ละคร น้ำผึ้งขม 2552 “ปุริม” ชายผู้เต็มไปด้วยความแค้นต่อ”โรส” หญิงคนรักเก่า เมื่อโอกาสมาถึง เขาจึงใช้กังสดาล ลูกสาวของโรสเป็นเครื่องมือในการแก้แค้น แต่ความใกล้ชิดกลับก่อเกิดเป็นความรักที่ซับซ้อน ท่ามกลางความขัดแย้งและการให้อภัย

ละคร น้ำผึ้งขม 2552 ละครแนวความรักดราม่า เป็นเรื่องราวที่ผสมผสานความรัก ความแค้น และการแก้แค้นที่มีรากฐานจากอดีต เรื่องราวเริ่มต้นจาก “ปุริม พิษณุการ” นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ วัย 48 ปี เจ้าของโรงแรมหรูหลายแห่งในกรุงเทพฯ เขาเป็นคนที่มองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องเล่น เนื่องจากเคยผิดหวังอย่างรุนแรงจากความรักครั้งแรกในวัยหนุ่มกับ “โรส” หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ที่ทิ้งเขาไปเลือกผู้ชายที่มีฐานะดีกว่า ความเจ็บปวดครั้งนั้นทำให้ปุริมกลายเป็นคนเย็นชาและไม่เชื่อในความรักอีกต่อไป เขาครองตัวเป็นโสดนับตั้งแต่นั้นมา พร้อมกับเก็บความแค้นไว้ในใจ

เวลาผ่านไปหลายปี โรสกลับเข้ามาในชีวิตของปุริมอีกครั้งในสภาพที่เปลี่ยนไป เธอกลายเป็นแม่หม้ายลูกติด สามีเสียชีวิต และติดสุราอย่างหนัก ด้วยความยากจนและหนี้สิน โรสตัดสินใจขาย “กังสดาล” (รับบทโดย เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ) ลูกสาวของเธอให้กับปุริมเพื่อปลดหนี้ โดยไม่รู้เลยว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการแก้แค้นที่ปุริมวางแผนไว้ เขาใช้โอกาสนี้ทวงคืนความเจ็บปวดในอดีตจากทั้งแม่และลูก

กังสดาล สาวน้อยวัย 20 ปี ถูกบังคับให้มาอยู่กับปุริม เธอต้องเผชิญกับการถูกดูถูกและทารุณทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เพียงจากปุริมเท่านั้น แต่ยังรวมถึง “จวงจันทร์” ญาติสาวใหญ่ของปุริมที่ไม่เห็นด้วยกับการมาของเธอ และมองว่าเธอเป็นเพียง “นางบำเรอ” ความทุกข์ทรมานนี้ทำให้กังสดาลเกลียดชังปุริมอย่างสุดซึ้ง และตั้งปณิธานว่าจะไม่มีวันให้อภัยเขา

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวเริ่มพลิกผันเมื่อปุริมได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกังสดาลมากขึ้น ความบริสุทธิ์และความเข้มแข็งของเธอค่อยๆ ละลายกำแพงในใจของเขา จากความแค้นเริ่มกลายเป็นความรัก แต่กังสดาลที่ถูกทำร้ายมานานกลับไม่ยอมเปิดใจให้เขา easily ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งและการต่อสู้ทางอารมณ์

ในเวอร์ชัน 2552 นี้ ละครมีการปรับเปลี่ยนจากนิยายต้นฉบับในหลายจุด เช่น การขยายบทบาทของตัวละครอย่างโรสและ สันทัด เพื่อนของปุริมที่มีส่วนสำคัญในเรื่อง รวมถึงการเรียงลำดับเหตุการณ์ใหม่เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและดราม่าให้เข้ากับยุคสมัย ผู้กำกับยังใส่เทคนิคการเล่าเรื่องที่ทันสมัย ทำให้ละครมีความแตกต่างจากเวอร์ชันก่อนหน้า และได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนั้น

โดยสรุป “น้ำผึ้งขม” 2552 เป็นเรื่องราวของความรักที่เริ่มต้นจากความแค้น ความเจ็บปวดจากอดีตที่ถูกส่งต่อข้ามรุ่น และการเยียวยาจิตใจผ่านความเข้าใจและการให้อภัย

ละคร “น้ำผึ้งขม” ปี 2552 มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและเต็มไปด้วยดราม่า ตามฉบับบทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน และการดัดแปลงในเวอร์ชันนี้ ต่อไปนี้คือเนื้อเรื่องแบบครบถ้วน

จุดเริ่มต้นความแค้นจากอดีต
เรื่องราวเริ่มจาก ปุริม พิษณุการ (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่ประสบความสำเร็จแต่มีปมในใจจากความรักครั้งแรกเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เขาเคยรัก โรส (จริยา แอนโฟเน) หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เยอรมันอย่างหมดใจ แต่เธอหักหลังเขาโดยทิ้งเขาไปแต่งงานกับชายที่มีฐานะดีกว่า ความเจ็บปวดนี้ทำให้ปุริมกลายเป็นคนเย็นชา เกลียดผู้หญิง และมองความรักเป็นสิ่งหลอกลวง เขาครองตัวเป็นโสดและสร้างกำแพงในใจมาตลอด

หลายปีผ่านไป โรสกลับมาหาปุริมในสภาพย่ำแย่ เธอกลายเป็นแม่หม้ายติดเหล้า สามีตาย และมีหนี้สินท่วมตัว เธอเสนอขาย กังสดาล (เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ) ลูกสาววัย 20 ปีให้ปุริมเพื่อแลกกับเงินปลดหนี้ โดยไม่รู้เลยว่านี่คือโอกาสที่ปุริมรอคอยเพื่อแก้แค้น เขาตกลงซื้อกังสดาลมา โดยตั้งใจจะใช้เธอเป็นเครื่องมือในการทวงคืนความเจ็บปวดจากโรส

ความทุกข์ของกังสดาล
กังสดาลถูกบังคับให้มาอยู่กับปุริมในฐานะ “นางบำเรอ” เธอต้องเผชิญกับการถูกดูถูกและทารุณทั้งร่างกายและจิตใจ ปุริมปฏิบัติกับเธออย่างโหดร้ายเพื่อระบายแค้นที่ฝังลึกในใจที่มีต่อโรสแม่ของเธอ นอกจากนี้ จวงจันทร์ (สาวิตรี สามิภักดิ์) ญาติสาวใหญ่ของปุริมยังเกลียดกังสดาล และมองว่าเธอเป็นตัวดึงดูดปัญหาเข้ามาในบ้าน ทำให้ชีวิตของกังสดาลยิ่งเลวร้าย

กังสดาลพยายามต่อสู้และหนีหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เธอเกลียดปุริมอย่างสุดซึ้งและสาบานว่าจะไม่มีวันยอมจำนนหรือให้อภัยเขา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในช่วงแรกจึงเต็มไปด้วยความเกลียดชังและการปะทะกันอย่างรุนแรง

จุดเปลี่ยน ความรักที่เริ่มก่อตัว
เมื่อเวลาผ่านไป ปุริมเริ่มเห็นตัวตนที่แท้จริงของกังสดาล เธอเป็นคนเข้มแข็ง บริสุทธิ์ และไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ความดีงามในตัวเธอค่อยๆ สั่นคลอนกำแพงในใจของปุริม เขาเริ่มรู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ และความแค้นที่เคยมีต่อโรสเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรักที่มีต่อกังสดาล

ในขณะเดียวกัน กังสดาลเองก็เริ่มเห็นด้านที่อ่อนแอของปุริมผ่านเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การที่เขาเคยช่วยเธอจากสถานการณ์อันตราย หรือการที่เขาเปิดเผยปมในอดีตให้เธอฟัง แต่เธอยังคงไม่ยอมรับเขา เพราะบาดแผลที่เขาทำไว้กับเธอนั้นลึกเกินกว่าจะลบเลือนได้ง่ายๆ

ตัวแปรสำคัญ โรสและสันทัด
โรส แม่ของกังสดาล กลายเป็นตัวแปรสำคัญในเรื่อง เธอพยายามกลับมาไถ่ตัวลูกสาวจากปุริมหลังจากรู้สึกผิด แต่ปุริมปฏิเสธและขับไล่เธอออกไป สุดท้ายโรสเสียชีวิตจากอาการป่วยที่เกิดจากการติดสุราเรื้อรัง ทำให้กังสดาลโทษปุริมว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องสูญเสียแม่

สันทัด (นิธิ สมุทรโคจร) เพื่อนสนิทของปุริม เป็นอีกตัวละครที่เข้ามาช่วยคลายปม เขาพยายามเป็นสะพานเชื่อมระหว่างปุริมและกังสดาล โดยชี้ให้ปุริมเห็นว่าเขากำลังทำร้ายคนที่ไม่สมควรได้รับโทษจากอดีตของเขา

จุดไคลแมกซ์และตอนจบ
ในช่วงท้าย ปุริมพยายามไถ่โทษด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เขาขอโทษกังสดาลและปล่อยเธอให้เป็นอิสระ แต่กังสดาลกลับเลือกที่จะเผชิญหน้ากับเขาและบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เธอยอมรับว่ารักเขา แต่ความเจ็บปวดที่เขาเคยทำไว้ยังคงเป็นรอยแผลในใจ

สุดท้ายทั้งคู่ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน ปุริมสัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือชดเชยสิ่งที่เขาทำผิดต่อเธอ เรื่องราวจบลงแบบหวานปนขมตามชื่อเรื่อง “น้ำผึ้งขม” ที่สะท้อนถึงความรักที่ต้องผ่านความเจ็บปวดและการให้อภัยเพื่อไปต่อ

ความแตกต่างจากนิยาย

ในเวอร์ชัน 2552 นี้มีการปรับบทให้ดราม่ากว่าเดิม เช่น การเพิ่มฉากที่ปุริมแสดงความโหดร้ายชัดเจนขึ้น และการขยายบทของโรสให้เห็นความทุกข์ทรมานของเธอมากขึ้น รวมถึงตอนจบที่เน้นการเยียวยามากกว่าการลงโทษตัวละคร ซึ่งแตกต่างจากนิยายที่อาจจะทิ้งปมขมขื่นไว้มากกว่านี้

อินจัดกับความดราม่าและความขมขื่น ตั้งแต่ต้นเรื่อง ผู้ชมมักรู้สึก สะเทือนใจ และ สงสาร กังสดาล (เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ) อย่างมาก การที่เธอต้องถูกแม่ขายให้ปุริม และถูกเขาทารุณทั้งร่างกายและจิตใจ มันทำให้เกิดความรู้สึกหน่วงๆ ในอก เหมือนถูกกระชากอารมณ์ไปกับความอยุติธรรมที่เธอต้องเผชิญ ฉากที่กังสดาลร้องไห้หรือต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง มักทำให้คนดูรู้สึกทั้งโกรธทั้งเห็นใจแบบสุดๆ

ในขณะเดียวกัน การกระทำของ ปุริม (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ก็สร้างความรู้สึก ขัดแย้ง ในใจคนดู เขาเป็นตัวร้ายที่โหดร้าย แต่เมื่อได้เห็นปมในอดีตที่เขาถูกโรสหักหลัง ก็อดสงสารเขาไม่ได้เหมือนกัน ความรู้สึกแบบ “เกลียดปนเข้าใจ” นี้ทำให้ละครมีมิติและชวนให้ติดตาม

ลุ้นระทึกกับการแก้แค้น ช่วงแรกของเรื่อง ผู้ชมจะรู้สึก ตื่นเต้น และ ลุ้น ไปกับแผนการแก้แค้นของปุริม การที่เขาใช้กังสดาลเป็นเครื่องมือเพื่อระบายแค้นโรส มันเหมือนได้ดูเกมจิตวิทยาที่ทั้งโหดและเข้มข้น บางคนอาจรู้สึกสะใจที่เห็นโรสต้องชดใช้กรรมจากความเห็นแก่ตัวในอดีต แต่ก็อดหดหู่ไม่ได้เมื่อเห็นกังสดาลต้องรับเคราะห์แทนแม่

หัวใจเต้นแรงกับเคมีของคู่พระนาง เมื่อเรื่องดำเนินไปถึงจุดที่ปุริมเริ่มเปลี่ยนจากความแค้นเป็นความรัก ความรู้สึกของคนดูก็เริ่ม หวานปนขม การแสดงของฉัตรชัยและเจนี่ในฉากที่ทั้งคู่ปะทะอารมณ์กัน หรือฉากที่ปุริมเริ่มอ่อนโยนขึ้น มันทำให้คนดูรู้สึก ฟิน และ ลุ้น ว่ากังสดาลจะยอมให้อภัยเขาไหม บางฉากที่ปุริมพยายามไถ่โทษ เช่น การขอโทษหรือปกป้องเธอ อาจทำให้คนดูรู้สึก น้ำตาคลอ เพราะเห็นการเยียวยาความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นช้าๆ

แต่ในทางกลับกัน บางคนอาจรู้สึก หงุดหงิด กับกังสดาลที่ไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ หรือรู้สึกว่า ปุริมไม่คู่ควร กับการให้อภัย เพราะสิ่งที่เขาทำไว้มันหนักหนาเกินไป ความขัดแย้งในใจนี้ทำให้ละครชวนให้ถกเถียงกันในหมู่ผู้ชม

เศร้าและสะเทือนใจกับชะตากรรมของโรส บทของ โรส (จริยา แอนโฟเน) ในเวอร์ชันนี้ถูกขยายให้เห็นความทุกข์ทรมานของเธอชัดเจน ฉากที่เธอพยายามไถ่ตัวลูกสาวแต่ไม่สำเร็จ และสุดท้ายตายอย่างน่าสงสาร มันทำให้คนดูรู้สึก หดหู่ และอาจถึงขั้นร้องไห้ การที่เธอเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมด แต่ก็จบชีวิตแบบไร้ทางออก มันยิ่งตอกย้ำความ “ขม” ของเรื่อง

สะใจและโล่งใจในตอนจบ ตอนจบที่ปุริมและกังสดาลคืนดีกัน และเริ่มต้นใหม่ด้วยการให้อภัย ทำให้คนดูรู้สึก โล่งใจ และ อบอุ่นหัวใจ ในระดับหนึ่ง เพราะหลังจากดราม่าหนักหน่วงมาตลอดเรื่อง การได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์มันเหมือนเป็นการปลดปล่อยอารมณ์ แต่บางคนอาจรู้สึกว่า หวานไม่สุด หรือ ขมยังค้าง เพราะแผลในอดีตของตัวละครมันลึกเกินกว่าที่จะลบเลือนได้ง่ายๆ

“ละคร น้ำผึ้งขม” 2552 เป็นละครที่พาคนดูไปสัมผัสอารมณ์ครบรส ตั้งแต่ โกรธ สงสาร ลุ้น ฟิน ไปจนถึง ซึ้ง การแสดงของนักแสดงนำอย่างฉัตรชัยและเจนี่ที่เคมีเข้ากันสุดๆ รวมถึงการกำกับที่เน้นดราม่าเข้มข้น ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในเรื่อง บางคนอาจรู้สึกอินจนอยากตะโกนด่าปุริม หรืออยากเข้าไปกอดกังสดาลให้กำลังใจ

สำหรับคนที่ชอบละครแนวดราม่าเข้มๆ เรื่องนี้น่าจะให้ความรู้สึก สะใจและคุ้มค่าที่ได้ดู แต่ถ้าใครชอบเรื่องเบาๆ หรือแฮปปี้ตลอด อาจรู้สึกหนักและขมเกินไปหน่อย


ละคร น้ำผึ้งขม 2552

ละคร น้ำผึ้งขม 2552

ละคร น้ำผึ้งขม 2552 EP.1-16 ตอนจบCH3+​​​​

ซีน ละคร น้ำผึ้งขม 2552

[Official MV] เห็นฉันเป็นอะไร Ost.น้ำผึ้งขม

ละคร น้ำผึ้งขม 2552

…เมื่อความรักของ ปุริม และ โรส แปรสภาพจากกุหลาบสีหวานแห่งรสรัก
…กลายเป็นกุหลาบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยหนามแหลมแห่งความเจ็บปวด…
…เขาเก็บความรู้สึกทรมานของหนามแหลมที่ทิ่มแทงใจเอาไว้ตลอดหลายปี…
….เพาะบ่มเป็นเกสรแห่งความชอกช้ำหลอมรวมเป็นน้ำผึ้งรสขมที่พร้อมจะทำร้ายศัตรู
…จนกระทั่งได้พบกับ กังสดาล ลูกสาวของโรส…
…ปุริมไม่รอช้าที่จะหยิบเอาหนามแหลมที่อาบน้ำผึ้งในอดีตออกมาเป็นอาวุธในการแก้แค้นสองแม่ลูกในทันที…

น้ำผึ้งขม เมื่อความรักของ ปุริม และ โรส แปรสภาพจากกุหลาบสีหวานแห่งรสรัก กลายเป็นกุหลาบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยหนามแหลมแห่งความเจ็บปวด เขาเก็บความรู้สึกทรมานของหนามแหลมที่ทิ่มแทงใจเอาไว้ตลอดหลายปี เพาะบ่มเป็นเกสรแห่งความชอกช้ำหลอมรวมเป็นน้ำผึ้งรสขมที่พร้อมจะทำร้ายศัตรู จนกระทั่งได้พบกับ กังสดาล ลูกสาวของโรส ปุริมไม่รอช้าที่จะหยิบเอาหนามแหลมที่อาบน้ำผึ้งในอดีตออกมาเป็นอาวุธในการแก้แค้นสองแม่ลูกในทันที

…ปุริม พิษณุการ หรือชื่อที่คนในครอบครัวคุ้นเคยว่า คุณปุ๊ นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมชื่อดังต้องปวดหัวอย่างหนัก เมื่อแขกต่างประเทศระดับวีไอพีดันลืมกระเป๋าใส่เอกสารสำคัญรวมทั้งเงินจำนวนมากไว้บนรถแท๊กซี่ ซึ่งในระหว่างที่เขาและพนักงานโรงแรมกำลังพยายามวิ่งพล่านตามหาของสำคัญที่หายไปอยู่นั้น หญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระเป๋าใบนั้น เธอส่งมอบของสำคัญให้กับแขกวิไอพีชาวต่างประเทศท่านนั้นอย่างครบถ้วนทุกชิ้น ซ้ำยังไม่ยอมรับเงินรางวัลตอบแทนที่เขาหยิบยื่นให้ สร้างความประทับใจให้กับปุริมเป็นอย่างมาก แม้จะปะทะคารมกันด้วยความเข้าใจผิดในตอนแรก แต่ปุริมก็สั่งผู้จัดการให้ตามตัวหญิงสาวที่มีอาชีพเป็นไกด์อิสระคนนี้มาทำงานที่โรงแรมให้ได้ เพราะต้องการคนที่ซื่อสัตย์มาเป็นพนักงาน

กังสดาล สัตยาวัตต์ (นุ้ย) เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ ไก่ แฟนหนุ่มฟังอย่างหัวเสีย ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจทำดีแล้วยังโดนปุริมค่อนแคะ แถมกลับบ้านก็ยังโดน โรส ผู้เป็นแม่ตำหนิอีกที่ไม่ยอมเก็บเงินไว้เองทั้ง ๆ ที่รู้ว่าโรสเป็นหนี้พนันหัวโต

กังสดาลกลับมาสมัครงานที่โรงแรมตามที่ผู้จัดการโทรเรียกตัว แต่ยังตกลงเรื่องเงินเดือนไม่ได้ เพราะปุริมไม่อยู่ต้องพา จวงจันทน์ ไปโรงพยาบาล กังสดาลเลยขอลากลับ แต่ก่อนที่จะออกจากโรงแรมก็เจอกับปุริมอีกจนได้ กังสดาลเข้าใจผิดคิดว่าปุริมเป็นพนักงานบาร์เทนเดอร์ ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกันอีก สุดท้ายกังสดาลเหลืออดถึงกับประกาศว่า ถ้าโรงแรมมีพนักงานห่วย ๆ อย่างปุริม ตนเองจะไม่มีวันเข้ามาทำงานที่นี่เพราะไม่อยากห่วยตามไปด้วย

แต่แล้วเหมือนบุญนำกรรมส่งเพราะเมื่อกังสดาลย้อนไปถึงบ้านแล้วพบว่าเจ้าหนี้พาเหรดกันมาทวงหนี้พนันจากโรส กังสดาลขอเวลาหางานทำเพื่อใช้หนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีที่ไหนรับ ไก่เองก็พยายามที่จะช่วยกังสดาลด้วยการเอาเงินที่รับจ๊อบวาดรูปมาให้ แต่นั่นก็ยังไม่พอกับหนี้ที่โรสทำไว้

กังสดาลจึงต้องดั้นด้นกลับไปขอสมัครงานที่โรงแรมปุริม และพบว่าบาร์เทนเดอร์ที่เธอเหม็นขี้หน้านักหนานั้นนะที่แท้คือเจ้าของโรงแรม แต่กังสดาลก็ต้องนึกถึงหนี้ของแม่ และพยายามขอโทษปุริมที่เคยพูดจาล่วงเกินแต่กลับเจอปุริมเชิดใส่ ซ้ำบอกไม่มีอารมณ์รับพนักงานเพิ่ม กังสดาลเหลืออดประกาศลั่นว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่โรงแรมนี้อีก

ปุริมชอบใจที่ยั่วหญิงสาวให้โกรธได้ แต่พอได้อ่านเอกสารที่หญิงสาวกรอกใบสมัครทิ้งไว้ระบุชื่อ กังสดาล สัตยาวัตต์ ปุริมแทบช็อก รีบขับรถตามหญิงสาวออกมาจากโรงแรมจนไปถึงบ้าน และสิ่งที่ปุริมสังหรณ์ใจก็เป็นจริง เมื่อพบว่ากังสดาลเป็นลูกของโรส ผู้หญิงที่ทำให้แม่เขาต้องตาย ทำให้ชีวิตเขาล่มจมพังพินาศจนสิ้นเนื้อประดาตัว เป็นผู้หญิงที่เขาเคยรักจนหมดหัวใจ และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นให้ถึงที่สุด ซึ่ง ณ บัดนี้ เวลานั้นมาถึงแล้ว

ปุริมเริ่มแผนการหวนกลับไปหาโรสอีกครั้งในขณะที่โรสกำลังจนมุมโดนนักเลงตามทวงหนี้ จนเกือบจะต้องยกกังสดาลให้กับเสี่ยผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งเพื่อล้างหนี้ ปุริมเสนอเงิน 3 ล้านตัดหน้าเสี่ย เพื่อซื้อใจของโรสซึ่งออกอาการดีใจจนเนื้อเต้นที่จะปลดหนี้สำเร็จ และแอบหวังว่าปุริมจะกลับมารักและแต่งงานกับตัวเอง แต่ในที่สุดก็โดนปุริมหลอกให้อายคนทั้งงาน แถมยังปล่อยหมัดเด็ดด้วยการจับเซ็นสัญญายกกังสดาลให้เพื่อใช้ขัดดอกเงิน 3 ล้านที่ใช้หนีพนันแทนโรส โรสทั้งเจ็บและอายแต่ก็ต้องยอมทำตามปุริม

แต่ขึ้นชื่อว่าโรสซะอย่างก็อดหวังไม่ได้ว่าปุริมอาจจะใจอ่อน ยอมแต่งงานยกย่องให้เกียรติและรักกังสดาลเหมือนกับที่เคยทำกับตนเอง กังสดาลขมขื่นใจที่ต้องกลายเป็นเหมือนสิ่งของที่ถูกขายทอดตลาด หญิงสาวยิ่งทั้งแค้นใจ เสียใจกับโชคชะตาของตัวเอง และที่แย่ไปกว่านั้นคือไม่รู้จะพูดหรืออธิบายให้ไก่ฟังอย่างไรได้

ปุริมบังคับให้กังสดาลมาทำงานที่โรงแรม กังสดาลแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ เพราะปุริมคอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลา แต่นุ้ยก็ยังหาเวลามาพบไก่และไปไหนมาไหนด้วยกันจนเรื่องรู้ถึงหูปุริม เขาหงุดหงิดและสั่งให้เธออยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลาโดยอ้างสิทธิ์ว่าเธอเป็นสมบัติของเขาแล้ว ไม่มีสิทธิ์ไปไหนมาไหนกับผู้ชายอื่นอีก ถึง แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นคู่รักของเธอก็ตาม

ปุริมพากังสดาลมาแนะนำให้จวงจันทน์รู้จักที่บ้าน ทันทีที่จวงจันทน์รู้ว่ากังสดาลเป็นลูกของโรส ความชิงชังอิจฉาริษยาแต่หนก่อนก็ปะทุขึ้นในใจทันที เพราะปุริมเคยเป็นแฟนจวงจันทน์มาก่อน แต่ถูกโรสซึ่งเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดงาบปุริมไปต่อหน้าต่อตา จวงจันทน์เสียใจหนักจนต้องประชดรักด้วยการแต่งงานกับญาติผู้พี่ของปุริม ซึ่งแน่นอนว่านั่นทำให้จวงจันทน์เกลียดขี้หน้ากังสดาลในทันที และเรื่องที่วุ่นวายก็กลับชุลมุนหนักขึ้นไปอีกเพราะไก่ดันเป็นลูกของจวงจันทน์ และคนที่ช็อกยิ่งกว่าใครก็คือไก่ ที่รู้ว่าคนรักของตัวเองกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของปุริม ผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงเขามาตั้งแต่พ่อตาย

รั้วบ้านหลังใหญ่โตมโหฬารของปุริมดูคับแคบน่าอึดอัดไปสำหรับทุกคนที่ต้องอยู่ร่วมบ้านเดียวกันอย่างคับแค้นใจ กังสดาลรู้สึกกดดันที่ปุริมเลี้ยงเธออย่างดูแคลน และใช้งานสารพัด แต่กลับยกย่องจวงจันทน์ทุกอย่างราวกับจวงจันทน์เป็นภรรยา ส่วนเธอเป็นนางบำเรอทางนิตินัย เมื่อเธอถามถึงวิธีที่จะเป็นอิสระจากเขา ปุริมก็ประกาศก้องว่ามีอยู่เงื่อนไขเดียวนั่นคือ หาเงินมาใช้หนี้เขาให้ได้ กังสดาลแค้นใจจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด เพราะหนทางที่เธอจะหาเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาได้ก็ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตของเธอ ซึ่งนั้นหมายความว่าเธอต้องถูกขังอยู่ในบ้านซึ่งเปรียบเสมือนนรกนี้ไปจนวันตาย

ไก่เองก็จำต้องอยู่ในบ้านอย่างทุกข์ระทม เขาขอร้องและขอสัญญาจากปุริมว่าจะหาเงิน ๓ ล้านบาทมาใช้หนี้แทนกังสดาล เมื่อถึงวันนั้นขอให้ปุริมปล่อยกังสดาลให้เป็นอิสระ ปุริมไม่พูดอะไรแต่ในใจเกิดความรู้สึกขัดแย้งอย่างรุนแรง เขาทำถูกรึเปล่าที่พรากเด็กสองคนจากกัน แต่เมื่อนึกถึงความหลังและยิ่งเห็นพฤติกรรมติดเหล้าและการพนันอย่างถอนตัวไม่ขึ้นของโรส ทำให้ปุริมตัดสินใจเดินหน้าที่จะแก้แค้นต่อ แต่เหตุผลลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในใจคือ เขาต้องการปกป้องกังสดาลจากโลกของโรส ซึ่งนับวันมีแต่จะดิ่งลงสู่เหวนรก

ปุริมพากังสดาลไปพักที่บ้านตากอากาศที่หัวหิน ซึ่งอยู่ใกล้กับรีสอร์สของ แสงดาว หญิงสาวที่ฉลาดเพียบพร้อมและดูจะเหมาะสมกับปุริมที่สุด โดยมี สันทัด เพื่อนสนิทที่ออกตัวว่าหลงรักกังสดาลตั้งแต่แรกเห็นตามไปด้วย ความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในชีวิตของกังสดาลและปุริมดูจะเพิ่มมากขึ้น ปุริมแสดงออกว่าแสนจะเกลียดชังกังสดาล ทั้งด่า ทั้งโขกสับ แต่ในใจลึก ๆ แล้วปุริมกลับตอบคำถามในใจไม่ได้ว่า ทำไมถึงได้เจ็บลึก ๆ ทุกครั้งที่เห็นสันทัดหรือไก่มาวนเวียนใกล้ ๆ กังสดาล

กังสดาลระทมทุกข์จนป่วย ไก่ต้องคอยแอบมาดูแล ทั้งสองคนต่างเป็นกำลังใจให้กันและกันและหวังว่าสักวันจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างที่ฝันไว้ จวงจันทน์เปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันโดยทำเป็นเห็นใจ แต่ในขณะ เดียวกันก็พูดยุยงปุริมเสมอว่า กังสดาลยังตัดใจจากไก่ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไก่พยายามตีตัวออกห่าง

และแล้ววันที่โชคร้ายที่สุดของกังสดาลก็มาถึง เมื่อในกลางดึกของคืนหนึ่งที่ไก่กลับมาบ้านพร้อมกับข่าวดีว่ามีนายทุนเศรษฐีคนหนึ่งติดใจในผลงานของไก่ จึงตกลงจ้างไก่วาดรูปติดบ้านทั้งหลังและยินดีจ่ายเงินก้อนให้ล่วงหน้า ซึ่งมากพอที่จะไถ่ตัวกังสดาลจากปุริมได้ กังสดาลโผกอดไก่ด้วยความดีใจที่จะได้เป็นอิสระ แต่แล้วความหวังทั้งหมดก็พังครืนลงอย่างไม่เป็นท่า ปุริมโกรธจัดและเข้าใจผิดว่ากังสดาลกับไก่มีอะไรกัน กังสดาลแค้นใจที่ปุริมดูถูกเธอจึงแกล้งยอมรับและขอให้ปุริมปล่อยเธอเป็นอิสระซะที ปุริมเลือดขึ้นหน้าปลุกปล้ำกังสดาล และยังตอกย้ำกับเธอว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการบังคับขืนใจเพราะกังสดาลเองก็มีส่วนทำให้เกิดขึ้น ซึ้งคำพูดนี้ตอกย้ำให้กังสดาลเจ็บช้ำยิ่งนัก

หลังจากนั้นปุริมก็ทำร้ายจิตใจกังสดาลสารพัด พร้อมกับกำชับจวงจันทน์ ป้าทิมและคนในบ้านทุกคนไม่ให้ช่วยเหลือกังสดาล กังสดาลกล้ำกลืนความเจ็บช้ำเพียงลำพังอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งวันหนึ่งปุริมถึงได้รู้ว่าสภาพหัวใจที่แตกสลายอีกครั้งเป็นเช่นไร เพราะหญิงสาวหนีออกไปจากบ้านแล้ว ไก่เองก็ได้แต่เสียใจ มีแต่จวงจันทน์คนเดียวเท่านั้นที่สะใจที่แผนของตนเองประสบความสำเร็จ และเธอนั่นเองที่เป็นคนเปิดโอกาสให้กังสดาลหนีไป

ปุริมออกตามหากังสดาลแทบพลิกแผ่นดิน บ่อยครั้งที่ฉิวเฉียดจะได้เจอกันแต่ก็ต้องมีอันคลาดกันไปทุกครั้ง ฝ่ายจวงจันทน์ก็เรียกร้องความสนใจจากปุริมโดยแกล้งทำเป็นป่วย จนปุริมต้องคอยดูแลเพื่อตอบแทนที่ครั้งหนึ่งจวงจันทน์เคยสละเลือดเพื่อช่วยชีวิตแม่เขาเอาไว้ ระหว่างนั้นโรสก็เข้ามาวุ่นวายในบ้านปุริมเพราะต้องการตามหาสาเหตุที่ทำให้ลูกสาวหนีไป และเพื่อขัดขวางไม่ให้จวงจันทน์จับปุริมได้ถนัด ทำให้จวงจันทร์และโรสมีปากเสียงถึงขั้นตบตีกันเป็นประจำ ชีวิตปุริมจึงเหมือนคนที่มีเพียงลมหายใจ แต่ไม่มีชีวิตจิตใจ

และแล้วชีวิตที่ยุ่งยากอยู่แล้วกลับต้องยุ่งยากขึ้นไปอีก เมื่อปุริมเมาหมดสติกลับบ้านในคืนวันหนึ่งจวงจันทน์เข้าไปหาปุริมในห้องนอน ไก่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างคาตา เขารับไม่ได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น จึงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไป ปุริมตื่นขึ้นมาตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าตัวเองนอนอยู่กับร่างที่เปลือยเปล่าของจวงจันทน์ จวงจันทน์สะอึกสะอื้นบอกปุริมเมามากและเธอก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทัดทานแรงของปุริมได้ พร้อมกันนั้นก็เรียกร้องความสงสาร โดยบอกปุริมว่าไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ขอให้เธอได้รักเขาเพราะนับตั้งแต่วันแรกที่เธอได้รู้จัก จวบกระทั่งวันนี้ ไม่มีวันไหนที่เธอไม่รักเขาแม้แต่วันเดียว คำสารภาพของจวงจันทน์ยิ่งทำให้ปุริมหนักใจยิ่งกว่าถูกบังคับให้แต่งงานด้วยซะอีก

ไก่ตัดสินใจไปทำงานที่ต่างจังหวัดและไปรับงานวาดรูปที่หัวหิน จนบังเอิญได้เจอกับกังสดาลซึ่งไปแอบยืนมองบ้านตากอากาศของปุริมและนึกถึงความหลัง ไก่รับรู้เรื่องราวที่กังสดาลไปทำงานอยู่ที่รีสอร์ทของแสงดาว เพราะแสงดาวช่วยเธอไว้จากโจรที่ทำร้ายเธอ ไก่ดีใจมากที่กังสดาลได้มาอยู่กับคนดี ๆ อย่างแสงดาว และแสงดาวก็รักกังสดาลเหมือนน้องสาวแท้ ๆ คนหนึ่ง

สันทัดมาพักที่รีสอร์ทของแสงดาว เพราะแอบถูกชะตาในความเป็นผู้หญิงเก่งของแสงดาว และนัดไก่มาคุยเรื่องซื้อภาพวาดในราคา 3 ล้าน กังสดาลรู้ว่าสันทัดมาที่นี้ก็ขอร้องให้แสงดาวปิดเป็นความลับ แต่จนแล้วจนรอดก็เจอกันจนได้ สันทัดจึงรีบโทรบอกปุริม กังสดาลถามถึงสาเหตุที่ทำให้ไก่ออกจากบ้าน ไก่บอกความจริงกับกังสดาลว่าเขาไม่สามารถอยู่ร่วมชายคากับผู้ชายที่พรากทั้งคนรักและแม่ของเขาไปได้ กังสดาลฟังแล้วได้แต่เจ็บปวดเพราะมันตอกย้ำว่าการจากไปของเธอไม่ได้ทำให้ปุริมรู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย

ปุริมเองก็มาหาแสงดาวเพื่อคุยธุรกิจที่รีสอร์ท และดันบังเอิญเห็นกังสดาล ปุริมวิ่งตามหากังสดาลแต่ก็ตามไม่ทัน แสงดาวเห็นเหตุการณ์เลยปิดเรื่องกังสดาลอยู่ที่นี้ไว้ก่อน แต่แสงดาวเตือนสติกังสดาลว่าถ้าจะหนีก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต กังสดาลคิดได้เลยออกมาเผชิญหน้ากับปุริมด้วยใจแอบหวังลึก ๆ แต่เขากลับทำทีท่าว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังออกตัวว่าถูกใจแสงดาว และจีบแสงดาวจนออกนอกหน้านอกตา กังสดาลได้แต่เก็บความเสียใจและความลับเรื่องลูกในท้องไว้เพียงคนเดียว

ปุริมสารภาพว่ารักกังสดาลกับแสงดาว และตัดสินใจวางแผนร่วมกับแสงดาวว่าจะแต่งงานกัน ซึ่งทำให้กังสดาลเสียใจหนักเข้าอีก ปุริมเริ่มแผนการด้วยการยกหนี้ให้กังสดาลและบอกว่าให้อยู่กับไก่อย่างมีความสุข แต่พอกลับมากรุงเทพ ฯ ก็มาขอความร่วมมือกับโรสให้ช่วยด้วย โดยให้โรสหลอกว่าปุริมประสบอุบัติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาล โรสจะไปเยี่ยมอยากจะทำข้าวต้มไปให้แต่ว่าทำไม่เป็นกังสดาลเลยทำข้าวต้มให้ ส่วนจวงจันทร์รู้เรื่องปุริมเข้าโรงพยาบาลก็ทำข้าวต้มไปให้เหมือนกัน ข้างแสงดาวก็ทำข้าวต้มไปเหมือนกัน แต่พอไปถึงโรงพยาบาลปุริมตัดสินใจกินข้าวต้มของแสงดาวและให้แสงดาวเป็นคนคอยดูแลใกล้ชิด กังสดาลยิ่งเสียใจขอตัวกลับบ้านและมาเจอกับไก่ ซึ่งจะมาบอกว่า ปิดร้านวาดรูปและจะไปอยู่ต่างจังหวัด และจะพากังสดาลไปด้วย

ด้วยความน้อยใจกังสดาลไม่รีรอที่จะไปกับไก่ แต่ในช่วงแรกจะขอไปคนเดียวก่อนแล้วจะกลับมารับแม่ โรสได้ยินเลยรีบโทรบอกปุริมว่ากังสดาลจะไปแล้ว ปุริมรู้เรื่องรีบตามไป จวงได้ยินอย่างนั้นโวยวายไม่อยากให้ปุริมไปและขู่ว่าจะประจานเรื่องปุริมกับแสงดาวออกหนังสือพิมพ์ ปุริมพูดความจริงว่าไม่ได้รักจวงจันทร์และอยู่ด้วยไม่ได้ จวงจันทร์จนมุมเลยยอมให้ไปแต่ขอร้องว่าไม่ให้แต่งงานกับกังสดาลหรือโรส ถ้าเป็นคนอื่นจวงจันทร์สามารถยอมได้…

ปุริมตามไปพบกังสดาลที่รีสอร์ท แต่ก็ไม่ยอมพูดจาอะไรให้ชัดเจน แถมยังขอพักที่รีสอร์ทของแสงดาว ไม่ยอมพักที่บ้านพักตากอากาศของตัวเอง โดยปุริมแกล้งอ้างให้ทุกคนเข้าใจว่าที่บ้านไม่มีแสงดาวและไม่มีคนที่รู้ใจ กังสดาลได้ยินยิ่งเสียใจ ปุริมแสดงออกมากกว่าเดิมอีกว่ารักแสงดาว แถมยังขอความร่วมมือกับกังสดาลว่าอยากจะให้กังสดาลจัดห้องจัดเลี้ยงเพื่อเซอร์ไพร์สแสงดาว กังสดาลจัดการทุกอย่างให้ดีเพราะคิดว่าเป็นงานเซอร์ไพร์สวันเกิดของแสงดาวตามที่ปุริมบอก

ซึ่งพอถึงช่วงงานทุกคนก็มาร่วมงานกันอย่างสนุกสนาน แสงดาวกับกังสดาลซึ่งอยู่ในงาน ก็ต้องแปลกใจเมื่อปุริมประกาศต่อหน้าแขกทุกคนว่าถึงเวลาที่จะแต่งงานแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าระหว่าง แสงดาวและกังสดาลพร้อมกับยืนแหวนเพชร แสงดาวหยิบแหวนมาสวมอย่างเหมาะเจาะ นาทีนั้นกังสดาลหัวใจแทบหยุดเต้น ทุกคนในงานต่างพากันแปลกใจและและก็อดที่จะดีใจกับแสงดาวและปุริมไม่ได้ ในขณะที่กังสดาลคอแห้งผากจนแถมจะกลืนความเจ็บปวดลงไปไม่ไหว

หลังเสร็จงานปุริมขอตัวกลับกรุงเทพ ฯ โดยบอกทุกคนว่าจะไปเตรียมงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด ซึ่งแสงดาวบอกกับกังสดาลว่าอีกสามวันจะแต่งงาน กังสดาลช๊อกและไปบอกไก่ว่าอีกสามวันปุริมจะแต่งงานกับแสงดาว และพอใกล้วันแต่งงานแสงดาวขอร้องให้กังสดาลเป็นเพื่อนเจ้าสาว และพากังสดาลไปตัดชุดด้วยกัน กังสดาลเห็นชุดที่แสงดาวเตียมให้ก็รู้สึกว่าชุดสวยมาก และก็อดคิดไม่ได้ว่าชุดของแสงดาวจะสวยขนาดไหน และเมื่อถึงวันแต่งงานทุกอย่างถูกเตรียมไว้อย่างสวยงาม กังสดาลโดนแยกให้แต่งหน้าแต่งตัวอย่างสวยเพียงคนเดียว กังสดาลยืนมองตัวเองที่แต่งตัวสวยหน้ากระจกและก็อดคิดไม่ได้ว่าแสงดาวจะสวยซักขนาดไหน

ไก่กับสันทัดรับหน้าที่ดูแลแขกหน้างานซึ่งเริ่มทยอยมาร่วมในงานแต่งของปุริมกับแสงดาว และเมื่องานเริ่มปุริมประกาศเปิดตัวเจ้าสาว กังสดาลยืนอยู่ข้างเวทีมองหาแสงดาวแต่ไม่เห็น เริ่มงงที่แสงดาวไม่ปรากฏตัว แต่ก็ต้องแปลกใจขึ้นไปอีกที่ปุริมเดินตรงมาหาตัวเอง และประกาศว่ากังสดาลคือเจ้าสาวของเขา ทุกคนช๊อก กังสดาลเสียใจที่ถูกหลอก วิ่งหนีออกไปและขอให้ไก่ไปด้วย

ปุริมตั้งตัวไม่ติดไม่คิดว่ากังสดาลจะปฏิเสธและหนีเขาไป ปุริมตามกังสดาลไป และขอให้แสงดาวกับสันทัดช่วยเคลียร์แขกในงานให้ กังสดาลหนีขึ้นแท๊กซี่ไปพร้อมกับไก่ ปุริมขับรถของภุชงค์ตามไปจนเกิดอุบัติเหตุ ไก่กับกังสดาลหลบไปอยู่ที่หัวหิน สันทัดกับแสงดาวมาคอยดูแลปุริมที่โรงพยาบาล

ไก่กับกังสดาลได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพัง ไก่ตัดสินใจถามกังสดาลว่าจริง ๆ แล้วเธอรักใคร จังหวะนั่นกังสดาลเกิดแพ้ท้องอาเจียน ไก่คาดคั่นจนรู้ว่ากังสดาลท้อง ทำให้ไก่ตัดสินใจกลับบ้านและได้เจอกับจวงจันทร์ที่บอกว่าปุริมประสบอุบัติเหตุ ไก่รีบไปหาปุริมและปรับความเข้าใจเรื่องกังสดาลและบอกความจริงเรื่องกังสดาลท้อง แต่ปุริมยังเข้าใจผิดคิดว่าลูกในท้องเป็นลูกไก่ ไก่อธิบายความจริงทั้งหมดว่าไม่เคยมีอะไรกับกังสดาลเลย

จวงจันทร์ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด รีบไปหาโรสและวางแผนกำจัดแม่ลูกที่เป็นเสี้ยนหนามชีวิต โดยพาตัวโรสไปหากังสดาล ปุริมกับไก่ที่กำลังจะไปหานุ้ยได้เจอกับจวงจันทร์ที่พาโรสไปหากังสดาลและคิดจะยิงทั้งสองแม่ลูกทิ้ง แต่ในระหว่างที่จวงจันทร์ลั่นไกไปที่กังสดาลนั่นไก่วิ่งมาขวางกระสุนไว้ จวงจันทร์สติแตกถวงถามสัญญาที่ปุริมบอกว่าจะไม่แต่งงานกับแม่ลูกคู่นี้ ปุริมได้แต่บอกว่ารักกังสดาลจะให้ทำยังไง คำตอบของปุริมยิ่งทำให้จวงจันทร์เจ็บช้ำหนักขึ้นไปอีกจนตัดสินใจลั่นไกใส่กังสดาลอีกครั้ง คราวนี้ปุริมไม่สามารถที่จะปล่อยให้ลูกและเมียต้องเป็นอะไรไปอีก เขาวิ่งเข้าไปขวางกระสุนพุ่งเข้าใส่ปุริมจนล้มลงตรงหน้า จวงจันทร์เสียจริตสติหลุดโวยวายว่าตัวเองไม่ผิด ไม่ได้ทำ

ปุริมและไก่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ทั้งสองคนปลอดภัย กังสดาลคอยเฝ้าดูแลไก่ไม่ห่าง ปุริมน้อยใจที่กังสดาลไม่ใยดีเขาเลยสักนิด จวงจันทร์ที่อาการไม่ดีขึ้นอาละวาดอยากเจอไก่ กังสดาลเลยพาไปหา จวงจันทร์อาละวาดจะทำร้ายกังสดาลอีก ไก่กราบเท้าขอโทษแม่และยอมรับผิดทุกอย่าง ที่เขาไม่สามารถทำให้แม่ภูมิใจได้ ทั้งยังไม่สามารถแทนคุณปุริมได้ ไก่ไม่อยากให้แม่คิดแค้นชิงชังใครอีกและเขาจะทุ่มเทดูแลแม่เอง จวงจันทร์ซาบซึ้งใจสำนึกในความผิดและความรักที่ไก่มีให้ จวงจันทร์ขอร้องให้ไก่และกังสดาลพามาเยี่ยมปุริม จวงจันทร์ขอโทษเขาและโรสและขออโหสิกรรมกับเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมาทั้งหมด

หลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลายกังสดาลขอให้ไก่พาไปอยู่ต่างจังหวัดเพื่อตัดปัญหา แต่เมื่อเวลาผ่านจากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน กังสดาลมีแต่จะเศร้าซึมไม่มีชีวิตชีวาลงทุกที ไก่รู้อยู่แก่ใจเสมอว่าเพราะอะไร เขาอยากจะให้คนที่เขารักไม่ว่าจะเป็น กังสดาล ปุริม มีความสุข เขาตัดสินใจบอกปุริมเพื่อให้เขาตามมาปรับความเข้าใจกับกังสดาล แต่ปุริมจะสามารถใช้วิธีไหนทำให้บาดแผลที่เจ็บปวดจากคมหนามของความ แค้นที่ปุริมฝั่งไว้ในใจของเธอให้หายได้ น้ำผึ้งรสชาติขมของกังสดาลกลับมาหวานได้อีกหรือไม่…

บทประพันธ์โดย : กฤษณา อโศกสิน
บทโทรทัศน์โดย : ยิ่งยศ ปัญญา
กำกับการแสดงโดย : ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์
ดำเนินการผลิตโดย : บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด
ควบคุมการผลิตโดย : ยศสินี ณ นคร

นักแสดง
ฉัตรชัย เปล่งพานิช แสดงเป็น ปุริม
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ แสดงเป็น กังสดาล 
จริยา แอนโฟเน่ แสดงเป็น โรส 
สาวิตรี สามิภักดิ์ แสดงเป็น จวงจันทร์ 
พศุตม์ บานแย้ม แสดงเป็น ไก่ 
นิธิ สมุทรโคจร แสดงเป็น สันทัด 
สินิทรา บุญยศักดิ์ แสดงเป็น แสงดาว
สุรพันธ์ ชาวปากน้ำ แสดงเป็น ภุชงค์ 
โฉมฉาย ฉัตรวิไล แสดงเป็น ป้าทิม 
ปาจรีย์ ณ นคร แสดงเป็น ช่วง 
ดารณีนุช โพธิปิติ แสดงเป็น ดารณี 

น้ำผึ้งขม (ภาคแรก) และ ระฆังวงเดือน (ภาค 2) เป็นบทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในนิตยสาร สตรีสาร ระหว่างปี พ.ศ. 2505–2508 รวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2522

เป็นเรื่องราวของกังสดาล สาวน้อยวัยยี่สิบปี เหยื่อความแค้นของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่กับมารดาของเธอ ก่อนที่ความรักจะหลอมละลายให้กลายเป็นความเห็นใจกันในที่สุด

เริ่มแรกบทประพันธ์ได้ทำเป็นภาพยนตร์ไทย กำกับการแสดงโดย ภาณุพันธุ์ ฉายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2517 นำแสดงโดย สอาด เปี่ยมพงษ์สานต์, นฤมล นิลวรรณ, สุทิศา พัฒนุช, ภัทราวดี ศรีไตรรัตน์, อมรา อัศวนนท์, คธา อภัยวงศ์ และยังเป็น ละครโทรทัศน์ อีก 6 ครั้ง ล่าสุดในปี พ.ศ. 2552

อมรา อัศวนนท์ รับบทโรส ซ้ำถึง 5 ครั้ง ในเวอร์ชันละครช่อง 4, ช่อง 9, ช่อง 5 เช่นเดียวกับ สุพรรณ บูรณพิมพ์ ที่รับบทจวงจันทร์ ถึง 3 ครั้งคู่กัน และบทที่ไม่ได้คู่กันในเวอร์ชันภาพยนตร์และละครช่อง 7ละครในฉบับปี 2552 ดำเนินเรื่องแตกต่างจากในนวนิยายหลายจุด บางตัวละครที่ในนวนิยายไม่มีความโดดเด่นมากนัก แต่ในละครกลับมีบทบาทโดดเด่น เช่น โรส และ สันทัด