได้น่ารัก สู้ชีวิตแต่ไม่ยอมแพ้ ดวงตา ตุงคะมณี เป็นกมลา ย่าที่ใจร้ายตอนแรกแต่เปลี่ยนใจ เล่นได้สมจริง พรนภา เทพทินกร เป็นพจนีย์ วายร้ายตัวแม่ เกลียดแล้วเกลียดเลย ไอซ์ ณธษา เป็นเอมมิกา สาวเอาแต่ใจ เล่นได้น่าหมั่นไส้ แอมป์ พีรวัศ เป็นรณรงค์ ตำรวจเพื่อนพระเอก ก็เท่ดี แพม สุชานุช เป็นภัคพร น้องสาวกุมภา แอบรักรณรงค์ น่ารักมาก นักแสดงเด็กอย่างมะเหงกก็ซนดี เพิ่มสีสัน
จุดเด่นคือดราม่าเข้ม โรแมนติกไม่เลี่ยน มีฉากลุ้นอย่างไล่ยิง กระโดดน้ำหนี ผลักตกบันได การผลิตดี ถ่ายทำเชียงใหม่สวยงาม รีสอร์ต น้ำตก ดอยสุเทพ เหมือนได้เที่ยว ธีมสอนดี ว่าความดีชนะความชั่ว ชาติตระกูลไม่สำคัญเท่าคุณค่า เรตติ้งพุ่งเพราะตอนจบดราม่าสุดพีค ลุ้นรักเบน-พีพี จากข่าว ch7 บอกว่าดราม่ารสจัด โดนใจแฟนละครต่อเนื่อง
ละคร หงส์ในกรงกา 2566
เบื้องหลังละคร “หงส์ในกรงกา” ละครเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่าหน้าจอ แต่เบื้องหลังก็สนุกไม่แพ้กันนะ ถ่ายทำหนัก ถ่ายกลางป่า น้ำตก เชียงใหม่ กรุงเทพฯ นักแสดงเจอดราม่าจริงๆ ด้วย
ละครเรื่องนี้ผลิตโดยบริษัทปภัสรา โปรดักชั่น จำกัด ผู้จัดคือกบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์ ผู้จัดมือโปรที่เคยทำละครฮิตอย่าง “เพลิงบุญ” “กรงกรรม” เธอเล่าว่าเลือกเรื่องนี้เพราะบทประพันธ์ของภาคินัยมันเข้มข้น ธีมสู้ชีวิต ทายาทมหาเศรษฐี แต่มีดราม่าครอบครัวหนัก บทโทรทัศน์โดยภูมิใจ ที่ปรับให้ทันสมัย เข้ากับยุค 2023 กำกับโดยจารึก สงวนพงษ์และกษมา นิสสัยพันธุ์ ที่เน้นถ่ายทำจริง ไม่ใช้ CGI เยอะ ถ่ายทำหลักที่เชียงใหม่และกรุงเทพฯ ใช้เวลา 6-7 เดือน เริ่มถ่ายปลายปี 2565 จบต้น 2566 ออกอากาศ 10 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2566 จันทร์-พฤหัส 20.30 น. เรตติ้งเฉลี่ย 4.4 สูงสุด 5.2 เลย
นักแสดงนำ เบน สันติราษฎร์ เป็นกุมภา พระเอกครั้งแรกกับช่อง 7 เบนเล่าว่าสนุกแต่เหนื่อย ฉากไล่ล่าในป่า ถ่ายจริงที่เชียงใหม่ โดนยุงกัด ฝนตก แต่เคมีกับพีพี พัชญา นางเอกดีมาก พีพีเล่นส้มพอ สาวสู้ชีวิต เธอบอกว่าต้องร้องไห้เยอะ ซีนทะเลาะแม่ อินจนน้ำตาไหลจริง ไอซ์ ณธษา เป็นเอมมิกา วายร้าย ต้องเล่นร้ายแต่มีเหตุผล เธอสัมภาษณ์ว่าสนุกได้เล่นบทแสบๆ ดวงตา ตุงคะมณี เป็นกมลา ย่าจอมโหดแต่เปลี่ยนใจ ป้าดวงเล่นได้สมจริงมาก พรนภา เทพทินกร เป็นพจนีย์ วายร้ายตัวแม่ เธอเล่าว่าต้องใส่อารมณ์ร้ายตลอด เหนื่อยแต่ท้าทาย เอิร์ธ ณัฐนันท์ เป็นธนชาติ พ่อที่ความจำเสื่อม ฉากรถตกเขาใช้สตันท์แต่เขาก็ลงเล่นเองบางส่วน
เบื้องหลังถ่ายทำหนักมาก ฉากรีสอร์ตสิงหปุระ ถ่ายจริงที่เชียงใหม่ ทีมงานต้องขึ้นดอยสุเทพ น้ำตกหลายรอบ ฉากรถตกเขา ไล่ยิง กระโดดน้ำ ใช้สตันท์แมนแต่พระนางลงเองบางซีน พีพีเล่าว่ากระโดดน้ำจริง เย็นมากแต่สนุก นักแสดงเด็กอย่างมะเหงกกับพอส้ม น่ารัก ทีมงานดูแลดี ผู้จัดกบบอกว่ายากเพราะโควิดยังระบาด แต่ทีมเวิร์กดี ไม่มีดราม่า งบผลิตสูงเพราะโลเคชั่นสวย ทีมเขียนบทปรับจากนิยายให้มีโครงการ APEC เข้ามาเพื่อทันสมัย
ข่าวเบื้องหลังจากเว็บ Ch7 บอกว่านักแสดงสนิทกันมาก เบนกับพีพีเคมีดี จนแฟนๆ เชียร์คู่จริง ไอซ์เล่นร้ายจนคนดูเกลียดแต่ชมการแสดงดี เรตติ้งสูงเพราะโปรโมทดี คลิปเบื้องหลังใน YouTube ช่อง 7HD มีเยอะ อย่างฉากร้องไห้ ทีมงานปลอบกันใหญ่
นักแสดง
→ เบน สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ รับบท กุมภา

ผู้บริหารหนุ่มที่เติบโตมาจากการสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก และได้รับการอุปถัมภ์จากกมลา มหาเศรษฐีแห่งตระกูลสิงคหบดีรักษ์ ทำให้เขามีบุคลิกสุภาพ อ่อนโยน แต่เด็ดเดี่ยวในยามจำเป็น เขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อบุญคุณ คอยดูแลกมลาและภัคพรน้องสาวอย่างใกล้ชิด ในเรื่องเขาถูกส่งไปดูแลรีสอร์ตที่เชียงใหม่ ที่นั่นเขาได้พบส้มพอครั้งแรกด้วยความเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นโจร แต่สุดท้ายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพัน กุมภาคอยช่วยเหลือส้มพอจากอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตามหาธนชาติพ่อของเธอที่รถตกเขา การไล่ล่าจากวิจิตรลูกน้องพจนีย์ หรือแม้แต่การแก้ปัญหาในบริษัท
เขาเป็นคนที่ไม่แสดงออกเรื่องความรักชัดเจน แต่คอยอยู่เคียงข้างอย่างเงียบๆ เช่นตอนส้มพอถูกผลักตกบันไดหรือถูกใส่ร้าย เขาจะรีบมาปลอบและปกป้องเสมอ ในฐานะผู้บริหาร เขามีความรับผิดชอบสูง ช่วยส้มพอชนะการประมูลโครงการ APEC และคอยสืบหาความจริงเบื้องหลังแผนร้ายของพจนีย์ บุคลิกของเขายังแสดงถึงความอดทน เช่นตอนถูกยิงที่ขาแต่ยังหนีกับส้มพอ หรือตอนโดดรับกระสุนแทนเธอในตอนจบ กุมภาเป็นตัวแทนของผู้ชายที่ใช้เหตุผลนำทาง แต่หัวใจอ่อนไหวต่อความดีงาม ทำให้เขาเป็นพระเอกที่คนดูรู้สึกอบอุ่นและอยากเอาใจช่วยตลอดเรื่อง
ฉายา อัศวินผู้พิทักษ์เงียบ
กุมภาได้รับฉายานี้เพราะเขาเปรียบเสมือนอัศวินที่คอยปกป้องคนที่รักโดยไม่ต้องการเสียงปรบมือหรือคำชม เขาไม่ใช่คนที่ชอบโชว์ออฟ แต่จะปรากฏตัวในยามที่ส้มพอต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด เช่นตอนไล่ล่าที่ป่าเชียงใหม่ เขาขับรถขวางกระสุนให้ธนชาติ หรือตอนกระโดดน้ำหนีวิจิตรพร้อมส้มพอ แม้ตัวเองเจ็บขาแต่ยังคอยดูแลเธอให้ปลอดภัย ความเงียบของเขาสะท้อนถึงความสุภาพและไม่ต้องการเครดิต เช่นตอนรู้แผนสลับ DNA ของเอมมิกา เขาแอบจัดการนำผลจริงมาให้กมลาโดยไม่บอกใคร ทำให้เรื่องคลี่คลาย ฉายานี้ยังเหมาะเพราะเขารับบุญคุณกมลา คอยพิทักษ์ตระกูลจากภายใน แต่สุดท้ายเลือกหัวใจตัวเอง ลงเอยกับส้มพอหลังจากเข้าใจผิดกันไปมา
ข้อคิด ความซื่อสัตย์นำพาชัยชนะ
จากบทบาทกุมภา ข้อคิดนี้สอนว่าความซื่อสัตย์ต่อตัวเองและคนรอบข้างจะนำไปสู่ชัยชนะในที่สุด แม้เขาจะถูกกมลาสั่งให้หลีกทางให้รณรงค์เพราะอยากให้ส้มพอลงเอยกับตำรวจ แต่กุมภาเลือกที่จะซื่อตรงกับความรู้สึก โดยไม่ทรยศบุญคุณ แต่ใช้การกระทำพิสูจน์ เช่นคอยช่วยส้มพอจากแผนร้ายของพจนีย์ จนสุดท้ายกมลาและธนชาติยอมรับ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เขารู้แผนหักหลังแต่ไม่รีบเปิดโปงทันที รอหลักฐานมั่นคง ทำให้จับพจนีย์ได้สำเร็จ สุดท้ายความซื่อสัตย์ทำให้เขาชนะใจทุกคน รวมถึงความรักกับส้มพอที่ลงเอยอย่างสวยงาม
→ พีพี พัชญา เพียรเสมอ รับบท ส้มพอ

สาวน้อยจากเชียงใหม่ที่เติบโตมาด้วยความยากจนแต่มีจิตใจเข้มแข็ง เธออาศัยกับแม่นงนุช แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ถูกย่ากมลาไล่ออกจากบ้านเพราะฐานะต่ำต้อย ทำให้ชีวิตพลัดพรากจากพ่อธนชาติ ส้มพอมีบุคลิกสดใส ซื่อสัตย์ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เธอทำงานส่งอาหาร รำโชว์ที่รีสอร์ต จนได้พบกุมภาและเข้าไปพัวพันกับตระกูลสิงคหบดีรักษ์ ในเรื่องเธอถูกเปรียบเป็นหงส์ที่หลงเข้าไปในกรงกา ต้องเผชิญกับการหักหลังจากพจนีย์และเอมมิกาที่เกลียดเธอเพราะกลัวเสียสมบัติ ส้มพอคอยพิสูจน์ตัวเองด้วยความดี เช่นช่วยแก้ปัญหาที่รีสอร์ตตอนแม่บ้านท้องเสีย ชนะการแข่งจัดงานเลี้ยง หรือส่งเอกสารประมูล APEC ทันเวลา
เธอเป็นคนที่อดทนต่อการถูกใส่ร้าย เช่นตอนถูกผลักตกบันไดหรือถูกหาว่าทำร้ายกมลา แต่เธอใช้สติและน้ำใจเอาชนะใจคนรอบข้าง ในด้านความรัก เธอผูกพันกับกุมภาที่คอยช่วยเหลือ แต่ก็มีดราม่าเข้าใจผิดกับรณรงค์ที่แอบชอบเธอ ส้มพอแสดงถึงความกตัญญูต่อแม่ อย่างตอนทะเลาะเพราะเรื่องพ่อแต่สุดท้ายปรับเข้าใจ และเธอยังคอยปกป้องเพื่อนอย่างมะเหงกที่ถูกจับตัว บุคลิกของเธอยังรวมถึงความกล้าหาญ เช่นตอนหนีวิจิตรในป่าหรือตอนตบกลับพจนีย์ที่ทำร้าย สุดท้ายเธอลงเอยอย่างมีความสุขหลังพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับการเป็นทายาท
ฉายา หงส์สู้ชีวิต
ส้มพอได้รับฉายานี้เพราะเธอเปรียบเสมือนหงส์ที่สวยงามแต่ถูกเลี้ยงในกรงกาที่เต็มไปด้วยกาใจร้ายอย่างพจนีย์และเอมมิกา เธอมาจากชีวิตยากจนแต่มีคุณค่าที่แท้จริง ต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมายเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เช่นตอนถูกไล่ยิงที่เชียงใหม่หรือถูกใส่ร้ายว่าขโมยกระเป๋ากมลา แต่เธอใช้ความดีและสติปัญญาเอาชนะ เช่นช่วยกุมภาตามหาธนชาติในป่าหรือแก้ปัญหางานเลี้ยงด้วยขันโตกเหนือ ฉายานี้ยังสะท้อนความอดทนของเธอที่ไม่ยอมแพ้แม้ถูกผลักตกเขาในฝันร้ายหรือถูกตบหน้าโดยแม่และพจนีย์ สุดท้ายเธอโบยบินออกจากกรงกา ชนะใจทุกคนและได้ความรักจากกุมภา
ข้อคิด ความดีชนะทุกสิ่ง
จากบทบาทส้มพอ ข้อคิดนี้สอนว่าความดีและน้ำใจจะนำไปสู่ชัยชนะแม้ในสถานการณ์ยากลำบาก เธอถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นถูกเอมมิกาหลอกขังมะเหงกหรือถูกพจนีย์วางยา แต่เธอตอบโต้ด้วยความซื่อสัตย์ เช่นช่วยภัคพรจากอติเดชหรือให้กำลังใจกุมภาตอนเจ็บ ซึ่งทำให้เธอชนะใจกมลาและธนชาติ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอไม่แก้แค้นแต่ใช้การกระทำพิสูจน์ เช่นตอนชนะการแข่งจัดงานด้วยข้อมูลที่หามาเอง สุดท้ายความดีทำให้เธอได้สมบัติและความรัก ลงเอยอย่างสงบสุข
→ แอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท รณรงค์

ตำรวจหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทกับกุมภา ตั้งแต่สมัยเรียน เขามีบุคลิกตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ และคอยช่วยเหลือคนรอบข้างอย่างไม่ลังเล ในเรื่องเขาได้รับมอบหมายให้สืบคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลสิงคหบดีรักษ์ เช่นการหายตัวของธนชาติที่รถตกเขา ซึ่งเขาเป็นคนแจ้งว่าหยุดค้นหาแต่ยังแอบช่วยกุมภาต่อ รณรงค์แสดงถึงความเป็นมืออาชีพในฐานะตำรวจ เช่นตอนขับรถมาช่วยกุมภาและส้มพอจากกลุ่มวัยรุ่น หรือตอนนำทีมกู้ภัยเข้าไปในป่าหลังจากวิจิตรไล่ยิง เขายังเป็นคนที่ไว้วางใจได้ คอยสืบแผนร้ายของพจนีย์ เช่นตรวจกล้องวงจรปิดตอนพจนีย์ถูกยิง หรือตอนรู้ทันว่าวิจิตรจะบุกโรงพยาบาล ในด้านความรัก
เขาแอบชอบส้มพอตอนแรกเพราะเห็นเธอเป็นสาวใสซื่อ เช่นตอนบอกกุมภาว่าส้มพอคือนางในฝัน และสารภาพว่าอยากจีบเธอต่อหน้ากมลา แต่สุดท้ายเข้าใจผิดเพราะเห็นกุมภาใกล้ชิดส้มพอ จนนำไปสู่ดราม่าต่อว่ากุมภาเรื่องแอบรัก รณรงค์ยังมีด้านอ่อนโยน เช่นตอนช่วยภัคพรจากอติเดชโดยไม่รู้ตัว และตอนคุกเข่าขอภัคพรแต่งงานหลังจากเข้าใจความรู้สึกตัวเอง บุคลิกของเขายังรวมถึงความกล้าหาญ เช่นตอนต่อสู้กับอติเดชในตึกร้างหรือตอนนำตำรวจจับวิจิตรที่เชียงใหม่ สุดท้ายเขาเป็นตัวละครที่ช่วยคลี่คลายคดีใหญ่ ทำให้เรื่องเดินหน้าไปสู่จุดจบอย่างสงบสุข
ฉายา เพื่อนแท้ผู้พิทักษ์
รณรงค์ได้รับฉายานี้เพราะเขาเป็นเพื่อนที่คอยปกป้องกุมภาและส้มพอจากอันตรายตลอดเรื่อง โดยไม่หวังผลตอบแทน เช่นตอนขับรถมาช่วยจากวัยรุ่นที่ทำร้ายหรือตอนนำทีมตำรวจเข้าไปในป่าหลังจากวิจิตรไล่ล่า ฉายานี้ยังสะท้อนความซื่อสัตย์ในมิตรภาพที่เขามีต่อกุมภา ตั้งแต่สมัยเรียน จนถึงการช่วยสืบคดีหายตัวของธนชาติและตุลเทพ แม้จะมีดราม่าความรักแต่เขายังคงยืนเคียงข้าง เช่นตอนต่อว่ากุมภาเรื่องแอบรักส้มพอแต่สุดท้ายเข้าใจและให้กำลังใจ สุดท้ายฉายานี้เหมาะเพราะเขาเปลี่ยนจากผู้พิทักษ์เพื่อนมาเป็นคู่รักของภัคพร หลังจากรู้ใจตัวเองและขอแต่งงานอย่างโรแมนติก
ข้อคิด มิตรภาพที่แท้จริงอยู่เหนือความรัก
จากบทบาทรณรงค์ ข้อคิดนี้สอนว่ามิตรภาพที่ซื่อตรงจะอยู่เหนือความรู้สึกส่วนตัวแม้ในยามดราม่า เช่นตอนเขารู้ว่ากุมภาชอบส้มพอแต่ยังคงช่วยเหลือโดยไม่ทิ้งเพื่อน อย่างตอนนำตำรวจช่วยจากวิจิตรหรือตอนสืบแผนร้ายของพจนีย์ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เขาเปลี่ยนจากแอบรักส้มพอมาเข้าใจและให้ทางกับกุมภา จนพบรักแท้กับภัคพร สุดท้ายมิตรภาพทำให้เขาชนะใจทุกคนและลงเอยอย่างมีความสุข
→ แพม สุชานุช ธรรมวงค์ รับบท ภัคพร

น้องสาวของกุมภาที่เติบโตมาด้วยการอุปถัมภ์จากกมลา หลังจากสูญเสียพ่อแม่ ทำให้เธอมีบุคลิกอ่อนโยน ขี้อาย แต่ซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง ในเรื่องเธอทำงานในบริษัทตระกูลสิงคหบดีรักษ์ คอยช่วยพี่ชายดูแลกิจการ แต่ตอนแรกไม่ชอบส้มพอเพราะเห็นรณรงค์ เพื่อนพี่ชายที่เธอแอบรัก ให้ความสนใจส้มพอ เช่นตอนเห็นรณรงค์ช่วยตามหาส้มพอที่กรุงเทพฯ เธอรู้สึกหึงหวงและแสดงออกด้วยการต่อว่า แต่ค่อยๆ เปลี่ยนใจเพราะเห็นความดีของส้มพอ เช่นตอนส้มพอช่วยเธอจากอติเดชที่ลวนลาม ทำให้เธอขอบคุณและเริ่มเป็นมิตร
ภัคพรยังมีด้านกล้าหาญ เช่นตอนรู้แผนตัดชุดของเอมมิกา เธอแอบบอกกุมภาเพื่อช่วยส้มพอ หรือตอนช่วยถ่วงเวลาเปิดห้องงานเลี้ยงของเอมมิกาเพื่อให้ส้มพอชนะการแข่งขัน ในดราม่าความรัก เธอแอบรักรณรงค์มานานแต่ไม่กล้าบอก เช่นตอนเห็นคลิปเอมมิกายากุมภา เธอรีบไปช่วยพร้อมส้มพอ สุดท้ายเธอสารภาพความในใจหลังจากรณรงค์ต่อว่าเรื่องมิตรภาพ ทำให้ลงเอยกันอย่างโรแมนติกด้วยการคุกเข่าขอแต่งงาน บุคลิกของเธอยังรวมถึงความฉลาด เช่นตอนจ้างคนเฝ้าห้องกมลาเพื่อป้องกันพจนีย์ หรือตอนหลอกองค์อรเพื่อช่วยส้มพอ ภัคพรเป็นตัวละครที่พัฒนาจากเด็กเอาแต่ใจมาเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจความรักและมิตรภาพ ทำให้เรื่องมีมิติมากขึ้น
ฉายา น้องสาวผู้กล้าหาญในเงา
ภัคพรได้รับฉายานี้เพราะเธอคอยช่วยเหลือคนรอบข้างอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องการให้ใครรู้ เช่นตอนแอบบอกกุมภาเรื่องแผนตัดชุดของเอมมิกาเพื่อปกป้องส้มพอ หรือตอนช่วยถ่วงเวลาในงานเลี้ยงโดยหลอกองค์อรให้เปิดห้องเอมมิกาก่อน ทำให้ส้มพอมีเวลาจัดการ ฉายานี้ยังสะท้อนความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ในบุคลิกขี้อาย เช่นตอนสารภาพความในใจต่อรณรงค์หลังจากเข้าใจผิดเรื่องความรักส้มพอ สุดท้ายเธอพิสูจน์ตัวเองด้วยการจ้างคนเฝ้ากมลาเพื่อป้องกันแผนร้าย และลงเอยกับรณรงค์อย่างมีความสุข
ข้อคิด การสารภาพความรู้สึกนำไปสู่ความสุข
จากบทบาทภัคพร ข้อคิดนี้สอนว่าการกล้าสารภาพความรู้สึกจะนำไปสู่ความสุขแม้ในสถานการณ์ซับซ้อน เช่นตอนเธอแอบรักรณรงค์มานานแต่ไม่กล้าบอก จนเกิดดราม่าหึงหวงส้มพอ แต่สุดท้ายเมื่อหลุดพูดความในใจหลังจากรณรงค์ต่อว่าเรื่องมิตรภาพ มันทำให้ความสัมพันธ์ชัดเจนและลงเอยด้วยการขอแต่งงาน ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอเปลี่ยนจากไม่ชอบส้มพอมาเป็นมิตรหลังจากส้มพอช่วยเธอจากอติเดช ซึ่งเริ่มจากความกล้าที่จะขอบคุณและยอมรับความผิดพลาด สุดท้ายการสารภาพทำให้เธอได้ความรักแท้และมิตรภาพที่มั่นคง
→ ณธษา เวชประสิทธิ์ รับบท เอมมิกา

ลูกสาวคนเล็กของพจนีย์ที่เติบโตมาในครอบครัวมหาเศรษฐีแต่ขาดความรับผิดชอบ เธอมีบุคลิกเอาแต่ใจ ชอบเที่ยวเตร่และไม่สนใจเรียน ทำให้ต่างจากตุลเทพพี่ชายที่ขยันแต่เสียชีวิตอย่างลึกลับ ในเรื่องเธอถูกกมลาย่าดูถูกเพราะไม่เอาไหนและไม่เหมาะสืบทอดกิจการ ทำให้เธอเกลียดส้มพอที่กลายเป็นทายาทคนใหม่และคอยหาทางกำจัด เช่นตอนหลอกมะเหงกขังไว้เพื่อทำร้ายส้มพอหรือตอนสลับผล DNA เพื่อพิสูจน์ว่าส้มพอไม่ใช่หลานแท้ๆ เอมมิกายังมีด้านอ่อนแอเพราะถูกแม่พจนีย์ควบคุมให้ทำชั่ว เช่นตอนถูกอติเดชหลอกกินยาเสพติดและถ่ายรูปแบล็กเมล์ ทำให้เธอคลั่งและเสียสติในตอนจบ
เธอแสดงถึงความหึงหวงต่อกุมภาที่เธอแอบชอบ เช่นตอนยาน้ำเขาเพื่อพยายามเข้าหาแต่ล้มเหลว หรือตอนผลักส้มพอตกบันไดเพราะเห็นใกล้ชิดกับกุมภา ในฐานะลูกสาว เธอรักแม่มากแต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ เช่นตอนช่วยแผนวางเพลิงเอกสารประมูล APEC หรือตอนตบแหววและเชอรี่เพราะโกรธ บุคลิกของเธอยังรวมถึงความเย่อหยิ่งจากฐานะร่ำรวย เช่นตอนดูถูกส้มพอว่าเป็นโจรหรือตอนต่อว่าส้มพอในงานเลี้ยง สุดท้ายเธอพัฒนาไปสู่ความสำนึกผิด เช่นตอนขอโทษทุกคนในประชุมและฉีกเอกสารมอบอำนาจ แต่สุดท้ายเสียสติเพราะเห็นแม่ถูกจับ ทำให้เธอเป็นตัวละครที่เพิ่มความเข้มข้นให้เรื่องราวครอบครัวและการหักหลัง
ฉายา ลูกสาวเอาแต่ใจผู้ถูกควบคุม
เอมมิกาได้รับฉายานี้เพราะเธอถูกแม่พจนีย์ควบคุมให้ทำชั่วเพื่อรักษาสมบัติตระกูล ทำให้บุคลิกเอาแต่ใจของเธอถูกใช้เป็นเครื่องมือ เช่นตอนยอมช่วยแผนสลับ DNA หรือตัดชุดส้มพอในงานเลี้ยงเพราะกลัวเสียตำแหน่งทายาท ฉายานี้ยังสะท้อนความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง เช่นตอนถูกอติเดชหลอกเสพยาและถ่ายรูป จนคลั่งและขอโทษแม่ที่ทำให้ผิดหวัง สุดท้ายการถูกควบคุมนำไปสู่จุดจบที่เธอกรี๊ดเสียสติตอนเห็นแม่ถูกจับ หลังจากช่วยแผนโยนความผิดให้ส้มพอหลายครั้ง
ข้อคิด การถูกควบคุมนำไปสู่หายนะ
จากบทบาทเอมมิกา ข้อคิดนี้สอนว่าการปล่อยให้คนอื่นควบคุมชีวิตจะนำไปสู่หายนะแม้ในฐานะคนร่ำรวย เช่นตอนเธอยอมทำตามแม่พจนีย์ในการหักหลังส้มพอ จนถูกอติเดชหลอกและคลั่งจากยาเสพติด ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอสูญเสียตุลเทพพี่ชายและสุดท้ายเสียสติเพราะแผนร้ายที่แม่วางไว้ สุดท้ายการไม่คิดเองทำให้เธอพลาดโอกาสพิสูจน์ตัวเองและลงเอยด้วยความทุกข์ทรมาน
→ ดวงตา ตุงคะมณี รับบท กมลา

ประธานใหญ่แห่งตระกูลสิงคหบดีรักษ์ มหาเศรษฐีเจ้าของเครือธุรกิจโรงแรมและโรงพยาบาล เธอมีบุคลิกเข้มงวด ยึดติดกับชาติตระกูลและฐานะสูงส่ง ทำให้ดูถูกคนฐานะต่ำอย่างนงนุชจนไล่ออกจากบ้านพร้อมใส่ร้ายว่ามีชู้และขโมยเงิน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ส้มพอพลัดพรากจากพ่อธนชาติ ในเรื่องเธอเกลียดพจนีย์ลูกสะใภ้ตั้งแต่แรกแต่ยอมให้อยู่เพื่อสมบัติตกกับลูก กมลาแสดงถึงความเย่อหยิ่ง เช่นตอนตบหน้าเอมมิกาเพราะขึ้นเสียงหรือตอนดูถูกเอมมิกาว่าไม่เอาไหน ไม่เหมาะสืบทอดกิจการ เธอคอยสั่งกุมภาตามหาภรรยาและลูกของธนชาติหลังจากเชื่อว่าเขาตาย และตอนรู้ว่าส้มพอคือหลานแท้ๆ
เธอเริ่มเปลี่ยนใจเพราะเห็นความดีและความสามารถ เช่นตอนพาส้มพอดูกิจการและเกลี้ยกล่อมให้สืบทอดแทนเอมมิกา กมลายังมีด้านอ่อนแอ เช่นตอนเป็นลมเห็นข่าวธนชาติหรือตอนโรคหัวใจกำเริบจากการทะเลาะกับพจนีย์ที่เผยธาตุแท้ ในฐานะย่า เธอเคยส่งเสียกุมภาและภัคพรหลังพ่อแม่ตาย ทำให้กุมภาซื่อสัตย์ต่อเธอ เธอจัดงานแข่งระหว่างส้มพอและเอมมิกาเพื่อพิสูจน์ฝีมือ และตอนรู้แผนร้ายของพจนีย์เธอแสร้งเสื่อมความจำเพื่อล่อให้เปิดโปง บุคลิกของเธอพัฒนาจากใจร้ายมาเป็นสำนึกผิด เช่นตอนโทษตัวเองที่ยึดติดชาติตระกูลจนทำร้ายคนบริสุทธิ์ สุดท้ายเธอให้อภัยนงนุชและยอมรับส้มพอเต็มตัว ทำให้ตระกูลกลับมาสงบสุข
ฉายา ย่าผู้ยึดติดชาติตระกูล
กมลาได้รับฉายานี้เพราะเธอยึดมั่นในฐานะสูงส่งของตระกูลสิงคหบดีรักษ์ ทำให้ดูถูกนงนุชและไล่ออกพร้อมใส่ร้าย ซึ่งนำไปสู่การพลัดพรากของธนชาติและส้มพอ ฉายานี้ยังสะท้อนความเข้มงวดที่เธอใช้กับเอมมิกาและพจนีย์ เช่นตอนต่อว่าเอมมิกาไม่เหมาะสืบทอดหรือตอนจัดงานแข่งเพื่อพิสูจน์ว่าส้มพอดีกว่า สุดท้ายฉายานี้เปลี่ยนไปเมื่อเธอสำนึกผิดหลังจากเห็นแผนร้ายของพจนีย์และโรคหัวใจกำเริบ ทำให้ยอมรับความผิดพลาดและให้โอกาสส้มพอ
ข้อคิด การยึดติดฐานะนำไปสู่ความสูญเสีย
จากบทบาทกมลา ข้อคิดนี้สอนว่าการยึดติดกับชาติตระกูลและฐานะสูงส่งจะนำไปสู่ความสูญเสียในครอบครัว เช่นตอนเธอไล่นงนุชเพราะฐานะต่ำจนพลัดพรากจากธนชาติและส้มพอ หรือตอนดูถูกเอมมิกาจนลูกหลานแตกแยก ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอเกือบเสียทุกอย่างจากแผนร้ายของพจนีย์ แต่สุดท้ายการสำนึกผิดและให้อภัยทำให้ครอบครัวกลับมารวมกัน สอนว่าการเปิดใจยอมรับคนจากความดีมากกว่าฐานะจะนำไปสู่ความสุขที่แท้จริง
→ พรนภา เทพทินกร รับบท พจนีย์

แม่หม้ายของลูกชายคนโตที่เสียชีวิตไปแล้วและแม่ของเอมมิกา เธอเกลียดกมลาย่าตั้งแต่แต่งงานเข้ามาเพราะถูกดูถูกฐานะและบุคลิก ทำให้อดทนรอสมบัติตกกับลูกหลานตัวเอง ในเรื่องเธอเป็นวายร้ายหลักที่วางแผนกำจัดส้มพอเพื่อไม่ให้มาแย่งตำแหน่งทายาท เช่นตอนร่วมใส่ร้ายนงนุชว่ามีชู้และขโมยเงิน หรือตอนใช้ลูกน้องวิจิตรและอติเดชทำร้ายส้มพอสารพัด ไม่ว่าจะลอบยิง ผลักกมลาตกบันไดแล้วโยนความผิดให้ส้มพอ วางเพลิงเอกสารประมูล APEC หรือตอนสุดท้ายใส่ยาพิษในอาหารเพื่อฆ่ายกครัวแล้วโยนผิดให้พงศธร พจนีย์มีบุคลิกเจ้าเล่ห์ หน้าซื่อใจคด เช่นตอนแสร้งขอโทษนงนุชต่อหน้าผู้บริหารเพื่อพ้นผิด หรือตอนเป่าหูเอมมิกาให้ทำชั่ว
เธอรักลูกมากแต่ใช้ลูกเป็นเครื่องมือ เช่นตอนสั่งเอมมิกาเอาของหลอกภัคพรเพื่อส่งข้อความล่อส้มพอ หรือตอนตบเอมมิกาต่อหน้าทุกคนเพราะผิดหวัง ในฐานะลูกสะใภ้ เธอแอบเกลียดกมลามานานและรอโอกาสแก้แค้น เช่นตอนทะเลาะเปิดเผยธาตุแท้จนกมลาหัวใจกำเริบ บุคลิกของเธอยังรวมถึงความละโมบสุดขีด เช่นตอนจับอติเดชและมะเหงกขังเพื่อบังคับ หรือตอนเรียกวิจิตรกลับมากำจัดศัตรู สุดท้ายเธอหมดทางหนีตอนถูกกมลาและธนชาติล่อให้เปิดโปง หยิบปืนยิงแต่กุมภาโดดรับแทน ทำให้แผนพังและถูกจับ พจนีย์เป็นตัวละครที่เพิ่มความตึงเครียดให้เรื่องด้วยการหักหลังซ้ำซากและความเย็นชา
ฉายา แม่มดผู้ละโมบ
พจนีย์ได้รับฉายานี้เพราะเธอเปรียบเสมือนแม่มดที่ใช้เล่ห์กลและลูกน้องอย่างวิจิตรกับอติเดชร่ายมนตร์ทำร้ายศัตรูเพื่อสมบัติตระกูล เช่นตอนวางแผนใส่ร้ายนงนุชตั้งแต่แรกหรือตอนผลักกมลาตกบันไดแล้วโยนผิดส้มพอ ฉายานี้ยังสะท้อนความละโมบที่ทำให้เธอไม่สนลูกอย่างเอมมิกา จนเอมมิกาเสียสติ สุดท้ายมนตร์ดำของเธอกลับย้อนเข้าตัวตอนถูกธนชาติและกมลาล่อเปิดโปง ทำให้หมดทางหนีและแผนพังทลาย
ข้อคิด ความละโมบทำลายครอบครัว
จากบทบาทพจนีย์ ข้อคิดนี้สอนว่าความละโมบสมบัติจะทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัวและนำไปสู่หายนะ เช่นตอนเธออดทนเกลียดกมลาเพื่อรอสมบัติตกกับเอมมิกา แต่สุดท้ายใช้ลูกเป็นเครื่องมือทำชั่วจนเอมมิกาเสียสติ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอวางแผนฆ่ายกครัวแต่ถูกแหววและเชอรี่หักหลัง สุดท้ายความละโมบทำให้เธอถูกจับและสูญเสียทุกอย่าง สอนว่าความรักครอบครัวที่แท้จริงสำคัญกว่าสมบัติ
→ ธีร์ วณิชนันทธาดา รับบท อติเดช

เพลย์บอยหนุ่มรูปหล่อที่เข้ามาหลอกเอมมิกาด้วยเสน่ห์ภายนอก แต่จริงๆ แล้วถูกพจนีย์ใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดส้มพอเพื่อรักษาสมบัติตระกูล เขามีบุคลิกเจ้าเล่ห์ ยิ้มหวานแต่ใจร้าย เช่นตอนเข้าช่วยเอมมิกาจากผู้ชายลวนลามแต่จริงๆ เพื่อตีสนิทและหลอกให้รัก จากนั้นเขาถ่ายรูปเอมมิกาเมาไม่ได้สติบนเตียงเพื่อแบล็กเมล์พจนีย์เอาเงิน อติเดชแสดงถึงความโลภและทรยศ เช่นตอนลวนลามภัคพรแต่ปฏิเสธเมื่อถูกจับได้ หรือตอนช่วยพจนีย์ลักพาตัวส้มพอและมะเหงกไปตึกร้างเพื่อฆ่า
เขายังมีด้านฉลาดแกมโกง เช่นตอนรู้เรื่อง GPS ในสร้อยหงส์ที่กุมภาให้ส้มพอ ทำให้แผนเกือบสำเร็จ ในเรื่องเขาเป็นตัวเชื่อมระหว่างเอมมิกากับแผนร้ายของพจนีย์ เช่นตอนพาเอมมิกาเดทที่โรงแรมตระกูลหรือตอนถูกเรียกกลับมากำจัดศัตรู บุคลิกของเขายังรวมถึงความเย็นชา เช่นตอนต่อสู้กับรณรงค์และกุมภาในตึกร้าง หรือตอนถูกวิจิตรยิงตายเพราะหมดประโยชน์ สุดท้ายอติเดชตายอย่างน่าสมน้ำหน้าในตึกร้างหลังจากถูกใช้เป็นเครื่องมือและทรยศทุกฝ่าย ทำให้เขาเป็นตัวละครที่เพิ่มความตึงเครียดและความเลวร้ายให้เรื่องราวการหักหลังในตระกูล
ฉายา เพลย์บอยผู้ทรยศ
อติเดชได้รับฉายานี้เพราะเขาใช้เสน่ห์เพลย์บอยหลอกเอมมิกาให้รักแต่จริงๆ เพื่อเงินและถูกพจนีย์ใช้ เช่นตอนช่วยเอมมิกาจากลวนลามแต่สุดท้ายถ่ายรูปแบล็กเมล์ ฉายานี้ยังสะท้อนการทรยศซ้ำซาก เช่นตอนลวนลามภัคพรหรือตอนช่วยลักพาตัวส้มพอแต่สุดท้ายถูกวิจิตรยิงเพราะหมดประโยชน์ สุดท้ายการทรยศนำไปสู่จุดจบที่เขาตายในตึกร้างอย่างโดดเดี่ยว
ข้อคิด ความโลภนำไปสู่จุดจบ
จากบทบาทอติเดช ข้อคิดนี้สอนว่าความโลภเงินทองและการทรยศจะนำไปสู่จุดจบที่สมน้ำหน้า เช่นตอนเขาหลอกเอมมิกาและแบล็กเมล์พจนีย์เพื่อเงิน แต่สุดท้ายถูกใช้เป็นเครื่องมือและยิงตาย ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เขาไม่เลือกข้างที่ถูกต้องแต่ไล่ตามผลประโยชน์ จนสูญเสียทุกอย่าง สุดท้ายสอนว่าการซื่อสัตย์และไม่โลภจะนำไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า
→ ณัฐนันท์ คุณวัฒน์ รับบท ธนชาติ

ลูกชายคนเล็กของกมลาและพ่อแท้ๆ ของส้มพอ เขามีบุคลิกอบอุ่น รักครอบครัวและซื่อสัตย์ต่อความรักกับนงนุช แม้ถูกแม่กมลาไล่เมียออกเพราะฐานะต่ำต้อยและใส่ร้าย ในเรื่องเขาแอบรู้ความลับว่ากมลาและพจนีย์ร่วมใส่ร้ายนงนุชว่ามีชู้และขโมยเงิน ทำให้เขาตั้งใจไปรับเมียลูกที่เชียงใหม่แต่รถถูกปาดหน้าตกเขาเพราะอุบัติเหตุที่จัดฉาก ธนชาติรอดแต่ความจำเสื่อม กลายเป็นคนเร่ร่อนชื่อหลง อยู่กับนงนุชและพงศธรที่ร้านกาแฟโดยไม่รู้ตัวตน เขาแสดงถึงความเป็นพ่อที่ห่วงลูก เช่นตอนได้ยินเสียงส้มพอทางโทรศัพท์แล้วถามว่าส้มพอคือใคร หรือตอนเดินหลงไปจุดเกิดเหตุจนฟื้นความจำและสงสัยคำพูดกมลาที่บอกนงนุชหนีตามชู้
หลังฟื้นเขากลับมากรุงเทพฯ เพื่อปกป้องส้มพอและเปิดโปงพจนีย์ เช่นตอนเปิดประตูห้องประชุมบอกลูกพ่อกลับมาช่วย หรือตอนวางแผนกับคมเดชย้ายกมลาไปห้องใหม่เพื่อล่อวิจิตร ในฐานะลูกชาย เขารักแม่แต่ไม่ยอมให้ทำผิด เช่นตอนขอให้กมลาแสร้งเสื่อมความจำเพื่อเก็บหลักฐานมัดพจนีย์ บุคลิกของเขายังรวมถึงความเด็ดเดี่ยว เช่นตอนพาพงศธรที่ป่วยมะเร็งมารักษาที่กรุงเทพฯ และชวนทุกคนไปอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัย สุดท้ายเขาเป็นผู้บริหารแทนกมลาและช่วยให้ครอบครัวรวมกันอย่างสงบสุข ธนชาติเป็นตัวละครที่เพิ่มความหวังและการแก้แค้นให้เรื่องราว
ฉายา พ่อผู้กลับฟื้น
ธนชาติได้รับฉายานี้เพราะทุกคนคิดว่าเขาตายจากรถตกเขาแต่จริงๆ รอดชีวิตและฟื้นความจำกลับมาช่วยลูกกับเมีย เช่นตอนหลงความจำเป็นคนเร่ร่อนแต่สุดท้ายเดินไปจุดเกิดเหตุจนจำทุกอย่างได้ ฉายานี้ยังสะท้อนความแข็งแกร่งที่เขารอดจากแผนร้ายของพจนีย์และกลับมาเปิดโปง เช่นตอนวางแผนล่อให้พจนีย์เผยธาตุแท้ สุดท้ายการกลับฟื้นทำให้เขาช่วยครอบครัวและลงเอยอย่างมีความสุข
ข้อคิด ความรักครอบครัวชนะอุปสรรค
จากบทบาทธนชาติ ข้อคิดนี้สอนว่าความรักครอบครัวที่แท้จริงจะชนะทุกอุปสรรคแม้พลัดพรากนาน เช่นตอนเขาถูกใส่ร้ายและรถตกเขาแต่รักนงนุชกับส้มพอยังคงอยู่ จนฟื้นความจำและกลับมาปกป้อง ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เขาช่วยกมลาสำนึกผิดและเปิดโปงพจนีย์ สุดท้ายความรักทำให้ครอบครัวรวมกันและเอาชนะความละโมบได้
→ ศิรประภา สุขดำรงค์ รับบท นงนุช

แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ถูกกมลาไล่ออกจากบ้านเพราะฐานะต่ำต้อยและถูกใส่ร้ายว่ามีชู้กับขโมยเงิน ทำให้พลัดพรากจากธนชาติสามีและต้องเลี้ยงส้มพอคนเดียวอย่างยากลำบากที่เชียงใหม่ เธอมีบุคลิกเข้มแข็ง อดทน และเต็มเปี่ยมด้วยความรักลูก เช่นตอนเห็นข่าวธนชาติรถตกเขาแล้วเป็นลมเพราะเสียใจแต่ยังปกปิดความจริงจากส้มพอเพื่อไม่ให้ลูกยุ่งกับตระกูลสิงคหบดีรักษ์ นงนุชทำงานหนักขายอาหารหน้าร้านพงศธรที่แอบรักเธอ และคอยปกป้องลูกจากคำประชดของพอลล่า ในเรื่องเธอแสดงถึงความกตัญญูและไม่แก้แค้น เช่นตอนธนชาติความจำเสื่อมกลับมา
เธอตัดสินใจดูแลโดยไม่บอกใคร หรือตอนส้มพอทะเลาะเรื่องพ่อจนเธอตบหน้าแต่สุดท้ายปรับความเข้าใจและให้กำลังใจลูก เธอยังมีด้านอ่อนโยน เช่นตอนร้องไห้เห็นธนชาติฟื้นความจำและขออโหสิกรรมกมลาที่โรงพยาบาล บุคลิกของเธอรวมถึงความเสียสละ เช่นตอนไม่อยากให้ส้มพอกลับกรุงเทพฯ เพราะกลัวอันตรายจากพจนีย์ แต่สุดท้ายยอมเพราะเห็นลูกอยากพิสูจน์ตัวเอง นงนุชเป็นตัวละครที่เพิ่มความอบอุ่นให้เรื่องราวดราม่า โดยแสดงถึงแม่ที่รักลูกเหนือสิ่งอื่นและให้อภัยเพื่อความสงบสุขของครอบครัว สุดท้ายเธอกลับมารวมกับธนชาติและส้มพออย่างมีความสุข
ฉายา แม่ผู้เสียสละ
นงนุชได้รับฉายานี้เพราะเธอเสียสละทุกอย่างเพื่อลูกและความรัก เช่นตอนถูกไล่ออกจากบ้านพร้อมถูกใส่ร้ายแต่เลือกเลี้ยงส้มพอคนเดียวโดยไม่แก้แค้นกมลา ฉายานี้ยังสะท้อนความอดทนที่เธอดูแลธนชาติความจำเสื่อมโดยไม่บอกความจริงเพื่อความปลอดภัย สุดท้ายการเสียสละทำให้เธอได้ครอบครัวสมบูรณ์และขออโหสิกรรมกมลาเพื่อความสงบ
ข้อคิด ความรักของแม่คือพลังที่ยิ่งใหญ่
จากบทบาทนงนุช ข้อคิดนี้สอนว่าความรักของแม่จะเป็นพลังที่ช่วยให้ผ่านอุปสรรคและนำความสงบสุขมาให้ เช่นตอนเธอถูกพลัดพรากจากธนชาติแต่ยังเลี้ยงส้มพอด้วยความรักจนลูกเข้มแข็ง ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอให้อภัยกมลาและปกป้องลูกจากแผนร้ายของพจนีย์ สุดท้ายความรักทำให้ครอบครัวกลับมารวมกันและเอาชนะความเกลียดชังได้
→ ปราบ ยุทธพิชัย รับบท พงศธร

เพื่อนสมัยเรียนของนงนุชที่แอบรักเธอมานานแต่ไม่เคยสารภาพ เพราะเคารพการตัดสินใจของเธอที่เลือกธนชาติ เขามีบุคลิกใจดี อ่อนโยน และเสียสละสูง เช่นตอนเปิดพื้นที่หน้าร้านกาแฟให้แม่ลูกขายอาหารฟรีๆ โดยไม่คิดเงิน หรือตอนรับเลี้ยงพอส้มเด็กกำพร้าเพิ่มเติม ในเรื่องเขาเป็นคนที่คอยปกป้องนงนุชและส้มพอจากคำประชดของพอลล่า และตอนธนชาติความจำเสื่อมกลับมาเชียงใหม่ เขาแปลงโฉมให้ธนชาติและปกปิดความจริงเพื่อความปลอดภัย กลัวว่าถ้าคนร้ายรู้จะอันตรายอีก
พงศธรแสดงถึงความเป็นเพื่อนแท้ เช่นตอนเห็นส้มพอกำลังถูกยิงก็รีบเข้าขวางจนเจ็บหนัก และก่อนเข้าห้องฉุกเฉินยังบอกนงนุชให้เปิดเผยเรื่องพ่อกับส้มพอ เขายังมีด้านเข้มแข็ง เช่นตอนป่วยมะเร็งหนักแต่ยังยอมให้ธนชาติพามารักษาที่กรุงเทพฯ และชวนทุกคนไปอยู่ด้วยเพื่อหลบอันตรายจากพจนีย์ บุคลิกของเขารวมถึงความกตัญญูและไม่หวังผลตอบแทน เช่นตอนรู้ว่าธนชาติคือสามีเก่าแต่ยังช่วยดูแลอย่างดี สุดท้ายเขาเป็นตัวละครที่เพิ่มความอบอุ่นให้เรื่องราวดราม่า โดยแสดงถึงผู้ชายที่รักเงียบๆ และยอมเสียสละเพื่อความสุขของคนที่รัก ทำให้คนดูรู้สึกเศร้าและเอาใจช่วยตอนเขาป่วยและจากไปอย่างสงบ
ฉายา เพื่อนแท้ผู้เสียสละ
พงศธรได้รับฉายานี้เพราะเขาเป็นเพื่อนที่เสียสละทุกอย่างเพื่อนงนุชและส้มพอโดยไม่หวังผลตอบแทน เช่นตอนเปิดร้านให้ขายอาหารฟรีหรือตอนบังกระสุนให้ส้มพอดจนเจ็บหนัก ฉายานี้ยังสะท้อนความรักเงียบๆ ที่เขามีต่อนงนุชมานานแต่เลือกเป็นเพื่อนแท้แทน สุดท้ายตอนป่วยมะเร็งเขายังยอมให้ธนชาติพามารักษาและบอกว่าดีใจที่เห็นนงนุชกับส้มพอมีความสุข
ข้อคิด ความรักที่ไม่หวังผลนำความสุขที่แท้จริง
จากบทบาทพงศธร ข้อคิดนี้สอนว่าความรักที่แท้จริงคือการเสียสละและไม่หวังผลตอบแทนจะนำความสุขมาให้ เช่นตอนเขาแอบรักนงนุชแต่เลือกช่วยเหลือแม่ลูกอย่างเงียบๆ จนได้รับความเคารพจากทุกคน ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เขาปกปิดธนชาติและบังกระสุนให้ส้มพอ สุดท้ายแม้ป่วยหนักแต่เขายังยิ้มได้เพราะเห็นคนที่รักมีความสุข
→ ปัทมา ปานทอง รับบท หน่อย

แม่บ้านหรือคนดูแลในบ้านตระกูลสิงคหบดีรักษ์ที่ทำงานมานานและซื่อสัตย์ต่อนายจ้าง เธอมีบุคลิกใจดี อ่อนน้อม และคอยสังเกตเหตุการณ์ในบ้านอย่างเงียบๆ โดยไม่เลือกข้างความชั่ว ในเรื่องเธอเป็นคนที่คอยช่วยเหลือส้มพอตั้งแต่มาอยู่ใหม่ เช่นตอนเยี่ยมส้มพอที่โรงพยาบาลหลังถูกผลักตกบันได หรือตอนช่วยงานเลี้ยงแขกใหญ่ร่วมกับรณรงค์และภัคพรเพื่อให้ส้มพอชนะการแข่งกับเอมมิกา หน่อยแสดงถึงความเป็นคนกลางที่ไม่ตามเอมมิกาหรือพจนีย์ทำร้ายส้มพอ เช่นตอนปฏิเสธช่วยแผนร้ายเพราะกลัวผิด หรือตอนอยู่เคียงข้างกมลาในห้องพักโรงพยาบาล
เธอยังมีด้านเอ็นดูคน เช่นตอนช่วยดูแลมะเหงกที่เจ็บหรือตอนเยี่ยมพจนีย์ที่ถูกยิงแต่ไม่ตัดสินใคร บุคลิกของเธอรวมถึงความเรียบง่ายและซื่อตรง เช่นตอนรู้เรื่องแผนร้ายแต่เลือกเงียบและช่วยข้างดีอย่างส้มภาและกุมภา หน่อยเป็นตัวละครที่เพิ่มความสมจริงให้บ้านใหญ่ โดยแสดงถึงคนงานที่ทำงานด้วยใจและไม่ยอมทำชั่วตามนาย ทำให้เธอเป็นที่รักของคนดูและช่วยให้เรื่องราวดราม่ามีความสมดุลระหว่างความดีกับความเลวในตระกูล สุดท้ายเธออยู่เคียงข้างตอนจบที่ทุกอย่างคลี่คลายและครอบครัวสงบสุข
ฉายา แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์
หน่อยได้รับฉายานี้เพราะเธอเป็นแม่บ้านที่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และความถูกต้อง ไม่ยอมตามเอมมิกาหรือพจนีย์ทำร้ายส้มพอ เช่นตอนช่วยงานเลี้ยงให้ส้มพอชนะหรือตอนเยี่ยมคนเจ็บโดยไม่เลือกข้าง ฉายานี้ยังสะท้อนความเรียบง่ายที่เธอสังเกตเหตุการณ์ในบ้านแต่เลือกช่วยข้างดี สุดท้ายความซื่อสัตย์ทำให้เธออยู่รอดและเห็นตอนจบที่ความดีชนะ
ข้อคิด ความซื่อสัตย์เล็กๆ สะสมเป็นพลังใหญ่
จากบทบาทหน่อย ข้อคิดนี้สอนว่าความซื่อสัตย์ในหน้าที่เล็กๆ จะสะสมเป็นพลังที่ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ เช่นตอนเธอปฏิเสธช่วยแผนร้ายและเลือกช่วยส้มพอในงานเลี้ยง ซึ่งทำให้ส้มพอชนะและคลี่คลายดราม่า ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอเงียบแต่คอยเยี่ยมและดูแลคนเจ็บ สุดท้ายความซื่อสัตย์ทำให้เธอเป็นส่วนหนึ่งของความสงบสุขในบ้านตระกูล
→ พรสวรรค์ มะทะโจทย์ รับบท กิ่งกนก

ผู้จัดการรีสอร์ตสิงหปุระที่เชียงใหม่ เธอมีบุคลิกใจดี เมตตา และซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ็นดูส้มพอตั้งแต่ตอนที่ส้มพอยังเป็นเด็กฝึกงาน ทำให้เธอคอยช่วยเหลือส้มพอเหมือนน้องสาวแท้ๆ ในเรื่องเธอเป็นคนแรกที่ช่วยเคลียร์ความเข้าใจผิดตอนส้มพอถูกกุมภาคิดว่าเป็นโจร โดยมาเป็นพยานให้จนส้มพอรอดตัว กิ่งกนกยังคอยสนับสนุนส้มพอในงาน เช่นตอนโทรบอกว่าส้มพอได้งานทำที่รีสอร์ต หรือตอนช่วยแก้ปัญหาแม่บ้านท้องเสียก่อนกรุ๊ปทัวร์มา และร่วมมือกับส้มภา กุมภา ภัคพร ทำเอกสารประมูลโครงการ APEC เพื่อให้โรงแรมผ่านการคัดเลือก
เธอแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เลือกข้างชั่ว เช่นตอนเอมมิกาขอข้อมูลส้มพอเพื่อเอาคืนแต่เธอไม่ให้ หรือตอนรู้เรื่องแผนร้ายแต่เลือกช่วยข้างดีอย่างเงียบๆ บุคลิกของเธอรวมถึงความรับผิดชอบสูง เช่นตอนจัดการแขก VIP กับกุมภา หรือตอนช่วยส้มพอโชว์รำในงานเลี้ยง กิ่งกนกเป็นตัวละครที่เพิ่มความสมจริงให้รีสอร์ตเชียงใหม่ โดยแสดงถึงคนทำงานที่ใช้ใจและเมตตา ทำให้ส้มพอมีที่พึ่งในช่วงแรกของเรื่องและช่วยให้เรื่องราวไหลลื่น สุดท้ายเธอเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โรงแรมสิงหปุระผ่านตรวจและชนะประมูล
ฉายา ผู้จัดการใจดีแห่งรีสอร์ต
กิ่งกนกได้รับฉายานี้เพราะเธอเป็นผู้จัดการที่ใจดีและเอ็นดูส้มพอเหมือนลูกน้องคนสนิท เช่นตอนช่วยเป็นพยานเคลียร์ความเข้าใจผิดกับกุมภาตั้งแต่แรก หรือตอนโทรบอกข่าวดีเรื่องงานให้ส้มพอ ฉายานี้ยังสะท้อนความเมตตาที่เธอมีต่อคนทำงาน เช่นตอนช่วยแก้ปัญหาในรีสอร์ตและร่วมมือทำเอกสารประมูล สุดท้ายความใจดีทำให้เธอเป็นที่รักและช่วยให้ส้มพอมีพันธมิตรในช่วงยากลำบาก
ข้อคิด ความเมตตาเล็กๆ สร้างพันธมิตรใหญ่
จากบทบาทกิ่งกนก ข้อคิดนี้สอนว่าความเมตตาในหน้าที่เล็กๆ จะสร้างพันธมิตรที่ช่วยในยามยาก เช่นตอนเธอเอ็นดูส้มพอตั้งแต่เด็กฝึกงานจนช่วยเคลียร์เรื่องเข้าใจผิดและสนับสนุนงานต่างๆ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอไม่เลือกข้างชั่วแต่ช่วยส้มพอเงียบๆ จนโรงแรมชนะประมูล สุดท้ายความเมตตาทำให้เธอมีส่วนในชัยชนะของความดี
→ ณัฏฐกันย์ อัมพรพงษ์ รับบท องค์อร

เลขาส่วนตัวของพจนีย์ที่ทำงานในบริษัทตระกูลสิงคหบดีรักษ์ เธอมีบุคลิกเรียบร้อย หน้าซื่อ แต่จริงๆ แล้วเจ้าเล่ห์และยอมทำทุกอย่างตามคำสั่งนายเพื่อผลประโยชน์ ในเรื่องเธอเป็นมือขวาที่ช่วยพจนีย์วางแผนกำจัดส้มพออย่างแนบเนียน เช่นตอนจัดการสลับผลตรวจ DNA เพื่อให้ดูเหมือนส้มพอไม่ใช่หลานแท้ๆ หรือตอนสั่งห้ามพนักงานช่วยงานส้มพอในงานเลี้ยงแขกใหญ่ ถ้าใครช่วยจะโดนไล่ออก ทำให้ส้มพอต้องเตรียมงานคนเดียว องค์อรแสดงถึงความจงรักภักดีแบบผิดๆ เช่นตอนหลอกภัคพรเพื่อถ่วงเวลาให้พจนีย์ทำร้าย หรือตอนผลักกมลาตกบันไดแล้วโยนความผิดให้อติเดชเพื่อปกปิดแผน
เธอยังคอยควบคุมการเข้าเยี่ยมกมลาที่โรงพยาบาล โดยส่งรายชื่อคนที่อนุญาตให้เข้าได้เท่านั้นเพื่อป้องกันการเปิดโปง บุคลิกของเธอรวมถึงความฉลาดแกมโกง เช่นตอนแอบถ่ายคลิปส้มพอตบเอมมิกาเพื่อปล่อยให้คนดูเกลียดส้มพอ หรือตอนรับคนมาเยี่ยมเพื่อสืบข้อมูล องค์อรเป็นตัวละครที่เพิ่มความตึงเครียดให้แผนร้ายของพจนีย์ โดยแสดงถึงคนที่ตามนายทำชั่วโดยไม่ลังเล ทำให้เรื่องราวการหักหลังในตระกูลดูสมจริงและน่ากลัว สุดท้ายเธอเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แผนพจนีย์ล้มเหลวเมื่อทุกอย่างถูกเปิดโปง
ฉายา มือขวาผู้ซื่อสัตย์ต่อความชั่ว
องค์อรได้รับฉายานี้เพราะเธอเป็นมือขวาที่ซื่อสัตย์ต่อพจนีย์ในการทำชั่วทุกอย่าง เช่นตอนสลับ DNA หรือห้ามพนักงานช่วยส้มพอเพื่อให้แผนสำเร็จ ฉายานี้ยังสะท้อนความจงรักภักดีแบบบอดใบ้ที่เธอมีต่อนาย เช่นตอนผลักกมลาตกบันไดหรือควบคุมการเข้าเยี่ยม สุดท้ายความซื่อสัตย์ต่อความชั่วทำให้เธอมีส่วนในจุดจบของพจนีย์เมื่อแผนถูกเปิดโปง
ข้อคิด การตามคนผิดนำไปสู่จุดจบร่วม
จากบทบาทองค์อร ข้อคิดนี้สอนว่าการตามคนผิดหรือทำชั่วตามคำสั่งจะนำไปสู่จุดจบที่แบกรับร่วมกัน เช่นตอนเธอช่วยพจนีย์สลับ DNA และผลักกมลาแต่สุดท้ายแผนพังเมื่อธนชาติกลับมา ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอควบคุมห้องกมลาแต่ไม่รอดการเปิดโปง สุดท้ายสอนว่าความซื่อสัตย์ควรอยู่กับความถูกต้องไม่ใช่ความชั่ว
→ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา รับบท พรลาภ (พอลล่า)

เจ้าของบ้านเช่าที่นงนุชและส้มพออาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ เธอมีบุคลิกปากร้าย ชอบประชดประชันและพูดจาเสียดสีแม่ลูกคู่นี้อยู่ตลอด เพราะเห็นว่าฐานะยากจนและแม่เลี้ยงเดี่ยว เช่นตอนทำบุญที่วัด เธอเจอนงนุชกับส้มพอแล้วพูดจาประชดจนมะเหงกเด็กวัดโกรธเอาน้ำสาดใส่ หรือตอนมีซาร่ามาช่วยประชดเพิ่ม ทำให้บรรยากาศตึงเครียดแต่ก็ตลกในแบบละครไทย พอลล่ายังมีด้านเจ้าของบ้านที่เข้มงวดเรื่องค่าเช่าและกฎระเบียบ แต่ไม่ถึงขั้นร้ายกาจเหมือนพจนีย์ เธอเป็นตัวละครที่สะท้อนสังคมจริงๆ ของคนเช่าบ้านที่ต้องทนกับเจ้าของปากจัด
บุคลิกของเธอรวมถึงความตรงไปตรงมาแบบไม่แคร์หน้า เช่นตอนบริจาคอาหารกับนงนุชและพงศธรแต่ยังแอบเสียดสี หรือตอนธนชาติความจำเสื่อมมา เธอถูกถามเรื่องพ่อส้มพอแต่ตอบแบบไม่รู้ไม่ชี้ พอลล่าเป็นตัวละครรองที่เพิ่มความสมจริงให้ชีวิตยากลำบากของส้มพอก่อนเข้าดราม่าหนักที่กรุงเทพฯ โดยทำให้เห็นด้านสังคมเล็กๆ ในเชียงใหม่ เช่นความเหลื่อมล้ำและคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ สุดท้ายเธอถูกธนชาติพาชวนไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยเพื่อความปลอดภัย แสดงว่าเธอไม่ใช่คนเลวร้ายแต่แค่ปากร้ายและเห็นแก่ตัวนิดๆ พอลล่าเป็นตัวละครที่ทำให้คนดูทั้งหมั่นไส้ทั้งขำ และเพิ่มมิติให้เรื่องราวชีวิตประจำวันของแม่ลูก
ฉายา เจ้าของบ้านปากร้าย
พอลล่าได้รับฉายานี้เพราะเธอเป็นเจ้าของบ้านที่ปากร้ายและชอบประชดประชันนงนุชกับส้มพออยู่เสมอ เช่นตอนเจอที่วัดแล้วพูดเสียดสีเรื่องฐานะจนมะเหงกทนไม่ไหวเอาน้ำสาด ฉายานี้ยังสะท้อนบุคลิกตรงไปตรงมาที่ไม่แคร์ใคร เช่นตอนมีซาร่ามาช่วยประชดเพิ่มหรือตอนถูกชวนบริจาคอาหารแต่ยังแอบเสียดสี สุดท้ายปากร้ายของเธอทำให้เธอถูกเชิญไปกรุงเทพฯ ด้วยเพื่อหลบอันตราย
ข้อคิด คำพูดเสียดสีทำร้ายคนอื่นและตัวเอง
จากบทบาทพอลล่า ข้อคิดนี้สอนว่าคำพูดประชดประชันและเสียดสีอาจทำร้ายจิตใจคนอื่นและนำปัญหากลับมาที่ตัวเอง เช่นตอนเธอพูดจานงนุชกับส้มพอจนมะเหงกโกรธเอาน้ำสาด ทำให้บรรยากาศวุ่นวาย ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอต้องย้ายไปกรุงเทพฯ เพราะสถานการณ์ในเชียงใหม่อันตรายจากแผนร้ายที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายสอนว่าการพูดจาดีจะนำความสงบมาให้มากกว่าคำพูดร้าย
→ จารุศิริ ภูวนัย รับบท แหวว

สาวใช้ในบ้านตระกูลสิงคหบดีรักษ์ที่ทำงานคู่กับเชอรี่ เธอมีบุคลิกขี้กลัว ตามใจนาย และยอมทำตามคำสั่งเอมมิกาเพื่อความอยู่รอดในบ้าน เช่นตอนถูกหลอกให้ช่วยขังมะเหงกในห้องเก็บของเพื่อให้เอมมิกาทำร้ายส้มพอ หรือตอนช่วยเอมมิกาทำร้ายส้มพอโดยตรงจนกมลาห้ามทัพและสั่งทำแผล แหววแสดงถึงความเป็นคนงานที่กลัวเสียงาน จึงยอมตามแผนร้ายของเอมมิกาและพจนีย์ เช่นตอนถูกสั่งให้ช่วยวางแผนต่างๆ ในบ้านใหญ่ หรือตอนถูกเอมมิกาตบตีจนหัวแตกเพราะโกรธที่แผนล้มเหลว
เธอยังมีด้านอดทน เช่นตอนถูกเชอรี่ตบกลับเพราะทนไม่ไหวกับความเอาแต่ใจของเอมมิกา บุคลิกของเธอรวมถึงความลังเลที่ซ่อนอยู่ เช่นตอนเริ่มเห็นความดีของส้มพอแต่ยังกลัวพจนีย์จนไม่กล้าขัด สุดท้ายเธอพัฒนาเป็นคนกล้าหาญ โดยร่วมกับเชอรี่หักหลังพจนีย์และเอมมิกาด้วยการบอกความจริงเรื่องใส่ยาพิษในอาหารที่งานเลี้ยง ทำให้พจนีย์ถูกจับและแผนฆ่ายกครัวล้มเหลว แหววเป็นตัวละครที่เพิ่มความสมจริงให้คนงานในบ้านใหญ่ โดยแสดงถึงคนที่เริ่มจากตามนายทำชั่วเพราะกลัวแต่สุดท้ายเลือกข้างถูกต้องเมื่อเห็นความเลวร้ายเกินไป ทำให้เธอมีส่วนสำคัญในตอนจบที่ความดีชนะ
ฉายา สาวใช้ผู้หักหลังเพื่อความถูกต้อง
แหววได้รับฉายานี้เพราะเธอเริ่มจากสาวใช้ที่ตามเอมมิกาทำร้ายส้มพอ เช่นช่วยขังมะเหงกหรือถูกตบจนหัวแตก แต่สุดท้ายหักหลังพจนีย์กับเอมมิกาโดยบอกความจริงเรื่องวางยาพิษ ฉายานี้ยังสะท้อนความกล้าหาญที่เกิดจากความทนไม่ไหว เช่นตอนถูกเอมมิกาเอาแต่ใจจนเชอรี่ตบและเธอร่วมบอกความจริง สุดท้ายการหักหลังเพื่อความถูกต้องทำให้เธอช่วยให้แผนร้ายล้มและครอบครัวรอด
ข้อคิด ความกลัวนายนำไปสู่หายนะแต่การเลือกถูกต้องนำชัย
จากบทบาทแหวว ข้อคิดนี้สอนว่าการกลัวเสียงานและตามนายทำชั่วจะนำไปสู่หายนะร่วมกัน เช่นตอนเธอช่วยเอมมิกาทำร้ายส้มพอจนแผนซับซ้อนขึ้น แต่สุดท้ายเลือกบอกความจริงเรื่องยาพิษทำให้พจนีย์ถูกจับ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอถูกตบหัวแตกแต่ตัดสินใจหักหลัง สุดท้ายการเลือกข้างถูกต้องนำไปสู่การไถ่บาปและความสงบในบ้านตระกูล
→ พิเชษฐ ศรีราชา รับบท คมเดช

ลูกน้องคนสนิทและคนคุ้มกันของกมลาที่ทำงานในตระกูลสิงคหบดีรักษ์มานาน เขามีบุคลิกเงียบขรึม ซื่อสัตย์ และเด็ดเดี่ยวในหน้าที่ โดยคอยอยู่เคียงข้างกมลาและช่วยจัดการเรื่องลับๆ ในบ้านใหญ่ เช่นตอนธนชาติแอบฟังกมลาคุยเรื่องความลับกับเขาเกี่ยวกับนงนุชและส้มพอ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ธนชาติรู้ความจริงและรีบไปเชียงใหม่ คมเดชแสดงถึงความเป็นมืออาชีพที่ไม่เลือกข้างชั่ว เช่นตอนรู้แผนร้ายของพจนีย์แต่เลือกซื่อสัตย์ต่อกมลาและธนชาติ ในตอนท้ายเขาเป็นคนสำคัญที่ช่วยธนชาติวางแผนเปิดโปงพจนีย์ เช่นตอนย้ายกมลาไปห้องใหม่เพื่อล่อวิจิตรให้บุกมาจัดการแต่กลับเจอรณรงค์ที่รู้ทัน ทำให้วิจิตรหนีรอดและแผนของธนชาติสำเร็จในการเก็บหลักฐานมัดตัวพจนีย์
เขายังคอยดูแลความปลอดภัยในบ้าน เช่นตอนควบคุมสถานการณ์ตอนวิจิตรบุกหรือตอนช่วยธนชาติที่ฟื้นความจำ บุคลิกของเขารวมถึงความสงบและไม่พูดมาก เช่นตอนพาธนชาติไปที่พักและบอกเรื่องคนสั่งฆ่าธนชาติกับส้มพอ คมเดชเป็นตัวละครที่เพิ่มความสมจริงให้ฝั่งดีในตระกูล โดยแสดงถึงลูกน้องที่ซื่อสัตย์และช่วยคลี่คลายดราม่าตอนจบ ทำให้แผนล่อพจนีย์เผยธาตุแท้สำเร็จและครอบครัวรอดพ้นอันตราย
ฉายา ลูกน้องผู้เงียบแต่เด็ดเดี่ยว
คมเดชได้รับฉายานี้เพราะเขาเป็นลูกน้องที่เงียบขรึมแต่เด็ดเดี่ยวในยามจำเป็น เช่นตอนช่วยกมลาคุยเรื่องลับกับธนชาติโดยไม่รั่วไหล หรือตอนร่วมวางแผนกับธนชาติย้ายกมลาไปห้องใหม่เพื่อล่อวิจิตร ฉายานี้ยังสะท้อนความซื่อสัตย์ที่เขามีต่อกมลาและธนชาติ เช่นตอนบอกเรื่องคนสั่งฆ่าและช่วยเก็บหลักฐาน สุดท้ายความเงียบแต่เด็ดเดี่ยวทำให้เขาเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แผนเปิดโปงพจนีย์สำเร็จ
ข้อคิด ความซื่อสัตย์เงียบๆ สร้างพลังใหญ่
จากบทบาทคมเดช ข้อคิดนี้สอนว่าความซื่อสัตย์ที่ไม่โฉ่งฉ่างแต่ทำหน้าที่เงียบๆ จะสร้างพลังที่ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ เช่นตอนเขาเลือกข้างกมลาและช่วยธนชาติวางแผนล่อวิจิตรโดยไม่พูดมาก ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เขาคอยดูแลความลับและความปลอดภัย จนทำให้พจนีย์เผยธาตุแท้และถูกจับ สุดท้ายความซื่อสัตย์แบบนี้ช่วยให้ครอบครัวรอดและความดีชนะ
→ ศรุต สุวรรณภักดี รับบท วิจิตร

ลูกน้องคนสนิทและมือสังหารของพจนีย์ที่ทำงานสกปรกทุกอย่างเพื่อนาย เขามีบุคลิกเย็นชา โหดเหี้ยม และซื่อสัตย์ต่อพจนีย์แบบบอดใบ้ โดยไม่ลังเลทำชั่วเพื่อรักษาสมบัติตระกูลสิงคหบดีรักษ์ให้ตกกับเอมมิกา ในเรื่องเขาเป็นตัวขับเคลื่อนแผนร้ายหลัก เช่นตอนดักยิงส้มพอที่เชียงใหม่แต่พงศธรเข้าขวาง หรือตอนไล่ยิงกุมภาและส้มพอในป่าจนรถเสียหลักและกระโดดน้ำหนี วิจิตรแสดงถึงความเป็นมืออาชีพสังหาร เช่นตอนยิงอติเดชที่ตึกร้างเพราะหมดประโยชน์ หรือตอนยิงมะเหงกที่ถูกจับตัวและบุกโรงพยาบาลเพื่อจัดการกมลาแต่ถูกธนชาติกับรณรงค์วางแผนล่อจนหนีรอด
เขายังคอยตามธนชาติที่ความจำเสื่อมและขับมอเตอร์ไซค์ตามยิงตอนธนชาติพาพงศธรไปโรงพยาบาล บุคลิกของเขารวมถึงความเด็ดขาดและไม่พูดมาก เช่นตอนถูกเรียกกลับกรุงเทพฯ เพื่อกำจัดศัตรูหรือตอนแสร้งจับพจนีย์เป็นตัวประกันแล้วยิงตัวตายเพื่อรับผิดแทนนาย วิจิตรเป็นตัวละครที่เพิ่มฉากไล่ล่าและความรุนแรงให้เรื่อง โดยแสดงถึงลูกน้องที่ยอมทำทุกอย่างแม้รู้ว่าผิด สุดท้ายจุดจบของเขาคือถูกจับตอนไล่ยิงที่เชียงใหม่และยิงตัวตายเพื่อปกปิดพจนีย์ ทำให้เขาเป็นสัญลักษณ์ของความเลวที่ตามนายจนพัง
ฉายา มือสังหารผู้ซื่อสัตย์บอด
วิจิตรได้รับฉายานี้เพราะเขาเป็นมือสังหารที่ซื่อสัตย์ต่อพจนีย์แบบบอดใบ้ ยอมทำชั่วทุกอย่าง เช่นไล่ยิงส้มพอกับกุมภาในป่าหรือยิงอติเดชเพราะหมดประโยชน์ ฉายานี้ยังสะท้อนความโหดที่เขาบุกโรงพยาบาลจัดการกมลาแต่ถูกวางแผนล่อ หรือตอนยิงมะเหงกและหนีรอด สุดท้ายความซื่อสัตย์บอดนำไปสู่จุดจบที่เขายิงตัวตายเพื่อรับผิดแทนนาย
ข้อคิด ความซื่อสัตย์ต่อคนผิดนำจุดจบ
จากบทบาทวิจิตร ข้อคิดนี้สอนว่าความซื่อสัตย์ต่อคนผิดหรือแผนชั่วจะนำไปสู่จุดจบที่สมน้ำหน้า เช่นตอนเขายอมทำตามพจนีย์ไล่ยิงและลอบสังหารซ้ำๆ แต่สุดท้ายถูกธนชาติกับรณรงค์วางแผนจับ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เขายิงตัวตายเพื่อปกปิดนาย สุดท้ายสอนว่าความซื่อสัตย์ควรอยู่กับความถูกต้องไม่ใช่ความเลว
→ อรวรรยา โตสมบัติ รับบท เชอรี่

สาวใช้ในบ้านตระกูลสิงคหบดีรักษ์ที่ทำงานคู่กับแหวว เธอมีบุคลิกขี้กลัวแต่ซื่อตรงในใจลึกๆ และยอมตามคำสั่งเอมมิกาเพื่อความอยู่รอดในบ้าน เช่นตอนช่วยขังมะเหงกในห้องเก็บของเพื่อให้เอมมิกาทำร้ายส้มพอ หรือตอนช่วยเอมมิกาทำร้ายส้มพอโดยตรงจนกมลาห้ามและสั่งทำแผล เชอรี่แสดงถึงความเป็นคนงานที่กลัวเสียงาน จึงตามแผนร้ายของเอมมิกาและพจนีย์ เช่นตอนถูกสั่งให้ช่วยวางแผนต่างๆ ในบ้านใหญ่ หรือตอนเห็นเอมมิกาตบแหววจนหัวแตกแต่เริ่มทนไม่ไหว เธอยังมีด้านอดทนและเริ่มลังเล เช่นตอนเห็นความดีของส้มพอแต่ยังไม่กล้าขัดนาย
บุคลิกของเธอรวมถึงความกล้าหาญที่ค่อยๆ เกิดขึ้น เช่นตอนทนไม่ไหวตบหน้าเอมมิกากลับหลังจากถูกเอาแต่ใจหนัก สุดท้ายเธอพัฒนาเป็นคนเด็ดเดี่ยว โดยร่วมกับแหววหักหลังพจนีย์และเอมมิกาด้วยการบอกความจริงเรื่องใส่ยาพิษในอาหารที่งานเลี้ยง ทำให้พจนีย์ถูกจับและแผนฆ่ายกครัวล้มเหลว เชอรี่เป็นตัวละครที่เพิ่มความสมจริงให้คนงานในบ้านใหญ่ โดยแสดงถึงคนที่เริ่มจากตามนายทำชั่วเพราะกลัวแต่สุดท้ายเลือกข้างถูกต้องเมื่อเห็นความเลวร้ายเกินทน ทำให้เธอมีส่วนสำคัญในตอนจบที่ความดีชนะและครอบครัวรอดพ้นอันตราย
ฉายา สาวใช้ผู้ตบกลับเพื่อความยุติธรรม
เชอรี่ได้รับฉายานี้เพราะเธอเป็นสาวใช้ที่เริ่มจากตามเอมมิกาทำร้ายส้มพอ เช่นช่วยขังมะเหงกหรือเห็นแผนร้ายต่างๆ แต่สุดท้ายทนไม่ไหวตบหน้าเอมมิกากลับตอนถูกเอาแต่ใจหนัก และร่วมบอกความจริงเรื่องยาพิษ ฉายานี้ยังสะท้อนความกล้าหาญที่เกิดจากความอัดอั้น เช่นตอนเห็นแหววถูกตบหัวแตกจนเลือดไหลแต่เธอตบกลับเพื่อยุติธรรม สุดท้ายการตบกลับและหักหลังทำให้เธอช่วยให้แผนร้ายล้มและความดีชนะ
ข้อคิด ความอัดอั้นสะสมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
จากบทบาทเชอรี่ ข้อคิดนี้สอนว่าความอัดอั้นจากการตามคนผิดจะสะสมจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ถูกต้อง เช่นตอนเธอทนตามเอมมิกาทำร้ายส้มพอแต่สุดท้ายอัดอั้นจนตบกลับและบอกความจริงเรื่องยาพิษ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอเห็นความเลวร้ายเกินทนจนร่วมกับแหววหักหลัง สุดท้ายความอัดอั้นที่ปลดปล่อยทำให้เธอไถ่บาปและมีส่วนในชัยชนะของความดี
→ ด.ช.ฉันท์ชนก ทรงศิลป์ รับบท มะเหงก
เด็กชายกำพร้าวัดที่เติบโตในวัดเชียงใหม่ มีบุคลิกซนซ่า ใจกล้า และซื่อสัตย์ต่อเพื่อนมาก เขาเป็นเพื่อนสนิทส้มพอตั้งแต่เด็ก คอยอยู่เคียงข้างในชีวิตยากลำบาก เช่นตอนทำบุญที่วัดเจอพอลล่าประชดนงนุชกับส้มพอ เขาโกรธจนเอาน้ำสาดใส่พอลล่าเพื่อปกป้องเพื่อน มะเหงกแสดงถึงความกล้าหาญของเด็ก เช่นตอนส้มพอตัดสินใจไปกรุงเทพฯ ตามหาพ่อ เขาขอตามไปด้วยโดยไม่กลัวอันตราย และตอนถูกเอมมิกาหลอกขังในห้องเก็บของกับมะเหงกเพื่อทำร้ายส้มพอ เขายังพยายามช่วยเหลือ ในดราม่าหนักๆ
เขาเป็นเหยื่อของแผนร้ายพจนีย์ เช่นตอนถูกจับตัวไปตึกร้างพร้อมส้มพอและถูกวิจิตรยิงจนเจ็บสาหัส แต่รอดมาได้และช่วยให้ทุกอย่างคลี่คลาย บุคลิกของเขารวมถึงความน่ารักจอมซน เช่นตอนไปทำบุญหรือขายของกับส้มพอ และความภักดีที่เขามีต่อส้มพอเหมือนพี่น้อง มะเหงกเป็นตัวละครเด็กที่เพิ่มความสดใสและความกล้าให้เรื่อง โดยแสดงถึงเด็กกำพร้าที่มีหัวใจใหญ่และไม่ยอมแพ้อุปสรรค สุดท้ายเขารอดพ้นอันตรายและได้อยู่กับครอบครัวใหม่ ทำให้คนดูเอาใจช่วยและยิ้มได้ในดราม่าหนักๆ
ฉายา เด็กวัดผู้กล้าหาญ
มะเหงกได้รับฉายานี้เพราะเขาเป็นเด็กวัดที่กล้าหาญปกป้องเพื่อนส้มพอเสมอ เช่นตอนเอาน้ำสาดพอลล่าที่ประชด หรือตอนขอตามส้มพอไปกรุงเทพฯ แม้รู้ว่าอันตราย ฉายานี้ยังสะท้อนความซนแต่มีหัวใจใหญ่ที่เขาพยายามช่วยในแผนร้าย เช่นตอนถูกขังและยิงแต่ยังรอดมาได้ สุดท้ายความกล้าหาญของเด็กวัดทำให้เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ความดีชนะและได้ครอบครัวอบอุ่น
ข้อคิด ความกล้าหาญจากใจเด็กเปลี่ยนเรื่องใหญ่
จากบทบาทมะเหงก ข้อคิดนี้สอนว่าความกล้าหาญจากใจเด็กแม้ตัวเล็กแต่เปลี่ยนเรื่องใหญ่ได้ เช่นตอนเขากล้าตามส้มพอไปกรุงเทพฯ และถูกจับตัวแต่ยังช่วยเปิดช่องให้รอดจากวิจิตร ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เขาปกป้องเพื่อนจากคำพูดร้ายของพอลล่า สุดท้ายความกล้าหาญทำให้เขารอดและมีส่วนในชัยชนะของส้มพอ สอนว่าไม่ว่าจะเด็กหรือใหญ่ ความกล้าจะนำไปสู่การช่วยเหลือคนที่รัก
→ ด.ญ.พิชามญชุ์ สมเลิศ รับบท พอส้ม
เด็กหญิงกำพร้าที่พงศธรรับมาเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก ทำให้เธออาศัยอยู่กับนงนุชและส้มพอในบ้านเช่าที่เชียงใหม่ เธอมีบุคลิกน่ารัก ซุกซน และไร้เดียงสาแบบเด็กเล็ก คอยเพิ่มความสดใสให้ชีวิตยากลำบากของครอบครัว เช่นตอนขายอาหารหน้าร้านกาแฟกับส้มพอ หรือตอนทำบุญที่วัดและอยู่เคียงข้างตอนพอลล่าประชดประชัน พอส้มแสดงถึงความเป็นเด็กที่รักพี่ส้มพอเหมือนพี่น้องแท้ๆ และเคารพนงนุชกับพงศธรเหมือนพ่อแม่ เธอเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยมีบทพูดหนักแต่ปรากฏตัวเพื่อสร้างความอบอุ่น เช่นตอนอยู่กับมะเหงกเด็กวัดจอมซน ทำให้กลุ่มเด็กๆ ดูน่ารักและเพิ่มสีสันให้ชีวิตเชียงใหม่ก่อนดราม่าหนักที่กรุงเทพฯ
ในตอนท้ายเธอถูกธนชาติพาชวนไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยพร้อมพอลล่าและทุกคน เพื่อความปลอดภัยจากแผนร้ายของพจนีย์ บุคลิกของเธอรวมถึงความเงียบแต่ยิ้มหวาน เช่นตอนเห็นส้มพอทะเลาะกับนงนุชเรื่องพ่อแต่เธอคอยมองและเพิ่มความอ่อนโยนให้ฉาก พอส้มเป็นตัวละครเด็กที่เพิ่มมิติครอบครัวให้เรื่อง โดยแสดงถึงเด็กกำพร้าที่ได้รับความรักและเติบโตในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นแม้ยากจน สุดท้ายเธอได้ครอบครัวใหญ่และชีวิตใหม่ที่กรุงเทพฯ ทำให้คนดูรู้สึกโล่งใจและยิ้มตาม
ฉายา เด็กน้อยผู้ยิ้มหวาน
พอส้มได้รับฉายานี้เพราะเธอเป็นเด็กน้อยที่ยิ้มหวานและเพิ่มความน่ารักให้ทุกฉาก เช่นตอนอยู่กับส้มพอและมะเหงกที่ขายของหรือทำบุญ ฉายานี้ยังสะท้อนความไร้เดียงสาที่เธอมีแม้เป็นเด็กกำพร้า เช่นตอนถูกชวนไปกรุงเทพฯ ด้วยธนชาติแต่ยังยิ้มตามอย่างเชื่อฟัง สุดท้ายยิ้มหวานของเธอช่วยเยียวยาดราม่าและทำให้ตอนจบอบอุ่น
ข้อคิด ความน่ารักของเด็กเยียวยาใจผู้ใหญ่
จากบทบาทพอส้ม ข้อคิดนี้สอนว่าความน่ารักและไร้เดียงสาของเด็กจะเยียวยาใจผู้ใหญ่ในยามยากลำบาก เช่นตอนเธออยู่เคียงข้างนงนุชกับส้มพอในชีวิตเชียงใหม่ที่ลำบากแต่ทำให้ทุกคนยิ้มได้ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอได้ครอบครัวใหม่ตอนธนชาติพาไปกรุงเทพฯ สุดท้ายความน่ารักช่วยให้ผู้ใหญ่เห็นคุณค่าครอบครัวและผ่านดราม่ามาได้
→ ปรมิณ ศิระวนาดร รับบท ตุลเทพ (รับเชิญ)

ลูกชายคนโตของพจนีย์และพี่ชายของเอมมิกา เขามีบุคลิกขยัน รับผิดชอบ และเป็นที่รักของคนในบ้านตระกูลสิงคหบดีรักษ์ ต่างจากเอมมิกาน้องสาวที่เอาแต่ใจและชอบเที่ยวเตร่ ทำให้กมลาย่าชอบเขาและเห็นว่าเหมาะสืบทอดกิจการมากกว่า ในเรื่องเขาปรากฏผ่าน flashback และการเล่าของตัวละครอื่น เช่นตอนให้เงินพิเศษวันเกิดกับแหววและเชอรี่สาวใช้ ทำให้พจนีย์แม่ภูมิใจมาก หรือตอนถูกกมลาตบหน้าเอมมิกาเพราะขึ้นเสียงแต่เขายังคงสุภาพและเป็นที่พึ่งของครอบครัว ตุลเทพแสดงถึงลูกชายในอุดมคติที่ทำงานหนักและรักน้องสาว เช่นตอนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถตู้ไม่นานหลังธนชาติ ทำให้พจนีย์และเอมมิกาเสียใจหนักและร้องไห้ในงานศพ
โดยเฉพาะตอนเอมมิกานึกถึงคำพูดว่าเหนื่อยแต่ทำทุกอย่างเพื่อแม่และน้อง เขายังเป็นจุดเปรียบเทียบที่ทำให้กมลาไม่ชอบเอมมิกาและอยากให้ส้มพอสืบทอดแทน บุคลิกของเขารวมถึงความอ่อนโยนและความรับผิดชอบ เช่นตอนขอติดรถกมลาแต่ถูกปฏิเสธและเกิดอุบัติเหตุ ตุลเทพเป็นตัวละครรับเชิญที่เพิ่มมิติให้ครอบครัวพจนีย์ โดยแสดงถึงคนดีที่จากไปเร็วแต่ทิ้งรอยในใจทุกคน ทำให้คนดูรู้สึกเสียดายและเห็นความแตกต่างกับเอมมิกาที่เปลี่ยนไปหลังเสียพี่ชาย
ฉายา พี่ชายผู้เป็นที่รัก
ตุลเทพได้รับฉายานี้เพราะเขาเป็นพี่ชายที่ทุกคนในบ้านรักและยกย่อง เช่นตอนให้เงินสาวใช้วันเกิดหรือตอนถูกกมลาเห็นว่าเหมาะสืบทอดกิจการมากกว่าเอมมิกา ฉายานี้ยังสะท้อนความขยันและความรับผิดชอบที่ทำให้พจนีย์ภูมิใจและเอมมิกาเสียใจหนักตอนเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ สุดท้ายการเป็นที่รักแม้จากไปเร็วทำให้เขากลายเป็นแบบอย่างที่กมลาใช้เปรียบเทียบและเปลี่ยนใจเรื่องทายาท
ข้อคิด ความดีที่สั้นแต่ทิ้งรอยยาวนาน
จากบทบาทตุลเทพ ข้อคิดนี้สอนว่าความดีแม้ชีวิตสั้นแต่จะทิ้งรอยในใจคนรอบข้างยาวนาน เช่นตอนเขาเป็นลูกชายขยันและรักครอบครัวจนกมลาชอบและพจนีย์ภูมิใจ แต่เสียชีวิตเร็วจากอุบัติเหตุ ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่การจากไปของเขาทำให้เอมมิกาและพจนีย์เสียใจและเปลี่ยนแปลง สุดท้ายความดีที่เขาทิ้งไว้ช่วยให้กมลาเห็นคุณค่าความดีมากกว่าฐานะและเปิดใจกับส้มพอ
→ วาสนา สิทธิเวช รับบท เยาวเรศ (รับเชิญ)

แขกผู้ใหญ่ที่มีฐานะและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกมลา เธอมีบุคลิกสุภาพ ใจดี และเป็นคนกลางที่เสนอไอเดียดีๆ เพื่อครอบครัวสิงคหบดีรักษ์ ในเรื่องเธอเอ่ยปากกับกมลาให้ช่วยจัดงานต้อนรับแขกผู้ใหญ่ เพื่อให้ส้มพอได้เรียนรู้การบริหารไปด้วย ขณะที่พจนีย์อยากให้เอมมิกาทำ กมลาเลยใช้โอกาสนี้ให้ทั้งสองจัดงานพร้อมกันเป็นการแข่งขันเพื่อพิสูจน์ฝีมือ เยาวเรศแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่ยุติธรรม เช่นตอนเข้าห้องงานของเอมมิกาก่อนแล้วชมว่าสวยเหมือนงานแต่งงานเล็กๆ สมกับลูกหลานเจ้าของโรงแรม แต่เมื่อเห็นอาหารไม่เหมาะกับแขกมังสวิรัติ
เธอร่วมกับกมลาไปห้องส้มพอและชมบรรยากาศขันโตกเหนือ การรำชาวเขา และอาหารที่เตรียมข้อมูลมาดี เธอยังมีด้านสังเกตsharp เช่นตอนชมงานทั้งสองฝั่งแต่เห็นความแตกต่างชัดเจน ทำให้กมลาตัดสินใจสนับสนุนส้มพอมากขึ้น บุคลิกของเธอรวมถึงความสง่างามและความเป็นกลาง เช่นตอนไม่เลือกข้างแต่ให้คำชมตามความเป็นจริง เยาวเรศเป็นตัวละครรับเชิญที่เพิ่มความสมจริงให้งานเลี้ยงแขกใหญ่ โดยแสดงถึงผู้ใหญ่ภายนอกที่เข้ามาช่วยตัดสินและทำให้การแข่งขันระหว่างส้มพอกับเอมมิกาดูยุติธรรม สุดท้ายเธอมีส่วนช่วยให้กมลาเห็นความสามารถของส้มพอและเปลี่ยนใจเรื่องทายาท
ฉายา ผู้ใหญ่ผู้ตัดสินยุติธรรม
เยาวเรศได้รับฉายานี้เพราะเธอเป็นแขกผู้ใหญ่ที่เข้ามาตัดสินงานเลี้ยงทั้งสองฝั่งอย่างยุติธรรม เช่นตอนชมงานเอมมิกาว่าสวยสมฐานะแต่ชี้ว่าอาหารไม่เหมาะกับแขกมังสวิรัติ แล้วไปชมงานส้มพอว่าจัดดีมีข้อมูลและบรรยากาศเหนือแท้ ฉายานี้ยังสะท้อนความเป็นกลางที่เธอไม่เลือกข้างแต่ให้คำชมตามจริง ทำให้กมลาใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนส้มพอ สุดท้ายการตัดสินยุติธรรมของเธอช่วยให้ความดีของส้มพอโดดเด่นและเรื่องราวคลี่คลาย
ข้อคิด การตัดสินที่ยุติธรรมนำไปสู่ความถูกต้อง
จากบทบาทเยาวเรศ ข้อคิดนี้สอนว่าการตัดสินอย่างยุติธรรมและตามความจริงจะนำไปสู่ความถูกต้องในที่สุด เช่นตอนเธอชมงานทั้งเอมมิกาและส้มพอแต่ชี้จุดแตกต่างชัดเจน ทำให้กมลาเห็นว่าส้มพอเหมาะสืบทอดมากกว่า ข้อคิดนี้ยังแสดงผ่านการที่เธอไม่เลือกข้างแต่ให้คำชมตามข้อมูลและความเหมาะสม สุดท้ายการตัดสินยุติธรรมช่วยให้กมลาเปลี่ยนใจและครอบครัวสงบสุข
หลายปีหลังจากหงส์ในกรงกาจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ครอบครัวสิงคหบดีรักษ์กลับมารวมกัน ส้มพอกับกุมภาลงเอย รณรงค์แต่งกับภัคพร ธนชาติกับนงนุชได้อยู่ด้วยกัน แต่แฟนๆ หลายคนยังคิดถึงดราม่าเข้มข้นของเรื่องนี้ ถ้ามีภาค 2 ล่ะ จะเป็นยังไง
หลายปีผ่านไป ส้มพอกับกุมภาแต่งงานกันและมีลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักชื่อ “หงส์ฟ้า” ซึ่งเป็นความหวังใหม่ของตระกูล ธนชาติกับนงนุชกลับมาใช้ชีวิตสงบสุขที่กรุงเทพฯ โดยธนชาติช่วยบริหารธุรกิจโรงแรมและโรงพยาบาลให้เติบโต แต่ความสงบนี้ถูกทำลายเมื่อมี “ญาติลึกลับ” คนหนึ่งปรากฏตัว ชายหนุ่มรูปงามชื่อ “เทวิน” อ้างว่าเป็นลูกชายนอกสมรสของธนชาติจากอดีตก่อนแต่งงานกับนงนุช เขานำหลักฐาน DNA มาอ้างสิทธิ์มรดกส่วนหนึ่ง ทำให้กมลาที่ตอนนี้สุขภาพอ่อนแอเกิดอาการกำเริบอีกครั้ง ส้มพอที่ตอนนี้เป็นผู้บริหารเต็มตัวต้องเผชิญกับการถูกสงสัยจากคนในตระกูลว่าเธอจะยอมแบ่งสมบัติให้ “น้องชายต่างมารดา” คนนี้หรือไม่
เทวินไม่ได้มาแค่เรียกร้องสมบัติ แต่เขาถูกส่งมาจาก “คู่แข่งธุรกิจรายใหม่” ที่เป็นเครือโรงแรมต่างชาติต้องการฮุบกิจการสิงคหบดีรักษ์ เขาแฝงตัวเข้ามาด้วยเสน่ห์และความสามารถ จนทำให้ภัคพรที่ตอนนี้มีลูกกับรณรงค์เกิดความสับสนในความรู้สึก เพราะเทวินคอยช่วยเธอในงาน ขณะที่รณรงค์ยุ่งกับคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของคู่แข่งรายนี้ ด้านเอมมิกาที่รักษาตัวในโรงพยาบาลจิตเวชเริ่มฟื้นฟูและถูกเทวินติดต่อลับๆ เพื่อแก้แค้นส้มพอ ทำให้เกิดแผนร้ายใหม่ เช่น การรั่วไหลความลับธุรกิจหรืออุบัติเหตุลึกลับที่โรงแรม
ส้มพอต้องต่อสู้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง โดยมีกุมภาคอยเคียงข้าง แต่คราวนี้เธอตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ทำให้ดราม่าหนักขึ้นเมื่อต้องปกป้องทั้งครอบครัวและธุรกิจ นงนุชกับธนชาติต้องกลับมาช่วยลูกสาวเผชิญหน้ากับอดีตที่ถูกขุดขึ้นมา ขณะที่พงศธรที่ป่วยมะเร็งรักษาหายแล้วกลับมาให้กำลังใจจากเชียงใหม่ สุดท้ายความจริงเปิดเผยว่าเทวินถูกหลอกใช้ และเขาต้องเลือกข้างระหว่างเงินทองกับความถูกต้อง

